ขณะที่กำลังท่องไปในโลกโซเชียลอย่างเพลิดเพลินเดนิสาก็ไม่รู้เลยว่ามีคนแอบมองตนเองอยู่ตลอดจนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงหญิงสาวเริ่มเบื่อจึงหยิบขนมที่เตรียมมาจากบ้านขึ้นมาทานและเงยหน้าขึ้นเพื่อจะถามว่าติณณภพจะทานขนมกับเธอไหม หญิงสาวจึงเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจ้องมาทางตนเองอยู่
“มีอะไรหรือเปล่าคะ หรือหนูรบกวนสมาธิอาหมอ”
“เปล่าหรอก”
“แต่อาหมอมองหน้าหนูอยู่นะคะ”
“อาก็แค่สงสัยบางอย่าง”
“สงสัยอะไรคะ”
“สงสัยว่าหนูได้ตาสีฟ้ามาจากใคร” ติณณภพโกหกออกไปคำโตทั้งที่จริงตนเองกำลังแอบสังเกตพฤติกรรมของเธอ
“ได้มากจากคุณพ่อค่ะ” เดนิสาชอบตาสีฟ้าของตนเองมากเพราะมันเป็นสิ่งที่เชื่องโยงระหว่างเธอกับบิดาที่ล่วงหลับไปนานแล้ว
“อ๋อ” ติณณภพพยักหน้าเข้าใจ เขาไม่เคยเจอกับบิดามารดาของเดนิสามาก่อนเพราะเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน
“อาหมอกินขนมไหมคะ”
“อาไม่ชอบกินขนม”
“เหมือนคุณยายเลยค่ะ คุณยายก็บอกว่าไม่ชอบกินขนมก๊อปแก๊ปพวกนี้”
คำพูดของเดนิสาทำให้เขาชะงักเพราะไม่คิดว่าเธอจะเอาเขาไปเปรียบเทียบกับคุณยายซึ่งมีอายุมากกว่าเขาหลายสิบปี
“แต่อาว่าลองกินหน่อยก็ดีนะ” เพราะกลัวจะถูกมองว่าแก่เหมือนคุณยายติณณภพเลยเดินมานั่งข้างๆ และหยิบขนมของเธอมาทาน
“รสชาติก็ไม่เลวนะ แต่โซเดียมเยอะไปไหน่อย แบบนี้กินบ่อยๆ ไม่ดีต่อสุขภาพนะ” เขาเตือนออกไปตามสัญชาตญาณ
“หนูรู้ค่ะ แต่กินแล้วมันหยุดไม่ได้ ปกติแล้วอาภพไม่กินขนมเลยเหรอคะแล้วเวลาอ่านหนังสือหรือทำงานไม่ง่วงแย่เหรอ”
“อาก็กินกาแฟไง”
“กาแฟไม่ดีต่อสุขภาพเหมือนกันนะคะ”
“นั่นสินะ” เขาไม่รู้จะเถียงเดนิสายังไงเพราะสิ่งที่เธอพูดมันก็จริงแต่เขาก็มีลิมิตว่าวันหนึ่งจะดื่มกาแฟไม่เกินสองแก้วหรือบางวันก็ดื่มแค่แก้วเดียว
“อาหมออยู่บ้านคนเดียวเหรอคะ”
“ครับ”
“ไม่เหงาเหรอคะ” เดนิสาเริ่มชวนคุยเพราะนั่งเงียบคนเดียวมาหนึ่งชั่วโมงก็เริ่มจะเบื่อ ปกติแล้วเธอเป็นคนร่าเร่งและมีเพื่อนเยอะมากแต่พอกลับมาที่นี่ก็ไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนที่อังกฤษเพราะเวลาไม่ค่อยตรงกันละเธอก็อยากลืมทุกอย่างที่นั่น
“ก็นิดหน่อยนะ” อันที่จริงเขาอยากตอบว่าเขาชอบที่ได้อยู่คนเดียวเงียบๆ แต่ถ้าตอบแบบนั้นออกไปเดนิสาก็คงจะรู้สึกไม่ดีแน่ๆ ชายหนุ่มเลยเลือกตอบอีกอย่าง
“อาหมออยากหายเหงาไหมคะ” คำถามมาพร้อมกับรอยยิ้มและแววตาเป็นประกาย
“อยากสิ” เขาไม่รู้ว่าเดนิสาจะทำอะไรเลยยอมตามน้ำไปก่อน
“ถ้างั้นวันที่อาหมอหยุดหนูจะมาอยู่เป็นเพื่อนหาหมอเองดีไหมคะ” เดนิสาพยายามหาทางออกให้กับตนเองเพราะรู้สึกว่าที่บ้านของคุณยายมันไม่ปลอดภัยเลยโดยเฉพาะวันหยุดเพราะอาณัติมักจะพาเพื่อนมาที่บ้านและพูดคุยกันเสียงดัง และเพื่อนบางคนของเขาก็มักจะพูดจาแทะโลม อาณัติไม่ได้ช่วยอะไรแถมยังผสมโรงไปกับเพื่อนอีกด้วย แต่จะอยู่ที่ร้านตลอดคุณยายกับน้าของเธอก็อยากให้หญิงสาวได้มีเวลาทบทวนบทเรียนก่อนที่จะเริ่มไปเรียนในวันจันทร์หน้า
“ได้สิ”
“ขอบคุณค่ะ งั้นเริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เลยนะคะ หนูจะมาบ้านอาหมอหลังเที่ยงค่ะ”
“ตอนเช้าล่ะ”
“ตอนเช้าไปช่วยคุณยายกับน้าษาที่ร้านค่ะ”
“เดซี่ก็ขยันเหมือนกันนะ แล้วเรื่องไปเรียนล่ะจัดการเรียบร้อยหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ จะเริ่มไปเรียนวันจันทร์แล้วค่ะ”
“ตื่นเต้นไหมที่จะได้เจอเพื่อนใหม่”
“ตื่นเต้นค่ะ ตอนนี้หนูพยายามจะรู้จักเพื่อนให้มากที่สุด ทุกคนดูเป็นกันเองมากค่ะ พวกเรามีไลน์กลุ่มกันพออาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่าหนูย้ายมาเรียนระหว่างเทอมเพื่อนก็ดึงหนูเข้ากลุ่มและช่วยแนะนำว่าหนูต้องเตรียมตัวยังไงบ้างก่อนเรียน”
“อ่านภาษาไทยได้เหรอ”
“พอได้ค่ะ แต่เพื่อนของหนูก็คุยกันเป็นภาษาอังกฤษ”
“เดซี่เคยเรียนภาษาไทยเหรอ”
“เคยค่ะ ตอนเด็กๆ หนูก็อยู่เมืองไทยค่ะ เลยได้เรียนนิดหน่อย พอไปอยู่ที่นุ่นแม่ก็สอนให้อ่านบ้าง บางครั้งคุณยายส่งหนังสือไปให้ค่ะ” เดนิสาเล่าไปด้วยกินขนมไปด้วยอย่างผ่อนคลาย เธอรู้สึกว่าการคุยกับติณณภพทำให้ตนเองผ่อนคลายและสบายใจมากขึ้น
“ไปอยู่ที่นู่นนานหลายปีแล้วกลับมาอบยู่เมืองไทยแบบนี้ไม่คิดถึงเพื่อนๆ เหรอครับ” เมื่อมีช่องทางเขาก็เริ่มถามขอ้อมูลของเดนิสามากขึ้น
“หนูไม่อยากนึกถึงทุกอย่างที่นั่นอีก” เธอพูดแล้วเงียบจนคนถามรู้สึกผิดมากที่ทำให้หญิงสาวกลับยังจุดที่เธอเจ็บปวดอีกครั้ง
ติณณภพไม่ได้พูดหรือถามอะไรต่อเพราะแค่นี้มันก็มากเกินไปสำหรับการพูดคุยกันตามลำพังครั้งแรก เขาอยากให้เดนิสาไว้ใจเขามากขึ้นและพูดถึงปัญหานั้นให้เขาฟังเอง
“เดี๋ยวคุณยายก็คงกลับแล้ว” เดนิสาพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
“เดซี่จะไปรอคุณยายก็ได้”
“หนูขอรอจนได้ยินเสียงรถคุณยายมาได้ไหมคะ”
“ได้สิ หนูจะอยู่ที่บ้านของอานานแค่ไหนก็ได้”
“อาจะไม่ถามเหรอคะว่าทำไมหนูถึงไม่อยากกลับบ้าน”
“เดซี่อาจไม่มีเพื่อนคุยใช่ไหม”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ”
“แล้วเพราะอะไรล่ะครับ” ในที่สุดติณณภพก็กล้าถามถึงเหตุผลเพราะรู้สึกได้ว่าเดนิสาก็อยากจะเล่าให้เขาฟังอยู่เหมือนกัน
“เพราะหนูรู้สึกว่าที่บ้านนั้นไม่ปลอดภัย”
“ถ้าที่บ้านไม่ปลอดภัยแล้วที่ไหนล่ะที่ปลอดภัย”
“หนูว่าที่บ้านของอาหมอยังปลอดภัยกว่าที่นั่น”
“เล่าให้อาฟังได้ไหม”
“อาอยากฟังเหรอคะ”
“อยากฟังสิ เดซี่อยากเล่าให้อาฟังไหมล่ะ”
“อาหมอสัญญาไหมว่าจะไม่อกเรื่องนี้กับคุณยายและน้าษา”
“อาไม่กล้ารับปาก เดซี่ลองเล่าให้อาฟังก่อนได้ไหมครับแล้วอาจะตัดสินใจเองว่าควรจะบอกคุณยายหรือเปล่า”
“ถ้าบอกคุณยายต้องไม่สบายใจแน่ๆ หนูไม่อยากให้คุณยายไม่สบายใจ”
“ถ้าเรื่องมันใหญ่เราก็ควรบอกคุณยาย แต่ถ้ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่เราก็จะรู้กันสองคน ตกลงตามนี้ไหม”
“ก็ได้ค่ะ”
เดนิสามองหน้าติณณภพแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเล่าว่าวันนี้หลังจากที่ตนเองคุยกับติณณภพที่หน้าบ้านแล้วก็เดินเข้าไปในบ้านหญิงสาวเจอกับอาณัติและเพื่อนๆ ของเขาที่ห้องรับแขกแล้วอาณัติก็แนะนำให้เธอรู้จักกับเพื่อนของเขา“เดซี่มานี่ก่อนสิพี่จะแนะนำเพื่อนให้รู้จัก”“ค่ะพี่ณัติ”“คนนี้ชื่อไอ้ป้อง ถัดไปชื่อไอ้อาร์ตและคนสุดท้ายที่หล่อๆ ชื่อไอ้เจ”“สวัสดีค่ะ” เดนิสายกมือไหว้ทุกคนในห้องรับแขก“นั่งคุยกันก่อนสิน้องเดซี่ ไอ้ณัติบอกพี่ว่ามีน้องสาวสวยพี่ไม่คิดเลยว่าจะสวยมากขนาดนี้“ขอบคุณค่ะ แต่พี่ๆ คุยกันเถอะ หนูตัวก่อน”“จะรีบไปไหนล่ะ คุยกับพวกพี่ก่อนสิ”“หนูปวดหัวนิดหน่อยขอไปนอนพักก่อนนะคะ”“ปวดหัวจริงหรือแกล้งปวดหัวเพราะไม่อยากคุยกับพวกพี่กันแน่ละ”“หนูปวดหัวจริงๆ ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”“น้องสาวมึงนี่สวยแต่เล่นตัวชะมัด”“แต่แบบนี้กูชอบนะท้ายดีถ้าได้สักครั้งกูจะเอาให้คลานลงจากเตียงเลย”ผู้ชายทั้ง 4 คนที่อยู่ในห้องรับแขกพากันหัวเราะและดูเหมือนอาณัติจะหัวเราะไปกับเพื่อนของเขาด้วยเดนิสาไม่รู้ว่าคำพูดนั้นออกมาจากปากของใครแต่เธอฟังแล้วรู้สึกไม่ดีเอามากๆ หญิงสาวจึงรีบเข้าห้องของตัวเองและล็อกประตูห้องอย่างแน
ย้อนไปเมื่อ 1 เดือนก่อนที่ประเทศอังกฤษเดนิสาเลิกเรียนก็ตรงกลับมาที่บ้านทันที วันนี้มารดาของเธอบอกว่าจะกลับมาช้าหน่อยเพราะหลังจากเลิกงานแล้วจะไปงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนร่วมงานสุนิสามารดาของเดนิสาทำงานในบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งซึ่งเงินเดือนที่ได้ก็มากพอที่จะให้เธอใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอีกทั้งยังแบ่งเงินบางส่วนส่งไปให้ทางบ้านที่เมืองไทยอีกด้วย ส่วนสามีใหม่ของเธอนั้นก็ทำงานในบริษัทเดียวกันแต่ตำแหน่งงานนั้นสูงกว่าสุนิสาอยู่มากเดนิสาค่อนข้างสนิทกับพ่อเลี้ยงมากเพราะอยู่ด้วยกันมาหลายปี เธอรักเขาเหมือนกับพ่อแท้ๆ“กู๊ดอีฟนิ่งค่ะไมค์ หนูนึกว่าเย็นนี้คุณจะไปงานเลี้ยงกับแม่” เดนิสาทักทายพ่อเลี้ยงที่กำลังนั่งดื่มวิสกี้อยู่หน้าจอทีวี“งานนี้มีแต่ผู้หญิง ฉันเลยคิดว่ากลับมานั่งดื่มที่บ้านน่าจะดีกว่า เดซี่ดื่มด้วยกันไหม”“ขอบคุณค่ะ แต่หนูไม่ดื่มค่ะ คุณดื่มแต่เหล้าแบบนี้เดี๋ยวก็เมาเร็วหรอกค่ะ เอาอะไรมากินด้วยไหมเดี๋ยวหนูจะทำให้”“ฉันอยากกินยำไข่ดาวเหมือนที่เธอทำให้กิน เธอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ คุณรอสักครู่นะคะเดี๋ยวหนูจะรีบทำให้ค่ะ”เดนิสาเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องนอนจากนั้นก็เข้าครัวเพื่อนทำยำไข่ดาวให้
“อย่านะไมเคิล ช่วยด้วย ช่วยด้วย”“ฉันว่าเธอเก็บเสียงของเธอไว้ครางดีกว่านะเดซี่”หญิงสาวยังตะโกนไม่ยอมหยุดจนไมเคิลต้องถอดปลอกหมอนแล้วเอามายัดปากเพราะเสียงของเธอกำลังจะทำให้เขาหมดอารมณ์เดนิสาดิ้นขลุกขลักและพยายามเบี่ยงหน้าหลบเมื่อไมเคิลโน้มตัวลงมา ริมฝีปากของเขาเลยจูบลงไปบนหมอนแทนที่จะเป็นแก้มเนียนสวยของลูกเลี้ยง“อย่าทำเป็นเก่งหน่อยเลย ฉันรับรองได้เลยว่าถ้าได้เป็นเมียฉันแล้วเธอจะติดใจ”ไมเคิลพูดแล้วยิ้มอย่างผู้ชนะ เขาก็ดึงเสื้อของเธอขึ้นไปกองบนเนินอก แววตาที่มองร่างของลูกเลี้ยงเต็มไปด้วยความต้องการเดนิสาเห็นแล้วตัวสั่นเทาเธอไม่รู้เลยว่าจากนี้จะสู้หน้ากับคนอื่นได้ยังไง เมื่อตนเองมีสามีคนเดียวกับแม่ผู้ให้กำเนิดใบหน้าของพ่อเลี้ยงขยับเข้ามาใกล้ใบหน้าของอีกครั้ง เขาใช้มือบีบปลายคางของหญิงสาวไว้แล้วประกบริมฝีปากลงมาบนริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างจาบจ้วง เดนิสาพยายามสะบัดหน้าหนี น้ำตาเธอไหลพรากเมื่อคิดว่าตนเองจะต้องเป็นของผู้ชายคนนี้แล้วจริงๆ“ปล่อยเดซี่เดี๋ยวนี้นะไมเคิล”เสียงตะโกนห้ามทำไมเคิลปล่อยมือออกจากคางของลูกแล้วหันกลับไปมอง เขาตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นว่าตอนนี้ภรรยามองด้วยสายตาที่โ
ทุกคำที่ออกมาจากปากของเดนิสาทำให้ติณณภพจับได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในนั้น เธอทำเป็นเข้มแข็งแต่แววตาและน้ำเสียงนั้นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง“หนูไม่คิดเลยว่ากลับมาที่นี่แล้วจะเจอแบบเดิมอีก หนูคิดว่าพี่ณัติคือพี่คือคนในครอบครัว แต่เขาก็ไม่เคยห้ามเพื่อนเลยแล้วแบบนี้หนูจะไว้ใจใครได้” เดนิสารู้สึกผิดหวังมากเพราะเธอคิดว่าบ้านคุณยายเป็นที่ปลอดภัยแต่มันกลับไม่เป็นแบบนั้น“อย่างน้อยหนูก็ไว้ใจอาได้นะเดซี่” ติณณภพพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและตบบ่าเธอเบาๆ อย่างให้กำลังใจ“อาหมอจะไม่เป็นเหมือนพวกเขาใช่ไหมคะ”“อาจะไม่เป็นแบบนั้น” เขาให้คำสัญญาอย่างหนักแน่น“ขอบคุณนะคะอาหมอที่เป็นหลุมหลบภัยให้กับหนู”เดนิสารู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยมากถึงแม้ติณณภพจะเป็นผู้ชายและเคยเจอกับเธอเพียงไม่กี่ครั้งแต่หญิงสาวก็ไว้ใจเข้ามา ท่าทางที่เขาแสดงออกนั้นมันอ่อนโยนและดูน่าเชื่อถือจนหญิงสาวเห็นเขาเป็นที่พึ่ง“ถ้าหนูรู้ว่าที่นี่ปลอดภัยหนูก็มาได้ตลอดนะเดซี่”“ขอบคุณค่ะอาหมอ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณอีกครั้งและเมื่อเห็นรอยยิ้มที่เขาส่งให้เธอก็รู้สึกได้ว่าเขาจริงใจและไม่มีทางทำให้เธอผิดหวังอย่างแน่นอน“ถ้าหนูอยากจะร้องไห้ก็ร้องออกมานะ ถ
ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วที่ทุกๆ วันหยุดเดนิสาจะมาอ่านหนังสือและมานอนเล่นอยู่ในห้องทำงานของติณณภพ ในทุกวันที่มาหญิงสาวจะเล่าถึงเรื่องที่ตนเองไปเจอมาตลอดทั้งสัปดาห์ให้กับชายหนุ่มฟัง ซึ่งเขาก็ไม่เคยเบื่อเลยที่จะฟังรอยยิ้มของเดนิสาดูสดใสขึ้นมาก นัยน์ตาสีฟ้าเป็นประกายวิบวับและร่องรอยของความเจ็บปวดเริ่มจางหายไปติณณภพไม่เคยถามว่าเธอลืมเรื่องในอดีตได้หรือยังเพราะกลัวว่าจะเป็นการกวนน้ำให้ขุ่น แต่เท่าที่สังเกตดูเขาคิดว่าตอนนี้หญิงสาวน่าจะรู้สึกดีขึ้นและอีกไม่นานเธอคงไม่หวาดระแวงเวลาได้ยินเสียงผู้ชายพูดเสียงดังหรือเวลาที่เห็นใครดื่มเหล้า“อาหมออยู่แต่บ้านไม่เบื่อเหรอคะ” เดนิสาชวนชายหนุ่มเจ้าของบ้านคุยในบ่ายวันเสาร์ซึ่งเธอเพิ่งจะหอบหนังสือมาจากบ้าน“ไม่นะ” เขาตอบไปตามความจริง“แต่ก่อนตอนวัยรุ่นอาหมอก็อยู่แต่บ้านแบบนี้เหรอคะ”“ไม่หรอก แต่ก่อนอาก็ออกไปเที่ยว ไปดื่มกับเพื่อนบ้าง”“แล้วตอนนี้ทำไมไม่ออกไหนเลยล่ะคะ หรือเพราะกลัวว่าหนูจะแอบขโมยของในบ้านเลยต้องอยู่เฝ้าบ้านตลอด”“บ้านอามีอะไรให้ขโมยกันล่ะ”“ก็หนังสือในตู้ไงคะ หนูว่าถ้าเอาไปขายคงได้หลายบาทอยู่” เดนิสาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี“เดซี่เบื่อเหรอ” เขา
ติณณภพพาเดนิสามายังศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่ผู้คนค่อนข้างจะพลุกพล่านเนื่องจากบ่ายวันเสาร์เป็นวันที่หลายๆ คนได้หยุดพักผ่อน ต่างก็พากันออกมาเดินเที่ยวและช้อปปิ้งกันอย่างสนุกสนานเดนิสาเดินเที่ยวดูของไปเรื่อยแต่ยังไม่ได้ซื้ออะไรเพราะจริงๆ แล้วหญิงสาวไม่ได้ตั้งใจจะมาซื้อของ เพียงแต่เธออยากจะออกมานอกบ้านก็เท่านั้น“อาหมอมีอะไรอยากซื้อไหมคะ”“อาไม่มีอะไรอยากซื้อแล้วเดซี่ล่ะ ไหนว่าจะออกมาซื้อของใช้”“เดี๋ยวค่อยซื้อก่อนกลับก็ได้ค่ะ ตอนนี้หนูอยากเดินดูให้ทั่วก่อนว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ปกติอาหมอมาเดินซื้อของแบบนี้บ่อยไหมคะ”“นานๆ ครั้งถึงจะออกมาซื้อ”“อาหมอหนูอยากกินไอติม เราไปกินไอติมกันไหม”“เอาสิ อาก็ไม่ได้กินนานแล้วเหมือนกัน”ระหว่างนั่งทานไอศกรีมเดนิสาก็มองไปรอบๆ ร้านซึ่งคนที่มานั่งทานก็มีทั้งมากันเป็นครอบครัวและคู่รัก“อาหมอมีแฟนหรือยังคะ” เดนิสาตัดสินใจถามในสิ่งที่ตนเองอยากรู้เพราะหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้ยินหรือเห็นเขาพูดถึงคนรักเลยสักนิด“อาเคยมีแฟนมาแล้ว หลายคนด้วยนะ”“ไม่อยากจะเชื่อผู้ชายเย็นชาอย่างอาหมอเนี่ยนะที่จะมีแฟนมาแล้ว”“อาดูเย็นชามากเลยเหรอ”“ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ แต่อาหมอดูจริง
สามเดือนแล้วที่เดนิสาเข้าออกบ้านของติณณภพราวกับเป็นบ้านของตนเองถึงแม้ว่าตอนนี้อาณัติจะไม่พาเพื่อนมากินเหล้าที่บ้านแล้วแต่หญิงสาวก็ยังคงไปนั่งอ่านหนังสือในห้องทำงานของเขาอย่างเคยความรู้สึกของเดนิสาที่มีต่อติณณภพในตอนนี้เธอคิดว่ามันคือความรัก และเธอมั่นใจว่าความรักที่มีกับชายหนุ่มนั้นมันไม่ใช่ความรักแบบอากับหลาน ในตอนแรกเดนิสาคิดว่าเหตุผลที่ตัวเองรักเขาเพราะเขาเป็นผู้ใหญ่ใจดี เมื่ออยู่ด้วยแล้วรู้สึกปลอดภัยแต่พอเวลาผ่านไปความรู้สึกที่มีให้ติณณภพมันก็เปลี่ยนเป็นความรักในแบบชายหญิงและอยากจะให้เขารักตอบถึงแม้จะรู้ว่าในอดีตติณณภพจะเป็นผู้ชายที่เจ้าชู้และเป็นเพลย์บอยมาก่อนแต่ในเมื่อเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วเธอก็ไม่กลัวว่าเขาจะทำให้ตนเองเสียใจแต่เดนิสาก็ยังไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับเขาเพราะกลัวว่าถ้าบอกออกไปแล้วเขาจะไม่ให้เธอมาหาที่บ้านหลังนี้อีกเดนิสารู้ว่าตอนนี้ติณณภพไม่ได้คบใครอยู่ แต่เธอก็ไม่รู้จะทำยังไงให้เขาสนใจเธอและมองเธอแบบคนรัก เพราะดูเหมือนเขาค่อนข้างจะเย็นชา และไม่สนใจผู้หญิงคนไหนเลย ที่รู้ว่าเขาไม่สนใจผู้หญิงเพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งเธอออกไปเดินซื้อของกับติณณภพและที่โรงพยาบาลโทรศัพท์มา
ระหว่างที่คุยกันอยู่ก็มีรุ่นพี่ปีสามคนหนึ่งมาขอนั่งคุยด้วยซึ่งรุ่นพี่คนนี้พยายามจะเข้ามาจีบเดนิสาแต่หญิงสาวก็ให้สถานะแค่รุ่นพี่ร่วมสถาบันเท่านั้น“พี่ได้ข่าวว่ารถเดซี่เสียเหรอครับ”“ค่ะ”“แล้วเย็นนี้จะกลับบ้านยังไง ให้พี่ไปส่งดีไหม”“เดี๋ยวเดซี่ให้อามารับค่ะ”“แล้วพรุ่งนี้จะไปมายังไงให้พี่ไปรับที่บ้านได้นะ พี่ยินดีรับส่งเดซี่ตลอดเลย”“ไม่เป็นไรค่ะเดซี่เกรงใจ”“ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่าพี่เต็มใจนะ”“พี่ชินคะ เดซี่เขาก็บอกอยู่ว่าเกรงใจพี่ก็ยังเซ้าซี้อยู่ได้ แบบนี้มันน่ารำคาญนะคะ แบบนี้ไม่มีทางจีบติดหรอก” อรอินทร์ที่นั่งฟังอยู่นานก็อดพูดขึ้นไม่ได้เตชินหรือชิน เป็นรุ่นพี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ที่พยายามเข้ามาจีบเดนิสาตั้งแต่เธอเข้ามาเรียนวันแรกจนตอนนี้ผ่านมา 3 เดือนแล้วแต่เขาก็ยังคงมาหาหญิงสาวที่คณะอยู่เสมอ“แล้วอิ๊นซ์เกี่ยวอะไรด้วยล่ะ”“ก็เดซี่เป็นเพื่อนอิ๊นซ์”“ไม่เคยได้ยินเหรอว่าตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก”“ตื๊อให้ตายก็ไม่ได้ผลหรอก” อรอินทร์กระซิบกับเดนิสาเพราะดูแล้วเพื่อนของเธอไม่เคยสนใจผู้ชายคนนี้เลยสักนิดระหว่างที่นั่งรอให้ติณณภพมารับอรอินทร์และเมลดาก็ถูกร้านทำเล็บที่จองคิวไว้โทรศัพท์มาตาม ทั้งส
เดนิสาตื่นเต้นที่ได้กลับมายังประเทศอังกฤษถึงแม้ว่าจะเคยอยู่ที่นี่มานานกว่า 15 ปี แต่การกลับมาครั้งนี้ก็อาจจะต่างจากทุกครั้งหญิงสาวมีติณณภพเดินจะเข้ามาในบ้านหลังเล็กที่ครั้งหนึ่งเดนิสาเคยกลัวและไม่คิดจะกลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย “มือเย็นเชียวกลัวเหรอเดซี่”“นิดหน่อยค่ะ” เดนิสาตอบพลางพยักหน้าเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องเธอกับไมเคิลก็ยังไม่เคยเจอกันเลย ผ่านมาเกือบจะครึ่งปีแล้วแต่ความทรงจำก็ยังชัดเจน“อาหมอคะ หนูคิดว่าลืมทุกอย่างได้แล้วแต่มันไม่ใช่แบบนั้นเลย พอกลับมาสถานที่เดิมหนูก็ยังคิดถึงเรื่องเดิมอีก” เดนิสาพูดเสียงสั่น“เดซี่หนูไม่ต้องกลัวนะ อาอยู่กับหนูตลอดเราจะผ่านมันไปด้วยกันนะ อาจะคุยกับแม่ของเดซี่จากนั้นเราจะรับกลับ”“หนูไม่รู้ว่าวันนี้เขาจะอยู่บ้านหรือเปล่า”พอทั้งสองเดินผ่านประตูบ้านเข้าไปมารดาของหญิงสาวเห็นก็รีบเข้ามากอดลูกสาวด้วยความดีใจ“เดซี่”“แม่ชา หนูคิดถึงแม่ค่ะ” เดนิสาร้องไห้และกอดมารดาแน่นกว่าทั้งสองจะผละออกจากกันก็นานพอสมควร“หนูสบายดีไหม”“สบายดีค่ะ แม่ล่ะคะผอมไปหรือเปล่า”“ช่วงนี้แม่ออกกำลังกายทุกวันจ้ะลูก”“แม่คะหนูลืมแนะนำเลยค่ะคนนี้อาหมอติณณ์ค่ะ”“สวัสดีครับคุณน้า”“ส
เดนิสาอยู่ร่วมงานปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำจนถึงเที่ยงคืนก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเมามาก เธอคิดว่าคงวดื่มต่ออีกไม่ไหวหญิงสาวจึงไลน์บอกให้ติณณภพมารับหน้าบ้านพัก“ดื่มไปเยอะเหรอเดซี่หน้าแดงหมดแล้ว”“ค่ะ แต่หนูยังไม่เมานะคะหนูยังเดินตรงและก็ยังจำได้ว่าอาหมอเป็นแฟนของหนู เดนิสาเดินเซจนชายหนุ่มต้องช่วยประคองกลับมาจนถึงบ้านพักของเขา“นั่งรอตรงนี้นะคนเก่งเดี๋ยวอาไปหาผ้าเย็นๆ มาเช็ดตัวให้”“ค่าอาหมอ” เดนิสารับคำขณะที่มองแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักติณณภพกับมาพร้อมด้วยผ้าขนหนูและกะละมังใบเล็กก่อนจะเช็ดไปตามซอกคอและลำตัวของเธออย่างแผ่วเบาหลังจากเช็ดตัวจนเสร็จเขาก็เอากะละมังไปเก็บในห้องครัวโดยมีเดนิสาเดินตามหลังมาด้วย เขาเปิดตู้เย็นแล้วหยิบน้ำดื่มส่งให้เธอ“ขอบคุณนะคะอาหมอ”“ดีขึ้นไหม ปวดหัวไหม”“ค่ะอาหมอ หนูไม่มามากขนาดนั้นหรอกค่ะก็แค่มึนๆ เองค่ะ”“งั้นไปนอนนะพรุ่งนี้จะได้มีแรงเที่ยว” “หนูยังไม่ง่วงเลย อาหมอง่วงหรือยังคะ”“อานอนมาทั้งวันแล้ว ไม่ง่วงเลยสักนิด” ติณณภพเดินเข้ามาจนชิดและกอดเธอไว้อย่างหลวมๆ สายตาที่เขาจ้องลงมานั้นทำให้เดนิสาขนลุกไปทั้งตัว เพราะในแววตาของคุณหมอ
เมื่อวางสายจากคนรักแล้วเดนิสาก็ไปกระซิบบอกอรอินทร์ว่าติณณภพตามมาหาและเธอจะออกไปค้างกับเขาที่บ้านพักและจะรีบกลับมาในตอนเช้า“แล้วเดซี่ไม่ไปเที่ยวกับอาหมอเหรอ”“แต่เราอยากเที่ยวกับเพื่อนด้วยอาหมอก็ไม่ว่าอะไร คืนนี้อิ๊นซ์นอนคนเดียวได้แน่นะ”“คนเดียวที่ไหนล่ะยังมียายปลาอีกคนที่พักห้องเดียวกับเรา ถ้ายัยปลาถามเดซี่จะให้เราบอกไปตามตรงไหม แต่เราว่าไม่ต้องห่วงหรอกเพราะดูแล้วยายปลาน่าจะเมาจนไม่รู้เรื่องแล้ว”“ไหนว่าคืนนี้จะไม่กินเหล้ากัน”“ตอนแรกก็ตกลงกันแบบนั้นแหละ แต่ก็ไม่มีใครทนได้พวกนั้นล่ะกินเหล้าเก่งจะตาย”“แล้วอิ๊นซ์ล่ะ”“ไม่ต้องห่วงเลยเราโตมากับพี่ชายนะเรื่องกินเหล้าแค่นี้เราสบายมาก เดซี่รีบไปเถอะเดี๋ยวอาหมอจะรอนาน”“พรุ่งนี้เข้าเจอกันนะ”“อือ”เดนิสาเดินผ่านกลุ่มเพื่อนมายังหน้าบ้านซึ่งไม่มีใครสนใจใครเพราะทุกคนกำละสนุกกับกิจกรรมตรงหน้าเมื่อเดินออกมากก็เห็นติณณภพมายืนรออยู่แล้ว“คิดถึงอาหมอจังเลยค่ะ” เดนิสาเข้าไปกอดโดยไม่สนใจว่าจะมีใครเห็นเพราะตรงนั้นมืดมาก“อาก็คิดถึงเดซี่” ติณณภพดึงคนรักมากอดแล้วหอมไปยังไรผมด้วยความคิดถึง“ขับรถมาเหนื่อยไหมคะ”“ก็มีบ้าง”“อาหมอถึงกี่โมงคะ” หญิงสาวชวนค
ก่อนสอบปลายภาคเดนิสาและติณณภพไม่ได้เจอกันเลย หญิงสาวขออ่านหนังสืออยู่ที่บ้านของตนเองขณะที่ติณณภพก็รับขึ้นเวรมาขึ้น เขารับทั้งเวรออกตรวจและเวรที่ปรึกษาซึ่งบางครั้งก็มีเคสคลอดด่วนที่เขาต้องไปทำคลอดในเวลากลางคืน ที่เขาทำแบบนี้เพื่อตนเองจะได้ไปเที่ยวกับเดนิสาอย่างสบายใจเพราะเพื่อนหมอก็จะมาออกตรวจแทนตนเองในช่วงนั้นด้วย แต่ก็มีอีกเหตุผลหนึ่งคือเขาไม่อยากอยู่ว่างเนื่องจากปกติแล้ววันเสาร์และวันอาทิตย์เดนิสาจะมาขลุกอยู่ที่บ้านของเขาตลอด แต่พอเธอไม่อยู่ติณณภพก็รู้สึกเหงาวันนี้เป็นการสอบวันสุดท้ายของเดนิสาหญิงสาวโทรศัพท์มาบอกติณณภพว่าตนเองสอบเสร็จแล้วและกำลังจะเดินทางไปเที่ยวหัวหินกับเพื่อนๆ“เดินทางปลอดภัยนะเดซี่”“ขอบคุณค่ะ เราเจอกันกันอีกทีเย็นวันอาทิตย์นะคะ”“อีกตั้งหลายวันเลยนะ”“สามวันเองค่ะ”“เฮ้อ ไม่อยากให้ไปเลย”“หนูชวนอาหมอแล้วอาหมอไม่มาเอง”“อาอยากให้หนูใช้ชีวิตกับเพื่อนให้เต็มที่สนุกให้เต็มที่ เพราะเราย้อนเวลากลับมาได้”“ค่ะ หนูจะใช้ชีวิตวัยรุ่นให้สนุกเต็มที่เลยค่ะ หนูจะขึ้นรถแล้วนะคะ อาหมอตั้งใจทำงานนะคะถ้าถึงแล้วหนูจะไลน์บอก”“ได้จ้ะ ดูแลตัวเองด้วยนะเดซี่ แล้วก็อย่าลืมทาครีมกันแดด
ระหว่างรอให้ถึงเวลาที่หนังจะฉายเดนิสากับติณณภพก็ไปทานอาหารกลางวันและดินเล่นเพื่อฆ่าเวลาขณะที่เดินผ่านร้านขายยาเดนิสาก็หยุดเดินและดึงแขนติณณภพไว้“มีอะไรหรือเปล่าเดซี่”“หนูจะซื้อยาแต้มสิวค่ะ”“หนูไม่มีสิวนี่เดซี่จะซื้อไปทำไม” เขามองหน้าเนียนใสของคนรักที่ไม่มีสิวเลยสักเม็ด“โมเดลฝากซื้อค่ะ”“อาหมอรออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ”“เข้าไปด้วยกันก็ได้” ติณณภพเดินตามหญิงสาวเข้ามาในร้านขายยาที่อยู่ในห้างสรรพค้าเดนิสาได้ยาแต้มสิวแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมออกจากร้าน หญิงสาวเดินวนไปมาจนติณณภพสงสัย“เดซี่จะซื้อย่างอื่นเพิ่มใช่ไหม”“ใช่ค่ะ อาหมอออกไปก่อนได้ไหมคะ”“ของที่หนูจะซื้อเป็นความลับเหรอ”“เป็นความลับของเพื่อน”“อาไปรอข้างนอกก็ได้” ติณณภพคิดว่าเธอคงจะอึดอัดถ้าเขายืนอยู่ด้วย“อาหมอคะ” เดนิสารั้งแขนเขาไว้ขณะที่เขากำลังจะเดินออกไปนอกร้าน“มีอะไรครับเดซี่ หน้าดูไม่ดีเลยหรือว่ามไม่สบายหรือปวดท้องเมนยังไม่หาย” เขาถามคนรักด้วยความเป็นห่วง“เปล่าค่ะ หนูหายเป็นเมนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่หนูมีของอยากซื้อแต่หนูไม่กล้าซื้อ”“จะซื้ออะไรเดี๋ยวอาซื้อให้”“อาหมอสัญญาก่อนว่าจะไม่บอกใคร” “อาสัญญา” “เพื่อ
หลังจะขออนุญาตคุณยายราตรีแล้วติณณภพก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก ช่วงนี้เขาพยายามรีบเคลียร์งานและออกตรวจแทนเพื่อนๆ หมอให้มากที่สุดเพื่อจะได้เพิ่มวันหยุดของตัวเองให้มากขึ้น เขาวางแผนจะพาเดนิสาไปเจอกับมารดาของเธอที่อังกฤษ และอาจจะเที่ยวที่นั่นต่ออีกหลายวัน ก่อนจะกลับมาทำงานระหว่างนี้เดนิสาก็ขับรถไปเรียนเอง ทำให้ติณณภพไม่ค่อยเป็นห่วงมากเท่าไหร่ในทุกเย็นเขาเลิกงานที่โรงพยาบาลแล้วก็จะโทรหาหญิงสาวจากนั้นก็ไปออกตรวจที่คลินิกของเพื่อน จะกลับมาถึงบ้านอีกทีก็สองทุ่มครึ่ง จึงไม่ค่อยได้เจอเดนิสาเท่าไหร่แต่ทั้งสองก็ยังโทรศัพท์หากันทุกวันจนกระทั่งถึงวันเสาร์ซึ่งปกติแล้วเดนิสาจะต้องมาที่บ้านของชายหนุ่มหลังจากทานอาหารกลางวันแต่วันนี้หญิงสาวรีบมาตั้งแต่เช้าเพราะเธออยากจะเจอกับเขามาก“สวัสดีค่ะ อาหมอทำอะไรอยู่คะ”“อารดน้ำต้นไม้ใกล้จะเสร็จแล้วเข้ามาก่อนสิ” ติณณภพรีบไปเปิดประตูให้คนรัก“หนูไม่กวนอาหมอใช่ไหม”“ไม่เลย เดซี่มีอะไรหรือเปล่าวันนี้ถึงมาแต่เช้า”“หนูมีเรื่องจะคุยกับอาหมอนิดหน่อย”“เรื่องอะไรล่ะ ไปคุยกันในบ้านนะ” ติณรภพจับมือคนรักแล้วพากันเดินเข้ามายังห้องรับแขก“หนูลืมบอกอาหมอว่าหลังสอบเสร็จหนูจะไปเที
เย็นวันอาทิตย์ขณะที่เดนิสากำลังคุยกับคุณยายราตรีเรื่องการไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เสียงออดที่หน้าประตูก็ดังขึ้น เดนิสาคิดว่าคนที่มากดน่าจะเป็นมารดาของติณณภพแน่ๆ หญิงสาวรีบเดินออกไปเปิดประตูและก็เป็นจริงอย่างที่เธอคิดเพราะบิดามารดาของเขามาพร้อมกับกระเช้าผลไม้ใบใหญ่“สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ คุณยายอยู่ข้างในค่ะ”“หนูเกริ่นกับคุณยายหรือยังจ้ะ”“ยังค่ะหนูไม่กล้า”“ไม่เป็นไรเดี๋ยวแม่จัดการเอง”เดนิสาเดินนำผู้ใหญ่ทั้งสองเข้ามาในบ้านซึ่งพอคุณยายของเธอเห็นก็ยิ้มด้วยความดีใจเพราะไม่ได้เจอกันมานาน“สวัสดีค่ะคุณยาย / สวัสดีครับคุณยาย”“สวัสดีจ้ะ เข้ามานั่งก่อนเป็นยังไงกันบ้างล่ะไม่เจอกันนานเลยสบายดีไหม”“พวกเราสบายดีครับ คุณยายก็ยังแข็งแรงเหมือนเดิมนะครับ”“ยายก็ยังพอมีแรงอยู่”“วิไลต้องขอโทษคุณยายด้วยนะคะไม่ค่อยได้แวะมาหาเลย”“ไม่เป็นไรหรอก คนเราก็มีงานกันทั้งนั้นแล้ววันนี้แวะมาหาหมอติณณ์เหรอ”“ค่ะ เราสองคนแวะมาหาหมอติณณ์แล้วก็ว่าจะชวนคุณยายกับทุกคนไปทานข้าวที่บ้านด้วยกัน”“น่าจะไปไม่ได้ทุกคนหรอกนะ”“อ้าวทำไมล่ะคะ”“ยัยษากับสามี ออกไปกินเลี้ยงกับเพื่อนเขาน่ะ เหลือแต่ยายกับหนูเดซี่สองคนนี้แหละ”“สองคนก็ไ
เช้าวันจันทร์เดนิสามีเรียน 9 โมงติณณภพไม่ยอมให้เธอนั่งรถไปเรียนเองเพราะเขาเป็นห่วง ชายหนุ่มจึงให้หญิงสาวเอารถเขาไปใช้ส่วนตัวเขาก็นั่งแท็กซี่ไปทำงานและให้เธอไปรับที่โรงพยาบาลในตอนเย็นหลังจากเลิกเรียนในเวลาบ่ายสามโมงครึ่งเพื่อนๆ ในห้องก็คุยกันเรื่องการไปเที่ยวทะเลหลังจากสอบเสร็จ“ปกติเพื่อนๆ จะไปเที่ยวทุกปิดเทอมเหรออิ๊นซ์” เดนิสาถามอรอินทร์ที่กำลังช่วยเป็นเพื่อนเลือกว่าจะพักที่ไหน“ใช่พวกเราจะไปเที่ยวกันหลังสอบเสร็จ”“แล้วไปทะเลทุกปีหรือเปล่า”“ก็ทุกปีนะเพราะว่ามันใกล้ แต่ก็สลับกันไปบางปีก็หัวหินบางปีก็ไปเสม็ด” อรอินทร์อธิบายให้เดนิสาฟัง “แล้วปีนี้ไปกันที่ไหนล่ะ”“ปีนี้ไปหัวหินจ้ะเดซี่ต้องไปกับพวกเรานะ ไปกันหลายคนสนุกดี”“เราสามคนไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันเลยนะเดซี่” เมลดาที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็อยากให้เพื่อนได้ไปเที่ยวด้วยกัน“เราต้องขออนุญาตคุณยายก่อน”“ขออนุญาตคุณยายหรือขออนุญาตอาหมอกันแน่จ๊ะเดซี่” เมลดาอดแซวไม่ได้เพราะช่วงนี้เดนิสานั้นหายเข้าออกมีแต่หมอติณณภพ“ก็ขอทั้งสองคนนั่นแหละ”“ถ้าอาหมอห้ามล่ะเดซี่จะทำยังไง” อรอินทร์ถามความคิดเห็นของเพื่อน“เราว่าอาหมอไม่ห้ามหรอก อาหมอใจดีมาก”“ใจดีมา
“พอก่อนเดซี่”ติณณภพรีบบอกคนรักก่อนจะดึงหญิงสาวขึ้นมายืน เขามองเดนิสาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเสน่หา“ทำไมคะ” หญิงสาวหน้าเสียเพราะคิดว่าตนเองทำไม่ถูกใจเขา“อาอยากแตกในมากกว่า” แววตาที่เขามองคนรักเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ล้นปรี่ ติณณภพไม่เคยมีเซ็กซ์กับใครแล้วไม่ป้องกันมาก่อนแต่เพราะเมื่อคืนเดนิสาบอกเขาว่าตนเองกำลังจะเป็นรอบเดือนและเขาก็มั่นใจขึ้นไปอีกเมื่อเห็นใบเสร็จรับเงินในที่เขาไปซื้อผ้าอนามัยให้เธอ“หนูกลัวท้อง” เดนิสาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าทุกครั้งที่เขามีเซ็กซ์กับเธอเขาไม่เคยป้องกันเลย“อารับรองว่าหนูไม่ท้องหรอกเดซี่”เขากระซิบก่อนจะจูบเธออย่างเร่าร้อนจนเดนิสาแทบหายใจไม่ทัน เมื่อจูบจนหญิงสาวแทบจะขาดอากาศก็ยอมผละออกพลิกให้เธอหันหน้าผนังห้องน้ำ เขาดึงสะโพกกลมกลึงขึ้นเล็กน้อย แล้วกดแก่นกายแข็งลากไปบนกลีบกุหลาบเรียกเสียงหวานครางกระเส่าอีกครั้ง“อ๊ะ!....อื้อ...”เดนิสาสะดุ้งร่างกายสั่นสะท้าน เมื่อติณณภพกดท่อนเข้ามาลึกเธอก็ตอดรัดจนเขาต้องขบกรามแน่น ปากร้อนจูบไปบนแผ่นหลังมือใหญ่หยอกล้อกับอกอิ่มเลือดในกายของเธอสูบฉีดมากกว่าทุกครั้งเพราะท่วงท่าและสถานที่ทำให้เธอตื่นเต้นและเสียวซ่านมากขึ้นเป็น