“อะไรนะ! ไม่ใช่นะ ข้ากับเขา… ไม่ใช่แบบนั้น”
“ไปกันเถอะ”
เฟิ่งเซียวไม่เคยถูกผู้อื่นทักทายเช่นนี้มาก่อน เขาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกเช่นไร แต่เมื่อหันไปมองที่ถานซินเยว่ก็เห็นว่าใบหูนางแดงจัด
“เดี๋ยวก่อนนะคุณหนูสาม”
“ท่านเลิกเรียกข้าเช่นนี้เถอะ เรียกข้าว่าซินเยว่ก็ได้ เรามิใช่ว่ารู้จักกันแล้วหรอกหรือ”
“เอ่อ…ก็ได้ เช่นนั้นซินเยว่ เจ้ารู้สึกไม่สบายท้องหรือไม่”
ซินเยว่ชะงัก และหันมามองหน้าของเฟิ่งเซียวในทันทีเมื่อเขาพูดจบ
“ท่านว่าอะไรนะ ข้าหรือ”
“ใช่ ข้าเห็นใบหน้าเจ้าแดง และที่กกหูยังแดงจัดเหมือนกับท้องเจ้าจะระบายลมไม่ค่อยดี หากว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายท้องข้าคิดว่าเจ้าอาจจะกินอาหารมากเกินไป ดังนั้น…”
“เฉินเฟิ่งเซียว! คนบ้าอะไรเนี่ย!”
“เจ้า… ไม่ได้ป่วยหรอกหรือ เดี๋ยวสิซินเยว่รอข้าด้วย”
ซินเยว่รู้สึกทั้งโกรธทั้งอายเมื่อถูกเฟิ่งเซียวทักเช่นนี้ นางไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าหน้าแดงอยู่และยังร้อนจนถึงใบหูเพราะเขา แต่หมอเฉินเฟิ่งเซียวผู้นั้นกลับคิดว่านางป่วยเพราะท้องไม่ระบาย
“คนบ้าอะไรเนี่ย เกิดมามีหน้าเดียวหรืออย่างไรกัน นี่เขามีความรู้สึกหรือเปล่านะ”
ซินเยว่เดินมาถึงร้านน้ำตาลปั้นแล้ว นางพยายามไม่หันไปมองเฟิ่งเซียวที่พยายามมองหน้านางเพื่อดูอาการที่ผิดปกติ มิใช่เขาอยากรู้แต่เพราะท่านอ๋องคิดว่านางป่วยจึงรู้สึกกังวลขึ้นมาเท่านั้น
“คุณหนูถานขนมของท่านได้แล้ว แต่ว่าท่านจะถือไปเช่นไรมันเยอะมากนะ”
“มาเถอะข้าถือให้นางเอง นี่เงินค่าขนมไม่ต้องทอน”
“ขอบคุณคุณชายขอรับ ยอดไปเลยคุณหนูถานผู้นี้คือว่าที่สามีของท่านหรือขอรับ”
“ท่านพูดอะไรน่ะ! เขา… ใช่ที่ไหนกัน ข้าขอตัวก่อน”
“อ้าว! คุณหนูถานโกรธเสียแล้ว”
“เอ่อ… เช่นนั้น อีกห้าชิ้นข้าถือไปได้เลยหรือไม่”
“ขอรับคุณชาย ขอบคุณนะขอรับ”
“ไม่เป็นไร ว่าแต่เหตุใดนางต้องโกรธถึงเพียงนั้นด้วย ก็แค่เข้าใจผิดนิดหน่อยเองมิใช่หรือ”
“ปกติแล้วคุณหนูถานชอบช่วยเหลือคน นางมีน้ำใจกับทุกคนขอรับแต่ไม่เคยมีผู้ใดเห็นนางจะเดินกับผู้ชายสองต่อสอง ท่านเป็นคนแรก”
“คนแรกแล้ว… อย่างไรหรือ”
“เอ่อ… ข้าน้อยพูดมากไปแล้ว ขอตัวก่อนนะขอรับ”
“อ้อ ข้าเองก็ต้องรีบไปเช่นกัน”
คนขายน้ำตาลปั้นเข็นรถไปแล้ว เฟิ่งเซียวยังยืนถือน้ำตาลปั้นอยู่ในมือและรีบเดินตามซินเยว่กลับไปทันที เมื่อเข้ามาในร้านก็พบว่าจิ่นหาวอยู่หลังร้านกับผู้ดูแลของซินเยว่ แต่ที่เขาแปลกใจก็คือซินเยว่ที่วิ่งเข้าไปด้านในและถูกรายล้อมด้วยเด็กเล็ก ๆ สามสี่คน นางกำลังแบ่งน้ำตาลปั้นให้เด็กและหันกลับมา
“ท่านหมอเฉิน รีบ ๆ เดินเข้าสิเด็ก ๆ รอขนมของท่านอยู่นะ”
“อ้อ เอ่อ…ได้สิ”
“ข้าน้อยเองขอรับ”
“ไม่ต้อง ข้าจัดการเองเจ้าไปจัดการเรื่องยาเถอะ”
จิ่นหาวเดินมาหมายจะเอาน้ำตาลปั้นในมือของเฟิ่งเซียวไปให้ซินเยว่ แต่เขากลับสั่งให้จิ่นหาวจัดการเรื่องยากับผู้ดูแล
“นี่”
“เอาล่ะเด็ก ๆ ทีนี้ก็ทยอยเดินไปรับขนมจากท่านหมอ ไม่ต้องตกใจหน้าเขานิ่งเหมือนก้อนหินแบบนั้นเองแต่ไม่ดุพวกเจ้าหรอก พี่สาวตรวจดูแล้วเขาเป็นคนปกติ ไปได้แล้ว ฉู่อี้ ชิงอันพาพวกเขาไปสิ”
เด็ก ๆ เมื่อเห็นคนแปลกหน้าคนใหม่ก็ไม่กล้าจะเดินมาหยิบขนม เฟิ่งเซียวหันไปมองซินเยว่ที่ยืนแจกขนมให้เด็ก ๆ โดยการดึงให้คนละอัน เขาจึงได้เริ่มทำตาม
“ไม่ต้องแย่งกันนะ เอานี่ของเจ้า เด็กน้อยเจ้าชื่อว่าอะไรหรือ”
“ข้าชื่ออาตงขอรับ”
“อาตง…. เอ่อ วันหลังพี่ชายจะซื้อขนมกับของเล่นมาให้พวกเจ้าอีก เจ้าชอบกินอะไร”
“อาตงอยากกินถังหูลู่ขอรับ แต่พี่เยว่ซินบอกว่ามันเปรี้ยว นางยังบอกว่ากลัวกินแล้วจะติดคอเลยยังไม่ได้ซื้อมาให้”
“เช่นนั้นวันหลังพี่ชายจะซื้อมาให้อาตง ดีไหม”
“ขอรับ พี่ชายชื่อว่าอะไร”
“พี่ชื่อว่า...เฟิ่งเซียว”
“พี่เฟิ่งเซียว ชื่อท่านเพราะมากเลย ขอบคุณขอรับ”
“งั้นหรือ…”
เด็กน้อยรับขนมและเดินกลับไป เขาสังเกตเห็นขาที่ผิดปกติของ “อาตง” เด็กในวัยน่าจะไม่เกินหกขวบ เมื่อเดินไปหากลุ่มเพื่อน ๆ ก็พบว่าทุกคนต่างก็คอยดูแลเขาเหมือนกับเป็นน้องคนเล็ก ซินเยว่เดินกลับมาหาเขาอีกครั้งเฟิ่งเซียวจึงได้เอ่ยถาม
“เด็กเหล่านี้คือ…”
“พวกเขาเป็นลูกของชาวบ้านที่ประสบภัย บางคนพ่อแม่ตายตอนที่ถูกน้ำท่วม บางคนมาป่วยตายที่ค่าย แต่ละคนล้วนต้องเอาตัวรอด เด็ก ๆ ที่ไม่มีบ้านไม่มีพ่อแม่เลยไร้ที่อยู่ไม่มีคนดูแล ข้ากับอาจารย์ก็เลยพามาที่นี่”
“แล้วพวกเขาได้เรียนหนังสือหรือไม่”
ซินเยว่ส่ายศีรษะเป็นคำตอบให้กับเขา สีหน้าของนางเศร้าลงทุกครั้งเมื่อมองไปที่เด็ก ๆ
“ข้ามีกำลังพอแค่หาที่พักให้พวกเขา หาอาหารและที่นอนให้ ส่วนเรื่องการเรียนนั้น ข้ากับอาจารย์กำลังคิดหาทางอยู่”
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเป็นห่วงความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ เช่นนี้”
“พวกเขาไม่มีพ่อแม่ ข้าเองก็ไม่มีแม่ แม้ว่าจะมีท่านพ่อ แต่ตั้งแต่ออกเดินเรือครั้งก่อนและเจอมรสุมก็ไม่ได้รับข่าวของท่านพ่ออีกเลย เด็กพวกนี้ไม่ต่างจากข้า ดังนั้นเมื่อเห็นพวกเขาก็อดที่จะช่วยไม่ได้ พวกเขาต้องสูญเสียทั้ง ๆ ที่ยังเล็ก”
ซินเยว่หันไปมองและยิ้มให้เด็กน้อยที่โบกมือมาให้นางพร้อมกับป๋องแป๋งอันใหม่ที่พึ่งจะได้รับมา เด็ก ๆ มีความสุขกับของเล็กน้อย เมื่อเฟิ่งเซียวหันไปมองอาตงที่นั่งเล่นป๋องแป๋งจึงอดถามไม่ได้
“ขาของอาตงเป็นเช่นนั้นตั้งแต่เกิดหรือว่า...”
“อาตงถูกไม้ใหญ่ที่พัดมากับน้ำซัดจนขาของเขาผิดรูป ข้ากับอาจารย์ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ได้แต่แม่ของเขากลับถูกกระแสน้ำพัดหายไปต่อหน้า ถึงจะช่วยชีวิตได้ แต่ขาของเขากลับมาเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว”
“ให้ข้าลองรักษาเขาดูดีหรือไม่”
“ท่านช่วยได้จริงหรือ แม้แต่อาจารย์ข้าที่เป็นหมอยาและฝังเข็มยังยากที่จะรักษา ท่านแน่ใจหรือ”
“เจ้าไม่เชื่อใจข้างั้นหรือ”
“มิใช่เช่นนั้นเพียงแต่ว่า... การรักษาที่ผ่านมาทำให้อาตงเจ็บปวดมาหลายครั้ง ทุกครั้งก็มีความหวังว่าจะหายแต่ก็อย่างที่ท่านเห็น หากจะต้องเจ็บอีกครั้ง ข้าก็ไม่อยากให้เขาคาดหวังซ้ำยังต้องเจ็บตัวซ้ำไปซ้ำมาอีก”
“ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นจะลองอ่านตำราวิชาแพทย์เพิ่มเติม ดูว่าพอจะมีวิธีใดบ้างที่จะช่วยเขาได้”
“หากท่านยอมช่วยก็ขอบคุณมากจริง ๆ อย่างน้อยเวลาที่เขาวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ ….”
ซินเยว่มิอาจพูดออกมาได้จนจบ นางพยายามกลั้นเสียงมิให้สั่นและหันหน้าไปทางอื่น แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นเริ่มแดงและปริ่มไปด้วยน้ำใส ๆ เพียงแค่ได้เห็น หัวใจของเฟิ่งเซียวก็พลันอ่อนยวบลงมาอย่างน่าประหลาดใจ
“ขอโทษท่านด้วย จริงสิท่านมาที่นี่ต้องการยามากถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ข้าไปช่วยตาแก่นั่นดูดีกว่าเผื่อว่าขาดอะไรจะได้ช่วยท่านจัดหาได้ครบ”
“เอ่อ…”
ซินเยว่รีบเดินไปที่รถม้าซึ่งกำลังจัดเตรียมยาให้กับเฟิ่งเซียว ท่านอ๋องหันไปมองดูเด็ก ๆ และลุกขึ้นมา จินหาวเดินมาพร้อมกับรายการยาที่จัดเตรียมเกือบเสร็จแล้ว
“คุณชาย รายการยาเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“เช่นนั้นก็ไปจ่ายเงินเถอะ”
“เอ่อ เรื่องนี้เถ้าแก่บอกว่า ให้ท่านคุยกับคุณหนูถานเอาเองขอรับ”
เฟิ่งเซียวหันมามองหน้าองครักษ์ข้างกายด้วยท่าทีแปลกใจ
“ทำไมเล่า ยามากมายขนาดนี้ หรือว่านางต้องใช้เวลาคิดเงินนานงั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นก็ให้ส่งรายการเก็บเงินไปที่จวนของข้าก็ได้”
“ไม่ใช่ขอรับ ผู้ดูแลหวังบอกว่าหากเป็นยาที่จะนำไปช่วยผู้ประสบภัยที่จวนท่านหมอ นางจะไม่คิดเงินและยังสั่งให้เพิ่มปริมาณยาทุกอย่างเป็นสองเท่าด้วย คุณหนูถานเคยพูดกับผู้ดูแลหวังเอาไว้ ว่านี่เป็นสิ่งเดียวที่นางพอจะช่วยผู้อื่นได้ขอรับ”
เฟิ่งเซียวมองไปที่รถม้าคันใหญ่ ที่ขนส่งยาเกือบเต็มคันและรีบคว้าใบรายการยานั้นไปหาซินเยว่ ที่ยืนสั่งให้เพิ่มยาอีกบางอย่างไปกับรถส่งของครั้งนี้ด้วย“ซินเยว่ ข้าขอคุยด้วยหน่อยสิ”“ท่านหมอเฉิน มีอะไรอยากจะสั่งเพิ่มหรือ บอกมาได้เลยนะที่ในรถม้ายังพอเหลือใส่ได้อีกนิดหน่อย”“ไม่ใช่ มานี่เถอะ”เขาดึงมือนางเดินมายังลานตากยาสมุนไพรด้านหลัง ซึ่งมีสตรีหลายคนที่อยู่ช่วยกันเก็บยา เมื่อเห็นพวกเขาเดินมาแต่ละคนก็พากันมอง เพราะไม่เคยเห็นซินเยว่พาบุรุษเข้ามาในร้านมาก่อน“ซินเยว่นี่หมายความว่าอย่างไร เหตุใดยามากมายขนาดนี้เจ้าจึงไม่คิดเงินกับทางการ”“ท่านหมายถึงยาสมุนไพรพวกนี้น่ะหรือ ไม่เป็นไรหรอกถือว่าข้าช่วยก็แล้วกัน”“ไม่ได้ ยาพวกนี้มีมูลค่าสูงเกินไป หากข้าจะเอาไปเปล่า ๆ เช่นนี้มันเอาเปรียบร้านเจ้ามากเกินไป เจ้าคิดเงินมาเถอะอย่าทำเช่นนี้เลย”ซินเยว่เม้มปากเล็กน้อย และหันมาสบตาเขาพร้อมกับยิ้ม เฟิ่งเซียวไม่เข้าใจนางเลยว่าเหตุใดซินเยว่ไม่พูดอะไรเลยสักคำ“ข้าบอกว่าไม่คิดเงินก็ไม่คิดสิ เหตุใดท่านต้องปิดทางการช่วยเหลือของข้าด้วยเล่า ท่านไม่รับน้ำใจข้าหรือ”“ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าเข้าใจข้าผิด แต่ยามากมายขนาดนี้มันอ
“ศิษย์น้องของท่านหมอเฉินงั้นหรือ”“ใช่ ทั้งสองเป็นศิษย์ของท่านหมอเทวดา “โล่ซินหยาง” แห่งเมืองเหยียน พวกเขาสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียน ว่ากันว่าทั้งคู่เป็นหมอเทวะคู่บารมี แม้แต่เซียนยังต้องหลบ"“ข้าส่งยาเสร็จแล้ว เช่นนั้นขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ”“อ้าว เจ้าจะกลับแล้วหรือ ว่าแต่เจ้าหายดีแล้วแน่หรือไหนดูสิ เอ๊ะ เหตุใดหน้าผากยังร้อน ๆ อยู่เลยเล่า”จางหลงจื่อใช้หลังมืออังหน้าผากของซินเยว่ตอนที่นางเผลอ เฟิ่งเซียวที่หันมามองทั้งคู่พอดีก็รู้สึกตงิดใจขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเมื่อครู่นี้เขายังเห็นซินเยว่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา ไม่คิดว่านางจะเดินไปหาจางหลงจื่อเร็วปานนั้น‘เหตุใดปล่อยให้เขาแตะเนื้อต้องตัวขนาดนั้น นางสนิทกับจางจื่อหลงถึงขนาดนั้นเลยหรือ’“ศิษย์พี่เฟิ่งเซียว”“ซูหรันครั้งนี้ขอบใจเจ้ามาก ที่ตอบรับคำเชิญของข้าในการช่วยผู้ประสบภัย ข้าให้คนเตรียมที่พักให้เจ้าแล้ว เช่นนั้นเจ้าก็รีบเอาของไปเก็บและพักผ่อนก่อนเถอะ”“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”“คุณหนูอวิ่นเชิญทางนี้เลยขอรับ” หมอเวินเป็นผู้นำทางอวิ่นซูหรันไปด้วยตัวเอง แม้ว่าอวิ่นซูหรันหวังอยากจะให้เฟิ่งเซียวเป็นผู้พานางไปด้วยตัวเอง แต่ก็ทำได้แค่หันไปยิ้มและเดินตาม
เฟิ่งเซียวหยุดกึกเมื่อซูหรันพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เขาเองก็ตอบไม่ถูกแต่รู้สึกว่าเพียงแค่ถูกถามเรื่องของถานซินเยว่ก็เริ่มจะไม่อยากพูดขึ้นมา อีกอย่างหลายวันมานี้ซินเยว่ก็เอาแต่ตามติดเขาอยู่ทุกวัน"จะเป็นไปได้เช่นไรศิษย์น้องล้อเล่นแล้ว ซินเยว่แม้จะเป็นคนที่เป็นตัวของตัวเองและเข้าได้กับทุกคน แต่ก็มิได้หมายความว่านางจะเป็นเช่นนี้เฉพาะกับข้าเสียหน่อย มาเถอะข้าจะพาเจ้าไปดูกระโจมผู้ประสบภัยและห้องเก็บยา"“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ”ซูหรันมิได้คาดคั้นถามเขา นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะหากนางยังถามอีก เขาก็คงจะรู้สึกอึดอัด เพราะตัวเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเหตุใดหัวใจจึงเต้นแรงจนเกินควบคุม เวลาที่เอ่ยถึงเรื่องของซินเยว่สามวันถัดมาช่วงนี้ฝนยังคงตกหนักในพื้นที่อำเภอลี่เหมิน ผู้ประสบภัยที่ป่วยก็ไม่มีวี่แววที่จะลดลง เฟิ่งเซียวสั่งให้ทหารเริ่มจัดที่พักแยกผู้ป่วยและผู้ที่เสี่ยงจะป่วยแยกกันเป็นการชั่วคราวเพื่อมิให้โรคแพร่กระจาย ซึ่งนับว่าได้ผลและต้องยอมรับว่าการมาของอวิ่นซูหรันช่วยเขาได้มากจริง ๆ“เอายานี้ไปที่กระโจมผู้ป่วยหนัก อีกสองเตานั้นใกล้เสร็จหรือยัง”“จวนแล้วเจ้าค่ะ”“ซูหรัน ยาของเจ้าต้มเสร็จหรือยัง”“พี่เฟิ
“อะไรนะ โอ๊ย!”“รีบหลบไป!”เฟิ่งเซียวที่พึ่งพันแผลให้อวิ่นซูหรันเสร็จ รีบวิ่งมาดับไฟตรงหน้าทันที หม้อยาของพวกเขาต้องสาดทิ้งเพราะมันติดไฟ เฟิ่งเซียวเกรงว่าซินเยว่จะได้รับบาดเจ็บไปอีกคนหม้อต้มยาตกไปที่พื้นจนแตกกระจาย โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ซินเยว่หันไปถามเขาที่ยืนอยู่หน้าเตา แต่เขาหันกลับมาด้วยสีหน้าที่โมโหสุดขีด“นี่กำลังทำอะไรของเจ้า! ไม่เห็นหรือว่ามันอันตราย" “ท่านหมอเฉินข้าขอโทษ ข้าผิดเองที่ไม่ทันระวัง ขออภัยข้าจะรีบต้มให้ใหม่""ต้มใหม่งั้นหรือ! เจ้าคิดว่ายานี่ต้องใช้เวลาเคี่ยวนานเท่าใด ซูหรันเฝ้ายานี้มากว่าสามวันแล้ว แต่เจ้ามาเพียงไม่นานก็ประมาทจนทำให้เป็นเช่นนี้ ยานี่ซูหรันอุตส่าห์นำมาด้วยมันมีค่ามากเลยนะ อีกอย่าง…”“ข้าขอโทษท่านแล้วมิใช่หรือ”“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีคนป่วยอีกมากขนาดไหนที่รอการช่วยเหลืออยู่ รู้หรือไม่ว่าพวกเราทำงานหนักมากขนาดไหน กว่าจะได้ยาแต่ละถ้วย!”“ศิษย์พี่! ท่านพอได้แล้ว”เฟิ่งเซียวโมโหจนขาดสติ เขาเป็นห่วงกลัวว่าซินเยว่จะบาดเจ็บไปอีกคน แต่กลับพูดเรื่องยาออกมาโดยมิได้ตั้งใจ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้คนตัวเล็กตรงหน้าเขาจะเริ่มสั่น อวิ่นซูหรันเดินมาพยุงนางออกไป“
เมื่อเฟิ่งเซียวกลับมาพูดจาสุขุมอีกรอบ ทั้งสองคนก็เริ่มหันกลับมาคุยกับเขาอีกครั้ง“ท่านหมายถึงเรื่องที่เขียนส่งมาในจดหมาย สงสัยเรื่องการทุจริตในสกุลถาน กับอนุของบิดานางงั้นหรือ”“ใช่ ครั้งแรกที่ข้าพบกับนางก็คือที่นี่ ตอนนั้นนางนำยาสมุนไพรมาส่ง พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่า ยาแต่ละตัวที่นางนำมาล้วนมีราคาสูง แต่ว่าหมอเวินซึ่งเป็นหมอหลวงที่ข้าส่งมาบรรเทาภัยที่นี่กลับบอกว่า ร้านเป่าจิ้นถานของนางไม่เคยรับเงินเลยแม่แต่ตำลึงเดียว”“ครอบครัวนางเป็นคหบดีใหญ่ ก็คงอยากจะช่วยบรรเทาภัยกระมัง ท่านคิดมากเกินไปหรือเปล่า”“ไม่ใช่ หากเป็นไปตามที่เจ้าพูดคงไม่ต้องลำบากให้หอหรงเยว่ของน้องเก้าช่วยสืบข่าว การค้าของสกุลถานหากไม่นับรวมร้านค้าที่รับจากเรือสำเภาของบิดานางเข้ามา ในตัวอำเภอมีร้านผ้าจินหง กับร้านยาของนาง ร้านผ้าดูแลโดยอนุของบิดาถานซินเยว่ ส่วนนางดูแลร้านยาซึ่งทั้งเก่าและโทรมอีกทั้งอยู่ในตรอกที่ค่อนข้างร้างผู้คน”“เช่นนั้นก็น่าแปลก แสดงว่าพวกนางไม่ลงรอยกันงั้นหรือ แต่เหตุใดนางจึงช่วยเหลือเรา เช่นนี้แล้วร้านผ้าของอนุภรรยาคหบดีถานเล่า”“นอกจากจะไม่ช่วยแล้ว วันนั้นข้าลองไปที่ร้านจินหง เพียงแค่เกริ่นถึงร้านของซิ
อำเภอลี่เหมิน / เมืองเสิ่นโจว“หลีกทางหน่อย ๆ”“เร็วเข้านั่นรถม้าส่งสมุนไพรของร้านยา “เป่าจิ้นถาน” นางกำลังจะรีบไปส่งยาให้ผู้ประสบภัยนอกเมือง รีบหลีกทางเร็ว ๆ”ชาวบ้านในท้องตลาดเริ่มเก็บของที่วางเกะกะเพื่อเปิดเส้นทางให้รถม้าที่ขนส่งยาสมุนไพรจำนวนมาก โดยมีคุณหนูสกุลคหบดีใหญ่ “ถานซินเยว่” เป็นผู้นำทางกับองครักษ์อีกสองคน“สกุลถานนี่ร่ำรวยแล้วยังใจบุญอีก”“ถุย! ใจบุญบ้าบออันใด พวกเขาขายให้กับทางการมิใช่หรือ แม้แต่ข้าวสารกับอาหารพวกนี้ก็ขาย แล้วยังขายราคาเต็มด้วย”“หุบปากเจ้าไปเลย! แม้ว่าสกุลถานจะขายของพวกนี้ให้ทางการ แต่ของที่ร้านยา “เป่าจิ้นถาน” ของคุณหนูสามมิได้คิดเงินเลยแม้แต่เหวินเดียว นางมิได้หน้าเลือดเหมือนกับอนุของคหบดีถานผู้นั้นหรอกนะ”“ย่าส์!”“คุณหนู ข้างหน้านี่แหละขอรับ”“พวกเจ้าดูด้านหลัง ข้าจะเข้าไปหาหมอหลวงเวิน”""ขอรับ""“จื่อโม่” และ “จื่อลั่ว” ผู้ติดตามของถานซินเยว่รับคำสั่งและค่อย ๆ พารถม้าเดินเข้ามายังจวนของท่านหมอ ซึ่งตอนนี้ใช้เป็นสถานที่รักษาและปรุงยาเพื่อส่งไปให้ผู้ป่วยที่อยู่ด้านนอกจวน โดยมีคนของทางการเป็นผู้ดูแล“ท่านหมอเวิน”“คุณหนูถาน! คุณพระ ในที่สุดท่านก็มาแล้ว
“กำไลหยกขาวงั้นหรือ”ไม่นานทหารองครักษ์ที่สวมเกราะสีเงิน ก็รีบวิ่งนำสิ่งที่ถานซินเยว่ตามหามาให้“ท่าน…เอ่อ นี่พ่ะ…ขอรับ”บุรุษหนุ่มหันมามองกำไลหยกขาวในมือที่แตกเป็นสองชิ้น ซินเยว่ยังไม่สามารถลุกขึ้นได้ หมอหลวงจางรีบวิ่งเข้ามาในทันทีเมื่อรู้ว่าซินเยว่ได้รับบาดเจ็บเพราะม้านางตกใจ“ซินเยว่! เจ้าเป็นอะไร…เอ่อ ถวาย…”“แม่นางข้าต้องขออภัยที่ทำให้เจ้าตกใจจนได้รับบาดเจ็บ ขาเจ้าคงแพลงและลุกไม่ได้ ขออภัยด้วย หมอจาง! รีบไปเตรียมตัวข้าจะรักษานาง”“ท่าน!”ไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยถามนามของเขา บุรุษหนุ่มผู้นั้นก็รวบตัวนางขึ้นมาอุ้มท่ามกลางความตื่นตกใจของคณะหมอหลวงและทหารที่ติดตามมานับสามสิบคน ทุกคนไม่กล้าเอ่ยอะไรทั้งสิ้นจนเขาพานางเข้ามาในห้องรักษา“โอ๊ย!”“เจ็บหรือ”เขาเอ่ยถามเมื่อพานางมาวางที่เตียง ไม่คิดว่าตัวของสตรีจะเบาเช่นนี้ เพราะดูจากอายุของนางน่าจะอ่อนกว่าเขาไม่เกินห้าปี แต่สีหน้าที่ยังนิ่งระคนตกใจและเศร้านี้ทำให้เขานึกสนใจ“คือว่ากำไลหยกนี่…”“ท่านหาเจอแล้วหรือ ข้า…. มัน… แตกแล้วหรือ”“ขอโทษด้วย ข้าเข้าใจว่ามันคล้องกับสายบังเหียนม้าก็เลยตัดสินใจทำให้มันหลุดออกมา ไม่คิดว่ามันจะสำคัญ”“ช่างเถอะ
“ท่านอ๋องเสด็จมาครานี้….”“อ้อไม่ต้องมากพิธี บอกให้ทุกคนว่าไม่ต้องทำสิ่งใดเป็นพิเศษ เพียงรีบมาช่วยพวกท่าน ตอนนี้ในวังยังไม่มีเหตุการณ์อะไรน่าเป็นห่วง อีกอย่างข้าพึ่งเดินทางกลับมาจากหลิงโจวก็เดินทางมากับหลันอ๋องเลย”“เอ่อ เช่นนั้นหลันอ๋องเล่าพ่ะย่ะค่ะ”“เขากลับไปหลันโจวแล้ว เห็นว่ายังมีเรื่องที่จะต้องจัดการอยู่ หมอเวินหากมีสิ่งใดที่ต้องการเร่งด่วนก็รีบแจ้งมาได้เลย ข้าจะให้คนจัดหาให้ ขอโทษด้วยที่มาช้าไปสักหน่อยแต่ดู ๆ แล้วพวกท่านมิได้ลำบากมาก”“พ่ะย่ะค่ะ ที่นี่มีคุณหนูถานที่คอยช่วยเตรียมของที่ขาดให้ แต่ว่านางก็แอบช่วยโดยมิอาจออกนามได้”“เป็นเพราะเหตุใดกัน ดูเหมือนว่าคุณหนูผู้นี้จะมีเรื่องราวที่แอบซ่อนอยู่มากจริง ๆ”“คือว่า…”หมอหลวงเวินหันไปมองพักตร์ท่านอ๋อง แต่ก็มิได้พูดอะไรมากนักเพราะเกรงว่าจะเป็นเรื่องไม่ควร ท่านอ๋องเองก็มิได้ซักถามต่อ เขาปล่อยหมอเวินกลับออกไปทำงานและหันไปมององครักษ์ข้างกาย ผู้ที่พึ่งไปรับเขามาจากเมืองหลิงโจว“จิ่นหาว”“พ่ะย่ะค่ะ”“ส่งคนตรวจสอบสกุลถานให้ข้าที แล้วก็… ทางที่ดีให้น้องเก้าสืบหาเรื่องของสกุลถานที่ติดอยู่นอกเมืองด้วย ข้าอยากจะรู้ว่าตระกูลคหบดีถานผู้นี้มีค
เมื่อเฟิ่งเซียวกลับมาพูดจาสุขุมอีกรอบ ทั้งสองคนก็เริ่มหันกลับมาคุยกับเขาอีกครั้ง“ท่านหมายถึงเรื่องที่เขียนส่งมาในจดหมาย สงสัยเรื่องการทุจริตในสกุลถาน กับอนุของบิดานางงั้นหรือ”“ใช่ ครั้งแรกที่ข้าพบกับนางก็คือที่นี่ ตอนนั้นนางนำยาสมุนไพรมาส่ง พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่า ยาแต่ละตัวที่นางนำมาล้วนมีราคาสูง แต่ว่าหมอเวินซึ่งเป็นหมอหลวงที่ข้าส่งมาบรรเทาภัยที่นี่กลับบอกว่า ร้านเป่าจิ้นถานของนางไม่เคยรับเงินเลยแม่แต่ตำลึงเดียว”“ครอบครัวนางเป็นคหบดีใหญ่ ก็คงอยากจะช่วยบรรเทาภัยกระมัง ท่านคิดมากเกินไปหรือเปล่า”“ไม่ใช่ หากเป็นไปตามที่เจ้าพูดคงไม่ต้องลำบากให้หอหรงเยว่ของน้องเก้าช่วยสืบข่าว การค้าของสกุลถานหากไม่นับรวมร้านค้าที่รับจากเรือสำเภาของบิดานางเข้ามา ในตัวอำเภอมีร้านผ้าจินหง กับร้านยาของนาง ร้านผ้าดูแลโดยอนุของบิดาถานซินเยว่ ส่วนนางดูแลร้านยาซึ่งทั้งเก่าและโทรมอีกทั้งอยู่ในตรอกที่ค่อนข้างร้างผู้คน”“เช่นนั้นก็น่าแปลก แสดงว่าพวกนางไม่ลงรอยกันงั้นหรือ แต่เหตุใดนางจึงช่วยเหลือเรา เช่นนี้แล้วร้านผ้าของอนุภรรยาคหบดีถานเล่า”“นอกจากจะไม่ช่วยแล้ว วันนั้นข้าลองไปที่ร้านจินหง เพียงแค่เกริ่นถึงร้านของซิ
“อะไรนะ โอ๊ย!”“รีบหลบไป!”เฟิ่งเซียวที่พึ่งพันแผลให้อวิ่นซูหรันเสร็จ รีบวิ่งมาดับไฟตรงหน้าทันที หม้อยาของพวกเขาต้องสาดทิ้งเพราะมันติดไฟ เฟิ่งเซียวเกรงว่าซินเยว่จะได้รับบาดเจ็บไปอีกคนหม้อต้มยาตกไปที่พื้นจนแตกกระจาย โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ซินเยว่หันไปถามเขาที่ยืนอยู่หน้าเตา แต่เขาหันกลับมาด้วยสีหน้าที่โมโหสุดขีด“นี่กำลังทำอะไรของเจ้า! ไม่เห็นหรือว่ามันอันตราย" “ท่านหมอเฉินข้าขอโทษ ข้าผิดเองที่ไม่ทันระวัง ขออภัยข้าจะรีบต้มให้ใหม่""ต้มใหม่งั้นหรือ! เจ้าคิดว่ายานี่ต้องใช้เวลาเคี่ยวนานเท่าใด ซูหรันเฝ้ายานี้มากว่าสามวันแล้ว แต่เจ้ามาเพียงไม่นานก็ประมาทจนทำให้เป็นเช่นนี้ ยานี่ซูหรันอุตส่าห์นำมาด้วยมันมีค่ามากเลยนะ อีกอย่าง…”“ข้าขอโทษท่านแล้วมิใช่หรือ”“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีคนป่วยอีกมากขนาดไหนที่รอการช่วยเหลืออยู่ รู้หรือไม่ว่าพวกเราทำงานหนักมากขนาดไหน กว่าจะได้ยาแต่ละถ้วย!”“ศิษย์พี่! ท่านพอได้แล้ว”เฟิ่งเซียวโมโหจนขาดสติ เขาเป็นห่วงกลัวว่าซินเยว่จะบาดเจ็บไปอีกคน แต่กลับพูดเรื่องยาออกมาโดยมิได้ตั้งใจ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้คนตัวเล็กตรงหน้าเขาจะเริ่มสั่น อวิ่นซูหรันเดินมาพยุงนางออกไป“
เฟิ่งเซียวหยุดกึกเมื่อซูหรันพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เขาเองก็ตอบไม่ถูกแต่รู้สึกว่าเพียงแค่ถูกถามเรื่องของถานซินเยว่ก็เริ่มจะไม่อยากพูดขึ้นมา อีกอย่างหลายวันมานี้ซินเยว่ก็เอาแต่ตามติดเขาอยู่ทุกวัน"จะเป็นไปได้เช่นไรศิษย์น้องล้อเล่นแล้ว ซินเยว่แม้จะเป็นคนที่เป็นตัวของตัวเองและเข้าได้กับทุกคน แต่ก็มิได้หมายความว่านางจะเป็นเช่นนี้เฉพาะกับข้าเสียหน่อย มาเถอะข้าจะพาเจ้าไปดูกระโจมผู้ประสบภัยและห้องเก็บยา"“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ”ซูหรันมิได้คาดคั้นถามเขา นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะหากนางยังถามอีก เขาก็คงจะรู้สึกอึดอัด เพราะตัวเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเหตุใดหัวใจจึงเต้นแรงจนเกินควบคุม เวลาที่เอ่ยถึงเรื่องของซินเยว่สามวันถัดมาช่วงนี้ฝนยังคงตกหนักในพื้นที่อำเภอลี่เหมิน ผู้ประสบภัยที่ป่วยก็ไม่มีวี่แววที่จะลดลง เฟิ่งเซียวสั่งให้ทหารเริ่มจัดที่พักแยกผู้ป่วยและผู้ที่เสี่ยงจะป่วยแยกกันเป็นการชั่วคราวเพื่อมิให้โรคแพร่กระจาย ซึ่งนับว่าได้ผลและต้องยอมรับว่าการมาของอวิ่นซูหรันช่วยเขาได้มากจริง ๆ“เอายานี้ไปที่กระโจมผู้ป่วยหนัก อีกสองเตานั้นใกล้เสร็จหรือยัง”“จวนแล้วเจ้าค่ะ”“ซูหรัน ยาของเจ้าต้มเสร็จหรือยัง”“พี่เฟิ
“ศิษย์น้องของท่านหมอเฉินงั้นหรือ”“ใช่ ทั้งสองเป็นศิษย์ของท่านหมอเทวดา “โล่ซินหยาง” แห่งเมืองเหยียน พวกเขาสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียน ว่ากันว่าทั้งคู่เป็นหมอเทวะคู่บารมี แม้แต่เซียนยังต้องหลบ"“ข้าส่งยาเสร็จแล้ว เช่นนั้นขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ”“อ้าว เจ้าจะกลับแล้วหรือ ว่าแต่เจ้าหายดีแล้วแน่หรือไหนดูสิ เอ๊ะ เหตุใดหน้าผากยังร้อน ๆ อยู่เลยเล่า”จางหลงจื่อใช้หลังมืออังหน้าผากของซินเยว่ตอนที่นางเผลอ เฟิ่งเซียวที่หันมามองทั้งคู่พอดีก็รู้สึกตงิดใจขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเมื่อครู่นี้เขายังเห็นซินเยว่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา ไม่คิดว่านางจะเดินไปหาจางหลงจื่อเร็วปานนั้น‘เหตุใดปล่อยให้เขาแตะเนื้อต้องตัวขนาดนั้น นางสนิทกับจางจื่อหลงถึงขนาดนั้นเลยหรือ’“ศิษย์พี่เฟิ่งเซียว”“ซูหรันครั้งนี้ขอบใจเจ้ามาก ที่ตอบรับคำเชิญของข้าในการช่วยผู้ประสบภัย ข้าให้คนเตรียมที่พักให้เจ้าแล้ว เช่นนั้นเจ้าก็รีบเอาของไปเก็บและพักผ่อนก่อนเถอะ”“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”“คุณหนูอวิ่นเชิญทางนี้เลยขอรับ” หมอเวินเป็นผู้นำทางอวิ่นซูหรันไปด้วยตัวเอง แม้ว่าอวิ่นซูหรันหวังอยากจะให้เฟิ่งเซียวเป็นผู้พานางไปด้วยตัวเอง แต่ก็ทำได้แค่หันไปยิ้มและเดินตาม
เฟิ่งเซียวมองไปที่รถม้าคันใหญ่ ที่ขนส่งยาเกือบเต็มคันและรีบคว้าใบรายการยานั้นไปหาซินเยว่ ที่ยืนสั่งให้เพิ่มยาอีกบางอย่างไปกับรถส่งของครั้งนี้ด้วย“ซินเยว่ ข้าขอคุยด้วยหน่อยสิ”“ท่านหมอเฉิน มีอะไรอยากจะสั่งเพิ่มหรือ บอกมาได้เลยนะที่ในรถม้ายังพอเหลือใส่ได้อีกนิดหน่อย”“ไม่ใช่ มานี่เถอะ”เขาดึงมือนางเดินมายังลานตากยาสมุนไพรด้านหลัง ซึ่งมีสตรีหลายคนที่อยู่ช่วยกันเก็บยา เมื่อเห็นพวกเขาเดินมาแต่ละคนก็พากันมอง เพราะไม่เคยเห็นซินเยว่พาบุรุษเข้ามาในร้านมาก่อน“ซินเยว่นี่หมายความว่าอย่างไร เหตุใดยามากมายขนาดนี้เจ้าจึงไม่คิดเงินกับทางการ”“ท่านหมายถึงยาสมุนไพรพวกนี้น่ะหรือ ไม่เป็นไรหรอกถือว่าข้าช่วยก็แล้วกัน”“ไม่ได้ ยาพวกนี้มีมูลค่าสูงเกินไป หากข้าจะเอาไปเปล่า ๆ เช่นนี้มันเอาเปรียบร้านเจ้ามากเกินไป เจ้าคิดเงินมาเถอะอย่าทำเช่นนี้เลย”ซินเยว่เม้มปากเล็กน้อย และหันมาสบตาเขาพร้อมกับยิ้ม เฟิ่งเซียวไม่เข้าใจนางเลยว่าเหตุใดซินเยว่ไม่พูดอะไรเลยสักคำ“ข้าบอกว่าไม่คิดเงินก็ไม่คิดสิ เหตุใดท่านต้องปิดทางการช่วยเหลือของข้าด้วยเล่า ท่านไม่รับน้ำใจข้าหรือ”“ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าเข้าใจข้าผิด แต่ยามากมายขนาดนี้มันอ
“อะไรนะ! ไม่ใช่นะ ข้ากับเขา… ไม่ใช่แบบนั้น”“ไปกันเถอะ”เฟิ่งเซียวไม่เคยถูกผู้อื่นทักทายเช่นนี้มาก่อน เขาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกเช่นไร แต่เมื่อหันไปมองที่ถานซินเยว่ก็เห็นว่าใบหูนางแดงจัด“เดี๋ยวก่อนนะคุณหนูสาม”“ท่านเลิกเรียกข้าเช่นนี้เถอะ เรียกข้าว่าซินเยว่ก็ได้ เรามิใช่ว่ารู้จักกันแล้วหรอกหรือ”“เอ่อ…ก็ได้ เช่นนั้นซินเยว่ เจ้ารู้สึกไม่สบายท้องหรือไม่”ซินเยว่ชะงัก และหันมามองหน้าของเฟิ่งเซียวในทันทีเมื่อเขาพูดจบ“ท่านว่าอะไรนะ ข้าหรือ”“ใช่ ข้าเห็นใบหน้าเจ้าแดง และที่กกหูยังแดงจัดเหมือนกับท้องเจ้าจะระบายลมไม่ค่อยดี หากว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายท้องข้าคิดว่าเจ้าอาจจะกินอาหารมากเกินไป ดังนั้น…”“เฉินเฟิ่งเซียว! คนบ้าอะไรเนี่ย!”“เจ้า… ไม่ได้ป่วยหรอกหรือ เดี๋ยวสิซินเยว่รอข้าด้วย”ซินเยว่รู้สึกทั้งโกรธทั้งอายเมื่อถูกเฟิ่งเซียวทักเช่นนี้ นางไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าหน้าแดงอยู่และยังร้อนจนถึงใบหูเพราะเขา แต่หมอเฉินเฟิ่งเซียวผู้นั้นกลับคิดว่านางป่วยเพราะท้องไม่ระบาย“คนบ้าอะไรเนี่ย เกิดมามีหน้าเดียวหรืออย่างไรกัน นี่เขามีความรู้สึกหรือเปล่านะ”ซินเยว่เดินมาถึงร้านน้ำตาลปั้นแล้ว นางพยายามไม่หันไปมอ
หลี่ฮั่วเจินใจหายเมื่อถุงเงินขนาดใหญ่ถูกยกไปต่อหน้า โดยไม่สามารถพูดอะไรได้ “เอ่อ คุณชายเจ้าคะรอสักครู่ก่อนข้ามิได้หมายความว่าเช่นนั้น เพียงแต่เข้าใจผิดกันนิดหน่อย ร้านจินหงของเรายินดีมาก ๆ ที่จะค้าขายกับทางการ”“อ้อ งั้นหรือแต่ตอนนี้ข้ามิได้ยินดีแล้วน่ะสิ ช่างเถอะเอาไว้ข้าอารมณ์ดีเมื่อใดจะแวะมาก็แล้วกันนะ จิ่นหาวเราไปกันเถอะ”“เอ่อ… ปัดโธ่เอ๊ย! ทำไมถึงได้ปากไวเช่นนี้นะ ไม่ควรคิดไปถึงนังเด็กนั่นเลยบ้าจริง! เงินอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ กลับคว้ามาไม่ได้ รู้ถึงไหนอายไปถึงที่นั่น”เฉินเฟิ่งเซียวเพียงแค่หยักยิ้มที่มุมปากและหันไปที่องครักษ์ส่วนตัว จิ่นหาวรู้ทันทีว่าผู้เป็นนายต้องการอะไร‘ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวสกุลถาน จะไม่ค่อยดีอย่างที่คาดจริง ๆ’“คุณชาย”“จัดการตามที่สั่ง กระจายข่าวให้ทั่ว”“แล้วยังจะซื้อผ้าอีกหรือไม่ขอรับ”“วันนี้ยังไม่ซื้อ ข้าจะแวะไปดูสมุนไพรที่ร้านเป่าจิ้นถานสักหน่อย”“เช่นนั้นเชิญทางนี้ขอรับ”จิ่นหาวและเฟิ่งเซียวเดินทางมาถึงตรอกอิ๋งเตียน ซึ่งอยู่ถัดจากตรอกที่คึกคักด้วยผู้คนไปประมาณสองตรอก แม้ว่าจะไม่ค่อยมีผู้คนสัญจร แต่ก็เงียบสงบและดูน่าอยู่ไม่น้อย“ร้านเป่าจิ้นถานอย
เมื่อพูดจบรอยยิ้มของซินเยว่ก็เริ่มค่อย ๆ หุบลงพร้อมกับก้มหน้าลง เมื่อครู่นี้นางพึ่งจะเผลอบอกว่า “ชอบ” ออกไป แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำนั้น“หมอเฉินหน้านิ่งงั้นหรือ เหลวไหล ฝนจะตกแล้วเจ้าเข้ามาดื่มชาก่อนเถอะ”“มะ ไม่ดีกว่าเจ้าค่ะ ข้ายังต้องรีบกลับไปช่วยตาแก่ ไม่ใช่อาจารย์เก็บร้านอีก เอาไว้วันหลังค่อยมาดื่มชากับท่าน ข้ากลับก่อนละหมอเฉินหน้านิ่ง!”“เจ้า…เฮ้อ…ทำไมไม่เรียบร้อยเลยนะ”เฟิ่งเซียวหันไปมองตามดรุณีน้อยที่วิ่งไปขึ้นม้าของตัวเองและควบออกไป ขบวนรถม้าตามหลังนางไปอีกครั้ง“ถานซินเยว่… ช่างสดใสราวกับบุปผาในฤดูใบไม้ผลิ”เมื่อหันไปมองไม้สำหรับช่วยพยุงเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ บาดแผลเมื่อหลายวันก่อนดูเหมือนว่าจะยังมิได้หายไป แต่เหมือนว่านางจะบาดเจ็บเพิ่มขึ้น เพราะวันนี้เขาได้กลิ่นยาทาแผลสดและดูเหมือนว่านางจะพันแผลที่ขามาด้วย“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ จิ่นหาว”“ขอรับคุณชาย”“เรื่องที่ให้เจ้าไปสืบได้ความว่าอย่างไรบ้าง”“หากเป็นเรื่องของสกุลถาน ข้าน้อยส่งไปให้คุณชายที่ห้องเมื่อสองวันก่อนแล้วนะขอรับ”“งั้นหรือ เช่นนั้นบ่ายนี้หากมีเรื่องด่วนอะไรก็ให้คนไปแจ้งข้าที่ห้องก็แล้วกัน”“ข
“ท่านอ๋องเสด็จมาครานี้….”“อ้อไม่ต้องมากพิธี บอกให้ทุกคนว่าไม่ต้องทำสิ่งใดเป็นพิเศษ เพียงรีบมาช่วยพวกท่าน ตอนนี้ในวังยังไม่มีเหตุการณ์อะไรน่าเป็นห่วง อีกอย่างข้าพึ่งเดินทางกลับมาจากหลิงโจวก็เดินทางมากับหลันอ๋องเลย”“เอ่อ เช่นนั้นหลันอ๋องเล่าพ่ะย่ะค่ะ”“เขากลับไปหลันโจวแล้ว เห็นว่ายังมีเรื่องที่จะต้องจัดการอยู่ หมอเวินหากมีสิ่งใดที่ต้องการเร่งด่วนก็รีบแจ้งมาได้เลย ข้าจะให้คนจัดหาให้ ขอโทษด้วยที่มาช้าไปสักหน่อยแต่ดู ๆ แล้วพวกท่านมิได้ลำบากมาก”“พ่ะย่ะค่ะ ที่นี่มีคุณหนูถานที่คอยช่วยเตรียมของที่ขาดให้ แต่ว่านางก็แอบช่วยโดยมิอาจออกนามได้”“เป็นเพราะเหตุใดกัน ดูเหมือนว่าคุณหนูผู้นี้จะมีเรื่องราวที่แอบซ่อนอยู่มากจริง ๆ”“คือว่า…”หมอหลวงเวินหันไปมองพักตร์ท่านอ๋อง แต่ก็มิได้พูดอะไรมากนักเพราะเกรงว่าจะเป็นเรื่องไม่ควร ท่านอ๋องเองก็มิได้ซักถามต่อ เขาปล่อยหมอเวินกลับออกไปทำงานและหันไปมององครักษ์ข้างกาย ผู้ที่พึ่งไปรับเขามาจากเมืองหลิงโจว“จิ่นหาว”“พ่ะย่ะค่ะ”“ส่งคนตรวจสอบสกุลถานให้ข้าที แล้วก็… ทางที่ดีให้น้องเก้าสืบหาเรื่องของสกุลถานที่ติดอยู่นอกเมืองด้วย ข้าอยากจะรู้ว่าตระกูลคหบดีถานผู้นี้มีค