ตอนที่ 41 ตีกันแล้ว เกาเหยาชุนไปถึงจวนอันกว๋อกง ก็รีบไปหามารดาร้องห่มร้องไห้ต้องการให้คนในตระกูลไปเรียกร้องความยุติธรรมให้ มารดาฟังด้วยใจที่หนักอึ้งกล่าว “ชุนเอ๋อร์ก่อนที่จะแต่งออกไป แม่เตือนเจ้าหลายครั้งแล้ว” สีหน้าของบุตรสาวตึงขึ้น “ท่านแม่หากท่านไม่ช่วยข้า ท่านก็ไม่ควรซ้ำเติม ข้าไม่ใช่บุตรสาวท่านหรือไร” เกาฮูหยินถอนใจกล่าวด้วยเสียงอ่อนโยนพลางตักเตือน “ตอนนี้เจ้ามิใช่คนของตระกูลเกาแล้ว เจ้าคือฮูหยินน้อยตระกูลเสิ่น ชุนเอ๋อร์มันไม่ถูกต้องหากเจ้าจะร้องไห้กลับตระกูลเดิมเช่นนี้” เกาเหยาชุนลุกขึ้น “ท่านแม่ในเมื่อท่านไม่ช่วยข้าจัดการ ข้าจะไปขอความเมตตาท่านป้าฮองเฮา พระองค์เป็นคนสนับสนุนให้ข้าแต่งเข้าไป พระองค์จะต้องช่วยข้าจัดการนังคนชั้นต่ำนั้น” เกาฮูหยินได้ยินเช่นนั้นกายก็ไร้เรี่ยวแรง เดิมนางก็ไม่อยากให้บุตรสาวตบแต่งด้วยเหตุผลกลการเมือง ทว่าเหมือนบุตรสาวไม่เข้าใจ จากนั้นบุตรสาวก็ออกออกไปด้วยสีหน้าไม่พึงพอใจ จวนหงอี้โหว กู้เฉียวจิงนั่งฟังข่าวจากชายแดนใต้ จากปากอี้เหมยที่กล่าวถึงเสิ่นเยี
ตอนที่ 42 ออกเรือนออกรบจวนหงอี้โหว กระบี่ในมือของซูซูกวัดแกว่งเตรียมรับมือ ยิ่งกระตุ้นให้บรรยากาศยังตึงเครียด องค์รักษ์ทั้งสองฝ่ายต่างยืนประชันหน้ากัน กู้เฉียวจิงปรายตายืนมององค์รักษ์ทั้งสองกลุ่มอย่างไร้ความรู้สึก คล้ายเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอันใดกับนาง ส่วนเสิ่นอันคล้ายไม่ยอมรับ เขาหันมาจ้องมองกู้เฉียวจิง ตีสีหน้าเคร่งขรึมสุดความสามารถ “สะใภ้กู้ เจ้าจงนำคนของตนเองออกไปเสีย แล้วยอมรับผิดซะ” เสียงคล้ายต้องการตวาดเฉียบขาดแต่สำหรับกู้เฉียวจิงมันดูเบาไม่ต่างจากเสียงยุงบินได้ยินแล้วรำคาญใจมากกว่าหวาดกลัว “นี่มันอะไรกัน” สิ้นเสียงก็ปรากฏร่างหญิงชราผู้หนึ่งเสิ่นอันเห็นผู้ที่มาก็รีบพาร่างเดินออกไปรับ “ท่านแม่...ท่านมาได้อย่าง ผู้ใดปากไวไปรบกวนท่าน” “เจ้ายังกล้าตำหนิผู้อื่น หากข้าไม่มา จวนหงอี้โหวได้ลุกเป็นไฟแน่แท้” เหล่าลูกหลานต่างพากันส่งยิ้มไม่เป็นธรรมชาติแล้วคารวะเสิ่นอันประครองฮูหยินผู้เฒ่าขึ้นไปนั่งตรงที่ประธาน หลังจากนั่งลงนางก็กวาดสายตามองดูรอบ ๆ พลางถอนหายใจอย่างหนักใจจากนั้นก็ยกยาหอมในมือสูดดม กู้เ
ตอนที่ 43 ให้หงอี้โหวจัดการตื่นเช้าเมื่อได้สติ เกาเหยาชุนก็นั่งรถม้าออกไปจากจวนทันที กู้เฉียวจิงได้ยินข่าวก็ยิ้มที่มุมปาก รอคอยอย่างใจจดใจจอ วันนี้จะมีอะไรมาอีกนะ ด้วยท่าทีที่ปกติสุขของกู้เฉียวจิง ทำให้คนในเรือนชิงตะวันไม่รู้สึกว่ามีสิ่งใดผิดปกติ เหล่าบ่าวไพร่ยังคงทำงานตามหน้าที่เฉกเช่นเคย ต่างจากเรือนหลักเรือนหลัก ผู้ใดจะอยู่อย่างปกติได้ มีองค์รักษ์จำนวนหนึ่งเดินขวักไขว่ในจวนโดยที่ไม่ใช่คนของตนเอง เสิ่นอัน เสิ่นฮูหยินและพ่อบ้านเฉิง เร่งปรึกษากันทว่า พวกเขาต่างนิ่งมาครู่ใหญ่โดยไม่มีใครเอ่ยวาจาราวกับคนใบ้ “หงอี้โหวส่งข่าวมาหรือยัง”“ยังขอรับ ข้าน้อยก็ร้อนใจรออยู่เช่นกัน” ในขณะนั้นอี้เหมยก็เดินเข้ามา “คารวะนายท่าน คารวะฮูหยิน” เสิ่นฮูหยินเห็นอี้เหมยก็ลุกขึ้นอยากจะด่าทอนางว่าทว่าถูกมือของเสิ่นอันดึงเอาไว้ก่อน “อี้เหมย คนที่เรือนชิงตะวันเป็นอย่างไรบ้าง” น้ำเสียงไม่ได้เฉียบขาดแฝงความประนีประนอมหลายส่วน อี้เหมยเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของนางนิ่งแฝงความอ่อนน้อม กล่าวเสียงเรียบ “เรียนนายท่านฮูหยินกู้ตื่นเช้าแล้วทานอาหารตามปกติเจ้าค่ะ”“นางกำลังวางแผนจะทำสิ่งใดหรือไม่
ตอนที่ 44 ท่านอาจารย์ระเบียงหอสุรา หลีเซียวหยวนอ่านบันทึกประจำวันของเมืองหลวงพลางยกสุราขึ้นดื่ม “ฮ่า ฮ่า” ในขณะที่อ่านก็มีเสียงหัวเราะดังสลับแว่วขึ้นมาบ้าง “ชีวิตเสิ่นเยี่ยหง...น่าสนุกจริง ๆ ”ในห้วงความคิดเขาก็จินตนาการสีหน้าของกู้เฉียวจิงขณะอยู่ในห้องโถง นางคงจะรำคาญพวกคนเหล่านั้น จนแทบจะอยากเอากระบี่ออกมาฟาดที่ละคน จางเคอเข้ามาส่งรายงานเล่มใหม่ปรายตามองดูเจ้านายที่อ่านบันทึกพลางอมยิ้มอย่างไม่รู้ตัว ภายในใจเขาหนักอึ้ง สีหน้าท่าทางดูไม่ปกติ หลีเซียวหยวนหรี่ตามองถาม “มีอะไรก็พูดมา” “ฮูหยินกู้ พาบุตรชายออกนอกเมืองขอรับ”ใบหน้าของหลีเซียวหยวนยังคงเรียบนิ่งคล้ายไม่ใส่ใจ เขากลืนน้ำลายแววตาวูบไหว เอ่ยถามต่อ “เมื่อไร” จางเคอก้มหน้าตอบ “ประมาณหนึ่งเค่อขอรับ” เสียงของจางเคอคล้ายหนักใจอยู่บ้าง หลีเซียวหยวนตวัดสายตาข่มขู่ “รายงานเรื่องแค่นี้เหตุใดต้องทำลับๆ ล่อ ๆ ” จางเคอแทบอยากจะประท้วง ท่านต่างหากที่ทำตัวลับ ๆล่อ ๆ คนที่ไม่ปกติที่สุดคือท่านลานกว้างตีนภูเขา กู้เฉียวจิ
ตอนที 45 ไร้ความรู้สึก ลมหนาวมาแล้ว กลิ่นอายเย็นผสมกลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้คละฟุ้ง กู้เฉียวจิงปรายตามองเหล่าอี้เหลียงช่วยกำลังปักเสื้อคลุมตัวใหม่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเบิกบาน มู่อี้เหนียงเดินเข้ามาพร้อมถือถาดขนม เมื่อมาถึงเบื้องหน้ากู้เฉียวหลังจากย่อคารวะก็เอ่ยขึ้น “ฮูหยินข้าทำขนมกลีบบุปผากุหลาบ ท่านลองชิมดูว่าถูกปากหรือไม่” “ลำบากเจ้าแล้ว” “ได้รับใช้ฮูหยิน ผู้น้อยยินดียิ่งนัก” กู้เฉียวจิงยกขนมขึ้นมากินรสกลมกล่อม ละมุนลิ้น “อร่อยมาก มู่อี้เหนียงนับว่ามีฝีมือไม่น้อย”เห็นกู้เฉียวจิงชื่นชอบ ใบหน้ามู่เซียงก็เบ่งบานงดงาม ตอบ “เป็นเพราะฮูหยินเมตตาหาคนมาอบรมสั่งสอน ทำให้บ่าวได้มีโอกาสได้ฝึกฝนเพิ่ม” อี้เหนียงสี่ถือพิณเข้ามา พร้อมพูดขึ้น “ฮูหยินให้บ่าวได้แสดงฝีมือบ้างนะเจ้าคะ” กู้เฉียวจิงพยักหน้า “เอาสิ ข้าอยากจะฟังอยู่พอดี”เสียงดีดพิณของอี้เหนียงสี่ดังกังวานไพเราะรื่นหู่ดั่งธารน้ำใส กู้เฉียวจิงหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ขณะนั้นซูซูก็มากระซิบข้างบางอย่าง หญิงสาวถอนใจลมหายใจหนักหน่วง
ตอนที่ 46 แผน A B เสิ่นฮูหยินได้ยินข่าวจากเรืองหยกจันทรา นางตกตะลึงจนกระทั่งมือกระตุก น้ำชาเกือบจะกระฉอกใส่ชุดตนเอง นางเอ่ยถามลัวมามาด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย “แล้ว...ท่านโหวได้กล่าวอะไรอีกหรือไม่” “...เปล่าเจ้าค่ะ...หลังจากนั้นท่านโหวก็กลับไปยังห้องอักษร” เสิ่นฮูหยินรู้สึกร้อนรน แม้นางจะไม่ได้เป็นคนอนุญาตให้คนเหล่านั้นอยู่ภายในจวนต่อ ทว่าการที่ไม่แจ้งเนื้อความในจดหมายต่อเกาเหยาชุน จะปัดความรับผิดชอบก็ไม่หมดจด นางสูดหายใจเข้าลึก ๆ พลางครุ่นคิด มิใช่ความผิดของนางเสียทีเดียว แล้วพูดขึ้น “ข้าไม่สบาย ช่วงนี้ปิดเรือนงดรับแขก” ยามเช้าตะวันทอแสงอบอุ่น เกาเหยาชุนยืนอยู่หน้าเรือนหลัก กำมือแน่นกลั้นใจเอ่ย “ในเมื่อท่านแม่ไม่สบาย ข้าก็มิกล้ารบกวน...ท่านแม่โปรดดูแลสุขภาพด้วย” จากนั้นนางก็หันหลังกลับเรือนภายในใจเต็มไปด้วยความเคียดแค้นปะปนกับความเศร้าโศก นางแค่อยากจะอธิบาย คนเหล่านั้นนางตั้งใจจะเอาเพื่อจับตาดูกู้เฉียวจิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาให้เป็นสายลับสอดแนม สิ่งที่พวกนั้นทำนางไม่รู้เรื่องสักนิด แต่เหมือนจะไม
ตอนที่ 47 ยังคงเหมือนเดิม บริเวณห้องโถงม่านไป๋อิงประครองฮูหยินผู้เฒ่าออกมารับจางกงกงขันทีในวังที่รับหน้าที่มามอบของพระราชทาน “ลำบากกงกงแล้ว...” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม “มิกล้า มิกล้า ล้วนเป็นหน้าที่ของข้า..” ในขณะที่พวกเขาพากันกล่าวถ้อยคำเกรงอกเกรงใจสักพักจางกงกงก็ขอตัวกลับ เสิ่นฮูหยินผู้ที่ป่วยปิดเรือนงดรับแขก ก็ปรากฏกายมา นางเอ่ยพูดกระอักกระอ่วน “ข้ารู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว...ได้ยินว่าท่านแม่ออกมารับแขกด้วยตนเองก็ไม่ชักช้ารีบแต่งตัวออกมาทันที” “อย่างงั้นรึ...” ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจแรงก่อนจะหันไปหาม่านไป๋อิงแล้วพูดขึ้น “ช่วยพาข้ากลับเรือน” เห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่าไม่อยู่ต่อ เสิ่นฮูหยินก็คลี่ยิ้มรีบพูด “ข้าจะไปส่งท่านแม่เอง ไป๋อิงเจ้าช่วยพ่อบ้านตรวจเช็คนับจำนวนข้าวของ” ฮูหยินผู้เฒ่ารีบบอกปัด “ไม่ต้อง...ไป๋อิงยังเด็กเจ้าช่วยพ่อบ้านดูสิ่งไหนล้ำค่าก็เก็บไว้ให้ดี สิ่งไหนควรแจกจ่ายความมงคลก็ควรแจกจ่ายอย่างพวกเครื่องประดับผ้าแพรเหล่านั้น” ดวงตาของเสิ่นฮูหยินเป็นประกายระยิบระยับน
ตอนที่ 48 เสิ่นซูเวย กู้เฉียวจิงรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งตัว นางคิดว่าจะคลอดแล้วเสียงอีกกลับได้ยินเสียงหมอตำแยบอก “ฮูหยินตอนนี้เด็กกลับหัวแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาคลอด ฮูหยินอย่างพึ่งเบ่งเด็ดขาด รอฟังบ่าวบอกนะเจ้าค่ะ ตอนนี้ท่านพยายามหลับตานอนพักผ่อนออมแรงให้มากที่สุดนะเจ้าคะ” กู้เฉียวจิงสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ แล้วถาม “แล้วคาดว่าจะคลอดเมื่อไร” “ไม่น่าจะเกินเย็นพรุ่งนี้เจ้าค่ะ...” คำตอบทำให้กู้เฉียวจิงแทบจะเป็นลมจับ พลันความทรงจำหนึ่งก็ผุดขึ้น นางรีบเปิดเข้าไปดูตู้ยา ไม่มี ไม่มียาเร่งคลอด ยาเร่งคลอดมิใช่ยาสามัญประจำบ้านหรือมิน่า...ตอนนั้นนางเคยตั้งคำถามเหตุใด หมอถึงได้ฉีดยาเร่งคลอด รอสักหน่อยไม่ได้หรือไร เพราะช่วงเวลาหน่วงมันยาวนานอย่างนี้เอง แม้จะยากทำใจหลับตานอนลงได้ ทว่ากู้เฉียวจิงก็เชื่อหมอตำแยพยายามข่มตานอน ในใจก็รำพึงการเจ็บท้องเตรียมคลอดนี้ไม่ต่างจากการฝึกฝนเป็นนักฆ่าของนาง มิแปลกที่มารดาทุกคนล้วนแต่แข็งแกร่ง กำลังเคลิ้มหลับก็ได้ยินเสียงของกู้ซวิน “ท่านแม่ ดูแลสุ
ตอนที่ 59 เรื่องราวสามปีที่ผ่านมา รถม้าจวนหงอี้กงเคลื่อนผ่านพร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบา “นี่...รู้ไหมฮูหยินหงอี้กง จัดหาอนุให้กับท่านหงอี้กงอีกแล้วนะ ...ได้ยินว่าเป็นเด็กสาววัยแรกแย้มงดงามที่สุดที่หอซิงเซียงอุตสาหามาได้ แต่จวนหงอี้กงก็ยังมาแย่งคนไป” “จริงหรือ” น้ำเสียงที่เอ่ยถามดูตื่นเต้นประหลาดที่สุด ทำให้คนเล่ายิ่งรู้สึกสนุกอยากเล่าต่อ “แน่นอน...ข้าได้เห็นกลับตา ว่าไปแล้วก็อิจฉาหงอี้กงยิ่งนัก ได้ฮูหยินที่ใจกว้างดั่งมหาสมุทรเช่นนี้ หากเป็นข้าก็อยากจะกลับเรือนทุกวัน” “คริ คริ” เสียงสตรีผู้หนึ่งหัวเราะขบขันพลางกล่าว “ท่านมีเงินเลี้ยงพวกนางหรือข้าได้ยินว่า ฮูหยินหงอี้กงใช้เงินเดือนละหลายหมื่นตำลึงหมดไปกับอาภรณ์เครื่องประดับของเหล่าอนุเชียวนะ” บุรุษผู้นั้นรู้สึกละอาย ตอนนี้แค่นี้ภรรยากับบุตรสองคนก็แสนอัตคัดจะมีปัญญาที่ไหนไปเลี้ยงอนุเพิ่มบุรุษผู้หนึ่ง หมุนจอกชาในมือไปมาคิดไปแล้วก็แปลกใจดูเหมือนว่า อยู่ ๆ เขาก็ตัดใจจากกู้เฉียวจิงได้ ส่วนฮูหยินอันดับหนึ่งที่ทุกคนให้ตำแหน่งมา “ฮื้อ ฮื้อ ท่านไปไหนมา
ตอนที่ 58 ฮูหยินกู้..ถามข่าวท่านทุกวัน ซูซูมอง เด็กสาวประครองหีบขึ้นมา เมื่อเปิดดูข้างในก็เจอตั๋วเงินหลายแผ่นพร้อมเครื่องประตับจำนวนหนึ่ง ดวงตาโตของเด็กสาวเจิดจ้าใต้แสงดาว ได้ยินเสียงนางพึมพำ“เงินของข้า เงินของข้า”นางประคองหีบออกมาอย่างประคบประหงม ลุกขึ้นปัดฝุ่นเล็กน้อยแล้วหันมากล่าว “ซูซู ขอบคุณท่านมากนะที่เฝ้าให้ข้า ข้าไปล่ะ”ในขณะที่กำลังจะทะยานออกไป ซูซูก็เอ่ย“คุณหนูช้าก่อน” จากนั้นก็ไปขวางหน้าเด็กสาว เห็นสีหน้าที่ดูแตกตื่นแววตาสังหารประกายวาบขึ้น นางก็รีบอธิบาย “ป่ะ...เปล่า ข้ามิได้ห้ามที่ท่านจะนำหีบไป เพียงแต่ฮูหยินสั่งเอาไว้ หากท่านมาก็ให้เชิญท่านไปพบ”เด็กสาวพยักหน้าเข้าใจยิ้มตอบ “ฝากบอกนางว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี เอาไว้ทุกอย่างลงตัวแล้วข้าจะไป”หวังเว่ยซินกำลังจะก้าวเท้าออกไปก็ถูกซูซูขวางอีกรอบ “คุณหนูจะบอกข้าได้หรือไม่...ว่าท่านพักอยู่ที่ใด เผื่อหากว่าฮูหยินถามข้าจะได้มีข้อมูล...ฮูหยินถามข่าวท่านทุกวันเลยนะเจ้าคะ สีหน้านางดูเป็นกังวลและห่วงใยท่านมาก” แววตาของหวังเว่ยซินมีประกายอบอุ่นขึ้นมา นางคลี่ยิ้มตอบ “ข้าถูกนำมาขายที่หอซิงเซียง ตอนนี้ให้ข้าไปไถ
ตอนที่ 57 หวังเว่ยซิน..ได้ตามที่ขอในถนนเส้นหนึ่งในอำเภอเล็ก ๆ มีรถม้าคันนี้กำลังเดินทางเข้าสู่เมืองหลวง ภายในรถม้ามีเด็กสาววัยแรกแย้มอยู่ประมาณห้าหกคน ทุกคนล้วนมีผิวพรรณละเอียดใบหน้าหมดจด เค้าโครงรูปหน้าชัดโตขึ้นย่อมเป็นหญิงงามอย่างไม่ต้องสงสัย“ฮื้อ ฮื้อ...ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าครอบครัวข้าจะขายข้า” เสียงเด็กสาวร้องไห้สะอื้นจนตัวโยก บางคนร้องจนหมดแรงหลับไป กู้เฉียวจิงตอนนี้อยู่ในร่างของ หวังเว่ยซิน หนึ่งในสาวงามที่ถูกครอบครัวขายมา เด็กสาวตรอมใจตายยกร่างให้กู้เฉียวจิง อย่างไม่อาลัยอาวรณ์พร้อมขอไปเกิดใหม่ทันทีนางนิ่งเงียบสนิทพยายามทบทวนเรื่องราวของตนเองจากความทรงจำเจ้าของร่างพร้อมกับตรวจสอบพรว่าได้ครบหรือไม่ ในข้อที่หนึ่งขอไปเกิดใหม่พร้อมความทรงจำและวรยุทธ์ ข้อนี้ผ่านไม่มีข้อผิดพลาดถูกต้องตามเจตนา ข้อสอง เกิดในครอบครัวที่นางสามารถเลือกใช้ชีวิตด้วยตนเองได้ทันที นับว่าใช่ ตอนนี้นางมีมารดาและน้องชายแต่นางถูกขายออกมาโดยผู้ที่ได้ว่าเป็นย่าแท้ ๆ อำมหิตสุด ๆ แต่ก็ยังถูกต้องตามที่ขอ หวังเว่ยซินยิ้มแห้ง ๆ ส่วนข้อสาม คงต้องรอสักระยะ ได้ยินคนขับรถม้า
ตอนที่ 56 พรหนึ่งข้อกับตัวละครลับ ในที่สุดกู้เฉียวจิงก็ทนความง่วงไม่ไหว คล้อยหลับไปในตอนดึก ค่ำคืนในฤดูหนาวสายลมพัดเย็นยะเยือก ในห้วงคลับคล้ายเหมือนฝัน นางได้พบกับคนผู้หนึ่งยืนอยู่กลางหิมะ ใบหน้าเหมือนกับนางในตอนนี้ไม่ผิดเพี้ยน “เจ้าคือ กู้เฉียวจิงคนนั้น?” หญิงสาวคนนั้นยิ้มละมุนตอบ “ใช่ข้าเอง...ข้ามาขอบคุณท่าน หากไม่มีท่านทุกอย่างคงไม่ลงเอ่ยเช่นนี้...ข้าซึ้งใจท่านนัก” กล่าวตามจริง กู้เฉียวจิงก็รู้สึกว่าตนเองไม่ได้ทำอันใดมากนัก แค่ทำตามคำสั่งและระงับอารมณ์ให้มากเท่านั้นเอง จึงกล่าว “ข้าทำตามภารกิจ...เจ้ามิต้องขอบคุณ” นางส่ายหน้า “ถึงอย่างไรก็ต้องขอบคุณ” กู้เฉียวจิงมองคนเบื้องหน้าอย่างครุ่นคิดแววตาฉายความสงสัย “ท่านไปอยู่ที่ไหนมาเหตุใดพึ่งปรากฏกาย” “ข้าก็อยู่กับท่าน...หนึ่งร่างสองวิญญาณ”กู้เฉียวจิงเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ความเข้าใจหนึ่งผุดขึ้นใช่แล้ว..กู้เฉียวจิงเจ้าของร่างไม่ได้บอกว่านางตาย มิน่า ๆ หลายครั้งนางก็มีความรู้สึกลึกซึ้งกับเสิ่นเยี่ยหง คงจะเป็นความรู้สึกของสตรีคนนี้ นางเอ่ยถ
ตอนที่ 55 หลบหน้า “ซื่อจือ” กู้เฉียวจิงเอ่ยเรียกกู้ซวินด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความยินดี รอยยิ้มของเด็กชายหันมามองมารดาอบอุ่นเป็นพิเศษ ชวนให้ใบหน้าระบายด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมกับความสุขที่ล้นออกมาทั้งใจ ความสุขนี้มากเกินบรรยาย หลังจากออกกำลังไป ฝึกกระบี่ไปหลายกระบวนท่าแล้ว กู้ซวินก็มานั่งข้างมารดา รับน้ำมาดื่มพลางเอ่ยถามมารดา “ท่านแม่...ผู้ที่ตัดเส้นแขนขา จะสามารถฝึกฝนวรยุทธ์ได้อีกหรือไม่ขอรับ” กู้เฉียวจิงกระพริบตาเล็กน้อยสายตาอ่อนโยน มองบุตรชายเป็นกังวลนางก็รู้สึกใจอ่อน “ไม่ต้องห่วง...แม่มีหนทางช่วยพ่อเจ้า” ดวงตาบุตรชายเป็นประกายขึ้นมา “จริงหรือขอรับ” “แม่มิเคยโกหกเจ้า” “ป่ะ..เปล่าขอรับ ลูกแค่ตื่นเต้นเกินไป” “เอาล่ะ ไปอาบน้ำเสียก่อน...ทานอาหารให้เรียบร้อยอย่าได้ให้อาจารย์ต้องรอ” เด็กชายตอบรับทันที “ขอรับท่านแม่”ผลัดออกจากบุตรชาย กู้เฉียวจิงก็กลับไปที่เรือนไปหยอกล้อเสิ่ยซูเวยสักพักก่อนจะออกจากจวนไป โรงหมอฮุ๋ยหวง กัวเล่อเยี่ยนชำเลืองมองกู้เฉียวจิง ใบหน้าของนางคล
ตอนที่ 54 เบื้องหน้าเบื้องหลัง กู้เฉียวจิงอ่านสารจากชิงชิงด้วยความรู้สึกหลากหลายทั้งปลื้มปิติกับเด็กน้อย ทั้งโมโหที่เสิ่นเยี่ยหงเสียท่าให้ผู้อื่น ภายในใจกระวนกระวายอารมณ์ปั่นป่วนอึดอัดไม่รู้ด้วยเหตุใด แม้นางจะเข้าใจว่าเหตุใดเสิ่นเยี่ยหงต้องชิงรีบตัดเส้นเอ็นสร้างความตระหนกเพื่อเบี่ยงเบนให้อีกฝ่ายมีเวลาไตร่ตรองน้อยลง แล้วส่งมอบกู้ซวินออกมาให้เร็วที่สุด กระนั้นนางก็ยังอยากจะฟาดกระบี่ใส่อีกฝ่ายเช่นเคย นางสูดลมหายใจเข้าระงับอารมณ์ ยื่นสารไปยังตะเกียงดูมันมอดไหม้พลางเอ่ยถาม ซูซู “คาดว่าพวกเขาจะถึงเมืองหลวงเมื่อไร” “น่าจะไม่เกินสิบวันเจ้าค่ะ ทว่าท่านบัญชาการน่าจะถึงภายในห้าวันนี้” กู้เฉียวจิงผงกศีรษะ แล้วส่งสัญญาให้ซูซูออกไป ในสถานการณ์เช่นนี้ นางคาดเดาว่าตู้ยาต้องมีภารกิจ จึงเปิดขึ้นมาดู ภารกิจที่ห้า มอบยาต่อเส้นเอ็นให้เสิ่นเยี่ยหง เหอะ เหอะ คาดไม่ผิด ผลตอบแทนที่จะได้รับยังไม่ปรากฏ กู้เฉียวจิงยิ้มที่มุมปาก จะเป็นอะไรนะ สิ่งที่นางจะได้รับในครั้งนี้ เงิน อำนาจ ความสามารถ นางล้วนมีค
ตอนที่ 53 นับว่าก้าวหน้าขึ้น กู้ซวินกวัดแกร่งกระบี่ในมืออย่างรวดเร็ว หลังจากใช้กระบี่ปกป้องตนเอง พลิกพลิ้วกายฟาดฝ่ามือใส่อย่างแรง หักแขนขากลุ่มโจรเสียงร้องโหยหวนดังไม่ขาดสาย เหล่าทหารองค์รักษ์ต่างยืนตะลึงนิ่งอึ้งงันไป พลันได้สติกลับมาก็ชูกระบี่ขึ้นเตรียมกระโจนเข้าไปร่วมต่อสู้ ทว่าพวกเขา ต่างหยุดชะงัก หลังจากเห็นฝ่ามือของเสิ่นเยี่ยหงยกมือขึ้นห้าม ชายหนุ่มปรายสายตามองดูบุตรชาย ตัวเล็ก ๆ ของเขาถูกโอบล้อมด้วยจำนวนที่มากกว่ายี่สิบคน กระนั้นเด็กชายกลับดูปลอดโปร่งไร้ความกังวล แค่นี้ก็เห็นถึงความเหนือชั้น ดูรับมือได้ไม่ยาก ชายหนุ่มยกปากยิ้มเย้ยหยันในตอนนี้เขาไม่รู้ว่าตนเองควรมีสีหน้ายังไง จะปลาบปลื้มชื่นชมหรือตกตะลึงคาดไม่ถึงกันแน่ เห็นเหล่าทหารต่างหยุดชะงักมองดูตาค้าง กู้ซวินก็ตะโกนลั่นมา “พวกท่านชักช้าอันใด ไยไม่รีบตามหมอมาดูอาการท่านพ่อเดี๋ยวนี้” เสิ่นเยี่ยหงยิ้มดูแคลนตนเอง หมอทหารที่เตรียมมาเพื่อช่วยเหลือกู้ซวินกลับมาต้องรักษาตัวเขาแทน เหล่าโจรภูเขามองกู้ซวินอย่างตะลึงพรึงเพริด เด็กคนหนึ่งใบหน้าไร้เดียงสา แต่กลับแข็ง
ตอนที่ 52 ซ้อนซ้อนแผน ชิงชิงติดตามขึ้นภูเขาจนกระทั่งจุดทางลับ กลุ่มคนร้ายค่อย ๆ ทยอยหายเข้าไปให้โพร่งไม้นางกำลังจะตามเข้าไปก็ถูก หลีเซียวหยวนสะกัดเอาไว้ “ข้าจะตามเข้าไปเอง เจ้าจงไปตามคนของข้ามา” ชิงชิงพยักหน้าจากนั้นก็เร้นกายออกไปภายในโพร่งมืดสนิท มีเพียงแสงจากโคมไฟเล็ก ๆ ที่นำทางด้านหน้า ส่วนคนที่อยู่ข้างหลัง แม้กระทั่งมือตนเองก็มองไม่เห็น กู้ซวินถูกคนร้ายคนหนึ่งแบกอยู่ช่วงกลางขบวน เด็กชายถูกจี้สะกัดจุดนิทราแต่เขาคลายจุดด้วยตนเองไปแล้ว จึงรับรู้ของการติดตามมาของอาจารย์กู้ซวินลอบฟังเสียงลมหายใจของแต่ละคน หนึ่งหรือสองคนในนี้มียอดฝีมืออยู่ เด็กชายจึงหลับแสร้งหลับต่อไป พวกมันพาเด็กชายไปขังไว้ในห้องหนึ่ง “ต้องมัดมือมัดเท้าหรือไม่”“เด็กตัวแค่นี้ไม่ต้องหรอก ให้มันได้นอนหลับสบายสุดท้ายในชีวิต” จากนั้นพวกมันก็ออกไปเฝ้าหน้าห้อง กู้ซวินจึงลุกขึ้นนั่งดูสำรวจรอบกาย หลีเซียวหยวนรอจังหวะแล้วลอบเข้าไป เอ่ยถามเสียงเบา “หวาดกลัวหรือไม่”เด็กชายส่ายหน้า “ไม่กลัวขอรับ ยิ่งรู้ว่าอาจารย์ติดตามมายิ่งไม่มีสิ่งใดให้กลัว”หลีเซียวหยวนนั่งล
ตอนที่ 51 งานเลี้ยงต้อนรับ ตลอดการเดินทางของเสิ่นเยี่ยหงต้องผ่านหลากหลายหมู่บ้านหลากหลายอำเภอ ชายหนุ่มไม่เพียงไม่ปกปิดฐานะยังเข้าร่วมงานเลี้ยงที่เหล่าขุนนางท้องถิ่นจัดเตรียมไว้ให้อย่างสำราญ “ฮ่า ฮ่า ชายแดนบูรพาได้แม่ทัพกลับมาดูแลย่อมสงบไปหลายอีกปีอย่างแน่นอนขอรับ” นายอำเภอแห่งหนึ่งกล่าวยกย่ออย่างไม่ขัดเขิน “มิกล้า มิกล้า ท่านกล่าวหนักเกินไปแล้ว” จากนั้นนายอำเภอก็ชำเลืองมองไปยังเกาเหยาชุนที่ยังนั่งเด่นสง่าร่วมงานเลี้ยงไม่มีท่าทีว่าจะกลับ เขาปรายส่งสายตาให้คนตนเอง เสิ่นเยี่ยหงชำเลืองมองเห็นก็หันไปกล่าว “ฮูหยินเดินมาเหน็ดเหนื่อย...เจ้าไปพักเสียเถอะ...” ชาในมือของเกาเหยาชุนชะงักเพียงเล็กน้อย แววตาฉายความกรุ่นโกรธผุดขึ้นมาเพียงแวบหนึ่งก็หายไป นางก้มหน้าพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เจ้าค่ะ...วันนี้เหนื่อยล้าไม่น้อย เช่นนั้นข้าต้องเสียมารยาทกับใต้เท้าทุกท่านด้วยนะเจ้าคะ” ในเมื่อเกาเหยาชุนลุก ฮูหยินใต้เท้าผู้อื่นก็ต่างลุกขอตัวพอสตรีออกไปหมดแล้วนายอำเภอก็ส่งสัญญาณ เสียงดนตรีบรรเลงก็ดังขึ้นพร้อมนางรำที