“ขอแค่น้องหญิงส่งสายตามา พี่ก็พร้อมจะทำตามความปรารถนาของเจ้าทุกสิ่งทุกอย่าง”เย่ซานรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงอากาศธาตุ นี่เขาควรออกไปจากที่แห่งนี้ดีหรือไม่ บุรุษที่ไร้แม้กระทั่งคนรักและคู่หมายอย่างเขาก็รู้สึกอิจฉาตาร้อนเป็นเหมือนกันนะ“กระหม่อมยังนั่งอยู่ตรงนี้นะพ่ะย่ะค่ะ”“ข้ารู้แล้วน่า”กงซ่างเหว่ยนึกฉุนในใจ เขายังอยากจะอ้อนเย่ปิงปิงกว่านี้สักหน่อย แต่เย่ซานกลับเอ่ยขัดเขาเสียก่อน“คิกคิก เรามาคุยเรื่องสำคัญกันดีกว่าเพคะ” เย่ปิงปิงต้องเป็นฝ่ายเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง “เรื่องที่น้องให้พี่ใหญ่ช่วยจัดการเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”เมื่ออยู่กันตามลำพังเย่ปิงปิงจึงหันมาพูดกับเย่ซานดังเดิมเหมือนตอนที่นางยังเป็นคุณหนูใหญ่“พี่ให้คนไปตรวจสอบตามที่พระชายาเขียนบอกในจดหมายแล้ว ตรงตามที่พระชายาแจ้งไว้ทุกประการ ตระกูลโจวลอบซ่องสุมกำลังพลกว่าหนึ่งหมื่นคน ตามสถานที่ต่าง ๆ รอบเมืองหลวง”เย่ซานเอ่ยบอกเรื่องที่เย่ปิงปิงได้ฝากให้เขาจัดการก่อนที่นางจะแต่งงาน เขาเองก็ประหลาดใจที่น้องสาวที่อยู่แต่ในเรือนกลับล่วงรู้เรื่องนี้ราวกับตาเห็น
บทที่ 17ความผิดหวังของพระชายารอง เช้าวันใหม่อันสดใสของเย่ม่าน ขบวนของเจ้าบ่าวได้เดินทางมารับนางยังหน้าจวนตระกูลเย่ เจ้าสาวที่แต่งกายด้วยชุดสีแดงมงคล ประทินโฉมอย่างงดงามตั้งแต่เช้าตรู่ กลับต้องผิดหวังที่กงหนิงหลงหาได้มารับนางด้วยตัวเองไม่ แต่เป็นขันทีคนสนิทข้างกายแทน“ข้าน้อยมีนามว่าหลี่เจาขอรับ องค์รัชทายาทได้ส่งข้าน้อยให้มารับตัวคุณหนูรอง เนื่องจากพระองค์ติดงานราชกิจสำคัญขอรับ”“เข้าใจแล้ว ข้าขอฝากหลี่กงกงดูแลบุตรสาวของข้าน้อย”“ข้าน้อยจะดูแลว่าที่พระชายารองอย่างดีที่สุดเลยขอรับ”หลี่กงกงโค้งศีรษะด้วยความนอบน้อม หลังจากพูดคุยกันพอเป็นพิธี เย่ตงจื่อจึงได้ประคองเย่ม่านให้ขึ้นไปนั่งบนเกี้ยวเจ้าสาวสีแดงหกคนหาม สินเดิมและสินสอดที่เย่ม่านนำติดตัวมาด้วยนั้น น้อยกว่าเย่ปิงปิงถึงกึ่งหนึ่ง ทำให้ตอนนี้ภายในใจของเย่ม่านรู้สึกขมฝาดนัก“ออกเดินทางได้!!”เสียงเล็กแหลมของหลี่กงกงดังก้องไปทั่วบริเวณ ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวจ
เย่ม่านตื่นขึ้นมาด้วยอาการเจ็บแปลบตรงกึ่งกลางกายสาว แต่เมื่อนางมองเห็นหยดเลือดพรหมจรรย์ของตัวเองบนที่นอน และค่ำคืนที่แสนร้อนแรงนั้น นางกลับยกยิ้มด้วยความพึงพอใจในวันนี้นางจะต้องไปคารวะฮ่องเต้และฮองเฮาที่พระราชวัง เย่ม่านจึงต้องลุกขึ้นมาแต่งกายตั้งแต่เช้า เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย นางก็เดินไปที่หน้าเรือนขององค์รัชทายาท แต่เย่ม่านกลับเห็นว่าองค์รัชทายาทกำลังหยอกล้อกับสตรีนางหนึ่งที่แต่งกายงดงามกว่าสาวใช้ทั่วไปมาก“องค์รัชทายาท แม่นางผู้นี้คือใครหรือเพคะ”เย่ม่านมิอาจทนเก็บความสงสัยเอาไว้ได้ ยิ่งเห็นใบหน้าที่งดงามหมดจดของสตรีนางนี้ หัวใจของนางพลันร้อนรุ่มด้วยความกังวลใจ“อ่า พระชายารองมาพอดี ข้าคงต้องไปแล้ว คืนนี้เจ้าก็เตรียมตัวให้พร้อมแล้วกัน”“เพคะ หม่อมฉันจะเฝ้ารอเวลาที่ได้ปรนนิบัติองค์รัชทายาทนะเพคะ" ลี่หลินหันกายไปคารวะเย่ม่าน "ถวายพระพรพระชายารองเพคะ” ลี่หลินเดินจากไปด้วยท่าทางสงบเย่ม่านทำได้เพียงพยักหน้า นางยังคงไม่ได้รับคำตอบจากกงหนิงหลง หัวใจของเย่ม่านพลันยิ่งร้อนรนไปกันใหญ่“นางเป็นใครเพคะ”เย่ม่านถาม
บทที่ 18วังบูรพาลุกเป็นไฟ ลี่หลินที่นั่งอยู่ภายในห้องของตนได้หยิบแผ่นกระดาษสีขาวใบเล็กขึ้นมาอ่าน เมื่อนางอ่านจบรอยยิ้มมุมปากจึงกดลึกลง แววตาที่เคยออดอ้อนพลันแข็งกร้าวขึ้น เนื้อหาในจดหมายลับฉบับนี้มีเพียงนางคนเดียวเท่านั้นที่อ่านได้'จัดการนางซะ!'กระดาษแผ่นเล็กในมือถูกนำไปเผาไฟให้ไหม้เกรียม เพื่อไม่ให้ทิ้งหลักฐานใดเอาไว้ได้แท้จริงแล้วลี่หลินได้ลอบติดต่อกับคนผู้หนึ่ง ซึ่งคนผู้นี้คือคนที่นางรักมากที่สุด รักมากจนสามารถตายแทนกันได้ การที่นางมาเป็นสาวใช้อุ่นเตียงขององค์รัชทายาทก็เพื่อลอบสืบข่าวให้แก่เขา งานใหญ่จะสำเร็จไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่เพราะนาง นางยังจดจำถึงคำมั่นสัญญานั้นได้ดีว่าถ้าหากเขาสมหวังแล้ว เขาจะรับนางขึ้นเป็นสนมเอก แม้ไม่ได้เป็นฮองเฮา แต่นางจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปตลอดชีวิต เพราะเช่นนี้เองลี่หลินจึงได้ยอมเสียตัวให้กับองค์รัชทายาท เป็นเพียงสาวใช้อุ่นเตียงที่ดูไร้ค่าในสายตาของผู้คน เวลาล่วงเ
“หม่อมฉันหมายถึงว่าทำเช่นนี้มันสกปรกเพคะ หากจะห้ามเลือดแค่กดที่บาดแผลก็ใช้ได้แล้วเพคะ ถ้านิ้วของหม่อมฉันอักเสบจนต้องตัดนิ้วจะทำอย่างไรเพคะ”กงซ่างเหว่ยชะงักไปด้วยความอึ้ง เขาค่อย ๆ ปล่อยนิ้วของเย่ปิงปิงที่อมอยู่ในปากให้เป็นอิสระ เย่ปิงปิงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดคราบน้ำลายที่ติดอยู่ที่ปลายนิ้ว และกดตรงบาดแผลชั่วครู่ ไม่นานเลือดก็หยุดไหล“ท่านพี่ช่วยหยิบขวดหยกตรงโต๊ะให้หน่อยได้ไหมเพคะ”“อะ อื้อ”กว่าที่กงซ่างเหว่ยจะหาเสียงเจอเพราะความอึ้ง เวลาก็ผ่านไปหลายชั่วลมหายใจแล้ว เขาเดินไปหยิบขวดหยกที่ใส่ยามาให้กับเย่ปิงปิง นางรับมาแล้วขอบคุณเขา ก่อนจะเทผงยาลงไปตรงบาดแผล“วันนี้ท่านพี่กลับเร็วนะเพคะ”เย่ปิงปิงที่จัดการใส่แผลเสร็จแล้ว หันมาเอ่ยถามคนที่กลับจวนเร็วด้วยความแปลกใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูหงอยของเขา นางกลับยิ่งแปลกใจมากกว่า“น้องหญิงรังเกียจพี่หรือ”“เพคะ?”“กะ ก็เจ้าบอกว่าพี่สกปรก”เย่ปิงปิงอยากจะตบหน้าผากของตัวเอง มองบุรุษช่างน้อยใจด้วยความเอ็นดู“ท่านพี่มานั่งใกล้ ๆ กับหม่อมฉันตรง
บทที่ 19ความสงสัยของชินอ๋อง “ท่านพี่ช่วยกอดหม่อมฉันให้แน่นกว่านี้ได้หรือไม่เพคะ”เย่ปิงปิงร้องขอด้วยเสียงอันสั่นเทา นางรู้สึกสับสนไปหมดแล้ว“หากพี่กอดแน่นไป เจ้าต้องเตือนพี่นะ”กงซ่างเหว่ยกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ร่างทั้งสองแนบชิดจนแทบจะเป็นหนึ่งเดียวกัน เย่ปิงปิงที่ตกใจกับความจริงที่ได้รู้หลับตาลงเพื่อพิจารณาเรื่องราวในชาติก่อนตอนนี้นางไม่รู้แล้วว่าความจริงคือสิ่งใดกันแน่ เย่ปิงปิงวนเวียนกับความคิดของตัวเองในหัว ก่อนที่นางจะผล็อยหลังไปทั้งอย่างนั้น กงซ่างเหว่ยที่รู้สึกถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอก็อุ้มร่างของเย่ปิงปิงเดินเข้าไปยังเรือนนอนเขาวางร่างที่แสนบอบบางของเย่ปิงปิงลงอย่างอ่อนโยน แม้ภายนอกเย่ปิงปิงของเขาจะดูเข้มแข็ง และเฉลียวฉลาดจนเขาประหลาดใจหลายครั้ง แต่เนื้อแท้จิตใจของนางนั้นอ่อนโยนและบอบบางเป็นอย่างมาก หากไม่ระวังเกรงว่าเย่ปิงปิงที่อยู่ตรงหน้าเขาจะบุบสลายไปในพริบตา“ปิงปิงของพี่ สิ่งใดที่เจ้าปราร
เย่ปิงปิงจากที่คราแรกจะห้ามปรามกงซ่างเหว่ย แต่เมื่อนางถูกจูบของเขามอมเมา หญิงสาวจึงได้โอนอ่อนตามการชักจูงของผู้เป็นพระสวามี"อื้อ....อ่า"เสียงร้องหวานครางกระเส่าไม่เป็นภาษา นางแอ่นกายขึ้นมาทันทีเมื่อสัมผัสถึงความเปียกชื้นที่เนินอกขาวผ่องของตน"อื้อ...ท่านพี่"รอยฝากรักที่เริ่มจางลงไปแล้ว บัดนี้ได้ถูกทำให้เป็นรอยมากกว่าครั้งก่อน กงซ่างเหว่ยขบเม้มไปทั่วเนินอกขาวผ่องของภรรยาด้วยความหลงใหล ไม่มีส่วนใดที่รอดพ้นจากริมฝีปากของเขาไปได้เลยเม็ดตุ่มไตสีชมพูระเรื่อที่แข็งตั้งขึ้นมาก็ได้ถูกริมฝีปากของเขาเข้าครอบครอง เขาทั้งดูดทั้งดึงเม็ดทับทิมสีหวานด้วยความชอบใจ ยิ่งได้ยินเสียงหวานของเย่ปิงปิงที่ร้องครางเพราะความเสียวซ่าน กงซ่างเหว่ยก็ยิ่งแลบลิ้นปาดเลียรัวเร็วที่เม็ดทับทิมขึ้นไปอีก เขาดูดเม้มสลับกันไปมาซ้ายขวาด้วยความชอบใจฝ่ามือหนาของเขาก็ไม่น้อยหน้า เมื่อมันได้เคลื่อนต่ำลงไปที่เนินเนื้อกึ่งกลางกายสาว นิ้วเรียวยาวกรีดลงมาที่กลีบดอกไม้งามตามรอยแยก แล้วทำการเขี่ยที่ติ่งกระสัน ก่อนจะสอดปลายนิ้วเข้าไปในร่องรักช้า ๆ"อื้อ อ่า ท่านพี่ ห
บทที่ 20ความลับของลี่หลิน สายของอีกวันก็ได้มีคนมาเยือนถึงจวนชินอ๋องตั้งแต่เช้า ลู่เมิ่งที่เพิ่งทราบข่าวเรื่องบทลงโทษของบุตรสาว นางร้อนใจเป็นอย่างมากจึงได้รีบเร่งมาขอพบเย่ปิงปิงถึงจวนชินอ๋อง ด้วยหวังว่าเย่ปิงปิงจะช่วยออกหน้ากับองค์รัชทายาทให้ละเว้นโทษของเย่ม่าน แม้ว่าคราแรกจะถูกทหารยามเฝ้าประตูสั่งห้าม แต่เพราะเย่ปิงปิงอนุญาต ทหารจึงเปิดทางให้กับลู่เมิ่ง"พระชายาจะไปพบฮูหยินใหญ่จริง ๆ หรือเพคะ""ใช่ ข้าอยากจะดูโรงงิ้วของแม่รองเสียหน่อย""เช่นนั้นบ่าวจะพาฮูหยินใหญ่ไปรอที่เรือนรับรองนะเพคะ""อืม อย่าลืมเตรียมชุดน้ำชาที่ชินอ๋องเพิ่งประทานมาให้ข้าด้วยเล่า"ซีซีผุดยิ้มด้วยรู้ทันจุดประสงค์ของเจ้านายสาว นางยิ้มรับคำสั่งของพระชายา แล้วจึงเดินปลีกตัวไปจัดการตามคำสั่งนั้น เย่ปิงปิงได้บรรจงแต่งกายด้วยความประณีต ไม่ว่าจะเป็นอาภรณ์ล้ำค่าที่ถักทอจากผ้าไหมแห่งแดนเหนือ ปิ่นทองระย้าที่แกะสลักอย่างงด
หลายวันผ่านไปเย่ม่านรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในยามสายของวันที่เจ็ด นางสบสายตาเข้ากับดวงตาของพระสวามีที่นั่งอยู่ไม่ไกล เย่ม่านพลันยิ้มกว้างออกมาด้วยความยินดี"อื้ออี้!"น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับอู้อี้ไม่เป็นคำ เย่ม่านรู้สึกลำคอของนางแห้งผากเป็นผุยผง ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว"อั่นอี้""ท่านหมอ พระชายารองฟื้นแล้ว"กงหนิงหลงเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงติดเย็นชา สายตาที่เขามองเย่ม่านราวกับมองตัวไร้ประโยชน์ท่านหมอเดินเข้ามาตรวจจับชีพจร และแตะที่บริเวณเส้นเสียงของลำคอ เขายังสั่งให้หญิงสาวอ้าปากเพื่อตรวจสอบดูด้วย ท่านหมอใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งจึงเดินเข้ามารายงานอาการของเย่ม่านด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก"พระชายารองถูกพิษร้ายแรงมาก พิษชนิดนี้มีฤทธิ์กัดกร่อนอวัยวะภายใน แม้ว่าจะขับพิษออกมาหมดแล้ว และสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้ แต่ลำคอไล่ลงมาถึงกระเพาะอาหารเสียหายหนักมาก ทำให้เส้นเสียงเสียหาย พระชายารองจึงไม่สามารถเปล่งเสียงได้เหมือนคนปกติ และกระเพาะอาหารเองก็ทำงานไม่เหมือนเดิม ต่อไปนี้พระชายารองจึงเสวยได้เพียงอาหารอ่อนเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ"
บทที่ 21เคราะห์กรรมของเย่ม่าน ในห้องอันมืดสลัวที่ไร้แสงใดเล็ดลอดเข้ามา สตรีนางหนึ่งนอนคุดคู้อยู่บนเตียงที่มีแต่กลิ่นเหม็นอับ และกลิ่นเหม็นหืน นางนอนกอดตัวเองด้วยความหวาดหวั่นต่อชะตาชีวิตต่อจากนี้ สตรีที่ถูกผู้เป็นสามีเกลียดชังจะมีชีวิตที่ดีได้อย่างไร เย่ม่านพลันย้อนนึกกลับไป ถ้าหากนางไม่พยายามไขว่คว้าองค์รัชทายาท และหันไปหาชินอ๋องแทน นางจะมีความสุขดั่งเช่นเย่ปิงปิงหรือไม่หญิงสาวได้แต่คร่ำครวญในใจที่นางเดินหมากผิดผลัวะ!เสียงบานประตูถูกผลักออก พร้อมกับร่างของสตรีที่เดินกรีดกรายเข้ามาพร้อมกับสมุนของนาง เย่ม่านมองลี่หลินที่เดินเข้ามาอย่างไม่ใส่ใจนัก "องค์รัชทายาทสั่งให้เจ้ามาปล่อยตัวข้าหรือ"ในแววตาคู่สวยหวานมองมาด้วยความคาดหวัง แม้นางจะแปลกใจว่าเหตุใดลี่หลินถึงมาที่นี่ด้วยตัวเอง แต่เย่ม่านกลับคิดว่ากงหนิงหลงได้ให้อภัยนางแล้ว"ไม่ใช่เพคะ หม่อมฉันแค่นำของกินมาให้พระชายารอง ด้วยรู้ดีว่าหลายวันที่ผ่านมานี
"น้องหญิงไม่น่าห้ามพี่เลย พูดจาไม่มีหัวคิดเช่นนี้สมควรถูกตบให้ปากแตก"เย่ปิงปิงขยับกายเข้ามาใกล้กงซ่างเหว่ย นางตบที่ท่อนแขนของเขาเป็นการปลอบประโลม"ท่านพี่อย่ามีโทสะไปเลยเพคะ น้องมีเรื่องอยากรบกวนท่านพี่เพคะ""สิ่งใดหรือ ขอแค่น้องหญิงเอ่ยปากพี่ยอมทำทุกอย่าง"หญิงสาวยกชายแขนเสื้อขึ้นมาปิดปากเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะ เพราะเขาเป็นเช่นนี้อย่างไรเล่า นางถึงได้รักเขา ต่อให้เขาจะโหดเหี้ยมหรือใจร้ายต่อทุกคนบนใต้หล้า ขอแค่เขารักและถนอมนางแค่คนเดียวก็เพียงพอแล้ว"ท่านพี่ช่วยส่งคนไปตรวจสอบเจ้าเมืองต้าอู๋ที่ชายแดนใต้ให้น้องได้ไหมเพคะ ในช่วง 10 ปีมานี้เขาได้ติดต่อกับใครบ้าง น้องอยากทราบโดยละเอียดเพคะ และขอคนไปช่วยจับตาดูจวิ้นอ๋องด้วยได้หรือไม่เพคะ"กงซ่างเหว่ยเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ "เรื่องเจ้าเมืองต้าอู๋พี่จะรีบส่งคนไปเดี๋ยวนี้ แต่น้องหญิงมีสิ่งใดที่อยากจะบอกกับพี่หรือไม่เรื่องของอาหรง""ตอนนี้น้องยังไม่มั่นใจเพคะ ถ้าน้องมั่นใจว่าสิ่งที่น้องคิดเป็นเรื่องจริง น้องจะบอกทุกอย่างเลยเพคะ ถึงแม้ว่าท่านพี่ได้ฟังแล้วจะคิดว่าน้องวิปลาส น้องก
บทที่ 20ความลับของลี่หลิน สายของอีกวันก็ได้มีคนมาเยือนถึงจวนชินอ๋องตั้งแต่เช้า ลู่เมิ่งที่เพิ่งทราบข่าวเรื่องบทลงโทษของบุตรสาว นางร้อนใจเป็นอย่างมากจึงได้รีบเร่งมาขอพบเย่ปิงปิงถึงจวนชินอ๋อง ด้วยหวังว่าเย่ปิงปิงจะช่วยออกหน้ากับองค์รัชทายาทให้ละเว้นโทษของเย่ม่าน แม้ว่าคราแรกจะถูกทหารยามเฝ้าประตูสั่งห้าม แต่เพราะเย่ปิงปิงอนุญาต ทหารจึงเปิดทางให้กับลู่เมิ่ง"พระชายาจะไปพบฮูหยินใหญ่จริง ๆ หรือเพคะ""ใช่ ข้าอยากจะดูโรงงิ้วของแม่รองเสียหน่อย""เช่นนั้นบ่าวจะพาฮูหยินใหญ่ไปรอที่เรือนรับรองนะเพคะ""อืม อย่าลืมเตรียมชุดน้ำชาที่ชินอ๋องเพิ่งประทานมาให้ข้าด้วยเล่า"ซีซีผุดยิ้มด้วยรู้ทันจุดประสงค์ของเจ้านายสาว นางยิ้มรับคำสั่งของพระชายา แล้วจึงเดินปลีกตัวไปจัดการตามคำสั่งนั้น เย่ปิงปิงได้บรรจงแต่งกายด้วยความประณีต ไม่ว่าจะเป็นอาภรณ์ล้ำค่าที่ถักทอจากผ้าไหมแห่งแดนเหนือ ปิ่นทองระย้าที่แกะสลักอย่างงด
เย่ปิงปิงจากที่คราแรกจะห้ามปรามกงซ่างเหว่ย แต่เมื่อนางถูกจูบของเขามอมเมา หญิงสาวจึงได้โอนอ่อนตามการชักจูงของผู้เป็นพระสวามี"อื้อ....อ่า"เสียงร้องหวานครางกระเส่าไม่เป็นภาษา นางแอ่นกายขึ้นมาทันทีเมื่อสัมผัสถึงความเปียกชื้นที่เนินอกขาวผ่องของตน"อื้อ...ท่านพี่"รอยฝากรักที่เริ่มจางลงไปแล้ว บัดนี้ได้ถูกทำให้เป็นรอยมากกว่าครั้งก่อน กงซ่างเหว่ยขบเม้มไปทั่วเนินอกขาวผ่องของภรรยาด้วยความหลงใหล ไม่มีส่วนใดที่รอดพ้นจากริมฝีปากของเขาไปได้เลยเม็ดตุ่มไตสีชมพูระเรื่อที่แข็งตั้งขึ้นมาก็ได้ถูกริมฝีปากของเขาเข้าครอบครอง เขาทั้งดูดทั้งดึงเม็ดทับทิมสีหวานด้วยความชอบใจ ยิ่งได้ยินเสียงหวานของเย่ปิงปิงที่ร้องครางเพราะความเสียวซ่าน กงซ่างเหว่ยก็ยิ่งแลบลิ้นปาดเลียรัวเร็วที่เม็ดทับทิมขึ้นไปอีก เขาดูดเม้มสลับกันไปมาซ้ายขวาด้วยความชอบใจฝ่ามือหนาของเขาก็ไม่น้อยหน้า เมื่อมันได้เคลื่อนต่ำลงไปที่เนินเนื้อกึ่งกลางกายสาว นิ้วเรียวยาวกรีดลงมาที่กลีบดอกไม้งามตามรอยแยก แล้วทำการเขี่ยที่ติ่งกระสัน ก่อนจะสอดปลายนิ้วเข้าไปในร่องรักช้า ๆ"อื้อ อ่า ท่านพี่ ห
บทที่ 19ความสงสัยของชินอ๋อง “ท่านพี่ช่วยกอดหม่อมฉันให้แน่นกว่านี้ได้หรือไม่เพคะ”เย่ปิงปิงร้องขอด้วยเสียงอันสั่นเทา นางรู้สึกสับสนไปหมดแล้ว“หากพี่กอดแน่นไป เจ้าต้องเตือนพี่นะ”กงซ่างเหว่ยกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ร่างทั้งสองแนบชิดจนแทบจะเป็นหนึ่งเดียวกัน เย่ปิงปิงที่ตกใจกับความจริงที่ได้รู้หลับตาลงเพื่อพิจารณาเรื่องราวในชาติก่อนตอนนี้นางไม่รู้แล้วว่าความจริงคือสิ่งใดกันแน่ เย่ปิงปิงวนเวียนกับความคิดของตัวเองในหัว ก่อนที่นางจะผล็อยหลังไปทั้งอย่างนั้น กงซ่างเหว่ยที่รู้สึกถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอก็อุ้มร่างของเย่ปิงปิงเดินเข้าไปยังเรือนนอนเขาวางร่างที่แสนบอบบางของเย่ปิงปิงลงอย่างอ่อนโยน แม้ภายนอกเย่ปิงปิงของเขาจะดูเข้มแข็ง และเฉลียวฉลาดจนเขาประหลาดใจหลายครั้ง แต่เนื้อแท้จิตใจของนางนั้นอ่อนโยนและบอบบางเป็นอย่างมาก หากไม่ระวังเกรงว่าเย่ปิงปิงที่อยู่ตรงหน้าเขาจะบุบสลายไปในพริบตา“ปิงปิงของพี่ สิ่งใดที่เจ้าปราร
“หม่อมฉันหมายถึงว่าทำเช่นนี้มันสกปรกเพคะ หากจะห้ามเลือดแค่กดที่บาดแผลก็ใช้ได้แล้วเพคะ ถ้านิ้วของหม่อมฉันอักเสบจนต้องตัดนิ้วจะทำอย่างไรเพคะ”กงซ่างเหว่ยชะงักไปด้วยความอึ้ง เขาค่อย ๆ ปล่อยนิ้วของเย่ปิงปิงที่อมอยู่ในปากให้เป็นอิสระ เย่ปิงปิงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดคราบน้ำลายที่ติดอยู่ที่ปลายนิ้ว และกดตรงบาดแผลชั่วครู่ ไม่นานเลือดก็หยุดไหล“ท่านพี่ช่วยหยิบขวดหยกตรงโต๊ะให้หน่อยได้ไหมเพคะ”“อะ อื้อ”กว่าที่กงซ่างเหว่ยจะหาเสียงเจอเพราะความอึ้ง เวลาก็ผ่านไปหลายชั่วลมหายใจแล้ว เขาเดินไปหยิบขวดหยกที่ใส่ยามาให้กับเย่ปิงปิง นางรับมาแล้วขอบคุณเขา ก่อนจะเทผงยาลงไปตรงบาดแผล“วันนี้ท่านพี่กลับเร็วนะเพคะ”เย่ปิงปิงที่จัดการใส่แผลเสร็จแล้ว หันมาเอ่ยถามคนที่กลับจวนเร็วด้วยความแปลกใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูหงอยของเขา นางกลับยิ่งแปลกใจมากกว่า“น้องหญิงรังเกียจพี่หรือ”“เพคะ?”“กะ ก็เจ้าบอกว่าพี่สกปรก”เย่ปิงปิงอยากจะตบหน้าผากของตัวเอง มองบุรุษช่างน้อยใจด้วยความเอ็นดู“ท่านพี่มานั่งใกล้ ๆ กับหม่อมฉันตรง
บทที่ 18วังบูรพาลุกเป็นไฟ ลี่หลินที่นั่งอยู่ภายในห้องของตนได้หยิบแผ่นกระดาษสีขาวใบเล็กขึ้นมาอ่าน เมื่อนางอ่านจบรอยยิ้มมุมปากจึงกดลึกลง แววตาที่เคยออดอ้อนพลันแข็งกร้าวขึ้น เนื้อหาในจดหมายลับฉบับนี้มีเพียงนางคนเดียวเท่านั้นที่อ่านได้'จัดการนางซะ!'กระดาษแผ่นเล็กในมือถูกนำไปเผาไฟให้ไหม้เกรียม เพื่อไม่ให้ทิ้งหลักฐานใดเอาไว้ได้แท้จริงแล้วลี่หลินได้ลอบติดต่อกับคนผู้หนึ่ง ซึ่งคนผู้นี้คือคนที่นางรักมากที่สุด รักมากจนสามารถตายแทนกันได้ การที่นางมาเป็นสาวใช้อุ่นเตียงขององค์รัชทายาทก็เพื่อลอบสืบข่าวให้แก่เขา งานใหญ่จะสำเร็จไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่เพราะนาง นางยังจดจำถึงคำมั่นสัญญานั้นได้ดีว่าถ้าหากเขาสมหวังแล้ว เขาจะรับนางขึ้นเป็นสนมเอก แม้ไม่ได้เป็นฮองเฮา แต่นางจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปตลอดชีวิต เพราะเช่นนี้เองลี่หลินจึงได้ยอมเสียตัวให้กับองค์รัชทายาท เป็นเพียงสาวใช้อุ่นเตียงที่ดูไร้ค่าในสายตาของผู้คน เวลาล่วงเ
เย่ม่านตื่นขึ้นมาด้วยอาการเจ็บแปลบตรงกึ่งกลางกายสาว แต่เมื่อนางมองเห็นหยดเลือดพรหมจรรย์ของตัวเองบนที่นอน และค่ำคืนที่แสนร้อนแรงนั้น นางกลับยกยิ้มด้วยความพึงพอใจในวันนี้นางจะต้องไปคารวะฮ่องเต้และฮองเฮาที่พระราชวัง เย่ม่านจึงต้องลุกขึ้นมาแต่งกายตั้งแต่เช้า เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย นางก็เดินไปที่หน้าเรือนขององค์รัชทายาท แต่เย่ม่านกลับเห็นว่าองค์รัชทายาทกำลังหยอกล้อกับสตรีนางหนึ่งที่แต่งกายงดงามกว่าสาวใช้ทั่วไปมาก“องค์รัชทายาท แม่นางผู้นี้คือใครหรือเพคะ”เย่ม่านมิอาจทนเก็บความสงสัยเอาไว้ได้ ยิ่งเห็นใบหน้าที่งดงามหมดจดของสตรีนางนี้ หัวใจของนางพลันร้อนรุ่มด้วยความกังวลใจ“อ่า พระชายารองมาพอดี ข้าคงต้องไปแล้ว คืนนี้เจ้าก็เตรียมตัวให้พร้อมแล้วกัน”“เพคะ หม่อมฉันจะเฝ้ารอเวลาที่ได้ปรนนิบัติองค์รัชทายาทนะเพคะ" ลี่หลินหันกายไปคารวะเย่ม่าน "ถวายพระพรพระชายารองเพคะ” ลี่หลินเดินจากไปด้วยท่าทางสงบเย่ม่านทำได้เพียงพยักหน้า นางยังคงไม่ได้รับคำตอบจากกงหนิงหลง หัวใจของเย่ม่านพลันยิ่งร้อนรนไปกันใหญ่“นางเป็นใครเพคะ”เย่ม่านถาม