ซูเฟิ่งหลิงอุ้มต้นไม้ใหญ่เข้าไปในลานเรือนตระกูลซูเพียงลําพัง โดยเพิกเฉยต่อสายตาตกตะลึงของผู้สัญจรไปมา ปัง! นางทุ่มต้นไม้ใหญ่ลงจนเกิดเสียงดัง สั่นสะเทือนไปทั้งพื้น “แบกมันกลับจากภูเขาทิศประจิม กระหายน้ำจะตายแล้ว!” ซูเฟิ่งหลิงเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วพบว่าหลี่หลงหลินที่ถือชาอยู่ในมือ กำลังมองมาที่ตน ทันใดนั้นในใจก็มีความสุขขึ้นมา “นับว่าท่านปรับตัวได้เหมาะสม!” “ยังรู้จักที่จะยกชาให้ข้า!” ซูเฟิ่งหลิงไม่ได้คิดอะไรมาก นางเพียงยื่นมือไปคว้ากาน้ำชามา แล้วเงยหน้า รินลงในปากตนเองทันที ชาหนึ่งกาลงไปในท้องแล้ว นางยังเรอออกมา โดยไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดเลย หลี่หลงหลินมองไปที่สาวแกร่งตรงหน้า แล้วพึมพําในใจ: “ใครว่าจะเอาชามาให้เจ้าล่ะ! ชานี้เป็นของข้า และข้าก็จิบมันไปแล้วด้วย...” เฮ้ย! จูบแรกทางอ้อมของตนเอง ถูกหญิงพาลผู้นี้พรากไปแล้ว! แต่หลี่หลงหลินไม่สนใจมากนัก เพราะอย่างไรก็ตามเสด็จพ่อได้พระราชทานสมรสนี้มาให้แล้ว แม้ว่าเขาจะยังไม่เข้าหอ แต่ช้าเร็วซูเฟิ่งหลิงก็ต้องเป็นภรรยาของตน ในเมื่อเป็นสามีภรรยากันแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมาก “ต้นไม้ต้นนี้ไม่เลว...” หลี่หลงหลิ
ซูเฟิ่งหลิงหัวเราะ:" สะใภ้รองพักอยู่ที่นี่!สะใภ้รองก็คือเป็นช่างไม้ที่ดีที่สุดของเมืองหลวง อาจจะดีที่สุดในใต้หล้า! เพราะนางมีแซ่ว่ากงซู ชื่ออักษรเดียวว่าหว่าน! ” กงซูหว่าน? เป็นชื่อที่ดี แต่หลี่หลงหลินไม่เข้าใจว่าแซ่กงซู เกี่ยวข้องอะไรช่างไม้ที่ดีที่สุดในใต้หล้า แต่สิ่งที่ทําให้หลี่หลงหลินประหลาดใจขึ้นไปอีกคือ เดิมทีสะใภ้รองก็อยู่ที่เรือน ตนมาที่บ้านตระกูลซูก็หลายวันแล้ว ทำไมถึงไม่เคยเห็นเลย? ซูเฟิ่งหลิงอธิบายต่อ: "สะใภ้รองมีบุคลิกแปลก ๆ และไม่ชอบสุงสิงกับใคร ” "อ่อ ไม่เข้าสังคม!" หลี่หลงหลินพยักหน้า ในหัวของเขา ย่อมมีภาพของหญิงสาวร่างอ้วนท้วน ดวงตาหมองคล้ำ ผมเผ้ารุงรังปรากฏขึ้น ดูเหมือนว่าตระกูลซู ก็ใช่ว่าจะมีแต่คนสวยทั้งหมดสินะ ซูเฟิ่งหลิงตะโกนเรียก:" สะใภ้รอง เจ้าอยู่หรือไม่? ข้าเอง เฟิ่งหลิง! ” ครู่ต่อมา ก็มีเสียงเย็นรื่นหูดังมาจากภายในห้อง:"น้องสาว เข้ามาเถอะ!” ซูเฟิ่งหลิงเอ่ยเตือน:"อีกเดี๋ยวอย่าพูดอะไรไร้สาระนะ!ถ้าทำให้สะใภ้รองโกรธ เหล่าทวยเทพก็ช่วยท่านไม่ได้..." หลี่หลงหลินพยักหน้า ในใจยิ่งอยากรู้จักกงซูหว่านคนนี้มากเข้าไปอีก เพราะท้ายที่ส
ปัญญานิ่มหรือ? ในใจหลี่หลงหลินรู้สึกไม่พอใจ! สะใภ้รองที่เป็นหญิงงามบนภูเขาน้ำแข็ง คำพูดคำจากลับรุนแรงเกินไปหรือเปล่า! จะไม่ไว้หน้ากันสักหน่อยเลยหรือ? หากไม่ใช่เพราะมีเรื่องที่ต้องร้องขอนาง หลี่หลงหลินคงสะบัดแขนเสื้อจากไปนานแล้ว! ความคับข้องใจนี้ ข้าจะไม่ยอมรับ! ซูเฟิ่งหลิงก็รู้สึกว่าสะใภ้รองพูดเกินไป จึงรีบเอ่ยว่า: “สะใภ้รอง เราไปพูดกันด้านในเถอะ...” เมื่อพูดจบ ขณะที่ลากกงซูหว่านเข้าไปในห้องด้านหลัง ซูเฟิ่งหลิงอดไม่ได้หันกลับมาเอ่ยเตือนหลี่หลงหลิน: “ท่านอย่าได้แตะต้องของของสะใภ้รองเด็ดขาด!” หลี่หลงหลินตอบกลับแบบส่งๆไปประโยคหนึ่ง: “ เข้าใจแล้ว” เมื่อทั้งสองเข้าไปในห้องด้านหลัง หลี่หลงหลินก็กวาดสายตามองไปทั่วห้อง ที่จริงแล้ว เขาก็มองออกว่ากงซูหว่านคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา และเป็นช่างไม้ระดับปรมาจารย์จริงๆ ภายในห้องมีของเล่นที่ไม่โดดเด่นอยู่หลายอย่าง แต่อันที่จริงมันล้วนมีกลไกลึกลับอยู่ ไม่แน่ว่าอาจเป็นอาวุธลับอะไรสักอย่าง หลี่หลงหลินไม่รู้จัก และไม่กล้าแตะต้อง แต่เขาบังเอิญเห็นแม่กุญแจหลู่ปันอันหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ จึงหยิบมันขึ้นมาเล่นอย่างเบื่อหน่าย ของที่เรียกว
หลี่หลงหลินแอบเหลือบมองกงซูหว่าน และพบว่าการแสดงออกของหญิงงามบนภูเขาน้ำแข็งนี้เย็นชากว่าน้ำแข็งหนาอายุพันปีเสียอีก ทำจนเขาก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น เห็นได้ชัดว่า แม่กุญแจหลู่ปันนี้ซ่อนสิ่งที่ถือเป็นหลักฐานยืนยันของสำนักโม่ไว้ ซึ่งนี่เป็นความลับของสะใภ้รอง แต่ความลับนี้ถูกตนทําลายโดยไม่ได้ตั้งใจ บรรลัยแล้ว! หลี่หลงหลินแสร้งทําเป็นสงบ: “ แม่กุญแจหลู่ปัน เป็นแค่ของให้คนเล่นไม่ใช่หรือ? ดูความตระหนี่ของพวกเจ้าสิ! ข้าไม่ได้ทำมันพัง ประกอบกลับไปก็เหมือนเดิมแล้วไม่ใช่หรือ?” กงซูหว่านอดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย: “ ประกอบกลับไปหรือ? แม่กุญแจที่ปราดเปรื่องและวิจิตรงดงามนี้ เป็นของเล่นที่บรรพบุรุษของข้าคิดค้น การแกะออกไม่ใช่เรื่องง่าย การประกอบกลับไปยิ่งยากกว่า! เจ้าแค่พูดว่าจะประกอบกลับ ก็ประกอบกลับไป” อย่างไรก็ตาม ซูกงหว่านยังไม่ทันพูดจบ เรียวนิ้วของหลี่หลงหลินก็ขยับราวกับโบยบิน เขาประกอบแม่กุญแจหลู่ปันกลับไปอยู่ในสภาพเดิม แม้แต่จี้หยกก็ใส่กลับคืนไปได้ “เสร็จแล้ว!” หลี่หลงหลินยื่นแม่กุญแจหลู่ปันให้กับกงซูหว่าน: “ เจ้าตรวจสอบดูได้!” กงซูหว่านหยิบแม่กุญแจหลู่ปันและตรวจสอบอย่างละเอียด จนน
ประณีตยิ่งกว่าเนรมิต ตื่นตะลึงไปจนถึงเทพสวรรค์! คำวิจารณ์แปดคำนี้ของกงซูหว่าน พูดได้เลยว่าเป็นการพูดเกิดจริง! ซูเฟิ่งหลิงดวงตาเบิกกว้าง: “ สะใภ้รอง เจ้าไม่ได้เข้าใจผิดใช่หรือไม่? ก็แค่เครื่องทอผ้าที่เครื่องหนึ่งไม่ใช่หรือ คู่ควรกับคำวิจารณ์ที่สูงส่งเช่นนี้ด้วยหรือ?” กงซูหว่านส่ายหัว: “ น้องหญิง เจ้าไม่เข้าใจ! นี่ไม่ใช่แค่เครื่องทอผ้าธรรมดา การออกแบบมีความซับซ้อนและน่าทึ่งมาก! จากการประมาณการเบื้องต้นของข้า ประสิทธิภาพการทอผ้าสามารถเพิ่มได้สูงขึ้นอย่างน้อยห้าเท่าหรือมากกว่านั้น!” ซูเฟิ่งหลิงตกตะลึงจนพูดไม่ออก เครื่องทอผ้าธรรมดาทอผ้าได้หนึ่งผืน ใช้เครื่องทอผ้านี้สามารถทอผ้าได้ห้าผืนเลยหรือ! นี่มันแนวคิดอะไรกัน? ไม่ใช่แค่ตระกูลซูเท่านั้นที่ได้สร้างโชคลาภ หากเครื่องทอผ้าเช่นนี้ได้รับความนิยม ทั้งต้าเซี่ยก็จะเหมือนพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ! หลี่หลงหลินมองใบหน้าสวยของกงซูหว่าน และพูดด้วยรอยยิ้ม: “ สะใภ้รองสมแล้วที่เป็นทายาทของหลู่ปัน รู้จักของจริงๆ!” กงซูหว่านเหลือบมองไปที่หลี่หลงหลิน แต่ยังคงมีท่าทางเย็นชา: “ เจ้าไม่จําเป็นต้องสอพลอข้า! บอกข้ามาว่าใครเป็นคนวาดภาพนี้? ข้า
หลี่หลงหลินเดินออกไปไกลแล้ว แต่เขากลับรู้สึกเย็นสันหลังวาบ ราวกับมีแสงแทงเสียดแผ่นหลัง เมื่อหันหลังกลับไปมอง ก็พบว่ากงซูหว่านที่ยืนอยู่หน้าประตู ก็กำลังจ้องมองมาที่ตนด้วยสายตาเย็นชา สีหน้าค่อนข้างเหม่อลอย “สะใภ้รอง เจ้ายังมีอะไรอีกหรือไม่” หลี่หลงหลินที่ถูกกงซูหว่านจ้องมองจนขนหัวลุก เปิดปากเอ่ยถาม กงซูหว่านไม่ตอบ ใบหน้าสวยของนางแดงระเรื่อขึ้น จากนั้นนางก็หันหลังกลับเข้าไปในเรือน แล้วปิดประตูอย่างแน่นหนา “บุคลิกของสะใภ้รองช่างน่าประหลาดจริงๆ!” หลี่หลงหลินเกาหัวด้วยความงุนงง ซูเฟิ่งหลิงเอ่ยเยาะเย้ย: “ ผู้ชายเหม็นอย่างท่าน คิดว่าตนฉลาด ในความเป็นจริงก็เป็นแค่คนไม่ได้ความ!” หลี่หลงหลินไม่พอใจมาก: “ไม่ว่าข้าจะเขลาแค่ไหน ข้าก็ฉลาดกว่าเสืออย่างเจ้า!” “ถุย!” ซูเฟิ่งหลิงเอ่ยด้วยอย่างลำพองตน: “ท่านฉลาดกับผีอะไรกัน! สะใภ้รองเย็นชากับทุกคน นางไม่สนใจใครเลย มีเพียงสายตาที่มองท่านเท่านั้นที่แตกต่างออกไป! หรือท่านยังมองไม่ออกว่านี่เป็นเพราะอะไร?” หลี่หลงหลินถามอย่างสงสัย “เป็นเพราะอะไรหรือ?” ซูเฟิ่งหลิงพูดอย่างจริงจัง: “สะใภ้รองชอบคนฉลาด นางต้องตาท่านไงเล่า! ท่านคงไม่คิดหรอกนะว
หลี่หลงหลินหัวเราะ: “พี่สะใภ้ท่านไม่ต้องกังวล ซูเฟิ่งหลิงดื่มไปเยอะมาก ตอนนี้นางหลับอย่างกับหมูตาย! นางไม่มีทางรู้ว่าข้ามาหาท่านในยามดึกเช่นนี้ อีกทั้งไม่มีทางที่จะหึงด้วย!” ลั่วอวี้จู๋ขมวดคิ้วมุ่น: “น้องหญิงไม่รู้? นั่นก็ยิ่งยุ่งยากแล้ว! ท่านมีเรื่องอะไรก็พูดมาเลยเถอะ” หญิงม่ายมักดึงดูดผู้คนให้มาสนใจ ดึกดื่นเที่ยงคืน ชายเปลี่ยวหญิงม่าย แม้ว่าลั่วอวี้จู๋จะมีสํานึกรู้ชอบ แต่เลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้เกิดความสงสัย หากมีข่าวลือใด ๆ แพร่ออกไป ไม่เพียงแต่ลั่วอวี้จู๋เท่านั้น แต่ชื่อเสียงของตระกูลซูก็จะถูกทําลายลงไปด้วย หลี่หลงหลินมองเห็นความกังวลของลั่วอวี้จู๋ จึงเอ่ยว่า “ตอนนี้ ในตระกูลซูมีข้าผู้เดียวที่เป็นผู้ชาย! มีบางเรื่องที่ไม่สะดวกจริงๆ! ข้าเองก็กลัวว่าซูเฟิ่งหลิงจะหึง ข้าเลยมาขอคําชี้แนะจากพี่สะใภ้” “นอกจากสะใภ้รองแล้ว ข้ายังมีพี่สะใภ้อีกกี่คน” “พวกนางล้วนอยู่ในเรือนหรือไม่?” ทันใดนั้นสีหน้าประหลาดใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลั่วอวี้จู๋: “ที่แท้ ท่านก็อยากมาถามเรื่องนี้หรือ! ท่านก็พูดมีเหตุผล จำเป็นต้องให้ท่านได้รู้สถานการณ์พื้นฐานของตระกลูซู เพื่อหลีกเลี่ยงให้เกิดความเข้าใ
ช่างน่าสังเวชจริงๆ! จู่ๆ หลี่หลงหลินก็รู้สึกว่า การเป็นฮ่องเต้แม้แต่การนอนขี้เกียจยังทำไม่ได้ มีอะไรให้น่าสนใจกัน? ยังสู้เป็นองค์ชายที่เอ้อระเหยลอยชายที่วันๆเอาแต่เข้าหอนางโลม ฟังเพลงชมละคร เพลิดเพลินไปกับความรุ่งโรจน์และความมั่งคั่งไปตลอดชีวิตไม่ได้เลย ภายใต้การดูแลของสาวใช้ หลี่หลงหลินสวมเสื้อผ้า และหลังจากกินอาหารกลางวันแล้ว เขาก็เดินไปทั่วจวนสกุลซู วันนี้จวนสกุลซูเงียบเป็นพิเศษ หลี่หลงหลินต้องถามสาวใช้ถึงได้รู้ ซูเฟิ่งหลิงนําทหารที่รอดชีวิต ไปตัดต้นไม้ที่ภูเขาทิศประจิม ยังไม่กลับมา ลั่วอวี้จู๋ออกไปแต่เช้าตรู่แล้ว นางไปซื้อร้านค้าต่อตามคําสั่งของหลี่หลงหลิน แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าซูก็ไม่อยู่เรือน นางไปที่วัดเพื่อจุดธูปไหว้พระ ส่วนสะใภ้รอง นางกําลังยุ่งอยู่กับการทําเครื่องทอผ้า ไม่ออกจากประตูใหญ่ไม่เข้าใกล้ประตูรอง ทั่วทั้งตระกูลซู มีผู้เกียจคร้านเพียงคนเดียวคือหลี่หลงหลิน หลี่หลงหลินเพลิดเพลินกับความรู้สึกที่ได้ใช้ชีวิตอย่างว่างงานในสถานการณ์ที่วุ่นวายเช่นนี้ เขาดินไปถึงหน้าหอริมน้ำอันโอ่อ่าสง่างามโดยไม่รู้ตัว “ที่นี่คือที่ไหนอีกเนี่ย?” หลี่หลงหลินพบว่าจวนส
หลังจากอยู่ร่วมกันเช้าค่ำเป็นเวลานานหลี่หลงหลินรู้อุปนิสัยของซูเฟิ่งหลิงแล้วเพียงแต่ปากคมดั่งมีด จิตใจกลับนุ่มเหมือนเต้าหู้เท่านั้นหากตนเองไม่พาซูเฟิ่งหลิงไปเข้าร่วมงานเลี้ยงเทศกาลโคมไฟ นั่นต่างหากหายนะที่แท้จริง!น่ากลัวว่าต้องถูกทวนเงินแทงจนกลายเป็นตะแกรงร่อน!ดังนั้นตนเองไม่จำเป็นต้องกังวลซูเฟิ่งหลิงเพียงแจ้งนางคร่าวๆ ก็เท่านั้นบัดนี้กังวลที่สุดกลับเป็นองค์หญิงไท่ผิงทั้งหมดล้วนยังไม่มีแผนมนุษย์ทุกคนล้วนหวากหวั่นต่อตำแหน่งอำนาจอยู่ตลอดรอหลี่หลงหลินดึงสติกลับมาได้ซูเฟิ่งหลิงขมวดคิ้วน้อยๆ “ท่านพูดเถอะวันนั้นข้าใส่เสื้อผ้าเยี่ยงไรถึงจะเหมาะสม?”หลี่หลงหลินครุ่นคิด พูดยิ้มๆ “เมื่อหลายวันก่อนข้าให้พี่สะใภ้สี่ตัดชุดกระโปรงหน้าม้าให้เจ้าแล้วมิใช่หรือ? ทั้งหล่อเหลาทั้งสง่างาม ชวนให้ตกตะลึงทั้งงาน”ซูเฟิ่งหลิงพยักหน้ายิ้มๆ “ที่แท้ท่านก็เตรียมทั้งหมดไว้พรักพร้อมแล้ว เช่นนั้นก็ฟังท่านแล้วกัน!”......พระราชวังต้องห้ามขบวนรถม้าแล่นอย่างเชื่องช้ามาถึงหน้าประตูเมืองขบวนรถม้าจัดเตรียมไว้อย่างเรียบง่ายมาก ทั้งหมดมีคนไม่ถึงยี่สิบคนแต่หากมีความรู้ย่อมสามารถมองออกว่าขบวน
“ให้ข้า?”ภายใต้ท่าทางตกตะลึงของซูเฟิ่งหลิงยังสะท้อนความดีใจอีกสายหนึ่งแต่ความดีใจมลายหายไปอย่างว่องไวนางเอ่ยถามด้วยเสียงเจือความสงสัย “นี่คือของขวัญแต่งงานของพวกเรา?”อีกไม่นานต่อจากนี้ก็คือวันแต่งงานของหลี่หลงหลินและซูเฟิ่งหลิงแม้พูดว่าลั่วอวี้จู๋ใช้จ่ายมือเติบ แต่ก็อยู่ในขอบเขตที่สามารถยอมรับได้หลี่หลงหลินส่ายหน้า “นี่คือมอบให้พวกเราเป็นของขวัญบรรณาการ”“ของขวัญบรรณาการ?”ซูเฟิ่งหลิงงุนงงมอบให้ใครเล่า?เรื่องอันใด?ย่อมไม่สามารถมอบให้โดยไร้สาเหตุหรอกกระมังหลี่หลงหลินอธิบายเรื่องทั้งหมดอย่างละเอียดให้ซูเฟิ่งหลิงฟังซูเฟิ่งหลิงขมวดคิ้วมุ่น “งานเทศกาลโคมไฟ?”ไม่ใช่เพราะซูเฟิ่งหลิงมีความเห็นต่อไทฮองไทเฮาแต่วังหลังซับซ้อน ทำให้นางรู้สึกหวาดหวั่นภายในใจงานเลี้ยงใหญ่อีกแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องใดขึ้น!หลี่หลงหลินพูด “ในเมื่อเป็นราชวงศ์ ก็ต้องให้ความสำคัญต่อการอยู่ร่วมกันพร้อมหน้า ยิ่งไปกว่านั้นองค์หญิงใหญ่ที่เดินทางไปเป็นทูตที่โวกั๋วมานานหลายปีก็จะฉวยโอกาสอยู่ร่วมกันพร้อมหน้านี้กลับมายังต้าเซี่ย”“ถึงตอนนั้นเสด็จพ่อจะต้องให้ความสำคัญต่องานเลี้ยงเทศกาลโคมไฟในครั
ยามนี้ลั่วอวี้จู๋ถูกจ้องจนประหม่า“องค์ชาย เวลาไม่เช้าแล้ว รีบพักผ่อนเถอะ ยิ่งไปกว่านั้นนี่ก็เกือบจะยามสี่แล้ว หากถูกบ่าวรับใช้พบเข้าจะส่งผลไม่ดีได้”อย่างไรเสียชายหญิงก็อยู่ตามลำพังภายในห้อง ไม่ได้นอนหลับตลอดทั้งคืนคนโง่ก็ไม่มีวันเชื่อหรอกว่าจะไม่มีอันใดเกิดขึ้นหลี่หลงหลินรับกล่องไม้ไปแล้วกล่าวขอบคุณ “ยังเป็นพี่สะใภ้ใหญ่คิดรอบคอบ”ใบหน้าลั่วอวี้จู๋สะท้อนความรัก “องค์ชาย ท่านและน้องหญิงเล็กมีชีวิตที่ดีย่อมสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด”บนโลกมนุษย์มีสิ่งใดสำคัญไปกว่ามีบุพเพแต่ไร้วาสนาอีกเล่าหลี่หลงหลินโดดเด่นทั้งรูปโฉมและสติปัญญาแต่ลั่วอวี้จู๋ในฐานะพี่สะใภ้ใหญ่ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถใช้ชีวิตกับหลี่หลงหลินอย่างถูกต้องตามครรลองครองธรรมได้ดังนั้นต่อให้นางได้รับชมอยู่วงนอกเห็นเขามีความสุขก็พึงพอใจแล้ว!หลี่หลงหลินพูดยิ้มๆ “ท่านดีข้าดีทุกคนดี ทุกคนดี ถึงจะดีอย่างแท้จริง!”พูดจบ เขาหันหลังจากไป กลับเข้าห้องของตน แต่ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าซูเฟิ่งหลิงถึงขั้นอยู่ที่นี่ซูเฟิ่งหลิงหันหน้า สีหน้าเปี่ยมโทสะ “องค์ชาย ดึกเพียงนี้ท่านไปที่ใดมา!”เมื่อวานหลี่หลงหลินไม่ได้กลับตลอดคืนซูเฟิ่งหลิ
แต่กลับตามไปไม่ทัน“ดูท่าแล้วมาหาถูกคนจริงเสียด้วย!”มองผ่านท่าทีตอบสนองเมื่อครู่ของลั่วอวี้จู๋ดูแล้ว ในมือนางจะต้องมีสมบัติล้ำค่าที่สามารถนำออกมาได้แน่เวลาหนึ่งก้านธูปผ่านไปลั่วอวี้จู๋วิ่งกลับมาด้วยความดีใจเต็มเปี่ยมผิวขาวราวกับหิมะมีเหงื่อหอมผุดออกมาปอยผมแนบติดหน้าผากชวนให้หลงใหลหลี่หลงหลินมองไป ได้เห็นลั่วอวี้จู๋ถือกล่องไม้ไว้ในมือรูปลักษณ์ภายนอกธรรรมดาแต่มองผ่านอารมณ์ของลั่วอวี้จู๋ดูแล้วสิ่งนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ลั่วอวี้จู๋พูดอย่างอารมณ์ดี “โชคดีหม่อมฉันหาเจอ หาไม่แล้วจะต้องลืมเจ้าสิ่งนี้ไปแล้วแน่!”หลี่หลงหลินเพิ่งคิดตำหนิที่เมื่อครู่ไม่ให้ตนเองช่วยถือโคมไฟลั่วอวี้จู๋ก็หยิบสมบัติที่อยู่ภายในกล่องไม้ออกมา“นี่คือ?”มองเห็นไข่มุกทรงกลมทอประกายจางๆ ภายในมือลั่วอวี้จู๋ไม่คล้ายเครื่องมือไว้ใช้ส่องสว่างในยุคหลังแสงชนิดนี้คล้ายซึมอยู่ภายในไข่มุกอย่างเป็นธรรมชาติ!“ไข่มุกเรืองแสงแห่งทะเลใต้หรือ?”หลี่หลงหลินเอ่ยถามออกมาลั่วอวี้จู๋สบมองหลี่หลงหลินอย่างแปลกใจ “ท่านรู้จักสิ่งนี้หรือ?”แม้ว่าไม่มีประสบการณ์ แต่ก็ยังรู้จักมาก่อนอย่างไรเสียไข่มุกเรืองแสงแห่งทะเล
ทั้งสองสบตากันลั่วอวี้จู๋หน้าแดงเรื่อ เมื่อครู่สนใจเพียงร้องไห้อย่างเจ็บปวดเสียใจ ไฉนเลยจะคิดถึงเรื่องนี้!ลูกกระเดือกหลี่หลงหลินเกร็งเล็กน้อย กลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้เรือนร่างของลั่วอวี้จู๋เร่าร้อนถึงเพียงนี้ อกอวบอิ่มดูมีน้ำหนัก ปกติเสื้อผ้าหลวมสายคาดเอวกว้างเหล่านั้นปกปิดเรือนร่างเย้ายวนนี้ไว้จนหมดช่างเสียดายของโดยแท้!ลั่วอวี้จู๋หลบตา เอ่ยเสียงเคร่งขรึม “องค์ชาย หากไม่มีเรื่องใดก็กลับไปก่อนเถอะเพคะ...”บัดนี้ลั่วอวี้จู๋อยากหารูมุดเข้าไปเหลือเกินอยากไล่หลี่หลงหลินออกไปก่อน หาไม่แล้วท่ามกลางบรรยากาศคลุมเครือเช่นนี้จะเกิดเรื่องใดขึ้นนางก็ไม่แน่ใจแล้วหลี่หลงหลินรีบขยับถอยออกไป “หากพี่สะใภ้ไม่พูด ข้าก็เกือบลืมธุระสำคัญไปแล้ว เมื่อครู่ข้าผลักประตูเข้ามา วู่วามจริงๆ ตอนนี้ข้าจะออกไปเคาะประตูใหม่..”สิ้นคำ รีบหันหลังกลับออกไปหลี่หลงหลินรีบเบี่ยงเบนความคิดไปที่อื่น กลัววู่วามขึ้นมาทำลายเรื่องผิดต่อศีลธรรมร้ายแรงลั่วอวี้จู๋ไฉนเลยจะฟังความนัยของหลี่หลงหลินไม่ออกรีบสวมเสื้อผ้าตัวใหญ่ตามปกติ ทำให้บรรยากาศไม่อึดอัดถึงเพียงนั้น“เข้ามาเถอะ”หลี่หลงหลินเคาะประตูเข้ามา บรรยาก
หลี่หลงหลินเข้าใจในทันใด ลั่วอวี้จู๋กำลังเสียใจเพราะตนถูกแต่งตั้งเป็นนักปราชญ์ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ในสายตาของคนบนโลก นี่คือหลี่หลงหลินกำลังทำผิดศีลธรรมอย่างแท้จริงชนิดที่ว่ายากจะแก้ตัวได้!หากเป็นที่ผ่านมา ในฐานะฮ่องเต้ย่อมไม่มีใครกล้าตำหนิแต่บัดนี้หลี่หลงหลินในฐานะนักปราชญ์คนใหม่ย่อมต้องวางตัวให้เหมาะสม เป็นแบบอย่างให้แก่ผู้คนลั่วอวี้จู๋คิดถึงตรงนี้ก็ร้องไห้อย่างอดไม่ได้น้ำตาสองสายไหลผ่านพวงแก้มของนาง คล้ายไหลผ่านหยกหยางจือก็มิปาน ทิ้งคราบน้ำตารางๆ เอาไว้ต่อให้เป็นลั่วอวี้จู๋ผู้ฉลาดปราดเปรื่อง นางก็ไม่อาจคิดหาหนทางได้นั่นก็หมายความว่าชาตินี้นางทำได้เพียงเป็นพี่สะใภ้น้องเขยกับหลี่หลงหลินเท่านั้นลั่วอวี้จู๋เจ็บปวดใจ เบือนหน้าหนี พูดเสียงสะอื้น “องค์ชาย ท่านรีบไปเถอะ ตอนนี้ข้าไม่อยากเห็นท่าน!”คิดไม่ถึงหลี่หลงหลินกลับยิ้มออกมาคล้ายเรื่องฟ้าถล่มลงตรงหน้าไม่เกี่ยวอันใดกับเขา“ข้ายังคิดว่าเรื่องใดสามารถทำให้พี่สะใภ้เสียใจถึงเพียงนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเรื่องเล็กเช่นนี้?”ได้ยินคำพูดของหลี่หลงหลิน ลั่วอวี้จู๋เปี่ยมความตกตะลึง“องค์ชาย นี่ท่านหมายความว่าอันใด?”ล
เพิ่งสิ้นคำหลี่หลงหลินก็รู้สึกผิดอยู่บ้างทว่าแต่ไหนแต่ไรมาลั่วอวี้จู๋ล้วนเชื่อคำพูดเขาโดยไร้ข้อกังขา ไม่เกิดความสงสัยเลยสักนิดเห็นนางหยิบผ้าเช็ดหน้าทอจากผ้าไหมเช็ดคราบน้ำตา เอ่ยเสียงแผ่วเบา “องค์ชาย ท่านกลับไปเถอะ หม่อมฉันสบายดี เพียงแต่นึกเรื่องเศร้าบางอย่างเท่านั้น”ถ้อยคำเหล่านี้ของลั่วอวี้จู๋จะสามารถปิดบังหลี่หลงหลินได้เยี่ยงไรหลี่หลงหลินเป็นคนสองชาติภพ ผ่านสตรีมามากมายมีสตรีใดไม่เคยพบเห็นมาก่อนลั่วอวี้จู๋นี่คืออยากหยุดแต่ทำไม่ได้!หลี่หลงหลินไม่ใช่คนซื่อเช่นนั้นเขาคล้ายไม่ฟังคำพูดของลั่วอวี้จู๋ เดินเข้าไปภายในห้อง“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านอย่าปิดบังข้าเลย หากไม่เสียใจ ท่านจะมีสภาพเช่นนี้หรือ?”ลั่วอวี้จู๋ภายในใจหลี่หลงหลินล้วนมีเพียงภาพของผู้ใหญ่สุขุมมากความสามารถต่อให้เหน็ดเหนื่อยและลำบากเยี่ยงไร ก็ไม่เคยเห็นนางหลั่งน้ำตาแม้หยดเดียวหรือพูดว่าลำบากแต่บัดนี้กลับร้องไห้เพียงลำพังภายในห้องคำพูดของหลี่หลงหลินคล้ายคมมีดแทงลงบนต่อมน้ำตาของลั่วอวี้จู๋น้ำตาที่รินไหลเมื่อครู่เอ่อทะลักออกมาลั่วอวี้จู๋ร้องไห้สะอึกสะอื้นรูปร่างอวบอิ่มเองก็สั่นเทาตามแรงสะอื้นหลี่หลงหลิ
ตนเองต้องไปคารวะไทฮองไทเฮาพร้อมกับซูเฟิ่งหลิงหากเป็นเวลาปกติขอเพียงแค่ตนเองไปเลือกของมีค่าที่ตลาดประจิมอิงตามความชอบของไทฮองไทเฮาเลือกสิ่งของล้ำค่าหายากมาส่งมอบเป็นของขวัญก็ใช้ได้แล้วแต่งานเลี้ยงเทศกาลโคมไฟวันขึ้นสิบหกค่ำเดือนอ้ายจะเมินข้ามไม่ได้เป็นอันขาดพี่สะใภ้ใหญ่มีชาติกำเนิดสูงศักดิ์ หนำซ้ำยังเป็นพ่อค้ามั่งคั่งเขตเจียงเจ้อย่อมมีความรู้กว้างขวาง รู้ว่าสิ่งใดล้ำค่าที่สุดในใต้หล้ายิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้องค์หญิงไท่ผิงเองก็จะปรากฎตัวหลี่หลงหลินไม่สามารถตกเป็นรองได้ซูเฟิ่งหลิงเห็นเงาหลังของหลี่หลงหลินจากไป “หลี่หลงหลิน! ดึกถึงเพียงนี้ท่านจะไปทำอันใด?”หลี่หลงหลินมองนางแวบหนึ่ง “ข้ามีธุระต้องไปปรึกษาพี่สะใภ้ใหญ่ เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ!”พูดจบ ยกขาวิ่งหนีไปแล้วกลัวซูเฟิ่งหลิงจะไล่ตามออกมาจับไว้มิใช่เพราะหลี่หลงหลินไม่อยากปรึกษาเรื่องนี้กับซูเฟิ่งหลิงเพียงแต่ซูเฟิ่งหลิงเกิดในตระกูลนักรบ รำทวนแกว่งดาบตั้งแต่เด็ก ไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้หลี่หลงหลินมาถึงลานบ้านของที่พักลั่วอวี้จู๋สามารถมองเห็นแสงเทียนสั่นไหวภายในเรือนได้นี่หมายความว่าลั่วอวี้จู๋ยังไม่เข้านอนหลี่ห
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง!หลี่หลงหลินรู้เรื่ององค์หญิงไท่ผิงน้อยมากเพียงแต่สัญชาตญาณบอกเขา นี่ไม่ใช่ผู้ที่จะสามารถล่วงเกินได้อย่างง่ายดายคนหนึ่ง!ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะน้องสาวของหลี่เทียนฉี่องค์หญิงไท่ผิงรับหน้าที่เดินทางเป็นทูตสานสัมพันธไมตรีกับแคว้นโวกั๋วอำนาจบนตัวซับซ้อนอย่างมาก ไม่สามารถดูเบาได้!……จวนสกุลซูหลี่หลงหลินกลับถึงจวนก็ล่วงเลยเข้าสู่ยามสามตั้งนานแล้วแต่จวนสกุลซูยังจุดไฟสว่างไสวสกุลซูทุกคนล้วนรอการกลับมาของหลี่หลงหลินขาซ้ายหลี่หลงหลินเพิ่งก้าวผ่านเข้าประตู เสียงปรบมือดังสนั่นก็ดังขึ้นมองเห็นฮูหยินผู้เฒ่าซูพาทุกคนในเรือนใหญ่มารอต้อนรับชนิดที่ว่ายังเตรียมงานเลี้ยงไว้ให้หลี่หลงหลินอีกด้วยฮูหยินผู้เฒ่าซูเปิดปากก่อน “ยินดีกับรัชทายาท! เรื่องที่ลานไป๋อวี้ในวันนี้ รัชทายาทมีบารมียิ่งใหญ่ ฆ่าพวกบัณฑิตจอมปลอมเหล่านั้นได้ดี! ข้ามองคนไม่ผิดไปอย่างแท้จริง! สามารถให้ซูเฟิ่งหลิงแต่งงานกับรัชทายาทท่านได้ ช่างเป็นวาสนาในรอบร้อยปีของพวกเราสกุลซูโดยแท้!”หลี่หลงหลินแปลกใจมากอย่างไรเสียฮูหยินผู้เฒ่าซูก็อายุมากแล้วหากเหล่าพี่สะใภ้จัดงานเลี้ยงยิ่งใหญ่