แชร์

บทที่ 80

ผู้เขียน: เบลล่า
มุมมองของซิดนีย์

ฉันกระแทกโน้ตบุ๊คปิดแล้วผู้เข้าประชุมบางคนก็เลิกคิ้วขึ้น ฉันยิ้มตอบคนคนนั้น แล้วหันกลับไปหาวิทยากรในวันนั้น

วันนั้นวุ่นวายมากนับตั้งแต่ที่ฉันมาถึงที่ทำงานในตอนเช้า มีงานโน้นงานนี้ แล้วก็การประชุมแล้วประชุมเล่า

เราเพิ่งทำการสัมมนาเรื่องการการออกแบบเครื่องประดับในช่วงแรกเสร็จ ซึ่งจัดขึ้นในบริษัทของเราเอง โชคดีที่ยังมีช่วงเบรคสั้น ๆ ก่อนจะเริ่มสัมมนากันในช่วงที่สองต่ออีก

ฉันเดินอย่างเหนื่อยอ่อนไปที่ห้องทำงานของฉัน วางโน้ตบุ๊คไว้บนโต๊ะ แล้วเดินออกจากอาคารด้วยความอ่อนล้า

ฉันแค่อยากอยู่คนเดียวในขณะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ หลังจากติดแหงกอยู่ในห้องประชุมเป็นเวลาหลายชั่วโมง!

ฉันเดินไปยังร้านกาแฟข้าง ๆ บริษัทเพื่อดื่มกาแฟสักแก้ว ร้านกาแฟร้านนี้เป็นสถานที่หลบหนีสำหรับฉันได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ซึ่งพนักงานคนอื่น ๆ จะไม่มีทางเห็นฉัน แล้วพยายามพูดคุยอะไรที่ไม่อยู่ในความสนใจของฉัน

หลังจากสั่งกาแฟแล้ว ฉันก็เดินไปนั่งด้านในสุดของร้าน ซึ่งอยู่ติดกับผนังกระจกของร้านแกแฟ ตอนแรกฉันก็ครุ่นคิดถึงการสัมมนาที่เพิ่งจบลงไป จนเกือบจะขอปากกากับกระดาษจากพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งแล้ว แต่ก็หยุดยั้งเอาไว
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทที่เกี่ยวข้อง

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 81

    "ฉันขึ้นเสียงก็เพราะฉันมีสิทธิ์ที่จะทำอย่างนั้นน่ะสิ ฉันไม่อนุญาตให้เธอไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น ในขณะที่ยังอุ้มท้องลูกฉันอยู่นะเว้ย!”“นายก็ทำได้แค่นั้นเอง รู้ไหม" เบลล่าทำหน้านิ่วคิ้วขมวด "โอ้อวดซะจริงนะ พูดเหมือนนายเหมือนจะย้ายสวรรค์และโลกได้อย่างนั้นแหละ แต่ไม่มีปัญญาดูแลเด็กที่อ้างว่าเป็นลูกนายได้หรอก" ฉันเลิกคิ้วขึ้นสูงพร้อมกับเบิกตาโพลง ว้าว เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? เบลล่าน่าจะตั้งท้องลูกของมาร์คไม่ใช่เหรอ? นี่เบลล่ากำลังสวมเขาให้มาร์คอยู่เหรอ? ฉันเอามือปิดปากหัวเราะเบา ๆพวกเขายังคงโต้เถียงกันต่อไป ฉันแน่ใจว่าคนที่เดินผ่านไปผ่านมารวมทั้งลูกค้าในร้านกาแฟแห่งนี้ได้ยินที่พวกเขาพูดกันหมดฉันไม่อยากจะฟังอะไรมากไปกว่านี้แล้ว เพราะฉันรู้ดีว่าการล่วงรู้อะไรเกี่ยวกับเบลล่ามาก ๆ นั้น มักจะนำปัญหาเข้ามาอย่างไม่รู้จบเสมอ ไม่มีอะไรมากกว่านี้หรอกฉันเดินกลับไปยังที่นั่งเดิมและเตรียมตัวที่จะออกจากร้านไป ในขณะที่ฉันหมุนตัวที่จะเดินออกจากร้านไปนั้น ฉันก็สังเกตเห็นว่าเบลล่ากับผู้ชายคนนั้นขยับเข้ามาใกล้ทางออกมากขึ้น พวกเขายังคงโต้เถียงกันอยู่โดยต่างฝ่ายต่างสาดคำพูดใส่กัน แต่ฉันแน่ใจว่าถ้าฉันเดินผ่

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 82

    "นี่มันเรื่องอะไรกัน?!” ฉันชูมือขึ้นไปแล้วพูดออกมาในขณะคลายความตื่นเต้นลงแล้ว "ทำไมเธอถึงโผล่เข้ามาแบบนั้นล่ะ? ฉันเกือบหัวใจวายตายแล้วนะ"เธอเบ้ปาก "หล่อนทำให้ฉันเกือบหัวใจวายเหมือนกันแหละตอนที่เห็นเธอนั่งอยู่ตรงนี้" เธอเลิกคิ้วที่สวยได้รูปขึ้นไป "หล่อนสะกดรอยตามฉันมาเหรอ? ฉันแน่ใจว่าการสะกดรอยตามในวันนี้คงประสบความสำเร็จสินะ เพราะได้ยินทุกอย่างแล้วใช่ไหม?”ฉันมองดูเธอ "เธอ… เธอ...”เธอยิ้มอย่างเย็นชา "เธออะไร? อย่าบอกนะว่าหล่อนไม่ได้ยินอะไรเลย" จากนั้นเธอก็ทำเสียงยียวนและขมวดคิ้วอย่างตั้งอกตั้งใจ "อย่าโกหกนะ ซิดนีย์"ฉันกลอกตา "ฉันหมายความว่าเธอไม่ควรดื่มกาแฟมากขนาดนั้นนะ เธอท้องอยู่"เบลล่าหัวเราะเบา ๆ แล้วฉันก็สงสัยว่าฉันพูดตลกตรงไหน จากนั้นเธอก็หยุดหัวเราะพร้อมกับกลอกตา แล้วพูดว่า "ใครใช้ให้หล่อนสั่งกาแฟล่ะ?”ฉันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก ฉันสั่งกาแฟมากินเองเถอะ! ไม่ได้เชิญเธอมานั่งดื่มกาแฟด้วยกันซะหน่อย แต่ฉันไม่อยากจะโต้เถียงกับผู้หญิงท้อง นอกจากนี้ การโต้เถียงกับเบลล่าก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาหรอก เสียเวลาเปล่า ๆ ฉันส่งสัญญาณให้พนักงานเสิร์ฟ "เอาน้ำผลไม้มาใ

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 83

    ฉันพยายามหาเหตุผลกับเธออีกครั้ง "อย่างน้อย" ฉันชี้ไปที่โทรศัพท์ในมือเธอ "เธอก็คงเห็นแล้วนะว่าฉันไม่ได้ติดต่อกับ" ฉันเลิกคิ้วขึ้นในขณะกระดิกนิ้วเป็นเครื่องหมายคำพูด "ผู้ชายของเธอเลยนับตั้งแต่เราหย่ากัน ฉะนั้น ฉันก็ไม่เป็นภัยอันตรายกับเธออย่างแน่นอน"ไม่ว่าฉันจะพูดอะไรออกไป เบลล่าก็ยังกำโทรศัพท์ไว้แน่น "นั่งลงดื่มกาแฟกับฉันก่อน แล้วฉันจะคืนให้"บ้าจริง!“ฉันไม่อยากนั่งดื่มกาแฟกับเธอ แค่ส่งโทรศัพท์นั้นมาก็พอ!” ฉันพูดออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยความหงุดหงิด และพยายามยับยั้งตัวเองไม่ให้พุ่งเข้าไปหาเธอ“งั้นก็โอเค" เธอเอนตัวพิงเก้าอี้แล้วเก็บโทรศัพท์เข้าไปไว้ในกระเป๋า เธอเงยหน้าขึ้นมองแล้วส่งยิ้มหวานให้ฉัน "เธอออกไปได้แล้ว"หน้าอกของฉันกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความเดือดดาล เสียดายที่เธอตั้งท้องอยู่ ไม่งั้นฉันคงระบายความโกรธและความหงุดหงิดกับเธอไปแล้ว และฉันรู้ว่านั่นคือสิ่งที่เธอกำลังเดิมพันอยู่ เธอถึงได้กล้าทำอะไรแบบนั้น เธอรู้ว่าไม่ว่าจะทำอะไรลงไป ฉันจะไม่มีวันลงไม้ลงมือกับผู้หญิงท้อง และถึงแม้ทำอย่างนั้น ฉันก็ต้องเป็นฝ่ายผิด ตำรวจจะไม่เข้าข้างฉันอย่างแน่นอนเมื่อมาถึง เพราะท้ายที่สุดแล้วฉันกำ

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 84

    “เคยมีลูกเหรอ?” ฉันแอบคิดอยู่ในใจแล้วร่างกายก็เกร็งขึ้นเล็กน้อย แน่นอนว่าฉันไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินเรื่องแบบนี้เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่นะ? เกิดในช่วงสามปีที่เธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหรือเปล่า? แต่ถึงแม้ฉันจะมีคำถามอยู่มากมาย แต่ฉันก็ยังพยามทำเป็นใจเย็นและแสดงสีหน้าเฉยเมยฉันจดจ่ออยู่กับริ้วคลื่นที่แทบมองไม่เห็น ซึ่งก่อตัวขึ้นบนพื้นผิวกาแฟในถ้วยในขณะคนกาแฟที่มีควันกรุ่นช้า ๆ“ไม่อยากรู้" ฉันพูดเรียบ ๆ อย่างไม่ใส่ใจพูดตามตรงนะ ฉันไม่สนใจที่จะได้ยินเรื่องราวใด ๆ เกี่ยวกับอดีตอันมืนมน ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนนั้นฉันจะเคยสนใจในเรื่องนั้นมาก่อนก็ตาม เราจะขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่ออะไรกัน?ในขณะที่เรานั่งพูดคุยท่ามกลางเสียงกระทบกันของช้อนส้อมในร้าน แต่เสียงพวกนั้นก็ค่อย ๆ เงียบลงจนกลายเป็นเสียงพึมพำในระยะไกล ในขณะที่ดวงตาของเบลล่าจ้องมาที่ฉันราวกับตะปูที่กำลังตอกเข้ามาในตัวฉัน นิ้วมือโอบอยู่รอบถ้วยกาแฟ แล้วเธอยกขึ้นจิบอย่างช้า ๆ ก่อนจะกลอกตา“ถึงยังไงฉันก็จะเล่าให้เธอฟังอยู่ดี" เธอยักไหล่ฉันก็ยักไหล่เช่นกันในขณะจิบกาแฟแล้วหันไปมองวิวนอกหน้าต่างร้านกาแฟ ฉันพยายามปล่อยตัวปล่อยใจไปกับทัศ

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 85

    "ฉันอุ้มลูกไปร้องไห้ไปเพราะความขมขื่นอยู่บนเตียงคลอด"ตอนนั้นฉันพูดอะไรไม่ออกไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงดี?ฉันควรจะพูดกับเธอยังไงดีล่ะ?เห็นได้ชัดว่าไม่มีคำพูดที่แสดงความสงสารออกมาจากใจจริง เพราะถึงแม้จะรู้สึกแย่กับเรื่องราว แต่ฉันกลับไม่รู้สึกเสียใจอะไรเลยฉันเอนหลังพิงเก้าอี้พร้อมกับแก้วกาแฟที่วางเปล่า“นับเป็นเรื่องราวที่ดีนะ" ฉันพูดพร้อมกับโบกมือ "แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้เราญาติดีกันได้นะ ยังไงผู้หญิงที่เข้าไปวุ่นวายในชีวิตแต่งงานของคนอื่นนั้นเป็นคนสารเลวอยู่ดี แล้วเธอเอง ก็เลือกที่จะเข้ามาวุ่นวายในชีวิตแต่งงานของฉัน ซึ่งก็หมายความว่าเธอก็เป็นผู้หญิงสารเลวเหมือนกัน เรื่องราวที่เธอเล่าให้ฉันฟังไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ ฉันก็ไม่ใช่คนที่ทำให้เธอต้องทนทุกข์ทรมาณ แต่ในทางกลับกัน ฉันต้องรับมือกับผลที่ตามมาจากความหุนหันพลันแล่นของเธอ ฉะนั้นฉันก็จะไม่เห็นอกเห็นใจเธอหรอกนะ"สีหน้าของเบลล่าแปรเปลี่ยนเป็นความเดือดดาล รูจมูกขยายกว้างขึ้นในขณะที่กำแก้วกาแฟแน่น เส้นเลือดบนหลังมือก็ดูปูดโปนขึ้นมา“ฉันไม่ต้องการความสงสารจากหล่อน" เธอพูดออกมาอย่างเร่าร้อน "ที่ฉันเล่าให้ฟังก็เพราะฉันต้องทนทุกข์ทรมาณมามาก

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 86

    หลังจากผมหย่ากับซิดนีย์อย่างเป็นทางการแล้ว คุณยายดอริสก็โอนหุ้นที่เหลือให้กับผม ผมกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดและเป็นผู้รับผิดชอบโดยพฤตินัย เนื่องจากตอนนี้ผมถือหุ้นของจีที กรุปถึง 46%ความก้าวหน้าใหม่นี้ทำให้ประวัติผู้ถือหุ้นได้รับการอัพเดทอย่างเป็นทางการ และเป็นไปตามคาด ความมั่งคั่งสุทธิของผมทะยานขึ้นไปสูงลิ่ว สาธารณชนรับรู้ถึงเรื่องนี้ แล้วผมก็ถูกสัมภาษณ์จากสถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และมักจะมีนักข่าวมาดักรอผมอยู่ข้างนอกมากมาย ตอนนี้ตำแหน่งของผมในจีที กรุปมั่นคงขึ้นแล้วและไม่ได้ผูกมัดอยู่กับใคร แต่ผมรู้ว่าผมยังต้องระมัดระวังตัว และคอยระวังพวกที่อาจมารวมหัวกันแล้วขายหุ้นให้กับคนในกลุ่ม เพียงเพื่อจะได้เห็นผมล่มจมเมื่อมีการร้องขอเข้ามาไม่หยุด ในที่สุดผมก็สั่งให้ผู้ช่วยตอบรับคำขอสัมภาษณ์รายหนึ่งไป ผมเลือกช่องเศรษฐกิจที่มีชื่อเสียงที่สุดของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยให้ทุกคนได้ข้อมูลที่พวกเขาอย่างจะรู้กันนอกจากนี้ ผมยังตั้งเงื่อนไขให้กับพวกเขาด้วย ผมสื่อสารออกไปอย่างชัดเจนว่าผมจะไม่ตอบคำถามที่เป็นเรื่องส่วนตัว ถ้ากล้าลองดีที่จะทำอย่างนั้น สถานีโทรทัศน์ของพวกเขาจ

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 87

    พวกเขาปรบมือและส่งเสียงเชียร์ในขณะที่ไฟกล้องดับลง พิธีกรคนนั้นก็เข้ามาจับมือผมเขย่าอีกครั้งพร้อมกับยิ้มแฉ่ง ผมเดินออกจากห้องประชุมนั้น ผู้ช่วยและบอดี้การ์ดก็เดินตามมาด้วย มีแฟนคลับบางส่วนมาของลายเซ็น ในขณะที่มีนักข่าวบางคนกล้าถามเกี่ยวกับการแต่งงาน“ไม่มีความเห็นครับ" ผู้ช่วยพูดคำ ๆ นั้นซ้ำ ๆ อย่างเคร่งครัด ในขณะที่ผมเซ็นชื่อลงบนเสื้อ หนังสือ กระเป๋าใส่โทรศัพท์...หรืออะไรก็ตามที่พวกเขานำมาให้เซ็นทันทีที่ผมก้าวขึ้นไปนั่งในรถ ใบหน้าก็ดูเหี่ยวเฉาลงทันที ไม่มีรอยยิ้มแสดงออกมาให้เห็น ผมคลายเน็กไทออกหลวม ๆ "บ้าชะมัด ยิ้มจนเจ็บหน้ามากเลยนะ"ผู้ช่วยของผมยิ้มแล้วหันกลับมา "แต่คุณทำได้ดีมากเลยนะครับ ผู้ชมต่างชื่นชมคุณมากจริง ๆ"“ก็ควรจะเป็นอย่างนั้นนะ" ถึงแม้ผมจะรู้สึกปวดแก้ม แต่ก็อดที่จะยิ้มให้กับความสำเร็จของการให้สัมภาษณ์ และการวางแผนเกี่ยวกับจีที กรุปในอนาคตไม่ได้ “อีกอย่างหนึ่งครับ" ผู้ช่วยเอี้ยวตัวมาพูดกับผมจากทางด้านหน้า "รายงานทางการแพทย์ที่คุณขอมาอยู่นี่แล้วครับ"ผมหุบยิ้มทั้นทีพร้อมกับพยักหน้า แล้วเอื้อมมือออกไปรับในขณะที่เขาวางลงบนฝ่ามือของผมผมแค่มองดูมันอยู่ครู่หนึ่ง ผมคาดห

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 88

    ในห้องนั้นมีเพียงแสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์และจอทีวีเท่านั้น ทีวีถูกปิดเสียงเอาไว้ในขณะที่ฉันกับเกรซเล่นโทรศัพท์กันอย่างเกียจคร้าน“โอ้โห" เกรซชูโทรศัพท์ไว้ตรงหน้าฉัน "ดูนี่สิ ซิดนีย์"สายตาจับจ้องไปยังชุดที่อยู่บนหน้าจอโทรศัทพ์ของเธอ ซึ่งดูเหมือนชุดที่เกรซออกแบบมาก ฉันขมวดคิ้ว "มันดูเหมือนชุดที่เธอออกแบบมากเลย"เกรซหัวเราะเบา ๆ "ก็เป็นชุดที่ฉันออกแบบเองแหละ" เธอเลื่อนไปที่รูปก่อนหน้านี้ "นี่คือชุดต้นฉบับ เธอเป็นหนึ่งในลูกค้าของเรา เธอซื้อชุดนี้ไปแล้วทำขึ้นมาใหม่ จากนั้นก็แท็กมาที่เรา" ฉันพยักหน้าแล้วร้องโอ้โหแบบไม่มีเสียง“ใช่แล้ว" เธอเอนหลังลงบนโซฟา "เธอพยายามมากเลย จริงไหม?”“ใช่ แต่ก็ยังไม่ใช่ผลงานของเธอซะทีเดียว เป็นแค่การออกแบบเท่านั้นเอง"“อืมมม" เธอพึมพำ "ฉันคิดว่าเธอทำได้ดีมาก บางทีเราควรจ้างเธอมาทำงานให้นะ"“โอ้ ขอร้องล่ะ"เกรซหัวเราะกับคำพูดของฉัน แล้วจู่ ๆ ก็หยุดกึก "นั่นมาร์คนี่ ใช่ไหม?”ฉันขมวดคิ้วแล้วกดปุ่มหยุดเล่นคลิปนั้นชั่วคราวทางยูทูปอีกครั้ง "แล้วไงต่อเนี่ย? มาร์คเลียนแบบเครื่องประดับที่เราขายให้เขาอย่างนั้นเหรอ?”“เปล่า" มีการหยุดเว้นช่วงลงฉันเลยถือเป็นส

บทล่าสุด

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 430

    ไอเดน"ไม่เป็นไรแล้วค่ะ" ชารอนพูดขณะที่เธอโอบแขนรอบไหล่ "คุณต้องหยุดโทษตัวเองเรื่องนี้ได้แล้ว ที่รัก มันไม่ใช่ความผิดของคุณ และการทุ่มเทตัวเองให้กับการสอบสวนทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรด้วยเลย""ผมต้องหาตัวคนผิดมาให้ได้ ชารอน ผมต้องหาว่าใครทำเรื่องนี้ นี่เป็นสิ่งเดียวที่ผมทำเพื่อลูกสาวผมได้ ซึ่งจะทำให้ความรู้สึกผิดนี้ทุเลาลง" "ถ้ามันเป็นวิธีเดียว คุณก็ควรทำอยู่แล้ว" เธอให้กำลังใจ "ฉันจะคอยดูแลให้พ่อช่วยในคดีนี้ด้วย ฉันสัญญา"พ่อของเธอโทรหาผมครั้งหนึ่งเพื่อแสดงความเสียใจกับการจากไปของลูกสาวผม ซึ่งไม่ได้เป็นอะไรกับลูกสาวเขาเลย และเขาฟังดูไม่พอใจนัก ผมประหลาดใจด้วยซ้ำที่เธอจะบอกเรื่องนั้นกับพ่อของเธอ ผมสงสัยว่าเขาอยากจะช่วยเปิดโปงฆาตกรของเด็กที่ไม่ใช่ลูกของเขาในทางใดทางหนึ่งหรือไม่ แต่ผมเก็บเรื่องนั้นไว้กับตัวเอง"ขอบคุณครับ" ผมบอกเธอแทนเธอโอบกอดผมครึ่งหนึ่ง และคราวนี้ไม่ได้ผละออกทันที ในวันแบบนี้เองที่เธอไม่ได้กระโดดหนีจากผมเหมือนผมติดเชื้อเมื่อใดก็ตามที่ผมพยายามสัมผัสเธอ"แล้วคุณจะยิ้มให้ฉันไหม?" เธอยิ้มขณะที่ดึงผิวแก้มของผมเพื่อพยายามทำให้ผมยิ้มเมื่อผมเอามือของเธอออก เธอก็แสร้

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 429

    เดนนิสหลังจากผ่านไปสองสามสัปดาห์ เมื่อผมไม่ได้ยินเสียงอะไรออกมาจากห้องของเอมี่อีกเลย ผมรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติผมไม่ลังเลที่จะงัดประตูเข้าไปและพบว่าเธอหมดสติ รอบๆ ตัวเธอมีขวดน้ำและอาหารขยะมากมายจนผมสงสัยว่าเธอต้องแอบออกไปซื้อพวกมันตอนที่ผมนอนหลับแน่ๆ นอกจากนี้ยังมีเศษขนมปังปิ้งและกล่องพิซซ่าที่ผมสอดเข้าไปในห้องจากใต้ประตู ผมเดาว่าพวกมันคงไม่พอผมรีบอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน รัดจัสตินไว้ในเบาะรถสำหรับเด็ก และรีบพาเธอไปโรงพยาบาลหลังจากที่เธอถูกพาเข้าไปประมาณหนึ่งชั่วโมง แพทย์ก็ออกมา "เธอโชคดีมากที่คุณพาเธอมาทันเวลา"ผมเอามือลูบหน้าด้วยความโล่งใจ ดีใจที่นี่ไม่ใช่การประกาศการตายอีกครั้ง"ตอนนี้ คนไข้มีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง น้ำตาลในเลือดต่ำ และอวัยวะทำงานหนักเกินไป หากคุณไม่พบเธอทันเวลา เราคงกำลังพูดถึงอาการอ่อนเพลียอย่างรุนแรง อวัยวะล้มเหลว และอาจเกิดบาดแผลทางจิตใจในตอนนี้"ผมควรจะพังประตูเข้าไปเร็วกว่านี้ คำพูดเหล่านั้นผุดขึ้นมาในความคิดของผม ผมควรจะบังคับเธอออกมาและบังคับให้เธอกิน ผมแค่คิดว่าเธอต้องการเวลาในการโศกเศร้าตามลำพัง"ดังนั้นเธอจะต้องอยู่ที่นี่สองสามวันขณะที่เราจัดการกับอา

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 428

    มุมมองของนักเขียนขณะที่การสอบสวนเข้มข้นขึ้น มีการสอบปากคำมากขึ้น คนขับแท็กซี่และพนักงานร้านค้าที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุถูกสอบปากคำ กล้องวงจรปิดบริเวณนั้นทั้งหมดก็ถูกตรวจสอบเช่นกันไอเดนตั้งใจจริงที่จะไม่ละเลยสิ่งใด ๆ แม้แต่น้อยและเมื่อสิ่งต่างๆ ถูกเปิดเผย หลักฐานที่น่าตกใจมากขึ้นก็ถูกค้นพบ เช่น รองเท้าของเอมี่ข้างหนึ่งที่พบอยู่ข้างรถโดยสารที่ถูกทิ้งร้าง ซึ่งอยู่ห่างจากร้านค้าที่เธออยู่กับแม่ไปไม่กี่ร้านในที่สุด ผู้กระทำผิดก็ถูกพบหัวใจของนักสืบเต็มไปด้วยความสุขขณะที่เขาลงจากรถตู้และนำทีมเข้าไปในอาคาร มั่นใจว่าเขามาถูกทางแล้วในครั้งนี้ที่ทางเข้า พวกเขากระจายตัวออกไป ทีมแต่ละทีมไปยังตำแหน่งที่กำหนด เนื่องจากอาคารถูกเฝ้าติดตามมาหลายวันสิ่งที่พวกเขาต้องการคือลายนิ้วมือบนรถโดยสารที่ถูกทิ้งร้าง และคดีที่เหลือก็คลี่คลายไปเองอย่างน่าอัศจรรย์ อย่างน้อย นักสืบก็อยากจะเชื่อเช่นนั้นทันทีที่นักสืบพร้อมทีมของเขาเดินผ่านห้องโถงขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่า และผ่านทางเดิน เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ สถานที่นั้นเงียบสงัดอย่างน่าขนลุกเขาเปิดประตูทีละบานในทางเดิน แต่ละห้องสว่างไสว จนกระทั

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 427

    มุมมองของนักเขียนยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้นนั่นคือคำพูดที่ชารอนบอกตัวเองซ้ำๆ เพื่อลดความรู้สึกผิดที่เพิ่มขึ้นบ่อยครั้งที่เธอคิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้าเธอแค่พูดความจริงเกี่ยวกับเรื่องตั้งครรภ์ของเธอ และใช้ชีวิตกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น การอยู่กับไอเดนไม่คุ้มค่ากับความรู้สึกผิด หลุมดำที่ไม่มีวันสิ้นสุดที่เธอกำลังจมลงไปตอนนี้เธอเข้าใกล้กำหนดคลอดปลอมมากขึ้น ไอเดนก็แสดงความรักต่อเธอมากขึ้น พวกเขาใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น บางครั้งเธอสงสัยว่าการตายของเด็กผู้หญิงที่น่าสงสารคนนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร มันก็ไม่คุ้มค่า เพราะเธอไม่มีความสุข เธอมีทุกสิ่งที่เธอต้องการ การเอาใจใส่ของไอเดนอย่างเต็มที่ เต็มที่เท่าที่เขาจะทำได้กับการสอบสวนที่เขาทุ่มเทให้เมื่อใดก็ตามที่เขาไม่ได้อยู่กับชารอน ช่วยเธอทำอาหาร หรือส่งอาหารที่เขาสั่งให้เธอ หรือทำความสะอาดบ้านเพราะเธอไม่ต้องการให้แม่บ้านมาอีกต่อไป เขาก็จะอยู่ที่สถานี ไขคดีของเอมี่ มองหาคำตอบที่อยู่ใต้หลังคาบ้านของตนเองตอนนี้ ชารอนไม่ได้ต่อสู้กับความรู้สึกผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในการตายของเอมี่เท่านั้น แต่เธอยังไม่มี

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 426

    ไอเดนผมควรจะฟังอาน่า ผมควรจะซ่อนตัวเฉยๆ ตอนที่ผมตามเธอไป ผมไม่ควรต่อสู้กับคนพวกนั้น ผมควรจะควบคุมความโกรธของตัวเอง... ที่สำคัญที่สุด ช่วงเวลาหยุดชะงักสั้นๆ ช่วงเวลาไม่กี่วินาทีที่ผมหยุดและบอกเธอว่าผมเป็นพ่อของเธอ ผมไม่ควรทำแบบนั้น ผมควรจะพาเธอออกจากที่นั่นไปที่ปลอดภัยทันที ถ้าผมไม่ได้ใช้เวลาเหล่านั้นอย่างผิดๆ บางทีเอมี่ก็คงยังอยู่ที่นี่ แต่ผมเห็นแก่ตัวมาก ทั้งๆ ที่ผมอ้างว่ารักและห่วงใยเธอเดนนิสพูดถูก เขาห่วงใยเธอมากกว่าผมนัก เขาเติบโตมากับเธอ เขาเลี้ยงดูเธอและเฝ้าดูเธอเติบโตมาตั้งแต่แรกเกิด ผมไม่มีทางรักเธอได้มากกว่าเขามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมสามารถและควรจะทำแตกต่างออกไป ทำได้ดีกว่านี้ แต่มันสายเกินไปแล้วเธอจากไปแล้วขณะที่ผมจ้องมองภาพถ่ายเพียงภาพเดียวที่เราถ่ายด้วยกันตอนที่เธอยังอยู่ในโรงพยาบาล มันยังคงยากที่จะเชื่อมันเพิ่งจะเกือบปีเท่านั้นตั้งแต่ผมรู้ว่าเธอเป็นลูกของผม ตั้งแต่ผมสามารถอุ้มเธอและดูเธอหัวเราะและยิ้มและกวนผมเรื่องการพบตัวเอง และตอนนี้เธอจากไปแล้วเหรอ?ผมหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น ตลกเป็นบ้าความตายโหดร้ายแบบนี้เหรอ? พันมือเย็นเยียบที่กัดกร่อนรอบตัวคนที่พวกเขาไม

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 425

    มุมมองของนักเขียนณ วินาทีนั้น โลกของอาน่าก็พังทลายลงต่อหน้าต่อตาเธอ"คุณหมอหมายความว่ายังไงที่เธอไปแล้ว?" ดวงตาเอ่อล้นขณะที่เธอกำเสื้อคุลมของแพทย์ "บอกกับฉันสิคุณหมอ บอกฉันว่าเอมี่จะไม่เป็นอะไร""ผมเสียใจด้วยครับ คุณอนาสตาเซีย" แพทย์พูด รู้สึกสงสารเด็กผู้หญิงที่น่าสงสารคนนี้ เธอไม่สมควรได้รับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสิ่งที่เธอต้องเผชิญ"อาน่า" เดนนิสกลืนน้ำลายขณะดึงเธอออกมาเมื่อเธอไม่ยอมปล่อยเสื้อของแพทย์"ปล่อยฉัน" เธอตะโกนและผลักเดนนิสออกไปจากเธอ "ไปให้พ้น"เดนนิสกำลังจะเดินกลับไปหาเธอเมื่อแพทย์ยกมือขึ้นเพื่อหยุดเดนนิส เขาฉีกยิ้มเล็กน้อยให้เขา แสดงว่าไม่เป็นไรอาน่าค่อยๆ ทรุดตัวลงบนพื้น แขนโอบรอบตัวเองขณะที่เธอคร่ำครวญ "ไม่"จากนั้นเธอก็ส่ายหัว "ไม่ เอมี่จะทิ้งแม่ไปไม่ได้นะลูก” เธอร้องไห้ขณะวิ่งไปตามทางเดินก่อนที่ใครจะหยุดเธอได้ เธอก็เปิดประตูห้องของเอมี่ เธอวิ่งไปข้างๆ เอมี่และดึงผ้าปูที่นอนออกจากร่างของเธอ"เอมี่" เธอตบแก้มของเธอเบาๆ "เอมี่ ตื่นสิ แม่มาแล้ว เอมี่ลูก" เธอเรียกซ้ำ ๆ ร่างกายสั่นเทาไปกับการร้องไห้ น้ำตาหยดลงบนใบหน้าของเอมี่และชุดคนไข้ที่เธอยั

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 424

    มุมมองนักเขียนขณะที่ไอเดนรู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ ไหลลงมาตามแขนด้านข้างของเธอ หัวใจก็หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาทรุดตัวลงคุกเข่า และวางร่างไร้เรี่ยวแรงของเอมี่ลงบนพื้น"เอมี่ ไม่นะ พ่ออยู่นี่แล้ว" เขาพึมพำอย่างกระวนกระวายขณะที่กดมือลงบนด้านข้างเพื่อห้ามเลือดดวงตาของเอมี่เปิดอยู่ แต่ดูเหมือนไร้ชีวิตชีวา เอมี่พยายามพูดอะไรบางอย่าง เธอพยายามถามเขาว่าเขาเป็นพ่อของเธอจริงๆ หรือไม่ เธอมีพ่อสองคนจริงๆ หรือไม่ แต่เธอขยับริมฝีปากไม่ได้ และสายตาของเธอก็พร่ามัวอย่างรวดเร็ว"เอมี่ เอมี่ หนูจะไม่เป็นอะไร อดทนไว้" ไอเดนพูดอย่างรวดเร็วขณะดึงเสื้อของเขาออกและผูกไว้รอบเอวของเธอ หวังอย่างแรงกล้าว่าเลือดจะหยุดไหล แต่กลับแย่ลงมีเสียงเอะอะเล็กน้อย มีเสียงฝีเท้าหลายคู่ขณะที่เดนนิสรีบเข้ามาในอาคารพร้อมกับตำรวจเมื่อเห็นตำรวจ ชายสองคนก็รีบลุกขึ้นและเดินออกจากอาคาร ตำรวจสองคนรีบตามพวกเขาไปทันทีไอเดนไม่ได้ละสายตาจากเอมี่เลยแม้แต่วินาทีเดียว "ได้โปรด เอมี่ ได้โปรด" เขาพึมพำอย่างสิ้นหวัง "อย่าจากพ่อไป" เขาเฝ้าดู หัวใจแตกสลายขณะที่ดวงตาของเอมี่ค่อยๆ หลับลง"เกิดอะไรขึ้นวะ?!" เดนนิสระเบิดเสียงออกมาขณะรีบเข้ามา

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 423

    มุมมองนักเขียน“ไม่!”ไอเดนและเดนนิสพูดออกมาพร้อมกันอนาสตาเซียมองสลับไปมาระหว่างทั้งสองคน ยิ่งโกรธมากขึ้น "หมายความว่าไงว่าไม่?""อาน่า คุณ…"“ฉันไม่…”แต่ละคนเริ่มพูดอีกครั้ง และมันก็แทรกกัน"ฉันไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น!" เธอหยุดพวกเขาด้วยการยกมือทั้งสองข้างขึ้น "ฉันจะไปเอง แค่นี้!" เธอพูดจบแล้วคว้ากระเป๋าผ่านมากว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วหลังจากที่พวกเขาได้รับวิดีโอ พวกเขาหาเงินมาได้สำเร็จ แต่พวกเขาก็ยังไม่มีใครที่จะเอาเงินไปส่งที่สถานที่ที่กำหนด เพราะไอเดนและเดนนิสไม่เห็นด้วยกันชายสองคนพยายามพูดให้เธอเปลี่ยนใจไอเดนเข้าใจมุมมองของเดนนิส ไม่ใช่ว่าเขามีเงินเหลือเฟือที่จะเอาไปให้คนลักพาตัว เขาแค่อยากได้ลูกสาวคืน เมื่อเธอปลอดภัยในอ้อมแขนของพวกเขาแล้ว พวกเขาค่อยให้ทางการและหน่วยรักษาความปลอดภัยทุกประเภทเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ไม่ใช่เพื่อแลกกับความปลอดภัยของเอมี่ "มาเถอะ อาน่า เราทำได้ คุณอยู่กับจัสตินที่นี่เถอะนะ" เขาพูดขณะที่สายตาของเขาจ้องไปที่จัสตินที่กำลังดิ้นอยู่ในเปลของเขา ขณะที่เขามองดูพวกเขาอย่างสงสัย"ไม่!" อาน่าไม่ยอม "พวกคุณเสียเวลามากพอแล้ว"อนาสตาเซียพยายามอดทน แต่พวกเขา

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 422

    อนาสตาเซียในเวลาเพียงวันเดียว ฉันต้องนั่งฟังการสอบปากคำมากกว่าที่ฉันเคยฟังมาทั้งชีวิตพนักงานทุกคนในร้านและแม้แต่ผู้คนที่เดินผ่านไปมาก็ถูกสอบถามอย่างสุภาพ พวกเขาถูกถามว่าบังเอิญเจอผู้หญิงกับเด็กหรือไม่ พวกเขาถามพร้อมกับบอกลักษณะของผู้หญิงและเอมี่ แต่ไม่มีใครเลย แม้แต่คนเดียวที่เห็นพวกเขา มันเหมือนกับว่าพวกเขาหายตัวไปในอากาศธาตุฉันหยุดน้ำตาที่ไหลลงมาไม่ได้เอมี่ที่น่าสงสาร เธอเพิ่งจะออกจากเตียงโรงพยาบาลที่ต้องนอนอยู่เป็นเดือนๆ เท่านั้น กลับถูกลักพาตัวโดยคนโชคร้ายบางคน มันไม่ยุติธรรมกับเธอเลยพวกเขาจะได้อะไรจากเรื่องนี้?ฉันสงสัยว่าตอนนี้ลูกเป็นอย่างไร คนพวกนั้นพาลูกไปไว้ที่ไหน? ลูกจได้กินอะไรไหม? หิวน้ำไหม? ลูกต้องหนาวแน่ๆฉันเหลือบมองยาของเธอที่ยังคงวางอยู่บนเคาน์เตอร์โดยไม่มีใครแตะต้อง รอให้เอมี่มาใช้ ฉันใช้เวลาทั้งคืนมองแต่ของพวกนั้น และในบางจุด แม้แต่จัสตินก็เริ่มร้องไห้ เขาคงสังเกตเห็นว่าพี่สาวของเขาไม่อยู่แล้วไอเดนและเดนนิสยังคงออกไปตามหาเธอ ทั้งคู่พิมพ์โปสเตอร์ที่มีรูปของเอมี่พร้อมเงินรางวัลสำหรับผู้ที่พบเธอในเวลาไม่กี่ชั่วโมง พวกเขาติดโปสเตอร์ตามสถานที่ต่างๆพวกเขาทำ

สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status