"กรี้ดดดดดดด!!!!!"เสียงลั่วลั่วกรีดร้องดังลั่นด้วยความเจ็บปวด หรงหรงไม่รีรอ นางใช้แรงเพียงน้อยนิดกระชากเส้นผม บีบบังคับให้ลั่วลั่วเงยหน้าขึ้นมา โดยไม่ให้ลั่วลั่วได้ทันตั้งตัว ก่อนจะเหลือบไปทางชาวบ้านที่กำลังยืนมองดูเหตุการณ์อย่างลุ้นระทึก เมื่อหนังศรีษะลั่วลั่ว ถูกหรงหรงดึงกระชากเข้าให้ ลั่วลั่ว
"ใช่ๆๆ เรื่องนี้ยังไม่อาจพิสูจน์ได้ แม่เฒ่าอิ๋น..รอดูไปก่อนเถิด อย่าพึ่งตีตนไปก่อนไข้เลย..." "จริงด้วย ข้าว่านะ....รอให้หรงหรงพิสูจน์ตัวตนนางคนนี้เสร็จก่อนเถอะ หาไม่แล้ว..จะยิ่งยืดเยื้อเสียเวลาไปอีก.." ชาวบ้านอีกคนตะโกนออกมาบอกแม่เฒ่าอิ๋น "นี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้ว เจ้าคะ.." หรงหรงพูดจบ นางใช้ฝ่
"เรื่องคอขาดบาดตาย เจ้ายังจะมองว่าเป็นเรื่องตลกขบขัน....? น้ำเสียงมารดาเอ่ยขึ้นอย่างตำหนิ "คิก...คิก....ข้าทำผิดหรือเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าก็แค่ปกป้องตัวเองไว้เท่านั้น ในเมื่อมีคนมาหาเรื่องข้าถึงเรือน ข้าจะยอมนิ่งเฉย ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนได้เช่นไรเล่า...." หรงหรงเบะปากมองบน "ชิช่ะ....แม่ก็แค่เป็นห่วงคว
หนึ่งเดือนผ่านไป.... เรือนไม้หลังใหม่ใช้เวลาแก้แบบไปหลายครั้ง จึงทำให้ต้องขยายเวลาในการก่อสร้างเพิ่มขึ้น ตอนนี้ตัวเรือนทั้งด้านนอกและด้านใน ถูกสร้างเสร็จจนหมดทุกห้อง มีห้องครัว ห้องกินข้าว เรือนรับรอง รวมไปถึงห้องนอน แต่ละห้องล้วนถูกสร้างสรรค์ออกมา ได้อย่างปราณีตและมีแบบแผน หรงหรงรู้สึกพอใจกับผล
ครั้นถึงยามที่นางเมิงไปขอเบิกธัญพืชในส่วนของนาง นางเมิงจะต้องถูกแม่เฒ่าอิ๋นเอารัดเอาเปรียบแทบจะทุกครั้ง แม่เฒ่าอิ๋นชอบหาข้ออ้าง ว่ายุ้งฉางของตนเกิดปัญหาขึ้นอย่างสุดวิสัย ทำให้ธัญพืชเสียหาย และลดปริมาณเหลือน้อย จึงต้องเบิกใช้อย่างจำกัด ซึ่งในแต่ละเดือน แม่เฒ่าอิ๋นจะสั่งให้ลูกสะใภ้ตักธัญพืชครั้งละสามก
"ท่านป้าสะใภ้ใหญ่....เมื่อครู่ ข้าก็พึ่งจะบอกไปอยู่หยกๆ หรือท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ไม่เข้าใจในความหมายที่ข้าสื่อออกไปเมื่อครู่นี้หรือเจ้าคะ...? หรงหรงมองไปที่ป้าสะใภ้ใหญ่ตรงหน้า โดยแสดงแววตาที่เบื่อหน่ายออกไป "เมื่อครู่มิใช่ว่า....เจ้าบอกจะมาเอาธัญพืชมิใช่รึ นี้ไงธัญพืชของเจ้าในเดือนนี้..." ป้าสะใภ้ใหญ่
"ไม่ได้ ครึ่งต่อครึ่ง ข้าให้ไม่ได้.." แม่เฒ่าอิ๋นรีบตะโกนโวยวายออกมาด้วยความไม่พอใจ ครอบครัวนางมีกันทั้งหมด6คน ข้างฟางเหลือเพียงไม่กี่กระสอบ นางจะพอกินไปจนถึงฤดูหนาวได้อย่างไร แม่เฒ่าอิ๋นยังคงคัดค้านไม่พอใจ "ถ้าเช่นนั้น ก็ให้เหลือเพียงแค่ขี้เฒ่าไปก็แล้วกัน..." สิ้นเสียงหรงหรงกำลังจะโยนฟืนในมือไปที
เพราะโดยปกติ เวลานางเมิงไปเอาแค่สามกระบวย นางเมิงยังโดนแม่เฒ่าอิ๋นด่าทออย่างไม่มีชิ้นดี แต่เหตุใดวันนี้ แม่เฒ่าอิ๋นถึงได้ยอมให้หรงหรง นำธัญพืชกลับมาได้ง่ายดายเพียงนี้ นางเมิงมองไปที่บุตรสาวและอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ "พอแล้ว...ท่านแม่ ท่านไม่ต้องมองลูกด้วยสายตาเช่นนั้น ลูกมิได้ไปทำร้ายใครมาก็แล้วกันเจ้
"ไม่ได้!!!...รีบกลับไปพักผ่อนเถิด อย่าได้ทำให้ข้าต้องเป็นห่วงเลยนะ.." กล่าวจบโม่เฉินรีบใช้วิชาตัวเบา อุ้มสตรีตรงหน้าหายไปกลางอากาศอย่างว่องไว "ว้ายยย....นับวันท่านช่างมีนิสัยคล้ายคลึงกับท่านแม่ของข้า กังวลไม่เข้าเรื่อง...." ถึงปากจะบ่นออกไป แต่หรงหรงก็ใช้มือกอดคอโม่เฉินเอาไว้แน่น "สำหรับข้า ร่าง
หมอหญิงคนงามรีบสวมใส่อาภรณ์แล้วเดินจั้มฝีเท้าตามอี้ฟูออกไปอย่างร้อนใจ แต่พอเดินไปถึงจุดเกิดเหตุ นางถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างขุ่นเคือง เมื่อภาพที่เห็นตรงหน้า กับสิ่งที่คิดในหัว ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว *......* "นี้มันอะไรกันเจ้าอ้วน เจ้ากลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะไปตั้งแต่เมื่อไหร่....? "ปัดโธ่...
โม่เฉินเงียบไปชั่วขณะ ก็จะเอ่ยออกมาเพื่อให้สตรีตรงหน้าคลายกังวล "ข้าก็อยู่แต่ในห้องตำรา จะออกไปที่ไหนได้ หมู่บ้านแห่งนี้ข้าไม่รู้จักมักคุ้นกับใครเลยสักคน เจ้าเองก็น่าจะรู้ดี..." "ให้มันจริงเถอะ อาเฉิน....หากท่านกล้าโกหกข้า ท่านก็น่าจะรู้ผลที่จะตามมาว่าเป็นเช่นไร...? หรงหรงจดจ้องมองปฎิกริยาของคนตร
ฤดูเหมันต์ผ่านพ้นไป ฤดูกาลใหม่หมุนเปลี่ยนเข้ามาแทนที่ หมอหญิงคนงามกำลังนอนแช่น้ำอยู่ในอ่างอาบน้ำภายในห้องอย่างสบายใจ "หรงเอ๋อร์...อยู่หรือไม่...? เสียงเรียกแผ่วเบาตะโกนเข้ามา แต่อีกคนภายในห้องกับกำลังนอนหลับตาพริ้มแช่อยู่ในอ่างน้ำอย่างผ่อนคลาย พร้อมทั้งกำลังฮัมเพลง โดยที่ไม่ได้สนใจเสียงรอบข้าง เ
หลังจากพูดคุยกับหญิงชรานานพอสมควร โม่เฉินก็มุ่งหน้าเดินกลับไปห้องของตนเอง แต่เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป เขาก็เห็นสตรีร่างบาง กำลังนั่งรอเขาพร้อมกับสัตว์เลี้ยงตัวน้อย อย่างใจจดใจจ่อ "ตกลงท่านคุยเรื่องอะไรตั้งครึ่งค่อนวันกับท่านแม่กันแน่...? โม่เฉินยังไม่ทันจะปิดประตูห้อง สตรีร่างบางก็ยิงคำถามขึ้นอย่า
หรงหรงเดินนำหน้าเข้ามาก่อน ยังไม่ทันที่นางจะเอ่ยปากพูด หญิงชราก็รีบออกคำสั่ง ด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวขึ้นทันที "คุกเข่า..." บุตรสาวทำตามคำสั่งมารดาโดยไม่ปริปาก พร้อมกับบุรุษต้นเรื่อง ทั้งสองคนคุกเข่าลงพร้อมกัน โดยไม่ปริปากแม้แต่คนเดียว..... "ท่านพี่ ท่านจงมองดูลูกสาวตัวดีของท่านเอาเถิด พวกเขาส
"ไปเถอะน๊า....เดี๋ยวพอถึงก็รู้เองแหละ..." เสียงถกเถียงของทั้งสองคนดังอยู่ภายในห้อง พลันมีเสียงเคาะประตูแทรกขึ้นมา ทำให้ทั้งสองคนหันไปมองทางเดียวกัน อย่างลุ้นระทึก พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา..... "หรงเอ๋อร์...นั้นลูกตื่นแล้วรึ....? เสียงหญิงชราตะโกนเรียก เมื่อเห็นว่าได้เวลาไปตรวจคนไข้ แต่ยังไม่เห็นแม
"ยังจะมีหน้ามายิ้มอีก ท่านเกิดปีหมาหรืออย่างไร ร่องรอยพวกนี้ท่านจงใจฝากไว้บนเรือนร่างข้าชัดๆ...." หรงหรงค่อยๆเลื่อนสายตามองไปทั่วเรือนรางของตนเองอย่างอ่อนระทวย ก่อนจะหันไปมองโม่เฉิน ฉายแววตาเขียวปั๊ดใส่เขา "ข้าเกิดปีกระต่าย มิได้เกิดปีหมาเสียหน่อย..." "โม่เฉิน....นี้ท่านกำลังยอกย้อนคำพูดข้าอยู่ส
"อ่ะ...." หรงเอ๋อร์ส่งเสียงร้องครางออกมาเบาๆด้วยความเจ็บ ริมฝีปากหนาเลื่อนลงจากคอไปที่กระดูกไหปลาร้า ร่างกายหรงหรงเหมือนถูกกระตุ้น ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างกอดรัดเขาเอาไว้แน่น "หรงเอ๋อร์ รีบปล่อยมือออกบัดเดี๋ยวนี้.." โม่เฉินกำลังจะพูดต่อ แต่ถูกหรงหรงดึงเขาลงมาจูบแทน พลันมุมปากของบุรุษยกยิ้มขึ้นม