ระหว่างที่คุยกันอยู่ก็มีรุ่นพี่ปีสามคนหนึ่งมาขอนั่งคุยด้วยซึ่งรุ่นพี่คนนี้พยายามจะเข้ามาจีบเดนิสาแต่หญิงสาวก็ให้สถานะแค่รุ่นพี่ร่วมสถาบันเท่านั้น
“พี่ได้ข่าวว่ารถเดซี่เสียเหรอครับ”
“ค่ะ”
“แล้วเย็นนี้จะกลับบ้านยังไง ให้พี่ไปส่งดีไหม”
“เดี๋ยวเดซี่ให้อามารับค่ะ”
“แล้วพรุ่งนี้จะไปมายังไงให้พี่ไปรับที่บ้านได้นะ พี่ยินดีรับส่งเดซี่ตลอดเลย”
“ไม่เป็นไรค่ะเดซี่เกรงใจ”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่าพี่เต็มใจนะ”
“พี่ชินคะ เดซี่เขาก็บอกอยู่ว่าเกรงใจพี่ก็ยังเซ้าซี้อยู่ได้ แบบนี้มันน่ารำคาญนะคะ แบบนี้ไม่มีทางจีบติดหรอก” อรอินทร์ที่นั่งฟังอยู่นานก็อดพูดขึ้นไม่ได้
เตชินหรือชิน เป็นรุ่นพี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ที่พยายามเข้ามาจีบเดนิสาตั้งแต่เธอเข้ามาเรียนวันแรกจนตอนนี้ผ่านมา 3 เดือนแล้วแต่เขาก็ยังคงมาหาหญิงสาวที่คณะอยู่เสมอ
“แล้วอิ๊นซ์เกี่ยวอะไรด้วยล่ะ”
“ก็เดซี่เป็นเพื่อนอิ๊นซ์”
“ไม่เคยได้ยินเหรอว่าตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก”
“ตื๊อให้ตายก็ไม่ได้ผลหรอก” อรอินทร์กระซิบกับเดนิสาเพราะดูแล้วเพื่อนของเธอไม่เคยสนใจผู้ชายคนนี้เลยสักนิด
ระหว่างที่นั่งรอให้ติณณภพมารับอรอินทร์และเมลดาก็ถูกร้านทำเล็บที่จองคิวไว้โทรศัพท์มาตาม ทั้งสองคนเลยต้องรีบกลับก่อน ตอนนี้เดนิสาเลยนั่งอยู่ตามลำพังกับเตชิน หญิงสาวรู้สึกอึดอัดและมากเพราะตอนนี้เหลือแค่เธอกับเขาสองคนเท่านั้น
“พี่จะกลับบ้านก่อนก็ได้นะคะ เดซี่อยู่คนเดียวได้”
“ไม่เป็นไรพี่จะนั่งเป็นเพื่อนเดซี่ พี่ก็อยากทักทายคุณอาของเดซี่ด้วย” ถึงแม้จะพยายามจีบเดนิสามานานและหญิงสาวไม่มีท่าทางจะเล่นด้วยแต่เขาก็ไม่ละความพยายามเพราะรู้สึกถูกชะตาและคิดว่าเป็นความท้าทายอย่างมากที่จะจีบหญิงสาวลูกครึ่งคนนี้ให้ติด
เมื่อรถของติณณภพมาจอดที่หน้าตึกเดนิสาก็รีบเดินไปขึ้นรถทันโดยไม่สนใจเตชินที่เดินตามหลังมา
“สวัสดีค่ะอาหมอ รีบออกรถเถอะค่ะ”
ติณณภพออกรถทันทีโดยไม่ถามถึงเหตุผลเพราะรู้ว่าเดี๋ยวเดนิสาก็จะเล่าให้เขาฟังเอง
“รออานานไหม อาขอโทษนะที่มารับช้าไปหน่อย พอดีรถมันติด”
“ก็นานเหมือนกันค่ะ แต่คุยกับเพื่อนเพลินก็เลยรู้สึกไม่นานเท่าไหร่”
“คนที่เดินตามมาที่รถเหรอ”
“เปล่าคะ คนเมื่อกี้เป็นรุ่นพี่จากคณะอื่นค่ะ เพื่อนของหนูกลับไปก่อนหน้านี้สัก 15 นาทีค่ะ”
“เขามาจีบเดซี่เหรอ”
“อาหมอรู้ได้ยังไงคะ”
“อาก็แค่เดาน่ะ สรุปแล้วเขาจีบเดซี่จริงๆ ใช่ไหม”
“ใช่ค่ะเขาจีบตั้งแต่อาทิตย์แรกที่หนูมาเรียนค่ะ”
“เดซี่คบกับเขาไหมล่ะ”
“ไม่ค่ะ หนูไม่ชอบผู้ชายแบบนี้ผู้”
“แบบนี้หมายถึงผู้ชายแบบไหน”
“ก็ผู้ชายที่พูดจาไม่รู้เรื่องไงคะ หนูบอกไปแล้วว่าหนูไม่ชอบเขาแต่เขาก็ยังตามตื๊ออยู่ได้”
“เขาก็คงชอบเดซี่จริงๆ นั่นแหละ เดซี่ทั้งสวยทั้งน่ารัก”
“ในสายตาของอาหมอคิดว่าหนูสวยเหรอคะ” เดนิสารู้สึกใจเต้นแรงที่ถามออกไปแบบนั้นเพราะที่ผ่านมาติณณภพไม่เคยชมว่าเธอสวยเลยสักครั้ง เขามองเธอเป็นแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น
“ก็สวยสิ สวยมากด้วย แล้วผู้ชายก็ผู้หญิงสวยๆ”
“อาหมอก็เป็นผู้ชายหมายความว่าอาหมอชอบก็ชอบหนูใช่ไหมคะ”
“อาหมายถึงผู้ชายทั่วไป”
“อาหมอตอบไม่ตรงคำถาม”
“เดซี่อย่าเพิ่งชวนอาคุยตอนนี้สิ รถกำลังติดอาต้องใช้สมาธินะ” ติณณภพพยายามบ่ายเบี่ยงเพราะเขาไม่อยากตอบคำถามของเดนิสา แต่ถ้าหากถามว่าเขาชอบเธอหรือเปล่าเขาก็รู้สึกชอบเธอแต่มันคงเป็นไปไม่ได้เนื่องจากอายุของเขากับเธอนั้นห่างกันจนเกินไปอีกทั้งหญิงสาวก็คงไม่ได้คิดอะไรกับเขานอกจากคุณอาที่แสนดี
เมื่อเขาไม่ตอบเดนิสาก็ไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะถามเพียงแต่เธอกำลังจังหวะอยู่
“อาหมอคะ ตอนนี้รถไม่ติดแล้ว หนูถามได้แล้วใช่ไหมคะ”
“จะถามอะไรอาล่ะ”
“หนูจะถามว่าอาคิดยังไงบ้างคะ กับคู่รักต่างวัย”
“เดซี่หมายถึงคู่รักที่อายุห่างกันน่ะเหรอ”
“ใช่ค่ะ อาหมอคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้”
“อาขอไม่ออกความคิดเห็นได้ไหมเพราะความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคนถ้าหากว่าคู่รักต่างวัยที่หนูพูดถึงเขารักกันและมีความจริงใจให้กันอายุก็ไม่น่าจะใช่อุปสรรค”
“หนูก็คิดเหมือนอาหมอเลยค่ะ ว่าอายุไม่ใช่อุปสรรคเลย”
“แล้วนึกยังไงถึงถามอาเรื่องนี้ล่ะ”
“ก็ไม่ได้นึกยังไงหรอกค่ะ หนูก็แค่อยากรู้ว่าอาหมอคิดยังไง”
“มันแปลกนะที่จู่ๆ เดซี่ก็ถามอาเรื่องนี้หรือตอนนี้กำลังคบกับรุ่นพี่หรือแอบชอบรุ่นพี่อยู่ล่ะ”
“อาหมอรู้ได้ยังไงคะ” เดนิสาไม่คิดว่าเขาจะรู้ทัน
“อ้าวนี่อาเดาถูกอีกแล้วเหรอแล้วเหรอ เดซี่ไปชอบใครมาล่ะ” เขาถามออกไปทั้งที่ใจรู้สึกกังวลเพราะถ้าหญิงสาวไปชอบคนอื่นตนเองก็อาจจะไม่มีความสำคัญกับเธอเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ติณณภพนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ เขาจะทนได้ไหมถ้าเธอเห็นคนอื่นสำคัญกว่าเขา
“เรื่องนี้มันเป็นความลับค่ะ หนูบอกใครไม่ได้” หญิงสาวคิดว่าเรื่องนี้จะยังไม่บอกติณณภพเพราะกลัวว่าถ้าบอกออกไปแล้วเขาจะเปลี่ยนไป
“ทำไมล่ะ แม้กระทั่งอาเดซี่ก็มีความลับเหรอครับ มันน่าน้อยใจเหมือนกันนะที่เดซี่มีความลับกับอา” ชายหนุ่มแกล้งทำเสียงเบาๆ ให้ฟังดูน่าสงสาร
“อาหมออยากรู้จริงๆ เหรอคะว่าหนูชอบใคร” เมื่อเห็นว่าอีกคนอยากรู้มากเดนิสาก็เริ่มลังเลที่จะพูด
“อยากรู้สิ จะให้อาช่วยดูก็ได้นะว่าเขาเหมาะสมกับเดซี่ไหม”
“หนูไม่รู้ว่าคำว่าเหมาะสมของอาหมอคืออะไร”
“ยังไงดีล่ะ อาจจะนิสัยดี หน้าตาดี ฐานะดี ดูแลเดซี่ได้และไม่เจ้าชู้ประมาณนั้นละมั้ง”
“คนที่หนูชอบเขาหล่อมากๆ ค่ะ ฐานะก็น่าจะดีนะคะ เพราะเห็นว่ามีรถขับมีบ้านอยู่ และหนูก็คิดว่าเขาน่าจะดูแลหนูได้ดีมากๆ ด้วยค่ะ” เดนิสาตอบไปยิ้มไป
“เขาดูแลเดซี่ได้ดีกว่าอาอีกเหรอครับ” ติณณภพรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก
“เท่าๆ กันค่ะ”
“เดซี่พูดแบบนี้อาก็ชักอยากจะรู้แล้วว่าผู้ชายที่เราไปแอบชอบนั้นเป็นใคร บอกอาหน่อยได้ไหม” ติณณภพอยากรู้จริงๆ ว่าเขาคนนั้นเป็นใครถึงทำให้เดนิสาพูดถึงแล้วใบหน้ามีแต่รอยยิ้มอีกทั้งแววตาของเธอก็เป็นประกายวิบวับซึ่งสายตาแบบนี้เขามองแล้วก็รู้สึกว่าเธอคนชอบผู้ชายคนนั้นเอามากๆ
“สัญญาได้ไหมว่าถ้าหนูบอกไปแล้วอาหมอจะไม่โกรธหนู”
“ทำไมอาจะต้องโกรธล่ะ”
“ก็เพราะอาหมอเคยบอกว่าหนูมีหน้าที่เรียนและอย่ารีบมีแฟน”
“ถ้าเขาทำให้เรายิ้มได้ ไม่ทำให้เสียการเรียนอาก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่ก็อย่าไว้ใจเขาให้มากนะ ผู้ชายสมัยนี้รู้หน้ารู้ใจหรอกนะ อากลัวว่าเดซี่จะตามเล่ห์เหลี่ยมของผู้ชายไม่ทัน”
“แต่คนนี้ไว้ใจได้แน่ๆ ค่ะ เขาเป็นคนดีมากจริงๆ”
“เดซี่ทำให้อาอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร พามาเจออาหน่อยได้ไหมล่ะ”
“อยากเจอเขาเหรอคะ”
“ครับอาอยากเจอ”
“ถ้าอาหมออยากเจอก็แค่สองกระจกค่ะ คนที่หนูชอบก็คือคนนั้นแหละค่ะ”
พอเดนิสาพูดจบทั้งรถก็อยู่ในบรรยากาศที่เงียบ หญิงสาวไม่กล้าหันไปมองหน้าเขาขณะที่ติณณภพก็ตั้งหน้าตั้งตาขับรถโดยไม่พูดจาอะไรจนกระทั่งเวลาผ่านไปได้สักพักเดนิสาก็เริ่มจนไม่ไหว“อาหมอโกรธหนูเหรอคะ”“เปล่า”“แต่อาหมอเงียบ”“อากำลังคิดว่าที่เดซี่พูดออกมาอาจจะเป็นเพราะว่าตอนนี้เดซี่เห็นอาเป็นที่พึ่งและสนิทกับอามากที่สุด”“หนูไม่ได้คิดแบบนั้นเลย หนูชอบอาหมอจริงๆ นะคะ”“แต่เดซี่ก็รู้นี่ว่าตอนนี้อายังไม่อยากมีแฟน”“หนูรู้ค่ะ แต่หนูขออะไรอาหมออย่างหนึ่งได้ไหม”“ลองขอมาสิ”“ถ้าหาอาหมอคิดจะมีแฟนขอให้อาหมอมองหนูเป็นคนแรกได้ไหม”“แล้วถ้าอาไม่คิดจะมีแฟนตลอดไปล่ะ”“ถ้าอาหมอไม่คิดจะมีแฟนหนูก็ไม่คิดจะมีแฟนเหมือนกันค่ะ”“เดซี่หนูยังเด็กยังต้องเจอคนอีกมากนะ”“หนูรู้ว่าหนูยังเด็กและยังต้องเจอคนอีกมากแต่เด็กก็มีหัวใจนะคะ อาหมอเองก็มีหัวใจเหมือนกัน แล้วไม่ต้องมาพูดถึงอายุที่ต่างกันเลยนะคะเพราะเมื่อกี้อาหมอพูดเองว่าอายุไม่สำคัญ”“อาว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้ก่อนดีไหม อาหิวแล้ว” ติณณภพไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกสับสนของตัวเองยังไงเขาจึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น“ก็ได้ค่ะ” เพราะรู้สึกว่าวันนี้รุกเขาหนักมากเกินไปเดนิสาเล
วันนี้เป็นวันที่เดนิสาต้องไปเรียนเองโดยอาศัยรถสาธารณะหญิงสาวถามเพื่อนมาบ้างแล้วว่าต้องขึ้นรถตรงไหนและลงตรงไหน และเธอก็มาถึงมหาวิทยาลัยก่อนเวลาเข้าเรียนถึง 20 นาที“ไม่ยากใช่ไหมล่ะเดซี่” อรอินทร์ถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนมาถึงก่อนเวลาเรียน“ไม่ยากเลยอิ๊นซ์ เราว่ามาแบบนี้ก็สะดวกดีนะไม่ต้องหาที่จอดรถด้วย” เดนิสารู้สึกสบายมากกับการเดินทางเพราะเมื่อเช้าเธอเดินออกมาจากบ้านแล้วนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปสถานีรถไฟฟ้าพอขึ้นไปบนรถก็มีที่นั่งโดยไม่ต้องเบียดกับผู้คนมากอย่างที่คิด เธอคิดว่าถ้ามาเรียนแบบนี้ก็จะประหยัดได้มากกว่าการเอารถยนต์มาเอง“เพราะวันนี้เรามีเรียนสายรถไฟฟ้าก็เลยไม่แน่น แต่ถ้าวันไหนมีเรียนเช้าเดซี่ก็ต้องเบียดเสียดกับคน ถ้าเป็นช่วงเย็นคนก็จะเยอะหน่อยนะ เดซี่ไหวไหม”“ถ้าไม่ไหวเย็นนี้ให้เราไปส่งก็ได้” เมลดาไม่อยากเห็นเพื่อนลำบากจึงอาสาจะไปส่งอีกครั้ง“ไม่เป็นไรหรอกโมเดลเราว่าเรากลับได้”“ทำไมเดซี่ไม่ให้อาหมอมารับเหมือนเมื่อวานล่ะ”พอเพื่อนถามแบบนี้เดนิสาก็มีท่าทางอึดอัดทำให้เมลดาและอรอินทร์มองหน้ากันด้วยความสงสัย“เราไม่กล้าเจอหน้าอาหมอ” เดนิสาตอบเสียงอ่อย“ทำไมล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมถึงทำหน้
เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนเดนิสาก็มานั่งรอติณณภพอยู่ที่เดิม ซึ่งพอเตชินเห็นก็เข้ามานั่งคุยด้วยเหมือนเมื่อวานหญิงสาวไม่ค่อยอยากจะคุยกับเตชินเท่าไหร่แต่อรอินทร์และเมลดาก็บอกให้เธอนั่งคุยกับเขาไปก่อนและทำเหมือนสนิทสนมกันมากเพื่อจะรอดูเพื่อจะรอดูปฏิกิริยาของติณณภพว่าเขามีอาการหึงหวงไหม“พี่ชินนั่งคุยเป็นเพื่อนเดซี่ไปก่อนนะคะ เราสองคนขอตัวกลับก่อน”“ได้สิ ไม่มีปัญหาเลย” เตชินดีใจที่วันนี้เพื่อนทั้งสองคนของเดนิสาไม่นั่งคอยกันท่าเหมือนทุกครั้ง“เดซี่คุยกับพี่ชินไปก่อนนะ เดี๋ยวคืนนี้เราจะโทรหา อย่าลืมที่เราบอกนะเดซี่ใจแข็งเข้าไว้” เมลดาย้ำกับเพื่อนอีกครั้ง“เราจะพยายามนะ” เดนิสาบอกเพื่อนเธอนั่งคุยกับเตชินได้ไม่นานเท่าไหร่ติณณภพก็มารับก่อนเวลาที่นัดไว้ แต่หญิงสาวไม่ได้รีบเดินไปขึ้นรถเหมือนกับเมื่อวานเธอยังคงนั่งคุยกับเตชินต่อโดยทำเป็นไม่เห็นว่าตอนนี้เขามาจอดรถที่หน้าตึกแล้ว“นั่นใช่รถที่มารับไหม”“ใช่ค่ะ”“แล้วเดซี่ไม่รีบกลับเหรอ”“เดี๋ยวค่อยไปก็ได้ค่ะ”เดนิสาทำเป็นยิ้มแย้มหัวเราะกับเตชินจนกระทั่งมีสายเรียกเข้าจากติณณภพหญิงสาวก็ทำเป็นไม่ได้ยินเพราะอยากรู้ว่าเขาจะลงมาตามเธอไหมแล้วก็เป็นอย่างที่เธ
หลังเลิกในเที่ยงของวันพฤหัสบดีเดนิสามาดูหนังกับเพื่อนกว่าจะออกจากโรงหนังก็เป็นเวลาประมาณ 5 โมงเย็น“เราจะกลับบ้านเลยหรือไปหาอะไรกินกันดีล่ะ” อรอินทร์รู้สึกหิวก็เลยถามความคิดเห็นของเพื่อน“เอาไงดีล่ะ โมเดลรีบกลับบ้านไหม”“ไม่นะ เราก็หิวแล้วเหมือนกัน เอางี้มั้ยเราไปหาอะไรกินกันก่อนแล้วขากลับเดี๋ยวเราไปส่งเดซี่กับอิ๊นซ์เอง” เมลดาอาสาไปส่งเพื่อนทั้งสองคนเพราะอรอินทร์กับเดนิสานั่งรถไฟฟ้ามาเรียนและตอนมาดูหนังก็นั่งรถของเมลดามาด้วยกัน“บ้านเราคนละทางเลยนะโมเดล เรากลับเองดีกว่า”“แต่เดซี่ไม่ชอบเบียดกับคนบนรถไฟฟ้านี่”“ขากลับว่าจะนั่งแท็กซี่น่ะ”“งั้นก็ไปหาอะไรกินกันดีกว่านะ”“กินอะไรดีล่ะ” อรอินทร์มองร้านที่เรียงรายอยู่ด้านหน้าแล้วมีท่าทางคิดหนัก“โมเดลกับเดซี่อยากกินอะไรไหมเป็นพิเศษไหม”“เรากินอะไรก็ได้ง่ายๆ โมเดลล่ะ”“เราว่ากินชาบูบุฟเฟ่ต์กันไหม”“ดีเหมือนกันใครอยากกินอะไรก็จะได้เลือกกินที่ตัวเองชอบ”“เราไปเข้าห้องน้ำก่อนดีไหมจะได้นั่งยาวเลย” อรอินทร์ชวน“ดีเหมือนกัน”ระหว่างกำลังยืนรอเพื่อนออกจากห้องน้ำเดนิสาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดเสียงเพราะตอนเข้าโรงหนังเธอปิดเสียงไว้หญิงสาวยิ้มเมื
เดนิสาชะเง้อคอมองไปที่หน้าร้านไม่ถึง 20 นาทีติณณภพก็เดินเข้ามาในร้าน“อาหมอกำลังเดินมาแล้ว” เดนิสาพูดขณะที่ก้มหน้าตักอาหารเข้าปากทำเหมือนว่ายังเห็น“เดซี่” ติณณภพเรียกเดนิสาที่ก้มหน้าก้มตากินโดยไม่สนใจ“สวัสดีค่ะอาหมอ โมเดล อิ๊นซ์นี่อาหมอติณณ์”“หมอสวัสดีค่ะอาหมอ” สองสาวยกมือไหว้“อาหมอคะนี่เพื่อนของหนูค่ะ คนซ้ายมือชื่อโมเดลส่วนอีกคนชื่ออิ๊นซ์ค่ะ”“อาหมอนั่งก่อนค่ะ” เมลดาชวนเขานั่งซึ่งตอนนี้ที่ว่างมีแค่ที่เดียวคือข้างเดนิสาเดนิสาขยับกระเป๋าสะพายของตนเองไปไว้อีกข้างให้เพื่อให้ติณณภพนั่งข้างตนเอง“อาหมอจะกินอะไรก็อะไรก็สแกนสั่งนะคะเมนูอยู่ตรงนี้ค่ะ”อรอินทร์ยื่นเมนูของทางร้านซึ่งด้านล่างมีซึ่งด้านล่างมีสำหรับสั่งอาหารให้กับติณณภพ“เดซี่กับเพื่อนจะเอาอะไรเพิ่มไหมอาจะได้กดสั่งทีเดียว”“ไม่เป็นไรค่ะอาหมอพวกเราที่พวกเราสั่งมาก็กลัวว่าจะกินไม่หมดอยู่แล้ว อาหมอไม่ต้องสั่งมาเผื่อพวกเรานะคะ” เมลดารีบบอกเพราะที่ตนเองสั่งมาก็เยอะอยู่แล้วติณณภพกดสั่งอาหารสองสามอย่างเมื่ออาหารมาเสิร์ฟเขาก็เริ่มรับประทานระหว่างนั้นอรอินทร์และเมลดาก็คอยสังเกตปฏิกิริยาของเขาและแต่พวกเธอก็แทบไม่ได้อะไรเลยเพราะติณณภพนั
“พรุ่งนี้จะไปเรียนยังไงมีเทสย่อยด้วยให้อาไปส่งไหม”“แต่อาหมอต้องไปตั้งแต่ 7 โมงนะคะหนูไม่อยากไปนั่งรออยู่ที่มหาวิทยาลัยคนเดียว กว่าจะเริ่มเรียนวิชาแรกก็ 9 โมง”“พรุ่งนี้เช้าอามีราวน์คนไข้ที่โรงพยาบาลเอกชน ราวน์เสร็จก็ประมาณ 8 โมงอาจะมารับเดซี่ที่บ้าน” “แต่หนูไม่อยากให้อาหมอต้องขับรถไปกลับมันเสียเวลาค่ะ”“เดซี่ไปพร้อมอาตอน 7 โมงดีไหมล่ะ ที่นั่นมีร้านกาแฟเปิดแต่เช้า มีพวกแซนด์วิชกับขนมปังขายด้วยเดซี่จะได้กินก่อนไปเรียน”“ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวรีบตอบตกลงเพราะถ้าต้องนั่งรถไฟฟ้าไปเรียนก็กลัวว่าคนจะแนนเพราะเธอมีเรียนเช้ากว่าวันนี้หนึ่งชั่วโมงเดนิสาตื่นตั้งแต่เช้าเพราะเธอต้องออกจากบ้านตั้งแต่ 7 โมงเช้าระหว่างที่เดินออกมาจากห้องนอนก็เจอกับคุณยายที่กำลังเตรียมตัวจะเดินทางไปส่งอาณัติ“ยายไม่อยู่หลายวันหนูดูแลตัวเองดีๆ นะเดซี่”“คุณยายไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เที่ยวให้สนุกนะคะ”“เอาไว้คราวหน้าเราไปด้วยกันนะ”“ได้ค่ะ แล้วคุณยายจะกลับมาวันไหนคะ”“ว่าจะกลับมาเย็นวันจันทร์ หนูอยู่คนเดียวได้นะ”“ได้ค่ะ ยายไม่ต้องห่วง”“มีอะไรก็เรียกหมอติณณ์นะยายฝากให้เขาช่วยดูแลหนูแล้ว”“ได้ค่ะ หนูไปก่อนนะคะ”“แล้วทำไมวันนี้
เดนิสานั่งรถไฟฟ้ามายังโรงพยาบาลที่ติณณภพทำงานอยู่ พอมาถึงก็ตรงไปยังร้านกาแฟที่อยู่ติดกับตึกผู้ป่วยนอก หนักจากสั่งเครื่องดื่มและขนมแล้วเดนิสาก็ส่งข้อความไปบอกติณณภพว่าตัวเองมาถึงแล้วขณะที่นั่งอ่านหนังสือรออยู่ชายหนุ่มก็เดินเข้ามาหา“อาหมอไม่มีตรวจเหรอคะ”“คนไข้หมดแล้ว แต่ตอนเย็นมีตรวจผู้ป่วยในอีกสามคน”“กินขนมก่อนไหม”“ไม่เป็นไร แล้วผลสอบเป็นยังไงอาจารย์บอกคะแนนหรือยังล่ะ”“บอกแล้วค่ะ”“ได้เต็มใช่ไหม”“เกือบเต็มค่ะ” เธอตอบแบบไม่เต็มเสียง“หลอกอาใช่ไหม”“หนูพูดจริงค่ะอาหมอ นี่ค่ะคะแนนที่หนูได้” เดนิสาส่งรูปถ่ายกระดาษคำตอบที่อาจารย์เขียนคะแนนไว้ที่มุมด้านบนให้กับติณณภพดู พอเขารับไปแล้วก็ยิ้มเพราะอีกแค่เพียง 0.2 เธอก็จะได้คะแนนเต็ม“แบบนี้ก็คงไม่ดูหนังแล้วใช่ไหม”“ก็ตามนั้นค่ะ” แม้อยากจะดูหนังแค่ไหนแต่สัญญาแล้วเธอก็ต้องเป็นสัญญา“แต่อาอยากดูนะ” เมื่อเห็นหน้าผิดหวังของเดนิสาเขาก็อดสงสารไม่ได้“แต่หนูทำคะแนนเต็มไม่ได้นี่ค่ะ”“ที่เราไปดูหนังเพราะอาเป็นคนอยากดูไม่ใช่ไปดูเพราะเรื่องคะแนนสักหน่อย”“หนูรู้นะคะว่าอาหมอแกล้งพูดเพื่อปลอบใจหนูใช่ไหมล่ะคะ” เดนิสาถามอย่างรู้ทัน“แล้วเดซี่อยากดูหนังกั
ห้องนอนแขกของติณณภพมีขนาดเท่ากับห้องนอนของคุณยายที่บ้านทำให้เดนิสารู้ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง“อาหมอคะคืนนี้หนูขอนอนที่นี่เลยได้ไหม”“ได้สิจะเอาอะไรเพิ่มไหม” ติณณภพที่กำลังหยิบผ้าห่มและหมอนลงมาจากตู้ก็ถามขึ้น“ไม่เป็นไรค่ะแค่นี้หนูก็นอนได้ แต่ทำไมห้องนี้มันถึงสะอาดจังคะ”“อาให้แม่บ้านทำความสะอาดทุกสัปดาห์น่ะ”“อ๋อ ถึงว่าล่ะ แล้วเคยมีใครมานอนที่นี่ไหมคะ”“ตั้งแต่อาย้ายมาอยู่ที่นี่ก็มีน้องชายของอาเคยมานอนสองสามครั้ง แต่ก็นานมาแล้ว”“อาหมอมีน้องชายด้วยเหรอคะ”“อามีน้องชายคนหนึ่ง”“แล้วน้องชายอาหมอเป็นหมอเหมือนกันไหมคะ”“น้องชายของอาก็เป็นหมอเหมือนกัน แต่เขาเป็นหมอแผนกเด็กน่ะ เอาไว้ถ้าวันไหนเดซี่ไปที่โรงพยาบาลแล้วน้องชายอาอยู่ที่นั่นอาจะแนะนำให้รู้จักนะ”“ได้ค่ะ”“เดซี่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วจะเข้านอนเลยหรือเปล่า”“หนูยังไม่ง่วงเลยค่ะ อาหมอล่ะคะ”“อาก็ยังไม่ง่วง แต่อาจะลงไปทำงานที่ห้องทำงาน ถ้าเดซี่ไม่อยากอยู่คนเดียวก็ตามอาลงไปนะ”เมื่อติณณภออกจาห้องนอนไปแล้วเดนิสาก็ถอดชุดที่เปียกของตัวเองออกจากนั้นก็สวมเสื้อยืดที่ชายหนุ่มเอามาให้แต่เพราะเสื้อมันยาวถึงเข่าเธอเลยไม่ได้ส่งกางเกงเพราะมันดูเก
เดนิสาตื่นเต้นที่ได้กลับมายังประเทศอังกฤษถึงแม้ว่าจะเคยอยู่ที่นี่มานานกว่า 15 ปี แต่การกลับมาครั้งนี้ก็อาจจะต่างจากทุกครั้งหญิงสาวมีติณณภพเดินจะเข้ามาในบ้านหลังเล็กที่ครั้งหนึ่งเดนิสาเคยกลัวและไม่คิดจะกลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย “มือเย็นเชียวกลัวเหรอเดซี่”“นิดหน่อยค่ะ” เดนิสาตอบพลางพยักหน้าเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องเธอกับไมเคิลก็ยังไม่เคยเจอกันเลย ผ่านมาเกือบจะครึ่งปีแล้วแต่ความทรงจำก็ยังชัดเจน“อาหมอคะ หนูคิดว่าลืมทุกอย่างได้แล้วแต่มันไม่ใช่แบบนั้นเลย พอกลับมาสถานที่เดิมหนูก็ยังคิดถึงเรื่องเดิมอีก” เดนิสาพูดเสียงสั่น“เดซี่หนูไม่ต้องกลัวนะ อาอยู่กับหนูตลอดเราจะผ่านมันไปด้วยกันนะ อาจะคุยกับแม่ของเดซี่จากนั้นเราจะรับกลับ”“หนูไม่รู้ว่าวันนี้เขาจะอยู่บ้านหรือเปล่า”พอทั้งสองเดินผ่านประตูบ้านเข้าไปมารดาของหญิงสาวเห็นก็รีบเข้ามากอดลูกสาวด้วยความดีใจ“เดซี่”“แม่ชา หนูคิดถึงแม่ค่ะ” เดนิสาร้องไห้และกอดมารดาแน่นกว่าทั้งสองจะผละออกจากกันก็นานพอสมควร“หนูสบายดีไหม”“สบายดีค่ะ แม่ล่ะคะผอมไปหรือเปล่า”“ช่วงนี้แม่ออกกำลังกายทุกวันจ้ะลูก”“แม่คะหนูลืมแนะนำเลยค่ะคนนี้อาหมอติณณ์ค่ะ”“สวัสดีครับคุณน้า”“ส
เดนิสาอยู่ร่วมงานปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำจนถึงเที่ยงคืนก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเมามาก เธอคิดว่าคงวดื่มต่ออีกไม่ไหวหญิงสาวจึงไลน์บอกให้ติณณภพมารับหน้าบ้านพัก“ดื่มไปเยอะเหรอเดซี่หน้าแดงหมดแล้ว”“ค่ะ แต่หนูยังไม่เมานะคะหนูยังเดินตรงและก็ยังจำได้ว่าอาหมอเป็นแฟนของหนู เดนิสาเดินเซจนชายหนุ่มต้องช่วยประคองกลับมาจนถึงบ้านพักของเขา“นั่งรอตรงนี้นะคนเก่งเดี๋ยวอาไปหาผ้าเย็นๆ มาเช็ดตัวให้”“ค่าอาหมอ” เดนิสารับคำขณะที่มองแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักติณณภพกับมาพร้อมด้วยผ้าขนหนูและกะละมังใบเล็กก่อนจะเช็ดไปตามซอกคอและลำตัวของเธออย่างแผ่วเบาหลังจากเช็ดตัวจนเสร็จเขาก็เอากะละมังไปเก็บในห้องครัวโดยมีเดนิสาเดินตามหลังมาด้วย เขาเปิดตู้เย็นแล้วหยิบน้ำดื่มส่งให้เธอ“ขอบคุณนะคะอาหมอ”“ดีขึ้นไหม ปวดหัวไหม”“ค่ะอาหมอ หนูไม่มามากขนาดนั้นหรอกค่ะก็แค่มึนๆ เองค่ะ”“งั้นไปนอนนะพรุ่งนี้จะได้มีแรงเที่ยว” “หนูยังไม่ง่วงเลย อาหมอง่วงหรือยังคะ”“อานอนมาทั้งวันแล้ว ไม่ง่วงเลยสักนิด” ติณณภพเดินเข้ามาจนชิดและกอดเธอไว้อย่างหลวมๆ สายตาที่เขาจ้องลงมานั้นทำให้เดนิสาขนลุกไปทั้งตัว เพราะในแววตาของคุณหมอ
เมื่อวางสายจากคนรักแล้วเดนิสาก็ไปกระซิบบอกอรอินทร์ว่าติณณภพตามมาหาและเธอจะออกไปค้างกับเขาที่บ้านพักและจะรีบกลับมาในตอนเช้า“แล้วเดซี่ไม่ไปเที่ยวกับอาหมอเหรอ”“แต่เราอยากเที่ยวกับเพื่อนด้วยอาหมอก็ไม่ว่าอะไร คืนนี้อิ๊นซ์นอนคนเดียวได้แน่นะ”“คนเดียวที่ไหนล่ะยังมียายปลาอีกคนที่พักห้องเดียวกับเรา ถ้ายัยปลาถามเดซี่จะให้เราบอกไปตามตรงไหม แต่เราว่าไม่ต้องห่วงหรอกเพราะดูแล้วยายปลาน่าจะเมาจนไม่รู้เรื่องแล้ว”“ไหนว่าคืนนี้จะไม่กินเหล้ากัน”“ตอนแรกก็ตกลงกันแบบนั้นแหละ แต่ก็ไม่มีใครทนได้พวกนั้นล่ะกินเหล้าเก่งจะตาย”“แล้วอิ๊นซ์ล่ะ”“ไม่ต้องห่วงเลยเราโตมากับพี่ชายนะเรื่องกินเหล้าแค่นี้เราสบายมาก เดซี่รีบไปเถอะเดี๋ยวอาหมอจะรอนาน”“พรุ่งนี้เข้าเจอกันนะ”“อือ”เดนิสาเดินผ่านกลุ่มเพื่อนมายังหน้าบ้านซึ่งไม่มีใครสนใจใครเพราะทุกคนกำละสนุกกับกิจกรรมตรงหน้าเมื่อเดินออกมากก็เห็นติณณภพมายืนรออยู่แล้ว“คิดถึงอาหมอจังเลยค่ะ” เดนิสาเข้าไปกอดโดยไม่สนใจว่าจะมีใครเห็นเพราะตรงนั้นมืดมาก“อาก็คิดถึงเดซี่” ติณณภพดึงคนรักมากอดแล้วหอมไปยังไรผมด้วยความคิดถึง“ขับรถมาเหนื่อยไหมคะ”“ก็มีบ้าง”“อาหมอถึงกี่โมงคะ” หญิงสาวชวนค
ก่อนสอบปลายภาคเดนิสาและติณณภพไม่ได้เจอกันเลย หญิงสาวขออ่านหนังสืออยู่ที่บ้านของตนเองขณะที่ติณณภพก็รับขึ้นเวรมาขึ้น เขารับทั้งเวรออกตรวจและเวรที่ปรึกษาซึ่งบางครั้งก็มีเคสคลอดด่วนที่เขาต้องไปทำคลอดในเวลากลางคืน ที่เขาทำแบบนี้เพื่อตนเองจะได้ไปเที่ยวกับเดนิสาอย่างสบายใจเพราะเพื่อนหมอก็จะมาออกตรวจแทนตนเองในช่วงนั้นด้วย แต่ก็มีอีกเหตุผลหนึ่งคือเขาไม่อยากอยู่ว่างเนื่องจากปกติแล้ววันเสาร์และวันอาทิตย์เดนิสาจะมาขลุกอยู่ที่บ้านของเขาตลอด แต่พอเธอไม่อยู่ติณณภพก็รู้สึกเหงาวันนี้เป็นการสอบวันสุดท้ายของเดนิสาหญิงสาวโทรศัพท์มาบอกติณณภพว่าตนเองสอบเสร็จแล้วและกำลังจะเดินทางไปเที่ยวหัวหินกับเพื่อนๆ“เดินทางปลอดภัยนะเดซี่”“ขอบคุณค่ะ เราเจอกันกันอีกทีเย็นวันอาทิตย์นะคะ”“อีกตั้งหลายวันเลยนะ”“สามวันเองค่ะ”“เฮ้อ ไม่อยากให้ไปเลย”“หนูชวนอาหมอแล้วอาหมอไม่มาเอง”“อาอยากให้หนูใช้ชีวิตกับเพื่อนให้เต็มที่สนุกให้เต็มที่ เพราะเราย้อนเวลากลับมาได้”“ค่ะ หนูจะใช้ชีวิตวัยรุ่นให้สนุกเต็มที่เลยค่ะ หนูจะขึ้นรถแล้วนะคะ อาหมอตั้งใจทำงานนะคะถ้าถึงแล้วหนูจะไลน์บอก”“ได้จ้ะ ดูแลตัวเองด้วยนะเดซี่ แล้วก็อย่าลืมทาครีมกันแดด
ระหว่างรอให้ถึงเวลาที่หนังจะฉายเดนิสากับติณณภพก็ไปทานอาหารกลางวันและดินเล่นเพื่อฆ่าเวลาขณะที่เดินผ่านร้านขายยาเดนิสาก็หยุดเดินและดึงแขนติณณภพไว้“มีอะไรหรือเปล่าเดซี่”“หนูจะซื้อยาแต้มสิวค่ะ”“หนูไม่มีสิวนี่เดซี่จะซื้อไปทำไม” เขามองหน้าเนียนใสของคนรักที่ไม่มีสิวเลยสักเม็ด“โมเดลฝากซื้อค่ะ”“อาหมอรออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ”“เข้าไปด้วยกันก็ได้” ติณณภพเดินตามหญิงสาวเข้ามาในร้านขายยาที่อยู่ในห้างสรรพค้าเดนิสาได้ยาแต้มสิวแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมออกจากร้าน หญิงสาวเดินวนไปมาจนติณณภพสงสัย“เดซี่จะซื้อย่างอื่นเพิ่มใช่ไหม”“ใช่ค่ะ อาหมอออกไปก่อนได้ไหมคะ”“ของที่หนูจะซื้อเป็นความลับเหรอ”“เป็นความลับของเพื่อน”“อาไปรอข้างนอกก็ได้” ติณณภพคิดว่าเธอคงจะอึดอัดถ้าเขายืนอยู่ด้วย“อาหมอคะ” เดนิสารั้งแขนเขาไว้ขณะที่เขากำลังจะเดินออกไปนอกร้าน“มีอะไรครับเดซี่ หน้าดูไม่ดีเลยหรือว่ามไม่สบายหรือปวดท้องเมนยังไม่หาย” เขาถามคนรักด้วยความเป็นห่วง“เปล่าค่ะ หนูหายเป็นเมนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่หนูมีของอยากซื้อแต่หนูไม่กล้าซื้อ”“จะซื้ออะไรเดี๋ยวอาซื้อให้”“อาหมอสัญญาก่อนว่าจะไม่บอกใคร” “อาสัญญา” “เพื่อ
หลังจะขออนุญาตคุณยายราตรีแล้วติณณภพก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก ช่วงนี้เขาพยายามรีบเคลียร์งานและออกตรวจแทนเพื่อนๆ หมอให้มากที่สุดเพื่อจะได้เพิ่มวันหยุดของตัวเองให้มากขึ้น เขาวางแผนจะพาเดนิสาไปเจอกับมารดาของเธอที่อังกฤษ และอาจจะเที่ยวที่นั่นต่ออีกหลายวัน ก่อนจะกลับมาทำงานระหว่างนี้เดนิสาก็ขับรถไปเรียนเอง ทำให้ติณณภพไม่ค่อยเป็นห่วงมากเท่าไหร่ในทุกเย็นเขาเลิกงานที่โรงพยาบาลแล้วก็จะโทรหาหญิงสาวจากนั้นก็ไปออกตรวจที่คลินิกของเพื่อน จะกลับมาถึงบ้านอีกทีก็สองทุ่มครึ่ง จึงไม่ค่อยได้เจอเดนิสาเท่าไหร่แต่ทั้งสองก็ยังโทรศัพท์หากันทุกวันจนกระทั่งถึงวันเสาร์ซึ่งปกติแล้วเดนิสาจะต้องมาที่บ้านของชายหนุ่มหลังจากทานอาหารกลางวันแต่วันนี้หญิงสาวรีบมาตั้งแต่เช้าเพราะเธออยากจะเจอกับเขามาก“สวัสดีค่ะ อาหมอทำอะไรอยู่คะ”“อารดน้ำต้นไม้ใกล้จะเสร็จแล้วเข้ามาก่อนสิ” ติณณภพรีบไปเปิดประตูให้คนรัก“หนูไม่กวนอาหมอใช่ไหม”“ไม่เลย เดซี่มีอะไรหรือเปล่าวันนี้ถึงมาแต่เช้า”“หนูมีเรื่องจะคุยกับอาหมอนิดหน่อย”“เรื่องอะไรล่ะ ไปคุยกันในบ้านนะ” ติณรภพจับมือคนรักแล้วพากันเดินเข้ามายังห้องรับแขก“หนูลืมบอกอาหมอว่าหลังสอบเสร็จหนูจะไปเที
เย็นวันอาทิตย์ขณะที่เดนิสากำลังคุยกับคุณยายราตรีเรื่องการไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เสียงออดที่หน้าประตูก็ดังขึ้น เดนิสาคิดว่าคนที่มากดน่าจะเป็นมารดาของติณณภพแน่ๆ หญิงสาวรีบเดินออกไปเปิดประตูและก็เป็นจริงอย่างที่เธอคิดเพราะบิดามารดาของเขามาพร้อมกับกระเช้าผลไม้ใบใหญ่“สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ คุณยายอยู่ข้างในค่ะ”“หนูเกริ่นกับคุณยายหรือยังจ้ะ”“ยังค่ะหนูไม่กล้า”“ไม่เป็นไรเดี๋ยวแม่จัดการเอง”เดนิสาเดินนำผู้ใหญ่ทั้งสองเข้ามาในบ้านซึ่งพอคุณยายของเธอเห็นก็ยิ้มด้วยความดีใจเพราะไม่ได้เจอกันมานาน“สวัสดีค่ะคุณยาย / สวัสดีครับคุณยาย”“สวัสดีจ้ะ เข้ามานั่งก่อนเป็นยังไงกันบ้างล่ะไม่เจอกันนานเลยสบายดีไหม”“พวกเราสบายดีครับ คุณยายก็ยังแข็งแรงเหมือนเดิมนะครับ”“ยายก็ยังพอมีแรงอยู่”“วิไลต้องขอโทษคุณยายด้วยนะคะไม่ค่อยได้แวะมาหาเลย”“ไม่เป็นไรหรอก คนเราก็มีงานกันทั้งนั้นแล้ววันนี้แวะมาหาหมอติณณ์เหรอ”“ค่ะ เราสองคนแวะมาหาหมอติณณ์แล้วก็ว่าจะชวนคุณยายกับทุกคนไปทานข้าวที่บ้านด้วยกัน”“น่าจะไปไม่ได้ทุกคนหรอกนะ”“อ้าวทำไมล่ะคะ”“ยัยษากับสามี ออกไปกินเลี้ยงกับเพื่อนเขาน่ะ เหลือแต่ยายกับหนูเดซี่สองคนนี้แหละ”“สองคนก็ไ
เช้าวันจันทร์เดนิสามีเรียน 9 โมงติณณภพไม่ยอมให้เธอนั่งรถไปเรียนเองเพราะเขาเป็นห่วง ชายหนุ่มจึงให้หญิงสาวเอารถเขาไปใช้ส่วนตัวเขาก็นั่งแท็กซี่ไปทำงานและให้เธอไปรับที่โรงพยาบาลในตอนเย็นหลังจากเลิกเรียนในเวลาบ่ายสามโมงครึ่งเพื่อนๆ ในห้องก็คุยกันเรื่องการไปเที่ยวทะเลหลังจากสอบเสร็จ“ปกติเพื่อนๆ จะไปเที่ยวทุกปิดเทอมเหรออิ๊นซ์” เดนิสาถามอรอินทร์ที่กำลังช่วยเป็นเพื่อนเลือกว่าจะพักที่ไหน“ใช่พวกเราจะไปเที่ยวกันหลังสอบเสร็จ”“แล้วไปทะเลทุกปีหรือเปล่า”“ก็ทุกปีนะเพราะว่ามันใกล้ แต่ก็สลับกันไปบางปีก็หัวหินบางปีก็ไปเสม็ด” อรอินทร์อธิบายให้เดนิสาฟัง “แล้วปีนี้ไปกันที่ไหนล่ะ”“ปีนี้ไปหัวหินจ้ะเดซี่ต้องไปกับพวกเรานะ ไปกันหลายคนสนุกดี”“เราสามคนไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันเลยนะเดซี่” เมลดาที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็อยากให้เพื่อนได้ไปเที่ยวด้วยกัน“เราต้องขออนุญาตคุณยายก่อน”“ขออนุญาตคุณยายหรือขออนุญาตอาหมอกันแน่จ๊ะเดซี่” เมลดาอดแซวไม่ได้เพราะช่วงนี้เดนิสานั้นหายเข้าออกมีแต่หมอติณณภพ“ก็ขอทั้งสองคนนั่นแหละ”“ถ้าอาหมอห้ามล่ะเดซี่จะทำยังไง” อรอินทร์ถามความคิดเห็นของเพื่อน“เราว่าอาหมอไม่ห้ามหรอก อาหมอใจดีมาก”“ใจดีมา
“พอก่อนเดซี่”ติณณภพรีบบอกคนรักก่อนจะดึงหญิงสาวขึ้นมายืน เขามองเดนิสาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเสน่หา“ทำไมคะ” หญิงสาวหน้าเสียเพราะคิดว่าตนเองทำไม่ถูกใจเขา“อาอยากแตกในมากกว่า” แววตาที่เขามองคนรักเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ล้นปรี่ ติณณภพไม่เคยมีเซ็กซ์กับใครแล้วไม่ป้องกันมาก่อนแต่เพราะเมื่อคืนเดนิสาบอกเขาว่าตนเองกำลังจะเป็นรอบเดือนและเขาก็มั่นใจขึ้นไปอีกเมื่อเห็นใบเสร็จรับเงินในที่เขาไปซื้อผ้าอนามัยให้เธอ“หนูกลัวท้อง” เดนิสาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าทุกครั้งที่เขามีเซ็กซ์กับเธอเขาไม่เคยป้องกันเลย“อารับรองว่าหนูไม่ท้องหรอกเดซี่”เขากระซิบก่อนจะจูบเธออย่างเร่าร้อนจนเดนิสาแทบหายใจไม่ทัน เมื่อจูบจนหญิงสาวแทบจะขาดอากาศก็ยอมผละออกพลิกให้เธอหันหน้าผนังห้องน้ำ เขาดึงสะโพกกลมกลึงขึ้นเล็กน้อย แล้วกดแก่นกายแข็งลากไปบนกลีบกุหลาบเรียกเสียงหวานครางกระเส่าอีกครั้ง“อ๊ะ!....อื้อ...”เดนิสาสะดุ้งร่างกายสั่นสะท้าน เมื่อติณณภพกดท่อนเข้ามาลึกเธอก็ตอดรัดจนเขาต้องขบกรามแน่น ปากร้อนจูบไปบนแผ่นหลังมือใหญ่หยอกล้อกับอกอิ่มเลือดในกายของเธอสูบฉีดมากกว่าทุกครั้งเพราะท่วงท่าและสถานที่ทำให้เธอตื่นเต้นและเสียวซ่านมากขึ้นเป็น