ขวัญตาที่นอนร้องไห้ตั้งแต่เมื่อคืนหลังจากรู้ว่าพ่อบังคับให้แต่งงาน วันนี้เธอมาเรียนในสภาพขอบตาบวมเป่ง แถมดำคล้ำจากอดหลับอดนอนทั้งคืน แต่ทว่าคนตั้งใจเรียนแบบขวัญตาก็ยังไม่คิดหยุดเรียนแม้ว่าสภาพจะไม่ไหวขนาดไหนก็ตาม
"อีขวัญ ทำไมสภาพมึงเป็นอย่างนี้ว่ะ"ลินดาที่มาถึงม้าหิน โต๊ะประจำของสามสาวเพื่อนรักทักขึ้นทันทีที่เห็นสภาพของเพื่อนสาว "มึงหยุดเรียนไหมเดี๋ยวกูลาให้" "ไม่เอา ถ้ากูหยุดกูคงไม่มานั่งอยู่ในสภาพนี้หรอก"มือบางใช้นวดขมับแรงๆ เพราะรู้สึกปวดหัวจากการที่ไม่ได้นอน "แล้วมึงมีปัญหาอะไร อ้าว!!!อีปิ่นมึงมาพอดี มาดูสภาพเพื่อนมึงสิ อย่างกับถูกรุมโทรม" ปิ่นมุกรีบเดินเร็วเข้ามาหาขวัญตาทันที เมื่อได้ยินลินดาบอก"มึงเป็นไรขวัญ" ขวัญตาถอนหายใจแรงๆ"พ่อให้กูแต่งงาน" "ห๊า!!!"เสียงอุทานพร้อมกันของเพื่อนสองคนดังไปทั่วบริเวณ จนนักศึกษาแถวนี้หันมามองกันเป็นตาเดียว "กับใคร?"เป็นปิ่นมุกที่ตั้งสติได้ก่อนถามขึ้น "ไม่รู้ พ่อบอกว่าเป็นลูกชายของบริษัทคู่ค้า ตอนนี้ธุรกิจที่บ้านกูกำลังแย่" "อย่างกับในละครเลย ถูกบังคับให้แต่งงาน...โอ้ย!!!"ลินดาที่ปากไวใจเร็วพูดขึ้นอย่างไม่ทันคิด จนโดนปิ่นมุกหยิกขาไปหนึ่งที เพราะเพื่อนกำลังอยู่ในอาการเสียใจ "ไม่นึกว่าจะได้เป็นเพื่อนเจ้าสาวเร็วขนาดนี้ คิดว่าอีปิ่นแต่งก่อนมึงเสียอีก" "นี่อีลินดา กูว่ามึงควรหุบปากไปบ้างนะ พูดแต่ละอย่าง"ลินดาที่เริ่มรู้ตัวว่าพูดเล่นมากไปก็เงียบทันที "อีกสองวันกูต้องไปเจอเขา นัดกินข้าวกับครอบครัวกัน แล้วอีกวันกูก็ต้องไปจดทะเบียนแล้วย้ายไปอยู่กับเขา" "นี่ไม่ได้พูดเล่นนะ อย่ามองกูแบบนั้นปิ่น กูจริงจังคราวนี้"ลินดาที่จะเข้าโหมดจริงจังแต่ถูกปิ่นมุกมองหน้าให้หยุด เพราะไม่อยากให้ไปกระทบจิตใจเพื่อนที่กำลังเสียใจ "กูแค่อยากรู้ว่าถ้าเกิดเจ้าบ่าวมันเป็นประเภทโรคจิตหรือเคยเป็นฆาตกรล่ะ มึงคิดดูนะมันต้องไปอยู่กับเขาเลยนะโว้ย" "พ่อมันคงไม่หาคนแบบนั้นมาให้หรอก ถึงจะบังคับให้มึงแต่งนะขวัญ แต่กูเชื่อว่าคนที่มึงแต่งด้วยพ่อมึงคงสแกนมาแล้วแหละ ไม่ใช่จะเอาใครก็ได้หรอก ใครจะอยากยกลูกสาวให้คนแบบนั้นจริงไหม"ปิ่นมุกพยายามพูดให้เพื่อนคลายความกังวล ทั้งที่จริงเธอเองก็แอบคิดตามลินดาว่าเหมือนกัน ใครจะมาแต่งงานกับคนที่ไม่เคยเห็นหน้า คงไม่ใช่คนปกติสักเท่าไหร่ "ช่างเถอะ ถึงกูจะคิดมากไปก็เท่านั้น เพราะยังไงกูก็ไม่มีทางเลือกอยู่ดี"ขวัญตาทำใจยอมรับได้ตั้งแต่เมื่อคืนว่ายังไงชีวิตนี้มันก็ไม่มีวันเป็นของเธอ ถึงวันนัดที่สองครอบครัวเจอกัน เป็นร้านอาหารหรูที่มีห้องส่วนตัวไว้สำหรับพวกนักธุรกิจพูดคุยกัน ซึ่งครอบครัวของขวัญตามาถึงก่อน "เหงื่อแตกเต็มเลยลูกไม่สบายหรือเปล่าขวัญ"กชนิภาเอ่ยทักลูกสาวคนโตที่เหงื่อผุดพลายทั่วใบหน้าขาว ทั้งที่ห้องอาหารเปิดแอร์เย็นฉ่ำ "สงสัยพี่ขวัญคงตื่นเต้นค่ะแม่"ขวัญตาตวัดมองน้องสาว ที่ในเวลาที่เธอเครียดแบบนี้ยังมาพูดเล่น "จัดการความรู้สึกตัวเองซะนะ เดี๋ยวพ่อผัวแม่ผัวแกมาเขาจะได้เอ็นดู"ขวัญตาเม้มปากแน่น ไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากคนเป็นพ่อ ส่วนคนเป็นแม่ก็ได้แค่บีบมือให้กำลังใจลูกสาว ถึงจะไม่อยากให้ลูกต้องแต่งงานในวัยเพียงเท่านี้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แกร๊ก!!! เสียงประตูห้องอาหารถูกเปิดออก พร้อมบุคคลเข้ามาใหม่สี่คน แต่ทว่าชายหนุ่มที่เดินเข้ามาคนสุดท้ายทำขวัญตาอ้าปากเหวอด้วยความตกใจ ซึ่งไม่ต่างจากคิณที่เดินเข้ามาในห้องอาหาร ก็ตกอยู่ในอาการตกใจไม่ต่างกัน เพียงแต่เขาเก็บอาการได้ดีกว่าเธอ ในขณะที่ขวัญตายังจ้องหน้าคิณตาไม่กระพริบ ยิ่งชายหนุ่มถูกจัดให้นั่งข้างเธอ ขวัญตายิ่งตัวเกร็ง แทบไม่ขยับตัว จนทุกคนเริ่มสงสัยในอาการของเธอ "หนูขวัญทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้นลูก แล้วนั่งซะตัวเกร็งเลย"กิ่งกาญจน์เอ่ยแซวว่าที่ลูกสะไภ้ที่เคยเจอกันมาก่อนแล้ว "หรือว่าเคยเจอกันที่มหาลัย เพราะเรียนอยู่ที่เดียวกันนี่"กชนิภาเดาเหตุการณ์จากการที่ลูกสาวเธอเอาแต่มองว่าที่เจ้าบ่าว "เอ่อ...ค่ะ พี่เขาเป็นเพื่อนแฟนของขวัญ" ขวัญตาบอกไปตรงๆ ไม่อยากปิดบังผู้ใหญ่อีกอย่างอยากจะโกหกออกไปเหมือนกัน แต่ทว่าสายตาทุกคู่จับจ้องเธอรวมถึงสายตาของคิณด้วยที่มองมาอย่างกดดันจนเธอต้องพูดความจริง "ดี งั้นก็คนกันเอง โลกกลมจริงๆ"อนิวัฒน์เอ่ยอย่างยินดี คิดไปว่าลูกชายกับลูกสะไภ้คงเคยคุยกันมาบ้าง หารู้ไม่ว่าสองคนจัดอยู่ในประเภทคนไม่ถูกกันเท่าไหร่ "พรุ่งนี้คิณพาน้องไปจดทะเบียนตอนสิบโมงนะลูก จดเสร็จก็ไปช่วยน้องขนของย้ายไปอยู่กับลูกที่คอนโด" สองหนุ่มสาวนั่งฟังนิ่ง ไม่ได้ตอบอะไร มีพยักหน้าบ้างเมื่อผู้ใหญ่ถาม ต่างจากน้องสาวสองคนที่อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกันเลยคุยกันถูกคอ เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้ด้วยความเอ็นดู มื้ออาหารผ่านไปโดยที่ขวัญตาไม่ได้พูดอะไรสักคำ นอกจากเครียดที่ต้องแต่งงาน กลับต้องมาตกใจที่ต้องแต่งงานกับคิณผู้ชายที่เธอไม่อยากเข้าใกล้ "ผมขอไปส่งน้องได้ไหมครับ"จู่ๆคิณก็พูดโพร่งออกมาขณะที่ทุกคนกำลังเตรียมตัวไปขึ้นรถของใครของมันกลับบ้านกัน "ได้สิ จะไปเที่ยวเล่นที่ไหนก่อนก็ไม่ว่า ทำความคุ้นเคยกันไว้ดีกว่า"รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นมาแวบหนึ่งบนใบหน้าหล่อเหลา ก่อนจะหายไป แต่ทว่าขวัญตาทันได้เห็นมัน และรู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาทันที "ไปสิลูก พี่เขารออยู่นะ"กชนิภาเร่งลูกสาวที่ยังคงยืนเหม่ออยู่ที่เดิม "อะ..เอ่อค่ะ"จำต้องเดินขึ้นรถคันหรูสีดำ ที่เจ้าของใจดีเอื้อเฟื้อเปิดประตูรถรอ ก่อนจะใจดีเกินเหตุด้วยการก้มลงมารัดเข็มขัดให้พร้อมสรรพ ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก!!! เสียงหัวใจดังรัว เมื่อใบหน้าหล่อของเจ้าของรถก้มลงเกือบชิดใบหน้าเธอ จนเธอต้องหลับตาปี๋ "เสียงหัวใจเต้นดังดีนะ" คิณหยอกเย้าหญิงสาว เขาจงใจอยากจะไปส่งเธอ เพื่ออยากแกล้งว่าที่เมียที่นั่งตัวเกร็งตั้งแต่เห็นเขาในห้องอาหาร อาการเป็นลูกนกตื่นกลัวแบบนี้ ทำเขานึกสนุก ลืมภาพผู้หญิงปากร้ายที่เคยต่อว่าเขาตอนเรื่องปิ่นมุกไปเสียสนิท "พะ พี่จะทำอะไร"คนตัวเล็กจำต้องเอ่ยถาม เมื่อเขาไม่ยอมเอาหน้าออกห่างเธอสักที "ได้ยินที่พ่อเธอบอกหรือเปล่า ว่าฉันจะพาเธอไปไหนก็ได้ แต่ตอนนี้มีที่เดียวที่ฉันอยากพาคุณหนูปากดีแบบเธอไป รู้ไหมว่าที่ไหน?" ขวัญตาเม้มปากแน่นไม่ตอบ ตอนนี้เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้อันตรายมาก ยิ่งเขาเข้ามาใกล้และถึงเนื้อถึงตัวเธอขนาดนี้ตั้งแต่เจอกันวันแรกเธอยิ่งนึกถึงคำพูดของลินดา "ไม่อยากรู้เหรอว่าฉันจะพาไปไหน โอเคไม่อยากรู้ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปถึงก็รู้เองแหละ ว่าจะไปสร้างความคุ้นเคยกันที่ไหน" "อย่านะ พี่ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรฉันตอนนี้" "หึ หึ"คิณหัวเราะเบาๆ รู้สึกสนุกที่เธอทันเขาไม่ใช่ผู้หญิงเรียบร้อยอย่างแม่เขาว่า "แล้วออกไปได้แล้ว ถ้าพี่ไม่ออก ฉันจะไม่ไปกับพี่"คิณผละออกโดยแกล้งให้จมูกโด่งเฉียดแก้มนุ่มของหญิงสาว ได้กลิ่นหอมอ่อนๆติดเนื้อผิวเนียนนุ่ม จนอยากจะกดจมูกฝังไปแรงๆรถเคลื่อนตัวออกมาได้สักพัก โดยที่ขวัญตาไม่รู้จุดหมายปลายทางที่เขาพาไป แต่ทว่าพอรถเข้ามาจอดที่ใต้คอนโดหรู ซึ่งไม่ใช่คอนโดของเธอแน่นอน ขวัญตาก็หันมามองคนขับทันที "พี่พามาที่นี่ทำไม" "ทำไมล่ะ พรุ่งนี้เธอก็ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่กับฉันในฐานะเมีย มาวันนี้ก่อนจะเป็นไรไป" "พรุ่งนี้ก็คือพรุ่งนี้ ฉันจะอยู่ในฐานะเมียพี่ก็คือตอนที่ฉันจดทะเบียนกับพี่แล้วเท่านั้น ตอนนี้เรายังไม่ใช่ พี่ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรทั้งนั้น" ปากดี...ต่างจากภาพลักษณ์ที่ป๊ากับแม่เขาเห็นลิบลับ "พรุ่งนี้เธอจำคำของตัวเองให้ดีนะ วันนี้ฉันจะมาตกลงหน้าที่เมียกับเธอ" "หน้าที่อะไร ทำความสะอาดหรือทำกับข้าวอะไรพวกนั้นใช่ไหม ฉันทำได้หมด" "หึ...เธอคิดว่าฉันจะยอมแต่งงานมีเมียเพื่อให้มาทำหน้าที่พวกนั้นหรือไง หน้าที่พวกนั้นมันมีแม่บ้านทำอยู่แล้ว" ขวัญตาเม้มปากแน่น มือจับสายกระเป๋าเมื่อรู้สึกถึงเรื่องที่คิณกำลังพูดถึง "ฟังฉันนะคุณหนูขวัญตา หน้าที่เธอมีอยู่อย่างเดียวคือเอากับฉัน"ขวัญตาอ้าปากเหวอ ตกใจรอบที่เท่าไหร่ของวันก็ไม่รู้ แต่รู้สึกว่าวันนี้หัวใจเธอทำงานหนักมากกว่าปกติ ผู้ชายคนนี้ต่างจากที่คนภายนอกเห็นทุกอย่าง จากที่ดูเป็นคนอบอุ่น ใ
"คงเป็นไปไม่ได้หรอก เขาคงไม่มารักมาชอบกูหรอก ขนาดวันนี้เขายังว่ากู ว่าเขาต้องใช้เงินซื้อมาให้เป็นเมียเขา ยังเรียกร้องให้กูทำหน้าที่เมียทุกอย่างอยู่เลย" เสียงถอนหายใจของเพื่อนสองคนดังขึ้นพร้อมกัน ถึงจะรู้สถานการณ์บ้านของขวัญตาดี แต่ก็อดสงสารเพื่อนไม่ได้ ไม่รู้ว่าต่อไปนี้ต้องเจอกับอะไรอีกบ้าง "ทำไมเขาเป็นคนแบบนั้นว่ะ แล้วมึงจะทนได้ไหมขวัญ" "ทนได้สิ กูจะทน"ขวัญตาตอบไปด้วยเสียงสั่นเครือ เธออยากร้องไห้อีกแล้ว เลยเงยหน้าขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมา "พวกกูเป็นกำลังใจให้มึงนะ" พูดกันต่อไม่กี่ประโยคก็วางสายกันไป ขวัญตาจัดของเสร็จ เธอก็ลงไปร้านขายยา วันนี้รู้สึกปวดหัวมาก ยิ่งอาทิตย์ที่ผ่านมามีแต่เรื่องเครียด หลังจากบอกอาการกับเภสัชกรและได้ยาตามที่ต้องการ ตาก็เหลือบไปเห็นแผงยาคุมหลายยี่ห้อ แล้วนึกขึ้นมาว่ามันจำเป็นต้องกินหรือเปล่า ระหว่างที่กำลังยืนลังเล เภสัชกรคงเห็นอาการเธอเลยเป็นคนเอ่ยถามขึ้น "สนใจจะทานไหมคะ กินแบบรายเดือนดีกว่าแบบฉุกเฉินนะคะ เดี๋ยวเภสัชกรแนะนำให้ค่ะ"ขวัญตายิ้มเจื่อน อายเหมือนกัน แต่ตอนนี้ในร้านมีเธอแค่คนเดียว "คือมันดีกว่าใช่ไหมคะ สำหรับคนที่แต่งงานแล้วอ่ะค่ะ"เภส
หลังจากเถียงกันในรถสักพักหนึ่ง คิณก็เดินลงจากรถทันทีด้วยความไม่พอใจ เขาเดินลากกระเป๋าเข้าลิฟท์โดยไม่คิดจะรอเธอด้วยซ้ำ ดีว่าเธอรีบวิ่งเข้ามาทัน อารมณ์ผู้ชายคนนี้น่ากลัวจริงๆ "ด่าฉันอยู่ในใจใช่ไหม"เสียงทุ้มลอยมาให้เธอได้ยิน แต่ทว่าขวัญตาไม่สนใจ ผู้ชายคนนี้มีปมอะไรหรือเปล่า ทำไมทำตัวหลายบุคลิกเหลือเกิน แต่ทุกบุคลิกล้วนแต่ทำให้เธอไม่อยากเข้าใกล้ เมื่อเธอไม่ตอบ คิณก็เดินเข้าประกบข้างหลัง ก่อนใช้จมูกคลอเคลียที่ซอกคอหอม สูดดมเอากลิ่นกายสาวที่เขาติดใจตั้งแต่เมื่อวาน เธอทำเขาหงุดหงิดไม่มีที่ระบาย ทำให้เช้านี้เขาตื่นนอนอย่างหัวเสียสุดๆ "พะ พี่จะทำอะไร ถอยออกไปอีกนะ นี่มันที่สาธารณะเดี๋ยวใครมาเห็น" "ไม่มีใครสักคน ใครจะมาเห็น อีกอย่างแค่ดมนิดๆหน่อยๆนี่เธอหวงตัวกับผัวเหรอ" "หยุดพูดคำว่าผัวเมียในที่สาธารณะได้ไหม ฉันไม่ชอบ"เสียงหวานเอ่ยต่อว่าคนตัวสูงที่ยังกดหอมซอกคอเธอไม่หยุด จนตอนนี้ขนกายเธอลุกชันขึ้นมาอีกแล้ว "แล้วให้พูดคำว่าอะไร ไหนเธอลองบอกสิ"เสียงแหบพร่ากระซิบชิดริมหู เขาจงใจผ่อนลมหายใจเบาๆอย่างยั่วยวนเธอ "สามี ภรรยาค่ะ" "หึ หึ ฉันคงไม่ใช่คำยาวๆแบบนั้นหรอก เสียเวลา ใครถามก็ผัวเมียง่าย
"พี่หันหลังมาสิคะ ถ้าจะให้ฉันถูหลัง" ขวัญตารู้สึกเขินอายสายตาคมที่เอาแต่มองหน้าอกเธอ ถึงจะโผล่พ้นน้ำมานิดเดียว แต่คนสองคนนั่งอยู่ในอ่างย่อมเกิดความใกล้ชิด ผิวเนื้อสัมผัสกันไปมา "ฉันไม่อยากให้เธอถูหลังแล้ว อยากให้เธอถูอย่างอื่นมากกว่า" "ถะ ถูอะไรของพี่"มือหนาจับมือเล็กเข้ามาสัมผัสกับแก่นกายเขาที่ขยายใหญ่อยู่ในน้ำ เมื่อมือนิ่มสัมผัสเข้ากลางลำ ทำเอาร่างสูงสะดุ้งในความเสียว "อ๊าสส ทำเป็นไหม" "มะ ไม่เป็นค่ะ"ขวัญตารู้สึกถึงสิ่งที่เธอสัมผัสว่ามันทั้งแข็ง และขรุขระ แถมขนาดของมัน มือเธอกุมแทบไม่มิด "ฉันอยากให้เธอใช้ปากนุ่มๆของเธอทำให้มันสงบได้หรือเปล่า"คงไม่ได้หมายถึงให้เธอออรัลเซ็กส์ให้หรอกใช่ไหม แต่คงใช่แน่ๆ เพราะเมื่อเขาพูดจบก็ลุกขึ้นนั่งบนขอบอ่าง ทำให้แก่นกายที่เธอสัมผัสเมื่อครู่ออกมาปะทะสายตา มันเต็มไปด้วยเส้นเลือดที่ขึ้นโปดปูนรอบลำ ไม่แน่ใจว่าปากเล็กของเธอจะอมมันเข้าไปได้ไหม "มาสิ มาทำให้มันสงบ นึกว่าเป็นไอติมที่เธอชอบกิน"ขวัญตากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ค่อยๆขยับเข้าไปในหว่างขาเขา ก่อนจะใช้มือจับมันเบาๆ "จับแรงๆ เธอกลัวมันจะกัดหรือไง มันไม่กัดปากเธอหรอก แต่มันจะกัดอย่างอื่นของเธอ"ขวั
"ฮือ...ฉันเจ็บ พะ พี่ เบาๆ"ถึงจะบอกออกไปแบบนั้นแต่คนตัวสูงไม่สนใจยังคงขยับบั้นเอวเข้าออกรัวๆ จากความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน จนส่งเสียงครางออกมาลั่นห้อง "มะ ไม่ไหวแล้ว"คนตัวสูงที่รู้สึกถึงร่องรักที่ตอดเอ็นเขาจนแทบขาด เขาเองก็จะเสร็จหลังจากตอกอัดรัวๆมาได้สักพัก ปึก ปึก ปึก ปึก!!! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นรัวๆ มือหนาส่งไปบีบเค้นเต้าอวบก่อนเพิ่มแรงส่งของสะโพกให้รุนแรงขึ้น "อ๊าสสส...อ่ะ อ่ะ อ่ะ"ร่างเล็กที่โยกโคลงขึ้นลงตามแรงกระแทกรุนแรงที่คนตัวสูงส่งมา เธอจับได้ว่าเขาเป็นคนรุนแรงในเรื่องนี้ ใบหน้าหล่อที่เครียดเกร็ง เหงื่อไหลหยดไปมาตามแรงขยับ แววตาคมที่ดูดุดัน ถึงจะรุนแรงแต่ทว่าร่างกายเธอกลับชอบแบบนี้ มือหนาเลื่อนมากระชับเอวคอดกิ่วบีบเค้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง กระแทกกระทั้นอย่างลืมตายเมื่อใกล้จะเสร็จ "ซี้ด..อ๊าสส/อ่าา"ท่อนเอ็นร้อนที่ปลดปล่อยลาวาขาวขุ่นออกมาจนเต็มร่องรัก ขวัญตานอนตาลอยได้ไม่นาน ใบหน้าหล่อเหลาก็มาคลอเคลีย ดูดเม้มตามซอกคอขาวเพื่อปลุกเร้าอารมณ์อีก เสียงครางอื้ออึงดังขึ้นไม่หยุด "อื้อ อ่ะ อือ อ่าา"เธอร้องครางไม่เป็นภาษาเมื่อเอ็นร้อนตอกอัดรุนแรงขึ้นอีกครั้
ขวัญตาแทบจะตายกับความปวดเมื่อยนี้ เธอพยายามลุกขึ้นจากที่นอนอยู่นาน แต่ทว่าไม่มีแรงและรู้สึกปวดระบมไปหมด เมื่อวานยังไม่รู้สึกเจ็บเท่าวันนี้ เมื่อคืนก่อนนอนคนหื่นยังรังแกเธอไปอีกสองรอบ น่าจะเป็นผลมาจากตอนนั้น แค่สองคืนเธอรับศึกหนักจากเขาจนร่างกายแทบไม่ไหว คิณที่ตื่นตั้งแต่เธอขยับตัว นอนมองหญิงสาวพยายามลุกขึ้นจากที่นอนด้วยแววตาเฉยๆ "เป็นอะไร?"เสียงทุ้มเรียบเฉยเหมือนหน้าตาคนถามถูกส่งออกไป "เจ็บค่ะ" "ตรงไหน ที่ร่องเหรอ? ไหนมาดู" คิณดึงร่างขวัญตาลงมานอนหงายบนที่นอน ดีที่เมื่อคืนหลังจากร่วมรักกันเขาไม่ได้ใส่เสื้อผ้าให้เธอทำให้ไม่ต้องเสียเวลาถอด มือหนาดึงสะโพกคนตัวเล็กเข้าหาตัว อ้าขาออกกว้าง ก่อนให้นิ้วเรียวแหวกกรีบอวบอูมที่บวมแดงดู สภาพน่าจะอักเสบจริง คงเพราะเขาทำเธอแรงและหลายรอบติดๆกัน "เดี๋ยวไปซื้อยามาให้ ไปอาบน้ำก่อนไป"ไม่ใช่เพราะมีใจให้เธอหรอก แค่สงสารที่เขาเป็นคนทำให้เธอเป็นแบบนี้ อีกอย่างใจดำไม่ไปซื้อมาให้ ร่องรักเธอก็ไม่หายสักที จะให้เขาอดหลายๆวันเขาคงไม่ยอม "เอานี่ ยาแก้อักเสบ กินข้าวแล้วกินซะ"ขวัญตามองยาในมือคิณก่อนจะรับมันมาถือไว้ หลังจากอาบน้ำก็รู้สึกว่าดีขึ้น เพราะเธอแ
"มาแล้วเหรอมึง ดูหน้าอิ่มเอิบดีนะ หลังจากมีผัว"ลินดาเอ่ยแซวไม่อยากให้เพื่อนเครียดมากไปกว่านี้ "ทำไมกูดูเหมือนมึงเจอศึกหนักเลยขวัญ มึงไหวไหมว่ะ"ปิ่นมุกไม่คิดเหมือนลินดา สภาพท่าทางของเพื่อนดูโทรมลงไปมาก "ไหว ก็แค่เซ็กส์ดิบเถื่อน" "จริงเหรอว่ะ พี่คิณเป็นแบบนั้นเหรอ ภายนอกดูเป็นคนดี ไม่น่าเชื่อเลย" "เขาอาจจะเถื่อนกับกูคนเดียวก็ได้"ขวัญตาพูดอย่างปลงๆ ใช้ชีวิตกับคิณมาสี่วันเต็ม ไม่มีวันไหนที่เขาไม่เรียกร้องจากเธอ เขาทำเหมือนคนอดยากปากแห้งมานาน ทั้งที่เธอคิดว่าคนแบบเขาน่าจะมีผู้หญิงเข้าหาไม่น้อย "เขารุนแรงมากเหรอมึง แล้วนี่มึงป้องกันบ้างไหม"ปิ่นมุกใช้มือบีบไหล่เพื่อนอย่างให้กำลังใจ ก่อนหันสบตาลินดา "ป้องกัน กูกินยาคุมแล้ว" "เออ...มึงอย่าพลาดเชียวนะ คนพันนั้นไม่ต้องให้ได้สัมผัสกับคำว่าพ่อหรอก"ลินดาว่าอย่างนึกโมโหผู้ชายกลุ่มนี้นิสัยคล้ายคลึงกันไปหมด ดีว่าเพลิงที่รู้ตัวและปรับเปลี่ยนนิสัยได้ แต่คิณที่ภายนอกไม่น่าเชื่อว่าจะเลวไม่ต่างกัน ไม่รู้จะคิดได้วันไหน "นี่ อีขวัญมึงถูกโหวตให้เป็นสาวเจ้าเสน่ห์ประจำเทอมนี้ของคณะเราอีกแล้ว ฮอตจริงเพื่อนกู ฮอตโดยที่ไม่ต้องทำอะไร กูนะหว่านเสน่ห์ใส่ผู้ช
คิณมาจอดรถรับขวัญตาที่คณะ วันนี้วันศุกร์เขาบอกเธอว่าป๊านัดให้ไปกินข้าวที่บ้าน "ถ้าป๊าถามอะไรเธอก็ตอบให้ดีๆด้วยนะ" "ถามอะไร อย่างเช่นอะไรคะ" เธอไม่ได้จะกวนเขาแต่อยากรู้จริงๆว่าคำถามประเภทไหนที่ป๊าเขาจะถาม เธอจะได้เตรียมคำตอบถูก "อย่างเช่นว่าฉันทำตัวดีหรือเปล่า" "พี่ทำตัวไม่ดีสินะ ป๊าพี่เลยมาบังคับให้แต่งงาน คงเป็นประเภทนอนกับผู้หญิงไปทั่ว"มือหนาบีบมือเล็กอย่างแรงที่เธอกล้าด่าเขา "โอ้ย!!!ปล่อยฉันนะ ถ้าฉันพูดผิดพี่ก็แก้ตัวมาสิ แต่ฉันว่าฉันเดาถูก" "เธอยังไม่หยุดใช่ไหมขวัญตา ถึงเมื่อก่อนฉันจะเป็นยังไง นั่นมันก็ก่อนที่เราจะจดทะเบียนกัน" "นี่ฉันควรดีใจใช่ไหม ความหมายของพี่คือหลังเราจดทะเบียนกัน พี่ไม่เคยไปนอนที่ไหนเลยเหรอคะ ทั้งๆที่พี่กลับดึกดื่นทุกคืน" อยากจะเอามือตบปากตัวเองที่เผลอพูดเหมือนน้อยใจออกไป ก็เขาเรียกร้องหน้าที่เมียจากเธอทุกอย่าง ทำไมเธอจะไม่มีสิทธิ์เรียกร้องหน้าที่ผัวที่ดีจากเขาบ้าง "ถึงฉันจะกลับดึกแค่ไหน ฉันก็มาเอาเธอทุกคืน ฉันจะเอาเวลาที่ไหนไปนอนกับคนอื่น" "จะไปรู้เหรอคะ"เสียงหวานพึมพำตอบ "อย่าเรียกร้องให้มากนักนะเธออ่ะ อันที่จริงถ้าฉันจะไปไหนไม่จำเป็นต้องรายงาน
หลังแต่งงานมาได้สองเดือน ด้วยความขยันของคิณที่อยากมีลูกให้ทันเพลิงกับปิ่นมุกที่นำคู่เขาไปก่อน เลยได้เจ้าตัวเล็กมาอยู่ในท้องภรรยาตามที่ต้องการ ซึ่งทันทีที่คลอดลูกชายคนแรกคือน้องคาเตอร์ คิณก็จัดคนที่สองต่อทันทีซึ่งก็ได้ลูกผู้หญิงสมใจคือน้องคาเทียร์ ใจจริงเขาอยากได้ลูกเพิ่มอีก แต่ขวัญตาขอเบรคทันที เพราะเธอเลี้ยงลูกเอง แค่คาเตอร์คนเดียวร่างกายเธอก็แทบไม่ไหวในแต่ละวัน เพราะลูกชายตัวดี นั่นซนเหลือเกิน พอมีคาเทียร์มาอีกคน เลยตัดสินใจทำหมันทันทีโดยไม่ต้องคิด "แม่ฮะ เตอร์อยากไปหาพ่อฮะ"คาเตอร์ในวัยหกขวบติดคนเป็นพ่อแจ ยิ่งปิดเทอมแทบจะตามคนเป็นพ่อไปทำงานด้วย ขนาดที่น้องสาวคาเทียร์นั้นติดขวัญตามาก วงเล็บเฉพาะตอนคิณไม่อยู่เพราะสุดท้ายเมื่อคิณกลับมาจากทำงาน ลูกทั้งสองคนก็ไม่สนใจแม่ที่เลี้ยงเขามาทั้งวัน ด้วยเพราะคิณตามใจลูกมากเกินไป เธอเลยต้องดุจนกลายเป็นนางร้ายในสายตาลูก "ได้ครับ แม่จะพาไป แต่ต้องสัญญาก่อนว่าจะเก็บของเล่นจนหมดนะครับ" "แต่เทียร์ก็เล่นนะฮะ แม่ก็ต้องให้เทียร์เก็บด้วย เตอร์ไม่เก็บคนเดียว เพราะมันเหนื่อยมากเลยฮะ" เด็กชายตัวน้อยมักมีข้อต่อรองกับเธอเสมอ ซึ่งเธอเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน
งานแต่งงานของคิณกับขวัญตาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สมฐานะตระกูลธนหิรัญกิจเจ้าของธุรกิจพันล้าน ที่มีบริษัทในเครือมากมาย แขกเหรื่อนับพันคน มีทั้งในแวดวงธุรกิจด้วยกัน และบรรดาญาติมิตร เพื่อนฝูงของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ขวัญตาเป็นเจ้าสาวที่เชิดหน้าชูตาให้กับเจ้าบ่าวและครอบครัวเป็นอย่างมาก เพราะมีแต่คนชมทั้งงานว่าเขาได้เมียสวย จนเพื่อนสองคนแซวว่าหน้าเขาบานยิ่งกว่าจานดาวเทียม แทบไม่เหนื่อยกับการที่ต้องยืนถ่ายรูปเกือบสามชั่วโมง "เหนื่อยไหมครับ"คิณถามขวัญตาที่ใบหน้าเริ่มบึ้งตึง เข้าใจเลยเพราะเธอต้องใส่ส้นสูงเดินตลอดเวลา "เหนื่อยค่ะ แต่ไม่เป็นไรขวัญทนได้" กว่าอาฟเตอร์ปาร์ตี้ของบรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะจบลง ก็กินเวลาไปเกือบตีสอง ซึ่งเมื่อเข้าห้องหอ คิณก็แทบสลบไปทันทีด้วยความเมามาย ส่วนขวัญตาก็เมื่อยสุดๆ การเข้าหอเลยถูกพับเก็บไป เพราะเจ้าบ่าวเจ้าสาวหลับไปทั้งชุดแต่งงาน "สามีขา ตื่นได้แล้วค่ะ"ขวัญตาที่ตื่นก่อน ลุกขึ้นไปอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว แต่สามียังคงนอนหลับไม่รู้สึกตัว เธอเลยแกล้งบีบเค้นลูกชายเขาเบาๆ ซึ่งได้เสียงครางฮือ ออกมาจากลำคอคนขี้เซา "ไม่ตื่น ขวัญลักหลับพี่นะคะ"กระซิบเสียงหวานชวนสย
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่ได้มาเที่ยวทะเลพร้อมกันอีกครั้ง ล่าสุดที่สามสาวมาเที่ยวด้วยกันคือตอนปีหนึ่ง ตอนนั้นสำหรับขวัญตาเป็นความรู้สึกและความทรงจำที่พิเศษมาก "บิกีนี่ต้องเข้าแล้วป่ะ"ลินดาที่ไร้แฟนมาคุม ออกตัวอยากใส่บิกินี่เต็มที่ ในขณะที่เพื่อนสองคนหันมองแฟนหนุ่มของตัวเองแล้วถอนหายใจออกมาพร้อมกัน "มึงตามสบายเลย กูพี่คิณไม่ให้เอามาสักชุดเลย บอกให้กูใส่แค่ขาสั้นพอ" "เออ...พี่เพลิงก็เหมือนกัน แม่ง!!! ไม่รู้จะหวงอะไรหนักหนา คนเห็นก็เอาไปไม่ได้สักหน่อย" ลินดามองสองเพื่อนรักแล้วหัวเราะออกมา แบบนี้ไง เธอเลยยังไม่คิดหาห่วงมาผูกคอตนเอง อยากมีอิสระในชีวิต ที่ได้ทำอะไรตามใจตัวเองทุกอย่าง ไม่ต้องมีใครมาควบคุม แค่พ่อแม่ควบคุมก็แย่แล้ว จะมีแฟนควบคุมไปอีกทำไม สองสาวเพื่อนรักมองลินดาตาละห้อย ที่ได้ใส่บิกินี่อวดหุ่นสวย เรียกบรรดาหนุ่มน้อยใหญ่บริเวณชายหาดให้หันมองตาเป็นมัน "ลินดานี่หุ่นดีมาก น้องเขายังไม่มีแฟนเหรอครับ"เสือหนุ่มโสดคนเดียวในกลุ่มถามขึ้น "ยังค่ะ...เลือกมาก คนจีบเยอะแยะ แต่ไม่เอาใครสักคน"ขวัญตาเป็นคนตอบ ขณะนั่งบนเก้าอี้ชายหาดหน้าบ้านพัก โดยมีสามีหนุ่มนั่งซ้อนหลัง "มึงสนใจไหมว
คนสองคนช่วยกันถอดเสื้อผ้าออกจนหมด ถึงจะเป็นด้วยความลำบาก เพราะมีสายน้ำเกลือ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในความอยากที่เกิดขึ้นตอนนี้ ขวัญตาที่ตอนแรกปฏิเสธท่าเดียว ตอนนี้กลับรู้สึกอารมณ์กระเจิดกระเจิง จากการปรนเปรอของคนป่วยที่ทำทุกอย่างด้วยความชำนาญ "อืม อ๊าสส"ใบหน้าหล่อเหลาที่ซุกไซร้ไปทั่วร่างเล็ก เริ่มจากซอกคอหอมกรุ่นที่ทำเขาติดใจ กลิ่นหอมอ่อนของเธอทำเขาคลั่ง ขบเม้มจนเกิดรอยแดงจางๆ ก่อนแวะมาดูดกลืนเต้าอวบก้อนขาวกลม ซึ่งแค่เขาใช้ลิ้นปัดป่ายจุกสีหวาน ร่างของขวัญตาก็ดิ้นพล่านไปมาด้วยความเสียดเสียว ไม่จบแค่นั้นมือหนาอีกมือก็บีบเค้นอีกข้างแรงๆจนเต้าอวบปลิ้นออกมาตามง่ามนิ้ว ขึ้นแดงเถือกไปทั่วบริเวณ สลับกันไปทั้งสองข้างจนน้ำลายเปียกชุ่มไม่มีพื้นที่ว่าง ผละจากเต้านี้ ก็ไปดูดอีกเต้าจนพอใจ ก่อนค่อยๆถอยลงไปตรงเนินอวบอิ่มที่สุดแสนคิดถึง นิ้วเรียวแหย่เข้าไปในรูร่องสีสดที่ผลิตน้ำหวานออกมาจนเปียกชุ่ม "อ๊าสส"คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือก ยิ่งเขาขยับนิ้วเข้าออก เธอยิ่งทนไม่ไหว แต่ทว่าไม่นานเขาก็ผละนิ้วออกไป มีน้ำสีใสหยาดเยิ้มติดนิ้วออกมา เขาเอาเข้าปากดูดกินไปต่อหน้าเธอ แต่เมื่อเขาจะใช้ลิ้นปรนเปรอให้ มือเรียวกลับตะ
สรุปคนป่วยหมอยังไม่อนุญาติให้กลับบ้านและยังบอกอีกว่าน่าจะต้องพักให้ร่างกายฟื้นตัวสักอาทิตย์หนึ่ง ซึ่งไม่ถูกใจคนป่วยอย่างแรง "พี่อยากกินอะไรไหมคะ เดี๋ยวขวัญลงไปซื้อให้ พี่กินข้าวไปนิดเดียวเองน้า" "อยากกินขวัญ ได้หรือเปล่าล่ะ โอ้ย!!!" "บ้าไปแล้วหรือไง นี่โรงบาลนะ" "ขวัญไม่เข้าใจหรอก พี่อยาก อ้าย อิน อั้ย"คิณตะโกนเสียงดัง จนขวัญตาต้องเอามืออุดปากไว้ "อยากอะไรกันจ๊ะ"กิ่งกาญจน์ที่มาเยี่ยมลูกชายทันได้ยินคนป่วยตะโกนอย่างเอาแต่ใจ "แกไม่อายเขาบ้างเหรอ มารยาทนะมีบ้าง"อนิวัตน์ที่เดินตามหลังมาเอ่ยออกมาทันที "นี่แม่ทำกับข้าวที่ลูกชอบมาทั้งนั้นเลยนะ หนูขวัญก็กินด้วยกันสิลูก แม่ทำมาเผื่อด้วย" "ค่ะคุณแม่ เมื่อกี้พี่คิณกินข้าวไปนิดเดียวเอง ขวัญว่าน่าจะรอฝีมือคุณแม่อยู่นะคะ"ขวัญตาพูดเอาใจแม่สามีที่อุตส่าห์ทำกับข้าวมาให้ "อ๋อ..เหรอจ๊ะ ที่พูดว่าอยากเมื่อกี้นะเหรอ แล้วก็ไม่โทรบอกแม่เร็วๆจะได้มาไวกว่านี้"อนิวัตน์หลุดขำออกมาทันที ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าลูกชายตัวดีมันอยากอะไร เพียงแต่ไม่อยากพูดให้ลูกสะไภ้ที่ยืนหน้าแดงก่ำอายไปมากกว่านี้ เสือกับเพลิงมาเยี่ยมคิณในช่วงเย็นของวัน เข้ามาเห็นคนป่วยนอนหน้าบึ้ง
"พี่ตาย ขวัญก็เป็นม่ายสิคะ ไม่เอาหรอกขวัญอายุแค่21เอง ยังไม่มีลูกเลย" คิณพยายามกลั้นยิ้มในคำพูดของเธอ เขาไม่รู้ว่าที่เธอพูด เพราะเขาง้อเธอสำเร็จแล้วหรือเปล่า "แต่พี่อยากตาย เพราะเมียไม่ดีด้วย" "มาขนาดนี้แล้ว พี่ยังพูดประชดอีกนะคะ"คิณดึงมือขวัญตามาจับ เห็นเธอไม่ปฏิเสธก็เอามาจูบเธอก็ไม่ปฏิเสธ แปลว่าเธอกลับมาหาเขาแล้วจริงๆ "พี่เกือบตายแล้วรู้ไหม ตรอมใจตาย" "พี่ไม่กลัวขวัญมีผัวใหม่เหรอคะ ถ้าพี่ตายไป" มือบางกระตุกเพราะอารมณ์ของคนป่วยไม่ปกติที่ได้ยินคำพูดของเธอ "พี่จะไปเป็นผีหักคอผู้ชายทุกคนที่เข้าหาขวัญ" "แล้วพี่อยู่กับขวัญไม่ดีกว่าเหรอคะ ทำไมต้องทำให้เรื่องมันยุ่งยากด้วย ขวัญให้อภัยพี่ค่ะ และจะกลับไปอยู่กับพี่ด้วย พี่ต้องรักษาตัวเองให้แข็งแรงเร็วๆนะคะ"คิณดึงคนตัวเล็กเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าเกือบสัมผัสกัน หากขวัญตาไม่เอามือมาบังไว้ก่อน "ที่นี่โรงพยาบาลค่ะ ไม่เหมาะสม"อยากจะจูบเมียใจจะขาด นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ใกล้ชิดกันเลย เขาคิดถึงสัมผัสเธอ "จูบนิดเดียว แปบเดียวได้ไหมครับ พี่จะได้มีแรงมากกว่านี้ไง"ต่อรองเก่งเหลือเกิน เอาเรื่องโรคภัยไข้เจ็บมาอ้าง "แค่นิดเดียวนะคะ"ริมฝีปากหนาประกบลงบนริ
ด้านขวัญตาที่ไม่ได้หนีไปไหนไกล เธอแค่มาเที่ยวพักใจที่พัทยากับลินดาแค่นั้น แต่ที่ไม่บอกคิณเพราะอยากมากับเพื่อนมากกว่า ไม่อยากให้เขามาวุ่นวายตามง้อเธอถึงที่นี่ "มึงยังไม่ให้อภัยพี่คิณร้อยเปอร์เซ็นต์เหรอว่ะ" ลินดาเอ่ยถามเพื่อน ขณะนั่งเล่นกันที่ชายหาดในเวลาตอนเย็น "ยัง กูยังกลัวอยู่" "กลัว? กลัวอะไรว่ะ" "ไม่รู้ว่ะ มันเหมือนใจกูมันยังไม่พร้อมจะกลับไป ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน กูถามตัวเองมาสักพักแล้ว ว่าหากกลับไปอยู่ด้วยกันมันจะเป็นยังไง" "...." "เพราะในหัวกูมันมีแต่ภาพที่เขาชอบรุนแรงใส่ เอาแต่ใจ กูไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนตัวเองได้เร็วขนาดนี้" "มึงไม่รักพี่เขาแล้วเหรอ" "รัก ยังรักเหมือนเดิม"ข้อนี้เธอกล้าพูดได้เต็มปากว่ายังรู้สึกกับเขาเหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่เปลี่ยนแปลง ยังรักและเป็นห่วงเขามาก "แล้วมึงกลัวอะไรว่ะ ความรักมันก็แค่นี้หรือเปล่า มันคือแค่ได้รักเว้ย ถ้ามึงมัวแต่กลัวว่าในอนาคตพี่เขาจะกลับมาเหมือนเดิมไหม ถ้ามึงระแวงขนาดนั้น ก็หย่ากับเขาไปซะ เชื่อกู" "ไม่!!! กูไม่หย่า" "โถ..อีขวัญ มึงรักเขาขนาดนี้ ลีลาไปเพื่ออะไรว่ะ ชีวิตคนเรามันสั้นนะ ไม่รู้ข้างหน้าจะเป็นยังไง มึงควรเอาความรู้สึกปั
สองสามวันมานี้คิณพยายามทำทุกอย่างให้ขวัญตาเชื่อจริงๆว่าเขาเปลี่ยนไปแล้ว เริ่มจากเขาเข้าบริษัททุกวัน ไปหาเธอก็อยู่ในที่ๆเธอบอกให้อยู่ ไม่ให้เข้าใกล้เขาก็ไม่เข้า อดทนอย่างถึงที่สุด ไม่รู้เธอเห็นหรือเปล่า เพราะไม่ได้พูด ไม่ได้บอกอะไรเขาเลย "กลับได้แล้วค่ะ ขวัญจะนอนแล้ว"พอเห็นเขายอมหน่อย เดี๋ยวนี้ทำหน้าทำตา น่าจูบเป็นบ้า ตอนนี้เขาน่าจะเพ้อแล้ว ควรกลับไปนอนจริงๆ "พรุ่งนี้วันหยุด พี่ไม่รีบ" "กลับค่ะ ขวัญจะนอนแล้ว" "โอเคครับ ฝันดีนะครับ" ขวัญตามองคนตัวสูงที่รีบวิ่งออกไปทันที ตอนนี้เธอยังไม่พร้อมกลับไปอยู่กับเขา จริงๆเธอเองก็สงสารเขาเหมือนกันที่ทำงานเหนื่อยๆแล้วต้องขับรถวนไปวนมา แต่แบบนี้ก็ดีแล้ว เธอยังอยากดัดนิสัยเขาก่อน ไม่อยากให้เขาได้ใจเกินไป คิณมาหาขวัญตาอีกวันในช่วงบ่าย เพราะเขาเพิ่งตื่น สองสามวันมานี้เขารู้สึกเหนื่อยมากเลยตอนตื่นเกือบเที่ยง กว่าจะได้มาหาขวัญตาก็เกือบบ่ายสอง แต่ทว่านิติคอนโดบอกว่าเธอพากระเป๋าเดินทางออกไปตั้งแต่สิบโมง และฝากบอกเขาว่าให้กลับไปไม่ต้องมาอีก ตอนนี้มือหนาเริ่มสั่นเทา ร่างกายเริ่มควบคุมไมได้ที่รู้ว่าเธอหนีเขาไป แล้วสองสามวันที่ผ่านมาคืออะไร ถึงเธอจะไม่ใ
สุดท้ายแล้วอนิวัตน์ก็ต้องมาส่งสองแม่ลูกที่คอนโดขวัญตา แต่เขาไม่ขึ้นไปให้อายหรอกเป็นผู้ใหญ่ไม่ควรยุ่งเรื่องของเด็ก "พี่รอตรงนี้แหละค่ะ เดี๋ยวจะทำเสียเรื่อง" "นี่กิ่งกาญจน์พอพี่ไม่ว่าอะไร เธอเอาใหญ่แล้วนะ เธอเองก็ไม่ควรขึ้นไป แค่มาส่งมันก็พอ" "ไม่ค่ะ กิ่งจะขึ้นไปกับลูกด้วย เสร็จแล้วกิ่งจะลงมาเองค่ะ"ไม่เคยรู้ว่าเมียตัวเองจะดื้อขนาดนี้ ถึงว่าลูกแต่ละคนเหมือนใคร ที่แท้ก็เหมือนแม่นี่เอง "ขอโทษนะคะ ดิฉันเป็นแม่สามีของหนูขวัญ ขอรบกวนโทรให้หนูขวัญลงมาหน่อยได้ไหมคะ" คอนโดแห่งนี้ระบบความปลอดภัยดีมาก หากไม่ใช่คนที่เข้านอกออกในบ่อยๆไม่สามารถขึ้นไปได้ต้องมีเจ้าของห้องลงมารับ นิติคอนโดต่อสายหาขวัญตา เพียงไม่นานร่างบอบบางก็เดินลงมาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ตอนที่เธอหันมาเห็นคิณ เกิดอาการชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าเขาจะพาแม่มาง้อเธอ เป็นการง้อที่ประหลาดที่สุดตั้งแต่เธอเคยเจอมา "แม่พาตาคิณมาหา ขอขึ้นไปได้หรือเปล่าลูก" ถึงเธอจะอยากให้สองคนดีกันมากแค่ไหน แต่เธอควรถามความสมัครใจของเจ้าตัวด้วยว่าอยากดีกับลูกชายเธอหรือเปล่า "ได้ค่ะคุณแม่"ขวัญตาเดินนำคนทั้งสองเข้าไปในลิฟท์ ใช้คีย์การ์ดแตะชั้นที่อยู่ ตลอดเว