“อื้อ ~”
ฉันใช้ฝ่ามือเล็กดันใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าออกห่างเพื่อสูดอากาศหายใจเข้า หลังจากที่เขาเพิ่งจะจูบสูบวิญญาณไปเกือบห้านาที
“หอเธอ... ไปทางไหน”
“ซอย XX หลังมหาวิทยาลัย”
ไม่ต้องถามว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น มันเป็นความสมัครใจของฉันเองที่จะมีความสัมพันธ์ในคืนนี้
ถามว่าเมาไหม... ตอบได้ว่าเมา
แล้วถ้าถามว่าทำไมต้องเมา
ก็เพราะไอ้คนเฮงซวยคนหนึ่งมันทำฉันเจ็บจนต้องพึ่งพาความเมาอย่างไรล่ะ
ผู้ชายที่คบกันมาห้าปีกว่า มันหักหลังฉันไปมีคนใหม่ ที่จริงเรื่องนี้มันก็ผ่านมาเกือบครึ่งปีแล้ว แต่วันนี้ฉันเพิ่งรับรู้ว่า 'พี่ดรีม' แฟนเก่าคนนั้นของฉันกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่คบกันได้เพียงหกเดือนหรืออาจมากกว่านั้นตอนที่แอบกินกันลับหลังฉัน
“จอดรถหน้าหอได้ใช่ไหม” เสียงทุ้มของคนขับพูดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เรามาถึงหน้าหอ
“ได้ ถ้าแป๊บเดียว”
“นี่เธอกำลังดูถูกฉันอยู่หรือเปล่า” เขาคนนั้นยิ้มออกมาท่าทางกวน ๆ “มันก็ไม่แป๊บเดียวนะ”
“เปล่า หมายถึงถ้าไม่จอดจนถึงเช้าให้เจ้าของหอตื่นมาด่าก่อน” ฉันรีบอธิบายก่อนจะกระชับกระเป๋าไว้ในอ้อมแขนเตรียมลงจากรถ
เขาคือคนที่เพิ่งจะเจอกันในร้านเหล้า เรานั่งคุยกันอยู่นาน ดื่มด้วยอีกสองสามแก้วเพราะเขาก็มาเที่ยวคนเดียว แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันตกลงมากับเขาแบบนี้
ฉันกำลังประชดใครอยู่หรือ
ก็ไม่...
แต่ในเมื่อทำตัวดีแล้วมันไม่ได้ดี ฉันจะดีไปทำไม จะเก็บความซิงไว้ให้ผู้ชายที่เรารักหรือ
...สุดท้ายผู้ชายก็เลือกผู้หญิงที่ง่ายกับเขาอยู่ดี
“พกถุงไหม” ฉันเอ่ยปากถามทันทีที่เราเข้ามาถึงในห้อง พอหันไปมองก็เห็นเขายืนยิ้มมุมปากอยู่
“ฉันไม่ได้ชอบเสี่ยง”
“อืม วันไนต์นะ” คำพูดที่ฉันเหมือนท่องมาค่อย ๆ ปล่อยทีละคำ
“เธอนี่ตลกดีว่ะ” เขาหัวเราะออกมาเหมือนชอบใจ “เดาไม่ออกเลยว่าทำบ่อย หรือไม่เคยทำมาก่อน”
“ไม่เคยทำ” ฉันตอบเบา ๆ แล้วเดินเข้าห้องน้ำเพราะอั้นมาตั้งแต่อยู่บนรถ
พอเดินออกมาก็เห็นหมอนั่นนั่งเล่นมือถืออยู่ตรงปลายเตียง
แล้วฉันต้องทำอย่างไรต่อ เริ่มก่อนหรืออย่างไรดี เขาก็ไม่ทำอะไรเสียที
“เดินไปเดินมาทำไม” พอเห็นฉันทำตัวไม่ถูกเขาก็เงยหน้าขึ้นจากมือถือ ก่อนจะดึงรั้งข้อมือฉันเข้าไปหาและกระชากลงเตียงจนชุดเดรสสั้นของฉันร่นขึ้นมากองอยู่ตรงขาอ่อนจนเกือบเห็นชั้นใน
หรือเขาอาจจะเห็นแล้วเพราะอยู่มุมนั้น
“ฉันไม่เคย ห้ามรุนแรง”
“ฮะ !” มันน่าตกใจตรงไหน “อำเล่นเหรอ ดูยังไงก็ไม่ใช่”
ก็เหมือนที่เขาว่านั่นละ ฉันเป็นคนที่ชอบแต่งตัวแต่งหน้า ดูแรง ๆ แต่ฉันไม่ใช่คนแรงอะไร คนอื่นมองก็คงคิดว่าฉันผ่านอะไรมาเยอะแล้ว
แต่เปล่า... ฉันไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน
เพราะคิดว่าจะเก็บครั้งแรกไว้ให้คนที่ฉันรักและจะแต่งงานด้วย นั่นคือพี่ดรีม แฟนเก่าที่แสนดีของฉัน
แต่ตอนนี้เขาไปแต่งกับคนอื่นเสียแล้ว
“ไม่ได้อำ”
“เหรอ งั้นก็ขอพิสูจน์หน่อย” เขามองสบตากับฉันแล้วยิ้มมุมปากแบบที่ชอบทำ ดูก็รู้ว่านิสัยเจ้าชู้แน่ ๆ สายตาของเขามันบอกอย่างนั้น
ต้องสวมถุงยางสองชั้นไหมนะเพื่อความปลอดภัย
“อื้อ ~” พอพูดจบเขาก็เริ่มพิสูจน์ทันทีอย่างที่ว่าไว้ บดจูบฉันอย่างคนชำนาญ เรื่องจูบฉันพอไหวแต่ถ้ามากกว่านั้นยอมรับว่าไม่เคย
ตอนนี้มือของเขาเริ่มสำรวจไปทั่วร่างกายแล้ว ใช้เวลาเพียงไม่นานชุดเดรสสายเดี่ยวของฉันก็ลงไปกองกับพื้น ต่อด้วยบราและแพนตี้ตัวบางที่หล่นร่วงตามไปด้วย
“...” เขาทำหน้านิ่งแต่สายตาสำรวจไปทั่วจนฉันต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีแล้วปกปิดบางส่วนไว้ด้วยมือเล็ก ๆ อีกฝ่ายก็จัดการกับเสื้อผ้าของตนเองจนกระทั่งเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้า
“...” ฉันปรายตามองท่อนล่างของเขาเล็กน้อยแล้วต้องกลืนน้ำลายลงคอ ถึงจะไม่เคยทำมาก่อนแต่ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าขนาดของมันไม่ได้เล็กน้อยเลย
“เธอกลัวเหรอ” เขาหัวเราะแล้วขยับตัวลงมาใกล้ ดันเรียวขาฉันขึ้นมาจนชันแล้วอ้ากว้าง
“เปล่า” ฉันพยายามตอบด้วยน้ำเสียงปกติ
เขายิ้มแล้วฝังจมูกลงที่แก้มของฉันก่อนจะเลื่อนลงไปที่ซอกคอ ดูดเม้มเบา ๆ แล้วขยับไปที่เนินอก ฝ่ามือหนานวดคลึงอกสองเต้า ริมฝีปากของเขาก็เข้าครอบครองติ่งเนื้อสีหวานที่แข็งชันขึ้นมา
“อ๊ะ อื้อ ~” มันเจ็บแต่ก็รู้สึกดีอยู่ไม่น้อย
เขาทำอย่างกับเด็กที่กำลังหิวกระหายอยู่อย่างไรอย่างนั้น ใช้ลิ้นตวัดเลียสลับไปมาสองข้างและกลับมาดูดดึงอีกรอบ
“ครางเลย ไม่ต้องอาย” คนตรงหน้าบอกแล้วเลื่อนมือขึ้นมายังใบหน้าของฉันข้างหนึ่ง อีกข้างเลื่อนต่ำลงไปด้านล่าง
เขาสอดนิ้วกลางเข้ามาในปากของฉันแล้วกระซิบบอกให้ดูดมัน ก่อนที่นิ้วมือด้านล่างจะลากผ่านกลางรอยแยกของกลีบเกสรที่ชื้นแฉะ
“จุดติดง่ายด้วย” เขาพูดแล้วยิ้มมุมปากแบบเดิม ใช้นิ้วบดขยี้เนื้อนูนด้านล่างแล้วจึงค่อย ๆ แทรกเข้ามาในช่องทางคับแคบ
“อื้อ ~” ความรู้สึกเจ็บในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความเสียวอยู่ภายในจนต้องหนีบขาเอาไว้แน่น แต่ก็ถูกเขาดันออกกว้างอีกรอบ
“โอเค ก็ถือว่าไม่ได้โกหก” คำพูดและสีหน้าพึงพอใจนั่นคงหมายถึงที่ฉันบอกเขาไปว่าไม่เคยทำ
แล้วเขาก็เริ่มชักนิ้วเข้าออกอยู่กับช่องทางรักคับแคบของฉัน สร้างความรู้สึกที่ฉันไม่เคยได้รู้จักอยู่นานหลายนาที
ฉันดูดนิ้วที่เขาสอดเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว สลับกับร้องครางออกมาเพราะเขาเร่งจังหวะด้านล่างขึ้นเรื่อย ๆ แล้วอยู่ ๆ ก็ดึงนิ้วออกอย่างน่าเสียดาย
ไอ้บ้าเอ๊ย !
“หน้าเธอเหมือนเสียดาย” เขาหยอกล้อแต่ก็เปลี่ยนความเสียดายของฉันเป็นความรู้สึกอื่นแทนที่เมื่อปลายเนื้อนุ่มบางอย่างแตะลงมาที่ช่องทางเปียกชื้นนั้น
“อ๊ะ ! เจ็บ”
“ทนไว้ จะใส่เข้าไปทีเดียว” พูดมาฟังเหมือนง่ายนะ ก็ลองดูแล้วกัน
“...” ฉันพยักหน้าตอบรับ เขาก็เอาส่วนนั้นถูไถขึ้นลงก่อนจะจ่อและกดเข้ามาทีเดียวอย่างที่บอก จนฉันร้องลั่นออกมาทันที “จะ... เจ็บ !!”
มันเข้ามาได้ก็จริงแต่รู้สึกราวกับร่างกายถูกฉีกเป็นเสี่ยง ๆ เลย เจ็บจนเหมือนมีคนเอามีดมากรีดตรงนั้น
“ซี้ด เข้าแล้ว แน่นฉิบ” เขานิ่วหน้าเหมือนตนเองก็เจ็บอยู่เหมือนกันแต่คงไม่เท่าฉันแน่ ๆ
พอเข้ามาได้เขาก็เริ่มขยับ ร่างกายของฉันก็เริ่มขยายตัวให้สิ่งแปลกปลอมนั่นเข้ามาได้ง่ายขึ้น เขาก้มมองดูส่วนนั้นของเราสองคนก่อนจะเงยหน้ามองฉันแล้วโน้มตัวลงมาใกล้
“เลือดเธอออก” ถึงจะบอกแบบนั้นแต่เขาก็ไม่ได้คิดสงสาร เอวสอบยังคงเคลื่อนที่ให้ตัวตนของเขาได้เข้าออกในกายของฉัน
“อื้อ เจ็บ... เบา ๆ ได้ไหม”
เขาผ่อนแรงลงตามคำขอแต่ไม่นานนักก็เริ่มหนักหน่วงอีกรอบ
“ถ้าติดใจจะทำไง” คำพูดหยอกล้อของเขาทำเอาฉันหน้าร้อนผ่าว “แลกไลน์กันไหม”
ไม่รู้ว่าที่พูดนั่นหมายถึงฉันหรือเขาที่จะติดใจ แล้วที่บอกว่าให้แลกไลน์เพราะจะได้กลับมาสนุกกันอีกงั้นหรือ
ฉันพูดชัดแล้วนี่ว่าวันไนต์...
จากจังหวะเนิบนานเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนรุนแรงขึ้นสลับกันไปมา ยอมรับว่าชอบทุกอย่างที่เขาทำให้ มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ฉันร้องครางไม่เป็นภาษาทั่วห้องที่ถูกเปลี่ยนเป็นสนามรักชั่วคราวในตอนนี้ เขาเองก็เปล่งเสียงครางพอใจออกมาเหมือนกัน
“ใกล้ยัง” เขาบอกแล้วเร่งจังหวะขึ้นเรื่อย ๆ
“อะ... อะไร”
“ใกล้ถึงยัง จะได้แตกพร้อมกัน” เขาพูดเสียงพร่า เอวสอบก็อัดกระแทกเต็มแรง
“มะ... ไม่รู้ อื้อ ๆ” ไม่รู้ว่า 'ถึง' ของเขามันรู้สึกอย่างไร แต่ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกเคว้งคว้างในท้องน้อยและเหมือนกำลังปวดฉี่อยู่เลย “คงใกล้ ละ... แล้วมั้ง”
เสียงของฉันสั่นไปตามแรงกระแทกของเขา ร่างกายก็โยกคลอนตามไปด้วย
“อืม”
เขาตอบแค่นั้นก่อนจะเน้นจังหวะหนักหน่วงลงมาใส่ฉันจนในที่สุดฉันก็ถึงอย่างที่เขาบอกและเขาเองก็เกร็งกระตุกไปพร้อมกับฉันเช่นกัน
สวัสดีค่าทุกคน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามของเซตวิศวะนะคะ ขอฝากติดตามผลงานของไรท์น้า
EP. 2หลายอาทิตย์ต่อมาเรื่องในคืนนั้นกลายเป็นความทรงจำหนึ่งที่ยังติดตาตรึงใจฉัน แต่หลังจากคืนนั้นฉันก็ไม่ไปร้านเหล้าอีกเลย ไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้นกับใครอีกเลยเราไม่ได้แลกไลน์กันอย่างที่เขาบอก จึงไม่ได้ติดต่อกัน หลังจากคืนนั้นที่เรามีอะไรกันไปหลายรอบและเขาออกจากห้องฉันไปเกือบเช้า ไม่ได้นอนที่ห้องฉัน เพราะหลังจากเสร็จกิจที่ยาวนานเขาก็กลับไปเลยและฉันก็ภาวนาตั้งแต่วันนั้นว่าอย่าให้เราได้เจอกันอีกไม่ว่าจะพื้นที่ไหนในมหาวิทยาลัยหรือบนโลกนี้ก็ตาม“พวกแก คืนนี้อย่าไปช้านะ ถ้าสามทุ่มไม่มีคนนั่งเขายึดเก้าอี้ที่จอง” เสียงของคะนิ้ง เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งพูดขึ้น“เออ รู้แล้วน่า”ตอนนี้ฉันเรียนอยู่คณะบริหารธุรกิจ ชั้นปีที่สาม มีเพื่อนที่อยู่กลุ่มเดียวกันสามคนนั่นคือเค้ก คะนิ้ง และต้องตาฉันจะสนิทกับเค้กมากกว่าคนอื่นเพราะมีอะไรฉันมักจะเล่าให้มันฟังคนแรก และนิสัยเราดูเข้ากันมากที่สุด คะนิ้งจะเป็นพวกชอบเที่ยวหน่อย ถึงแม้จะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วแต่ก็มีแอบคุยกับคนอื่นสนุก ๆ ส่วนต้องตาจะเป็นคนเรียบร้อย พูดน้อยแต่ด่าทีเจ็บมาก“เค้กมารับเราด้วยนะ” ต้องตาพูดแล้วยิ้มนิด ๆ เรามักจะรู้สึกไม่ดีกันเสมอเ
EP. 3“พี่คิวไปส่งนิ้งได้ไหมคะ” ไม่รู้มันเมาจริงไหม ปกติก็เห็นมันคอแข็งกว่าเพื่อน แต่ตอนนี้เกาะพี่คิวเป็นปลิงเลย“เอารถมาไม่ใช่เหรอ” พี่คิวถามแล้วขมวดคิ้วเข้าหากันมองยัยคะนิ้งที่เกาะแขนตนเองอยู่“ค่ะ แต่ตอนนี้ขับไม่ไหวแล้ว” “เดี๋ยวพวกเราไปส่งก็ได้ค่ะ” ยัยเค้กเดินเข้าไปลากแขนยัยคะนิ้งออกมาเมื่อเห็นว่าพี่คิวไม่ได้อยากไปส่งเท่าไร“พวกแกอย่าขัด” ยัยคะนิ้งกระซิบเสียงลอดไรฟันใส่พวกเราก่อนจะเดินไปหาพี่คิวอีกรอบ“สงสัยมันอยากกินพี่เขาเต็มทน ฉันเชื่อเลย” ยัยเค้กพูดแล้วเดินหนีไปที่รถเหมือนไม่ชอบใจเท่าไร “แกจะกลับกับพี่เขาใช่ไหม แล้วรถล่ะ” ฉันเดินไปถามมันที่ตอนนี้แทบจะสิงร่างพี่คิวแล้ว เขามองมาทางฉันเหมือนกันแต่ไม่ตอบอะไร“ไม่เป็นไร พรุ่งนี้มาเอา” ยัยนั่นทำเสียงยานคางเหมือนคนเมาจริง ๆ นั่นละ “ให้พี่คนนั้นเอากลับให้ได้ไหม แกจะทิ้งรถทั้งคันไว้เลยเหรอ” พอพูดจบยัยคะนิ้งก็พ่นลมหายใจออกมาเหมือนรำคาญ“พี่แม็คเอารถไปให้คะนิ้งหน่อยได้ไหมคะ”“อ้อ ได้ครับ” เมื่อเคลียร์ทุกอย่างเสร็จฉันจึงหันหลังเดินออกมากับต้องตา ซึ่งตอนนี้ยัยเค้กไปอยู่ในรถรอแล้ว“มีผัวแล้วต้องทำแบบนี้อีกเหรอวะ สงสารผัวมันจริง ๆ ถึงจะ
EP. 4เมื่อตื่นเช้ามา เขาก็ไม่ได้อยู่ในห้องเพราะกลับไปแล้ว และฉันเป็นคนนอนตื่นสายด้วยจึงไม่รู้ว่าเขาออกไปตอนไหน ต่อแต่นี้เป็นต้นไป ฉันคงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เจอผู้ชายคนนี้อีก...!!ความคิดที่มุ่งมั่นของฉันยังไม่ทันจบลง สายตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่วางอยู่บนหัวเตียง นาฬิกาข้อมือราคาแพงของเขา สร้อยล็อกเกตที่เขาบอกจะมาเอาคืน ตอนนี้ยังคงอยู่ในห้องฉันเหมือนเดิม แล้วยังมีของชิ้นใหม่ตามเพื่อนมาอีกชิ้นด้วยลืมจริงหรือตั้งใจ ?ฉันเม้มปาก มองของที่เขาทิ้งเอาไว้แล้วกำหมัดทุบกับที่นอนอย่างหงุดหงิด“ไอ้บ้าคิว !”หลายชั่วโมงต่อมา“เอาอะไร”“สปาเกตตีซอสมะเขือเทศปลาหมึก” ฉันตอบยัยเค้กแล้วเล่นมือถือตนเองดูอะไรเรื่อยเปื่อย“มาม่าผัดขี้เมาทะเล” ต้องตาที่นั่งข้างฉันพูดต่อ“ยัยคะนิ้งมันจะเอาอะไร ไม่มาสักที สงสัยเมื่อคืนหนัก” เค้กบ่นอุบอิบก่อนจะกดมือถือตามคะนิ้งในแชตกลุ่มของพวกเราคำพูดของยัยเค้กทำให้สมองฉันเริ่มทำงานหนักอีกครั้ง ฉันไม่อยากมีความลับกับเพื่อนเลย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรบอกหรือเปล่านะแล้วถ้าพวกมันรู้ทีหลังล่ะ ฉันจะถูกมองอย่างไร“พวกแก...” ฉันพูดออกไปแค่นั้น เสียงอีกคนก็ดังขึ้นมาแ
EP. 5เรามาถึงร้านตอนสองทุ่มครึ่ง ยัยคะนิ้งก็สั่งเครื่องดื่มมาเต็มโต๊ะจนฉันสงสัย สรุปคือนัดผู้ชายมาอีกแล้ว ฉันอยากจะบ้าและผู้ชายคนนั้นก็คงหนีไม่พ้นพี่คิวเพราะช่วงนี้ยัยนิ้งมันคลั่งผู้ชายคนนี้เหลือเกิน“ได้ยินว่าพี่เขามีแก๊งที่สนิทกันสี่คน แต่พวกผู้หญิงที่คุยกับเขาไม่เคยมีใครได้ไปเจอ เพราะพี่เขาจะไม่พาไป” ยัยนั่นยิ้มกรุ้มกริ่ม ไม่รู้เพ้อฝันอะไรอยู่ “ฉันว่าถ้าเป็นคนสำคัญกับพี่เขาต้องพาไปแน่”“...” ฉันนั่งฟังยัยนั่นพูดไป ตั้งแต่เข้าร้านมาก็พูดถึงแต่เรื่องผู้ชาย นี่ละยัยคะนิ้ง“แกว่าพี่เขาเป็นไง”“เจ้าชู้ นิสัยไม่ดี” ฉันตอบเสียงเรียบแล้วเล่นมือถืออย่างไม่ใส่ใจ“ฉันว่าเขาไม่ได้เจ้าชู้นะ เหมือนยังไม่เจอคนที่ถูกใจมากกว่า” นั่นละเหตุผลของคนเจ้าชู้ มันหนักกว่าคนนอกใจเป็นล้านเท่าเพราะทำคนเสียใจมากกว่าหนึ่ง “แล้วเขานิสัยไม่ดีตรงไหน แกอคติกับเขาทำไมเนี่ย”“ถามจริง ทำไมคนนี้แกจริงจังวะ แค่เล่น ๆ ไม่ใช่เหรอ” เอาจริง ๆ ฉันไม่อยากให้มันจริงจังกับคนนี้เลย ดูเขาไม่แคร์ใครสักคนนอกจากตนเอง“เอาจริงนะ ถ้าพี่เขายอมคบฉัน ฉันจะเลิกกับน้องบอล” คำตอบของคะนิ้งทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมามองมันทันที“แต่น้องบอลไม่
EP. 6“เมียทั้งคนก็ต้องห่วงหรือเปล่า” พี่คิวยิ้มแล้วกอดอกพิงกับประตู“อย่ามามโน เตยไม่ใช่เมียพี่คิว” ฉันจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง “หลบไป จะเปิดประตู”เขากระตุกยิ้มแล้วหลบให้ฉันอย่างว่าง่าย แต่ที่ยอมหลบง่าย ๆ เพราะจะเข้ามาห้องฉันต่างหาก“ของอยู่ตรงนั้น เอาแล้วกลับไปเลย”“ก็มาให้เอาดิ แล้วจะกลับ” คำพูดของพี่คิวทำเอาฉันต้องหมุนตัวกลับมามองเขา คนพูดยิ้มยียวนก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความรวดเร็วแล้วรวบเอวฉันเข้าไปจนแนบชิดกับตัวเขา“ปล่อย !” ฉันพยายามดันตัวเขาออกแต่คนที่แรงเยอะกว่าก็ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด “พี่เลิกยุ่งกับเตยได้ไหม ขอร้อง”“ยาก” เขาตอบทันทีพร้อมรอยยิ้ม“แต่เตยไม่ชอบความสัมพันธ์แบบนี้” ฉันบอกเสียงแข็งแล้วจ้องเขาตอบอย่างไม่ยอมแพ้“...” เขากระตุกยิ้มมุมปากแล้วเลื่อนหน้าลงมาใกล้ กระซิบข้างหูฉัน “อยากเปิดตัวเหรอ ร้ายเหมือนกันนะ”เกลียดผู้ชายคนนี้ที่สุดเลย ทำไมชอบคิดไปเอง“ไม่ได้อยากเปิดตัว ไม่ชอบ อยู่ให้ห่างได้ไหม”“...” พอฉันพูดจบเขาก็เหยียดยิ้มออกมาก่อนจะประกบริมฝีปากลงมาทันทีแบบไม่ให้ได้ตั้งตัว ฉันเกลียดขี้หน้าเขาก็จริงแต่ร่างกายของฉันมันไม่เคยปฏิเสธเขาเลย เขาเก่งที่ทำให้ฉั
EP. 7“เตย มีเสื้อให้พี่ไหม” ร่างสูงที่ตามไปรังแกฉันถึงในห้องน้ำเดินออกมาพร้อมกับร่างกายที่มีหยดน้ำเกาะตามตัวเป็นเม็ดเล็ก ๆ พันผ้าเช็ดตัวของฉันไว้รอบเอว เผยแผงอกแน่น ๆ และกล้ามเป็นมัดเออ มันก็ดูเซ็กซีละ ใครเห็นต้องกรี๊ดแน่ ๆ แต่เห็นหลายครั้งแล้วทำไมต้องมาทำเหมือนตนเองเท่มากด้วย“ไม่มี ใส่ตัวเดิมแล้วพี่ก็กลับห้อง” ฉันบอกแล้วรีบแต่งตัว ใส่ชุดนอนแบบเดรสสั้นแล้วเดินไปเป่าผม “อย่าใจดำ” ว่าแล้วเขาก็เดินดุ่ม ๆ ไปที่ตู้เสื้อผ้าของฉัน “มีเสื้อแฟนเก่า จะใส่ไหม”“ไม่ใส่” เขาตอบแบบไม่ต้องคิด “ยังเก็บไว้อีกเหรอ ทำไมไม่ทิ้ง”“ก็ว่าจะทิ้ง” ฉันบอกแล้วหันไปมองเขาที่กำลังเสียมารยาทกับตู้เสื้อผ้าฉันอยู่ “ไหน หลบไป จะหาให้”“รอผัวเก่ากลับมาเอาหรือไง” พี่คิวพูดแล้วยิ้มมุมปาก บอกตามตรงว่ามันทำให้ฉันหงุดหงิดมาก ๆ “ไม่ได้รอ ถ้าจะกวนประสาทก็ไม่ต้องมานอนนี่ ไปเลย เตยไม่หาให้ละ” ฉันหมุนตัวจะเดินหนีไปจากพี่คิวเพราะความรำคาญแต่เขาก็ยังดึงรั้งข้อมือฉันเข้าไปหาอีกรอบ“ล้อเล่น รีบหาให้หน่อย”“...” ฉันขมวดคิ้วมองพี่คิวแล้วดึงมือกลับมาอย่างไม่ชอบใจ แต่ก็ยอมหันกลับไปหาเสื้อให้เขาต่อ“ไม่เอาเสื้อมันนะ” เขาบอกแล้ว
EP. 8พอทำงานเสร็จพวกเราก็ชวนกันไปกินข้าวที่โรงอาหารคณะอักษรศาสตร์ เพราะที่นี่มีร้านข้าวไก่ย่างร้านหนึ่งที่ดังมาก ไม่ว่าใครก็ต้องได้มาลองสักครั้งก่อนเรียนจบ เวลานี้เพิ่งจะสิบเอ็ดโมงคนเลยไม่มากเท่าไร“พรหมลิขิตชัด ๆ” ทันทีที่มาถึงยัยคะนิ้งก็พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม ทำให้พวกเราต้องมองตามสายตาของมันไปเห็นกลุ่มผู้ชายวิศวะใส่เสื้อช็อปสีกรมท่าสามสี่คนกับผู้หญิงอีกสามคนที่นั่งกินข้าวด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือคนที่ฉันไม่อยากเจอที่สุดในโลก'พี่คิว' ซวยอีกแล้วชีวิตฉัน ปกติก็ไม่เคยมาเจอกันตอนกลางวันแบบนี้ นี่คงเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเขาในลุคนักศึกษา ก็ดูดีไปอีกแบบละ เพื่อนเขาในกลุ่มก็หน้าตาดีกันหมดรวมถึงผู้หญิงด้วย คงเป็นแฟนของผู้ชายแก๊งนั้นสักคน“แก๊งนี้แหละเพื่อนสนิทพี่เขา” ยัยคะนิ้งทำหน้าคาดหวังอะไรบางอย่างก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์ของตนเองแล้วแกล้งเดินผ่านไปทางโต๊ะของพี่คิวพอพี่เขาหันไปเจอ ยัยนั่นก็ทำตัวเหมือนบังเอิญและทักทายไป จริตนี้ใครมันจะดูไม่ออก“เชื่อมันเลย กูขอเลิกคบมันได้ไหม รับไม่ได้” เค้กบ่นอย่างรำคาญก่อนจะเดินไปร้านข้าว ฉันกำลังจะเดินออกไปก็เผลอสบตากับพี่คิวที่หันหลังมามองพอดี ยัยนั่นค
EP. 9ครืด ~ ครืด ~นอนดูซีรีส์ไปสักพัก สายเรียกเข้าจากยัยคะนิ้งก็ดังขึ้น ฉันหยิบมือถือขึ้นมาดูอย่างชั่งใจ ทำไมช่วงนี้มันถึงได้โทร.มาหาฉันบ่อยจัง ทั้งที่ปกติเวลาโทร.มาถ้าไม่ชวนเที่ยวก็คงเรื่องงานแค่นั้น“อือ ว่า” ฉันกดรับสายแล้วปรายตามองคนที่นั่งทำงานอยู่เล็กน้อย(แกอยู่ไหน หอไหม) เสียงยัยนั่นดูตื่นเต้นแปลก ๆ “อืม มีอะไร”(ฉันเห็นรถพี่คิวจอดหอแก เขาไปหาใคร แกเห็นไหม) พอยัยคะนิ้งพูดจบฉันก็นิ่งเงียบไป แต่หัวใจมันดันเต้นแรงขึ้นมา(ยัยเตย ฟังฉันอยู่ไหม)“ฟัง”(แล้วแกรู้ไหม เห็นพี่เขาหรือเปล่า) “ไม่เห็น อยู่แต่ในห้อง” ฉันตอบแล้วขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มือเล็ก ๆ ชุ่มไปด้วยเหงื่อทั้งที่เปิดเครื่องปรับอากาศยี่สิบเอ็ดองศา (เออ ๆ ถ้าเห็นบอกด้วยนะ อยากรู้ว่าไปหาใคร) พูดจบยัยนั่นก็กดวางสายไปทันที“เพื่อนเธอเหรอ” อยู่ ๆ พี่คิวก็ถามออกมาแล้วหัวเราะในลำคอ ทั้งที่ตนเองกำลังทำงานอยู่และมองแต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่พิมพ์อะไรไม่รู้เต็มไปหมดสลับกับหน้าโปรแกรมบางอย่างที่น่าจะเกี่ยวกับสาขาที่เขาเรียนอยู่“อืม”“โกหกเพื่อนไม่ดีนะ” คราวนี้เขาพูดแล้วหันมายิ้มแบบกวน ๆ “รักเพื่อนไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องโกหก”“บางทีพี่ค
พิเศษใส่ไข่หลังจากที่คุยกันไว้ว่าเราจะไปเที่ยวในวันหยุดของพี่คิวแล้ว สถานที่ที่เราเลือกไปก็เป็นทะเล เป็นเกาะที่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศโชคดีว่าวันที่เราเดินทางมาไม่ใช่วันหยุดของคนส่วนใหญ่ ทำให้ผู้คนบางตาและสงบมากกว่าที่คิดไว้ บวกกับเกาะแห่งนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ที่พักไม่แอะอัด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ตั้งใจมาพักผ่อนและหาที่เงียบสงบอยู่กันใต้หล้ากับไต้ฝุ่นเล่นทรายด้วยกัน มีอุปกรณ์ที่พ่อของพวกเขาขนมาให้มากมาย หลังจากจัดการกับลูกแล้วพี่คิวก็เดินมาหาฉันที่กำลังจัดแจงของกินเล่นซึ่งสั่งมาจากร้านใกล้ ๆ นี้“ถ่ายรูปไหม เดี๋ยวพี่ถ่ายให้”พี่คิวถามเพราะเห็นว่าฉันแต่งตัวเตรียมพร้อมมาเพื่อถ่ายรูปแล้ว ที่พี่คิวยอมให้ใส่ทูพีซตัวนี้มาก็เพราะว่านักท่องเที่ยวไม่มาก เวลานี้มันก็ไม่โป๊มากเพราะมีเสื้อคลุมตัวยาวบาง ๆ คลุมอยู่“ถ่ายสิ แต่งตัวมาขนาดนี้แล้ว”ฉันบอกด้วยรอยยิ้มก่อนจะเปลื้องเสื้อคลุมตัวนั้นออกแล้วเดินนำสามีตนเองออกไปตรงบริเวณชายหาด เวลานี้แดดค่อนข้างแรง ฉันก็ไม่ค่อยชอบเท่าไรนักเพราะปกติทำงานอยู่แต่ในห้อง ไม่ค่อยโดนแดดอย่างนี้“สวย ๆ นะ แบบรูปเดียวลงได้เลย”เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะถือกล้องไว้ในระ
ตอนพิเศษ 4หลายปีต่อมาเราตัดสินใจมีเด็ก ๆ ไว้เป็นเพื่อนยามเหงาสองคน จากนั้นก็ทำการปิดอู่ทันทีเพราะฉันกับพี่คิวคิดไว้แล้วว่าจะให้เขามีพี่น้องไว้คอยปรึกษากัน ทีแรกตั้งใจจะให้อายุห่างกันสักสามปีแต่คนที่สองดันมาไวกว่าที่คิดคนพี่ชื่อใต้หล้า คนน้องชื่อไต้ฝุ่น เป็นชื่อที่พี่คิวตั้งให้เขาทั้งคู่ เรามีลูกชายทั้งสองคนขณะที่ใบชากับพี่ฮ่องเต้นั้นมีลูกชายหนึ่งกับลูกสาวอีกคน คนโตชื่อน้องฮัท แก่กว่าใต้หล้าหนึ่งปี แต่คนน้องนั้นอายุเท่าไต้ฝุ่น ชื่อว่าน้องฮานึล ตอนนี้กำลังน่าหยิกเลยทีเดียว“คุณแม่ !!”เสียงของใต้หล้าดังขึ้นมาแต่ไกล เขาจูงมือน้องชายที่อายุได้เพียงสามขวบเดินเข้ามาด้วย แต่ใบหน้าบิดเบี้ยวเหมือนกำลังจะร้องไห้“น้องเป็นอะไรคับ”“ฮือ ~”ทันทีที่ฉันย่อตัวไปถามลูกชายเขาก็ปล่อยเสียงร้องไห้โฮทันที ก่อนจะโผตัวเข้ามากอดฉันราวกับอัดอั้นตันใจ“ฝุ่นจะแย่งรถของใต้ ก็เลยล้มเอง” ลูกชายวัยห้าขวบอธิบายเมื่อฉันหันไปมองเขาเพราะต้องการเหตุผล“ฝุ่นล้มเองเพราะซนใช่ไหมครับ” ฉันดันตัวลูกชายออกอย่างเบามือแล้วถามเขาด้วยความเป็นห่วง “เจ็บตรงไหนไหมเอ่ย”“ตงนี้ ~ ฮึก” เขาตอบเสียงสั่นเจือด้วยเสียงร้องไห้เบา ๆ“ไม่ร้อ
ตอนพิเศษ 3ฉันหัวเราะใส่พี่คิวอย่างนึกตลก คนที่เคยเก่งเรื่องอย่างว่าพอโดนแกล้งถึงกับหน้าเสีย จนฉันต้องยอมหยุดแกล้งแต่โดยดี“เตยล้อเล่น”“เดี๋ยวเถอะ ร้องจริงนะ” พี่คิวทำหน้าเครียดแต่มือก็อยู่ไม่สุข ลูบไล้ไปตามผิวกายของฉันทั่วร่างจนขนอ่อน ๆ ของฉันมันลุกชันจากสัมผัสนั้นฉันก็แกล้งเขาไปไม่จริงจัง ทั้งที่จริงสำหรับฉันแล้วพี่คิวคือที่สุด เพราะเขาคือคนแรกและคนเดียวของฉัน ไม่คิดอยากมีใครมาแทนที่อีกแล้ว“อื้อ !”ฝ่ามือเย็นเฉียบของเขาลูบลงที่ต้นขา ขยับมาที่ขาอ่อน ก่อนจะค่อย ๆ ขยับมาที่กลีบดอกไม้สีระเรื่อและใช้ปลายนิ้วนั้นลากผ่านเพื่อแหวกเข้าหารอยแยกที่ผลิแย้ม“แกล้งกันดีนัก” เขาทำเสียงแข็ง แทรกนิ้วเข้าไปในช่องทางรักที่เริ่มมีน้ำหวานระบายออกมาจากการถูกสัมผัสที่ปลุกเร้าหัวใจของฉันวาบหวาม ถึงแม้จะเป็นคนที่คุ้นเคยแต่มันไม่เคยชินกับการถูกรุกล้ำตรงส่วนนั้นเลยสักนิด เหมือนมันคือการเริ่มใหม่ ราวกับเป็นครั้งแรก“อ๊า... พี่คิวขา เตยเสียว” ฉันร้องกระเส่าไม่รู้ตัวเมื่อถูกนิ้วเรียวยาวนั้นสอดแทรกและขยับเคลื่อนที่เข้าออกเนิบนาบ ปรนเปรอปลุกเร้ากลายเป็นความสยิวซ่านอย่างต่อเนื่องเขาใช้นิ้วกลางจ้วงแทงจนเกิดเป็น
ตอนพิเศษ 2“ประจำเดือนมาไหม เดือนนี้รู้สึกว่าไม่วานให้ไปซื้อของ”“ไม่”“ขาดไปกี่วันแล้ว”พี่คิวตั้งคำถามที่ตอนนี้มันถือว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับเราสองคน ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ละก็ฉันคงได้อายหน้าร้อนแน่ ๆ ก็มีที่ไหนล่ะที่จะมาถามเรื่องแบบนี้กัน“ห้าวันแล้วค่ะ แต่ช่วงนี้เตยนอนไม่ค่อยหลับเลยคิดว่าน่าจะเป็นเพราะตรงนั้น”“ลองตรวจดูหรือยัง หืม” เสียงพี่คิวยังคงถามต่อ หลังจากที่เขาเพิ่งเลิกงานมา ไม่รู้ไปโดนอะไรเข้า วันนี้ถึงได้เซ้าซี้นัก“ยังเลย ที่ซื้อมาก็หมดแล้วค่ะ ตรวจบ่อย วันนี้ก็ลองตกแต่งรูปขายของทั้งวัน ลืมไปเลย”ช่วงนี้ฉันรู้สึกว่าตนเองเบื่อ ๆ เพราะอยู่บ้านคนเดียวไม่มีอะไรทำ เลยขอพี่คิวสั่งของจากร้านค้าต่างประเทศมาขาย ก่อนหน้านี้ลองสั่งมาน้อย ๆ ลงขายในแพลตฟอร์มต่าง ๆ พอจับจุดได้ เจอตัวที่ขายดีเลยสั่งมาถ่ายรูปเอง ลงโพรโมตเพิ่มยอดขายได้มากเลยทีเดียว“บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ทำแก้เบื่อ อย่าจริงจังจนเครียด” พี่คิวพูดแล้วเอื้อมมือมาลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน “เดี๋ยวพี่ไปซื้อ”เขาจริงจังกับการพยายามมีลูกมากถึงแม้ว่าจะแพ้พนันพี่ฮ่องเต้ เพราะใจจริงเราสองคนก็อยากมีเจ้าตัวน้อยไว้กอดเหมือนกัน หลังจากวั
ตอนพิเศษ 1หลังจากที่เราทั้งคู่ตัดสินใจว่าอยากมีเจ้าตัวน้อยไว้เชื่อมความสัมพันธ์ หลังจากวันนั้นเราก็เลือกโรงพยาบาลเพื่อคอยรับคำปรึกษาและคอยดูแลเราสองคนต้องเข้าตรวจสุขภาพและรับประทานยาบำรุงตามที่หมอสั่ง หลังจากนั้นก็ให้เป็นไปตามธรรมชาติ ผลตรวจที่ออกมาแน่นอนว่าเราสองคนยังสุขภาพสมบูรณ์และแข็งแรง ไม่มีโรคร้ายใด ๆ สามารถมีลูกได้“ลองโหลดแอปนี้มาแล้ว เขาบอกว่าดี” พี่คิวยื่นโทรศัพท์ของเขาที่หน้าจอกำลังแสดงแอปพลิเคชันหนึ่งซึ่งหน้าตาคล้ายปฏิทินวันนี้เป็นวันหยุดของพี่คิว วันที่เราสองคนจะได้อยู่ด้วยกันทั้งวัน แต่วันนี้คุณหมอก็ยังคงนัดตรวจร่างกายอีกครั้งเพื่อติดตามผลและตรวจร่างกายเพิ่ม“นับวันไข่ตก”“...” เขาไม่ตอบแต่ยิ้มกริ่มแล้วพยักหน้าเป็นคำตอบแทน“แม่นยังไงพี่คิว”“ก็ถ้าเราอึ๊บ ! กันช่วงที่เป็นสีชมพูโอกาสท้องก็มีเยอะมาก ๆ ไง” เขาพูดหน้าตาเฉยแต่ฉันกลับใบหน้าร้อนวาบ“ทุกวันเลยเหรอ เตยก็ตายพอดี ไม่ได้พัก” ฉันยัดโทรศัพท์ของเขากลับไปให้ก่อนจะหันหน้าหนีออกไปทางหน้าต่าง รอให้ความร้อนบนใบหน้ามันลดลงถึงหันกลับมามอง แต่พี่คิวก็ยังยิ้มอยู่“พี่ศึกษามาแล้วครับ ถ้าอยากได้ลูกที่เก่งและสมบูรณ์เราต้องพักวั
EP. 41เราซื้อบ้านอยู่ด้วยกันสองคนแถวชานเมือง แต่ไม่ได้ใกล้กับบริษัทที่พี่คิวทำงานเท่าไร นั่นเป็นเพราะเขาวางแผนจะลาออกในปลายปีนี้และออกมาทำบริษัทของตนเองโดยหุ้นกับเพื่อนสนิทอีกสามคนเรียกว่าแยกย้ายกันไปเก็บประสบการณ์และกลับมาสร้างฐานตนเองนั่นละ“พี่คิว...” ฉันกรอกเสียงใส่ปลายสายอย่างอ้อน ๆ เพราะจะวานให้เขาซื้อของสำคัญให้(ครับ ว่าไง)“กลับมาแล้วใช่ไหมคะ เตยจะฝากซื้อยา”(ได้ ยาอะไร)“ยาคุมไง เมื่อคืนบอกไปแล้วว่ามันหมด ขาดไปหนึ่งวันแล้วด้วย เดี๋ยวเตยส่งรูปให้นะ พี่คิวแค่ยื่นให้เภสัชดู” (ครับ)แล้วฉันก็จัดการถ่ายรูปกล่องยาคุมกำเนิดที่รับประทานประจำให้พี่คิวทางกล่องข้อความแอปพลิเคชันไลน์ ก่อนกลับมาเตรียมกับข้าวบนโต๊ะกินข้าวต่อ จะว่าไปแล้วการอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่มันก็เหงาพอสมควร จากที่ตอนแรกฉันคิดว่าจะหางานทำแต่พี่คิวไม่ยอม บอกว่าให้อยู่บ้านไปก่อนจะได้ดูแลสามีได้เต็มที่ และตอนที่เปิดบริษัทด้วยกันกับเพื่อนจะให้ฉันมีตำแหน่งเป็นคนทำบัญชีด้วยชีวิตที่ผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝันแต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันโคตรน่าเบื่อเหลือเกิน หรือฉันควรจะหาน้องหมามาเลี้ยงสักตัวดีนะ“คิดถึง...” “อ๊ะ พี่คิว จานเกือบร
EP. 40หลายเดือนต่อมาเราใช้เวลาเตรียมงานแต่งงานไม่ถึงเดือนหลังจากที่ได้ฤกษ์เมื่อหลายเดือนก่อน เพราะฉันตั้งใจจะจัดแบบเรียบง่าย ชวนแค่เพื่อนและคนสนิทของเราทั้งสองฝ่ายราว ๆ ห้าสิบคนเท่านั้น เหตุผลหนึ่งคือไม่ต้องเหนื่อยอะไรมากมาย ทำบุญ ทำกับข้าวและสังสรรค์กันในหมู่เพื่อนและครอบครัว อีกอย่างคือไม่ต้องสิ้นเปลืองเพราะตั้งใจจะเก็บเงินไว้สร้างอนาคตต่อเมื่อเข้าพิธีแต่งงานแบบเรียบง่ายกันเสร็จเราก็มานั่งดื่มและกินของอร่อยฝีมือยายกันต่อ เพราะเพื่อนหลายคนอยู่ที่นี่กันจึงใช้บ้านหลังนี้จัดงานอีกอย่างพวกเพื่อน ๆ ก็ถือโอกาสมาเที่ยวกันด้วยเพราะช่วงนี้อากาศกำลังดีเลยทีเดียว“คิวต่อไปให้ไอ้เต้” พี่คิวพูดแล้วดันแก้วไปให้เพื่อนตนเอง“พูดอะไรของมึง จะให้มันจัดอีกรอบเหรอ” พี่ทศกัณฐ์เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ “เออ มึงจะให้กูหัวแตกเหรอถ้าต้องแต่งงานอีกรอบ” พี่ฮ่องเต้หัวเราะชอบใจก่อนจะหันไปมองใบชาที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการตักของกินอยู่อีกมุม “ก็งานแต่งมึงพวกกูไม่ได้ไป” พี่คิวพูดแล้วหัวเราะในลำคอ“ปล่อยผ่านกูไปแล้วกัน กดข้ามไปตอนกูมีลูกเลย” พี่ฮ่องเต้พูดแล้วยิ้มออกมา แววตาบ่งบอกถึงความสุข “มึงอ
EP. 39เรามาถึงร้านกาแฟที่คุณแพรว ลูกค้าบริษัทของพี่คิวนัดเอาไว้เวลาเกือบเที่ยง ผู้หญิงคนนั้นมารออยู่ก่อนแล้วและพอเห็นพี่คิวเดินเข้ามาเธอก็ยิ้มร่า แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงทันทีเมื่อเห็นฉันเดินเข้าไปคล้องแขนเขาเอาไว้“พอดีเห็นว่าเป็นวันหยุด ผมเลยพาแฟนมาเที่ยวด้วย” พี่คิวพูดแล้วยิ้มบาง ๆ พอเป็นมารยาท “เตย นี่ลูกค้าที่พี่เล่าให้ฟัง”“สวัสดีค่ะคุณแพรว” ฉันยิ้มกว้างแล้วยกมือไหว้เป็นมารยาท เธอพยักหน้าแล้วยิ้มตอบแบบเสียอาการสักหน่อย“ค่ะ”“เตยนะคะ” คนที่นั่งตรงข้ามเงียบไปในทันที เธอยกกาแฟขึ้นมาจิบเหมือนกำลังทำตัวไม่ถูก ที่จริงเธอเป็นคนสวยในระดับหนึ่ง การแต่งตัวดูภูมิฐานแต่แววตาของเธอดูไม่เป็นมิตรกับฉันสักเท่าไร เป็นใครก็คงดูออกว่าไม่ชอบฉันและสาเหตุก็คงมาจากพี่คิว“เรื่องที่จะคุย เชิญพูดได้เลยครับ” พี่คิวพูดแล้วหยิบเอาไอแพดรุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมาพร้อมปากกาเพื่อเตรียมจดสิ่งที่ลูกค้าต้องการ“ขอคุยเป็นการส่วนตัวได้ไหมคะ เพราะมันเป็นเรื่องงาน” คนตรงหน้าพูดแล้วเบือนหน้ามามองทางฉัน ก็แค่เรื่องงานติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในตึก คงไม่ต้องเป็นความลับขนาดนั้นมั้ง“ไม่เป็นไรหรอกครับ นี่แฟนผมไม่ใช่คนอื่น”“แต่มันเป็น
EP. 37“เคยมีคนบอกว่าจะไม่ให้ทำอะไรจนกว่าจะรู้สึกว่ารัก”ประโยคของคนตัวโตที่พูดอยู่เหนือศีรษะทำให้ฉันเบิกตากว้าง สมองกลั่นกรองเอาความทรงจำที่เคยพูดประโยคนั้นออกมา “ใครพูด” “หึ...” สิ้นเสียงหัวเราะของเขาความนุ่มชื้นก็แนบลงมาบนริมฝีปากของฉันโดยไม่ให้ได้ตั้งตัว ใบหน้าร้อนวูบ หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะทันที“อื้อ” สัมผัสอ่อนนุ่มขยับขมเม้มริมฝีปากของฉันอย่างหยอกเย้าแต่ก็รู้สึกเจ็บไม่หยอกจนต้องเผยอปากออกมา กลับกลายเป็นว่าเปิดโอกาสให้เรียวลิ้นแทรกเข้าฉกชิมความหวานภายในโพรงปากจนได้ กลิ่นมินต์เดียวกันถูกพ่นผ่านลมหายใจของเราทั้งคู่ไปมา รสจูบนุ่มนวลทว่าเร่าร้อนในคราเดียวกันส่งผลให้ร่างกายฉันอ่อนยวบและเผลอไผลจูบตอบเขาไปอย่างไม่รู้ตัว“แฮ่ก” ฉันรีบสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเมื่อเขาเปิดโอกาส ใบหน้าคมเลื่อนออกห่างแล้วยกยิ้มมุมปากแบบที่ชอบทำบ่อย ๆ ดวงตาคมเข้มที่ตอนนี้แพรวพราวเสียเหลือเกินกำลังจ้องลึกเข้ามายังนัยน์ตาของฉัน“วันนี้ไม่ใส่ชุดนอน” ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปทั่วร่างกายก่อนสอดเข้ามาในเสื้อยืดตัวบาง ผ่านหน้าท้องแบนราบขึ้นมาจนถึงเนินเนื้อนุ่มที่ล้นบรา“อากาศแบบนี้ได้โดนยายด่าพอดี” น้ำเสียงที่ออกจากปากฉ