แชร์

บทที่ 1740

ผู้เขียน: จุ้ยหลิงซู
เซียวหลันยวนให้ชิงอีไปเตรียมตัว ครั้งนี้เขาจะนำองครักษ์เงามังกรออกเดินทาง

นอกจากองครักษ์เงามังกร ยังมีองครักษ์จวนอ๋องเจวี้ยนอีกยี่สิบคน

"ไปค่ายคุ้มกันฝั่งตะวันออกทางนั้นส่งคำสั่งด่วนข้าไป ให้เหยียนฟางนำทหารมาห้าร้อยนาย ตรงไปที่เมืองเจ้อให้เร็วที่สุด"

เซียวหลันยวนเขียนจดหมายส่งให้องครักษ์ลับ

นี่เป็นเหตุผลที่องค์จักรพรรดิหวาดกลัวเขา ผู้ควบคุมองครักษ์เงามังกร แล้วยังมีคุณสมบัติสั่งการทหารห้าร้อยนายเพื่อใช้งานได้ด้วย

ในช่วงเวลาคับขัน ทหารห้าร้อยนายสามารถสร้างเป็นกำลังสำคัญได้

"ท่านอ๋อง ท่านจะเคลื่อนกำลังทหารหรือ?!" ชิงอีตกตะลึง

เพราะก่อนหน้านี้ไม่ว่าตนเองจะเจอกับอันตรายใหญ่หลวงแค่ไหน มีหลายครั้งที่ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย แต่เซียวหลันยวนก็ไม่เคยเคลื่อนกำลังทหารมาก่อน!

เขาเองก็รู้ ว่านี่คือเรื่องที่ทำให้องค์จักรพรรดิหวาดกลัวมาก หากทำเรื่องนี้ออกมาจริง องค์จักรพรรดิก็จะยิ่งขัดใจกับเขามากขึ้นไปอีก

แต่ตอนนี้เพื่อพระชายา ท่านอ๋องกลับเคลื่อนกำลังทหารขึ้นเป็นครั้งแรก

"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นไปที่เมืองเจ้อแล้ว" เซียวหลันยวนน้ำเสียงเคร่งขรึม "อันเหนียนยังบอกว่า มีคนที่มีความคิดไม่ดีปะปนอยู่ในกลุ่ม
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1741

    แต่ใครก็ไม่กล้าพูดอะไรในกลุ่มหมอหลวงมีคนที่ประสบการณ์น้อยอยู่คนหนึ่ง หมอหลวงเผียว ปีนี้เพิ่งอายุสามสิบต้นๆเมื่อวานเขาหลับไม่ค่อยดี ถึงอย่างไรก็เตรียมตัวเตรียมของมาทั้งคืน ใครจะรู้ว่าเมืองเจ้อมีสถานการณ์แบบไหน? พวกเขาเองก็กลัวด้วยเหมือนกันนะดังนั้นทุกคนจึงกลับบ้านไปเก็บข้าวของส่วนตัว ใครมีรถม้าก็นั่งรถม้าของตนเองมาหมอหลวงเผียวพอปีนขึ้นรถม้าก็ทนไม่ไหวม่อยหลับไป ผลคือโดนเขย่าจนตื่นขึ้นมากลางทางพอเขาตื่นมาก็เห็นว่าตรงข้ามมีคนนั่งอยู่คนหนึ่ง ฉับพลันก้ทำเอาเขาตกใจสะดุ้งพรวดจนหัวแทบจะกระแทก"หมอหลวงเผียว ใจเย็นๆ นี่ข้าเอง" คนตรงข้ามยิ้มให้เขาใบหน้ายิ้มเจิดจ้าเหมือนแสงตะวันหยวนอี้คุณชายทูตจากแคว้นหมิ่นที่ช่วงนี้โดดเด่นมากในเมืองหลวงนั่นเองสองวันก่อนพวกเขาเคยเจอกันในงานเลี้ยงในบ้านหมอหลวงเผียวก็มีญาติที่ทำงานอยู่กับขุนนางเกษตร ดังนั้นจึงเคยพบหน้าแต่ว่า แต่ว่าเขาทำไมถึงมาอยู่บนรถม้าตนเองล่ะ?"คุณชายหย่วน ท่าน ท่านทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?"หมอหลวงเผียวรู้สึกเหมือนตนเองยังไม่ตื่นดี เขาเลิกม่านออกดู ก็เห็นว่ารถม้ากำลังเร่งเดินทาง ดูท่าจะไม่ได้หลับจนสับสนไปนี่"มานั่งตากลมหน่อยน

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1742

    เรื่องราวในที่สุดก็ดำเนินไปในทางที่ฟู่จาวหนิงกังวลเสียแล้วเพราะคนเหล่านี้ต้องการยาแรง คนที่สัมผัสมาพวกนั้นก็ลนลาน ต้องการยามาป้องกันไว้ก่อน แค่สองวันวัตถุดิบยาของพวกเขาก็หายไปราวกับน้ำหลากน่าจะเพราะความลนลานกับร่างกายที่เหนื่อยและหิวก่อนหน้านี้สะสมมาถึงจุดหนึ่ง สองวันนี้จึงมีคนล้มป่วยลงไปไม่น้อยวันนี้กระทั่งยังมีคนป่วยที่มีอาการท้องเสียอย่างรุนแรงอีกหลายคนการจัดแจงที่พักผู้ประสบภัยมีอยู่จุดหนึ่งที่จัดการได้ลำบากและยุ่งยากมาก นั่นคือสถานที่ที่ให้พวกเขาทำธุระส่วนตัวพอคนมากเข้า หลายวันก่อนตอนที่พวกของอันเหนียนออกลาดตระเวนก็พบว่ามีคนไม่น้อย ที่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ แค่หามุมเหมาะๆ ได้ก็นั่งยองลงจัดการธุระส่วนตัวต่อมาฟู่จาวหนิงบอกว่า เรื่องนี้ต้องระวังให้ดี เพราะนี่อาจจะเป็นเส้นทางในการระบาดโรคด้วยถ้าไม่ใช่ฟู่จาวหนิง ผู้บริหารท้องถิ่นโหยวกับพวกอันเหนียนก็ไม่มีใครคิดถึง ว่าสถานที่ที่คนแออัดกันอยู่มีเรื่องที่ต้องระวังมากขนาดนี้ไม่ใช่แค่รับคนเข้ามา ต้มข้าวต้มประทังชีวิตให้พวกเขาได้ก็เพียงพอเพราะว่าคนป่วยที่ท้องเสียหนักพวกนั้น ผู้ช่วยหมอเองก็รักษาไม่ได้ ฟู่จาวหนิงจึงอกจากห้องข้า

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1743

    แต่ว่า พวกเขาเหล่านี้เคยบ่นว่าลำบากมาหลายครั้ง บ่นว่าหิวมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้เคยได้ยินฟู่จาวหนิงบ่นมาก่อนอารมณ์ของนางมั่นคงมาตลอด เขียนตำรับยาแก้ตำรับยาอยู่ตลอดเวลา มีวัตถุดิบยาบางส่วนขาดไป ก็คิดหาวิธีใช้วัตถุดิบยาอื่นมาแทนที่ จัดการแก้ไขตำรับยานี่ไม่ใช่สิ่งที่แก้กันส่งเดชได้ สิ่งนี้จำเป็นต้องมีทฤษฏียาวัตถุดิบยาที่น่าตกตะลึง การจะปรับสูตรยา วัตถุดิบยาอื่นๆ ก็ต้องเข้ากันได้ด้วย เป็นเรื่องที่สิ้นเลปืองสมาธิอย่างมากแล้วก็ สองวันนี้นางยังหาเวลาออกมาฝังเข็มให้คนป่วยอื่นๆ อีกในหัวนางจดจำสภาพโรคกับลักษณะพิเศษของผู้ป่วยแทบทั้งหมดไว้แล้ว แค่พูดออกมาก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นคนทั้งหมดที่นี่รู้สึกนับถือนางแทบศิโรราบลงพื้นผู้ประสบภัยสิบกว่าคนอย่างกลุ่มอาเหอเองก็ด้วยหลายวันนี้ ครอบครัวพวกเขาก็ออกมาช่วยเหลือแล้วเด็กน้อยที่ยังเล็กอย่างเสี่ยวยา ก็มีภรรยาของอาเหอคอยช่วยดูแลความเร็วในการฟื้นฟูของเสี่ยวเฟิงเร็วมาก ตอนนี้ก็มาทำสิ่งต่างๆ ที่ตนเองทำได้ในแต่ละวันแล้ว อย่างเช่นมีคนป่วยหนักบางคนต้องการพักที่นี่ เขาก็จะช่วยจด เวลาต้องเปลี่ยนยา เวลาต้องกินยา บางครั้งที่ผู้ช่วยหมอทั้งสามคนกับเสี่ยวเ

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1744

    ผู้ประสบภัยที่สัมผัสใกล้ชิดหลายคนนั้น ติดโรคกันจริงๆ ด้วยพวกเขาเองก็โชคไม่ดี ตอนนั้นก็นอนกันไม่หลับ เลยมารวมตัวกันพูดคุยสัพเพเหระ ทุกคนได้เล่าเรื่องสนุกๆ กันออกมา รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ทำให้พวกเขาลืมความเหนื่อยยากวิตกกังวลในปัจจุบันไปได้ชั่วคราวผลคือพอคุยถึงเรื่องสนุก ก็หัวเราะร่ากัน น้ำลายแตกฟองตอนนั้นเสียงก็ดังมาก ดึงดูดคนรอบๆ เข้ามาร่วมวงด้วย คุยสัพเพเหระไปกับพวกเขาคืนนั้นสนุกสนานเฮฮา แต่ตอนนี้ต้องมาอกสั่นขวัญหาย"หมอฟู่เองก็เคยบอกพวกเขาแล้ว ว่าหลายวันนี้ให้พยายามอย่ารวมกลุ่มกันพูดคุย ห่างกันได้มากหน่อยก็ให้ห่าง แล้วทำไมยังมาทำเรื่องแบบนี้กันอีก?"ผู้ช่วยหมอคนหนึ่งโกรธมากหลังจากได้ยินสาเหตุที่คนมากขนาดนี้ติดโรค คนของที่นี่ก็โกรธกันขึ้นมาจริงๆวันที่สองที่ป้าหนิวเข้ามาที่นี่ ฟู่จาวหนิงก็ให้คนออกไปเตือนผู้ประสบภัยแล้ว เรื่องที่ต้องระมัดระวัง แจ้งเตือนพวกเขาไปทั้งหมดแต่ตอนนี้ดูท่า ยังมีคนมากมายที่ไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ"ห้องข้างฝั่งตะวันตกทางนั้นยังรับคนได้อีกไหม?"อันเหนียนตามเข้ามา แม้จะเป็นช่วงเดือนสองแล้ว แต่เขาก็ยังมีเหงื่อเต็มหน้าผากวิ่งไปวิ่งมาตลอด ทั้งเร่งท

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1745

    โชคขององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตั้งแต่เด็กจนโตนั้นลือกันมาอยู่ไม่น้อย ปีที่แล้วหลังจากกลับเมืองหลวงมาจากสุสานจักรพรรดิ นางก็มีเรื่องราวอีกไม่น้อยที่ทำให้คนรู้สึกว่าโชคดี และมีฟ้ามาคุ้มครองแล้วทำไมตอนนี้ถึงได้ซวยแบบนี้?ฟู่จิ้นเชินเองก็ยังรู้สึกแปลกประหลาด เพราะตอนอยู่ที่ต้าชื่อเขาเคยได้ยินมาแล้ว ว่าองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมีโชคดีมาโดยตลอด"ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้นางยังป่วยหนักมาก หลายวันแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น" ฟู่จิ้นเชินขมวดคิ้วเขาตอนนี้กังวลหน่อยๆ กลัวว่าถ้าองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมาเกิดเรื่องอะไรที่นี่เข้า ฝ่าบาทต้าชื่อถึงตอนนั้นจะเอาความผิดมายัดไว้บนหัวฟู่จาวหนิงจะคิดไหมว่านางไม่ยอมรักษาองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นดีดี?และอาจจะคิดไปในทางลบ รู้สึกว่าองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นถูกคนที่นี่ทำร้ายจนตายหรือเปล่า?สิ่งที่ฟู่จิ้นเชินไม่รู้ก็คือ ตอนนี้ในห้องข้างฝั่งตะวันตก เฉินเซ๊ยงก็ทะเลาะกับฟู่จาวหนิงขึ้นมาแล้วเพราะวันนี้องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นไอจนพูดออกมาไม่ได้เลยสักคำคนที่เคยไออย่างรุนแรงจะเข้าใจ ว่าการไอต่อเนื่องไม่หยุดนี้มันทรมานมากองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นถูกทรมานจนไอไปด้วยร้องไห้ไปด้วย ดวงตาเองก็แดงก่ำ และเพราะไอมา

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1746

    ฟู่จาวหนิงยังคิดจะอธิบย ต่อให้เป็นเชื้อร้ายแบบเดียวกัน บนคนป่วยที่ไม่เหมือนกันก็ยังมีระดับปฏิกิริยาที่แตกต่างกัน นี่ต้องดูภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย...แต่คำพูดของนางยังไม่ทันพูดจบ เฉินเซียงก็โมโหจนตัดบทนาง"ข้าได้ยินมาแค่ว่า คนที่สุขภาพยิ่งดี ก็จะยิ่งหายป่วยง่าย องค์หญิงใหญ๋ของเราเป็นหญิงสาวชั้นสูง ร่างกายต้องดีกว่าประชาชนทั่วไปอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่นั้นองค์หญิงใหญ่ของพวกเราก็ไม่ได้ท้องหิวอีกด้วย แต่นาง!"เฉินเซียงชี้ไปทางป้าหนิว "ข้าได้ยินว่า ระหว่างทางที่นางมาเมืองเจ้อก็ทนหิวมาตลอดทาง สุขภาพนางต้องแย่กว่าพวกเรามาก ดังนั้น เพราะอะไรนางถึงหายได้ไวกว่าพวกเรากัน?!"ความเร็วในการดีขึ้นของอาการเกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย นี่ก็เป็นคำพูดที่ฟู่จาวหนิงเคยพูดไว้ฟู่จาวหนิงคิดในใจ ป้าหนิวต้องหายไวอยู่แล้ว นางได้รับการฉีดยาให้ยานะ แล้วยังใช้ยาที่ค้นคว้ามาแล้วด้วยยิ่งไปกว่านั้น ร่างกายป้าหนิวเดิมทีก็มีภูมิคุ้มกันกับโรคนี้มาระดับหนึ่งแล้ว ครอบครัวหกคน คนอื่นทนไม่ไหวตายกันไปก่อน เหลือแค่ป้าหนิว ร่างกายของนางต่อต้านกับไวรัสชนิดนี้แล้วแต่พวกองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น แค่ยาก็ยังจะต้มกินเ

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1747

    ฟู่จาวหนิงหลายวันนี้ก็วุ่นจนแทบบ้า เป็นไปไม่ได้ที่ทุกวันจะคอยมาจับตาดูองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น ดังนั้นนางจึงไม่รู้ว่านางยังไปสระหัวด้วยในยุคปัจจุบันการเป็นหวัดเป็นไข้แล้วสระหัวล้างตัวมันทำได้ ผมทุกคนไม่ได้ยาวมาก มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ห้องอาบน้ำก็ยังอุ่น สระเสร็จก็เป่าให้แห้งได้ทันทีแต่ที่นี่ สภาพแวดล้อมกับปัจจัยมันแตกต่างกันนะ!ในห้องแค่จุดถ่านไว้ อันที่จริงก็ยังไม่อุ่นพอเลย เพราะถ่านของพวกเขาไม่พอ!แล้วก็ ผมพวกนางก็ยาวมาก ผมยาวดกหนา พอไม่มีเครื่องเป่าผม สระครั้งหนึ่ง ต้องใช้ผ้าเช็ดกันอยู่กนาน แล้วยังต้องรอให้แห้งอีกบางครั้งเวลาที่ใช้ก็ต้องมากถึงสองชั่วยามป่วยขนาดนี้แล้วแท้ๆ...ฟู่จาวหนิงเกือบจะโมโหจนหัวเราะออกมา"ข้าไม่สนที่พวกเจ้าจะสระผม เพราะร่างกายเป็นของพวกเจ้าเอง คำพูดดีดีมันโน้มน้าวพวกผีสมควรตายลำบาก" นางหัวเราะเย็นชา"แต่ว่า รู้ไหมว่าตอนนี้พวกเจ้าอยู่ที่ไหน? อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน? ที่นี่มันเมืองเจ้อ คนทั้งหมดวุ่นกันจนไม่มีเวลานอน ที่นี่ไม่มีคนใช้มาคอยปรนนิบัติพวกเจ้า ทุกวันเพื่อต้มน้ำให้เพียงพอกับทุกคน องครักษ์ของพวกเราต้องไปผ่าฟืนยกน้ำมากันอย่างสุดกำลัง เรื่องนี้พวกเจ

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1748

    "ป้าหนิว ท่านพาคนป่วยที่อาการเบาลงแล้วพวกนั้นย้ายมาที่ห้องนี้ แล้วให้คนป่วยใหม่เข้ามา"ฟู่จาวหนิงชี้ไปที่ห้องที่นางพักอยู่ข้างๆ นี้ ตอนนี้มีแค่ห้องนี้แล้วที่ยังว่าง"อะไรนะ? ท่านจะให้พวกเขาเข้ามาอีกหรือ? แค่กๆๆ ไม่ได้นะ..."เฉินเซียงพอได้ยิน ก็คัดค้านทันที"ก่อนหน้านี้คุยกันไว้ดีแล้ว ว่าจะไม่ให้คนพวกนี้เข้ามา ตอนนี้ทำไมถึงกลับคำ...""ใครคุยไว้ดีแล้วกับเจ้ากัน?" ฟู่จาวหนิงเอ่ยเสียงเย็นชาขึ้นมา ไม่สนใจนางคนป่วยห้าคนนั้นถูกส่งตัวเข้ามา ฟู่จาวหนิงวุ่นอยู่กับการจัดพวกเขา แล้วต้องไปรักษาพวกเขาอีกฟู่จิ้นเชินเองก็รีบเข้ามาช่วยเฉินเซียงโมโหจนทนไม่ไหว ปิดประตูดังปัง เข้าไปฟ้องกับองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น"องค์หญิงใหญ่ ฟู่จาวหนิงน่ารังเกียจนัก นางไม่ญาติดีกับท่านจริงๆ! ตามหลักการแล้ว ก่อนหน้านี้ท่านก็แค่คิดจะเป็นพระชายาอ๋องเจวี้ยนที่ทัดเทียมกับนางแค่นนั้นเอง ไม่ได้คิดจะให้นางออกจากตำแหน่งเสียหน่ยอ ท่านเป็นถึงองคืหญิงใหญ่ก็ถือว่าลดตัวลงมาแล้ว แต่นางกลับทำตัวหยิ่งยโส?"ความอ่อนโยนขององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเกือบจะถูกทำลายลงเพราะอาการป่วยนี่แล้วนางนอนอยู่บนเตียง ไอจนแทบไม่อาลัยอาวรณ์ในชีวิตอีก

บทล่าสุด

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1864

    อันเหนียนเองก็โกรธจนเส้นเลือดแทบจะแตกเขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าองค์จักรพรรดิจะทำแบบนี้!เมืองเจ้อใหญ่ขนาดนี้ คิดจะทอดทิ้งก็ทิ้งเลยรึ!"รีบประคองข้าไปที่หอเมือง" อันเหนียนเองก็ตามไปด้วย เขาจะอยู่แต่ในนี้ไม่ได้เซียวหลันยวนมาถึงบนหอเมืองแล้ว ผู้บริหารท้องถิ่นโหยวรีบเข้ามารับ "ท่านอ๋อง!""สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?""ทหารห้าพันนาย! พวกเขาเข็นปืนใหญ่มาด้วย!" ผู้บริหารท้องถิ่นโหยวโกรธจัดจริงๆเมืองเจ้อส่งส่วยให้ทุกปีไม่เคยขาด ส่งเข้าคลังหลวงตรงเวลามาตลอด ตำแหน่งภูมิศาสตร์นี้ ก็ถือได้ว่าคอยคุ้มกันแทนเมืองหลวงอยู่ ส่งเส้นเลือดชีพจรเข้าไปให้ องค์จักรพรรดิต่อให้ใช้หัวเข่ามาคิด ก็จะทิ้งเมืองเจ้อไม่ได้!ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น?เซียวหลันยวนยืนอยู่บนกำแพงเมืองลมพัดหวิว เขามองฝั่งตรงข้ามใต้กำแพงเมือง แม่ทัพที่นั่งอยู่บนหลังม้าอย่างองอาจ"โจวติ้งเจิน"โจวติ้งเจิน เป็นแม่ทัพที่ดุดันคนหนึ่ง แล้วยังเป็นพวกค่อนข้างป่าเถื่อน มนุษยสัมพันธ์ในราชสำนักแย่มาก แต่เพราะเขาจงรักภักดีสุดๆ กับองค์จักรพรรดิ องค์จักรพรรดิมีเจตนาไหน ไม่ว่าจะไร้เหตุผลเพียงใด โจวติ้งเจินก็สามารถทำตามราชโองการได้อย่างเคร่งครัดตรงไ

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1863

    หยวนอี้ท้ายสุดก็ยังบาดเจ็บตามไปด้วย ที่เอวถูกอาวุธลับยิงเข้ามา เกือบจะเอาตัวไม่รอดหลังจากกลับถึงเมืองหลวง ทั้งสองคนก็สลบไปและในช่วงสิบวันนี้ คนป่วยในเมืองเจ้อก็เพิ่มมากขึ้นมหาศาล ตายไปอีกชุดใหญ่ในช่วงที่ตึงเครียดที่สุด ยาของฟู่จาวหนิงในที่สุดก็สกัดออกมา ผ่านการใช้ยาไปหลายวัน ก็หยุดยั้งการคุมไม่อยู่ของโรคไว้ได้คนที่ป่วยตายเกือบร้อยคน แต่ว่า ท้ายสุดโรคก็ถูกควบคุมไว้ได้แล้วคนทั้งหมดล้วนถอนใจยาวโล่งอกแต่ตอนนี้เอง คำสั่งลับขององค์จักรพรรดิก็ส่งมาถึงเมืองเจ้อและที่มาด้วยกันยังมีทหารชั้นดีอีกห้าพันนายคืนนี้ ทหารชั้นดีล้อมเมืองเอาไว้ ในมือมีคบเพลิง ยังมีคนง้างธนูเพลิงเล็งมาที่เมืองเจ้อด้วยแสงไฟนอกเมืองเหล่านี้ แน่นอนว่าถูกเหล่าทหารคุ้มครองเมืองพบเข้าพวกเขารีบมารายงานผู้บริหารท้องถิ่นโหยวอย่างเร่งด่วนผู้บริหารท้องถิ่นโหยวพอได้ยิน เส้นที่ตึงในใจมาหลายวันนี้ก็แทบจะขาดออกจากกัน"มาแล้ว มาจริงๆ แล้ว!"องค์จักรพรรดิคิดจะทิ้งเมืองเจ้อจริงๆ! แล้วนี่จะทำอย่างไรกัน?จะเผาเมืองไหม?"รีบไปเชิญอ๋องเจวี้ยนมา!"ผู้บริหารท้องถิ่นโหยวเอ่ยขึ้น ส่วนตนเองก็รีบพุ่งไปที่หอเมืองยืนบนหอเม

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1862

    ตอนที่รถม้าออกจากเมืองเจ้อได้ครึ่งชั่วยาม ฟู่จาวหนิงเพิ่งวุ่นไปได้ช่วงหนึ่ง จากนั้นจึงเพิ่งพบว่าองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นกับเฉินเซียงหายไปนางไปหาเซียวหลันยวน เซียวหลันยวนกลับไม่รู้สึกเกินคาด"ข้าหลับตาข้างหนึ่งปล่อยพวกนางออกไป"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นคิดว่าจะหลบองครักษ์ของเขาพ้น"ทำไมล่ะ?"ฟู่จาวหนิงไม่ค่อยเข้าใจทำไมถึงอยากจะปล่อยองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นหนีไป?"ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าอาการของนางดีขึ้นมากแล้ว""ท่านให้ข้าให้ยานางดีดีในช่วงสุดท้ายนี้"ดังนั้น นางจึงฉีดยาพิเศษให้กับองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น อาการป่วยองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้วจริงๆ โอกาสจะระบาดน้อยมากแล้วนางยังคิดว่าเซียวหลันยวนรู้สึกว่าองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นจะมาตายที่นี่ไม่ได้เสียอีก ดังนั้นจึงพยายามรักษานางอย่างเต็มที่ แต่ตอนนี้ดูท่า เขาจะรู้อยู่แล้วว่านางจะออกไป แล้วยังปล่อยให้นางออกไปด้วย?"องครักษ์ลับของฝ่าบาทต้าชื่อมาถึงแล้ว ข้าไม่อยากให้พวกเขาลอบเข้ามาในเมืองเจ้อ ดังนั้นจึงพยายามส่งคนออกไป"เซียวหลันยวนไม่ใช่คนที่ใจดีนัก "หลังจากออกไป จะหนีการจับกุมฝ่าบาทต้าชื่อได้หรือเปล่า ก็ต้องดูโชคของนางแล้ว แล้วก็..."เซียว

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1861

    "แคว้นหมิ่นในเมื่อรู้ข่าวแล้วจะช้าเร็วก็คงส่งมาถึงต้าชื่อกับแคว้นเจา ก็สู้ส่งพวกเราออกมาเจรจาร่วมมือก่อนไปเลยดีกว่า"เซียวหลันยวนถามเสียงเรียบ "ดังนั้นพวกเจ้าจึงมาเจรจาร่วมมือ? ร่วมมือว่าจะแบ่งสันปันส่วนตงฉิงกันอย่างไรน่ะหรือ?""ถูกต้อง พวกเราเลือกแคว้นเจาก่อน เป็นการพิจารณาทุกด้าน เพราะแคว้นเจาอยู่ใกล้ตงฉิงหน่อย แคว้นเจายังมีตัวตนอย่างอ๋องเจวี้ยน ขณะเดียวกันก็ยังมี..."หยวนอี้พูดถึงจุดนี้แล้วชะงักไปแต่เซียวหลันยวนกลับเข้าใจความหมายเขาขึ้นมา "ยังมีพระชายาของข้าอยู่หรือ?"หยวนอี้ยอมรับอันเหนียนใจสะดุ้งโหยงคิดไม่ถึงว่าฟู่จาวหนิงจะเป็นส่วนหนึ่งที่แคว้นหมิ่นนำมาพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย"พวกเจ้าต้องการวิชาแพทย์ของนางหรือ?" เซียวหลันยวนถามเขาเองก็ไม่ได้เผยอารมณ์ของตนเองออกมามากนัก หลังจากได้ยินเรื่องเหล่านี้แล้วโกรธหรือไม่มีปฏิกิริยาใด ก็ไม่ให้หยวนอี้ได้มองออก"วิชาแพทย์ของแคว้นหมิ่นตอนนี้แทบจะอยู่ในกำมือของตระกูลซุน" หยวนอี้ก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะให้พวกเขาได้รู้สถานการณ์ของแคว้นหมิ่น "ตระกูลซุนเป็นตระกูลหมอชั้นสูงที่มีชื่อที่สุดของแคว้นหมิ่น ด้วยเหตุนี้ มีหลายเรื่องที่พวกเขาเป็นคนตัด

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1860

    เกี่ยวข้องกับตงฉิง?ตงฉิงอีกแล้วเหรอ?ใต้หน้ากากเซียวหลันยวน สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทำไมช่วงนี้เรื่องหลายเรื่องก็เกี่ยวกับตงฉิงไปหมด? ทำให้เขาแอบรู้สึกเหมือนเป็นตาข่ายผืนใหญ่ กำลังกางมาทางเขาและเขาก็อยู่ในกลางตาข่ายยักษ์นั่นอันเหนียนมองเซียวหลันยวน เอ่ยถามหยวนอี้ขึ้นอย่างสงบ"ตงฉิงไม่ใช่ว่าล่มสลายไปแล้วหรือ?""แต่ว่า สิ่งที่พวกท่านไม่รู้ก็คือ มีความลับหนึ่งเกี่ยวกับตงฉิง ตอนนั้นตงฉิงอันที่จริงมีกลไกการป้องกันตนเองอยู่ แม้จะบอกว่าล่มสลาย แต่อันที่จริงก็แค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น กลไกใหญ่เมืองหลักในจุดต่างๆ พอสะสมพลังถึงระดับหนึ่ง ก็จะทำงานขึ้นมา""พอกลไกทำงาน อุโมงค์และถนนหลักจะเปิดระบบระบายน้ำดินตะกอน แล้วเมืองจักรพรรดิก็จะปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง""หลังจากเมืองจักรพรรดิปรากฏขึ้นอีกครั้ง และตอนที่กลุ่มดาวบนท้องฟ้าเคลื่อนย้าย ดาวจักรพรรดิกลับสู่ตำแหน่งเดิม ภูมิประเทศกลับสู่ตำแหน่งที่แน่นอน คลังสมบัติจะปรากฏ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีภูเขาแร่ล้ำค่าอีกหลายลูกที่จะปรากฏด้วย"พอได้ยินหยวนอี้พูดเช่นนี้ อันเหนียนก็อดตกตะลึงไม่ได้"ดังนั้น ความหมายของเจ้าก็คือ พอถึงวันนั้น ตงฉิงที่แม้จะไม่มีคนอ

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1859

    "เซียวหลันยวนพอได้แล้ว ทำไมถึงผ่านไปไม่ได้เสียที?"ฟู่จาวหนิงถลึงตาใส่เขาเซียวหลันยวนมือหนึ่งโอบเอวนางไว้ อีกมีหนึ่งดึงบังเหียนม้า เอ่ยขึ้นอย่างจนใจ "ข้าอยากแค่อยากบอกว่า รู้สึกแปลกหน่อยๆ"ฟู่จาวหนิงจึงเพิ่งรู้ว่าเข้าใจเขาผิดแต่ว่า นางเองก็รู้สึกว่าถังสืออวิ้นแปลกๆ เพียงพูดออกมาไม่ได้ว่าแปลกตรงไหนเซียวหลันยวนกลับพูดออกมาแล้ว"เขามีความรู้สึกแบบหนึ่ง ดูคล้ายๆ กับตัวเจ้า"พูดประโยคนี้ออกมาเขาก็ยังรู้สึกเจ็บแปลบอยู่หน่อยๆ ที่มองเห็นจุดคล้ายคลึงกับฟู่จาวหนิงบนตัวชายคนอื่น เขาไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด"คล้ายข้าหรือ?" ฟู่จาวหนิงรู้ว่าที่เขาพูดมาไม่ใช่หน้าตา"ตอนที่เจอกับข้า ก็ดูสงบกว่าคนอื่นพอสมควร" เซียวหลันยวนเอ่ยขึ้นอำนาจของเขา ตอนที่เผชิญหน้ากับคนอื่น สามารถรู้สึกได้ชัดเจนถึงท่าทีที่คนอื่นมีต่อตนเองประชาชนคือความเคารพ ส่วนพวกข้าราชการชนชั้นสูงบางส่วนก็รู้สึกหวาดกลัวเขาแน่นอนยังอาจจะมีอารมณ์อื่นอีก แต่ปกติแล้วก็คือสองอย่างนี้แต่ฟู่จาวหนิงตอนที่เจอเขาครั้งแรกไม่มีสองสิ่งนี้ นางมองเขาเป็นคนระดับเดียวกันอารมณ์สงบมาก ถ้าจะบอกว่าผันผวนบ้าง ก็ไม่ใช่เพราะตัวตนฐานะเขา แต่เป็นเ

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1858

    "ตอนนี้เจ้าพูดได้ว่าเป็นคนที่มีคุณสมบัติสืบทอดตงฉิงมากที่สุด นั่นจึงเป็นเส้นทางที่เจ้าควรเดินมากที่สุด หลายปีมานี้ เจ้าก็พยายามอย่างหนัก เพื่อตามหาคนตงฉิงที่ยังมีชีวิตรอดเหล่านั้น แล้วจะทิ้งไปแบบนี้เจ้ารับได้หรือ?"ฮูหยินอาวุโสถังมองถังสืออวิ้น ก็เห็นสีหน้าหดหู่ของเขาหายไป สายตากลับมาแน่วแน่อีกครั้ง ในใจจึงถอนใจโล่งออกมาทุกครั้งที่หลานชายมาหานาง จะต้องเพราะมีเรื่องให้หวั่นไหวเพราะนั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันยากมากจริงๆแต่ที่นางต้องทำคือให้กำลังใจเขา จะยอมให้เขาละทิ้งไปแบบนี้ไม่ได้"ตงฉิงตอนนั้นคนออกไปตั้งมากมายซึ่งรวมถึงบ้านพวกเราด้วย เรื่องนี้กระทั่งจักรพรรดินีก็ยังไม่รู้ ดังนั้น แม้องค์หญิงใหญ่ภายหลังจะยังมีชีวิต แต่งงาน มีลูก พวกเขาก็ล้วนไม่รู้เรื่องเหล่านี้"นี่จึงเป็นสาเหตุที่ตระกูลถังคิดว่าถังสืออวิ้นมีคุณสมบัติการสืบทอดตงฉิง"พวกเขาไม่รู้ ดังนั้นจึงยังไม่เคยพยายามอะไร เรื่องเหล่านี้ล้วนมีแต่เจ้าที่ทำ คนที่เหนื่อยคือเจ้า"ถังสืออวิ้นถอนใจ"สืออวิ้น ต่อให้องค์หญิงใหญ๋จะมีลูกจริง แต่จากข่าวที่เราตรวจสอบมาตอนนั้น องค์หญิงใหญ่ไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว เด็กที่ไม่มีการเสี้ยมสอนจาก

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1857

    ถังสืออวิ้นเดินออกไป ย้ายเก้าอี้เล็กมานั่งลงข้างๆ นาง นวดขาเบาๆ ให้นางเขาเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบา "ท่านย่า หรือว่าเราล้มเลิกดีไหม? หลังจากหาสิ่งนั้นพบแล้วยังไงล่ะ..."แต่เขายังพูดไม่ทันจบ ฮูหยินอาวุโสก็ตัดบทเขาทันที"เจ้าพูดอะไรออกมา? จากนี้ไปย่าไม่อยากได้ยินเจ้าพูดอะไรที่ไม่เอาไหนแบบนี้แล้วนะ"ถังสืออวิ้นฟังออกถึงความโกรธในน้ำเสียงนาง จึงเงียบลงกว่าเดิม"สืออวิ้น ข้ารู้ว่าหลายปีนี้เจ้าลำบาก แต่ธนูเมื่อยิงแล้วไม่มีหวนกลับ ถ้าตอนนี้พวกเราล้มเลิกไป แล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อกัน?"ถังสืออวิ้นเดิมทีก็เป็นอัจฉริยะอายุน้อย เดิมควรจะมีอนาคตที่สดใสตอนนั้นถ้าเขาเป็นไปตามครรลอง ไปร่วมการสอบเคอจวี่กับอัจฉริยะคนอื่นๆ ด้วยความสามารถของเขา อาจจะได้เข้าสอบเตี้ยนซื่อ แล้วกลายเป็นจอหงวนไปแล้วตอนนี้เขาอาจจะเป็นข้าราชการไปแล้วถึงสามปีแต่ว่า หลายปีมานี้เขาเอาแต่ปิดบังตัวตน ไม่ไปร่วมการสอบเคอจวี่ ไม่ย่ำเข้าสู่เส้นทางข้าราชการ ตอนนี้ก็สิบปีไปแล้วเขาใกล้จะยี่สิบสามแล้วถ้าล้มเลิกเรื่องที่อยู่ในมือไป เขาที่อายุยี่สิบสามก็เรียกได้ว่าไม่มีความสำเร็จอะไรเลย"ท่านย่า พวกเราไปทำการค้าก็ได้...""ไร้สาระ เ

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1856

    เพราะอายุถังสืออวิ้นใกล้เคียงกับเซียวหลันยวน เซียวหลันยวนตอนนั้นก็ให้ความสนใจเขาอยู่ แต่ก็ไม่ได้เจอตัว ดังนั้นเมื่อครู่พอได้ยินชื่อจึงรู้สึกคุ้นๆ"นั่นเป็นชื่อเสียงจอมปลอมเมื่อนานมาแล้ว คิดไม่ถึงว่าท่านอ๋องจะจำได้ด้วย" ถังสืออวิ้นคารวะให้อีกครั้ง"เจ้าไม่เข้าร่วมสอบเคอจวี่มาตลอด" เซียวหลันยวนถาม "หรือว่าไม่เคยขึ้นกระดานมาตลอดกัน?"บางทีมีชื่อเสียงตอนอายุยังน้อย พอเติบโตความสามารถกลับลดต่ำลง กระทั่งการสอบขั้นต้นก็ยังไม่ผ่าน?""ข้าน้อยไม่ได้เข้าร่วมขอรับ""โอ๋? ทำไมกัน?" เซียวหลันยวนรู้สึกอยากรู้ขึ้นมา"เรื่องนี้..."ถังสืออวิ้นดูลำบากใจขึ้นมา ดูเหมือนจะบอกเหตุผลออกมาลำบากเซียวหลันยวนเองก็ไม่คิดจะจี้ต่อ จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา หันไปพูดถึงเรื่องที่เด็กสองคนก่อนหน้านั้นพูดมา"ข้าได้ยินว่า เจ้ารู้สึกว่าพระชายาควรแต่งกับเจ้าหรือ?""แค่กๆๆ!"ถังสืออวิ้นสำลักขึ้นมา หูแดงกว่าเดิม เลิกเสื้อคลุมคุกเข่าลงทันทีเพียงแต่คุกเข่าก็ส่วนหนึ่ง แต่หลังกับแอวเขายังยืดตรง เป็นท่าทางที่ดูทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแออยู่ด้วยกัน"ท่านอ๋องระงับโกรธด้วย! ข้าน้อยแม้จะไม่ได้พูดเช่นนี้ แต่ก็เคยเอ่ยชมพระชายา ถ

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status