บทที่ 30 คนเขารู้ทันหรอกน่า “….” สวีหยู่เยียนรีบหุบปาก ที่เตรียมจะพ่นคำพูดเสแสร้งโยนบทคนแล้งน้ำใจ ให้หลี่เฟยหย่าลงแทบไม่ทัน เมื่อเธอเริ่มสัมผัสได้ ถึงบรรยากาศอึมครึม และรู้สึกแสบร้อนจากทางด้านหลัง บ้างแล้ว เธอไม่เคยได้รับสายตาไม่ชอบใจ เหมือนเป็นตัวปัญหาแบบนี้มาก่อน ทุกครั้งที่เธอเรียกร้องอะไรไม่เคยมีใครปฏิเสธเลยสักครั้ง เด็กสาวเริ่มกวาดสายตาหาตัวช่วยรอบตัว ที่พอจะช่วยเธอกู้หน้ากลับมาได้บ้าง “สหายหญิงคนนี้ คุณไปหาที่นั่งที่อื่นเถอะ ตรงนี้มีเจ้าของหมดแล้ว พวกเราจะนั่งที่ประจำกันตลอด ไม่มีการเปลี่ยนที่นั่งกันบ่อยๆ หรอกนะ” หวงหนิงเฉิงเด็กหนุ่มเลือดร้อน เริ่มจะหมดความอดทนซะแล้ว เมื่อผู้หญิงคนนี้ไม่ยอมทำอะไรสักที มัวแต่ยืนบีบน้ำตากวาดสายตาล่อกแล่กไปมาอยู่ได้ “เฉิงเฉิง นายใจเย็นลงหน่อย รอดูไปก่อนว่าสหายคนนี้เธอจะแสดงอะไรให้เราดูอีก” หวงหนิงอ้ายกระซิบบอกพี่ชายของเธอเสียงเบา ถึงจะมีคนประเภทนี้เข้ามาหาเรื่องบ่อยๆ แต่มันก็อดอยากจะรู้ไม่ได้ว่าคนพวกนี้ จะมาแสดงบทบาทอะไรให้ดู นี่ถ้ามีเกาลัดคั่วหอมๆ เหมือ
บทที่ 31 เที่ยวกับพี่ชายคนสนิท หลังจากวันนั้นหลี่เฟยหย่า ก็ได้เพื่อนใหม่จอมเงียบขรึมมาอีกหนึ่งคน เพื่อนชายคนใหม่นี้เข้ากับทุกคนได้ดี ถึงภายนอกจะดูหยิ่งไปซะหน่อย แต่ก็นั่นละภายนอกมันก็คือภายนอก เมื่อได้รู้จักกันแล้ว ก็ได้รู้ว่า เย่อ้ายเสิ่นเป็นเหมือนหนุ่มติสท์ ในโลกเก่าของเธอมากจริงๆ เขามีความเป็นตัวของตัวเองสูง ดูสนใจอะไรยากมาก ชีวิตในโรงเรียนของหลี่เฟยหย่า เป็นไปอย่างมีความสุข และสนุกสนานในทุกๆ วันกับเหล่าเพื่อนในกลุ่ม อาจจะมีสีสันเล็กๆ น้อยๆ จากสวีหยู่เยียน ที่เข้ามาหาเรื่องบ้างเป็นครั้งคราว วันหยุดอาจจะมีเหงาบ้าง ตามประสาคนไม่ชอบอยู่บ้านเฉยๆ เหล่าพี่ชายทั้งสองของเธอและเฉินหวงช่าง พวกเขาทั้งสามคนถูกส่งตัวไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เมื่อหลายปีก่อนทันที ที่เรียนจบจากโรงเรียนทหารในปักกิ่ง เพื่อเส้นทางที่เหล่าพี่ชายของเธอเลือก นานๆ ครั้งพวกเขาถึงจะกลับมาสักครั้ง เพื่อพบหน้าครอบครัว ถึงตอนนี้จะเรียนจบกันแล้ว แต่กลับไม่ยอมกลับบ้านกันสักคน พวกเขาหางานทำที่นั่น แน่นอนแล้วว่าเส้นทางการเป็นครอบครัวนายทหาร อาจหยุดอยู่ที่รุ่นของคุณพ่อเธอแล้วจริงๆ
บทที่ 32 ตลาดลับหลังตรอก ทั้งสองเดินไปตามทางเดินแคบๆ พอให้เดินคู่กันสองคนได้ สองข้างทางเดินเป็นกำแพงสูง ไม่นานก็เจอบันไดหิน ทอดยาวลงสู่พื้นด้านล่าง เสมือนเดินลงเนินเขาเตี้ยๆ หลี่เฟยหย่าเริ่มตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว เมื่อเดินลงบันไดมาเจอเข้ากับอาคารสองชั้นเต็มสองข้างทางตรงหน้า ตัวอาคารใหม่เอี่ยมประตูหน้าทางเข้า เป็นประตูไม้สีดำสลักลายเดียวกันกับประตูทางเข้าตลาดมืด สองบานประตูใหญ่หน้าอาคารแต่ละหลังเปิดกว้าง เผยให้เห็นสินค้า ที่จัดวางโชว์ไว้อย่างสวยงาม มันมีผักผลไม้ เนื้อสัตว์ เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่างๆ มียัน เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยาน และรถยนต์จอดขายตรงอาคารที่ใหญ่ที่สุดนี่อีก นี่มันเหมือนย่านช็อปปิ้งในอนาคตเลยด้วยซ้ำ “ไม่เห็นจะมีอะไรอันตรายเลยนะคะ มันก็เป็นร้านขายของ ที่ดูจะขายแบบเปิดเผย ไม่ได้ทำตัวหวาดระแวง กลัวทหารเหมือนตลาดมืด ที่อื่นตรงไหนเลย” หลี่เฟยหย่าพูดออกมาอย่างไม่เข้าใจ คุณปู่และคุณพ่อของเธอทำไมถึงห้ามมาที่นี่นัก ทั้งที่ก็รู้ว่าเธอแอบไปที่อื่น แต่ไม่เห็นห้ามแบบนี้เลย “หย่าเออร์ น้องเห็นมีคน
บทที่ 33 พี่ช่างใช่ไหม ก่อนที่หยางต้าหยวน จะอ้าปากพูดสั่งสอน หรืออธิบายอะไรออกไป กับคำตอบแบบเด็กดื้อของคนน้อง หางตากลับเหลือบไปเห็นบุคคลคนเดียวกันกับที่ หลี่เฟยหย่ากำลังมองอยู่เช่นเดียวกันซะก่อน “น้ำผลไม้ของน้องได้แล้วครับ ลองดื่มดูก่อนว่าน้องชอบหรือเปล่า” ชายหนุ่มยกแก้วทรงสวย ยื่นมาบังตรงหน้าระดับสายตาของหลี่เฟยหย่า เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจมาที่เขาแทนภาพ ที่เธอมองอยู่ตรงหน้า “อ๊ะ! พี่ต้าหยวน ผู้ชายคนที่เดินออกไปตรงทางออกนั่นคือพี่ช่างหรือเปล่าคะ” หลี่เฟยหย่ารับแก้วน้ำผลไม้มาถือไว้ ก่อนจะรีบชี้ไปทางร่างสูง ที่ตอนนี้ยังทันเห็นเพียงแผ่นหลังกว้าง ก่อนเขาจะเดินพ้นประตูออกไป ถึงเธอจะไม่ได้เจอเฉินหวงช่างมาหลายปีมากแล้ว แต่คนที่มีใบหน้าสมบูรณ์แบบ และบุคลิกโดดเด่นอย่างนั้น ไม่มีทางที่เธอจะจำเขาไม่ได้เลย ถึงจะเห็นแค่เพียงเสี้ยวใบหน้าของเขาก็ตาม หยางต้าหยวนมองท่าทางที่ดูนั่งไม่ติดที่ เหมือนอยากจะลุกตามผู้ชายคนนั้นไป แต่ก็ดูกังวลอะไรสักอย่างของหลี่เฟยหย่า ด้วยแววตาสั่นไหวก่อนมันจะสงบลง และกลับมาอ่อนโยนดังเดิม “จะเป็นพี
บทที่ 34 อุบัติเหตุ พลเมืองดีที่เข้ามาช่วยคนเจ็บ พวกเขาทุบกระจกประตูรถออกเพื่อเปิดมัน คนเจ็บที่อยู่ภายในรถทั้งสองคันต่างหมดสติ เพราะทนแรงกระแทกไม่ไหว รถยนต์ของหยางต้าหยวนโดนชน จนไปกระแทกเข้ากับกำแพงหน้าทางเข้าโรงแรม ส่วนทางฝั่งคู่กรณี เพราะไม่ได้แตะเบรกลดความเร็วลงเลยมันจึงพลิกคว่ำจากแรงชน สถานีตำรวจอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมแห่งนี้นัก ตำรวจจึงมาถึงอย่างรวดเร็ว หลังจากที่พนักงานในโรงแรมโทรไปแจ้ง พอมาถึงพวกเขาก็รีบเข้าไปนำร่างคนเจ็บ ที่ยังเอาออกมาไม่หมดจากรถที่พลิกคว่ำอีกทาง ก่อนจะพาคนเจ็บทั้งหมดขึ้นรถ เพื่อไปส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่ก็ทิ้งนายตำรวจสองคนไว้สอบถามสาเหตุของอุบัติเหตุ ที่หน้าโรงแรมของรัฐจนเกิดความเสียหาย จากผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาคนรับผิดชอบค่าเสียหาย และค่ารักษาจากคู่กรณีต่อไป หลี่เฟยหย่ามีอาการช้ำในจากแรงกระแทก และศีรษะของเธอแตกจนต้องเย็บแผลไปสี่เข็ม ตอนนี้เด็กสาวยังคงนอนไม่ได้สติ อยู่ในห้องพักของโรงพยาบาล ข้างเตียงมีคุณย่าจาง และซ่งผู่เย่วนั่งอยู่ไม่ยอมห่างไปไหน ตอนที่ทั้งสองทราบเรื่องจากคนที่โทรเข้
บทที่ 35 เมืองหลวงแคบนิดเดียว หลี่เฟยหย่าเหลือบมองการหยอกล้อตรงหน้าอย่างชอบใจ จนอยากจะหยิบป็อปคอร์นออกมานั่งดูเลยทีเดียว ภาพตรงหน้าช่างเหมือนซีรี่ย์ยอดฮิตในหมู่วัยรุ่นในโลกเก่าของเธอจริงๆ สองมือนุ่มของหมิงคุนหยุมหัวของหวงหนิงเฉิงเป็นการแก้แค้น แต่สองแก้มป่องๆ นั่นกลับแดงก่ำไม่รู้ว่าเป็นเพราะโดนบีบ หรืออะไรกันแน่ เด็กหนุ่มตัวอวบรีบหลุบตาเรียวสวยลง เมื่อสบสายตาเข้ากับเพื่อนชายตัวหนา ที่แกล้งเพื่อนแต่สายตาคมนั่นกลับสั่นไหวแปลกๆ มองปากอิ่มสีสวยของหมิงคุนไม่วางตา ปล่อยให้เพื่อนตัวอวบหยุมหัวเอาคืนโดยไม่ปัดป้องแต่อย่างใด “หุ หุ ๆ !” เด็กสาวยกมือขึ้นมาป้องปากปิดรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะแปลกๆ มองบรรยากาศแบบโลกนี้มีแค่สองเรา ของเพื่อนชายทั้งสองโดยไม่ขัดทำลายภาพตรงหน้าให้พวกเขารู้ตัว ดวงตากลมโตฉายแววตากรุ้มกริ่มออกมา จนทำให้เย่อ้ายเสิ่นที่เดินตามทุกคนมาเงียบๆ มองอย่างไม่เข้าใจ ทุกคนไปทานมื้อกลางวันเรียบร้อยแล้ว ก็พากันเข้าเรียนตามปกติเป็นวันที่ราบรื่น และมีความสุขสนุกสนานตามวัยของพวกเขา วันหยุดที่หมิงคุนชวน หลี่เฟยหย่าตอบตกลงอย่าง
บทที่ 36 บ้านกลางป่า กลางดึกคืนหนึ่ง ภายในป่ารกทึบเขตนอกเมือง ปรากฏเงาร่างกำยำหลายสิบคน สวมชุดสีดำมิดชิด กลมกลืนไปกับความมืดรอบข้าง พวกเขามุ่งหน้าไปยังจุดหมายด้วยความคล่องแคล่วรวดเร็ว ลัดเลาะไปตามต้นไม้ใหญ่เมื่อเข้าไปในป่าได้ลึกพอสมควรแล้ว ถึงได้เห็นแสงไฟสว่างอยู่กลางดงไผ่หนาทึบ หัวหน้ากลุ่มส่งสัญญาณให้หยุดเคลื่อนไหว ทุกคนจึงหมอบตัวลงทำให้กลืนไปกับสิ่งรอบข้างรอคำสั่งต่อไป สายตาของทุกคนจับจ้องไปข้างหน้า สอดส่องสายตาสำรวจบ้านไม้หลังใหญ่กลางป่า รั้วกำแพงไม้ไผ่ดูแข็งแรงทนทาน ล้อมรอบตัวบ้านไว้อย่างแน่นหนาอย่างเฝ้ารอ ร่างสูงของคนเป็นหัวหน้าทีม หลังจากก้มดูเวลาที่ข้อมือเห็นว่าได้เวลา ให้เตรียมตัวไปต่อประจวบเหมาะกับที่ชายวัยฉกรรจ์ร่างหนาคนหนึ่ง เปิดประตูเล็กตรงมุมอับสายตาที่พวกเขาซุ่มพอดี ชายร่างหนาคนนั้นทำทีเดินออกมาเหมือนตรวจตราเวรยาม ที่เดินไปเดินมารอบนอกกำแพง บางคนยืนสูบบุหรี่จับกลุ่มคุยกันอย่างย่ามใจ พวกมันไม่มีความร้อนใจหรือคิดระวังภัยอะไรมากนัก เพราะเห็นว่าคนเดินเวรเยอะ “เฮ้ย พวกแก หยุดเดินสะเปะสะปะแล้วมานี่ ลูกพี่ใหญ่ใช้ฉันไปทำธุ
บทที่ 37 ภารกิจเสร็จสิ้น เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นยามใบมีดคมกริบในมือเฉือนเข้าเนื้อของศัตรู กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอบอวลภายในห้องทำงานของชายหนุ่ม คู่ต่อสู้ของเขาเพิ่มความระมัดระวังตัวกันมากขึ้น ฝีมือพวกมันไม่ใช่เล่นๆ ด้วยเช่นกัน กลุ่มคนที่บุกเข้ามา พาคนมากันไม่ใช่น้อยๆ เลย แค่ที่ต่อสู้กับเฉินหวงช่างก็แค่บางส่วนเท่านั้น ยังมีพวกที่แสร้งทำตัวเป็นลูกค้าก่อความวุ่นวายอย่างโจ่งแจ้ง อยู่ที่โถงห้องการพนันอีก ตอนนี้คนของเฉินหวงช่างเริ่มต่อสู้กับพวกมันจนเลือดสาดกระเซ็น ลูกค้าต่างกรีดร้องพากันหนีตายกันจ้าละหวั่น เฉินหวงช่างเริ่มรำคาญพวกมันเต็มทีแล้ว เหมือนเห็บหมัดที่ฆ่าไม่หมดซะที ไม่รู้พวกมันขนกันมาเท่าไร ปัง! ชายหนุ่มชักปืนสั้นออกมายิงกลางแสกหน้าชายชุดดำ ที่กำลังเล็งปืนมาทางเขาจากระยะไกล เพื่อหาจังหวะรอยิง ชายหนุ่มต้องสู้ทั้งพวกที่อยู่ข้างนอกและพวกบ้าเลือดในห้อง ลู่เจ๋อ และลู่คงลูกน้องคนสนิทของเฉินหวงช่าง ที่ปกติจะตามติดผู้เป็นนายเหมือนเงาตามตัว แต่ก่อนหน้านี้ต้องลงไปควบคุมพวกข้างนอก ที่พาคนเข้ามาเสียมากมาย ตามคำสั่งเจ้านาย ที่ใ
บทที่ 50 ชีวิตคู่ที่ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ จบคำสารภาพรักด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเป็นการยืนยัน พ่อหนุ่มเจ้าน้ำตาที่ก้มหน้าหลุบตาลงมองต่ำดูเศร้าสร้อย พานให้คนมองใจอ่อนยวบแอบชะงักไปหนึ่งจังหวะเล็กๆ ซ่อนสีหน้าดีใจไว้ได้อย่างมิดชิด ถึงได้ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับดวงตากลมโต ที่จ้องมองมาอย่างต้องการยืนยันคำพูดจากใจจริงของเธออย่างน่าเอ็นดู คนพี่เม้มปากข่มใจไม่ให้หลงอ่อนข้อไปกับความน่ารักตรงหน้า เขาเล่นใหญ่สวมบทคนรักจิตใจอ่อนไหวขี้น้อยใจขนาดนี้แล้ว ต้องเอาคนตัวเล็กตรงหน้าให้อยู่หมัด “ถ้าน้องยืนยันอย่างหนักแน่นขนาดนี้พี่ก็เชื่อจนหมดใจแล้วครับ พี่ก็รักหย่าเออร์มากขึ้นในทุกๆ วันเหมือนกัน สัญญาแล้วนะครับ หลังเรียนจบแต่งเลยทันที” “ค่ะ! ไม่ผิดสัญญาแน่ค่ะ” “ครับ… ดีมากครับเด็กน่ารักต้องไม่ผิดสัญญา แต่….” คนเจ้าแผนการเริ่มคิดอยากกลับมาแผลงฤทธิ์อีกครั้งแล้ว “อะ อะไรคะ! ตะ แต่อะไรถามน้องมาให้หมดเลยค่ะ พี่ช่างอยากรู้อะไรน้องจะตอบทุกเรื่องเลย” คนน้องหลงคิดว่าคนพี่จะหมดข้อข้องใจแล้ว เพราะเขาก็บอกรักเธอกลั
บทที่ 49 สวมบทพ่อหนุ่มเจ้าน้ำตา หลังกอดปลอบเพื่อนสาวจนหายน้อยใจแล้ว หวงหนิงอ้ายก็ขอแยกตัวไปนั่งตรงโซนบาร์เครื่องดื่ม ด้วยรู้ว่าเพื่อนตัวน้อยต้องขึ้นไปหาคู่หมั้นหนุ่มที่ห้องทำงาน เหมือนทุกครั้งที่พวกเขาพากันมาที่นี่ “หยะ-…” ……. “อ๋า! น้องสาว... หย่าเออร์ เลิกเรียนแล้ว น้องกินอะไรมารึยัง หิวรึเปล่า วันนี้เรียนหนักรึเปล่า ถ้าเหนื่อยเกินไปน้องเปลี่ยนคณะที่เรียนใหม่ได้นะ…” พอเปิดประตูห้องทำงานใหญ่ของสามหนุ่มเพื่อนสนิทเข้ามา หวงหนิงเฉิงที่ความรู้สึกไวที่สุดและรอคนรักอย่างใจจดใจจ่ออยู่ก่อนแล้ว เอ่ยเรียกคู่หมั้นตัวน้อยยังไม่ทันจบ เจ้าเพื่อนรักแฝดคนพี่รีบทิ้งปากกาในมืออย่างของไร้ความหมาย ก่อนแกล้งส่งเสียงแปร๋นอย่างแตกสาวกลบเสียงเพื่อนสนิทจนไม่ได้ยิน พร้อมกันนั้นเจ้าเพื่อนแฝดคนน้องก็ลุกจากที่นั่งไปโอบน้องน้อยของพวกเขา พามานั่งเบียดกันสามคนบนโซฟาตัวเดียวกัน ทำเมินเพื่อนหนุ่มราวกับห้องนี้มีกันอยู่แค่พวกเขาสามพี่น้อง “……..” คนถูกเมินได้แต่ยืนกอดอกพิงสะโพกกับโต๊ะทำงานตัวใหญ่รอให้มองทั้งสามนั่งกอดกันกลม
บทที่ 48 ยอมรับความแตกต่าง เมื่อไม่มีใครเป็นอะไรพวกเขาจึงแยกกันกลับบ้าน เหมือนไม่มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ก้าวผ่านร่างของสวีหยู่เยียนซึ่งกำลังโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บร่าง และสืบสวนเรื่องราวเพื่อนดำเนินคดีต่อไป มันก็เป็นแค่เรื่องร้ายๆ เรื่องหนึ่งที่อาจจะหนักหน่อย ผ่านพ้นไปได้อีกเรื่องในวัยสิบหกปีของพวกเขา ภายหลังผลคดีจากการสืบสวนออกมาอีกว่า สวีหยู่เยียนฆ่าชายพนักงานโรงแรมรัฐแห่งหนึ่งตาย แต่ก่อนการลงมือฆาตกรรม เพื่อนข้างห้องได้ยินเสียงทำร้ายร่างกายด่าทอตบตีกัน มีการข่มขู่ทรมานเอาเงินจากเธอแถมยังกักขังสวีหยู่เยียนไว้ในห้องไว้ข่มขืนซ้ำๆ ไม่ปล่อยเธอออกจากห้องจนสุดท้ายเธอจึงก่อเหตุลงมือกับชายคนนั้น นี่อาจจะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เธอสติหลุด จากเรื่องที่ชายคนนั้นทำเรื่องเลวทรามกับเธอ ส่วนแม่ที่เป็นญาติเพียงคนเดียวของเธอ ก็ได้หอบเงินหนีไปก่อนแล้วตอนที่เซี่ยเหว่ยพ่อเลี้ยงของเธอโดนจับ ทิ้งให้เธออยู่คนเดียวที่บ้านหลังนั้นโดยที่มีเซี่ยเติ้งหลุนคอยเข้าออกบ้างยามต้องการใช้ประโยชน์จากเธอ หลังเรื่องราววุ่นวายจบลง บรรดาผู้คนรอบตัวของหลี่เฟยหย่าทั้งค
บทที่ 47 ความขาดสติจนกลายเป็นความบ้าคลั่ง 2/2 สวีหยู่เยียนเลือกมาอาละวาดก่อเรื่องในเวลาเลิกเรียนพอดี คนในส่วนหน้าโรงเรียนจึงเยอะ พวกเขาต่างพากันลนลานวิ่งหาที่หลบลูกกระสุนที่ถูกปล่อยออกมาในบางจังหวะที่สวีหยู่เยียนคลุ้มคลั่ง สวนสวยเพื่อนั่งเล่นและเป็นซุ้มรอรถตรงนี้ เหล่าคนในโรงเรียนจะรู้กัน ว่าเป็นที่นั่งของเหล่าลูกหลานคนมีเงินเพื่อมานั่งรอรถที่บ้านมารับ กลุ่มที่รู้ฐานะตัวเองพวกเขามักจะหลีกเลี่ยงไม่มานั่งที่นี่ ถึงแม้พื้นที่ตรงนี้ไม่ได้แบ่งแยกให้ใครนั่งได้หรือไม่ได้ เมื่อปฏิบัติต่อๆ กันมาเรื่อยๆ หลักปีนานเข้า มันก็กลายเป็นพื้นที่อภิสิทธิ์เฉพาะไปโดยปริยาย ถึงพวกเขาจะก้มลงหมอบหาที่หลบซ่อนตัวแล้ว แต่สวีหยู่เยียนที่กำลังเดินผ่านเพื่อไปยังซุ้มตรงที่หลี่เฟยหย่าหลบอยู่ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็น กลุ่มคนที่เธอเคยไปมีเรื่องด้วยเพราะความอิจฉาอยู่หลายคนทีเดียว “ฮ่าๆ! อ้อ… ฉันก็เผลอแปลกใจไปแวบหนึ่ง ที่เจอพวกคนสารเลวชอบทำตัวสูงส่งอย่างพวกแกไป ลืมไปได้ยังไงกันนะ แหม! ก็นี่มันสวนชนชั้นสูงของพวกแกนี่นา ดี! จะได้ไม่ต้องไปตามคิดบัญชีนังพวกที่ชอบดูถูกฉันให้เหนื่อ
บทที่ 46 ความขาดสติจนกลายเป็นความบ้าคลั่ง 1/2 หลังกลับมาจากค่ายนอกเมืองแล้วกลับเข้ามาทำงานต่อ โดยลากเพื่อนสนิททั้งสองมาเคลียร์เอกสาร ที่เหมือนทำเท่าไรก็ไม่หมดในส่วนของพวกเขา ที่บางครั้งเฉินหวงช่างต้องรับมาทำ เพราะสองพี่น้องมีงานต้องออกไปทำนอกพื้นที่ตลอด จนหาเวลานั่งติดเก้าอี้เคลียร์เอกสารน้อยเหลือเกิน วันนี้อยู่ด้วยกันแล้วถือโอกาสเปิดห้องประชุมไปด้วยเลยแล้วกัน หลี่เฟยฮุ้ยและหลี่เฟยเจินหลังจากนี้ ไม่จำเป็นต้องปิดบังตัวตนเข้ามายังตลาดลับ ที่พวกเขาร่วมลงทุนอีก คนที่เป็นเจ้านายใหญ่โดยถือเปอร์เซ็นถึง70% เลยคือเฉินหวงช่าง ส่วนสองแฝดถือคนละ 15% เมื่อหลายเดือนก่อน หยางต้าหยวนที่ถือเปอร์เซ็นอยู่ 7% อยู่ๆ ก็คิดขายคืนให้เฉินหวงช่าง ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้มีคำถามขอคำอธิบายใดๆ ให้หยางต้าหยวนตอบ เขาเพียงทำเอกสารการรับซื้อยื่นให้อีกฝ่ายเซ็น พร้อมกับให้ลูกน้องไปเอาเงินถึงสองกระเป๋าใหญ่ ส่งให้หยางต้าหยวนง่ายๆ เท่านั้น “พวกนายไปขอให้คุณลุงหลี่เจี๋ย ปล่อยข่าวการรับสมัครบอดี้การ์ดให้กับทหารปลดเกษียณที่ค่ายทางใต้ด้วยแล้วกัน” เฉินหวงช่างบอกสหายหลั
บทที่ 45 ทรมานเจ้าคนน่าขนลุก NC 🔥ชน/ช รุนแรง* ผัวะๆ!! “อ่า!... อ๊ากกก! ปล่อยฉันๆ! พวกแกมันก็ค้าขายทำลายชาติไม่ต่างจากฉันนี่ แล้วจะมาทำลายพวกเดียวกันทำไม ฮะ! อั่ก!!” เซี่ยเติ้งหลุนที่โดนฝ่าเท้าหนักๆ สองพี่น้องบ้านหลี่รุมอย่างไม่ยั้งแรง ร้องตะโกนโต้แย้งอย่างสู้อะไรไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ดูจะยังแข็งแรงดีมากๆ อยู่บ่งบอกถึงความถึกที่ซ่อนไว้ ขัดแย้งกับภาพลักษณ์คุณชายแสนสุภาพเจ้าสำอางที่แสดงให้เห็นไปก่อนหน้า พลั่กๆ!! “เหอะ! ไอ้เวร สารเลวนี่มันปากดี มีแรงพูดไม่หยุดจริงๆ! ฉันขอเตือนให้แกเก็บเสียงไว้แหกปากหลังจากนี้ดีกว่าไหม แกได้แหกปากเหม็นๆ นี่จนพอใจแน่” หลี่เฟยฮุ้ยพูดออกมาอย่างเหลืออด กับการแหกปากพ่นคำพูดหาความสำนึกไม่ได้นี่ ขณะยกเท้ากระทืบหนักๆ ลงบนร่างคุดคู้ที่พื้น เซี่ยเติ่งหลุนโดนลูกน้องของเฉินหวงช่าง พากลับมาขังไว้ก่อนหน้านี้ กำลังโดนสองแฝดบ้านหลี่จัดการทรมานระบายอารมณ์ หลังเหตุการณ์คืนวันงานเลี้ยงเมื่อวันก่อนหลายวันก่อนผ่านไป บ้านตระกูลหลี่และตระกูลเฉินทั้งสองบ้านได้ตกลงเกี่ยวดองกั
บทที่ 44 สถานะที่เปลี่ยนไป หลี่เฟยหย่าไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหนแล้ว มารู้สึกตัวด้วยความหงุดหงิด ก็ตอนที่เหมือนโดนกอดรัดจนขยับพลิกตัวไม่ได้นี่ละ แถมยังมีไอ้เจ้าความรู้สึกที่เหมือนโดนปลุกเร้าที่ร่องกลีบอวบ และปลายยอดถันนี่อีก “จ๊วบ~ จุ๊บ… จุ๊บ… ฟอด ~ จุ๊บ!….” คนหื่นที่ไม่ยอดหลับยอมนอน แม้จะปล่อยให้อีกฝ่ายนอนหลับได้เต็มอิ่ม แต่เขาก็ยังคงคลอเคลียไม่ห่าง ใบหน้าที่ติดเรียบนิ่งจนดูเย่อหยิ่งเป็นปกตินั่น ตอนนี้กลับมีแววหวาน นัยน์ตาฉายความหลงใหลอย่างแสนรัก ที่หลี่เฟยหย่าไม่คิดว่าจะได้เห็น แต่เฉินหวงช่างที่เงยหน้าขึ้นมา สบเข้ากับแววตานิ่งค้างของหลี่เฟยหย่า ที่เห็นสีหน้าและแววตาเปิดเปลือยความรู้สึกในใจตอนเผลอไปจนหมดเปลือก ชายหนุ่มไม่ได้คิดจะปกปิดแต่อย่างใด กลับยื่นใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาเลียกลีบปากอิ่ม ที่บวมช้ำของคนตัวเล็กคล้ายต้องการจะยั่วยวนกัน กอดกระชับขาเรียวเล็กข้างหนึ่ง ที่นอนในท่านอนตะแคงข้างหันหน้าเข้าหากัน ให้มาก่ายเกยบนท่อนแขนกำยำของตนมากขึ้น สะโพกแกร่งแสนร้ายกาจขยับในจังหวะเนิบนาบ ให้ท่อนเอ็นที่ไม่ยอมหลับยอมนอนตามเจ้าของ คอยเสียดแ
บทที่ 43 เฉินหวงช่าง NC 🔞🔥+++ 2/2 สองมือเรียวเล็กของหลี่เฟยหย่า ดึงรั้งกางเกงแสนเกะกะออกจากสะโพกหนั่นแน่น ที่ยกขึ้นให้ร่างเล็กถอดออกอย่างง่ายดาย “ฮ่าส์!…..” ร่างสูงหลุดครางเสียงพร่า หลังโดนสองมือเล็ก แสนเผด็จการ กดเข้ากลางลำคอหนา ให้ทิ้งตัวนอนหงาย ตรึงร่างแกร่งไว้กับพื้นเตียง ก่อนที่ร่างเล็กจะขึ้นคร่อมทิ้งสะโพกกลมมน ลงมาบดเบียดกลีบสาวอวบอูม ให้แย้มผลิบานโอบแนบไปกับแท่งร้อนลำใหญ่ “อาส์… หย่าเออร์… ฮื้มส์….” เสียงทุ้มครางเสียงต่ำสั่นพร่าอย่างกระสันซ่าน ไปกับการร่อนสะโพกเด้งๆ นั่น บดขยี้ไปกับแท่งร้อนของเขาอย่างเร่งร้อน น้ำหวานสีใสไหลอาบเคลือบความแข็งขืนจนเกิดเสียงเฉอะแฉะน่าอาย “ฮ่าส์ พี่ช่าง….. พี่ช่างขา… อ่าส์!” คนพี่โดนน้องน้อยของเขาครางเรียก ด้วยเสียงหวานหยาดเยิ้มเข้าซ้ำๆ ก็ยิ่งเพิ่มความเสียวซ่านจนปลายหัวหยักสีฉ่ำปล่อยน้ำหล่อลื่นออกมา เรียวปากหยักยกยิ้มร้ายอย่างชอบใจกับการกดตรึงร่าง จนเหมือนเขาเป็นทาสราคะ อย่างเอาแต่ใจของคนตัวเล็ก ชายหนุ่มโอบร่างเล็กให้ลงมาแนบอกอวบอิ่มไปกับแผงอกกว้าง
บทที่ 42 เฉินหวงช่าง NC 🔞 +++ 1/2 ยังไม่ทันได้พูดพล่ามความเสียสติออกมาจนจบประโยคดี เซี่ยเติ้งหลุนก็โดนมือปริศนากระชากผมจากทางด้านหลัง ให้ทันกลับมารับหมัดหนักๆ ซัดเข้าที่หน้าตรงจมูกจุดที่มีปลายประสาทจำนวนมาก “อั๊กๆ !!!” เมื่อได้รับหมัดแรกแล้วหมัดที่สอง ที่สามก็ตามมาติดๆ ซัดเข้าที่จุดเดิมซ้ำๆ เว้นดวงตาให้มันไว้มองการทรมานแสนโหดร้ายจากเขา หลังจากจบเรื่องหลังจากนี้ เฉินหวงช่างก้าวเท้ายาวๆ ตามเซี่ยเติ้งหลุน ที่พยายามลนลานลุกหนีไป จนล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น เพราะรู้ตัวว่าสู้ไม่ไหวแต่สุดท้าย ก็โดนตามมาเหยียบด้วยเท้าหนักๆ เข้าที่กลางหลัง ก่อนจะโดนพลิกตัวให้หันกลับมารับฝ่าเท้าหนักๆ อัดเข้าที่กลางอก และกลางลำตัวเข้าซ้ำๆ ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ชายหนุ่มไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำ มีเพียงแค่สีหน้าเหี้ยมเกรียมอย่างคนโกรธจัดเท่านั้น กร๊อบๆ!!!! “อั๊ก!!… อ๊ากกกกก!!!!” เฉินหวงช่างไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ เมื่อเห็นร่างเล็กบอบบางสั่นเทาอย่างไม่สู้ดีนัก เขาเลือกจับเซี่ยเติ้งหลุนหักขาออกจากข้อต่อทั้งสองข้างอย่างเลือดเย็น ไม่น