Share

บทที่ 87

Author: เบลล่า
พวกเขาปรบมือและส่งเสียงเชียร์ในขณะที่ไฟกล้องดับลง พิธีกรคนนั้นก็เข้ามาจับมือผมเขย่าอีกครั้งพร้อมกับยิ้มแฉ่ง ผมเดินออกจากห้องประชุมนั้น ผู้ช่วยและบอดี้การ์ดก็เดินตามมาด้วย มีแฟนคลับบางส่วนมาของลายเซ็น ในขณะที่มีนักข่าวบางคนกล้าถามเกี่ยวกับการแต่งงาน

“ไม่มีความเห็นครับ" ผู้ช่วยพูดคำ ๆ นั้นซ้ำ ๆ อย่างเคร่งครัด ในขณะที่ผมเซ็นชื่อลงบนเสื้อ หนังสือ กระเป๋าใส่โทรศัพท์...หรืออะไรก็ตามที่พวกเขานำมาให้เซ็น

ทันทีที่ผมก้าวขึ้นไปนั่งในรถ ใบหน้าก็ดูเหี่ยวเฉาลงทันที ไม่มีรอยยิ้มแสดงออกมาให้เห็น ผมคลายเน็กไทออกหลวม ๆ "บ้าชะมัด ยิ้มจนเจ็บหน้ามากเลยนะ"

ผู้ช่วยของผมยิ้มแล้วหันกลับมา "แต่คุณทำได้ดีมากเลยนะครับ ผู้ชมต่างชื่นชมคุณมากจริง ๆ"

“ก็ควรจะเป็นอย่างนั้นนะ" ถึงแม้ผมจะรู้สึกปวดแก้ม แต่ก็อดที่จะยิ้มให้กับความสำเร็จของการให้สัมภาษณ์ และการวางแผนเกี่ยวกับจีที กรุปในอนาคตไม่ได้

“อีกอย่างหนึ่งครับ" ผู้ช่วยเอี้ยวตัวมาพูดกับผมจากทางด้านหน้า "รายงานทางการแพทย์ที่คุณขอมาอยู่นี่แล้วครับ"

ผมหุบยิ้มทั้นทีพร้อมกับพยักหน้า แล้วเอื้อมมือออกไปรับในขณะที่เขาวางลงบนฝ่ามือของผม

ผมแค่มองดูมันอยู่ครู่หนึ่ง ผมคาดห
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 88

    ในห้องนั้นมีเพียงแสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์และจอทีวีเท่านั้น ทีวีถูกปิดเสียงเอาไว้ในขณะที่ฉันกับเกรซเล่นโทรศัพท์กันอย่างเกียจคร้าน“โอ้โห" เกรซชูโทรศัพท์ไว้ตรงหน้าฉัน "ดูนี่สิ ซิดนีย์"สายตาจับจ้องไปยังชุดที่อยู่บนหน้าจอโทรศัทพ์ของเธอ ซึ่งดูเหมือนชุดที่เกรซออกแบบมาก ฉันขมวดคิ้ว "มันดูเหมือนชุดที่เธอออกแบบมากเลย"เกรซหัวเราะเบา ๆ "ก็เป็นชุดที่ฉันออกแบบเองแหละ" เธอเลื่อนไปที่รูปก่อนหน้านี้ "นี่คือชุดต้นฉบับ เธอเป็นหนึ่งในลูกค้าของเรา เธอซื้อชุดนี้ไปแล้วทำขึ้นมาใหม่ จากนั้นก็แท็กมาที่เรา" ฉันพยักหน้าแล้วร้องโอ้โหแบบไม่มีเสียง“ใช่แล้ว" เธอเอนหลังลงบนโซฟา "เธอพยายามมากเลย จริงไหม?”“ใช่ แต่ก็ยังไม่ใช่ผลงานของเธอซะทีเดียว เป็นแค่การออกแบบเท่านั้นเอง"“อืมมม" เธอพึมพำ "ฉันคิดว่าเธอทำได้ดีมาก บางทีเราควรจ้างเธอมาทำงานให้นะ"“โอ้ ขอร้องล่ะ"เกรซหัวเราะกับคำพูดของฉัน แล้วจู่ ๆ ก็หยุดกึก "นั่นมาร์คนี่ ใช่ไหม?”ฉันขมวดคิ้วแล้วกดปุ่มหยุดเล่นคลิปนั้นชั่วคราวทางยูทูปอีกครั้ง "แล้วไงต่อเนี่ย? มาร์คเลียนแบบเครื่องประดับที่เราขายให้เขาอย่างนั้นเหรอ?”“เปล่า" มีการหยุดเว้นช่วงลงฉันเลยถือเป็นส

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 89

    "สวัสดีค่ะคุณยาย" ฉันกล่าวคำทักทายหลังจากรับโทรศัพท์ ฉันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แต่ใจจริงอยากรู้มากเลยว่าทำไมคุยยายถึงโทรมา เนื่องจากเรากำลังหยอกล้อกันอยู่“เป็นยังไงบ้างลูก? ไม่เจอกันนานเลยนะ" เสียงแหลม ๆ อันคุ้นเคยของเธอดังออกมาจากลำโพงโทรศัพท์“หนูสบายดีค่ะ คุณยายสบายดีไหมคะ?”“ยายสบายดีจ้ะ ซิดนีย์ ก็เลยโทรมาชวนหนูมางานวันเกิดยายที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์นี้"ฉันปล่อยลมหายใจที่เผลอกลั้นเอาไว้โดยไม่รู้ตัวออกมา“คุณยายก็รู้นี่คะ" ฉันเริ่มพูดขึ้นโดยไม่แน่ใจว่าจะพูดกับคุณยายยังไงดี "คุณยายรู้ว่าตอนนี้หนูหย่ากับมาร์คแล้ว หนูคิดว่าหนูไม่ควรไปร่วมงานของครอบครัวที่สนิท ๆ กันแบบนี้“เหลวไหลน่ะ หนูก็เป็นคนในครอบครัวเรานะ เป็นคนในครอบครัวสำหรับยายเสมอ"ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจเมื่อท่านพูดประโยคนั้นออกมาแล้วทำจมูกฟุตฟิต แต่ฉันก็ยังอยากจะยืนหยัดในจุดยืนของตัวเอง "หนูรู้ค่ะคุณยาย แต่หนูขอฉลองกับคุณยายเป็นการส่วนตัวได้ไหมคะ? แค่คุณยายกับหนูสองคน" ฉันเหลือบมองเกรซที่ดูเหมือนจะตั้งใจฟังเราพูดคุยกันอยู่ "หรือหนูอาจจะชวนเพื่อนไปด้วยก็ได้ค่ะ"“ไม่เอา ซิดนีย์"ฉันถอนหายใจ คุณยายดอริสเป็นคนประเภทอยาก

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 90

    ฉันทำปากจู๋โดยพยายามกลั้นเสียงร้องเอาไว้ในขณะที่เกรซทำการ 'เติมแต่งขั้นสุดท้าย' ในการแต่งหน้าให้ฉัน ซึ่งเธอ 'เติมแต่งขั้นสุดท้าย' ให้กับการแต่งหน้าและการแต่งตัวฉันมาหนึ่งชั่วโมงแล้ว“เกรซ...” ฉันร้องออกมาโดยไม่สามารถกลั้นเสียงร้องไว้ได้อีกต่อไป "เธอมัวทำอะไรอยู่เนี่ย?!”“สุดท้ายแล้วน่ะ ๆ"“สุดท้ายแล้วน่ะ ๆ"เราพูดขึ้นพร้อมกัน แล้วเกรซก็หัวเราะออกมา "ใจเย็น ๆ เธอบอกว่าอยากไปสาย ๆ ไม่ใช่เหรอ? ฉันก็เลยจะใช้การไปสายของเธอให้เป็นประโยชน์น่ะสิ"“ใช่แล้ว ฉันอยากไปสาย ๆ แต่ตอนนี้มันสายเกินไปแล้วนะ ฉันพนันได้เลยว่างานเลี้ยงนั้นคงจบไปแล้ว"คุณยายดอริสส่งการ์ดเชิญมาให้ฉัน และเลยเวลาที่ระบุมาไปมากแล้ว ตอนนี้ฉันสายไปสามชั่วโมงแล้วนะ“เธอใช้เวลาแต่งหน้านานมาก ฉันไม่อยากแต่งหน้าหนา ๆ นะ ถ้าเกิดฝนตกขึ้นมาล่ะ?” พูดตามตรง ฉันนั่งบนเก้าอี้จนเจ็บก้นไปหมดแล้ว ถ้าแม้จะเป็นเก้าอี้แบบบุนวมก็ตาม“ฉันแต่งให้ไม่หนาและฝนก็จะไม่ตก" เธอพึมพำอย่างเหม่อลอย“เกรซ...” ฉันขัดจังหวะเธอ“เสร็จซะที" เกรซถอยหลังออกไปมองแล้วยิ้มให้กับผลงานของตัวเอง "ตอนนี้เธอหยุดดิ้นและหยุดร้องได้แล้ว" เธอบอกพร้อมกับหัวเราะเบา ๆฉ

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 91

    เบลล่าเดินถอยหลังไปสองสามก้าว จากนั้นเธอก็พึมพำออกมาเบา ๆ จนแทบจะไม่ได้ยินเสียง "มาร์ค...”มาร์คหันมาหาเธอแล้วจ้องมองเธอตั้งแต่หัวจดเท้าราวกับเธอเป็นเศษดินที่ติดอยู่ใต้เท้าของเขา "แล้วอีกอย่างหนึ่งนะ ทำไมคุณถึงมาที่นี่?”“ฉันมางานเลี้ยงวันเกิดของคุณยายดอริส…” เธอพูดตะกุกตะกัก แล้วมาร์คก็ช่วยพูดขัดจังหวะเธอขึ้นมา“คุณก็รู้ว่าคุณยายไม่ชอบคุณ นั่นคือเหตุผลที่ท่านไม่ได้เชิญคุณมางานปาร์ตี้นี้ ถ้าท่านรู้ว่าคุณแอบเข้ามาล่ะก็ ท่านจะต้องโกรธมาก คุณก็รู้ดีนี่ ฉะนั้นก็ควรออกไปได้แล้ว"เบลล่าร้องไห้ด้วยความไม่พอใจ "ไม่ ฉันกำลังจะแต่งงานกับคุณนะ เราจะแต่งงานกันและกลายเป็นสามีภรรยากันในไม่ช้า ฉันคือหลานสะใภ้ในอนาคตของท่าน ฉะนั้นท่านจะไม่โกรธที่ฉันมาร่วมฉลองวันเกิดของท่านหรอก"มาร์คยืนมองเบลล่าอย่างตกตะลึงโดยไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย จากนั้นเขาก็พูดขึ้นช้า ๆ "คุณพูดอะไรของคุณ? คุณยายไม่ยอมให้เราแต่งงานกันหรอก ท่านไม่ชอบคุณ ท่านต้องแสดงให้คุณเห็นชัด ๆ ถึงขนาดไหนกันเนี่ย?”เบลล่าสะอึกสะอื้น "ทำไมนังซิดนี่ย์ถึงแต่งงานกับคุณได้ แล้วฉันทำไม่ได้ล่ะ? นอกจากนี้ฉันก็เป็นภรรยาที่เหมาะสมกับคุณด้วย เรารักกันแล

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 92

    หลังจากมีคนรับฉันไปเลี้ยงเป็นครั้งแรกนั้น ฉันก็เริ่มจำหน้าผู้ปกครองและบ้านอุปถัมน์ไม่ได้เลย แต่ละครอบครัวที่ฉันเข้าไปอยู่ด้วยนั้นมักจะปฏิบัติต่อฉันไม่ดี แต่ก็ยังโชคดีและฉลาดพอที่จะหนีออกมาได้เสมอ มันเหมือนโดนพายุโหมกระหน่ำเมื่อเจ้าหน้าที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าดุด่าและลงโทษฉัน เพียงเพราะฉันประพฤติตัวไม่ดีกับพ่อแม่บุญธรรมหรือวิ่งหนีออกจากบ้านอุปถัมน์ และก่อนที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันก็ถูกรับไปเลี้ยงอีกครั้ง และถูกโยนไปอยู่กับครอบครัวอันแสนขมขื่นอีกครอบครัวหนึ่ง ฉันโชคไม่ดีที่ไม่เคยได้อยู่กับครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่นเลยในที่สุด เจ้าหน้าที่ก็เกิดความเบื่อหน่ายที่ปล่อยฉันออกไป เพราะฉันมักจะกลับหรือถูกส่งตัวกลับมาเสมอ ดังนั้น พวกเขาจึงทิ้งฉันไว้ที่นั่น ถึงแม้ว่าจะมีใครบอกว่าต้องการรับฉันไปเลี้ยง แต่พวกเขาก็จะส่ายหัวแล้วพูดว่า "ขอโทษครับ เด็กคนนั้นไม่เหมาะจะไปอยู่ในความดูแลของคุณ"โดยส่วนตัวแล้ว ฉันชอบชีวิตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามากกว่า นอกจากอาหารแย่ ๆ ซึ่งบ้าเอ้ย อาหารที่แย่จริง ๆ และสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายแล้ว การอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ไม่ได้แย่อะไรนักหรอก สำหรับฉันแล้ว อย่างน้อยก็ยัง

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 93

    ฉันใช้เวลาไม่นานนักก็เริ่มกินอาหารจนอิ่มแปร้ อาหารมีรสชาติอร่อยเหมือนถูกส่งลงมาจากสวรรค์ เมื่อเทียบกับอาหารขยะที่เรากินที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แล้วท้องที่โลภมากก็ร้องโครกครากมากขึ้นมีอาหารที่ตระเตรียมไว้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ ผัก นม ไวน์ สเต็ก… เรียกได้ว่าในครัวแห่งนั้นมีทุกสิ่งทุกอย่างจริง ๆ“เธอเป็นใคร?”ฉันตกตะลึงจนทำให้แอปเปิ้ลที่ฉันกินไปครึ่งลูกหลุดร่วงจากมือ ฉันค่อย ๆ หันไปเผชิญหน้ากับเด็กชายผมหยิกที่อยู่บนรถเข็น ถ้าไม่ได้อายุน้อยกว่าฉัน เขาก็คงแก่กว่าฉันหนึ่งหรือสองปีถึงแม้ฉันจะมีของกินอยู่เต็มปาก แต่ก็ยังยกมือขึ้นทักทายอย่างเคอะเขิน "สวัสดี" ฉันพึมพำออกไปเด็กชายคนนั้นจ้องมองฉันแล้วเลื่อนสายตาไปที่ลูกแอปเปิ้ลที่อยู่ในมือฉัน จนฉันต้องเอาไปซ่อนไว้ข้างหลังด้วยความอับอาย ฉันกวาดสายตาไปตามล้อรถเข็นของเขา“ฉันสัญญาและสาบานว่าจะไม่…” ฉันพูดออกไปแต่ก็หยุดชะงักเมื่อรถเข็นขยับ ตอนแรกฉันก็รู้สึกใจสั่นด้วยความกลัว จนกระทั่งเขานั่งรถเข็นผ่านฉันไป"เขากำลังทำอะไรน่ะ?” ฉันสงสัย เมื่อหันไปหาเขาก็เห็นเขากำลังเปิดตู้เย็น เขาหยิบกล่องนมออกมา แล้วเข็นรถตัวเองไปที่เคาน์เตอร์ที่อยู่

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 94

    เขาถามฉันถึงเรื่องนี้และนั่นคือตอนที่ฉันค้นพบว่าตัวเองชอบการออกแบบเครื่องประดับจริง ๆ จากนั้นเขาหาหนังสือพวกนี้มาให้อ่านอีกหลายเล่มเมื่อวันเวลาผ่านไปจนเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น ลูคัสก็เติบโตเป็นชายหนุ่มฉลาดเฉลียว และฉันก็พบว่าตัวเองไม่ได้มองเขาเป็นแค่เพื่อน แล้วเริ่มให้ความสำคัญกับรูปโฉมของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ฉันตั้งตารอที่จะได้พบเขาและได้ใช้เวลากับเขาในทุก ๆ วันพอฉันมีอายุได้สิบหกปีฉันก็ค่อนข้างแน่ใจว่าตกหลุมรักเขาเสียแล้ว แล้วเขาก็ชอบฉันด้วย จริง ๆแล้ว ฉันแค่ไม่แน่ใจว่าเขาชอบฉันมากแค่ไหนเท่านั้น พออายุได้สิบเจ็ดปีฉันก็ได้จูบกับลูคัสเป็นครั้งแรกใต้ชั้นวางหนังสือ ที่เต็มไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับการออกแบบเครื่องประดับที่เขาหามาให้ฉันตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราเป็นคู่รักวัยใสที่มีความสุขมากระยะหนึ่ง จนกระทั่งสุขภาพของลูคัสเริ่มทรุดโทรมลง เขามักจะหมดสติอยู่เสมอ และฉันก็ได้พบเขาน้อยลงเรื่อย ๆ ในแต่ละวันที่ผ่านพ้นไปทุกครั้งที่เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ฉันก็จะไปเยี่ยมเขา ทันทีที่เขารู้สึกตัวและจ้องมองมาที่ฉัน เขาก็จะยิ้มและคำแรกที่เขาพูดก็คือ "ไม่เป็นไร"ฉันพยักหน้าตอบทุกครั้งแต่ฉันรู

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 95

    มุมมองของมาร์คผมอ้าปากค้างแล้วรู้สึกว่ามือที่วางอยู่ข้างตัวสั่นเทาก่อนจะกำแน่น เมื่อเห็นผู้ชายคนนั้นโอบกอดซิดนีย์เอาไว้แน่นผมเดินออกไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกหึงหวงอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง แล้วดึงซิดนีย์ออกจากผู้ชายคนนั้น เมื่อจับซิดนีย์แยกออกมาได้แล้ว ผมก็ชกเข้าที่หน้าของผู้ชายคนนั้นเจ้าหมอนั่นเซไปข้างหลังพร้อมกับเอามือกุมใบหน้าเอาไว้“คุณบ้าไปแล้วเหรอ มาร์ค?” ผมได้ยินซิดนีย์ตะโกนถามมาจากด้านหลัง แต่ก็ไม่ได้ช่วยหยุดยั้งอะไรผมได้ ผมเดินเข้าประชิดตัวแล้วต่อยที่หน้าของเขาอีกหนึ่งหมัด คราวนี้เขาเซไปข้างหลังแล้วล้มลงไปกองกับพื้น“มาร์ค! หยุดเดี๋ยวนี้นะ" คุณยายส่งเสียงห้ามแต่ก็หยุดยั้งผมเอาไว้ไม่ได้ผมกระโดดคร่อมบนตัวเขาแล้วชกเข้าที่หน้าเขาอีกครั้ง เขาคิดว่าเขาเป็นใครกันที่เดินออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วกอดซิดนีย์ไว้แบบนั้น?ในขณะที่ผมดึงแขนกลับมาเพื่อจะต่อยเขาอีกครั้ง เขาก็ใช้ฝ่ามือรองรับหมัดของผมเอาไว้ เขาเปิดปากที่มีเลือดไหลออกมา แล้วพูดอะไรที่ผมคิดว่าช่างฟังน่าโมโหที่สุดในคืนนั้น“ผมสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้"ช่างกล้ามาก! ในขณะที่ผมกำลังจะชกเขาอีกครั้ง ก็ต้องล้มไปกองกับพื้นอยู่ข้าง

Latest chapter

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 434

    ไอเดนเมื่อเวลาผ่านไป คดีของเอมี่ได้รับความสนใจจากสื่อมากมาย ช่องข่าวทุกช่องมีรูปเด็กผู้หญิงน่าสงสารคนนั้นขณะที่พวกเขาพูดถึงการตายที่ไม่ยุติธรรมของเธอ และทุกคนที่รับผิดชอบต้องถูกลงโทษตามนั้นท่ามกลางทุกสิ่งทุกอย่าง จุดสนใจก็เปลี่ยนจากเอมี่มาเป็นชารอนและผม อย่างไรก็ตาม มีข่าวลือเกี่ยวกับชีวิตแต่งงานของเราและการตั้งครรภ์ปลอมของเธอผมเริ่มได้รับโทรศัพท์จากหมายเลขที่ไม่รู้จักหลายหมายเลข โทรมาถามคำถามไร้สาระทั้งหมดเพื่อต้องการข้อมูลโดยตรงจากแหล่งข่าว ผมต้องเปลี่ยนซิมการ์ดในโทรศัพท์ของผมเป็นซิมที่ผู้ช่วยของผมใช้ หากมีข้อมูลใดๆ เขาก็แค่ส่งต่อมา ผมเบื่อที่จะรับมือกับสายเรียกเข้าที่ไม่หยุดหย่อนเหล่านั้นเมื่อชารอนอาการดีขึ้นและเธอต้องถูกส่งตัวกลับไปที่สถานีตำรวจ พวกเขามาถึงสถานีพร้อมกับกลุ่มนักข่าวที่ทางเข้าตำรวจคุ้มกันเธอขณะพาเธอเข้าไปข้างใน แต่นั่นไม่ได้หยุดนักข่าวจากการตะโกนถามคำถามของพวกเขา"คุณเสแสร้งว่าท้องจริง ๆ เหรอ คุณนายไอเดน?""คุณชารอน คุณยังเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้วอยู่ไหม?""สามีของคุณอยู่ที่ไหน? เขายังรักคุณอยู่ไหม?""จะมีการหย่าร้างไหม?""คุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสีย

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 433

    เดนนิสอาน่าถูกส่งตัวไปยังศูนย์บำบัดวิกฤตสุขภาพจิต และผมใช้เวลาส่วนใหญ่ของผมที่นั่น แม้ว่าผมจะพยายามแบ่งเวลาอย่างเท่าเทียมกันระหว่างงาน จัสติน และเอมี่ แต่ผมก็พบว่าตัวเองใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นี่งานเป็นไปด้วยดีอย่างยิ่ง ตอนนี้ผมทำเงินได้มากกว่าที่เคยทำก่อนที่ผมจะถูกหลอก แต่ผมไม่มีความสุข คนที่ผมรักที่สุดอยู่ในบ้านพักผู้ป่วยทางจิต ทุกวันที่ผมไปที่นั่น ผมหวังว่าอาการของเธอจะเริ่มดีขึ้นในไม่ช้า ครึ่งหนึ่งของเวลา เธอดูปกติดี แค่นั่งอยู่คนเดียวด้วยสีหน้าที่เป็นกลาง เธอจะไม่พูดคุยกับใครเป็นเวลาหลายชั่วโมง อีกครึ่งหนึ่งใช้ไปกับการร้องไห้และขอร้องให้ผมพาพวกเราไปหาเอมี่แพทย์บอกว่าเธอดีขึ้น แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้นสำหรับผมจัสตินทำได้ดีมาก เขาดูเหมือนจะไม่โศกเศร้าอย่างที่ไอเดนแนะนำ มีบางครั้งที่เขาจะร้องไห้และไม่มีอะไรทำให้เขาหยุดได้จนกว่าเขาจะหลับไป แต่ช่วงเวลาเหล่านั้นหายาก และผมคิดว่าเขาแค่คิดถึงแม่ของเขาผมทำให้แน่ใจว่าผมมีเวลาให้เขาเสมอ เหมือนกับที่ผมมีเวลาให้อาน่า ไม่ว่างานจะยุ่งแค่ไหน ผมไม่ต้องการปล่อยเขาไว้กับพี่เลี้ยงทั้งหมด แม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่ดี แต่ผมต้องการให้ไอเดนเติ

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 432

    ไอเดนนักสืบส่งที่อยู่โรงพยาบาลที่ชารอนถูกนำตัวส่งมาให้กับผมภายในห้อง ชารอนนอนขดตัวอยู่กับตนเองพร้อมกับกุญแจมือที่คล้องอยู่พอจะเอื้อมถึงเธอรีบลุกขึ้นนั่งเมื่อเห็นผมเข้ามาในห้อง "ไอเดน" เธอหายใจออกมา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความกลัว"ไม่เพียงแต่คุณจะเป็นอาชญากร แต่ยังเป็นคนโกหกด้วยเหรอ? คนโป้ปด!" ผมพูดออกมาขณะที่สายตาเหลือบไปที่ท้องแบนราบของเธอ ผมหัวเราะเยาะตัวเองขณะทรุดตัวลงบนเก้าอี้ที่หันหน้าเข้าหาเตียงของเธอ ผมรู้สึกหมดแรงจนแทบจะยืนด้วยขาของตัวเองไม่ได้เธอส่ายหัว น้ำตาไหลลงมาบนใบหน้าของเธอ เหมือนกับที่มันไหลลงมาบนใบหน้าของเธอตอนที่เธอถูกจับกุม "มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ฉันสาบานได้นะ ฉัน…" เธอพูดไม่ออกและไหล่ของเธอก็สั่นเทาขณะที่เธอร้องไห้หนักขึ้นผมเอียงศีรษะไปด้านข้างและมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ผมไม่แปลกใจเลยที่ผมไม่รู้สึกสงสารเธอแม้แต่น้อย "ถ้ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด แล้วมันคืออะไร? บอกมาสิ""คุณแกล้งทำเป็นท้องมาตั้งหลายเดือน!" เสียงหัวเราะขมขื่นหลุดออกจากริมฝีปากขณะที่ผมส่ายหัว มันยังคงรู้สึกเหมือนเรื่องตลก ผมคงไม่เชื่อนักสืบเลย ถ้าไม่มีสัญญาณทั้งหมดที่ผมมองข้ามไปผมโน้มตัวไปข้างหน้

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 431

    ไอเดนผมตกใจกับคำพูดของเขา เดนนิสรู้แล้วเหรอ?เดนนิสก็มีส่วนร่วมในการสอบสวนด้วย เขาแค่ไม่ได้กระตือรือร้นเท่าผม ดังนั้นมันไม่น่าแปลกใจที่เขาจะได้ยินเรื่องนี้ นอกจากนี้ มันเป็นคดีของลูกสาวเขาด้วย เขาจึงมีสิทธิ์ที่จะรู้แต่ผมเลือกที่จะเพิกเฉยต่อคำพูดที่รุนแรงของเขา ผมยังคงสับสนกับข่าวที่ว่าอนาอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชในขณะนี้ มันเป็นไปได้อย่างไร? เขาปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? ผมอยากจะตะโกนใส่เขา แต่ผมก็สงบสติอารมณ์ ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของผมตั้งแต่แรก... และของชารอน"แล้วเธออยู่ที่โรงพยาบาลไหน?" มันฟังดูไม่จริง ผมรู้ว่าเธอรักเอมี่มาก แต่ผมไม่คิดว่ามันจะส่งผลกระทบต่อเธอมากขนาดนี้เดนนิสหันมาหาผม คิ้วของเขาขมวดลึกขณะที่เขาขมวดคิ้ว "อยากรู้ไปทำไม? จะได้เอาไปบอกภรรยานายหรือไง?"ให้ตายสิ! ผมรู้สึกว่ามือกำแน่นโดยอัตโนมัติผมหายใจเข้าลึกๆ "ฉันโทรหาพวกนาย แต่ไม่มีใครรับสาย อาน่าก็ปิดโทรศัพท์อีก ฉันก็แค่เป็นห่วง..." ผมพูดเสียงแผ่วและไหล่สั่น “ฉันก็เลยตัดสินใจมาดูเธอนี่ไง"“ตอนนี้นายก็รู้แล้วนะว่าเธออยู่ไหน งั้นเชิญออกไปได้แล้ว”เขามีสิทธิ์ทุกประการที่จะขอให้ผมออกจากบ้านและชีวิต แต่ผ

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 430

    ไอเดน"ไม่เป็นไรแล้วค่ะ" ชารอนพูดขณะที่เธอโอบแขนรอบไหล่ "คุณต้องหยุดโทษตัวเองเรื่องนี้ได้แล้ว ที่รัก มันไม่ใช่ความผิดของคุณ และการทุ่มเทตัวเองให้กับการสอบสวนทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรด้วยเลย""ผมต้องหาตัวคนผิดมาให้ได้ ชารอน ผมต้องหาว่าใครทำเรื่องนี้ นี่เป็นสิ่งเดียวที่ผมทำเพื่อลูกสาวผมได้ ซึ่งจะทำให้ความรู้สึกผิดนี้ทุเลาลง" "ถ้ามันเป็นวิธีเดียว คุณก็ควรทำอยู่แล้ว" เธอให้กำลังใจ "ฉันจะคอยดูแลให้พ่อช่วยในคดีนี้ด้วย ฉันสัญญา"พ่อของเธอโทรหาผมครั้งหนึ่งเพื่อแสดงความเสียใจกับการจากไปของลูกสาวผม ซึ่งไม่ได้เป็นอะไรกับลูกสาวเขาเลย และเขาฟังดูไม่พอใจนัก ผมประหลาดใจด้วยซ้ำที่เธอจะบอกเรื่องนั้นกับพ่อของเธอ ผมสงสัยว่าเขาอยากจะช่วยเปิดโปงฆาตกรของเด็กที่ไม่ใช่ลูกของเขาในทางใดทางหนึ่งหรือไม่ แต่ผมเก็บเรื่องนั้นไว้กับตัวเอง"ขอบคุณครับ" ผมบอกเธอแทนเธอโอบกอดผมครึ่งหนึ่ง และคราวนี้ไม่ได้ผละออกทันที ในวันแบบนี้เองที่เธอไม่ได้กระโดดหนีจากผมเหมือนผมติดเชื้อเมื่อใดก็ตามที่ผมพยายามสัมผัสเธอ"แล้วคุณจะยิ้มให้ฉันไหม?" เธอยิ้มขณะที่ดึงผิวแก้มของผมเพื่อพยายามทำให้ผมยิ้มเมื่อผมเอามือของเธอออก เธอก็แสร้

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 429

    เดนนิสหลังจากผ่านไปสองสามสัปดาห์ เมื่อผมไม่ได้ยินเสียงอะไรออกมาจากห้องของเอมี่อีกเลย ผมรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติผมไม่ลังเลที่จะงัดประตูเข้าไปและพบว่าเธอหมดสติ รอบๆ ตัวเธอมีขวดน้ำและอาหารขยะมากมายจนผมสงสัยว่าเธอต้องแอบออกไปซื้อพวกมันตอนที่ผมนอนหลับแน่ๆ นอกจากนี้ยังมีเศษขนมปังปิ้งและกล่องพิซซ่าที่ผมสอดเข้าไปในห้องจากใต้ประตู ผมเดาว่าพวกมันคงไม่พอผมรีบอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน รัดจัสตินไว้ในเบาะรถสำหรับเด็ก และรีบพาเธอไปโรงพยาบาลหลังจากที่เธอถูกพาเข้าไปประมาณหนึ่งชั่วโมง แพทย์ก็ออกมา "เธอโชคดีมากที่คุณพาเธอมาทันเวลา"ผมเอามือลูบหน้าด้วยความโล่งใจ ดีใจที่นี่ไม่ใช่การประกาศการตายอีกครั้ง"ตอนนี้ คนไข้มีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง น้ำตาลในเลือดต่ำ และอวัยวะทำงานหนักเกินไป หากคุณไม่พบเธอทันเวลา เราคงกำลังพูดถึงอาการอ่อนเพลียอย่างรุนแรง อวัยวะล้มเหลว และอาจเกิดบาดแผลทางจิตใจในตอนนี้"ผมควรจะพังประตูเข้าไปเร็วกว่านี้ คำพูดเหล่านั้นผุดขึ้นมาในความคิดของผม ผมควรจะบังคับเธอออกมาและบังคับให้เธอกิน ผมแค่คิดว่าเธอต้องการเวลาในการโศกเศร้าตามลำพัง"ดังนั้นเธอจะต้องอยู่ที่นี่สองสามวันขณะที่เราจัดการกับอา

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 428

    มุมมองของนักเขียนขณะที่การสอบสวนเข้มข้นขึ้น มีการสอบปากคำมากขึ้น คนขับแท็กซี่และพนักงานร้านค้าที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุถูกสอบปากคำ กล้องวงจรปิดบริเวณนั้นทั้งหมดก็ถูกตรวจสอบเช่นกันไอเดนตั้งใจจริงที่จะไม่ละเลยสิ่งใด ๆ แม้แต่น้อยและเมื่อสิ่งต่างๆ ถูกเปิดเผย หลักฐานที่น่าตกใจมากขึ้นก็ถูกค้นพบ เช่น รองเท้าของเอมี่ข้างหนึ่งที่พบอยู่ข้างรถโดยสารที่ถูกทิ้งร้าง ซึ่งอยู่ห่างจากร้านค้าที่เธออยู่กับแม่ไปไม่กี่ร้านในที่สุด ผู้กระทำผิดก็ถูกพบหัวใจของนักสืบเต็มไปด้วยความสุขขณะที่เขาลงจากรถตู้และนำทีมเข้าไปในอาคาร มั่นใจว่าเขามาถูกทางแล้วในครั้งนี้ที่ทางเข้า พวกเขากระจายตัวออกไป ทีมแต่ละทีมไปยังตำแหน่งที่กำหนด เนื่องจากอาคารถูกเฝ้าติดตามมาหลายวันสิ่งที่พวกเขาต้องการคือลายนิ้วมือบนรถโดยสารที่ถูกทิ้งร้าง และคดีที่เหลือก็คลี่คลายไปเองอย่างน่าอัศจรรย์ อย่างน้อย นักสืบก็อยากจะเชื่อเช่นนั้นทันทีที่นักสืบพร้อมทีมของเขาเดินผ่านห้องโถงขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่า และผ่านทางเดิน เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ สถานที่นั้นเงียบสงัดอย่างน่าขนลุกเขาเปิดประตูทีละบานในทางเดิน แต่ละห้องสว่างไสว จนกระทั

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 427

    มุมมองของนักเขียนยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้นนั่นคือคำพูดที่ชารอนบอกตัวเองซ้ำๆ เพื่อลดความรู้สึกผิดที่เพิ่มขึ้นบ่อยครั้งที่เธอคิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้าเธอแค่พูดความจริงเกี่ยวกับเรื่องตั้งครรภ์ของเธอ และใช้ชีวิตกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น การอยู่กับไอเดนไม่คุ้มค่ากับความรู้สึกผิด หลุมดำที่ไม่มีวันสิ้นสุดที่เธอกำลังจมลงไปตอนนี้เธอเข้าใกล้กำหนดคลอดปลอมมากขึ้น ไอเดนก็แสดงความรักต่อเธอมากขึ้น พวกเขาใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น บางครั้งเธอสงสัยว่าการตายของเด็กผู้หญิงที่น่าสงสารคนนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร มันก็ไม่คุ้มค่า เพราะเธอไม่มีความสุข เธอมีทุกสิ่งที่เธอต้องการ การเอาใจใส่ของไอเดนอย่างเต็มที่ เต็มที่เท่าที่เขาจะทำได้กับการสอบสวนที่เขาทุ่มเทให้เมื่อใดก็ตามที่เขาไม่ได้อยู่กับชารอน ช่วยเธอทำอาหาร หรือส่งอาหารที่เขาสั่งให้เธอ หรือทำความสะอาดบ้านเพราะเธอไม่ต้องการให้แม่บ้านมาอีกต่อไป เขาก็จะอยู่ที่สถานี ไขคดีของเอมี่ มองหาคำตอบที่อยู่ใต้หลังคาบ้านของตนเองตอนนี้ ชารอนไม่ได้ต่อสู้กับความรู้สึกผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในการตายของเอมี่เท่านั้น แต่เธอยังไม่มี

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 426

    ไอเดนผมควรจะฟังอาน่า ผมควรจะซ่อนตัวเฉยๆ ตอนที่ผมตามเธอไป ผมไม่ควรต่อสู้กับคนพวกนั้น ผมควรจะควบคุมความโกรธของตัวเอง... ที่สำคัญที่สุด ช่วงเวลาหยุดชะงักสั้นๆ ช่วงเวลาไม่กี่วินาทีที่ผมหยุดและบอกเธอว่าผมเป็นพ่อของเธอ ผมไม่ควรทำแบบนั้น ผมควรจะพาเธอออกจากที่นั่นไปที่ปลอดภัยทันที ถ้าผมไม่ได้ใช้เวลาเหล่านั้นอย่างผิดๆ บางทีเอมี่ก็คงยังอยู่ที่นี่ แต่ผมเห็นแก่ตัวมาก ทั้งๆ ที่ผมอ้างว่ารักและห่วงใยเธอเดนนิสพูดถูก เขาห่วงใยเธอมากกว่าผมนัก เขาเติบโตมากับเธอ เขาเลี้ยงดูเธอและเฝ้าดูเธอเติบโตมาตั้งแต่แรกเกิด ผมไม่มีทางรักเธอได้มากกว่าเขามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมสามารถและควรจะทำแตกต่างออกไป ทำได้ดีกว่านี้ แต่มันสายเกินไปแล้วเธอจากไปแล้วขณะที่ผมจ้องมองภาพถ่ายเพียงภาพเดียวที่เราถ่ายด้วยกันตอนที่เธอยังอยู่ในโรงพยาบาล มันยังคงยากที่จะเชื่อมันเพิ่งจะเกือบปีเท่านั้นตั้งแต่ผมรู้ว่าเธอเป็นลูกของผม ตั้งแต่ผมสามารถอุ้มเธอและดูเธอหัวเราะและยิ้มและกวนผมเรื่องการพบตัวเอง และตอนนี้เธอจากไปแล้วเหรอ?ผมหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น ตลกเป็นบ้าความตายโหดร้ายแบบนี้เหรอ? พันมือเย็นเยียบที่กัดกร่อนรอบตัวคนที่พวกเขาไม

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status