Share

บทที่ 116

Author: ใบไม้ร่วงในเมืองร้าง
ฉินซูยิ้มตาหยีแล้วกล่าวว่า “ผู้กล้า นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น พวกเจ้ามิจำเป็นต้องตามมาขอบคุณหรอก”

“ขอบคุณเหรอ! ถุย พวกข้าต้องมาอับอายขายหน้าเช่นนี้ ที่ข้ามิจัดการเจ้าในทันทีก็นับว่าเมตตาแล้ว เจ้ายังกล้าคิดว่าพวกข้าตามมาขอบคุณงั้นรึ?”

ตงฟางไป๋โกรธจนแทบจะระเบิด ปอดแทบจะลุกเป็นไฟ

ตงฟางโซ่วและพวกพ้องก็โมโหจนเลือดขึ้นหน้า พากันมองไปที่ฉินซูอย่างโกรธแค้น!

หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ ฉินซูคงตายไปเป็นร้อยรอบพันรอบแล้ว

ฉินซูแกล้งทำหน้าประหลาดใจแล้วถามว่า “ข้าทำให้พวกเจ้าขายหน้าหรือ? นี่หมายความว่าอย่างไร?”

“หึ เจ้าแกล้งให้พวกข้ากินเนื้องูมีพิษ ทำให้พวกข้าเสียท่าจน… ทำเรื่องอย่างว่า.....” ตงฟางไป๋ยังพูดมิทันจบ ตงฟางโซ่วรีบขัดขึ้นมาทันที “พี่ใหญ่ มิต้องพูดให้ชัดเจนขนาดนั้นหรอก อย่างไรเจ้าหนุ่มนี่ก็วางยาพวกเรา ฆ่ามันเสียเลยแล้วกัน”

“ใช่แล้ว จะพูดมากไปทำไม ฆ่ามันแล้วโยนแม่น้ำไปให้เป็นอาหารปลาก็สิ้นเรื่อง”

“ใช่ พี่ใหญ่ เราแล่เนื้อเถือหนังเจ้านี่เสีย แล้วหามสาวงามนางนี้กลับไปทำเมียดีกว่า!”

“ดี ลงมือเลย!”

ตงฟางไป๋ยกดาบใหญ่ขึ้นเตรียมฟาดฟัน ฉินซูยกมือขึ้นแล้วตะโกนว่า “ช้าก่อน!
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 117

    "เฮ้อ ข้าจะวางยาได้อย่างไรกัน เนื้องูพิษนั่นมันช่วยบำรุงปฐมปราณได้มากอยู่แล้ว เมื่อเพิ่มพลังแล้วย่อมต้องมีผลกระตุ้นกำหนัดตามมาด้วย พวกเจ้าจิตใจโสมมควบคุมตัวเองมิได้ แล้วจะมาโทษข้าได้อย่างไรเล่า!" "เอาเถอะ ต่อให้ที่เจ้าพูดมีเหตุผล แล้วเรื่องกริชเขี้ยวมังกรเล่า?" ตงฟางโซ่วรีบพยักหน้าสนับสนุน "ใช่ ๆ เอากริชเขี้ยวมังกรคืนมาเสีย นั่นเป็นของพวกเรา!""กริชเขี้ยวมังกรมิได้อยู่ในมือข้า พวกเจ้าอยากได้คืน ก็ไปถามนางดูสิ!" ฉินซูชี้ไปทางฉงชูโม่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆฉงชูโม่แสยะยิ้มเย้ยหยัน "ตอนนี้ของอยู่กับข้า หากพวกเจ้าอยากได้คืนก็มิใช่ว่าจะเป็นไปมิได้ เพียงแค่ต้องรับมือข้าให้ได้สักหนึ่งกระบวนท่า แล้วข้าจะคืนกริชเขี้ยวมังกรให้พวกเจ้าด้วยมือทั้งสองข้างเลย""หนึ่งกระบวนท่า?!" ตงฟางไป๋นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรง "ถุย! เจ้าดูถูกใครกัน อย่าว่าแต่หนึ่งกระบวนท่าเลย ต่อให้เป็นสิบเป็นร้อยกระบวนท่า ข้าก็รับมือได้!""นั่นสิ พี่ใหญ่ของพวกเราเป็นถึงจอมยุทธ์ขั้นสูงสุดระดับซวน ห่างจากระดับปฐพีเพียงก้าวเดียว ในยุทธภพนี้ มีมิกี่คนหรอกที่จะสามารถเอาชนะพี่ใหญ่ของพวกเราได้เลย!""ใช่แล้ว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 118

    คิ้วของฉงชูโม่ขมวดมุ่น "เจ้าคิดจะทำอะไร?""ท่านจอมยุทธ์หญิง! ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์เถิด ข้าสัญญาว่าจะรับใช้อาจารย์อย่างเต็มที่ มิเกียจคร้านมิเกี่ยงเหนื่อยยาก มิ..." ตงฟางไป๋ยังพูดมิทันจบ ฉงชูโม่ก็ยกมือขึ้นหยุดเขา พลางปฏิเสธอย่างเด็ดขาดว่า "ข้าไม่มีวันรับเจ้าเป็นศิษย์ เลิกหวังเสียเถอะ!""อย่าเพิ่งปฏิเสธเลยท่านจอมยุทธ์หญิง ขอร้องเถิด รับข้าเป็นศิษย์สักคน ท่านอายุยังน้อย แต่กลับก้าวเข้าสู่ระดับปฐพีได้แล้ว มินานท่านคงได้กลายเป็นจอมยุทธระดับสวรรค์แน่ ขอเพียงท่านรับข้าเป็นศิษย์ ข้าจะทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง!" ตงฟางโซ่วก็คุกเข่าลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความจริงใจพร้อมกล่าวว่า "ท่านจอมยุทธหญิง รับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิด ข้าขยันฝึกฝนมาก มิกลัวความลำบาก ข้าจะรับใช้ท่านอย่างสุดกำลังในทุกเรื่อง..."คนอื่น ๆ อีกสามคนก็คุกเข่าลงตามกัน ต่างอ้อนวอนขอให้ฉงชูโม่รับพวกเขาเป็นศิษย์เช่นกัน จนทำให้ฉงชูโม่ถึงกับใบหน้ามืดครึ้มด้วยความหนักใจฉงชูโม่เหลือบมองพวกเขาด้วยความเบื่อหน่าย คิดจะเมินเฉยมิสนใจอีกต่อไป ทว่า ฉินซูกลับถามอย่างสนุกสนานว่า "อ้าว ตงฟางไป๋ ถ้าพวกเจ้ามาตามพวกเรา แล้วเขาวู่ซานของพวกเจ้า

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 119

    ตงฟางไป๋ยังคงมิเชื่อเต็มร้อยนักฉินซูพูดอย่างมิสบอารมณ์ว่า "เหตุใดเล่า ข้าดูมิเหมือนองค์รัชทายาทรึ?""เอ่อ… หามิได้พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยมิได้หมายความเช่นนั้น ข้าน้อยเพียงรู้สึกยากที่จะเชื่อเท่านั้นเองพ่ะย่ะค่ะ""นั่นน่ะสิ หากท่านเป็นองค์รัชทายาทจริง ๆ เหตุใดข้างกายถึงมีเพียงท่านจอมยุทธ์หญิงผู้นี้เท่านั้น แล้วบรรดาทหารองครักษ์ของท่านเล่า?""พวกเจ้าเชื่อหรือไม่นั้นมิสำคัญ ข้าจะถามพวกเจ้าเพียงเรื่องเดียว พวกเจ้ายินดีที่จะติดตามนางเป็นลูกน้องหรือไม่?" ฉินซูชี้ไปที่ฉงชูโม่ตงฟางไป๋และตงฟางโซ่วพยักหน้าโดยมิลังเลฉินซูจึงตัดสินใจ "ดี ข้าขอถามพวกเจ้าหน่อย รู้จักสำนักเบญจพิษหรือไม่?""รู้จักสิ สำนักเบญจพิษเป็นสำนักในแถบแม่น้ำซื่อสุ่ย มีจ้าวสำนักนามว่า ฉีกว้านอวี้ เป็นจอมยุทธ์ขั้นกลางระดับปฐพี แต่วิชาพิษของเขาช่ำชอง ถึงขั้นที่แม้แต่จอมยุทธ์ขั้นสูงระดับปฐพีก็ยังต้องระวัง""แม่น้ำซื่อสุ่ยอยู่ห่างจากที่นี่มิไกลใช่หรือไม่?""มิไกล ขี่ม้าก็ราว ๆ หนึ่งวันกว่าก็ถึงแล้ว""งั้นก็ดี ข้ามีภารกิจให้พวกเจ้าทั้งสอง ไปที่สำนักเบญจพิษแล้วบอกกับฉีกว้านอวี้ว่า องค์รัชทายาทกำลังจะเดินทางลงใต้ไปห

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 120

    หนึ่งวันผ่านไป ฉินซูและฉงชูโม่ในที่สุดก็มาถึงบริเวณนอกเมืองหลงโย่วทางตอนเหนือเมืองหลงโย่วเชื่อมต่อกับเมืองหลงเฉิง ทิศใต้เชื่อมต่อกับหลิ่งหนาน ขณะที่สองด้านอื่น ๆ ถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาขนาดใหญ่ เมืองหลงโย่วจึงกลายเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญสำหรับการเดินทางเดินทางขึ้นเหนือและลงใต้ด้านหลังภูเขาทางทิศตะวันตกของเมืองหลงโย่วเป็นที่ตั้งของชนเผ่าหรงตะวันตก ชาวหรงตะวันตกขึ้นชื่อเรื่องนิสัยดิบเถื่อน แม้ว่าจะเป็นแคว้นบริวารของราชวงศ์ต้าเหยียน แต่พวกเขาก็ชอบก่อเรื่องลับหลังอยู่บ่อยครั้งด้วยเหตุนี้ เมืองหลงโย่วจึงกลายเป็นด่านที่มีทหารป้องกันอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันมิให้ชนเผ่าหรงตะวันตกบุกโจมตี มิเช่นนั้น หากชาวหรงตะวันตกสามารถทะลวงผ่านเมืองหลงโย่วได้ พวกเขาจะบุกเข้ามายังหลงเฉิงได้โดยตรง!ฉินซูสอดส่องการป้องกันเมือง ก่อนจะควบม้าเดินทางไปยังประตูเมือง เมื่อถึงหน้าประตูเมือง กลุ่มทหารยามกลับมาสกัดเขาเอาไว้"หยุด! เจ้าจะไปที่ใด? มีหนังสือเดินทางหรือไม่?"ในตอนนั้นเอง ฉงชูโม่ที่อยู่ข้าง ๆ หยิบป้ายอาญาสิทธิ์ออกมาจากอกเสื้อแล้วโยนให้ทหารยาม พร้อมกล่าวเสียงเย็นว่า "ไปเรียกห

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 121

    ฉงชูโม่ยกคิ้วขึ้นถามว่า "องค์รัชทายาทกำลังหมายความว่า หม่อมฉันเป็นนางล่มเมืองหรือเพคะ?""ฮ่าฮ่า เจ้านี่ช่างรู้ตัวดีจริง ๆ ที่นี่คงมิเหมาะกับเราแล้ว ไปชั้นสองกันเถอะ" ฉินซูหัวเราะแล้วหันไปส่งสัญญาณให้เสี่ยวเอ้อร์[footnoteRef:0]ในโรงเตี๊ยม [0: เสี่ยวเอ้อร์ หมายถึง พนักงาน บริกร] เสี่ยวเอ้อร์โค้งคำนับอย่างนอบน้อม "คุณชาย คุณหนู ที่ชั้นสองมีห้องส่วนตัวเหลืออยู่ แต่ราคาจะค่อนข้างสูงหน่อยขอรับ"ฉินซูหรี่ตามองแล้วกล่าว "เจ้าคิดว่าเราดูเหมือนคนขัดสนเรื่องเงินหรือ?""หามิได้ขอรับ เชิญคุณชาย คุณหนูตามข้ามาได้เลยขอรับ" เสี่ยวเอ้อร์รีบพาทั้งสองขึ้นไปยังห้องส่วนตัวชั้นสองชั้นสองบรรยากาศดีกว่าชั้นล่างอย่างเห็นได้ชัด นอกจากโต๊ะที่อยู่ใกล้หน้าต่างตรงปากทางเดินแล้ว ที่เหลือก็เป็นห้องส่วนตัวทั้งหมด"ท่านทั้งสองมาได้จังหวะพอดี นี่เป็นห้องส่วนตัวห้องสุดท้ายแล้ว เชิญเลือกอาหารตามใจชอบเถิดขอรับ""จัดอาหารขึ้นชื่อของโรงเตี๊ยมมาทุกอย่างอย่างละหนึ่ง แล้วก็สุราชั้นดีอีกหนึ่งไห" ฉินซูสั่ง"ขอรับ ข้าจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้" เสี่ยวเอ้อร์รีบออกไปหลังจากชงชาเสร็จฉงชูโม่เริ่มเงี่ยหูฟังการสนท

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 122

    "ฉัวะ!" ตะเกียบเสียบทะลุข้อมือของชายร่างกำยำ เลือดสีแดงข้นหยดไหลตามตะเกียบลงพื้น ทันใดนั้น ชายร่างกำยำก็กุมข้อมือตัวเองด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าเหยเกพร้อมกับส่งเสียงร้องโหยหวนชายอีกคนเห็นดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เขาชักดาบออกมาทันที และขณะที่กำลังจะฟันใส่ฉงชูโม่ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากนอกห้อง"หวังอู่! หยุดเดี๋ยวนี้!"เมื่อได้ยินเสียงนั้น หวังอู่หันไปถามอย่างแปลกใจว่า "คุณชาย พวกมันมิเพียงมิยอมไสหัวออกไป แต่ยังทำลายมือของเอ้อร์หู่อีก ท่านจะปล่อยไปง่าย ๆ หรือ?""หุบปาก! เห็น ๆ อยู่ว่าเป็นพวกเจ้าที่รังแกผู้อื่นก่อน รีบไสหัวไปให้พ้น!!" ชายหนุ่มตะโกนดุอีกครั้งก่อนจะเดินเข้ามา เขายิ้มบาง ๆ แล้วค้อมตัวทำความเคารพฉงชูโม่เล็กน้อย"แม่นาง ข้าต้องขออภัยจริง ๆ คนของข้ามิรู้จักกาลเทศะ หากล่วงเกินประการใด ขอเจ้าโปรดยกโทษให้ด้วย"แต่ขณะพูด สายตาของชายหนุ่มก็จ้องมองฉงชูโม่อย่างมิลดละ ลึก ๆ ในดวงตาของเขาฉายแววโลภและกระหายอย่างปิดมิมิดฉงชูโม่สังเกตเห็นท่าทีไร้มารยาทของเขา คิ้วเรียวขมวดแน่น พูดด้วยน้ำเสียงรังเกียจออกมาชัดเจน "พาคนของท่านถอยออกไปเสีย อย่ามากวนพวกข้าตอนกำลังกิ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 123

    หวังอู่รับคำสั่งเสียงดังและรีบเดินตรงไปทางจวนผู้ว่าการมณฑลโดยมิรอช้า มินานนัก เขาก็กลับมา พร้อมกับชายกลางคนรูปร่างกำยำคนหนึ่งชายผู้นี้สวมชุดยาวสีน้ำเงิน แขนมีกล้ามเนื้อเป็นมัดชัดเจน นิ้วทั้งห้าดูแข็งแกร่ง แสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่ฝึกฝนร่างกายมาอย่างดี เขาคือ “จางเฉวียน” เป็นทั้งพ่อบ้านและหัวหน้าผู้คุ้มกันประจำจวนผู้ว่าการมณฑลอีกด้วยเมื่อหูก่วงเผิงเห็นเขา ก็กระตุกยิ้มออกมา “ท่านอาจาง ท่านมาสักที ข้ารอท่านมาตั้งนานแล้ว”จางเฉวียนถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณชาย ผู้ใดช่างบังอาจเยี่ยงนี้ ถึงขั้นทำร้ายท่านเลยหรือ?”"คนพวกนั้นอยู่บนชั้นสอง ในห้องส่วนตัวห้องแรก ข้าจะพาท่านขึ้นไปเอง" หูก่วงเผิงพูดจบ ก็พากลุ่มของเขาเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมทันที มีจางเฉวียนและคนอื่น ๆ เดินตามหลังภายในห้องขณะที่ฉินซูกินอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉงชูโม่จึงลุกขึ้น ตั้งใจจะไปเรียกเสี่ยวเอ้อร์มาคิดเงิน ทันทีที่นางเปิดประตูออกมา นางก็พบกับหูก่วงเผิงกับคนของเขาเดินตรงเข้ามาหานางพอดีฉงชูโม่เหลือบมองจางเฉวียนเล็กน้อย ใบหน้าของนางปรากฏรอยยิ้มเยาะหยันขึ้นหูก่วงเผิงยืนเอามือไพล่หลัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความหย

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 124

    ใบหน้าของฉงชูโม่พลันมืดมน นางจ้องเขม็งไปที่ฉินซูด้วยความดุดันฉินซูทำท่าทีราวกับมิกลัวอันตรายใด เขาพูดด้วยน้ำเสียงเอาจริงเอาจังว่า “โธ่เมียรัก ท่านนี้คือคุณชายจากจวนผู้ว่าการมณฑล เรามิอาจล่วงเกินได้จริง ๆ เจ้าก็แค่ตามเขาไปสักหน่อยเถิด อย่าได้ทำให้ข้าลำบากเลย”"ท่าน..." ฉงชูโม่โกรธจนแทบระเบิดนางกลอกตาไปมา แล้วจู่ ๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็เผยขึ้นบนใบหน้า"ได้ เจ้าคนใจดำ ข้าถูกคนรังแก ท่านกลับนิ่งเฉยมิสนใจ เช่นนั้นรอดูไปเถอะ!" นางหันไปพูดกับหูก่วงเผิง "คุณชายหู หากท่านช่วยข้าสั่งสอนเจ้าสามีใจดำคนนี้ให้ข้า ข้าก็จะยินยอมตามท่านไปแต่โดยดี""เจ้าพูดจริงหรือ?!" หูก่วงเผิงแทบมิเชื่อหูตัวเองฉงชูโม่พยักหน้าจริงจัง "จริงแท้แน่นอน คนใจจืดใจดำเยี่ยงเขา ข้าคิดจะลาจากไปตั้งนานแล้ว"หูก่วงเผิงดีใจจนตัวแทบลอย เขารีบตอบรับทันทีว่า "ไม่มีปัญหา ข้าจะสั่งสอนเขาให้เจ้าอย่างสาสมทีเดียว!"เขาโบกมือใหญ่ของเขา พลางสั่งว่า "ท่านอาจาง หักขาเจ้าหนุ่มนี่แล้วโยนมันทิ้งที่นอกเมืองเสียเถอะ ปล่อยให้เผชิญยถากรรมเอาเอง"“ได้!” จางเฉวียนรับคำแล้วก้าวเท้าตรงเข้าหาฉินซูฉินซูขมวดคิ้วและหันไปพูดกับฉงชูโ

Latest chapter

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 664

    ฉินซูสะบัดแขน ภาพเหตุการณ์พลันหยุดนิ่ง!เห็นเพียงปลายกระบี่ของมือกระบี่ชุดดำถูกสกัดไว้ด้วยนิ้วชี้ของฉินซู!ปราณแห่งกระบี่รุนแรงที่แผ่ซ่านไปทั่วเมื่อครู่นั้นได้พลันอันตรธานหายไปในบัดดลมือกระบี่ชุดดำเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวาในฐานะมือกระบี่ระดับปฐพีขั้นต้น เขาไร้คู่ต่อสู้ในหนานเยวี่ย ทว่าการโจมตีเต็มกำลังในครั้งนี้ กลับถูกอีกฝ่ายปัดป้องได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังใช้นิ้วเพียงนิ้วเดียวสกัดกระบี่ที่ทำจากเหล็กกล้าได้หากมิได้เห็นกับตา ใครเล่าจะเชื่อว่าภาพเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นเรื่องจริง?“เจ้า อ่อนแอเกินไป!”น้ำเสียงเหยียดหยามของฉินซูดังขึ้น จากนั้นก็มีเสียง 'กร๊อบ กร๊อบ' ดังขึ้นสองครา กระบี่ยาวในมือมือกระบี่ชุดดำพลันหักเป็นท่อน ๆมือกระบี่ชุดดำได้สติกลับมาในทันทีพร้อมหมายจะถอยหนี ทว่าบัดนี้กลับรู้สึกถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ทะลวงออกมาจากกระบี่ที่หักนั้น“แย่แล้ว!”รูม่านตาของเขาหดเล็กลงในทันใด ในใจร้องเตือนลางร้ายแต่เขายังมิทันได้ตอบสนองอะไร ร่างทั้งร่างก็ถูกพละกำลังมหาศาลอัดกระแทกจนกระเด็นออกไปส่วนแขนข้างที่เขากำกระบี่ไว้ก็กลายเป็นหมอกโลหิตไปแล้ว'โค

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 663

    ในเวลานี้ ฉินซูกำลังยืนไพล่หลังอยู่บนกำแพงเมืองพระราชวัง มองไปยังแสงไฟนับหมื่นดวงภายในเมืองถัวเฉิง!บัดนี้เขายึดครองแคว้นหนานเยวี่ยได้สำเร็จอย่างราบรื่น ทำให้เขารู้สึกราวกับเป็นราชันแห่งใต้หล้าในขณะนั้นเอง เขาสังเกตเห็นที่ประตูเมืองเบื้องล่าง กลุ่มทหารกำลังคุมตัวชายหลายคนเดินกลับมาเขาถามด้วยความสงสัย “ชิวก่วน พวกนั้นเป็นใคร?”ชิวก่วนตอบด้วยความหนักใจเล็กน้อย “ทูลองค์รัชทายาท ว่ากันว่าพวกนั้นเป็นชาวยุทธภพหนานเยวี่ย พวกเขาได้ยินว่าจ้าวควงตายด้วยน้ำมือของพระองค์ จึงมาที่ยังถัวเฉิงเพื่อลอบปลงพระชนม์แก้แค้นให้แก่ราชวงศ์จ้าวพ่ะย่ะค่ะยามนี้มิทราบแน่ชัดว่าในถัวเฉิงมีผู้ที่มีเจตนาร้ายซุ่มซ่อนตัวรอโอกาสลงมือมากน้อยเพียงใดฉะนั้นขอองค์รัชทายาทโปรดอย่าได้เสด็จออกไปข้างนอกในยามวิกาลเป็นอันขาดพ่ะย่ะค่ะ พระราชวังมีกำแพงสูงคูเมืองลึก อีกทั้งยังมีทหารรักษาการณ์แน่นหนา พวกชาวยุทธภพเหล่านั้นไม่มีทางบุกเข้ามาได้แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉินซูก็หัวเราะอย่างสนใจ “ในเมื่อชาวยุทธภพหนานเยวี่ยอยากจะสังหารข้า เช่นนั้นข้าก็จะให้โอกาสพวกเขาสักครา!”ชิวก่วนชะงักไป แล้วรีบห้ามปราม “เช่นนั้นมิคว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 662

    “ท่านอาจารย์ องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน ฉินซู นำทัพบุกยึดถัวเฉิง เสด็จและเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดถูกสังหารด้วยน้ำมือของเขา ทหารรักษาการณ์ในแคว้นก็ยอมจำนนหมดแล้ว บัดนี้ศิษย์เหลือตัวคนเดียว ไร้ซึ่งกำลังและพวกพ้อง ขอท่านอาจารย์โปรดออกหน้าช่วยศิษย์ล้างแค้นให้วงศ์ตระกูลด้วยเถิดเจ้าค่ะ!”จ้าวอวี้เสวียนคุกเข่าลงกับพื้น กล่าวจบก็ร่ำไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเศร้าโศกเมื่อได้ยินเช่นนั้น ซู่เสวียนก็ขมวดคิ้วพลางมองจ้าวอวี้เสวียนด้วยความมิพอใจเล็กน้อย“อวี้เสวียน ในเมื่อเจ้าได้เข้าสู่วิถีแห่งสำนักแล้วก็ควรตัดขาดจากตัณหา มุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรเพียงอย่างเดียว เจ้าลืมคำสั่งสอนของอาจารย์ก่อนหน้านี้สิ้นแล้วหรือ?”จ้าวอวี้เสวียนกล่าวทั้งน้ำตา “ท่านอาจารย์ คำพูดของท่าน ศิษย์จดจำไว้ในใจเสมอ เพียงแต่ญาติสนิททั้งตระกูลถูกสังหารอย่างอนาถ ความแค้นใหญ่หลวงเช่นนี้หากมิได้ชำระ เกรงว่าภายหน้าต่อไปจะกินมิได้นอนมิหลับ ไหนเลยจะมีจิตตั้งมั่นบำเพ็ญเพียรบรรลุเซียนได้”“เจ้า… เฮ้อ!”ซู่เสวียนถอนหายใจยาว และหันหลังกลับไปด้วยความผิดหวังเล็กน้อยเมื่อเห็นเช่นนั้น จ้าวอวี้เสวียนก็อ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง “ท่านอาจารย์ โปรดช่วยศิษย์ด้ว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 661

    “สำนักไท่เสวียนตั้งอยู่ที่ใด?”“ทางใต้ของเมืองลู่โจว บนเกาะกลางทะเลห่างออกไปแปดสิบลี้!”เมื่อชิวก่วนได้ยินดังนั้นก็หันหลังเดินออกไปอย่างรวดเร็วในมิช้าเขาก็พบฉินซู และเล่าเรื่ององค์หญิงอวี้เสวียนให้ฟังทั้งหมดหลังจากเล่าจบ เขาก็กล่าวด้วยความรู้สึกผิด “ข้าน้อยทำงานมิสำเร็จ ขอองค์รัชทายาทโปรดลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินซูกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เรื่องนี้โทษเจ้ามิได้ พูดได้แค่ว่าองค์หญิงอวี้เสวียนโชคดีเกินไป จึงรอดพ้นไปได้”ชิวก่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “องค์รัชทายาท จะให้ส่งคนไปกวาดล้างพวกราชวงศ์จ้าวที่เหลือในสำนักไท่เสวียนหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”“มิต้อง อย่าว่าแต่พวกเรามิรู้กระไรเกี่ยวกับกำลังของสำนักไท่เสวียน ยามนี้ราชสำนักหนานเยวี่ยเพิ่งจะยอมจำนน อีกอย่างทหารของข้ามิชำนาญการรบทางน้ำ หากสำนักไท่เสวียนดักโจมตีจากทะเล พวกเราคงเสียเปรียบมิน้อย”“องค์รัชทายาททรงรอบคอบยิ่งนัก แต่คิดว่าองค์หญิงอวี้เสวียนคงจะหาโอกาสเคลื่อนไหว ขอพระองค์โปรดระมัดระวังด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ฉินซูยิ้มน้อย ๆ “แค่ระดับครึ่งก้าวย่ำสวรรค์ หากนางกล้ามา ก็ถือว่าประหยัดแรงและเวลาให้ข้าไปได้มากทีเดียว”ชิวก่วนเตือน

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 660

    ฉินซูยืนไพล่หลัง ทอดสายตามองคนเหล่านั้นจากเบื้องสูงโดยมิได้พูดกระไรแม่ทัพหลายนายรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที หนึ่งในนั้นรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมองฉินซูเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาเย็นชาของฉินซู เขาก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่งในทันทีเห็นเขายื่นมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบยันต์คุ้มภัยครึ่งแผ่นออกมาชูขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือทั้งสองข้าง พร้อมกล่าวด้วยความเคารพ “นี่คือยันต์คุ้มภัยที่ข้าน้อยดูแลอยู่ ขอองค์รัชทายาทโปรดทรงรับไว้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”คนอื่น ๆ อีกหลายคนก็ตระหนักได้ในทันที และต่างก็หยิบตราพยัคฆ์ออกมาเมื่อเห็นเช่นนั้น ฉินซูก็เผยรอยยิ้มพึงใจประดับใบหน้า!ครั้นเห็นเขากวักมือไปกลางอากาศ ตราพยัคฆ์ที่อยู่ในมือของแม่ทัพเหล่านั้นก็ราวกับมีชีวิต จู่ ๆ ก็ลอยเข้าไปในมือของเขา“พลังจิตเคลื่นย้าย!”เมื่อเห็นวิธีการอันน่าทึ่งของฉินซู ทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้นรวมถึงแม่ทัพเหล่านั้นต่างก็ตกตะลึงจนพูดมิออก!ฉินซูเก็บตราพยัคฆ์ไว้แล้วสั่งแม่ทัพเหล่านั้นว่า “พวกเจ้าออกไปก่อน มิต้องกลับไปยังที่ตั้งกองกำลังแล้ว!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของหลายคนก็มืดครึ้มลงทันใดแต่พวกเขาก็เข้าใจความหมายของฉินซูดี คิดว่าใน

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 659

    “ท่านแม่ทัพ เข้าใจผิด เข้าใจผิดแล้ว พวกเรากำลังจะลงใต้ไปสมทบกับเจียวโจวพอดีขอรับ”“เช่นนั้นรึ? แล้วพวกเจ้ามาหลบอยู่ในป่านี้เพื่อการใด? อย่าคิดว่าข้ามิรู้ ในป่านี้มีแต่ทหารที่อ๋องฉู่แอบซ่องสุมไว้ทั้งสิ้น หากมิอยากตายก็ส่งตราพยัคฆ์[footnoteRef:0]มา!” [0: ตราพยัคฆ์ คือ สัญลักษณ์ที่ใช้ยื่นยันสิทธิในการสั่งเคลือนทัพของจีน หรือก็คือตราอาญาสิทธิ์ทางทหารนั่นเอง] หวังซู่กล่าวลอดไรฟัน “อย่าได้หวัง หากจะฆ่าก็ฆ่าเสีย ข้ายอมตายเสียดีกว่ายอมศิโรราบ!”“ดี เช่นนั้นข้าจะสนองเจ้าเอง!”ฉงชูโม่ชักกระบี่ยาวออกมาจากฝัก แล้วเหวี่ยงฟันไปอย่างไร้ความลังเล!'ฉับ!'หูข้างหนึ่งของหวังซู่ก็ถูกตัดออกอย่างเรียบร้อยความเจ็บปวดรุนแรง ทำให้หวังซู่ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาฉงชูโม่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ข้าจะตัดแขนขาของเจ้าก่อน แล้วจะปล่อยให้เจ้าตายไปเอง!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังซู่ก็หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ รีบกล่าวว่า “อย่า อย่า ข้ายอมแล้ว ข้ายอมแล้ว!”พูดจบเขาก็ส่งตราพยัคฆ์ให้ฉงชูโม่ฉงชูโม่โยนตราพยัคฆ์ให้ตงฟางไป๋ กล่าวว่า “สั่งให้พวกเขาทิ้งอาวุธ แล้วพากลับไปรอรับพระราชโองการองค์จักรพรรดิที่ชานเมือง

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 658

    หลิวผู่มิสนใจจ้าวควง แต่กลับคุกเข่าลงต่อหน้าฉินซู กล่าวว่า “องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน ข้าน้อยยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ขุนนางคนอื่น ๆ ต่างพากันคุกเข่าลงตาม “พวกข้าน้อยเองก็ยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินซูโบกมือใหญ่แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ขุนนางทั้งหลาย ตราบใดที่พวกเจ้ายอมสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ต้าเหยียนของข้า ถึงกาลนั้น ราษฎรหนานเยวี่ยและราชวงศ์ต้าเหยียนของข้าก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าย่อมดูแลพวกเจ้าอย่างดี อีกทั้งยังสามารถยกเว้นการเกณฑ์แรงงานและภาษีให้แก่ราษฎรทั่วทั้งแผ่นดินได้เป็นเวลาสามปี!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวผู่และคนอื่น ๆ ก็ซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลพราก!การยกเว้นภาษีเป็นเวลาสามปี เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ราษฎรหนานเยวี่ยหันมาภักดีจนสุดขั้วหัวใจแล้วเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนานเยวี่ยต้องเลี้ยงดูกองทัพทหารมหาศาลเช่นนี้ ภาษีจึงสูงขึ้นทุกปี ราษฎรภายในแคว้นต่างแบกรับภาระมิไหวมานานแล้วเมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ว่าหลิวผู่และพวกจะมิยอมสวามิภักดิ์ เกรงว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 657

    หลังจากนั้น เสียงระเบิดของระเบิดสายฟ้าก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องโหยหวนก็ดังมิขาดสายเมื่อได้ยินเสียงการต่อสู้ภายนอก จ้าวควงก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย “ฉินซู เจ้าพาทหารต้าเหยียนของเจ้าเข้ามาด้วยรึ?”ฉินซูหัวเราะเยาะ “ถูกต้องแล้ว พระราชวังของเจ้ามีทหารรักษาพระองค์เพียงหมื่นกว่านาย มินานก็ถูกสังหารหมดสิ้น!”เป็นจริงมิต่างจากที่คาดสักเท่าไร มินานเสียงต่อสู้ภายนอกก็เงียบลงจากนั้นเสียงฝีเท้าอึกทึกก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จ้าวควงมองไปยังนอกประตูท้องพระโรงด้วยความหวังเขาหวังสุดหัวใจว่า คนที่บุกเข้ามาเป็นคนแรกจะเป็นทหารรักษาพระองค์ของตนน่าเสียดายที่ทุกอย่างมิเป็นไปตามที่หวัง คนที่บุกเข้ามาจากภายนอกล้วนเป็นคนแปลกหน้าชายผู้นำขบวนเข้ามาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง กล่าวต่อฉินซูด้วยความเคารพ “องค์รัชทายาท ทหารรักษาพระองค์ในพระราชวังหนานเยวี่ยถูกสังหารไปสามพันนาย ที่เหลือทั้งหมดยอมศิโรราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของจ้าวควงก็เปลี่ยนไปฉับพลัน จากนั้นจึงคำรามออกมา “เป็นไปมิได้ เป็นไปมิได้เด็ดขาด ทหารรักษาพระองค์ของข้าจงรักภักดี พวกเขายอมตายเสียดีกว่าที่จะยอมจำนน เจ้าอย่ามาพูดจาเหลว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 656

    “ฝ่าบาท!!”เหล่าขุนนางตกใจจนแทบสิ้นสติกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน ต่างคนต่างยืนงงงันอยู่กับที่ ทำกระไรมิถูกส่วนองครักษ์พกดาบก็ชักดาบออกมาโดยมิลังเล หัวหน้าองครักษ์ตวาดเสียงดัง “เจ้าคนแซ่ตงฟาง รีบปล่อยฝ่าบาทเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นเจ้าจะได้ตายไร้ที่ฝังศพ!”“ขออภัย ข้ามิได้แซ่ตงฟาง แต่แซ่ฉิน!”ฉินซูกล่าวพร้อมกับกระชากหน้ากากหนังออกดวงตาของจ้าวควงหดเล็กลง ในใจสั่นสะท้าน “เจ้า เจ้าคือองค์รัชทายาทผู้รอวันปลดแห่งต้าเหยียน...”“ข้าคือรัชทายาทแห่งต้าเหยียนจริง แต่คำว่า ‘รอวันปลด’ นับแต่นี้ไปคงต้องตัดทิ้งเสียแล้ว!”ฉินซูจับตัวจ้าวควงไว้ แล้วดีดนิ้วไปยังอากาศวูบ!ปราณดัชนีอันแข็งแกร่งพุ่งออกจากปลายนิ้ว เสาไม้แดงต้นหนึ่งในท้องพระโรงปรากฏรูลึกในทันใด!เมื่อเห็นภาพนั้น ทุกคนก็ถึงกับอ้าปากค้างพวกเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ฉินซูคือจอมยุทธ์ระดับสวรรค์!ฉินซูข่มขวัญจนทุกคนหวาดกลัวแล้วก็หันไปตวาดใส่ทหารเกราะเหล่านั้น “ข้ามิอยากเสียเวลาสู้กับพวกเจ้า หากมิอยากตาย อย่าริอ่านขยับ!”ทหารเกราะเหล่านั้นมองหน้ากันไปมา ต่างก็มิแน่ใจว่าจะทำอย่างไรดีหากลงมือ จ้าวควงผู้เป็นถึงองค์จักรพรรดิจะตกอยู่ใ

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status