Share

บทที่ 74

Author: เบลล่า
"ฉันคิดว่านี่โอเคแล้วนะ เกรซ เธอดูสวยมากเลย ถึงแม้ว่าเธอจะนอนหมดสติอยู่บนเตียงนั่น เธอก็ยังสวยอยู่ดี"

เธอร้องออกมาพร้อมกับกลอกตา "โอ๊ย อย่าย้ำเตือนให้ฉันนึกถึงวันเก่า ๆ อีกเลย ฉันจะบ้าตายที่เห็นหน้าตาฉันในสภาพแบบนั้น ฉันกลัวจังเลยว่าแผลเป็นนั้นจะไม่จางหายไป"

ฉันหัวเราะในขณะขยับเข้าไปใกล้เธอพร้อมกับจัดชุดเธอให้เข้าที่ จากนั้นก็ช่วยสวมสร้อยคอให้เธอ สร้อยมรกตที่ฉันทำให้เธอนั่นแหละ "เสร็จแล้ว"

เธอหยุดนิ่งเหมือนตะลึงงันไปชั่วครู่ จากนั้นก็กรีดร้องแล้วกอดฉันแน่น "เธอเจอมันแล้ว!”

“ฉันกระชากมาจากคอนังแม่มดคนนั้น มันใส่สร้อยเส้นนี้อยู่"

“เธอน่าเอาสร้อยเส้นนี้รัดคอมันไปเลยนะ" เธอแนะนำ แล้วเราก็หัวเราะกันดังลั่น

“โอ้ ไม่นะ ได้โปรด" ฉันพูดในขณะที่กำลังหัวเราะอยู่ "ฉันไม่อยากจบชีวิตอยู่ในคุกเหมือนริชชี่ ฉันแน่ใจว่าพ่อมันต้องทำให้ฉันเน่าตายอยู่ในคุกแน่ ๆ"

“มาร์คไม่ให้ปล่อยให้ทำอย่างนั้นหรอก" เธอยักคิ้ว

ฉันกลอกตา "โอ๊ย เรื่องนี้ก็ผ่านไปแล้วน่า" ที่ตลกก็คือนับตั้งแต่วันที่เราเซ็นใบหย่ากัน ฉันก็ไม่ได้คิดถึงเขาอีกเลย

“แต่ฉันแน่ใจว่าเธอต้องคิดถึงคุณยายดอริส" เกรซพูดพร้อมกับหันหน้าเข้าหากระจก ใบห
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 75

    "พูดตามตรงนะ ทีแรกฉันก็คิดว่าพวกแกกำลังเมาอะไรอยู่ซะอีก" ฉันจิบไวน์หลังจากเว้นช่วงไป โดยจ้องมองพวกเขาผ่านปากแก้วไวน์ “แต่พอดูดี ๆ ก็เห็นว่าพวกแกกำลังทำตัวโง่เง่ากันตามปกตินี่" ฉันพูดออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ ฉันจ้องพวกเขาตาเขม็งจนทำให้พวกเขาถึงกับหยุดหัวเราะ แล้วจ้องมองมาที่เรา“คนแพ้จะรู้สึกสบายใจเป็นอย่างมากที่ได้เรียกคนอื่นว่าไอ้ขี้แพ้ นั่นทำให้แกรู้สึกดีที่คิดว่าแกไม่ใช่ผู้แพ้เพียงคนเดียวใช่ไหม?” ถ้าดวงตาของแซนดร้ากระโจนออกมาฆ่าฉันได้ มันคงทำไปแล้ว "เอาล่ะ ฉันขออธิบายให้แกเข้าใจง่าย ๆ นะแซนดร้า เราไม่ใช่ผู้แพ้แต่แกนั่นแหละที่เป็น แกเป็นผู้แพ้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาในชีวิตนี้ ฉันหมายความว่ามีแต่คนรุ่นราวคราวเดียวกับแกเท่านั้นแหละ ที่จะวิ่งกลับไปฟ้องพ่อแม่ให้มาช่วยสะสางปัญหาให้ จริงไหมล่ะคุณแซนดร้า?” ฉันเลิกคิ้วขึ้น "แต่เอาเถอะ แกควรขอบคุณพ่อที่เป็นคนมีตำแหน่งนะ"ฉันเบือนหน้าหนีภาพอันน่าเบื่อของแซนดร้าที่กำลังกัดฟันกรอดและกำมือแน่น แล้วหันไปมองโจเอล "ฉันพูดถูกใช่ไหมล่ะ?” ฉันยกคิ้วขึ้นเพื่อเรียกร้องให้เขาตอบ "พ่อของเธอได้ช่วยพวกแกไว้...” ฉันละคำบางคำเอาไว้ "ว่าแต่โจเอล มีอ

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 76

    หกเดือนต่อมาฉันหยิบกุญแจรถขึ้นมาในขณะคุยโทรศัพท์โดยหนีบเอาไว้กับหูและไหล่ "บอกนักบินให้ขับช้า ๆ หน่อย ฉันยังอยู่ที่บ้านอยู่เลย"เกรซหัวเราะเบา ๆ "เดี๋ยวฉันยื่นโทรศัพท์ให้เธอคุยกับนักบินเองเลยดีกว่า ยัยตัวร้าย"ฉันปล่อยหัวเราะออกมาดังลั่นจนโทรศัพท์เกือบจะเลื่อนหลุดจากไหล่ "อะไรยะ! ฉันหวังว่าปากคอของเธอคงไม่ได้เก่งขึ้นเพียงอย่างเดียวในระหว่างไปเที่ยวทริปนี้มาหรอกนะ"“มารับฉันแล้วเธอจะรู้เอง" แล้วเธอก็หยุดชะงักไปชั่วครู่ฉันได้ยินเสียงคนพูดอู้อี้อยู่ทางเบื้องหลัง และเสียงของใครบางคนที่กำลังออกคำสั่งอย่างแผ่วเบา ซึ่งจะต้องเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอย่างแน่นอน "กรุณาปิดโทรศัพท์และเก็บข้าวของให้เข้าที่ในระหว่างเครื่องบินลงจอดในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้"“โอเค ฉันต้องวางสายแล้ว" เกรซพูดขึ้น "เรากำลังแลนดิ้ง" จากนั้นเธอก็ขู่ด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "อย่าให้ฉันต้องรอนานนะ ซิดนีย์!"“ค่ะ คุณผู้หญิง" ฉันพูดออกไปถึงแม้ว่าสายจะขาดไปแล้วฉันจับข้าวของทุกอย่างยัดลงไปในกระเป๋าถือ เดินออกจากบ้าน ล็อคประตู แล้วเดินตรงไปที่รถ ฉันสตาร์ทรถแล้วขับไปรับเพื่อนสาวที่สนามบิน หลังจากเธอไปอยู่ที่ปารีสมา

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 77

    "เธอดูดีมากเลยเพื่อนสาว" ฉันยิ้มให้เธอเธอหน้าแดงแล้วกอดฉันอีกครั้ง "ขอบคุณจ้ะ" เธอดึงตัวกลับ "เธอก็ไม่ได้แย่อะไรนี่"“ซิดนีย์!”ฉันกับเกรซสบตากันเมื่อได้ยินคนมาเรียกชื่อฉัน จากนั้นเราทั้งคู่กันหันไปตามเสียงนั้นฉันเลิกคิ้วมองคนที่กำลังเดินเข้ามาหาเรา มาร์คกับเบลล่านั่นเอง ช่างน่าประหลาดใจจริง ๆ อันที่จริงฉันไม่เคยคาดคิดว่าจะมีโอกาสมาเจอพวกเขาที่นี่ได้หลังจาก เกรซเดินทางไปปารีสแล้ว ฉันก็ได้รับมอบหมายให้เป็นคนดูแลกิจการของบริษัท ฉันยุ่งมากกับการจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย และไล่พนักงานที่ขัดขวางความก้าวหน้าของบริษัทออกไป จนไม่มีเวลาแม้แต่จะนึกถึงมาร์คหรือเบลล่าหรือใครก็ตาม หรือแม้แต่สิ่งใดก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของบริษัทแม้แต่ตอนที่ฉันไปที่บริษัทจีที กรุป ฉันก็ไม่เคยเจอเขาเลย พอมานั่งคิดดูในตอนนี้ ฉันก็สงสัยจังว่าเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ฉันหมายความว่าฉันไปที่จีที กรุปตั้งหลายครั้ง แต่เราไม่เคยเจอกันเลย เขาคงหลบหน้าฉันใช่ไหม? แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก นับเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำไป เพราะฉันไม่ได้อยากจะเจอเขาเลยการได้มาเห็นพวกเขาในตอนนี้ มาร์คกำลังยิ้มแฉ่งและเบลล่ากำลังแย้มยิ้มให้มา

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 78

    มุมมองของมาร์คผมรู้สึกเป็นกังวลมากในช่วงนี้ จิตใจเต้นไม่เป็นส่ำทุกครั้งเหมือนพร้อมจะล่องลอยออกไป และก็นึกถึงการเตะที่ผมรู้สึกได้บนหน้าท้องของเบลล่า ผมรู้สึกได้ถึงการเตะนั้นบนฝ่าผมอยู่ตลอดเวลาราวกับว่าเพิ่งเอามือคลำไปหยก ๆ นี่เอง มันเหมือนเป็นการย้ำเตือนเป็นประจำทุกวันว่าผมกำลังจะกลายเป็นพ่อในไม่ช้านี้ ผมกำลังจะกลายเป็นพ่อของเด็กที่ตนเองยังไม่รู้ว่าอยากจะได้หรือเปล่า ผู้หญิงคนที่ผมเริ่มจะมีความรู้สึกขัดแย้งกับเธอกำลังอุ้มท้องลูกของผมอยู่ แล้วผมไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร ผมรู้สึกอับจนหนทางมากเคยคิดว่าผมรักเบลล่าและพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับเธอ แล้วสุดท้ายผมก็ได้อยู่กับเธอ แต่ผมไม่แน่ใจว่ายังรักเธออยู่หรือเปล่า เวลาที่เห็นเธอหรือรอยยิ้มนั้น หัวใจก็ไม่ได้เต้นรัวอีกแล้ว ผมไม่รู้สึกสบายเหมือนอยู่ที่บ้านอีกต่อไป เวลาที่มีเธอเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ แต่กลับรู้สึก...อึดอัดจนหายใจไม่ออก แล้วจู่ ๆ ก็แค่อยากให้อยู่ห่างจากเธอช่วงเวลาดี ๆ ระหว่างเรามีเพียงชั่วเวลาเดียวเท่านั้น คือเวลาที่เรามีอะไรกัน ช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่นาทีที่ผมอยากสนองความต้องการทางเพศของตัวเอง คือช่วง

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 79

    วันนั้นผมรู้สึกว้าวุ่นใจอยู่ตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่ในขณะแต่งตัวเตรียมจะออกไปทำงาน… ในขณะเดินทางไปทำงาน จนถึงเวลาที่ผมหย่อนตัวนั่งในห้องทำงานดังนั้น เมื่อเธอเข้ามาหาผมในอีกสองเดือนต่อมา พร้อมกับผลอัลตร้าซาวนด์ และวางมือบนหน้าท้องอันแบนราบ ดวงตาเปล่งประกายไปด้วยความหวัง ความสุข และความหวาดกลัว ซึ่งผมไม่รู้สึกประหลาดใจอะไรเลย“มาร์ค ฉันท้องค่ะ" เธอพูดด้วยเสียงสั่นเครือและเบาจนแทบจะไม่ได้ยินผมนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นพร้อมกับจ้องมองเธอ ผมแอบคิดอยู่ในใจเอาไว้แล้ว ผมรู้อยู่แล้วว่าเธอท้องแต่ผมก็ยังคงตกตะลึง ใบหน้าแดงเหมือนห้อเลือด เมื่อตระหนักได้ว่าในที่สุดสิ่งที่ผมกลัวเหลือเกินได้เกิดขึ้นแล้ว "แต่ผมจำได้ว่าได้บอกให้คุณกินยาคุมกำเนิดแล้วนี่!” ผมโพล่งออกไปด้วยความโกรธเกรี้ยวโดยไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของเธอเลยเธอมองผมน้ำตาคลอเบ้าอย่างที่คาดเอาไว้ "ฉันกินยานั่นแล้ว" เสียงสั่นเครือ "แต่มันคงใช้ไม่ได้ผล" มันเป็นอุบัติเหตุ เข้าใจไหมคะ? ฉันไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเหมือนกัน แต่ฉันอยากเก็บเด็กคนนี้ไว้ มาร์ค" เธอขยับเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น "แล้วหมอก็บอกว่าร่างกายของฉันอ่อนแอเกินไป ถ้าฉันไม่เก็บเด็กคนนี้เอาไว

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 80

    มุมมองของซิดนีย์ฉันกระแทกโน้ตบุ๊คปิดแล้วผู้เข้าประชุมบางคนก็เลิกคิ้วขึ้น ฉันยิ้มตอบคนคนนั้น แล้วหันกลับไปหาวิทยากรในวันนั้นวันนั้นวุ่นวายมากนับตั้งแต่ที่ฉันมาถึงที่ทำงานในตอนเช้า มีงานโน้นงานนี้ แล้วก็การประชุมแล้วประชุมเล่าเราเพิ่งทำการสัมมนาเรื่องการการออกแบบเครื่องประดับในช่วงแรกเสร็จ ซึ่งจัดขึ้นในบริษัทของเราเอง โชคดีที่ยังมีช่วงเบรคสั้น ๆ ก่อนจะเริ่มสัมมนากันในช่วงที่สองต่ออีกฉันเดินอย่างเหนื่อยอ่อนไปที่ห้องทำงานของฉัน วางโน้ตบุ๊คไว้บนโต๊ะ แล้วเดินออกจากอาคารด้วยความอ่อนล้าฉันแค่อยากอยู่คนเดียวในขณะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ หลังจากติดแหงกอยู่ในห้องประชุมเป็นเวลาหลายชั่วโมง!ฉันเดินไปยังร้านกาแฟข้าง ๆ บริษัทเพื่อดื่มกาแฟสักแก้ว ร้านกาแฟร้านนี้เป็นสถานที่หลบหนีสำหรับฉันได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ซึ่งพนักงานคนอื่น ๆ จะไม่มีทางเห็นฉัน แล้วพยายามพูดคุยอะไรที่ไม่อยู่ในความสนใจของฉันหลังจากสั่งกาแฟแล้ว ฉันก็เดินไปนั่งด้านในสุดของร้าน ซึ่งอยู่ติดกับผนังกระจกของร้านแกแฟ ตอนแรกฉันก็ครุ่นคิดถึงการสัมมนาที่เพิ่งจบลงไป จนเกือบจะขอปากกากับกระดาษจากพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งแล้ว แต่ก็หยุดยั้งเอาไว

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 81

    "ฉันขึ้นเสียงก็เพราะฉันมีสิทธิ์ที่จะทำอย่างนั้นน่ะสิ ฉันไม่อนุญาตให้เธอไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น ในขณะที่ยังอุ้มท้องลูกฉันอยู่นะเว้ย!”“นายก็ทำได้แค่นั้นเอง รู้ไหม" เบลล่าทำหน้านิ่วคิ้วขมวด "โอ้อวดซะจริงนะ พูดเหมือนนายเหมือนจะย้ายสวรรค์และโลกได้อย่างนั้นแหละ แต่ไม่มีปัญญาดูแลเด็กที่อ้างว่าเป็นลูกนายได้หรอก" ฉันเลิกคิ้วขึ้นสูงพร้อมกับเบิกตาโพลง ว้าว เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? เบลล่าน่าจะตั้งท้องลูกของมาร์คไม่ใช่เหรอ? นี่เบลล่ากำลังสวมเขาให้มาร์คอยู่เหรอ? ฉันเอามือปิดปากหัวเราะเบา ๆพวกเขายังคงโต้เถียงกันต่อไป ฉันแน่ใจว่าคนที่เดินผ่านไปผ่านมารวมทั้งลูกค้าในร้านกาแฟแห่งนี้ได้ยินที่พวกเขาพูดกันหมดฉันไม่อยากจะฟังอะไรมากไปกว่านี้แล้ว เพราะฉันรู้ดีว่าการล่วงรู้อะไรเกี่ยวกับเบลล่ามาก ๆ นั้น มักจะนำปัญหาเข้ามาอย่างไม่รู้จบเสมอ ไม่มีอะไรมากกว่านี้หรอกฉันเดินกลับไปยังที่นั่งเดิมและเตรียมตัวที่จะออกจากร้านไป ในขณะที่ฉันหมุนตัวที่จะเดินออกจากร้านไปนั้น ฉันก็สังเกตเห็นว่าเบลล่ากับผู้ชายคนนั้นขยับเข้ามาใกล้ทางออกมากขึ้น พวกเขายังคงโต้เถียงกันอยู่โดยต่างฝ่ายต่างสาดคำพูดใส่กัน แต่ฉันแน่ใจว่าถ้าฉันเดินผ่

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 82

    "นี่มันเรื่องอะไรกัน?!” ฉันชูมือขึ้นไปแล้วพูดออกมาในขณะคลายความตื่นเต้นลงแล้ว "ทำไมเธอถึงโผล่เข้ามาแบบนั้นล่ะ? ฉันเกือบหัวใจวายตายแล้วนะ"เธอเบ้ปาก "หล่อนทำให้ฉันเกือบหัวใจวายเหมือนกันแหละตอนที่เห็นเธอนั่งอยู่ตรงนี้" เธอเลิกคิ้วที่สวยได้รูปขึ้นไป "หล่อนสะกดรอยตามฉันมาเหรอ? ฉันแน่ใจว่าการสะกดรอยตามในวันนี้คงประสบความสำเร็จสินะ เพราะได้ยินทุกอย่างแล้วใช่ไหม?”ฉันมองดูเธอ "เธอ… เธอ...”เธอยิ้มอย่างเย็นชา "เธออะไร? อย่าบอกนะว่าหล่อนไม่ได้ยินอะไรเลย" จากนั้นเธอก็ทำเสียงยียวนและขมวดคิ้วอย่างตั้งอกตั้งใจ "อย่าโกหกนะ ซิดนีย์"ฉันกลอกตา "ฉันหมายความว่าเธอไม่ควรดื่มกาแฟมากขนาดนั้นนะ เธอท้องอยู่"เบลล่าหัวเราะเบา ๆ แล้วฉันก็สงสัยว่าฉันพูดตลกตรงไหน จากนั้นเธอก็หยุดหัวเราะพร้อมกับกลอกตา แล้วพูดว่า "ใครใช้ให้หล่อนสั่งกาแฟล่ะ?”ฉันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก ฉันสั่งกาแฟมากินเองเถอะ! ไม่ได้เชิญเธอมานั่งดื่มกาแฟด้วยกันซะหน่อย แต่ฉันไม่อยากจะโต้เถียงกับผู้หญิงท้อง นอกจากนี้ การโต้เถียงกับเบลล่าก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาหรอก เสียเวลาเปล่า ๆ ฉันส่งสัญญาณให้พนักงานเสิร์ฟ "เอาน้ำผลไม้มาใ

Latest chapter

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 430

    ไอเดน"ไม่เป็นไรแล้วค่ะ" ชารอนพูดขณะที่เธอโอบแขนรอบไหล่ "คุณต้องหยุดโทษตัวเองเรื่องนี้ได้แล้ว ที่รัก มันไม่ใช่ความผิดของคุณ และการทุ่มเทตัวเองให้กับการสอบสวนทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรด้วยเลย""ผมต้องหาตัวคนผิดมาให้ได้ ชารอน ผมต้องหาว่าใครทำเรื่องนี้ นี่เป็นสิ่งเดียวที่ผมทำเพื่อลูกสาวผมได้ ซึ่งจะทำให้ความรู้สึกผิดนี้ทุเลาลง" "ถ้ามันเป็นวิธีเดียว คุณก็ควรทำอยู่แล้ว" เธอให้กำลังใจ "ฉันจะคอยดูแลให้พ่อช่วยในคดีนี้ด้วย ฉันสัญญา"พ่อของเธอโทรหาผมครั้งหนึ่งเพื่อแสดงความเสียใจกับการจากไปของลูกสาวผม ซึ่งไม่ได้เป็นอะไรกับลูกสาวเขาเลย และเขาฟังดูไม่พอใจนัก ผมประหลาดใจด้วยซ้ำที่เธอจะบอกเรื่องนั้นกับพ่อของเธอ ผมสงสัยว่าเขาอยากจะช่วยเปิดโปงฆาตกรของเด็กที่ไม่ใช่ลูกของเขาในทางใดทางหนึ่งหรือไม่ แต่ผมเก็บเรื่องนั้นไว้กับตัวเอง"ขอบคุณครับ" ผมบอกเธอแทนเธอโอบกอดผมครึ่งหนึ่ง และคราวนี้ไม่ได้ผละออกทันที ในวันแบบนี้เองที่เธอไม่ได้กระโดดหนีจากผมเหมือนผมติดเชื้อเมื่อใดก็ตามที่ผมพยายามสัมผัสเธอ"แล้วคุณจะยิ้มให้ฉันไหม?" เธอยิ้มขณะที่ดึงผิวแก้มของผมเพื่อพยายามทำให้ผมยิ้มเมื่อผมเอามือของเธอออก เธอก็แสร้

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 429

    เดนนิสหลังจากผ่านไปสองสามสัปดาห์ เมื่อผมไม่ได้ยินเสียงอะไรออกมาจากห้องของเอมี่อีกเลย ผมรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติผมไม่ลังเลที่จะงัดประตูเข้าไปและพบว่าเธอหมดสติ รอบๆ ตัวเธอมีขวดน้ำและอาหารขยะมากมายจนผมสงสัยว่าเธอต้องแอบออกไปซื้อพวกมันตอนที่ผมนอนหลับแน่ๆ นอกจากนี้ยังมีเศษขนมปังปิ้งและกล่องพิซซ่าที่ผมสอดเข้าไปในห้องจากใต้ประตู ผมเดาว่าพวกมันคงไม่พอผมรีบอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน รัดจัสตินไว้ในเบาะรถสำหรับเด็ก และรีบพาเธอไปโรงพยาบาลหลังจากที่เธอถูกพาเข้าไปประมาณหนึ่งชั่วโมง แพทย์ก็ออกมา "เธอโชคดีมากที่คุณพาเธอมาทันเวลา"ผมเอามือลูบหน้าด้วยความโล่งใจ ดีใจที่นี่ไม่ใช่การประกาศการตายอีกครั้ง"ตอนนี้ คนไข้มีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง น้ำตาลในเลือดต่ำ และอวัยวะทำงานหนักเกินไป หากคุณไม่พบเธอทันเวลา เราคงกำลังพูดถึงอาการอ่อนเพลียอย่างรุนแรง อวัยวะล้มเหลว และอาจเกิดบาดแผลทางจิตใจในตอนนี้"ผมควรจะพังประตูเข้าไปเร็วกว่านี้ คำพูดเหล่านั้นผุดขึ้นมาในความคิดของผม ผมควรจะบังคับเธอออกมาและบังคับให้เธอกิน ผมแค่คิดว่าเธอต้องการเวลาในการโศกเศร้าตามลำพัง"ดังนั้นเธอจะต้องอยู่ที่นี่สองสามวันขณะที่เราจัดการกับอา

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 428

    มุมมองของนักเขียนขณะที่การสอบสวนเข้มข้นขึ้น มีการสอบปากคำมากขึ้น คนขับแท็กซี่และพนักงานร้านค้าที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุถูกสอบปากคำ กล้องวงจรปิดบริเวณนั้นทั้งหมดก็ถูกตรวจสอบเช่นกันไอเดนตั้งใจจริงที่จะไม่ละเลยสิ่งใด ๆ แม้แต่น้อยและเมื่อสิ่งต่างๆ ถูกเปิดเผย หลักฐานที่น่าตกใจมากขึ้นก็ถูกค้นพบ เช่น รองเท้าของเอมี่ข้างหนึ่งที่พบอยู่ข้างรถโดยสารที่ถูกทิ้งร้าง ซึ่งอยู่ห่างจากร้านค้าที่เธออยู่กับแม่ไปไม่กี่ร้านในที่สุด ผู้กระทำผิดก็ถูกพบหัวใจของนักสืบเต็มไปด้วยความสุขขณะที่เขาลงจากรถตู้และนำทีมเข้าไปในอาคาร มั่นใจว่าเขามาถูกทางแล้วในครั้งนี้ที่ทางเข้า พวกเขากระจายตัวออกไป ทีมแต่ละทีมไปยังตำแหน่งที่กำหนด เนื่องจากอาคารถูกเฝ้าติดตามมาหลายวันสิ่งที่พวกเขาต้องการคือลายนิ้วมือบนรถโดยสารที่ถูกทิ้งร้าง และคดีที่เหลือก็คลี่คลายไปเองอย่างน่าอัศจรรย์ อย่างน้อย นักสืบก็อยากจะเชื่อเช่นนั้นทันทีที่นักสืบพร้อมทีมของเขาเดินผ่านห้องโถงขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่า และผ่านทางเดิน เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ สถานที่นั้นเงียบสงัดอย่างน่าขนลุกเขาเปิดประตูทีละบานในทางเดิน แต่ละห้องสว่างไสว จนกระทั

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 427

    มุมมองของนักเขียนยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้นนั่นคือคำพูดที่ชารอนบอกตัวเองซ้ำๆ เพื่อลดความรู้สึกผิดที่เพิ่มขึ้นบ่อยครั้งที่เธอคิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้าเธอแค่พูดความจริงเกี่ยวกับเรื่องตั้งครรภ์ของเธอ และใช้ชีวิตกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น การอยู่กับไอเดนไม่คุ้มค่ากับความรู้สึกผิด หลุมดำที่ไม่มีวันสิ้นสุดที่เธอกำลังจมลงไปตอนนี้เธอเข้าใกล้กำหนดคลอดปลอมมากขึ้น ไอเดนก็แสดงความรักต่อเธอมากขึ้น พวกเขาใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น บางครั้งเธอสงสัยว่าการตายของเด็กผู้หญิงที่น่าสงสารคนนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร มันก็ไม่คุ้มค่า เพราะเธอไม่มีความสุข เธอมีทุกสิ่งที่เธอต้องการ การเอาใจใส่ของไอเดนอย่างเต็มที่ เต็มที่เท่าที่เขาจะทำได้กับการสอบสวนที่เขาทุ่มเทให้เมื่อใดก็ตามที่เขาไม่ได้อยู่กับชารอน ช่วยเธอทำอาหาร หรือส่งอาหารที่เขาสั่งให้เธอ หรือทำความสะอาดบ้านเพราะเธอไม่ต้องการให้แม่บ้านมาอีกต่อไป เขาก็จะอยู่ที่สถานี ไขคดีของเอมี่ มองหาคำตอบที่อยู่ใต้หลังคาบ้านของตนเองตอนนี้ ชารอนไม่ได้ต่อสู้กับความรู้สึกผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในการตายของเอมี่เท่านั้น แต่เธอยังไม่มี

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 426

    ไอเดนผมควรจะฟังอาน่า ผมควรจะซ่อนตัวเฉยๆ ตอนที่ผมตามเธอไป ผมไม่ควรต่อสู้กับคนพวกนั้น ผมควรจะควบคุมความโกรธของตัวเอง... ที่สำคัญที่สุด ช่วงเวลาหยุดชะงักสั้นๆ ช่วงเวลาไม่กี่วินาทีที่ผมหยุดและบอกเธอว่าผมเป็นพ่อของเธอ ผมไม่ควรทำแบบนั้น ผมควรจะพาเธอออกจากที่นั่นไปที่ปลอดภัยทันที ถ้าผมไม่ได้ใช้เวลาเหล่านั้นอย่างผิดๆ บางทีเอมี่ก็คงยังอยู่ที่นี่ แต่ผมเห็นแก่ตัวมาก ทั้งๆ ที่ผมอ้างว่ารักและห่วงใยเธอเดนนิสพูดถูก เขาห่วงใยเธอมากกว่าผมนัก เขาเติบโตมากับเธอ เขาเลี้ยงดูเธอและเฝ้าดูเธอเติบโตมาตั้งแต่แรกเกิด ผมไม่มีทางรักเธอได้มากกว่าเขามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมสามารถและควรจะทำแตกต่างออกไป ทำได้ดีกว่านี้ แต่มันสายเกินไปแล้วเธอจากไปแล้วขณะที่ผมจ้องมองภาพถ่ายเพียงภาพเดียวที่เราถ่ายด้วยกันตอนที่เธอยังอยู่ในโรงพยาบาล มันยังคงยากที่จะเชื่อมันเพิ่งจะเกือบปีเท่านั้นตั้งแต่ผมรู้ว่าเธอเป็นลูกของผม ตั้งแต่ผมสามารถอุ้มเธอและดูเธอหัวเราะและยิ้มและกวนผมเรื่องการพบตัวเอง และตอนนี้เธอจากไปแล้วเหรอ?ผมหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น ตลกเป็นบ้าความตายโหดร้ายแบบนี้เหรอ? พันมือเย็นเยียบที่กัดกร่อนรอบตัวคนที่พวกเขาไม

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 425

    มุมมองของนักเขียนณ วินาทีนั้น โลกของอาน่าก็พังทลายลงต่อหน้าต่อตาเธอ"คุณหมอหมายความว่ายังไงที่เธอไปแล้ว?" ดวงตาเอ่อล้นขณะที่เธอกำเสื้อคุลมของแพทย์ "บอกกับฉันสิคุณหมอ บอกฉันว่าเอมี่จะไม่เป็นอะไร""ผมเสียใจด้วยครับ คุณอนาสตาเซีย" แพทย์พูด รู้สึกสงสารเด็กผู้หญิงที่น่าสงสารคนนี้ เธอไม่สมควรได้รับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสิ่งที่เธอต้องเผชิญ"อาน่า" เดนนิสกลืนน้ำลายขณะดึงเธอออกมาเมื่อเธอไม่ยอมปล่อยเสื้อของแพทย์"ปล่อยฉัน" เธอตะโกนและผลักเดนนิสออกไปจากเธอ "ไปให้พ้น"เดนนิสกำลังจะเดินกลับไปหาเธอเมื่อแพทย์ยกมือขึ้นเพื่อหยุดเดนนิส เขาฉีกยิ้มเล็กน้อยให้เขา แสดงว่าไม่เป็นไรอาน่าค่อยๆ ทรุดตัวลงบนพื้น แขนโอบรอบตัวเองขณะที่เธอคร่ำครวญ "ไม่"จากนั้นเธอก็ส่ายหัว "ไม่ เอมี่จะทิ้งแม่ไปไม่ได้นะลูก” เธอร้องไห้ขณะวิ่งไปตามทางเดินก่อนที่ใครจะหยุดเธอได้ เธอก็เปิดประตูห้องของเอมี่ เธอวิ่งไปข้างๆ เอมี่และดึงผ้าปูที่นอนออกจากร่างของเธอ"เอมี่" เธอตบแก้มของเธอเบาๆ "เอมี่ ตื่นสิ แม่มาแล้ว เอมี่ลูก" เธอเรียกซ้ำ ๆ ร่างกายสั่นเทาไปกับการร้องไห้ น้ำตาหยดลงบนใบหน้าของเอมี่และชุดคนไข้ที่เธอยั

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 424

    มุมมองนักเขียนขณะที่ไอเดนรู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ ไหลลงมาตามแขนด้านข้างของเธอ หัวใจก็หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาทรุดตัวลงคุกเข่า และวางร่างไร้เรี่ยวแรงของเอมี่ลงบนพื้น"เอมี่ ไม่นะ พ่ออยู่นี่แล้ว" เขาพึมพำอย่างกระวนกระวายขณะที่กดมือลงบนด้านข้างเพื่อห้ามเลือดดวงตาของเอมี่เปิดอยู่ แต่ดูเหมือนไร้ชีวิตชีวา เอมี่พยายามพูดอะไรบางอย่าง เธอพยายามถามเขาว่าเขาเป็นพ่อของเธอจริงๆ หรือไม่ เธอมีพ่อสองคนจริงๆ หรือไม่ แต่เธอขยับริมฝีปากไม่ได้ และสายตาของเธอก็พร่ามัวอย่างรวดเร็ว"เอมี่ เอมี่ หนูจะไม่เป็นอะไร อดทนไว้" ไอเดนพูดอย่างรวดเร็วขณะดึงเสื้อของเขาออกและผูกไว้รอบเอวของเธอ หวังอย่างแรงกล้าว่าเลือดจะหยุดไหล แต่กลับแย่ลงมีเสียงเอะอะเล็กน้อย มีเสียงฝีเท้าหลายคู่ขณะที่เดนนิสรีบเข้ามาในอาคารพร้อมกับตำรวจเมื่อเห็นตำรวจ ชายสองคนก็รีบลุกขึ้นและเดินออกจากอาคาร ตำรวจสองคนรีบตามพวกเขาไปทันทีไอเดนไม่ได้ละสายตาจากเอมี่เลยแม้แต่วินาทีเดียว "ได้โปรด เอมี่ ได้โปรด" เขาพึมพำอย่างสิ้นหวัง "อย่าจากพ่อไป" เขาเฝ้าดู หัวใจแตกสลายขณะที่ดวงตาของเอมี่ค่อยๆ หลับลง"เกิดอะไรขึ้นวะ?!" เดนนิสระเบิดเสียงออกมาขณะรีบเข้ามา

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 423

    มุมมองนักเขียน“ไม่!”ไอเดนและเดนนิสพูดออกมาพร้อมกันอนาสตาเซียมองสลับไปมาระหว่างทั้งสองคน ยิ่งโกรธมากขึ้น "หมายความว่าไงว่าไม่?""อาน่า คุณ…"“ฉันไม่…”แต่ละคนเริ่มพูดอีกครั้ง และมันก็แทรกกัน"ฉันไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น!" เธอหยุดพวกเขาด้วยการยกมือทั้งสองข้างขึ้น "ฉันจะไปเอง แค่นี้!" เธอพูดจบแล้วคว้ากระเป๋าผ่านมากว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วหลังจากที่พวกเขาได้รับวิดีโอ พวกเขาหาเงินมาได้สำเร็จ แต่พวกเขาก็ยังไม่มีใครที่จะเอาเงินไปส่งที่สถานที่ที่กำหนด เพราะไอเดนและเดนนิสไม่เห็นด้วยกันชายสองคนพยายามพูดให้เธอเปลี่ยนใจไอเดนเข้าใจมุมมองของเดนนิส ไม่ใช่ว่าเขามีเงินเหลือเฟือที่จะเอาไปให้คนลักพาตัว เขาแค่อยากได้ลูกสาวคืน เมื่อเธอปลอดภัยในอ้อมแขนของพวกเขาแล้ว พวกเขาค่อยให้ทางการและหน่วยรักษาความปลอดภัยทุกประเภทเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ไม่ใช่เพื่อแลกกับความปลอดภัยของเอมี่ "มาเถอะ อาน่า เราทำได้ คุณอยู่กับจัสตินที่นี่เถอะนะ" เขาพูดขณะที่สายตาของเขาจ้องไปที่จัสตินที่กำลังดิ้นอยู่ในเปลของเขา ขณะที่เขามองดูพวกเขาอย่างสงสัย"ไม่!" อาน่าไม่ยอม "พวกคุณเสียเวลามากพอแล้ว"อนาสตาเซียพยายามอดทน แต่พวกเขา

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 422

    อนาสตาเซียในเวลาเพียงวันเดียว ฉันต้องนั่งฟังการสอบปากคำมากกว่าที่ฉันเคยฟังมาทั้งชีวิตพนักงานทุกคนในร้านและแม้แต่ผู้คนที่เดินผ่านไปมาก็ถูกสอบถามอย่างสุภาพ พวกเขาถูกถามว่าบังเอิญเจอผู้หญิงกับเด็กหรือไม่ พวกเขาถามพร้อมกับบอกลักษณะของผู้หญิงและเอมี่ แต่ไม่มีใครเลย แม้แต่คนเดียวที่เห็นพวกเขา มันเหมือนกับว่าพวกเขาหายตัวไปในอากาศธาตุฉันหยุดน้ำตาที่ไหลลงมาไม่ได้เอมี่ที่น่าสงสาร เธอเพิ่งจะออกจากเตียงโรงพยาบาลที่ต้องนอนอยู่เป็นเดือนๆ เท่านั้น กลับถูกลักพาตัวโดยคนโชคร้ายบางคน มันไม่ยุติธรรมกับเธอเลยพวกเขาจะได้อะไรจากเรื่องนี้?ฉันสงสัยว่าตอนนี้ลูกเป็นอย่างไร คนพวกนั้นพาลูกไปไว้ที่ไหน? ลูกจได้กินอะไรไหม? หิวน้ำไหม? ลูกต้องหนาวแน่ๆฉันเหลือบมองยาของเธอที่ยังคงวางอยู่บนเคาน์เตอร์โดยไม่มีใครแตะต้อง รอให้เอมี่มาใช้ ฉันใช้เวลาทั้งคืนมองแต่ของพวกนั้น และในบางจุด แม้แต่จัสตินก็เริ่มร้องไห้ เขาคงสังเกตเห็นว่าพี่สาวของเขาไม่อยู่แล้วไอเดนและเดนนิสยังคงออกไปตามหาเธอ ทั้งคู่พิมพ์โปสเตอร์ที่มีรูปของเอมี่พร้อมเงินรางวัลสำหรับผู้ที่พบเธอในเวลาไม่กี่ชั่วโมง พวกเขาติดโปสเตอร์ตามสถานที่ต่างๆพวกเขาทำ

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status