เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องดังสามครั้งก่อนที่ประตูห้องทำงานของซีคุณานนท์ซีอีโอหนุ่มเขาของบริษัทนำเข้าเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์เปิดออก
ผู้ที่เข้ามาคือชายหนุ่มรูปร่างสูงหน้าตาดีเขานั่งลงตรงข้ามกับเขาของห้องโดยไม่ต้องขออนุญาตหรือรอให้มีใครเชิญ
“ว่าไงวะมาหากูถึงที่นี่มีธุระด่วนเหรอ” คุณานนท์ถามแขกที่เดินเข้ามา
“ไม่ด่วนหรอกแต่ช่วงนี้กูกำลังเบื่อเซ็งอยากชวนมึงไปเที่ยว”
“เที่ยวไหนวะ มึงเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเองไม่ใช่เหรอ”
“เออก็เพราะกูเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศนี่แหละก็เลยเซ็งมาก” รัชกฤชหรือเบสพูดแล้วส่ายศีรษะบ่งบอกว่าเซ็งอย่างเต็มที่
“อะไรวะไปเที่ยวมาแล้วเซ็งมีอะไรหรือเปล่า”
“ก็ก้อยแฟนกูน่ะสิเธอจะให้กูซื้อกระเป๋าให้ แต่กูก็พูดขึ้นว่าเหมือนเคยเห็นเธอมีใบนี้อยู่แล้วแค่นั้นแหละก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแล้วบอกเลิกกูไปเลย”
“อ้าวทำไมเขาบอกเลิกมึงง่ายๆ แบบนั้นเหรอวะ กระเป๋าราคาเท่าไหร่กันเชียวทำไมมึงถึงไม่ซื้อให้เขา” คุณานนท์ถามด้วยความแปลกใจเพราะเพื่อนของตนก็มีฐานะ
“ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ราคาว่ะ”
“แล้วประเด็นมันอยู่ตรงไหน”
“ประเด็นคือกูลืมว่ากูไม่เคยซื้อใบนี้ให้เขา แต่กูซื้อให้ผู้หญิงอีกคน”
“นั่นไงกูว่าแล้วสักวันความเจ้าชู้จะทำให้มึงต้องปวดหัว แล้วทีนี้เอายังไงมาชวนกูไปเที่ยวแบบนี้ก้อยเขาไม่ว่าเหรอ”
“เขาบอกเลิกกูไปแล้ว”
“มึงนี่คบใครไม่เคยเกินสามเดือนเลย”
“เออกูมันเป็นประเภทเบื่อง่าย แล้วตกลงมึงจะไปเที่ยวกับกูมั้ย”
“ไปที่ไหนเมื่อไหร่ล่ะ ตอนนี้งานกูยุ่งมากๆ”
“อาทิตย์หน้าฟูลมูนปาร์ตี้ที่เกาะพะงัน”
“นี่มึงกะไปหาสาวๆ ในงานเลยใช่ไหมวะ แต่ส่วนใหญ่เขาว่าจะมีแต่ชาวต่างชาตินะมึง”
“เออ ก็นั่นแหละเบื่อที่จะคบคนไทยแล้ว มึงไปกับกูไหมเผื่อจะหาสาวเด็ดๆ แก้เครียดสักคน”
“มึงลองชวนไอ้กันต์ด้วยสิไปกันสามคนจะได้สนุกดี” ชายหนุ่มหมายถึงกันต์พลเพื่อนสนิทอีกคน
“เออ กูลองมาชวนมึงก่อนถ้ามึงตกลงไปมันก็น่าจะไปด้วยกันนั่นแหละ อย่าลืมนะมึงครั้งนี้ไปเที่ยวกันในนามคนโสด”
“ขอให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่พอน้องก้อยโทรมาง้อขอคืนดีมึงก็กลับไปคบกับเขาอีก”
“มึงเคยเห็นกูเลิกกับใครแล้วกลับไปคบไหมล่ะ ไม่มีทางหรอก ว่าแต่มึงเถอะไปเที่ยวกับกูได้แน่นะ คุณย่าไม่ได้ให้พาไปไหนใช่ไหม”
“ถ้าบอกล่วงหน้าแบบนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร กูจะได้บอกย่าไปก่อน ถ้าเขาจะไปธุระที่ไหนก็จะได้รีบจัดการก่อนเดินทาง”
“เออถ้างั้นกูรบกวนมึงแค่นี้แหละ”
“นี่สรุปมึงมาชวนกูไปเที่ยวอย่างเดียวเหรอ เรื่องแค่นี้โทรมาก็ได้”
“พอดีกูมีธุระมาติดต่องานแถวนี้น่ะ ก็เลยแวะมาหามึงไปก่อนนะ ถ้ายังไงศุกร์หน้าเจอกันที่สนามบินเรื่องตั๋วเครื่องบินเดี๋ยวกูจัดการเอง”
“นี่อยากให้กูไปถึงขนาดจองตั๋วเครื่องบินให้กูเลยเหรอวะ”
“เออสิวะเดี๋ยวกูให้เลขาจัดการให้จองตั๋วเรื่องที่พักให้ทุกคนเอง แต่บอกไว้ก่อนเลยนะเว้ยว่าครั้งนี้นอนบ้านพักคนละหลังและต้องไม่ใกล้”
“กันทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยวะ”
“เอาน่าพวกเราจะได้สนุกกันอย่างเต็มที่ไง”
“แล้วแต่มึงจัดการเถอะ ถ้ายังไงให้เลขามึงโทรมาเตือนกูก่อนวันเดินทางด้วยนะ เผื่อกูจะลืม”
“เออเดี๋ยวกูให้เขาจัดการเอง ไปก่อนนะ”
เมื่อเพื่อนเดินออกจากห้องไปแล้วคุณานนท์ก็นั่งทำงานต่อจนกระทั่งถึงเวลาเลิกงานชายหนุ่มก็ขับรถกลับบ้าน ซึ่งบ้านหลังนี้เขาอาศัยอยู่กับคุณย่าตามลำพัง ส่วนบิดามารดาของเขาอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งกับพี่สาวแต่ก็อยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่
“คุณย่าเย็นนี้ทำอะไรให้ผมกินครับ” คุณานนท์เข้ามากอดคุณชมนาดผู้เป็นย่าอย่างประจบเขาเป็นหลานรักของคุณย่าและสนิทสนมกับคุณย่ามากกว่าหลานคนอื่นๆ
“เย็นนี้ย่าทำอาหารง่ายๆ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่พอจะกินได้ไหมล่ะ”
“ได้สิครับคุณย่าทำอะไรก็อร่อยหมดทุกอย่างแหละ”
“แต่วันนี้ย่าไม่ได้ทำเองนะอย่าให้ป้าสำรวยเขาเป็นคนทำ
“แต่หน้าตามันก็น่ากินมากเลยนะ ครับถ้าเป็นสูตรของคุณย่ายังไงก็อร่อย เรากินเลยดีไหมครับคุณย่าผมหิวมากๆ”
แล้วย่ากับหลายชายคนโปรดก็นั่งรับประทานอาหารค่ำกันจนอิ่มจากนั้นชายหนุ่มก็ประคองคุณย่ามานั่งหน้าทีวีเพื่อจะรอดูละครช่วงหัวค่ำ
“คุณย่าครับอาทิตย์หน้าย่ามีธุระจะให้ผมขับรถไปไหนหรือเปล่า”
“ย่าว่าจะให้ขับรถไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน ถ้านนท์ไม่ว่างให้สมจิตรขับไปก็ได้ ที่ถามย่าแบบนี้เราจะไปเที่ยวไหนล่ะ”
“ไอ้เบสมันชวนผมไปเที่ยวทะเลครับ ก็เลยว่าจะไปเที่ยวกับมันสักหน่อยน่าจะค้างที่นั่นสองคืนคุณย่าอยู่คนเดียวได้ไหม”
“ได้สิย่าอายุปูนนี้แล้วอยู่คนเดียวได้สบายมาก ว่าแต่เราเถอะไปเที่ยวครั้งนี้ก็พักผ่อนให้เต็มที่นะ”
“ครับคุณย่า”
“ย่าว่าช่วงนี้หลานของย่าทำงานหนักมากเกินไปแล้ว แบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนหาหลานสะใภ้ให้ย่าล่ะย่าอยากจะอุ้มเหลนแล้วนะรีบมีเหลนให้ย่าอุ้มก่อนที่ย่าจะไม่มีแรง”
“คุณย่าของผมยังแข็งแรงอยู่เลยอย่าพูดแบบนี้สิ ส่วนเรื่องอุ้มเหลนรับรองผมจะรีบหาให้คุณย่าอุ้มเร็วที่สุด”
“อย่ามาพูดให้ย่าดีใจไปหน่อยเลย ย่าล่ะกลัวว่าเราจะเป็นโสด พี่สาวเรานั่นก็อีกคนไม่รู้เมื่อไหร่จะแต่งงานสักที”
“คุณย่าก็หาผู้ชายให้พี่นันสิครับหลานของเพื่อนคุณย่าก็มีโสดหลายคน” เขารีบผลักเรื่องนี้ไปให้กับพี่สาวเพราะตนเองไม่พร้อมจะมีครอบครัว
“เดี๋ยวย่าจะลองหาดูแล้วกันแล้ว ช่วงนี้นนท์ได้เจอพี่เขาบ้างหรือเปล่า”
“เมื่อวานผมก็เพิ่งไปเจอที่โรงพยาบาลมาเองครับ”
“ฝากบอกให้นันมาหาย่าด้วยนะ ย่าไม่ได้เจอหน้ามาหนึ่งเดือนแล้วไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง”
“ได้ครับคุณย่าเดี๋ยวผมจะโทรบอกพี่นันให้เขามาหาคุณย่า เอาเป็นวันศุกร์หน้าดีไหมช่วงที่ผมไม่อยู่คุณย่าจะได้ไม่เหงา”
“ได้สิ”
“ถ้างั้นผมขอตัวอาบน้ำแล้วไปทำงานต่อก่อนนะครับคุณย่าจะได้ดูละคร”
“อย่าทำงานจนดึกจนดื่นนะลูก หาเวลาพักบ้าง”
“ครับคุณย่าผมรักคุณย่านะ” ชายหนุ่มหอมไปที่แก้มของคุณชมนาดสองข้างจากนั้นก็เดินขึ้นไปบริเวณชั้นสองของบ้านซึ่งเป็นห้องนอนและห้องทำงานของเขา
“น่าเสียดายจังนะปูเป้ที่หลินไม่ได้มากับเรา” วิรัลพัชรพูดอย่างเสียดายเมื่อวันนี้หลินหรือนลินภัสไม่ได้เดินทางมาเที่ยวกับเธอตามที่ได้ชวนกันไว้ ทำให้หญิงสาวต้องเดินทางมาเที่ยวเกาะพงันกับพิมพ์วดีและอลันแฟนหนุ่ม“นั่นสิแบบนี้วิวก็น่าจะเหงาแย่เลยคืนนี้ให้เราไปนอนห้องเดียวกับวิวดีไหม”“อย่าเลยนานๆ อลันเขาถึงจะกลับมาหาปูเป้สักทีไปนอนกับแฟนเถอะวิวอยู่คนเดียวได้เผลอๆ คืนนี้อาจจะได้หนุ่มกลับมานอนด้วยสักคน”“พูดเป็นเล่นน่า อย่างวิวน่ะเหรอจะพาใครไปนอนด้วยขนาดแฟนที่คบกันมาเกือบปีวิวยังไม่เคยพาไปค้างที่ห้องเลย” พิมพ์วดีพูดอย่างรู้ทันเพราะเพื่อนของเธอคนนี้ค่อนข้างจะหัวโบราณมากต่างจากเธออย่างลิบลับ“แหมก็ตอนนั้นวิวยังเรียนไม่จบนี่ปูเป้ แต่ตอนนี้วิวเรียนจบแล้วมีงานทำอายุก็ยี่สิบสี่แล้วนะมีซัมติงกับใครสักคนก็ไม่น่าจะแปลก”“ขอให้มันจริงเถอะ เดี๋ยวพวกเราเอาของเข้าไปเก็บนะ บ้านพักของวิวอยู่หลังริมสุดนะ ส่วนหลังตรงกลางไม่แน่ใจว่าเป็นของใครของเราอยู่ถัดไปอีกสองหลังถ้ามีอะไรก็ไปเคาะเรียกได้นะ สักทุ่มหนึ่งเราค่อยออกไปกินข้าวกันนะ แล้วปูเป้จะโทรหา”“ได้จ้ะ” วิรัลพัชรเดินแยกจากเพื่อนเข้ามายังบ้านพักของตนเองหลังริ
“คุณเคยมาเที่ยวที่นี่ไหม” ชายหนุ่มเริ่มเปิดประเด็นถามหลังจากนั่งดื่มไปได้นิดหน่อย“ไม่เลยค่ะนี่เป็นครั้งแรกของฉัน แล้วคุณล่ะ”“ผมมาที่นี่หลายครั้งแล้ว”“แสดงว่าคุณชอบเที่ยวแบบนี้ใช่ไหมถึงมาบ่อยๆ”“ก็ไม่เชิงหรอกแต่มาแบบนี้มันได้สนุกอย่างเต็มที่ได้ปลดปล่อยตัวเองออกมา คนส่วนใหญ่ที่มาที่นี่ก็ไม่สนใจหรอกว่าใครเป็นใคร ทุกคนต่างอยากมาหาความสุขแล้วคุณคิดเหมือนผมไหม”“ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ บางทีฉันทำงานเครียดๆ ก็อยากจะออกมาหาความสุข มาระบายความเครียดบ้าง”“แล้วเป็นยังไงล่ะรู้สึกดีไหมที่ได้มาเที่ยวแบบนี้”“รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ ฉันสนุก มากไม่คิดเลยว่าเสียงเพลงและเครื่องดื่มมันจะทำให้ฉันรู้สึกสนุกมากกว่าที่คิดไว้”“ปกติคุณไม่ดื่มไม่เที่ยวเหรอ”“มันก็มีบ้างค่ะแต่ไม่ค่อยบ่อยเท่าไหร่แล้วคุณล่ะ”“มันก็ต้องมีบ้างตามประสาผู้ชาย เราคุยกันมาตั้งนานแล้วผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย”“เราคงไม่ต้องบอกชื่อจริงกันใช่ไหม”“ใช่เรารู้จักกันแต่พอไปจากที่นี่ทุกคนก็จะทิ้งทุกอย่างไว้ ผมชื่อนนท์ยินดีที่ได้รู้จัก”“ฉันชื่อวิวค่ะ ยินดีรู้จักเช่นกันค่ะคุณนนท์”“แปลกเหมือนกันนะ เป็นผู้หญิงแต่มาเที่ยวที่นี่คนเดียว”“ฉัน
คำถามของวิรัลพัชรทำให้คุณานนท์คิดตาม สำหรับเขาแล้วรู้สึกและอยากจะทำอย่างที่พูดจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าบิดามารดาจะเห็นด้วยกับความคิดเห็นของเขาหรือเปล่า เพราะท่านเป็นคนมีหน้ามีตาและมีฐานะในสังคม ท่านเคยเปรยอยู่หลายครั้งว่าอยากจะให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงที่เหมาะสมผู้หญิงที่เข้ามาในครอบครัวแล้วช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกันแต่ สำหรับเขากลับคิดว่าไม่จำเป็นเลยผู้หญิงที่จะเข้ามาใช้ชีวิตด้วยต้องเป็นผู้หญิงที่เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจคอยอยู่ให้กำลังใจเวลาที่เขาเหนื่อย คุณานนท์คิดว่าตนเองมีความสามารถในการทำงานมากพอเขาไม่จำเป็นที่จะให้ผู้หญิงมาคอยช่วยเรื่องงานนั้นก็เป็นเพราะชายหนุ่มอยู่กับย่ามาตั้งแต่เด็กทำให้ความคิดค่อนข้างจะหัวโบราณไปสักนิดว่าผู้หญิงต้องมีหน้าที่ดูแลบ้านดูแลครอบครัวเธอไม่จำเป็นต้องออกมาทำงานนอกบ้านหรือทำงานเก่ง“ทำไมเงียบไปล่ะคะ”“ผมกำลังสับสน เพราะจริงๆ แล้วผมรู้สึกและอยากจะทำอย่างที่พูดนะ แต่ไม่รู้ว่าครอบครัวของผมจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ผมทำหรือเปล่า”“ขอโทษนะคุณอายุเท่าไหร่แล้วคะคุณนนท์”“ก็เยอะพอประมาณแล้วล่ะ น่าจะพอมีครอบครัวได้แล้ว ว่าแต่คุณถามทำไมเหรอวิว”“ก็ถ้าคุณอายุมากพอจะมีครอบครัวได้แล
สองเดือนหลังจากไปเที่ยวเกาะพงันเสียงอาเจียนของชายหนุ่มคนเดียวในบ้านดังมาตั้งแต่เช้าทำให้คุณชมนาดรู้สึกเป็นห่วง เธอคิดว่าหลานชายดื่มเหล้าจนเมาค้างถึงเช้า แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนคุณานนท์ไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหนเลยเธอเคาะประตูห้องหลานชายพอได้ยินเสียงอนุญาตก็เปิดเข้าไปแล้วก็เห็นว่าเจ้าของห้องแต่งตัวพร้อมไปทำงานเขากำลังเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้าซีดเซียว“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณย่า”“ย่าจะเข้ามาดูว่านนท์เป็นอะไร ย่าได้ยินเสียงเราอาเจียนหลายรอบแล้วเป็นอะไรหรือเปล่า”“ผมเวียนหัวนิดหน่อยครับคุณย่าสงสัยช่วงนี้จะพักผ่อนน้อย”“ไปให้คุณหมอตรวจหน่อยได้ไหม”“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมว่าเดี๋ยวก็น่าจะดีขึ้น”“ถ้าไม่ดีขึ้นก็โทรไปถามพ่อเขาก็แล้วกันว่าอาการที่เป็นอยู่และเกิดจากอะไรกันแน่”“ผมไม่อยากรบกวนเขาหรอกครับคุณย่า” คุณานนท์กับบิดาไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เขาจึงไม่อยากเอาไปกวนใจท่าน“ถ้าไม่อยากรบกวนพ่อก็ลองโทรไปถามพี่สาวเราก็แล้วกัน ว่าเป็นอะไร มีคนในครอบครัวเป็นหมอก็ใช้ให้เป็นประโยชน์”“ได้ครับคุณย่า”“แล้วเช้านี้ยังไงล่ะ จะไปทำงานไหมย่าว่านนท์นอนพักอีกหน่อยดีไหม”“ไม่ได้หรอกครับ
“ย่ายังไม่ได้พูดแบบนั้นเลย แต่ย่าหมายความว่าคนที่จะอยู่กับแม่ของเด็กก็คือนนท์เพราะฉะนั้นมันก็อยู่ที่นนท์นั่นแหละว่าจะรับผู้หญิงคนนั้นเข้ามาเป็นภรรยาอย่างถูกต้องมีพิธีแต่งงานหรือจะรับแค่เด็ก ที่นนท์ถามย่าแบบนี้เพราะนึกออกแล้วใช่ไหมว่าไปทำผู้หญิงที่ไหนท้อง”“ไม่หรอกครับคุณย่ามันก็แค่เรื่องที่ผมสมมติขึ้น”“จะเป็นเรื่องสมมติหรือเรื่องจริงย่าไม่สนใจหรอกเพราะยังไงเด็กที่อยู่ในท้องของเธอก็เป็นลูกของนนท์”“แต่ทำไมสีหน้าของย่าดูกังวลจังล่ะครับมีอะไรหรือเปล่า” คุณานนท์รู้สึกผิดที่สมมติเรื่องแบบนี้ขึ้นมาทำให้คุณย่าเครียด“ถ้าเรื่องที่เรากำลังพูดกันอยู่เป็นเรื่องจริง สำหรับย่าแล้วมันไม่มีปัญหาอะไรเลยแต่ปัญหามันอยู่ที่พ่อแม่ของนนท์มากกว่านะ ย่าได้ยินมาว่าเขากำลังพยายามหาลูกสะใภ้อยู่น่ะ”แม้ว่าจะไม่ค่อยได้ออกไปเจอใครที่ไหนแต่ก็ใช่ว่าคุณชมนาดจะไม่รู้ว่าตอนนี้ลูกชายกับลูกสะใภ้ของเธอกำลังวางแผนจะทำอะไรกันอยู่“ถ้าเกิดพ่อกับแม่หาผู้หญิงให้ผมจริงๆ แล้วผู้หญิงคนนั้นผมไม่รัก ไม่ชอบย่าจะช่วยผมได้ไหม”“ถ้านนท์อยากให้ย่าช่วยย่าก็จะช่วยเพราะย่าเป็นคนเลี้ยงนนท์มา ถึงเขาจะเป็นพ่อเป็นแม่แต่ก็ไม่มีสิทธิ์มาบังคับล
“วิวมีผ้าอนามัยให้ยืมไหม” นัยนากระซิบถามวิรัลพัชรที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างตั้งใจ“มีสิ” หญิงสาวรีบเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานของตัวเองแล้วส่งผ้าอนามัยให้เพื่อน“ขอบใจนะเดี๋ยวจะซื้อมาคืนให้”“ไม่เป็นไรหรอกปอนด์”เมื่อนัยนาเดินออกจากโต๊ะทำงานเธอไปแล้ววิรัลพัชรก็เปิดลิ้นชักดูอีกครั้งปกติแล้วเธอจะเตรียมผ้าอนามัยไว้ในลิ้นชักแบบนี้อยู่เสมอแต่จำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ตัวเองหยิบมาใช้มันตอนไหนกันแน่เพราะจำนวนผ้าอนามัยยังคงเยอะอยู่ทั้งที่เดือนนี้เธอไม่ได้ซื้อมาเพิ่มเลย หญิงสาวหญิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูปฏิทินที่บันทึกวันที่เป็นประจำเดือนของตนเองไว้ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าเดือนนี้เธอยังไม่เป็นประจำเดือนแต่เดือนที่แล้วเธอก็มีประจำเดือนตามปกติเพียงแต่ไม่ได้มากเหมือนกับทุกครั้งวิรัลพัชรหน้าเครียดเมื่อดูจากปฏิทินแล้วเดือนนี้ประจำเดือนของเธอมาช้ากว่ากำหนดถึงสิบวัน ซึ่งปกติแล้วหญิงสาวเป็นคนที่มีประจำเดือนไม่ค่อยตรงตามเวลาเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เคยมาช้าแบบนี้หญิงสาวเริ่มเป็นกังวลว่าตนเองจะตั้งครรภ์หรือเปล่าแต่ความเป็นไปได้มันก็น้อยมากเลยเพราะเมื่อเดือนที่แล้วเธอยังมีรอบเดือนถึงแม้มันจะเป็นรอบเดือนเพี
เช้าวันเสาร์หลังจากทำตามขั้นตอนที่ติดอยู่ข้างกล่องแล้ววิรัลพัชรก็นั่งลุ้นผลการตรวจ เมื่อปรากฏขีดสีแดงสองขีดบนแท่งพลาสติกที่ใช้ตรวจการตั้งครรภ์หญิงสาวก็เข่าแทบทรุด เธอหยิบที่ตรวจครรภ์อีกอันหนึ่งขึ้นมาตรวจแล้วผลมันก็เหมือนกับที่ตรวจครรภ์อันแรกวิรัลพัชรเดินกลับเข้ามาบนเตียงนั่งกอดเข่าร้องไห้เธอไม่รู้ว่าจะมีชีวิตของตนเองจะเป็นยังไงต่อไป ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำยังไงกับตัวเองดี หญิงสาวไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดและความเมาในคืนนั้นจะนำมาซึ่งความทุกข์มากขนาดนี้หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วลังเลว่าจะโทรศัพท์หาใครสักคนเพื่อจะปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้น เธออยากปรึกษาพิมพ์วดีเพราะการไปเที่ยวครั้งนั้นเธอไปกับพิมพ์วดีแต่ถ้าเกิดพิมพ์วดีรู้ก็กลัวว่าเพื่อนจะเครียดเพราะเป็นคนชวนไปเที่ยวแต่พอจะโทรหานลินภัสก็กลัวเพื่อนจะคิดว่าเป็นความผิดของตัวเองเพราะถ้าหากนลินภัสไปเที่ยวด้วยในคืนนั้นเหตุการณ์แบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น สุดท้ายแล้ววิรัลพัชรก็เลยตัดสินใจไม่โทรหาใครทั้งนั้นเธอคิดจะแก้ปัญหาเรื่องนี้คนเดียวหญิงสาวรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะไปปรึกษาคุณหมอว่าจากนี้เธอจะต้องปฏิบัติตัวยังไงเพราะวิรัลพัชรตัดสินใจแล้วว่าจะตั้งคร
เช้าวันอาทิตย์คุณานนท์ไม่ต้องไปทำงานแต่ชายหนุ่มก็ตื่นนอนแต่เช้าเพราะรู้สึกอยากจะอาเจียน อาการของเขาเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้วแม้จะทานยาที่คุณหมอให้มาแต่มันก็ไม่ดีขึ้นเลย เขาเริ่มเป็นกังวลว่าตัวเองจะป่วยเป็นอะไรมากหรือเปล่าและคิดวันนี้จะเข้าไปปรึกษากับคุณหมอที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ชายหนุ่มไม่ชอบอาการที่เป็นอยู่นี้เลยเพราะมันทำให้เขาทำงานไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วคุณานนท์ก็เดินลงมาทานอาหารเช้ากับคุณย่าตามปกติ“หน้าซีดลงมาอีกแล้ว ย่าว่าอาการเราไม่น่าจะไหวแล้วนะนนท์” คุณชมนาดมองหลานชายแล้วก็รู้สึกเป็นห่วงไม่ได้แต่ในใจเธอก็ยังคิดอยู่ว่าอาการของคุณานนท์นั้นเหมือนกับอาการแพ้ท้องแทนภรรยาแต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมรับว่าตัวเองไปแอบมีภรรยาซ่อนไว้ที่ไหน“เช้านี้ป้าอาหารฝรั่งให้คุณนนท์นะนะ มีไส้กรอก ไข่ดาว ขนมปังปิ้งแล้วก็น้ำส้มคั้นสดๆ ค่ะ คุณนนท์จะได้ไม่คลื่นไส้”“ขอบคุณครับป้าสำรวยแล้วคุณย่าไม่กินเหมือนผมเหรอครับ”“ย่าไม่ถนัดกินของพวกนั้นหรอก ย่าขอเป็นข้าวต้มดีกว่าแต่ย่าไม่ได้ใส่กระเทียมเจียวนะ ย่ารู้ว่านนท์ไม่ชอบกลิ่นของมัน”“คุณย่าครับ ผมขอโทษนะครับที่ทำให้คุณย่าต้องอดกินของอร่อย”“
“หนูวิวเข้าไปในห้องผ่าตัดนานหรือยังลูก” คุณสุนันทาถามนันนภัสด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่รู้ว่าจะได้หลานชายเธอก็เปิดใจยอมรับวิรัลพัชรและดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่เห่อหลานในท้องมากกว่าใครทั้งมด“เข้าไปเกือบยี่สิบนาทีแล้วครับแม่” คุณานนท์ที่ยืนจับเวลาอยู่บอกกับมารดา“ต้องใช้เวลาผ่าตัดนานแค่ไหนนัน”“ส่วนใหญ่ก็ประมาณสี่สิบถึงหนึ่งชั่วโมง ชั่วโมงถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อน”“อาการแทรกซ้อนอะไรครับพี่นัน แล้ววิวจะมีอาหารแทรกซ้อนไหม” คุณานนท์รีบถามเพราะตอนนี้เขาห่วงคนที่อยู่ในห้องผ่าตัดมากห่วงทั้งคนเป็นแม่และลูกที่กำลังจะเกิดมา“ก็เช่นรกลอกตัวไม่ดีมีเลือดออกเยอะอะไรประมาณนั้น แต่พี่ว่าวิวคงไปไม่เป็นแบบนั้นหรอกนนท์อย่าห่วงไปเลยนะ”“ผมเป็นห่วงวิวกับลูก”“ใจเย็นนะนนท์ ทุกคนก็เป็นห่วงหนูวิวกันทั้งนั้นแหละ” คุณย่าชมนาดที่นั่งมองหลานชายกระวนกระวายใจเดินไปเดินมาก็พูดขึ้น“ถ้านนท์เป็นห่วงมากๆ เดี๋ยวพี่จะไปดูกล้องห้องผ่าตัดให้ก็แล้วกันนะ ว่าตอนนี้ผ่าตัดไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว” นันนเห็นอาการน้องชายแล้วก็ที่ดูกังวลก็เลยอาสาจะไปดูก็ภาพจากกล่องให้เธอหายเข้าไปในห้องที่อยู่ติดกับห้องผ่าตัดไม่นานก็ออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม“ว่ายัง
ตอนนี้อายุครรภ์ของวิรัลพัชรเข้าสัปดาห์ที่สามสิบเก้าแล้วการไปอัลตราซาวด์มาครั้งล่าสุดกับอาจารย์หมอวัลลภอาจารย์หมอบอกให้เธอเตรียมตัวในการผ่าคลอดเพราะดูแล้วการคลอดตามธรรมชาติน่าจะเป็นไปได้ยากเนื่องจากอายุครรภ์เริ่มมากขึ้นแต่ศีรษะเด็กก็ยังไม่ลงมาอยู่ในอุ้งเชิงกราน คุณหมอแนะนำว่าถ้าหากจะผ่าคลอดตอนนี้ก็สามารถผ่านได้เลยแต่เธอก็อยากจะรอให้อายุครรภ์ครบสี่สิบสัปดาห์ก่อนจึงจะตัดสินใจผ่าคลอดช่วงนี้หญิงสาวไม่ได้ไปทำงานที่โรงพยาบาลเพราะคุณานนท์เป็นห่วงส่วนตัวเขาเองก็เอางานกลับมาทำที่บ้านเพราะอยากจะอยู่ใกล้ชิดกับหญิงสาวเขาก็ว่าเธอจะปวดท้องคลอดระหว่างที่ตัวเองไปทำงาน“วันนี้งานยุ่งหรือเปล่าคะคุณนนท์” หญิงสาวเดินมาถามสามีเมื่อเห็นเขาหน้าเครียดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ค่อนข้างนานแล้วเธอเลยเดินเข้ามาถาม“ยุ่งนิดหน่อยครับแต่ผมคิดว่าจะเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จวันนี้”“ทำไมล่ะคะ”“ก็ผมอยากมีเวลาให้คุณกับลูกอย่างเต็มที่ไงนี่ก็ใกล้ครบกำหนดสี่สิบสัปดาห์แล้วนะวิว คุณตื่นเต้นไหม”“ตื่นเต้นสิวิวทั้งตื่นเต้นทั้งเครียดเลยค่ะ”“ผมเองก็ไม่รู้จะปลอบใจวิวยังไงเลยเพราะนี่มันเป็นลูกคนแรกของเรา ผมก็ได้แต่หวังว่าทุกอย่างมั
วันนี้วิรัลพัชรรู้สึกมีความสุขมากกว่าทุกวันที่ผ่านมาเพราะการแสดงออกของคุณสุนันทาที่มีต่อเธอนั้นมันเปลี่ยนไป ตอนนี้ท่านยอมรับเธอในฐานะลูกสะใภ้ซึ่งเธอไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ หญิงสาวแทบจะหุบยิ้มไม่อยู่ เธอลงมารอคุณานนท์ที่หน้าโรงพยาบาลโดยที่เขายังไม่โทรมาบอกเหมือนกับทุกวันเพราะอยากจะเล่าเรื่องวันนี้ให้กับชายหนุ่มฟัง เมื่อรถเขามาจอดหญิงสาวก็รีบขึ้นไปนั่งอย่างรวดเร็ว“คุณนนท์คะวิวมีเรื่องจะบอกคุณนนท์ด้วยค่ะ” หญิงสาวพูดด้วยความตื่นเต้นหลังจากเปิดประตูรถเข้ามานั่งข้างคนขับ“เรื่องอะไรดูท่าทางน่าจะเป็นเรื่องดีใช่มั้ยล่ะ”“ค่ะเรื่องดีมากๆ วิวไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นแบบนี้”“เล่ามาสิผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเรื่องดีๆ ของวิวมันคือเรื่องอะไร”“คุณรู้มั้ยวันนี้วิวได้เปลี่ยนเก้าอี้ใหม่ที่ทำงานด้วยค่ะ”“เปลี่ยนเก้าอี้ใหม่ต้องดีใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ” เขามองหน้าคนรักด้วยความไม่เข้าใจเท่าไหร่ เพราะปกติแล้วในทุกบริษัทก็จะมีการเปลี่ยนเก้าอี้ใหม่ให้กับพนักงานตามอายุการใช้งานอยู่แล้ว“ใช่ค่ะ เพราะเก้าอี้ของวิวมันพิเศษกว่าคนอื่น” หญิงสาวพูดไปยิ้มไปทำให้คุณานนท์ยิ่งอยากจะรู้มากขึ้นว่ามันพิเศษยังไง“มันพิเศษยังไ
เนื่องจากได้หยุดสองวันและพักผ่อนอยู่ที่บ้านกับครอบครัวทำให้วันนี้วิรัลพัชรมาทำงานด้วยความสดชื่น วันนี้หญิงสาวก็มาทำงานตามปกติแต่เมื่อมาถึงที่แผนกบัญชีเธอก็ต้องตกใจเพราะตอนนี้เก้าอี้ทำงานของเธอมันเปลี่ยนไป“พี่นิดคะเกิดอะไรขึ้นทำไมเก้าอี้ทำงานของวิวไม่เหมือนคนอื่นเลย” หญิงสาวถามหัวหน้าแผนกที่มักจะมาทำงานก่อนทุกคนเสมอ“คุณสุนันทาสั่งให้คนเอามาเปลี่ยนให้น่ะ”“อะไรนะคะ พี่นิดบอกว่าใครสั่งให้คนเอามาเปลี่ยนให้นะคะ” เธอไม่แน่ใจกับชื่อที่หัวหน้าแผนกเอ่ยออกมา“คุณสุนันทาแม่คุณนนท์ไงล่ะ”“เป็นไปได้ยังไงเขาจะเอาเก้าอี้มาเปลี่ยนทำไม” วิรัพัชรนึกหาเหตุผลไม่ออกเลยว่ามารดาของคุณานนท์จะทำแบบนี้ทำไม“อย่าเพิ่งนั่งนะวิว ปอนด์ขอนั่งก่อน” นัยนาที่เดินเข้ามาได้ยินก็รีบร้องบอก“ทำไมล่ะปอนด์”“ก็เผื่อเขาทำเก้าอี้ที่นั่งแล้วล้มลงไป วิวจะได้ไม่เป็นอะไรไงล่ะปอนด์ขอนั่งก่อนนะ” หญิงสาวพูดด้วยความเป็นห่วง“คงไม่มีใครทำอะไรแบบนั้นหรอกมั้งปอนด์”“ไม่รู้สิปอนด์ดูละครมาเยอะแม่สามีที่ไม่ชอบลูกสะใภ้ก็อยากจะทำให้ลูกสะใภ้แท้งก็ได้นะ”“คิดมากเกินไปหรือเปล่าปอนด์” พนิดามองหน้าลูกน้องของตัวเองแล้วส่ายศีรษะเพราะคิดว่าคุณสุนั
“มันแน่นมากวิว เสียวใช่ไหม”หญิงสาวพยักหน้าแทนคำตอบก่อนจะตามมาด้วยเสียงครางหวานเมื่อสะโพกของคุณานนท์ขยับจังหวะเร็วขึ้น มือหนึ่งช้อนใต้ข้อพับยกขึ้นสูงเพื่อให้ตนเองเข้าได้ลึกสุด อีกมือสอดใต้ร่างมาบีบขยี้หน้าอกของเธอยังไม่ปรานี จังหวะรักไม่รุนแรงแต่เต็มไปด้วยความสุขและความเสียวซ่าน ต่างฝ่ายต่างโหยหาความรู้สึกและอารมณ์แบบนี้มานานหลายเดือน“คุณนนท์...อื้อ....วิวเสียว”“เสียวก็ปล่อยออกมาเลยวิว”ยิ่งได้ยินเขาพูดแบบนี้วิรัลพัชรก็ยิ่งเสียวมากขึ้นฝ่ามือร้อนยังคงหน้าอกอิ่มริมฝีปากจูบไปบนไหล่มน ก่อนจะก้มลงจูบบนริมฝีปากบางที่กำลังหันไปหาเขาอย่างรู้งาน จูบเร่าร้อนหนักหน่วงจนหญิงสาวแทบจะขาดอากาศหญิงสาวสั่นสะท้านไปทั้งตัวที่ ความเสียวซ่านมากยิ่งขึ้นชายหนุ่มผละมือออกจากหน้าอกแล้วลูบฝ่ามือไปตามหน้าท้องนูนเด่นก่อนจะใช้ปลายนิ้วกดเน้นไปบนเกสรสวาททำเอาหญิงสาวสั่นสะท้านไปทั่วทั้งตัว“อื้อ....อ่า คุณนนท์ขา อย่าทำแบบนั้น”“ไม่ชอบเหรอ ถ้างั้นผมหยุดน่ะ”“เปล่านะ วิวเสียวมากมันจะเสร็จ”หญิงสาวรีบปฏิเสธเพราะกลัวเขาจะหยุดอย่างที่พูด“ผมก็อยากให้วิวเสร็จเพราะตอนวิวเสร็จร่องวิวตอดแน่นมาก ลองก้มดูสิว่าตอนนี้ร่องของว
“วิวผมรู้แล้วว่าคุณยังไม่หลับ”“ก็คุณนนท์ยังคุยอยู่แบบนี้วิวจะหลับล่ะคะ”“เรายังคุยกันไม่จบเลยนะวิว”“แต่วิวคิดว่าวิวจบแล้วค่ะ”“วิวไม่ต้องการจริงเหรอ” ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้กอดเธอจากทางด้านหลัง ฝ่ามือลูบไล้บนหน้าท้องของเธอเบาๆ“ลูกจ๋าขอพ่อมีความสุขกับแม่ได้ไหม” เขากระซิบข้างหูจนหญิงสาวรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว“คุณนนท์ใครเขาให้พูดกับลูกแบบนั้นกันคะ”“ผมต้องการคุณนะวิวมันนานแล้วที่เราไม่ได้นอนด้วยกันและผมนอนกับคุณเกือบทุกคืนแต่ก็ได้แค่กอดผมรู้สึกทรมานมากๆ”“คุณนนท์คะ วิวท้องอยู่นะ”“ผมปรึกษาเรื่องนี้กับคุณหมอแล้วนะ”ชายหนุ่มพูดขณะที่ฝ่ามือก็ลูบไปบนต้นขาขาวเนียนและสอดเข้าใต้ชุดนอนแบบกระโปรงไล้ฝ่ามือไปบนหน้าท้องที่โตขึ้นกว่าเดิม“คุณนนท์ไม่นะคะ”“อย่าห้ามเลยผมทรมานมากจริง ให้ผมนะวิว”เขากระซิบแหบพร่าแล้วฝ่ามือร้อนก็กอบกุมหน้าอกอิ่มที่มันขยายขนาดขึ้นกว่าเดิม“คุณนนท์....”เธอครางแผ่วเบาเมื่อสัมผัสจากฝ่ามือร้อยทำให้ร่างกายอารมณ์ปรารถนาของเธอถูกปลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว“หน้าอกคุณใหญ่ขึ้นใช่ไหม”“มันก็เป็นอาการปกติของคนท้อง”“ดีจัง”เขาเพิ่มแรงบีบบนอกอิ่มปลายนิ้วสะกิดยอดถันปลุกเร้าอารมณ์ของหญิงสาวจน
ในห้องรับแขกของบ้านคุณย่าชมนาดตอนนี้วิรัลพัชรกำลังนั่งดูละครหลังข่าวอยู่กับคุณย่าตามปกติ โดยมีคุณานนท์มานั่งดูละครด้วยช่วงพักโฆษณาชายหนุ่มก็เลยถามวิรัลพัชรถึงเรื่องการตั้งชื่อของลูกในท้อง“ตกลงคุณคิดออกหรือยังวิวจะให้ลูกในท้องชื่อว่าอะไร”“วิวคิดออกหลายชื่อเลยค่ะ คุณนนท์แต่ไม่รู้จะเอาชื่อไหนดีคุณย่าช่วยวิวเลือกหน่อยได้ไหมคะ”“ได้ยังไงล่ะลูกของหนูวิวกับตานนท์ก็ต้องช่วยกันตั้งชื่อเอง”“แต่วิวก็อยากให้คุณย่าช่วยตั้งชื่อด้วย ชื่อเล่นวิวคิดไว้หลายชื่อส่วนชื่อจริงวิวอยากให้คุณย่าเป็นคนตั้ง”“อ้าวทำไมถึงอยากให้ย่าเป็นคนตั้งล่ะ”“วิวอยากให้ลูกได้ชื่อที่เป็นสิริมงคลจากคุณย่าค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นย่าจะลองไปปรึกษาพระที่วัดดูแต่คงต้องรอให้ตาหนูในท้องคลอดออกมาก่อนจะได้เอาวันเวลาไปให้ท่านด้วย” คุณย่าชมนาดรู้สึกดีใจมากที่หลานสะใภ้ให้เธอเป็นคนตั้งชื่อ“ขอบคุณมากค่ะคุณย่า”“แล้วชื่อเล่นล่ะหนูคิดไว้ชื่ออะไรบ้าง”“มีหลายชื่อเลยค่ะมีนิวตัน นับหนึ่ง เนสแล้วก็มีนะโมค่ะ คุณย่ากับคุณนนท์ชอบชื่อไหนคะ”“ทำไมชื่อมีแต่น.หนูทั้งนั้นเลยล่ะไม่เห็นจะมีว.แหวนเหมือนหนูวิวเลย”“ก็วิวอยากให้ลูกมีชื่อเหมือนทุกคนนี่คะ”“ย่าไม
งานแต่งงานผ่านไปแล้วแม้ว่ามันจะไม่ราบรื่นอย่างที่ตั้งใจไว้แต่มันก็ทำให้วิรัลพัชรและคุณานนท์มีความเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้นคุณานนท์รู้สึกสงสารหญิงสาวมากๆ ที่ถูกมารดาของตนเองต่อว่าต่อหน้าคนอื่นแบบนั้น ในขณะที่วิรัลพัชรก็รู้สึกดีที่คุณานนท์ทำให้มารดาของเธอมาร่วมงานแต่งงานครั้งนี้ได้ตอนนี้หญิงสาวกำลังเปิดรับคุณานนท์เข้ามาอยู่ในใจ เธอกำลังรักเขาแต่ก็ไม่กล้าบอกความรู้สึกของตัวเองออกไปเพราะกลัวว่าเขาจะหัวเราะเยาะเพราะรู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ทันเกิดจากความรับผิดชอบไม่ใช่ความรักเหมือนกับคู่แต่งงานอื่นวันนี้เป็นวันที่วิรัลพัชรต้องไปฝากครรภ์ซึ่งหญิงสาวถึงย้ายมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลกับอาจารย์หมอวัลลภซึ่งเป็นอาจารย์หมอที่เก่งที่สุดในแผนกสูตินรีเวชตามคำแนะนำของหมอนันนภัสในห้องตรวจนอกจากจะมีคุณแม่มือใหม่นอนอยู่บนเตียงให้คุณหมอทำการอัลตราซาวด์แล้วยังมีคุณย่าชมนาด คุณานนท์และหมอนันนภัสอยู่ในห้องนั้นด้วยทุกคนต่างพากันตื่นเต้นเพราะวันนี้อาจจะรู้เพศเด็กที่อยู่ในท้องแล้วก็เป็นได้คุณหมอนันนภัสมองหน้าจอเครื่องอัลตราซาวด์แล้วยิ้มด้วยความดีใจเมื่อเธอเห็นเพศของหลานตัวน้อยก่อนใคร“หมอนันรู้แล้วใช่ไหมว่าลูกของว
ระหว่างที่ยืนถ่ายรูปอยู่กับวิรัลพัชรหน้าห้องจัดเลี้ยงก็มีสายตาหลายคู่มองหญิงสาวแปลกๆ บางคนก็เดินมามองแล้วกลับไปยืนซุบซิบจนวิรัลพัชรรู้สึกถึงความผิดปกติ“คุณนนท์คะ วิวรู้สึกแปลกๆ ค่ะ ทำไมแขกถึงมองเราสองคนแบบนั้นค่ะ”“นั่นสิมันเกิดอะไรขึ้นกันนะ” ชายหนุ่มกวักมือเรียกเลขาของตนเองที่ยืนอยู่หน้างานเข้ามาถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น“คุณนนท์ค่ะไม่รู้มีใครไปปล่อยข่าวว่าคุณวิวปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อตั้งใจจะจับคุณนนท์และคุณนนท์ถูกบังคับให้แต่งงานเพราะคุณวิวเอาลุกมาขู่ค่ะ” มยุรีบอกกับเจ้านายตามที่เอได้ฟังมา“ใครเป็นคนเอาเรื่องนี้มาพูดคุณพอจะรู้มั้ย” ยุก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะเดี๋ยวจะลองไปถามให้นะคะว่าพวกเขาเอาเรื่องนี้มาจากใคร“ผมว่าเราเข้าไปข้างในเลยดีไหมไม่ต้องถ่ายรูปแล้วก็ได้ผมไม่อยากให้ใครมองคุณด้วยสายตาแบบนั้นเลย”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณนนท์ยังมีอีกหลายคนที่เรายังไม่ถ่ายรูปด้วย ถ้าคืนนี้เราไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับเขาแล้วเราจะมาเสียใจทีหลังนะคะ”“ทนได้แน่นะวิว”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะก็เรื่องที่เขาพูดมันเป็นความจริงนี่คะ”“แต่มันก็เป็นความจริงครึ่งเดียวที่คุณท้องก่อนแต่ง แต่คุณไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาจับผมอย่างที่พวกเขา