บทที่ 3 ไม่มีเกียร์เหมือนวิศวะ
มหาลัยD “มานั่งเป็นต้มอึ่งอะไรตรงนี้คะคุณลูกหมู” นั่งอยู่ได้ไม่นานเสียงแหลมเหมือนหนามต้นงิ้วก็ดังแสบแก้วหูฉันมาแต่ไกลไม่เกรงในนักศึกษาที่กำลังนั่งทำงานอยู่บริเวณนี้เลยสักนิด เจ้าของเสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนหน่อไม้เพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันมากับฉันตั้งแต่เด็กนั้นเอง กำลังเดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับปกป้องแฟนหนุ่มหน้าตาหล่อนิดหน่อยมันเองก็เป็นเพื่อนฉันเหมือนกันและใช่พวกมันได้กันเองแต่ท่าไหนฉันก็ไม่รู้เหมือนกันไม่ได้แอบไปอยู่ใต้เตียงพวกมัน “มานั่งรอคุณหน่อไม้ต้มเปรตและคุณปกป้องหน่อไม้แหละค่ะ” “มาเช้าเองช่วยไม่ได้” “แกเป็นอะไรทำไมทำหน้าเหมือนคนไม่ได้นอน” หน้าฉันเหมือนคนไม่ได้นอนขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ยเอาเข้าจริงฉันก็ไม่ได้นอนจริงๆ นั่นแหละเพราะเมื่อคืนอยู่คุยโทรศัพท์ ไม่สิอยู่โต้วาทีกับนายอินทนนท์ทั้งคืนเลยด้วยหัวข้อ ‘โจรขโมยจูบแรก’ ของฉันทำให้เมื่อคืนฉันไม่ได้นอนเต็มอิ่ม “เฮ้อ การมีแฟนมันลำบากขนาดนี้เลยเหรอหน่อไม้” “ก็ไม่ได้ลำบากอะไร เอ๋...แต่เดี๋ยวนะพูดอย่างกับว่าแกมีแฟนแล้วอย่างงั้นแหละ” “หน่อไม้ปกป้อง...” “อะไรของแกทำไมทำเสียงอย่างนั้น” หน่อไม้มองหน้าเพื่อนสาวอย่างสงสัย “ฉันมีแฟนแล้วนะ” ฉันบอกเพื่อนทั้งสอง “พูดจริง” ดูมันสองคนทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่ออะไรขนาดนั้น! “ทำไมถามแบบนั้นหนังหน้าฉันมันเหมือนคนไม่มีใครอยากเป็นแฟนด้วยเลยหรือไง” “เปล่าฉันแค่ถามให้แน่ใจเฉยๆ แล้วแฟนแกใครละพวกฉันรู้จักไหม” “อินทนนท์ ชื่อ อินทนนท์ฉันรู้แค่นี้” “แกจะบ้าเหรอลูกหมูแกไปคบกับคนที่รู้จักกันแค่ชื่อได้ยังไงถ้าเธอหมอนั่นมันหลอกเอาเงินแกจะทำยังไง” “นั่นสิ เธอไปบอกเลิกแล้วบล็อกผู้ชายคนนั้นไปเลยดีกว่าก่อนที่มันจะมาหลอกเงินเธอ” หลอกเอาเงินตัดทิ้งไปได้เลยหมอนั่นรวยจะตายแถมเป็นลูกชายร้านทองแถมร้านจิวเวลรี่อีกรถที่ขับยังเป็นเฟอร์รารี่รุ่นใหม่ด้วย ของที่ให้ฉันมาราคารวมกันเป็นแสนกว่าบาทจะมาหลอกลูกสาวผู้ใหญ่บ้านพอมีกินแบบฉันถ้าเป็นโจรก็คงจะลงทุนเกินไปไหม พลึบ “อะไรของแกหยิบโทรศัพท์ออกมาทำไม” “โทรศัพท์ที่หมอนั่นให้ฉันมาแกสองคนคิดว่าเขาจะมาหลอกเอาเงินฉันจริงๆ หรอแล้วยังมีสร้อยทองและสร้อยเพชรที่ได้มาอีกนะ” ฉันบอกทั้งสองคนก่อนจะเปิดรูปภาพของที่ฉันได้มาจากนายนนท์ให้ดู “มันไปขโมยใครมาหรือเปล่า” ปกป้อง “นั้นสิไม่น่าไว้ใจแกรับของโจรหรือเปล่าฉันว่าไปแจ้งความเอาไว้ก่อนไหม” หน่อไม้ดูเป็นห่วงฉันมากคงต้องบอกความจริงว่าบ้านหมอนั่นทำงานอะไรแหล่ะ “ตอนแรกฉันก็สงสัยว่าหมอนั่นเป็นขโมยหรือเปล่าเลยถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานของกลาง แต่พอถามไปว่าของพวกนี้เอามาจากไหนหมอนั่นบอกว่าของที่บ้าน เพราะบ้านนายอินทนนท์ทำธุรกิจร้านทองและเครื่องเพชรน่ะ” “...” อึ้ง อึ้งกันไปเลยตอนฉันรู้ฉันยังอึ้งเลยว่าลูกชายร้านทองจะมาขอฉันเป็นแฟน “ลูกหมูแกเล่นของใช้ไหมบอกฉันมาเลยนะไปเล่นที่ไหนพาฉันไปหน่อยสิ!” “หน่อไม้แฟนเธอนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้นะโว้ย” “อุ้ยลืมตัว ลูกหมูแกได้ของโคตรดีแต่แน่ใจนะว่าแกไม่ได้เล่นของมนต์ดำ” “จะบ้าหรือไงใครจะไปเล่นกัน” “แปลก แปลกมากที่คนรวยๆ อย่างนั้นจะมาชอบแกหรือนายอินทนนท์อะไรนั้นจะเป็นเสี่ยตัวอ้วนๆ มีพุง” “เลิกคิดมโนค่ะเพื่อน เขาเป็นรุ่นๆ เดียวกับเราแถมยังอยู่มหาลัยเดียวกับพวกเราด้วย” ฉันบอกมันออกไปก่อนที่ยัยหน่อไม้จะมโนอะไรแปลกๆ อีก อืม ตายยากจริงๆ พูดถึงก็มาพอดีว่าแต่เขารู้ได้ยังไงว่าฉ้นอยู่ตรงนี้และดูเดินมาอย่างหล่อนักศึกษาหญิงคณะฉันมองตามคอจะหักอะไรมันจะขนาดนั้นกันพวกเธอหันมามองดีๆ ก็ได้ไหมเห็นแล้วเจ็บคอแทน “ตัวทองมาอยู่ตรงนี้เองตัวเงินตามหาแทบแย่” มาถึงไม่สนใจสิ่งรอบข้างแล้วยังมีหน้ามานั่งข้างฉันอีกนะ “รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ตรงนี้” “อย่ามาสมองปลาทองสิตัวทองเมื่อคืนเราคุยกันแล้วนะว่าตัวเงินจะมาหาเธอที่คณะถ้าเธอไม่นั่งรอหน้าคณะเธอจะไปเร่ร่อนเป็นสัมภเวสีอยู่ตรงไหน” เอ่อ...ทำไมรู้สึกโดนด่าว่าเป็นผีไม่มีสมองเลยวะไม่หรอกเราคงคิดมากไปเอง “งั้นเหรอ” “ครับ แล้วสองคนนี้เพื่อนเธอหรอ” เออลืมเลยว่ามีหน่อไม้กับปกป้องนั่งอยู่ด้วยและดูทั้งสองคนมองหมอนี้ตาค้างไปเลยแม้แต่ไอ้ปกป้องก็เป็นไปด้วยอะไรกันทำอย่างกับไม่เคยเห็นคนหล่อใกล้ๆ อยากถ่ายรูปตอนมันสองคนอ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าปาดซะมัด แชะ แชะ ว่าแล้วก็ขอถ่ายเก็บไว้เลยแล้วกันเผื่อวันไหนมันสองคนทำอะไรไม่ถูกใจจะได้เอารูปพวกนี้ไปโพสต์ลงโซเชียลเป็นตัวประกัน อิอิ “ใช่เพื่อนฉันเองคนนี้ปกป้องและก็หน่อไม้มันสองคนเป็นแฟนกัน” “ยินดีที่ได้รู้จักผมอินทนนท์เรียกพี่นนท์ก็ได้เป็นแฟนของลูกหมูครับ” อินทนนท์แนะนำตัวออกมาด้วยรอยยิ้ม “พี่เหรอคะ?” “ครับพี่อยู่ปีสองคณะการตลาด” “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่นนท์” “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” หลังจากทำความรู้จักกันไปพอประมาณเราก็นั่งคุยกันไปเรื่อยแต่ส่วนมากจะเป็นฉันกับนายนนท์ตีกันมากกว่าจนมาเข้าหหัวข้อ เกียร์แทนใจของวิศวะ เหมือนกับเกียร์อยู่ที่ใครใจอยู่ที่เกียร์อะไรแบบนั้นฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน “เกียร์อะไรเหรอ” ฉันถามด้วยความสงสัย “นี่ไงแกเกียร์วิศวะไอ้ปกพึ่งให้ฉันมา” “แล้วมันมีความหมายอะไรอะก็แค่เกียร์” แถมยัยหน่อไม้ยังทำเป็นสร้อยมาใส่คอแทนพระพี่มันใส่ประจำอีกตั้งหาก “โว๊ะ แกนี่ไม่รู้อะไรเลยเด็กวิศวะได้เกียร์มาจากการรับน้องแสนอยากลำบากพอได้มาคนที่มีแฟนแล้วก็จะเอามาให้แฟนเพื่อเป็นของแทนใจแบบเกียร์อยู่ที่ใครใจอยู่ที่เกียร์เป็นไงโรแมนติกไหมแก” เอาตรงไหนมาโรแมนติกวะ เออๆ แต่ถ้าเพื่อนว่าโรแมนติกก็โรแมนติกวะ “มองอย่างนั้นแกอยากได้บ้างหรือไงลุกหมู” อยากได้ก็บ้าแล้วแค่มองดูว่ามันต่างจากที่ฉันเคยเห็นขายตามตลาดตรงไหนถ้าอยากได้ฉันซื้อใส่เองก้ได้ไหมละ “การตลาดไม่มีเกียร์เหมือนวิศวะด้วยสิ ถ้าเธออยากได้เอาเป็นสร้อยทองสร้อยเพชรแทนได้ไหม” จู่ๆ นายนนท์ก็พูดออกมาจนฉันต้องหันไปมองหน้าทันที “ฮะ” “อุ้ย ลูกหมูถ้าแกอยากได้เกียร์วิศวะแลกสร้อยทองกับฉันก็ได้นะ” “หน่อไม้!” “เค้าแค่ล้อเล่นเองปก” “อืมอยากได้” “ฉันไม่มีเกียร์ให้เธอ” “หมายถึงอยากได้สร้อยทองอีกขอสักสามเส้นได้ปะ” ข้อเสนอมาขนาดนี้รีบกอบโกยสิจ๊ะรออะไรเผื่อวันไหนอิพ่ออิแม่การเงินช็อตไม่ส่งเงินมาให้จะได้เอาสร้อยทองไปขายเลี้ยงชีพความคิดดีจริงๆ เลยลูกหมูเอ้ย! “ลูกหมูแกดูหน้าเงินเหมือนกันนะ” หน่อไม้ลุกขึ้นมากระซิบทันทีเมื่อได้ยินที่ฉันพูด “แกต้องบอกว่าฉันหน้าทอง” “เอาสิแค่สามเส้นเอาเพิ่มอีกสี่เส้นไหมจะได้ใส่เส้นละวันไปเลยตัวทอง” โอ้ยยย! ดู ดูมันยังมีหน้ามายิ้มตาหยีให้อีกฉันแค่จะกวนประสาทเล่นไหมละใครจะไปเอาจริงกันแค่ของที่ได้มาคราวก่อนฉันยังไม่กล้าใส่เลยด้วยซ้ำใครจะอยากเอามาให้รกห้องอีกกันฉันไม่ได้หน้าเงินขนาดนั้นนะ สาธุขอให้ร้านทองหมอนี่เจ๊งทีเถอะเพี้ยง!บทที่ 4 บ้านพี่ยังมีห้องว่างนะครับอาจารย์นะอาจารย์สั่งงานเหมือนสอนเป็นคลาสสุดท้ายก่อนวันสิ้นโลก เฮ้อ...หมดกันวันหยุดที่แสนสดใสของฉันกะว่าจะนอนพักสมองอยู่หอเฉยๆ ซะหน่อย“ไม่รู้แกจะสั่งงานอะไรเยอะขนาดนั้นเนอะ”“บ่นไปก็เท่านั้นไม่ทำเดี๋ยวก็ F แกรู้ไงสั่งงานเยอะขนาดไหนนักศึกษาอย่างพวกเราก็ต้องทำอยู่แล้ว” ฉันละอยากจะวาข้ามไปตอนรับปริญญาเลย“นั่นสินะ งั้นฉันกลับก่อนแล้วกันแยกกันตรงนี้เลยนะแกลูกหมู”“อ้าว แกไม่ได้กลับกับไอ้ปกหรือไง” ปกติเห็นกลับบ้านด้วยกันทำไมวันนี้ถึงกลับก่อน“ปกมันเลิกเย็นฉันเลยว่าจะกลับไปทำงานที่อาจารย์จรรยาสั่งให้เสร็จเพราะวันเสาร์ฉันมีนัดเดทกับปก” เป็นแฟนกันแล้วจะต้องไปเดทอีกหรือไง แต่จะว่าไปฉันก็ยังไม่เคยมีโมเมนต์ได้ออกเดทกับใครเลยนี้น่า“อืม กลับดีๆ”“แล้วแกล่ะจะไปไหนต่อหรือจะไปหาพี่นนท์ที่คณะ”“ทำไมฉันต้องไปหาด้วย”“นี่ลูกหมูแกไม่รู้อะไรเลยหรือไงว่าแฟนแกน่ะฮอตและดังมากในมหาลัยรุ่นพี่รุ่นน้อง บัญชี การตลาด การโรงแรมแม้แต่เกษตรเรายังมีไปอ่อย เอ้ยไม่ใช่ยังไปนั่งรอเจอพี่เขาที่หน้าคณะเลยแกเป็นแฟนแกไม่ไปเปิดตัวเลยล่ะฉันว่าต้อวมีคนช็อกตายแน่ๆ ที่พี่นนท์มีแฟนแล้ว” ฉันมีแฟนฮ
บทที่ 5 แฟนเธอรวยสุดท้ายฉันก็ต้องมานอนบ้านนายอินทนนท์แถมยังนอนห้องเดียวกันอีกไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือความตั้งใจของหมอนี่กันแน่ฉันสาบานเลยถ้าเขาทำอะไรทะลึ่งๆ กับฉันรับลองได้เลยศพไม่สวยแน่แม่จะกระโดดทับเหมือนสิบล้อเหยียบให้ร่างกายของเขาให้แบนเป็นส้มแผ่นเลยค่อยดู!"ไม่อาบน้ำเหรอครับ" รู้สึกขัดหูกับคำลงท้ายสุภาพของหมอนี่ยังไงก็รู้ ฟังกี่ครั้งไม่ชินหูเลยจริงๆ"อาบอีกแป๊บนึง""ครับ งั้นนนท์อาบก่อนนะ""อืม นี่นายไม่ต้องมาทำเป็นสุภาพกับฉันก็ได้นะฟังแล้วมันจั๊กจี้รูหู" ฉันบอกเขาไปตามตรง"ไม่ชอบหรอนึกว่าเธอจะชอบซะอีก""ผู้ชายสุภาพฉันก็ชอบแต่มันไม่ใช่นิสัยจริงๆ ของนายไง เพราะงั้นนายอย่าฝืนตัวเองเลยคุยกันปกติแสดงนิสัยจริงๆ ของนายออกมาเลย" ฉันจะได้รู้ว่านิสัยจริงๆ ของเขาเป็บแบบไหนฉันพอจะรับมันได้ไหม"ได้งั้นนนท์ไปอาบน้ำก่อนนะ เอ๋...หรือว่าเธอสนใจจะมาอาบน้ำด้วยกันไหมช่วยชาติประหยัดน้ำ""ฝันไปเถอะ!""หึ ไม่ได้ล็อคประตูห้องน้ำไว้นะถ้าเปลี่ยนใจอยากเข้ามาอาบน้ำด้วยกันเปิดเข้ามาได้เลยนะ""ใครเขาจะไปอยากอาบน้ำกับนายกันพูดมากไปอาบน้ำได้แล้วไป!" ฉันไล่เขาอีกครั้งก่อนประตูห้องน้ำจะปิดลงเวลาผ่านไป 2
บทที่ 6 อนาคตฉันเป็นคนกำหมดมันเอง“ในที่สุดก็เสร็จซักที!” เท่านี้วันเสาร์อาทิตย์ก็เป็นของฉัน“เสร็จแล้วเหรอ”“อื้ม ในที่สุดก็เสร็จ”“เก่งมาก”“…” ฉันนิ่งไปทันทีเมื่อรู้สึกถึงฝามือที่ลูบลงบนเส้นผมของฉัน“เมื่อยไหม”“นะ...นิดหน่อย” ใจเย็นไว้ลูกหมูนิ่งไว้ก่อน ไอ้หัวใจบ้าแกอย่าเต้นแรงนักสิเดี๋ยวเขาก็ได้ยินหมด“ไปนอนที่เตียงสิเดี๋ยวนนท์นวดให้”“ไม่เป็นไร”“เอาน่าไม่ต้องเกรงใจปะ”หมอนี่ไม่สนใจคำพูดของฉันแถมยังจับจูงมือพาฉันมานอนลงบนเตียงอีกตั้งหากแม้สมองสั่งการให้ขัดขืนแต่หัวใจกับสั่งให้ฉันยอมทำตามสิ่งที่เขาต้องการอย่างช่วยไม่ได้ สุดท้ายฉันก็ได้นอนนอนคว่ำลงที่เตียงนอนนุ่มจนได้“อื้มมม” อ่า...รู้สึกดีซะมัดตรงที่เขากดโดนจุดที่ฉันกำลังปวดอยู่พอดี“ดีไหม”“ดี นายนวดเป็นงั้นเหรอ” ฉันถามคนตัวสูงที่กำลังกดมือลงบริเวณหัวไหล่ของฉัน“พอนวดได้ ม๊าหมายถึงแม่นนท์ชอบให้นวดเวลาที่ท่านนั่งทำงานนานๆ”“อืม เป็นลูกที่ดีจังนะ” ฉันบอกพร้อมกับหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย“ฉันเป็นแฟนที่ดีด้วยนะ”“เรื่องนั้นคอยดูกันต่อไป เราพึ่งคบกันยังไม่ถึงอาทิตย์เลยแค่นี้ยังไม่รู้หรอกไม่แน่อาทิตย์หน้าเราอาจจะเลิกกันก็ได้” เขาอาจจะดีแค
บทที่ 7 ปิดไฟก่อนสิ“อื้มมม”“ลูกหมูตื่น”“หื้ม อะไรของนายคนจะนอน” ฉันลืมตาก่อนจะเอ่ยถามเขา“ไม่ เธอต้องตื่นมารับผิดชอบสิ่งที่เธอทำ”“รับผิดชอบอะไร ฉันขอโทษนายไปแล้วไง” ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเขาเลย แต่...เดี๋ยวนะนี้ฉันกำลังกอดเขาอยู่เหรอหมับ! พลึบ!“ดูสิ เธอทำมันตื่น”“กรี๊ดดด! ไอ้ทะลึ่งนายให้ฉันจับอะไรเนี่ยโรคจิตหรือไง” ไอ้บ้าเอามือฉันไปจับหนอนของตัวเองเฉยเลย“จับสิ่งที่เธอต้องรับผิดชอบไง”“โรคจิต”“ไม่ต้องมามองด้วยสายตาแบบนั้นเพราะเธอทำมันตื่นเอง”“ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง”“เธอจะไปรู้เรื่องอะไร เล่นนอนกอดฉันแถมยังเอานมเอาตัวเองเข้ามาเบียดเสียดฉันขนาดนั้นลูกชายฉันก็ตื่นน่ะสิ”“ม...ไม่จริง” ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าที่เขาพุดมันจริงก็เถอะแต่ปฏิเสธไปก่อน“ไม่จริงอะไรหลักฐานมันตั้งชี้หน้าเธออยู่เนี่ย”“อึก...” มันก็ชี้หน้าฉันอยู่จริงๆ ขนาดอยู่ในกางเกงยังใหญ่ขนาดนี้ถ้าออกมาจะใหญ่ขนาดไหนกัน“ทำให้มันสงบลงเดี๋ยวนี้แล้วนนท์จะให้นอน”“เอ่อ...ทำไมนายไปช่วยตัวเองล่ะไม่เห็นต้องให้ฉันช่วยเลย” นั้นสิ ผู้ชายก็ช่วยตัวเองได้ทำไมไม่ทำให้มันอ่อนลงเอง“ใครทำมันตื่นคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบ”“แต่...”“ไม่มีแต่ รีบๆ
บทที่ 8 อ้ายบ่อยากเชื่อสายตา“อื้มมม”ห้าวว อ่า...สดชื่น“อ๊ะ…ทำไมเมื่อยขาจังวะ” ฉันลุกขึ้นจับที่ขาด้วยเองทั้งสองข้างด้วยความสงสัยพร้อมกับนวดคลึงมันเบาๆ“เมื่อวานก็ไม่ได้เดินมากหรือเดินชนอะไรนิน่า”ฉ่า! ความทรงจำบางอย่างแวบเข้ามาในหัวจากนั้นไม่นานใบหน้าอมชมพูของลูกหมูก็เริ่มขึ้นสีมาทันที“อย่าบอกนะเมื่อคืนมันไม่ใช่ความฝัน!”ฉันจำได้แล้วว่าเมื่อคืนนายนนท์ปลุกฉันให้มารับผิดชอบ...เอ่องูอนาคอนดาของเขาก็นั่นแหละฉันเริ่มจำได้แล้วว่าทำไมตื่นมาฉันถึงปวดขาเพราะอ้านานนี้เอง โอ้ย!ให้ตายเถอะซาร่าฉันก็นึกว่ามันเป้นความฝันถึงได้ยอมทำให้เขาแต่ที่ไหนได้เรื่องจริงอยากจะมุดดินแทรกแผ่นโลกหนี…“ลูกหมูยัยบ้าแกมันน่าอายจริงๆ เลย ยอมเขาอะไรขนาดนั้นคบกันยังไม่ถึงห้าวันเลยแท้ๆ ยังดีที่หมอนั่นยังเป็นคนดีอยู่บ้าง”แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้สอดใส่เข้ามาในตัวฉัน นั้นก็หมายความว่าฉันยังคงเป็นสาวบริสุทธิ์ที่ยังสามารถปักตะไคร้ให้อิพ่ออิแม่ได้อยู่ในยามจำเป็นได้อยู่แกร๊ก!“ตื่นแล้วเหรอ”“หลับอยู่มั้ง” เห็นอยู่ยังจะถามอีก“อืม หลับอยู่ก็ดีแล้วนนท์เข้าใจเมื่อคืนตัวเงินคงอ่อนเพลีย...”“นาย! ไอ้บ้า ไอ้คนฉวยโอกาส!”“ได้รับพร
บทที่ 9 อย่ามองผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่แฟนเธอ#อินทนนท์#“หึ”ฮาฮ่าฮา ได้แกล้งเธอมันสนุกจริงๆ แค่แกล้งทำเป็นตกใจตอนเธอกินต้มอึ่งเธอก็คิดว่าผมไม่กล้ากินมันซะแล้วหลอกง่ายจริงแบบนี้คงปล่อยให้อยู่ไกลหูไกลตาไม่ได้แล้วถ้าถูกผู้ชายคนอื่นหลอกไปแย่เลย“หัวเราะอะไร”“หัวเราะคนตกใจอ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปวางไข่”“เวอร์แค่ตกใจนิดหน่อยไม่คิดว่านายจะกล้ากินมัน”“นนท์ไม่ใช่ลูกคุณหนูอะไรขนาดนั้น” ผมกินได้เกือบทุกอย่างแหละเพราะม๊าชอบให้ผมกินอะไรแปลกๆ ตั้งแต่เด็กด้วยเหตุผลที่ว่าเกิดเป็นคนไม่ต้องเลือกกินมีอะไรกินก็กินไป“นายโกงฉัน งั้นที่ตกลงกันเราก็ยกเลิกไปสิ”“นนท์โกงยังไง” อินทนนท์เอียงคอถาม“นายโกหกว่านายกินต้มอึ่งไม่ได้แค่นี้ก็โกงแล้วไหม”“แต่นนท์ไม่ได้บอกลูกหมูว่านนท์กินมันไม่ได้ ลูกหมูคิดเองเออเองไม่ใช่หรือไง”จบคำพูดของอินทนนท์ลูกหมูก็นิ่งไปทันทีเพราะเมื่อเธอนึกดีๆ ก็ถูกอย่างที่อินทนนท์ว่าเขาไม่ได้บอกว่ากินต้มอึ่งไม่ได้เลยมีแต่เธอเองที่แค่เห็นใบหน้าตกใจของเขาแล้วคิดไปว่าเขาไม่กล้ากินมันจึงตอบตกลงรับคำขอนั่นไป“ทำหน้าแบบนี้คิดออกแล้วใช่ไหมเพราะงั้นสัญญายังคงเป็นสัญญา” ผมยิ้มให้เธอที่ทำแก้มป่องอย
บทที่ 10 แฟนหรือเจ้ากรรมนายเวร“อย่างที่รู้กันคณะเกษตรของเราต้องมีลงพื้นที่ออกต่างจังหวัดเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของสารกำจัดศัตรูพืชให้กับชาวบ้าน อาจารย์จะให้นักศึกษาจับคู่สองคนลงพื้นที่เก็บข้อมูลการทำเกษตรของพื้นที่นั้นๆ มาส่งอาจารย์ ส่วนจะไปที่ไหนเลือกกันเองอีกสองอาทิตย์เตรียมนำเสนอในคลาส วันนี้เลิกได้”“ครับ/ค่ะ”“ลูกหมูเรากลับไปเก็บข้อมูลที่หมู่บ้านเรากันดีไหม”“อืม คิดเหมือนกันกลับไปเก็บข้อมูลที่บ้านเราดีกว่า” ถือโอกาสนี้กลับบ้านไปด้วยเลยไหนๆ ก็หยุดทั้งอาทิตย์หนึ่งเพราะอาจารย์ต้องไปดูงานต่างประเทศ“นนท์ไปด้วย”นี่ก็อีกคนตามติดฉันเป็นเงาตามตัวไปไหนก็ไปด้วยวันไหนเขาไม่มีเรียนก็จะมานั่งเรียนเป็นเพื่อนฉันจนอาจารย์และนักศึกษาในคลาสชินไปแล้ว เวลามันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกินนับจากวันที่เดตแปลกๆ นั่นก็ผ่านมาสองเดือนแล้ว จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่อยากจะเชื่อว่าเราจะคบกันมาจนถึงตอนนี้“ลูกหมูนนท์ไปด้วย”“ไม่”“นนท์จะไป” สุดท้ายจะไปอยู่ดีไม่รู้จะถามทำไมมันก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งเรื่องมานั่งเรียนกับฉันเหมือนกันทั้งที่บอกว่าไม่ต้องมาเขาก็หน้าด้านหน้าทนเข้ามานั่งเรียนกับฉันหน้าตาเฉย“แล้วจะถามทำไม
บทที่ 11 หึงหมดไม่สนพี่ไม่สนพ่อใคร“อื้ม เดี๋ยวเข้าไปบอกป๊าม๊าด้วย รู้แล้วอื้ม”ผมวางสายจาก อินทนิล พี่ชายที่เกิดก่อนผมไม่ถึงห้านาทีใช่ครับผมมีแฝด แฝดที่ไม่ชอบทำอะไรเหมือนกันแม้แต่มหาลัยที่เรียนเราสองคนยังเรียนคนละที่ เลย และวันนี้มันก็โทรตามผมไปงานวันเกิดม๊าซึ่งผมก็กลับไปฉลองกับท่านตลอดทุกครั้งอยู่แล้วแต่ครั้งนี้จะพิเศษหน่อยเพราะผมจะพาลูกหมูแฟนของผมไปด้วย“ตัวเงินวันนี้ไปบ้านตัวทองกันนะ”“หะ...นายว่าอะไรนะ”“หูไม่ดีอีกแล้วนนท์ต้องพาเธอไปหาหมอเพื่อตรวจหูจริงๆ ซะแล้ว” อินทนนท์ขยับเข้าไปใกล้ลูกหมูพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างจับหูของเธอก่อนจะพูดประโยคเดิมอีกครั้ง“นนท์บอกว่าวันนี้ไปบ้านนนท์กัน”“อื้มมม ได้ยินแค่อยากฟังให้ชัดเท่านั้นแหละ” เธอบอกพร้อมกับพยายามสะบัดหน้าออกจากมือผมที่กำลังจับหูเธออยู่“น่ารัก...”ฟอดด!มันอดใจไว้ไม่ไหวเพราะแฟนผมน่ารักที่สุดไม่ได้อวดนะครับแค่ประโยคบอกเล่าเฉยๆ“โอ้ยยย! เดี๋ยวหอมเดี๋ยวกัดเดี๋ยวกอดนายเอาหน้าเอาคอฉันไปเล่นที่บ้านเลยไหม”“ไม่...ไม่อยากได้แค่คอแค่หน้าอยากได้ทั้งตัวรวมถึงหัวใจลูกหมูด้วยให้นนท์ได้ไหมครับ” ผมบอกเธอพร้อมกับสวมกอดเธอเอาไว้“...”“ลูกหมู”“
ตอนพิเศษ ดำนาช่วยพ่อตา5 ปีต่อมา ห้าปีแล้วนับตั้งแต่งานแต่งงานจนตอนนี้ฉันเรียนจบมาช่วยงานที่บ้านเรียบร้อย ถึงจะบอกว่าช่วยงานที่บ้านฉันก็แค่เปิดร้านขายปุ๋ยขายยาโดยผู้สนับสนุนหลักจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสามีสุดที่รัก เขาเองก็มาอยู่กับฉันที่กำแพงเพชร แต่ยังคงเปิดร้านทองเหมือนเดิมแถวตัวเมื่อ เราสองคนก็ยังคงไปมากรุงเทพฯ กำแพงเพชรอยู่เรื่อย ๆ ชีวิตฉันตอนนี้มีความสุขมากเลย“หนูครับ”“ครับ หนูอยู่ตรงนี้”“ทำไมคนถึงมาบ้านเราเยอะขนาดนี้” สามีที่น่ารักเข้ามากอดฉันพร้อมกับหอมแก้มไปสองที“หนูยังไม่ได้บอกเหรอว่าวันนี้มีกิจกรรมของหมูบ้านดำนาประจำปี”“หืม ดำนา?” “ทำหน้าอย่างนี้ไม่รู้สินะ ดำนาก็คือการที่เรานำต้นกล้าหมายถึงต้นข้าวที่โตประมาณยี่สิบถึงยี่สิบห้าวันไปลงนาเพื่อปลูกน่ะ” ฉันอธิบายให้เขาเข้าใจ“แล้วที่พ่อบอกไปหว่านข้าวล่ะไม่เหมือนกันเหรอทำไมถึงต้องดำนาอีก”“เหอะ จะหว่านจะดำนาก็เหมือนกันนั่นแหละสุดท้ายก็เป็นข้าวให้เรากินกันอยู่ดี” ฉันที่ขี้เกียจอธิบายให้เขาเข้าใจจึงบอกตัดบทไป“แล้ว...”“พอเลิกสงสัยแล้วไปลองลงมือทำเองเลยดีกว่า” ฉันบอกเขาพร้อมกับจับมือไปที่รถขนกล้า“อืมได้ น่าสนุกดี” 20
บทที่ 40 อินทนนท์เป็นของลูกหมู @วันงานแต่งงาน“โห่ ฮี่โห่ ฮิ่โห่ ฮิ่โห่ ฮิ่โหยยย”“ฮิ้วววว”“ใครมีมะกรูดมาแลกมะนาวใครมีลูกสาวมาแลกลูกเขยเอาวะเอาเหวย ลูกเขยผู้ใหญ่นิดมาตาลาลา...”“หู้ยย..ฮา..โห่..ฮี้ว” เสียงเพลงวงลำแคนแต่งงานดังมาตั้งแต่ปากซอยก่อนจะเข้ามาถึงบ้านเจ้าสาวที่อยู่ห่างไม่ไกลบรรดาญาติฝ่ายหญิงเต้นรำตามขบวนขันหมากเพลงลำแคนอย่างสนุกสนานสร้างสีสันให้ขบวนได้เป็นอย่างดี ใช้เวลาเดินขบวนไม่นานขบวนขันหมากของอินทนนท์ก็ได้มาหยุดที่หน้าบ้านเจ้าสาวแสนสวยเป็นที่เรียบร้อย“ขอให้เพื่อนผมเข้าไปเจอเจ้าสาวหน่อยครับ” เวย์รับหน้าเอ่ยบอกคนกั้นประตูเงิน“จะเข้าไปต้องมีอะไรมาแลกนะจ๊ะ ซองไม่หนักประตูไม่เปิดจ๊ะ” ลูกเจี๊ยบบอกด้วยรอยยิ้ม“นี่เลยครับ เจ้าบ่าวเตรียมชุดใหญ่ให้เรียบร้อย” น่านที่รับหน้าที่เป็นคนถือซองยื่นซองขาวใส่เงินจำนวนหนึ่งให้ทั้งสองคนที่กั้นประตูเงินไว้ไป“ว้าว เชิญเลยจ๊ะ” เมื่อได้รับซองประตูเงินก็เปิดออกอย่างง่ายดาย“ไปเพื่อนไปหาเจ้าสาวมึงกัน” น่าน“เดี๋ยวค่ะ ยังเข้าไปไม่ได้นะคะ” เดินเข้ามาได้ไม่นานขบวนเจ้าบ่าวก็เจอเข้ากับประตูทองที่หนอไม้กับปกป้องยืนถือสร้อยทองกั้นป
บทที่ 39 พรีเวดดิ้ง“เอ็งสองคนไปถ่ายรูปติดงานแต่งกันได้แล้ว”“พรีเวดดิ้งพ่อ”“เออนั่นแหละ ไปถ่ายกันได้แล้วข้ากับเทวาเตรียมงานหมดแล้วแล้ว” “จ๊ะ” หลังจากพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อยทั้งสองครอบครัวจึงแยกย้ายไปจัดเตรียมของต่างๆที่จะใช้ในงานแต่งงานอีกครั้ง ลูกหมูกับอินทนนท์พร้อมเพื่อนและพี่แยกกันไปถ่ายรูปพรีเวดดิ้งทุ่งนา“เนี่ยเหรอวะต้นข้าว” เวย์เอ่ยถามอย่างตื่นเต้นเมื่อได้เห็นต้นข้าวของจริงใกล้ๆ“ค่ะ ใกล้ได้เวลาเกี่ยวแล้ว”“แล้วต้นเขียวๆตรงนั้นคือข้าวเหมือนกันใช่ไหมลูกหมู” น่านชี้ไปที่ทุ่งนาอีกฝั่งที่เป็นต้นอ่อน“ใช่ค่ะ ต้นกล้าอ่อนยังไม่โต กว่าจะโตเราต้องให้น้ำให้ปุ้ยค่อยบำรุงให้ต้นข้าวโตได้ดี” ฉันอธิบายให้พวกเขาฟังก็อย่างนี้ล่ะนะคนเมืองไม่ค่อยเจออะไรแบบนี้จึงไม่ค่อยรู้ถึงความลำบากของชาวนาว่าจะได้ข้าวไปให้กิน“สวยจริงๆ เหมาะแล้วที่เลือกถ่ายพรีเวดดิ้งที่นี้” อินทนิลเอ่ยบอก“พร้อมถ่ายกันหรือยัง คนถ่ายพร้อมแล้วนะครับ” เวย์ ใช่แล้วพวกเราไม่ได้จ้างตากล้องมาถ่ายรูปให้เพราะพี่เวย์เองก็ถ่ายรูปแต่งรูปได้ดีมากจึงอาสาทำให้เราฟรีๆ แต่ฉันว่าจ้างจะถูกกว่าเพราะพี่เขาเล่นไปซื้อของจัดฉากจัด
บทที่ 38 หนุ่มน้อยตกน้ำ“ทนไม่ไหวแล้วโว้ย! ถ้าจะหอนดังขนาดนั้นแน่จริงก็เดินมาพูดต่อหน้าสิวะอีพวกผีเปรตขอส่วนบุญ!” ใครจะมองยังไงช่างแม่งแล้วขอทีเถอะพวกชอบนินทาคนอื่นเนี่ยชีวิตนี้คงไม่มีอะไรทำหรือไงวะถึงได้ชอบอิจฉาคนอื่นไปทั่วถ้าไม่ได้สั่งสอนวันนี้คงนอนไม่หลับ“หนูเป็นอะไร”“มานี่” ฉันลากพี่นนท์เดินตรงไปยังกลุ่มผีเปรตที่ร้องขอส่วนบุญทันที“อะ...อะไร” “ไหนคนไหนชื่อเนย!” ฉันถามพวกมันทั้งเจ็ดคนพร้อมกับมองเรียงตัวและสายตาของทุกคนก็มองไปที่ผู้หญิงคนหนึ่ง“คนนี้สินะ พี่นนท์ชอบหน้าตาและหุ่นอย่างยัยนี่มั้ย”“ครับ?”“หนูถามว่าพี่ชอบหุ่นหน้าตาอย่างยัยนี่มั้ย?”“ไม่ครับพี่ชอบหนู ไม่สิพี่รักลูกหมูคนเดียว”“ชัดไหมยัยพวกไม้เสียบผี เขารักฉันถึงไม่สวยแน่แต่ผู้ชายที่พวกเธออยากได้เขารักฉันของใครให้รู้ซะบ้าง”“แกอีกอ้วน!”“อ้วนแล้วหนักหัวแม่...”“นิสัยเหมือนน่าตาเลยนะครับ”“คะ?”“พวกคุณทำตัวน่ารังเกียจมาก”“สุดหล่อพวกเรายังไม่ได้ทำอะไรยัยอ้วนนี่เลย จู่ๆมันก็เดินมาหาเรื่องพวกเราก่อนอย่างนี้ใครเป็นคนน่ารังเกียจกัน”“เหรอครับ แล้วการที่พวกคุณนินทาต่อว่าคนอื่นมันดีมากเลยสินะ”“พวกเราก็แค่คุยกันขำๆ
บทที่ 37 เที่ยวงานวันก็ได้เรื่องเกิดความเงียบขึ้นเมื่อได้ยินเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกหมูบอก ผู้ใหญ่นิดจ้องมองไปที่เครื่องนวดหอมพร้อมกับหหัวเราะออกมาเสียงดัง“ฮาฮ่าๆ นวดกันรึงั้นก็แล้วไป เออข้าลืมเลยว่าแม่เองให้ข้ามาตามไปกินข้าวไปๆรีบตามกันมาล่ะ” ผู้ใหญ่นิดบอกก่อนจะเดินออกจากห้องเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ทั้งห้องเกิดความเงียบทุกสายตามองตามหลังของผู้ใหญ่นิดก่อนจะหันหน้ามองกัน“จบเรื่องง่ายขนาดนี้เลย”“นี่แหละพ่อมึง จัดของเสร็จก็ลงไปกินข้าวเดี๋ยวรอนานพ่อเอ็งจะหมาบ้าเข้าอีก ลงไปกันเถอะจบเรื่องแล้ว” สาวสายหน้าเอือมระอาพร้อมกับเอ่ยบอกคนทั้งเจ็ดที่กำลังยืนอึ้งกับเหตุการณ์ก่อนหน้า“ลุกออกมาได้แล้วอินทนนท์เป็นลูกผู้ชายซะเปล่าเข้าไปแอบทำไม” เทวาเอ่ยถามลูกชายที่กำลังนั่งหลบอยู่ใต้โต๊ะฟึ่บ!“โธ่ ป๊าก็พูดได้สิป๊าไม่ได้เจอแบบผมนิ”“หึ เจอแค่หมัดกับเท้าป๊าเจอปืนจ่อหัวยังไม่หลบเหมือนแกเลยไอ้ลูกชาย” เทวาว่าออกมาพร้อมกับเดินออกจากห้องไป“จริงเหรอม๊า” อินทนนท์เอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ“จ๊ะ ลุกขึ้นจัดการตัวเองแล้วตามม๊ามานะ” น้ำอิงบอกก่อนจะเดินตามสามีไป“ฮาฮ่า กูอยากถ่ายรูปมึงตอนนี้เอาไปเปิด
บทที่ 36 ลูกเขยเวร!“เก็บท้องไว้กินของแม่ด้วยพวกมึง” ผมเตือนมันสองตัวที่ขอเพิ่มขนมจีนน้ำยาป่าคนละสองจานแล้ว“เออ รู้แล้วแต่น้ำยาที่ใส่ขนมจีนอร่อยวะ” น่าน“จริงกูพึ่งเคยกินครั้งแรกเลย” เวย์ “พี่ก็ว่าอร่อย”“ใช่ไหมที่ผมเคยกินยังไม่อร่อยขนาดนี้เลย”“หรือเพราะพวกเราหิว” น่าน“อร่อยก็คืออร่อย ว่าแต่พี่นิลมานานแล้วเหรอพี่” เวย์เอ่ยถามอินทนิล“มาเพื่อวานตอนดึกเลย เพราะไอ้นนท์มันโทรมาบอกเรื่องเลื่อนงานแต่งงานเข้ามาม๊าป๊าเลยต้องมาเตรียมงานให้มัน” อินทนิลถือโอกาสบ่นน้องชายนิดหน่อย“ช้าเร็วผมก็แต่งอยู่แล้ว”“เออ กูรู้แต่นี่มันก็เร็วไปไหม เอาเหอะไม่มีใครขัดมึงอยู่แล้ว”“พี่นิล ป๊าม๊าไม่ได้ว่าอะไรใช่ไหมคะ?” เรียกพี่นิลทีไรชอบนึกถึงปลานิลนึ่งทุกทีเลยฉัน“ใครจะว่าอะไรล่ะครับ ป๊าม๊ายินดีจะตายจะได้ลูกหมูมาเป็นลูกสะใภ้เร็วขึ้นที่สำคัญ...เตรียมตกใจสินสอดที่ป๊าม๊าขนมาให้หนูได้เลย” สินสอดอะไรอีกทองที่ให้มาพ่อแม่ฉันยังไม่แตะเลย“สินสอดอะไรอีก แล้วของที่ให้คราวก่อน...”“มันไม่เหมือนกันสิครับ อันนั้นของฝากอันนี้สินสอด” โอ้มายก๊อด! นี่สินะที่เรียกว่าตกถังข้าวสาร แหะๆ“เอ่อ...พี่นิลช่วยกระซิบบอกหนูหน่อยได้ไหม
บทที่ 35 หมอลำ รำแคนที่พ่อแม่ต้องการเช้าวันต่อมาเวลา 6 โมงเช้า@ร้านทองอินทนนท์“หาววว”“หาวขนาดนั้นแมลงวันบินเข้าไปวางไข่ในปากมึงแล้วมั้ง” น่าน“ก็มันง่วงนี่หว่า มีอย่างที่ไหนจะไปบ้านเมียส่งข้อความมาบอกตอนตีสามตอนที่กูกำลังจะนอน หาวว” เวย์บ่นออกมา“ไม่ได้บังคับให้มา”“โห่พูดงี้ มึงดูไอ้นนท์พูดไอ้น่าน”“มันก็พูดจริง มึงก็อย่าบ่นเลย”“รีบเดินทางกันดีกว่าเดี๋ยวถึงบ้านสาย” ฉันที่ฟังพวกเขายืนเถียงกันมาสักพักรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีไม่งั้นคงยืนเถียงกันอีกยาว“ครับ”“หึ สองมาตรฐานชัดเจน กับเมียนี่ครับ” เวย์แซว“…” อินทนนท์ไม่ตอบโต้อะไรเขาแค่มองถลึงตาใส่เวย์เท่านั้น“ไปคันเดียวกันนะกูไม่อยากขับรถไกล” น่าน“เออ พวกมึงคอยเปลี่ยนกับกู” เมื่อทั้งสี่ตกลงกันเสร็จเรียบร้อยก็ออกเดินทางจากกรุงเทพฯเพื่อไปกำแพงเพชร ใช้เวลาเพียง 5 ชั่วโมง@บ้านลูกหมูเวลา 11:35 นาที ในที่สุดก็ถึงซะทีนั่งรถจนเมื่อดากไปหมดแล้ว โอ๊ะ! รถตู้คันใหญ่ที่จอดอยู่หน้าบ้านทำไมคุ้นๆจังเหมือนรถครอบครัวของพี่นนท์เลย“รถคันนั้น?” “พี่ไม่ได้บอกเหรอว่าป๊าม๊ามารอตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” ก็ไม่ได้บอกน่ะสินึกว่าจะตามมาทีหลัง“อ
บทที่ 34 แต่งกี่ครั้งก็เมียคนเดิมงั่มๆ งั่มๆ ผมนั่งมองใบหน้าสวยที่กำลังนั่งกินอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อยดูท่าจะอร่อยเกินไปด้วยซ้ำ“ระวังหน่อยสิ” ผมยื่นมือไปเช็ดอาหารเละขอบปากเธอ “อ๊ะ ขอบคุณ”“อร่อยขนาดนั้นเลย”“งั่มๆ อื้มอร่อยพี่ไม่กินเหรอ” เธอยอมเรียกผมว่าพี่แล้ว“แค่เห็นหนูกินพี่ก็อิ่มแล้ว”“แหวะ!” ผมเห็นนะว่าเธอยิ้ม“อึก! เรื่องแต่งงาน…”“อาทิตย์หน้า”“บอกว่าไม่แต่งไง!” “ทำไม?” ผมถามเธออย่างจริงจัง“มันไม่สวย”“อะไรไม่สวย”“โอ๊ย! ตอนใส่ชุดแต่งงานไงเดี๋ยวมันไม่สวยขอเวลาลดน้ำหนักหน่อยไม่ได้หรือไง!” ลูกหมูบอกออกมาอย่างเหลืออด“ห่วงอะไรไม่เข้าเรื่อง...”“เมื่อกี้พูดอะไรได้ยินนะ” หูดีจริงๆว่าที่เมียผม“ในวันแต่งงานยังไงเจ้าสาวอย่างหนูก็สวยที่สุดแล้วครับ”“เอาอะไรมาสวยตัวเป็นหนูแบบนี้” ไม่พูดเปล่าลูกหมูใช้มือตัวเองจับห่วงรอบเอวให้อินทนนท์ดู“ฮึ”เพียะ!“หัวเราะอะไร!”“โอ๊ย! พี่แค่ขำพี่หนูบอกว่าตัวเองเหมือนหนู”เพียะ!“เห็นไหมขนาดนายยังหัวเราะเลย ไม่เอาไม่แต่แล้วไม่เอา!!”“โอ๊ย! จุ๊ๆไม่เอาไม่ร้องครับ พี่ไม่ได้บอกว่าหนูไม่สวยซะหน่อย เพราะหนูเป็นแบบนี้พี่ถึงรัก” ผมลุกขึ้นเดินเข
บทที่ 33 มอบความรัก“บอกคิดถึงมันหนูก็ช่วยมอบให้ความรักกับมันหน่อยนะครับเพราะมันก็คิดถึงหนูเหมือนกัน” “เอ่อ...” อ่า พอได้เห็นเธอทำหน้าตลกผมรู้สึกดีจริงๆทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำใจกล้าอยู่แท้ๆพอมาตอนนี้กลับทำหน้าตกใจซะขนาดนั้นเมื่อมาถึงขนาดนี้ขอแกล้งเธอเล่นนิดหน่อยแล้วกันหมับ!“ช่วยมอบความรักของหนูให้มันด้วยนะครับ” ผมกระซิบข้างหูเธอพร้อมจับมือเธอมาจับเจ้าลูกชายของผมที่กำลังขยายตัวใหญ่สั่นสู้มือที่กำลังสัมผัสมันอยู่ลูบ ลูบ ลูบ“ได้สิค่ะ หนูจะมอบความรักให้มันเอง”ฟุ่บ! ให้ตายเถอะเธอทำให้ผมตกใจได้ตลอดเลย ครั้งนี้ก็เหมือนกันใครจะไปคิดว่าเธอจะใจกล้าขนาดลงไปนั่งคุกเข่าเลียของผมกัน ผมเองยังไม่กล้าคิดว่าเธอจะทำเลย“หึ ไม่อายแล้วหรือไง” ผมแกล้งถามเธอ“ไม่อายแล้ว หนูคิดตามที่พี่บอกขนาดในสวนกล้วยเรายังทำได้ นี่ในห้องทำไมจะทำกันไม่ได้จริงไหมคะ?” เฮอะให้ตายเถอะผู้หญิงคนนี้! ทำให้หัวใจผมกระตุกได้ตลอดไม่รู้จะน่ารักไปถึงไหนกัน!“อื้มมม” ผมจับใบหน้าสวยเงยขึ้นก่อนจะก้มลงจูบริมฝีปากบางอย่างดูดดื่มเป็นรางวัลให้เธอที่ทำตัวน่ารัก“รางวัลของคนน่ารัก” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจ