ยิ่งไปกว่านั้นเหตุใดเผ่าหมานจึงบุกเข้าคุกหลวงและจับตัวองค์ชายหกไป?ภายในนี้มีจุดน่าสงสัยมากเกินไปแล้ว!ฮ่องเต้หวู่ไม่มีวันหลงเชื่ออย่างง่ายดาย!หลี่เฟิงอวิ๋นเอ่ยปาก “เสด็จพ่อ ลูกนำศพของเผ่าหมานกลับมาด้วย! บัดนี้อยู่ที่ภายนอกพ่ะย่ะค่ะ!”ฮ่องเต้หวู่ขมวดคิ้วแน่น “ไป! ตามเราออกไปดู!”เหล่าขุนนางเองก็แปลกใจมากภายในใจ เดินตามหลังฮ่องเต้หวู่ มาที่นอกตำหนักกลิ่นคาวเลือดชำแรกจมูกศพมากมายวางเกลื่อนลาน ใบหน้าบิดเบี้ยว เปียผม ก็คือคนเผ่าหมานอย่างแท้จริง!ฮ่องเต้หวู่ตกตะลึงพรึงเพริด “พวกเขา พวกเขาก็คือนักฆ่าที่ฆ่าเจ้าหกกระนั้นรึ?”หลี่เฟิงอวิ๋นพยักหน้า “ใช่พ่ะย่ะค่ะ! ลูกสงสัยว่ามีคนสอดแนมเผ่าหมานจำนวนมากลอบเข้ามาถึงเมืองหลวง วางแผนชั่วร้าย! ลูกขอพระราชทานอนุญาตให้ทหารม้าหุ้มเกราะแห่งซีเหลียงสามพันคนเข้าเมืองหลวง ตามล่าคนสอดแนม ปกป้องความสงบ!”ตู้เหวินยวนคุกเข่าในทันใด “ฝ่าบาท คิดไม่ถึงมีคนเผ่าหมานมากเพียงนี้ลอบเข้าเมืองหลวง! ไม่ปลอดภัยเกินไปแล้ว! ซีเหลียงอ๋องซื่อสัตย์ภักดี ทำเพื่อปกป้องราษฎร์! ฝ่าบาทได้โปรดรับข้อเสนอของเขา ให้ทหารม้าหุ้มเกราะแห่งซีเหลียงเข้าเมืองหลวงด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่เฟิงอวิ๋นสงสัย “เช่นนั้นจะทำเยี่ยงไร?”หลี่หลงหลินอธิบาย “หากราษฎร์ตื่นตระหนก ก็ต้องหาทางหนี! หากเหล่าราษฎร์ล้วนหนีไปทั้งหมดแล้ว เมืองหลวงกลายเป็นเมืองร้างแห่งหนึ่ง เมื่อนั้นร้านรวงปิดตัวลง ซบเซาไปทั้งหมด กิจการของใต้เท้าทุกท่านก็ต้องจมดิ่งลง!”ได้ยินถ้อยคำนี้ เหล่าขุนนางชนชั้นสูงต่างมีสีหน้าไม่สบอารมณ์องค์ชายเก้ามิได้เจตนาพูดให้ผู้อื่นตกใจเมื่อไม่นานมานี้ราคาของร้านค้า ที่ดิน ที่นา ทั้งหมดล้วนจมดิ่งภายในระยะเวลาอันสั้นทรัพย์สินภายในมือของพวกเขาก็ละลายหายไปกับสายน้ำ ชนิดที่ว่าไร้ค่าไปแล้วประสบการณ์น่าหวาดกลัวเพียงนี้ พวกเขาไม่อยากประสบอีกเป็นครั้งที่สองหรอกนะเหล่าชนชั้นสูงรีบคัดค้านในทันใด “กองทัพทหารม้าหุ้มเกราะแห่งซีเหลียงเข้าเมือง ส่งผลกระทบมากเกินไป กระหม่อมไม่เห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”ขุนนางบุ๋นก็มิใช่เหล็กหนึ่งก้อนโดยเฉพาะยามเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของตน มีขุนนางบุ๋นไม่น้อยหวั่นไหวแล้วเสนาบดีสองสามคนแปรพักตร์ “แม้ว่าซีเหลียงอ๋องทำความดีความชอบ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องโอ้อวดใหญ่โตเพียงนี้ กองทัพใหญ่เข้าเมือง ชวนให้คนตื่นตระหนก!”หลี่หลงหลินสบโอกาสพูด “ใช่แล้ว! กองทัพทหารม
เว้นเสียแต่ตู้เหวินยวนแล้ว ทั้งหมดที่เหลืออยู่ล้วนเข้าไปยืนฝั่งหลี่หลงหลินตู้เหวินยวนถอนหายใจ “ซีเหลียงอ๋อง มิใช่ข้าไม่ช่วยท่าน แต่เพราะท่าน...เสียอำนาจใหญ่ไปแล้ว!”สุดท้ายตู้เหวินยวนจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ก็เลือกฝั่งหลี่หลงหลิน“พวกเจ้า...”หลี่เฟิงอวิ๋นยืนโดดเดี่ยวเพียงลำพังที่ฝั่งหนึ่ง ใกล้ระเบิดโทสะเต็มทีขุนนางบุ๋นเหล่านี้ ไม่มีความหนักแน่นเลยแม้แต่น้อย ทั้งหมดล้วนเป็นคนต่ำต้อยเห็นเพียงผลประโยชน์กลุ่มหนึ่ง!ช่างเป็นตัวไร้ประโยชน์โดยแท้!หลี่หลงหลินมีสีหน้าภาคภูมิใจ ยังจงใจเยาะหยันอีกด้วย “พี่สาม! ท่านพูดว่าเสด็จพ่อหัวเดียวกระเทียมลีบ! ดูท่านตอนนี้เถอะ ตกลงผู้ใดถูกตีตัวออกห่างกันแน่?”ฮ่องเต้หวู่อารมณ์ดีมาก ตบมือพูดยิ้มๆ “เจ้าเก้า พูดได้ดี!”“เจ้าเก้า พวกเรารอดูก่อนเถอะ!”หลี่เฟิงอวิ๋นโมโหแทบแย่ หมุนตัวได้ก็จากไปแล้วแม้ว่าทหารซีเหลียงสามพันคนไม่สามารถเข้าเมืองหลวงได้แต่เป้าหมายของหลี่เฟิงอวิ๋นสำเร็จแล้ว!เขาสามารถอ้างเหตุผลจับคนสอดแนมเผ่าหมาน สร้างชื่อเสียงอยู่ในเมืองหลวงต่อไปได้แล้ว!ภายภาคหน้าก็รอโอกาสเท่านั้น!หลี่หลงหลิน เจ้าสุนัขชั่วคนนี้ สักวันหนึ่งจะต้องชดใช
“เขียนอักษร?” เพียงฮ่องเต้หวู่ได้ยินก็ตื่นเต้นขึ้นมาบ้างแล้วเมื่อคืนเพลิงไหม้คุกหลวงลุกลามออกไป อย่างน้อยก็มีราษฎร์นับร้อยคนประสบภัยหากราชสำนักออกหน้า สร้างบ้านเรือนให้พวกเขา ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องใช้เงินราวหนึ่งแสนตำลึง!ขอเพียงเขียนอักษรให้เจ้าเก้า ก็สามารถแลกกับเงินหนึ่งแสนตำลึงได้แล้ว?การค้าขายนี้ ได้กำไรเกินไปแล้วกระมัง!งานเขียนอักษรของฮ่องเต้หวู่เปิดเผยออกไปน้อยมากมิใช่เขาไม่ชอบเขียนอักษร แต่เพราะทักษะการเขียนอักษรของเขาแย่มากเกินไปเขาเป็นพวกยิ่งแย่มากเพียงใดก็ยิ่งชอบมากเพียงนั้นยามว่างไม่มีอะไรทำ ฮ่องเต้หวู่ลอบฝึกเขียนอักษรภายในตำหนัก หวังว่าสักวันหนึ่งจะสามารถทำให้พวกบัณฑิตเหล่านั้นอ้าปากค้างได้!“ได้!”“สหายเว่ย เจ้ารีบไปเตรียมสี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือ!”ฮ่องเต้หวู่รีบรับปาก ออกคำสั่งเว่ยซินเว่ยซวินรีบเตรียมกระดาษหมึกพู่กันแท่นฝนหมึก ยังช่วยฮ่องเต้หวู่ฝนหมึกด้วยตนเองอีกด้วยฮ่องเต้หวูจับพู่กัน ท่วงท่างดงาม เอ่ยถามหลี่หลงหลิน “เขียนอะไร?”หลี่หลงหลินครุ่นคิด เอ่ยปาก “เสด็จพ่อ พระองค์เป็นผู้ซื่อสัตย์จริงใจ จักรพรรดิอันดับหนึ่ง! ก็เขียนสี่พยางค์นี้...หนึ่งใน
“ท่านพูดว่าองครักษ์เสื้อแพรปกปักใต้หล้ามิใช่หรอกหรือ ฟังดูแล้วน่าเกรงขามมาก!”หลี่หลงหลินถอนหายใจ “มองภายนอกองครักษ์เสื้อแพรน่าเกรงขาม แท้จริงแล้วก็คือสุนัขรับใช้ของฮ่องเต้! งานสกปรกอะไร ล้วนให้องครักษ์เสื้อแพรไปทำทั้งหมด! ยกตัวอย่างเช่นฝ่าบาทให้เจ้าไปลอบสังหารขุนนางมือสะอาดซื่อสัตย์ภักดีคนหนึ่ง เจ้ายินดีทำหรือไม่?”เพียงซูเฟิ่งหลิงได้ยิน สีหน้าเปลี่ยนไปในทันใด “สังหารขุนนางซื่อสัตย์ภักดี? จะทำเช่นนั้นได้เยี่ยงไร! ไม่มีวันทำ!”หลี่หลงหลินยักไหล่ “นั่นน่ะซิ! องครักษ์เสื้อแพรงานเช่นนี้ เจ้าต้องทำไม่ได้เป็นแน่! เจ้าเป็นชายาองค์ชายของเจ้าดีๆ เพลิดเพลินกับความมั่งคั่งรุ่งโรจน์เหล่านั้นเถอะ!”ซูเฟิ่งหลิงเบ้ปาก “นั่นน่าเบื่อมาก!”หลี่หลงหลินพูดยิ้มๆ “เช่นนั้นเจ้าอยากทำอะไร?”ดวงตาซูเฟิ่งหลิงทอประกายระยับ เอ่ยออกมา “แน่นอนว่านำทัพออกศึก เป็นแม่ทัพใหญ่ถือดาบขี่ม้าคนหนึ่ง! นั่นน่าเกรงขามมากนัก...”ซูเฟิ่งหลิงกระตือรือร้นขึ้นมาในทันใด พูดสิ่งที่อยู่ภายในใจออกมา ขณะเดียวกันหน้าแดงแล้ว “ฮึ ท่านต้องหัวเราะข้าเป็นแน่! หากข้าไม่ใช่ผู้หญิง เป็นผู้ชายก็คงดี...”หลี่หลงหลินส่ายหน้า พูดอย่างจริงจั
ได้รู้ข่าวว่าฉินกุ้ยเฟยออกจากตำหนักเย็นแล้วหลินกุ้ยเฟยคล้ายกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ ใบหน้าเปี่ยมความตกตะลึงรับมือไม่ทัน“จะทำเยี่ยงไร...จะทำเยี่ยงไร...”“คราวนี้จะทำเยี่ยงไรดี?”หลี่หลงหลินเบ้ปาก “เสด็จแม่ ก็แค่ฉินกุ้ยเฟยคนเดียวเท่านั้นมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ? มีอันใดให้กลัวกัน? ก่อนนี้นางเป็นกุ้ยเฟย อยู่เหนือท่านหนึ่งขั้น ทว่าบัดนี้ท่านเองก็เป็นกุ้ยเฟย มีศักดิ์เทียมกันแล้ว!”หลินกุ้ยเฟยถอนหายใจ “องค์ชาย เจ้าไม่รู้ ฉินกุ้ยเฟยคนนี้อันตรายมากนัก หากใช้อุบายชั่วขึ้นมา น่ากลัวว่าแม่หาใช่คู่ต่อสู้ของนางไม่!”หลี่หลงหลินหัวเราะแล้ว “นางอันตราย! ข้าอันตรายยิ่งกว่านางเสียอีก! ก็แค่การต่อสู้ในวังมิใช่หรือ? พวกเราก็สู้กับนาง ดูว่าใครกันแน่จะคว้าชัยชนะไปได้!”หลินกุ้ยเฟยส่ายหน้าอย่างต่อเนื่อง “ไม่ได้! แม่ต้องสู้นางไม่ได้เป็นแน่...”หลี่หลงหลินส่ายหน้า ลอบทอดถอนใจภายในใจหลินกุ้ยเฟยเป็นคนใจดีมีเมตตามากเกินไป ใสซื่อบริสุทธิ์เกินไปแล้ววังหลังแห่งนี้ อันที่จริงก็คล้ายป่า วัฏจักรคือผู้อ่อนแอเป็นอาหารของผู้แข็งแกร่งเจ้าไม่กินผู้อื่น ผู้อื่นก็กินเจ้า!ทว่าหลินกุ้ยเฟยก็มีอุปนิสัยเช่นนี้ ไม่ชอ
หากสนมคนใดขัดตา ล่วงเกินเว่ยซวิน ไม่รู้ว่าต้องตายเยี่ยงไรเลยด้วยซ้ำ บ้างก็หายตัวไปอย่างไรร่องรอย ชนิดที่ว่าแม้แต่ศพก็หาไม่พบ!หลี่หลงหลินคลี่ยิ้ม ออกคำสั่งชุนเถา “เจ้าไปเรียกเว่ยซวินมา พูดว่าองค์ชายเก้ารอเขาที่ตำหนักฉางเล่อ!”ชุนเถาตกตะลึงจนวิญญาณหลุดออกจากร่าง สีหน้าเผือดซีด “องค์ชาย บ่าวไม่กล้า...”หลี่หลงหลินเพียงเอ่ยปากเสียงเรียบ “ให้เจ้าไป เจ้าก็ไป! เว่ยซวินไม่กล้าลงโทษเจ้าเป็นแน่ ยิ่งไปกว่านั้นยังจะมอบรางวัลให้เจ้าอีกด้วยนะ!”ชุนเถาอับจนหนทาง ทำได้เพียงเกร็งหนังศีรษะ มุ่งหน้าไปยังพระที่นั่งหย่างซินสถานที่ที่เว่ยซวินอยู่ก็คือตำหนักด้านข้างของพระที่นั่งหย่างซิน ที่นี่สะดวกต่อการหยิบยกพระกระยาหารในการปรนนิบัติฮ่องเต้หวู่เว่ยซวินอารมณ์ดีไม่เลว ปากกำลังครวญเพลงงิ้วอยู่อีกด้วยชุนเถาหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้ามาหยุดที่หน้าประตู “หัวหน้าผู้ดูแลเว่ย! องค์ชายเก้าพูดว่ากำลังรอท่านที่ตำหนักฉางเล่อเจ้าค่ะ...”เพียงเว่ยซวินได้ยินก็ยิ่งดีใจมากขึ้นไปอีก หยิบเงินหนึ่งก้อนยัดใส่มือชุนเถาในทันทีทันใด แย้มยิ้มมีความสุขพลางเอ่ย “ได้! ข้าจะไปเดี๋ยวนี้เลย!”เงินในมือชุนเถาหนักมาก คนกลับโง่
ผิวหน้าเว่ยซวินกระตุกริกหลี่หลงหลินเจ้าเด็กคนนี้ต้องการแบ่งผลประโยชน์!ช่างเถอะ!หากมิใช่การแนะนำของหลี่หลงหลิน ตนเองก็ไม่สามารถเป็นผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรได้!แบ่งปันกำไรออกไป ก็เป็นสามัญสำนึกของมนุษย์เว่ยซวินใคร่ครวญครู่หนึ่ง “ในเมื่อองค์ชายเอ่ยปาก กระหม่อมลองแบ่งดูแล้ว คนละครึ่ง...”หลี่หลงหลินมิได้พูด ส่ายหน้าเบาๆสีหน้าเว่ยซวินไม่สบอารมณ์ขึ้นมา “องค์ชาย ท่านมิใช่ต้องการสี่หกหรอกกระมัง? นี่ไม่ละโมบเกินไปหน่อยหรือ?”หลี่หลงหลินยังส่ายหน้าเว่ยซวินเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน “สามเจ็ด? ท่านไม่ใช่คนแล้วกระมัง!”หลี่หลงหลินยังส่ายหน้าต่อเว่ยเซินระเบิดโทสะ “สองแปด? กระหม่อมไม่สามารถรับได้!”เว่ยซวินไม่มีทายาท ชอบหาเงินที่สุดหลี่หลงหลินถึงขั้นต้องการสองแปด เว่ยซวินกระอักเลือด ไม่มีวันรับปากหลี่หลงหลินหัวเราะแล้ว “เว่ยกงกง! ข้าไม่ต้องการสองแปด ไม่ต้องการสามเจ็ด ไม่ต้องการสี่หก ทั้งยังไม่ต้องการครึ่งครึ่ง! ข้าไม่ต้องการกำไรแม้ตำลึงเดียว ขอเพียงกงกงมอบความยุติธรรมให้ข้าอย่างหนึ่งก็พอ!”เว่ยซวินตกตะลึงพรึงเพริดหลี่หลงหลินมิได้ต้องการแบ่งกำไรกับตน เพียงเพื่อความยุติธรรมอย่างห
หลี่หลงหลินลูบจมูก สบมองหนิงชิงโหวอย่างพูดไม่ออก “สหายร่วมสำนักศึกษาของเจ้านี้คิดมากเกินไปแล้ว ข้ามิใช่เทพเซียนเสียหน่อย เพียงแค่ตัวอักษรของจดหมายนิรนามก็สามารถหาตัวเขาได้แล้วกระนั้น?”หนิงชิงโหวยิ้มแห้ง “องค์ชาย ท่านยังไม่รู้ คนบนโลกล้วนพูดว่าท่านฉลาดปราดเปรื่องเหนือกว่ามนุษย์ เป็นปีศาจ...”หลี่หลงหลินยิ้มขมปร่าตนเองให้เสด็จพ่อยกเว้นเก็บภาษีราษฎรสามปี พวกเขายังพูดว่าตนเป็นปีศาจอีกนะคนดี เป็นได้ยากยิ่ง!“ในเมื่อเป็นเช่นนี้...”หลี่หลงหลินใคร่ครวญ พูดกับหนิงชิงโหว “เจ้าไปบอกให้ซูเฟิ่งหลิงเตรียมรถม้า ไปที่คุกใหญ่กับข้า”หนิงชิงโหวค้อมตัว “น้อมรับคำสั่ง”ครู่ต่อมารถม้าคันหนึ่งแล่นออกจากภูเขาทิศประจิม มุ่งหน้าไปสู่คุกใหญ่กรมอาญาบัดนี้คุกใหญ่กรมอาญามีคนเนืองแน่น ภายในถูกยัดไว้แน่นเอียด เสียงโอดครวญดังระงมผู้คุมเรือนจำต้องควบคุมนักโทษมากถึงเพียงนี้ ยุ่งแทบตายตั้งแต่เช้าจรดเย็น เหนื่อยเสียจนพูดไม่ออกหากไม่ใช่เพราะจางอี้พาองครักษ์เสื้อแพรมาคุมเชิง พวกเขากล้าโมโหแต่ไม่กล้าพูดอันใด ป่านนี้คงหนีหายไม่ทำแล้วเห็นหลี่หลงหลินและซูเฟิ่งหลิงลงจากรถม้า จางอี้รีบเข้าไปต้อนรับ โค้งคำนั
มีนับล้านคน!ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าหลี่หลงหลินเป็นเทพเซียนบนสวรรค์ สามารถใช้กำลังเพียงฝ่ายเดียวเป็นศัตรูกับสำนักปราชญ์ได้?น่าขันจริงเชียว!หลี่เทียนฉี่รีบหยิบหนังสือพิมพ์วิชาการต้าเซี่ยออกมา ถือไว้ด้วยสองมือ “นี่คือหนังสือพิมพ์วิชาการต้าเซี่ยฉบับล่าสุด เชิญท่านผ่านตา!”สีหน้าเสิ่นชิงโจวเปลี่ยนไป รีบรับไปอ่านอย่างละเอียดของสิ่งอื่นเขาสามารถไม่ใส่ใจได้เว้นแต่เพียงหนังสือพิมพ์วิชาการต้าเซี่ยเจ้าสิ่งใหม่นี้ ทำให้เสิ่นชิงโจวไม่มั่นใจ กระวนกระวายว้าวุ่น“นี่...ก็ไม่มีอันใดพิเศษนี่”เสิ่นชิงโจวอ่านหนังสือพิมพ์วิชาการต้าเซี่ยอย่างละเอียดหนึ่งรอบ สีหน้าแปลกใจเดิมทีคิดว่าหลี่หลงหลินจะเขียนเรื่องวันพิธีสักการะฟ้าดินออกมาเพื่อฉวยโอกาสปรักปรำสำนักปราชญ์สรุปว่าไม่เป็นเช่นนั้นหนังสือพิมพ์วิชาการต้าเซี่ยฉบับนี้ เทียบกันแล้วธรรมดามาก คล้ายรีบทำออกมา ไม่เขียนถึงพิธีสักการะฟ้าดินเลยแม้แต่น้อยหลี่เทียนฉี่รีบสืบเท้าขึ้นไป ชี้ตำแหน่งใจกลางหน้าหนังสือพิมพ์ “ท่านอาจารย์ ท่านดูที่นี่...”เสิ่นชิงโจวจ้องมอง ในที่สุดก็พบประกาศเกี่ยวกับจดหมายนิรนาม ทันใดนั้นสีหน้าแข็งทื่อดุจเหล็ก “รัชทายาท นี่
สิบห้าค่ำเดือนอ้าย ก่อนวันเทศกาลโคมไฟ หลี่หลงหลินจะต้องจัดการสำนักปราชญ์พูดให้ถูกก็คือเหลืออีกเพียงสิบสี่วันเวลานั้นสั้นนัก ไม่อาจพลาดไปได้แม้เสี้ยวนาทีรุ่งเช้าวันต่อมาหลี่หลงหลินและกงซูหว่านมายังภูเขาทิศประจิม ให้เหล่าช่างฝีมือพิมพ์หนังสือพิมพ์วิชาการต้าเซี่ยฉบับใหม่เริ่มงานวันที่สองเดือนอ้าย เหล่าช่างฝีมือย่อมไม่พอใจทว่าหลี่หลงหลินลงมืออย่างใจกว้าง รับปากเพิ่มค่าทำงานล่วงเวลาให้เหล่าช่างฝีมือเหล่าช่างฝีมือยิ้มกว้างอย่างดีใจ ไม่บ่นอีกสองวันต่อมาหนังสือพิมพ์วิชาการต้าเซี่ยฉบับใหม่ก็ออกมาเหล่าเด็กขายหนังสือพิมพ์บุกฝ่าหิมะ ขายตามตรอกเล็กซอยน้อย การค้าขายดีมากการขายหนังสือพิมพ์วิชาการต้าเซี่ยกลายเป็นความคุ้นชินของราษฎรภายในเมืองหลวงแล้วยังมีคนฉลาดบางส่วน สบช่องทางการค้า ลอบรับซื้อหนังสือพิมพ์วิชาการต้าเซี่ยโดยเฉพาะฉบับแรกรวมถึงภาคผนวกฉบับใหม่ล่าสุด ไม่เพียงพิเศษ ยังผลิตเป็นจำนวนน้อย สามารถขายได้ในราคาสูงบนตลาดมืด“หา?”“นี่คืออันใด?”“รัชทายาทต้องการให้พวกเราเขียนจดหมายร้องเรียนนิรนามฟ้องร้องสำนักปราชญ์?”“นี่แปลกมาก!”เหล่าราษฎรเห็นโฆษณาบนหนังสือพิมพ์ ดวง
“หลายปีมานี้สำนักปราชญ์ผูกขาดการสอบขุนนาง คนถูกสับเปลี่ยนข้อสอบเหมือนหนิงเซิงมีมากมายนับไม่ถ้วน”“เพียงน่าเสียดายสำนักปราชญ์ยิ่งใหญ่ ร่วมมือกับทางการทุจริต ต่อให้ภายในมือพวกเขามีหลักฐาน แต่ก็ไม่สามารถร้องขอความเป็นธรรมได้!”“สามารถใช้หนังสือพิมพ์วิชาการต้าเซี่ยประกาศออกไปได้ ให้คนเหล่านี้ล่วงรู้ว่าพวกเขาสามารถเขียนจดหมายถึงข้าโดยไม่เปิดเผยชื่อ เพื่อให้ข้าร้องทุกข์แทนพวกเขาได้!”กงซูหว่านชะงักไป ใบหน้าเผยแววดีใจยังสามารถทำเช่นนี้ได้?อานุภาพของหนังสือพิมพ์วิชาการต้าเซี่ยมากกว่าที่ตนเองคิดไว้อย่างแท้จริง“แต่...”กงซูหว่านยังลังเลเล็กน้อย “องค์ชาย น่ากลัวว่าไม่ได้! วิธีที่ท่านพูด แม้ว่ามีเหตุผลที่แน่นอน แต่พลังอำนาจของสำนักปราชญ์กลับยิ่งใหญ่ ไม่แน่ว่าคนเหล่านี้จะกล้าเขียนจดหมายร้องเรียนและมอบหลักฐานให้พวกเรา...”ลั่วอวี้จู๋คิดไปไกลยิ่งกว่านั้น “หากเปิดให้มีการร้องเรียน น่ากลัวว่าหายนะที่ตามมาจะไม่มีที่สิ้นสุด! หากมีคนตั้งใจก่อกวน สร้างหลักฐานเท็จ กล่าวหาคนดี นั่นจะทำเช่นไร?”ในยุคสมัยโบราณ เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ปรักปรำคนดี โทษการกล่าวหาเท็จรุนแรงมากนักหากมั่นใจแล้วว่ากล่าวหาเท็
“แต่...”กงซูหว่านหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่ง ทำใจให้สงบลง “ท่านวางแผนโจมตีสำนักปราชญ์ น่ากลัวว่าไม่ง่ายถึงเพียงนั้น! ประวัติศาสตร์นับพันปี ฮ่องเต้ผลัดเปลี่ยนราชวงศ์ ขั้วอำนาจเปลี่ยนผัน ธงใหญ่บนกำแพงเมืองเปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดหย่อน แต่มีเพียงสำนักปราชญ์ไม่เคยล้มลง”“รากฐานของสำนักปราชญ์หยั่งลึกเกินกว่าที่ท่านคิดไว้มากนัก!”“ท่านฆ่าบัณฑิตทรงคุณวุฒินั้นง่าย ก็แค่หนึ่งชีวิตเท่านั้น ขอเพียงยอมรับเสียงก่นด่าก็พอ!”“แต่ หากท่านต้องการตัดรากถอนโคนสำนักปราชญ์ นั่นยากมากเหลือเกิน”สำนักโม่ถูกสำนักปราชญ์ทำลายกงซูหว่านเป็นคนรุ่นหลังของสำนักโม่ โกรธแค้นสำนักปราชญ์ลึกถึงกระดูก ใคร่ครวญอยู่ทุกขณะจิต จะใช้วิธีการใดทำลายสำนักปราชญ์สรุปคือไม่ได้อะไรสำนักปราชญ์แข็งแกร่งเกินไปต่อให้เป็นสำนักโม่ ก็มีโอกาสเพียงน้อยนิดต่อให้หลี่หลงหลินเป็นรัชทายาท ต้องการใช้กำลังเพียงคนเดียวล้มสำนักปราชญ์ ตัดรากถอนโคนให้สิ้นซากนี่จะเป็นไปได้จริงหรือ?หลี่หลงหลินหัวเราะเบาๆ “พี่สะใภ้รอง ไม่ว่าเรื่องใดล้วนขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นของคน ไม่ลองดู จะรู้ได้เยี่ยงไร? ยิ่งไปกว่านั้น หนังสือพิมพ์วิชาการต้าเซี่ยในมือข้ายั
ตกลงข้ายังไม่ตื่น หรือท่านยังไม่ตื่นกันแน่?ซูเฟิ่งหลิงยังอยากถามอีกสองประโยค กลับถูกลั่วอวี้จู๋ห้ามไว้ “น้องหญิงเล็ก ในเมื่อองค์ชายรับปากฝ่าบาทไปแล้ว ต่อให้พูดต่อไป ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอันใดได้! พวกเราต้องร่วมมือร่วมใจกันคิดหาหนทางหาเงิน”“ความสามารถในการหาเงินขององค์ชาย ต่อให้กวนจื่อยังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่สามารถเทียบได้”ซูเฟิ่งหลิงชมชอบรำกระบี่แทงทวน ใส่ใจเพียงการฝึกทหารทำสงคราม ไม่รู้ราคาข้าวของลั่วอวี้จู๋กลับต่างออกไป เชี่ยวชาญทำการค้า จัดการกิจการของสกุลซูและภูเขาทิศประจิมทอผ้า ทำน้ำตาลทรายขาว บ่มสุรา หลอมเหล็ก...ยังมีโรงเรียนทหารซีซานกิจการเหล่านี้ ทั้งหมดล้วนมีเงินเข้ามหาศาลดุจต้นไม้เขย่าเงินขอเพียงผ่านไปสักระยะหนึ่ง จัดการดีๆ ทำให้ชื่อเสียงของภูเขาทิศประจิมโด่งดัง หลี่หลงหลินลงแรงเพียงคนเดียว รับภาระค่าใช้จ่ายของราชสำนัก นี่กลับไม่ใช่ความฝันแน่นอน นี่ต้องใช้เวลาลั่วอวี้จู๋มองทางหลี่หลงหลิน พูดอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม “ฝ่าบาทให้เวลามากน้อยเพียงใด? หนึ่งปี? หรือสองปีเพคะ”หลี่หลงหลินเอ่ยปากเสียงเรียบ “ข้าต้องการเจ็ดวัน เสด็จพ่อกลับมอบให้สิบห้าวัน”สตรีทั้งหมดลืมตา
เพียงเว่ยซวินได้ยินก็ตกตะลึงพรึงเพริดมิน่าเล่าฮ่องเต้หวู่จึงผิดแปลกไป ถึงขั้นรับปากหลี่หลงหลินยกเว้นเรียกเก็บภาษีราษฎรสามปีทำเช่นนี้ ย่อมสามารถปลอบโยนราษฎร ทำให้ราษฎรได้พักและใช้ชีวิตอย่างสงบได้ทว่า เส้นทางการเงินของราชสำนัก ชนิดที่ว่าเบี้ยหวัดของขุนนางล้วนไม่สามารถจ่ายได้ นี่จะดีได้อย่างไร?จนกระทั่งตอนนี้เว่ยซวินถึงเข้าใจหลี่หลงหลินและฮ่องเต้หวู่ทำการแลกเปลี่ยนกันอย่างลับๆ ใช้รากฐานมั่นคงที่สำนักปราชญ์สั่งสมมานานนับพันปีมาชดเชยคลังหลวงที่ว่างเปล่า!เงินของสำนักปราชญ์ไม่น้อยจริงๆทว่าเงินเหล่านี้ พวกเขากลืนเข้าไปนั้นง่าย จะให้คายออกมากลับพูดง่ายแต่ทำยากยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเวลาสั้นๆ เพียงครึ่งเดือนนี่ยากเกินไปแล้ว!ฮ่องเต้หวู่นวดหว่างคิ้ว “เราย่อมรู้ว่าเรื่องนี้ยากมาก! แต่เชื่อว่าเจ้าเก้าจะต้องมีวิธีแน่! สรุปว่าเจ้าให้องครักษ์เสื้อแพรคอยให้ความร่วมมือเจ้าเก้าเถอะ ไม่ว่าใช้วิธีการเช่นไร ก็ต้องง้างปากบัณฑิตชั่วเหล่านั้น ทำให้พวกเขาคายเงินออกมาให้ได้”เว่ยซวินโค้งคำนับ “กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา”.....จวนสกุลซูเพียงหลี่หลงหลินกลับมาก็ถูกซูเฟิ่งหลิง ลั่วอวี้จู๋ หลิ่ว
เว่ยซวินเห็นทั้งสองคนทะเลาะกันไม่ยอมเลิกรา แยกไม่ออกว่าใครแพ้ใครชนะ จึงพูดออกมาอย่างอดไม่ได้ “เดิมทีกระหม่อมก็ไม่ควรสอดปาก! แต่ทะเลาะกันต่อไปเช่นนี้ก็ไม่ใช่ทางแก้! มิสู้ถอยกันคนละก้าว...”หลี่หลงหลินกลับมีความสุขมาก “เสด็จพ่อ ท่านเสนอเงื่อนไขเถอะ!”ฮ่องเต้หวู่เผยสีหน้าขมปร่า “เรากลับอยากบริหารบ้านเมืองให้ดีขึ้น แต่เอือมระอาในมือไม่มีเงิน!”หลี่หลงหลินครุ่นคิด พูดว่า “เจ็ดวัน! ลูกจะหาทางแก้เอง!”สีหน้าฮ่องเต้หวู่ดีใจมาก ถูฝ่ามือพลางพูดยิ้มๆ “ได้! เจ้าเก้า ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเพียงเจ็ดวัน! ขอเพียงเจ้าหาเงินออกมาได้ก่อนเทศกาลโคมไฟ ในวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนอ้ายก็พอ!”หลี่หลงหลินพยักหน้า พูดว่า “เสด็จพ่อ พวกเราตกลงกันตามนี้แล้ว! ฟ้ามืดแล้ว ท่านรีบพักผ่อนเร็วหน่อยเถอะ! ลูกขอทูลลา!”ฮ่องเต้หวู่เห็นหลี่หลงหลินกล่าวคำลา มุมปากปรากฏรอยยิ้ม “เจ้าเก้า ช่างเป็นเด็กดีโดยแท้!”เว่ยซวินขมวดคิ้ว เอ่ยปากอย่างกังวล “ฝ่าบาท หากยกเว้นภาษี ราชสำนักก็จะถูกตัดเส้นทางทางการเงินนะพ่ะย่ะค่ะ! ภายในระยะเวลาอันสั้นเพียงครึ่งเดือน องค์ชายจะมีวิธีเติมเต็มช่องโหว่มหาศาลนี้หรือ?”ฮ่องเต้หวู่ส่ายหน้า ก้าวเท้าเนิบๆ
คำพูดครึ่งแรกของหลี่หลงหลิน ฮ่องเต้หวู่ฟังแล้วก็เบิกบานใจ สีหน้าท่าทางผ่อนคลาย แม้พระองค์จะทรงมีอายุเกินห้าสิบแล้ว ร่างกายก็ร่วงโรยลงทุกวัน มีโอรสเพียงเก้าคน ไม่สามารถให้กำเนิดคนที่สิบได้ แต่ฮ่องเต้หวู่ก็ยังรู้สึกว่าตนเองยังหนุ่มแน่น! บุรุษจนวันตายก็ยังคงเป็นเด็กหนุ่ม ฮ่องเต้หวู่ก็เช่นกัน! จนถึงบัดนี้ ฮ่องเต้หวู่ยังคงฝันหวานอยู่บ่อยครั้งว่าตนเองนำทัพสามเหล่าทัพ ออกรบด้วยตนเอง โบกมือเพียงครั้งเดียว หมานอี๋ก็มลายหายไป อันที่จริง ฮ่องเต้หวู่ไม่คิดจะสละราชสมบัติเลย ใครเล่าไม่อยากเป็นจักรพรรดิ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งจักรพรรดิเช่นฮ่องเต้หวู่ ที่ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรมาหลายสิบปี แต่กลับต้องคอยประนีประนอม ถูกเหล่าขุนนางควบคุม บัดนี้ พระองค์ทรงกุมอำนาจไว้ในมือ ได้ลิ้มรสชาติของอำนาจแล้ว สละราชสมบัติ? ฮ่องเต้หวู่ไม่ยอม! จนกระทั่งฮ่องเต้หวู่ได้ยินสองคำสุดท้าย ก็ขมวดคิ้ว และถามด้วยความประหลาดใจ “นอนพัก หมายความว่าอย่างไร?” หลี่หลงหลินตกใจจนเหงื่อแตก โชคดีที่ฮ่องเต้หวู่เป็นคนโบราณ ไม่เข้าใจความหมายของคำว่านอนพัก มิฉะนั้น พระองค์คงจะจับเขาถลกหนังทั้งเป็นแน่ จักรพ