โจเซฟผู้ผ่านเหตุการณ์สงครามมากมาย บ่อยครั้งก็เคยเห็นประชาชนถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายทารุณกรรมแบบนี้ แต่ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้ง ในใจของเขากลับยิ่งโกรธเกรี้ยวมากขึ้นเป็นเท่าทวีพวกมันถือสิทธิ์อะไร!ถือสิทธิ์อะไรมาช่วงชิงอิสระภาพของคนอื่น ถือสิทธิ์อะไรมาทำให้ใครสักคนต้องเจ็บปวดเพื่อสนองความต้องการแสนโสโครกในจิตใจของมัน!ดีแล้วที่พวกเขาฆ่ามันไปจนหมด ถ้าปล่อยให้หนึ่งในพวกมันหนีไปได้ เขาคงยิ่งเกลียดโกรธตัวเองไปชั่วชีวิต!“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” เฉินเฟิงไม่ทันเห็นสภาพในห้องก็ถูกแผ่นหลังของคุณหมอหมีบังเสียมิดชิด ใบหูได้ยินเสียงเสียดสีของเสื้อผ้า แสดงว่ามีคนอยู่ในห้องของพ่อแม่เขา แต่พวกโจรก็ตายหมดแล้วนี่?ยิ่งได้ยินเสียงพูดคุยกัน เด็กทั้งสองยิ่งกอดกันแน่นขึ้น“มีเด็กถูกจับมา” นิโคลัสบอกสั้น ๆ เขาในฐานะหมอกำลังคิดว่าควรเริ่มพูดอะไรกับเด็กทั้งสองคนดี เขาอยากเข้าไปตรวจและทำแผลให้ก่อน“เด็กเหรอครับ!” เฉินเฟิงตระหนก ถ้าถูกจับมาก็ต้องเป็นเด็กในหมู่บ้านแน่ ๆ เจ้ากระต่ายพุ่งตัวออกจากหลังของคุณหมอหมี แม้จะเห็นหน้าของเด็กทั้งสองไม่ชัด แต่ก็จำได้ว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนกับเด็กชายดล“น้องพลอย! น้องปอนด์!” เฉินเฟิงถ
แกร๊ง ๆเสียงตะหลิวกระทบกับกระทะดังสนั่น เป็นสัญญาณบอกว่าสมาชิกในบ้านควรตื่นจากนิทราอันแสนหวานได้แล้ว“ตีเหล็กแต่เช้าเลยนะป๊า” เฉินเฟิงเดินเกาพุงเข้ามาในครัว เห็นพ่อครัวมือหนึ่งกำลังสะบัดกระทะ อีกมือกำลังราดไวน์สำหรับประกอบอาหารลงไปฟู่ว!ไฟสีแดงส้มโหมกระพือ บวกกับเทคนิคการสะบัดข้อมือที่ไม่เป็นสองรองใครก็ราวกับว่าซี่โครงหมูและหัวหอมกำลังเต้นระบำท่ามกลางเปลวเพลิง“ไปดูปลานึ่งสมุนไพรให้ป๊าหน่อย วันนี้แม่แกไม่สบาย ป๊าเลยว่าจะทำอาหารเบาท้องสักเมนู”“อ้าว แล้วซี่โครงหมูในกระทะล่ะ” ไหนจะกุ้งผัดเปรี้ยวหวานบนโต๊ะ แล้วก็ปูแช่ซีอิ๊วนี่อีก“พวกนี้ของอั๊ว เพราะอั๊วเป็นคนทำ” อดีตพ่อครัวภัตตาคารอาหาร 5 ดาวหันไปหาลูกชายเพียงคนเดียวก่อนจะยิ้มตอบคำถาม “ของลื้อก็ทำกินเองสิ” พูดจบก็กลับมาสนใจกับอาหารในกระทะต่อ“ไม่รู้ล่ะ วันนี้ผมไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น จะแย่งป๊ากับแม่กินให้หมดเลย” เฉินเฟิงลอยหน้าลอยตาตอบพลางเดินไปดูปลานึ่งสมุนไพรที่บิดาไหว้วานอันดับแรกก็ต้องเช็กไฟ... อืม ไฟกำลังดี“ป๊า ผมได้เลื่อนเป็นผู้ช่วยเชฟแล้วนะ” เฉินเฟิงบอกข่าวดีนี้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยราวกับพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศทั่ว ๆ ไป“เหรอ ดีแล
“ทำงานเหนื่อยเหรอลูก” เฟื่องฟ้าลูบเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่ได้ไปจากเธออย่างเบามือ“ไม่ครับ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกเหนื่อยมาก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม”“ถ้าเหนื่อยก็พักผ่อน แค่นั้น” เฉินต๋าเดินถือกาน้ำชาดินเผามารินใส่แก้วให้ภรรยา“แล้วของผมล่ะป๊า” ทำไมมีแค่แก้วของพ่อกับแม่ล่ะ“ไปหยิบมารินเองสิ” เฉินต๋าเลิกคิ้ว เตรียมก่อสงครามครั้งที่สองของวัน“พอเลย ลูกกำลังเหนื่อยนะ” ภรรยาคนสวยหันไปตีสามีหนึ่งที แต่เป็นการตีที่ดูแล้วไม่เจ็บไม่คันสักนิด เสียงดังแปะ“ก็บอกไปแล้วว่าเหนื่อยนักก็พักไป” เฉินต๋าว่าพลางซดน้ำชาอึกใหญ่“ก็กำลังพักอยู่ แต่มันไม่หายเหนื่อยเสียที” เฉินเฟิงลูบคลำบริเวณหน้าอก ความรู้สึกเหนื่อยล้ามันเริ่มมาจากตรงนี้“ไม่หายก็พักอีก” เฉินต๋าสบตากับลูกชาย พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พักจนกว่าจะหาย ลื้อยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ ชีวิตยังต้องอยู่อีกหลายปี แม่แกไม่ได้คลอดแกออกมาเพื่อให้ยอมแพ้กับโลกใบนี้ ถ้าถอดใจง่ายนักก็ไม่ควรทำให้แม่แกเจ็บตั้งแต่แรก”“ดูพูดเข้า” เฟื่องฟ้าถอนใจ มีสามีคลั่งรักนี่ก็ลำบากลูกเหมือนกันนะ“ถ้าเหนื่อยนักก็แค่กลับบ้านเรานะลูก” หญิงสาวลูบหัวลูกชายเพียงคนเดียวของตนเองอย่าง
“แล้วตอนนี้เด็ก ๆ เป็นยังไงบ้างครับ” คุณผู้ช่วยเชฟเอ่ยถามเพื่อไม่ให้จิตใจต้องรู้สึกดาวน์ลงไปอีก“ตอนนี้ยังนอนอยู่ อีกสักพักน่าจะได้สติ”“ขอบคุณนะครับ ทั้งดูแลเด็ก ๆ แล้วก็ดูแลผมด้วย พวกคุณคงเหนื่อยน่าดู” เฉินเฟิงยกยิ้มขอบคุณคุณหมอที่คอยดูแลพวกเขา ถ้าไม่มีนิโคลัส เขาอาจจะช็อกตายเพราะไข้ขึ้นสูงก็เป็นได้“ไม่เป็นไรครับ” ‘ผมเต็มใจ’คุณหมอหมีจำต้องกลืนประโยคหลังลงคอไป เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีทับทิมคู่เดิม“เอ่อ หิวหรือยัง”“ไม่ค่อยหิวเท่าไรครับ” มันรู้สึกอึน ๆ ความอยากอาหารเองก็ไม่มี“คุณควรกินอะไรสักหน่อยนะ” แพทย์หนุ่มเตือน“ผมคิดว่าถ้าผมเปิดปลากระป๋องต้องกินไม่หมดแน่” ดังนั้นอย่าสิ้นเปลืองดีกว่า“แบ่งให้เด็กสองคนนั้นสิ” ชายหนุ่มเสนอ“อ๊ะ จริงด้วย ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมไปหยิบออกมาจากกระเป๋า” เฉินเฟิงรีบร้อนลุกขึ้นจากเตียง คิดอย่างเดียวว่าพลอยใสกับปอนด์คงจะหิว อยากนำอาหารที่มีไปแบ่งให้น้องเร็ว ๆ แต่เพราะเพิ่งฟื้นจากพิษไข้ การลุกขึ้นมาอย่างกะทันหันทำให้เกิดอาการหน้ามืดชั่วคราวขึ้นนิโคลัสที่นั่งอยู่ข้างเตียงรีบพุ่งตัวเข้าไปรับ แน่นอนว่าฉากนี้ควรเป็นฉากโรแมนติกในทำนองว่าเจ้ากระต่ายดื้อที่ลุกขึ้
“ช่วงซอมบี้ระบาดในเมือง ผมเองก็ไม่ใช่ทหารมาก่อน แค่มีพ่อกับแม่เป็นทหารเท่านั้น อาจมีได้รับการฝึกบ้างแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นไปออกรบได้ ผมเองก็ต้องปรับตัวอยู่พอสมควร ถ้าไม่มีพลังสายโลหะก็ไม่รู้ว่าหัวหน้าจะยอมรับเข้ากลุ่มหรือเปล่า”“ผม เอ่อ... พี่ก็นึกว่าเราเป็นทหารด้วย”“เปล่าครับ” ทีโอส่ายศีรษะเป็นการยืนยัน “ดังนั้นพี่ไม่ต้องโทษตัวเองนักหรอก ผมเองก็ผ่านการอ้วกมานับครั้งไม่ถ้วนกว่าจะมาเป็นอย่างทุกวันนี้” เอาเข้าจริงก็คือเพิ่งเลิกอ้วกไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ยิ่งตอนได้ฆ่าโจรที่ออกปล้นรถทหารเป็นครั้งแรกก็ถึงกับหมดสติให้โจเซฟพากลับด้วยซ้ำ“วันสิ้นโลกคงไม่หายไปทันทีในวันสองวันนี้ จะรอให้มันมางับคอก็ใช่ที่ เป็นเราเองที่ต้องปรับตัวไม่ใช่เหรอครับ ถ้าไม่ไหวก็แค่พักก่อนแล้วสู้ต่อ” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้“นั่นสินะ”‘ถ้าเหนื่อยก็พักผ่อน แค่นั้น’ คำพูดของพ่อในความฝันย้อนกลับมาอีกหนเขาอาจแค่ต้องการเวลาในการปรับตัวอีกสักพัก ส่วนตอนนี้ที่ร่างกายเริ่มประท้วงออกมา ก็คงต้องถึงปล่อยให้พักผ่อนเสียให้พอ…แล้วค่อยมาลุยกันใหม่เมื่อพร้อม!“อ้าวพี่นิค” ทีโอมองเลยไปด้านหลังเห็นนิโคลัสเดินออกมาจากห้องนอนของเฉินเฟิง “คางเป็นอะไ
“อ้อ ขอบคุณมากนะครับ”“จะจัดตรงไหนก่อน” นิโคลัสชวนคุย เก็บบ้านด้วยกันก็ดี เขาจะได้สร้างความสนิทสนมกับอีกฝ่ายให้มากขึ้น ทุกวันนี้ยังเหมือนมีกำแพงบาง ๆ กั้นอยู่ เรื่องเป็นคนรักนั่นคงต้องรอไปก่อน แค่เป็นเพื่อนให้ได้ยังรู้สึกว่าลำบาก“ห้องครัวครับ” สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเขากับพ่อ“โอเค” แพทย์หนุ่มลุกตามเจ้ากระต่ายไปยังส่วนหลังบ้าน งานทำความสะอาดจึงเริ่มต้นขึ้นสามชั่วโมงผ่านไป‘นี่มันสงครามชัด ๆ’หงส์เผยสีหน้าหวาดผวาเมื่อนึงถึงภารกิจเก็บกวาดบ้านที่ผ่านมา ตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลายเธอก็แทบไม่เคยแตะต้องงานในบ้านอีกเลยเพราะต้องไปกินนอนในโรงเรียนทหาร พอเรียนจบก็ต้องเข้าศึกษาต่อเพื่อเลือกหน่วยเฉพาะ เรื่องทำความสะอาดบ้านแทบจะถูกต้อนทิ้งออกจากสมองแม้ว่าจะมีพละกำลังเพิ่มมากขึ้นจากการกลายพันธุ์ แต่การที่ต้องย้ายตู้ ขยับเตียง เลื่อนโซฟา เพื่อทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมนี่ก็เกินไป เธอเชื่อว่าถ้าทำได้นิโคลัสคงต้มน้ำร้อนราดทั้งบ้านแน่นอน อย่างที่ทำกับห้องของเฉินเฟิง…อยู่ ๆ นิโคลัสก็เดินมาขอให้ช่วยเติมน้ำลงในหม้อใบใหญ่ที่เจ้าตัวถือมาให้เต็ม เธอก็ใช้พลังเรียกน้ำในอากาศให้มารวมตัวกันเป็นลูกบอลขนาดใหญ่ พอน้ำเต
คนในบ้านเองก็ใช่ว่าจะไม่รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวนอกบ้าน แต่ทุกคนยังคงทำเป็นเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพื่อไม่ให้ด้านนอกรู้ตัวว่าโดนพวกเขาจับได้แล้วเขาเพิ่งจะเก็บบ้านเองนะ จะมีอะไรมาอีกเนี่ย!เจ้ากระต่ายอดคร่ำครวญในใจไม่ได้ ไหนจะเพิ่งหายจากการเป็นไข้ด้วย ไม่รู้ร่างกายจะสู้ได้มากน้อยแค่ไหน แล้วยังมีเด็กสองคนที่ยังสลบไสลอีกดีที่พวกเขาปิดประตูเหล็กหน้าบ้านไว้แล้ว ถ้าเป็นแค่ซอมบี้ก็ยังสามารถเป็นปราการป้องกันแรกได้ แต่ถ้าเป็นคน…“อาเฟิง ๆ ๆ”ก็จะตะโกนเรียก…เอ๋?เสียงคุณยายร้านขายของชำ!ด้านนอกนั่นเป็นคนในหมู่บ้านเหรอ!?เจ้ากระต่ายตกใจจนหูตั้ง ไม่คาดฝันว่าจะได้ยินเสียงคุณยายร้านขายของชำ ร่างโปร่งรีบพุ่งตัวไปหน้าบ้านพร้อมกับนิโคลัสกระโดดออกมาจากหน้าต่างห้องนอนของเขาเพื่อเตรียมคุ้มกัน“คุณยาย”“อาเฟิงจริง ๆ ด้วย ฉันบอกแล้วว่าเห็นอาเฟิง” คุณยายร้านของชำหันไปบอกกับบรรดาคุณลุงคุณป้าที่ถืออาวุธครบมือ ดูเหมือนว่าพวกเขามาเพื่อเตรียมต่อสู้“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ เห็นพวกโจรมันออกไปพร้อมกับไอ้โชติ” คุณลุงคนหนึ่งตอบ ในมือถือจอบแน่น“อาเฟิง เป็นยังไงบ้าง” คุณยายยื่นมือมาหาชายหนุ่มผ่านประตูเหล็ก “อยู่ ๆ ก็ม
พวกเขาที่ไม่ได้ชอบดูภาพยนตร์หรืออ่านนิยายถึงกับอึ้งตะลึง ไม่คิดว่าโลกนี้จะจินตนาการไปถึงขั้นทำให้ศพคนคืนชีพด้วยไวรัส และที่น่าตกใจกว่าก็คือมันถูกทำให้เกิดขึ้นจริง“เป็นไปได้ว่าพวกมันจับพวกเขามาทดลอง” ทีโอคาดเดา ศพเหล่านี้แทบไม่มีบาดแผลบนร่างเลย ไม่เหมือนกับเด็กสองคนที่สวมกอดกันอยู่ในบ้านหลังนั้น ราวกับว่าจับพวกเขามาเพื่อกระทำบางอย่าง“หรือว่า…” นิโคลัสหันไปมองทีโอเขม็ง ความคิดบางอย่างแล่นปราดเข้ามา “พวกมันอยากทดสอบว่าจะสามารถกระตุ้นให้คนธรรมดาสามารถมีพลังพิเศษเพราะถูกซอมบี้ข่วนหรือกัดได้ไหม”“พลังพิเศษ?” กลุ่มคนที่เศร้าโศกเสียใจต่างก็หันมามองชายหนุ่มเมื่อนิโคลัสจุดลูกบอลใจขนาดเล็กบนฝ่ามือ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ต่างก้าวถอยหลัง พอสังเกตดี ๆ ถึงเพิ่งเห็นว่าบนศีรษะของอีกฝ่ายมีใบหูกลมประดับอยู่บนศีรษะซุกซ่อนอยู่ในกลุ่มผม“พวกเราควรจัดการกับศพก่อนหรือเปล่า” หงส์พูดแทรก มายืนกันในป่าแบบนี้ เกิดมีซอมบี้ขึ้นมาล่ะยุ่งเลยทุกคนจึงได้สติกลับมา ต่างคนต่างช่วยกันทยอยขนซากศพของลูกหลานตนเองมายังลานกว้างของหมู่บ้าน ระหว่างทางก็ไม่ลืมขนย้ายศพของคนอื่นมาด้วยนี่ทำความสะอาดบ้านเสร็จเธอยังต้องมาทำความสะอาดหม
“โอเค ถ้าอย่างนั้นเอาไปไว้ในครัวเลย” โจเซฟหัวเราะในลำคอ ไม่รู้เฉินเฟิงมาเห็นของฝากของเด็กกลุ่มนี้จะตกใจแค่ไหนกันนะ “เดี๋ยวลุงไปที่หน้าหมู่บ้านก่อน วางของเสร็จแล้วก็อย่าซนล่ะ รีบกลับบ้านไปช่วยงานผู้ใหญ่ด้วย” เพราะเด็ก ๆ ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ เด็กที่อายุน้อยลงมาก็จะให้กลุ่มแม่บ้านที่มีความรู้ช่วยสอนให้อ่านออกเขียนได้ ส่วนเด็กโตขึ้นขึ้นมาหน่อยก็ให้ออกไปช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ“ครับ / ค่ะ” เด็กทั้งสามช่วยกันถือตะกร้าและกล้วยไปวางไว้ที่ครัวด้านหลังบ้านอย่างแข็งขันพอวางเสร็จก็ตรวจตราดูอีกครั้งว่าตะกร้าได้รับการปิดอย่างมิดชิด คงไม่ดีนักถ้าหากพี่กระต่ายกลับมาแล้วเห็นกบกระโดดอยู่เต็มบ้านเด็กชายดลแวะไปป่วนพี่ชายทีโอที่ห้องนอนใหญ่ครู่หนึ่ง ก่อนจะออกมารวมตัวกับเพื่อน เตรียมออกไปหากิจกรรมอย่างอื่นทำจนกว่าจะผ่านพ้นไปอีกวัน“ไปช่วยพวกพี่เก่งเขาดักปลาที่แม่น้ำไหม” พลอยใสชวน“ไม่ได้หรอก ถ้าแม่รู้โดนตีแน่” เด็กชายดลไม่เห็นด้วย แค่ไปจับกบในนาร้างก็โดนมองแล้ว ถ้าไปถึงแม่น้ำละก็มีหวังตูดลาย“หรือจะไปช่วยป้าเพ็ญเขาคัดแยกเมล็ดพืชดี” เด็กชายปอนด์เสนอ“น่าเบื่อจะตาย” พลอยใสกอดอกบุ้ยปากหลังจากผ่านพ้นคืนวันที่
“โห เสียงโคตรอีโรติกเลยพี่เฟิง” ทีโอที่เพิ่งออกกำลังกายเช้าเสร็จเห็นสองหมีกระต่ายกำลังช่วยกันคูลดาวน์ร่างกายอยู่ แต่เสียงที่เปล่งออกมาจากปากของคุณผู้ช่วยเชฟนั้นช่างทำให้คิดดีไม่ได้เลยดูหน้าหมอประจำทีมเขาสิ นิ่งยิ่งกว่ารูปปั้นไปแล้วพี่ต้องอดทนมากเลยสินะครับ ผมเข้าใจ ๆ (ตบบ่าทิพย์)“ขะ ขนาดนั้นเลยเหรอ” เฉินเฟิงเองก็รู้สึกแปลกเช่นกัน เขาแค่รู้สึกผ่อนคลาย แต่เวลาที่ถูกกดหลังก็เหมือนถูกไล่ลมออกจากปอด เสียงที่ออกมาจึงค่อนข้างประหลาด แต่ไม่คิดว่าพอคนอื่นฟังกลับบอกว่ามันอีโรติกสาบานเลยว่าไม่ได้ตั้งใจ“ออกกำลังกายเสร็จแล้ว?” นิโคลัสชวนทีโอคุยเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น เห็นกระต่ายแก้มขาวหน้าแดงก็ดีอยู่หรอก แต่อยากให้แดงเพราะเขามากกว่าคนอื่น“เสร็จแล้ว” ทีโอเห็นใบหน้าคนชวนคุยจริงจังก็ยอมสงบปากไม่ชวนคุยเรื่องเดิมต่อ “จริงสิ หัวหน้าถามว่าเห็นลูกแก้วซอมบี้บ้างไหม เมื่อเช้าหัวหน้าเอากระเป๋าออกมาจัดเรียงแล้ววางตลับไว้ในห้องรับแขก พอออกไปข้างนอกกลับมา ลูกแก้วที่อยู่ในตลับมันหายไปสามเม็ด”“!!!” ทั้งเฉินเฟิงและนิโคลัสต่างรีบลุกขึ้นทันทีเป็นไปไม่ได้ที่จะมีของหายเกิดขึ้นในบ้านหลังนั้น ในเมื่อพวกเขาผลัดกันอ
….“เหม่ออะไรน่ะ” นิโคลัสเห็นเจ้ากระต่ายเอาแต่มองกองไฟไม่ขยับเขยื้อน ทั้งที่เวลานี้ชาวบ้านกำลังช่วยกันตำธัญพืชอย่างคึกคัก เพราะก่อนหน้านี้ขายผลผลิตไม่ได้ จึงทำให้พอมีข้าวโพดและข้าวอยู่เป็นจำนวนมาก เฉินเฟิงจึงเสนอให้ทุกคนนำไปบดให้เป็นแป้งเพื่อแปรรูปเป็นอาหารชนิดอื่นในอนาคต“ผมแค่นึกถึงพวกคนที่ออกจากหมู่บ้านไปน่ะครับ” ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง“พวกเขาเลือกเอง อาเฟิงไม่ต้องเป็นกังวลแทนคนอื่นหรอก ชีวิตใครคนนั้นก็ต้องเป็นคนตัดสินใจ” นิโคลัสมองเจ้ากระต่ายพยักหน้าเห็นด้วย “อีกอย่างเราไม่สามารถช่วยได้ทุกคน พวกเขาเองก็ต้องพยายามปกป้องตนเอง”จริงด้วย… ตอนที่เขาตกระกำลำบาก ก็มีแต่ตัวเองที่ต้องสู้กัดฟันทน“ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าจะช่วยสอนผมให้คุ้นชินกับการมีหูเพิ่มขึ้นมา” เฉินเฟิงเปลี่ยนเรื่องคุย “ผมลองแล้วนะ เอาเชือกไปขึงประตูห้องนอนไว้ โดนเชือกดีดหูทุกวันเลย” เจ้ากระต่ายก้มให้คุณหมอเห็นว่าส่วนหูของเขามีจุดหนึ่งที่ขนแตกไปเล็กน้อยเพราะโดนดีดจนเริ่มบวม“ขนแตกเลย” นิโคลัสไม่รู้จะปวดใจที่เจ้ากระต่ายเจ็บตัวหรือหัวเราะเพราะขนที่แตกของอีกฝ่ายดี“นี่! ผมให้คุณช่วยดูไม่ใช่ให้หัวเราะนะ” เขาเองก็เห็นในก
“อี๋” เด็กหญิงอายุ 7 ขวบเบือนหน้าหนี“เข้าไปเถอะ ยังไงก็ไม่มีน้ำราดอยู่แล้ว”ฝั่งผู้หญิงเรียกได้ว่าต้องกลั้นใจและเกร็งกล้ามขาสุดชีวิต ใครจะไปทำใจนั่งบนชักโครกแบบนี้ลง ตัดไปที่ฝั่งผู้ชาย พวกเขาเองก็ไม่กล้าฉี่ใส่โถฉี่ที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ อีกทั้งยังมีแมลงสาบและแมลงชนิดอื่นอาศัยกันแน่นขนัด สุดท้ายจึงเลือกต้นไม้ด้านหลังห้องน้ำสักต้นปลดทุกข์“ตรงนี้ดีกว่าเห็น ๆ” หลังได้สูดอากาศบริสุทธิ์ก็พอจะลบล้างภาพห้องน้ำโสโครกนั่นไปได้บ้างหมับ“ใครจับไหล่กูวะ” จับแล้วไม่พูดเดี๋ยวก็ศอกให้เสียนี่กรรร…เพียงได้ยินเสียงคำรามในลำคอ จากที่กำลังเพลิดเพลินกับกลิ่นธรรมชาติหลังห้องสุขาเป็นต้องรีบเบี่ยงตัวกลับทั้งที่ยังไม่ได้รูดซิปกางเกงกึกเสียงฟันบนฟันล่างกระทบกันจนก้องอยู่ในหูหลายคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างรีบช่วยกันใช้ขวานหรืออาวุธที่อยู่ใกล้มือฟันไปที่คอของมันอย่างรวดเร็ว ส่วนคนที่เกือบโดนกัดคอรีบสะบัดไหล่ของตนให้หลุดพ้นจากพันธนาการแล้วอ้อมไปอยู่ด้านหลังพี่น้องคนอื่นที่กำลังพยายามฆ่ามัน“รีบกลับไปที่รถเร็ว!” เมื่อซอมบี้ตนนั้นถูกฟันคอขาดก็มีอีกหลายตัวเดินโขยกเขยกออกมาจากห้องน้ำฝั่งผู้ชายความโกลาหลเล็ก ๆ
ความคืบหน้าในการปรับปรุงหมู่บ้านรวดเร็วมากเมื่อทุกคนให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป จากหมู่บ้านที่มีจำนวนมาก กว่า 30 ครัวเรือนก็เหลือบ้านที่มีคนอยู่อาศัยเพียง 13 หลังเท่านั้น หลายคนมองว่าการเข้าไปอยู่ในเมืองที่มีทหารคอยรักษาการณ์ดูจะปลอดภัยกว่าฝ่ายโจเซฟเองก็ให้คำแนะนำว่าถ้าอยากไปก็ให้ไปเสียตอนนี้ ในช่วงที่ซอมบี้ยังคงเดินเชื่องช้าอยู่ ขอแค่ไม่กลัวก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้อย่างเช่นครอบครัวนี้“พ่อครับ มันวิ่งตามรถเรามาแล้ว” ลูกชายวัย 15 ปีเหลียวหลังมองซอมบี้ที่มีจำนวนมากกว่า 20 ตัวกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามรถยนต์ส่วนตัวของพวกเขามาตลอดทาง ยิ่งขับเข้าใกล้ตัวเมืองในจังหวัดมากเท่าไร ก็จะมีมาเพิ่มครั้งละตัวสองตัวอยู่ตลอดเวลา“มันตามรถเราไม่ทันหรอก” คนเป็นพ่อมั่นใจ ตอนนี้เขาเหยียบอยู่ที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยังสามารถทิ้งห่างจากพวกมันได้มากกว่า 100 เมตร นั่นหมายความว่าถ้าเขาเหยียบเพิ่มอีกจะสามารถสลัดหลุดได้ในเวลาไม่นาน“คุณคะ ข้างหน้า!” ภรรยาที่ติดตามมาด้วยเผยสีหน้ากังวล เมื่อเธอมองออกไปเห็นว่าด้านหน้ามีรถจอดขวางเส้นทางอยู่เต็มไปหมด บางคันเธอก็คุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมากก่อน“นั่นม
คิ้วเรียวของคนเป็นแม่ขมวดฉับ ถึงเธอจะไม่ถือโทษคนตาย แต่คนเป็นก็ใช่ว่าจะให้อภัย“ดาดูแลลูกเองได้ค่ะ ไม่รบกวนคุณกิ่งดีกว่า” ไม่ใช่เพราะหญิงสาวคนนี้หรอกหรือที่สั่งคนในบ้านสามีไม่ให้เปิดประตูรับเธอกับลูก“ตายจริงน้องดา เรียกพี่กิ่งเหมือนเดิมสิคะ ทำไมเรียกกันเสียห่างเหิน” พี่สาวของอดีตสามีรีบเอ่ยประจบ เธอเห็นแล้วว่าน้องสะใภ้ผู้นี้มีพลังพิเศษ แถมยังรู้จักกับกลุ่มคนที่มาจากเมืองหลวง ถ้าอยากรอดตายต้องเกาะไว้ให้มั่น แถมดูท่าแล้วคงมีอาหารเก็บไว้แน่นอน ดูเสื้อผ้าของเธอสิ แม้จะเป็นชุดเดียวกันกับค่ำคืนนั้นแต่ก็สะอาดสะอ้าน ดูออกเลยว่าที่ผ่านมาคงไม่ได้รับความลำบากแต่อย่างใด“ไม่ดีกว่าค่ะ น้องดลครับ ไปนั่งเล่นกับลุงโจเซฟนะ แม่จะกลับไปพักผ่อน”เมื่อคนที่ทำงานหนักสุดเอ่ยปากอยากพัก กิ่งแก้วจึงไม่สามารถหาเหตุมารั้งให้ดาริณีอยู่ฟังตนพร่ำบอกความสนิทสนมแต่เดิมได้อีก จึงได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกลับไปรวมกลุ่มกับเหล่าแม่บ้านที่กำลังคัดเมล็ดธัญพืชถ้าเพียงแต่เธอสามารถกลับไปวางตัวเป็นพี่สะใภ้อีกฝ่ายได้อีกละก็ ความเป็นอยู่จะต้องดีกว่านี้แน่ ทั้งอาหารและความปลอดภัย ดีไม่ดีถ้าเกิดวันไหนพวกเขาอยากจะกลับเข้าค่ายที่เ
เฉินเฟิงก้มลงกัดข้าวจี่ร้อน ๆ ก่อนจะอ้าปากไล่ความร้อนสองสามครั้งก็เคี้ยวหงุบหงับ ข้าวเหนียวตรงจุดที่ถูกย่างไฟจะมีความกรุบกรอบเคี้ยวเพลิน สัมผัสต่อจากนั้นจึงเป็นความหอมของไข่และรสชาติเค็มเล็กน้อยของเกลือ เป็นอาหารเช้าที่แสนเรียบง่ายและใช้วัตถุดิบน้อยแต่ให้ความรู้สึกอิ่มท้องช่วงสายชาวบ้านผู้ชายหลายคนจึงพากันไปตัดต้นไม้แถวชายป่าหลังบ้านของเฉินเฟิง แน่นอนว่าทุกคนได้สอบถามแล้วว่าสามารถตัดได้ไหม ถ้าไม่ได้พวกเขาก็จะเดินไปยังบริเวณป่าตรงตีนเขาอีกแห่งแทนเจ้ากระต่ายไม่ได้ขัดข้องอะไร เดิมทีป่านี้ก็ไม่ใช่ของเขาตั้งแต่แรก ถ้าชาวบ้านจะนำมันมาใช้ประโยชน์ส่วนรวมก็สามารถทำได้เต็มที่โจเซฟเข้ามาช่วยกำกับดูแลเรื่องการทำรั้วไม้ล้อมรอบหมู่บ้าน น่าเสียดายที่ไม่มีใครในหมู่บ้านที่มีพลังพิเศษ ทุกคนล้วนเป็นคนธรรมดาพอสอบถามเฉินเฟิงในเรื่องนี้“อ่า… คือทางแถบนี้ได้รับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำน่ะครับ ทางกำนันเขาไปเช่าเหมารถบรรทุกมาพาทุกคนไปฉีดฟรีที่โรงพยาบาลรัฐ ส่วนผมฉีดอีกยี่ห้อหนึ่งก่อนจะบินไปต่างประเทศ แต่เพราะตอนนั้นอยู่ในเมืองหลวงเลยได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมานิดหนึ่ง”“ถ้าอย่างนั้นก็อาจจะไ
“คิดอะไรอยู่” นิโคลัสเดินถือถุงบิสกิตที่ได้จากชาวบ้านนำมาแบ่งให้เจ้ากระต่าย“ผมแค่เผลอคิดไปว่าที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้เป็นการแก้แค้นจากโลกหรือเปล่า”“ก็อาจจะใช่” เวลาที่ฟุ้งซ่านก็มีคิดอยู่บ้าง“ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติได้ไหมครับ” เฉินเฟิงถามทั้งที่ดวงตายังคงจดจ้องอยู่บนท้องฟ้า“ตอบยากนะ เราอาจจะกำจัดซอมบี้ได้ แต่ไม่น่าจะหมด และที่แย่ไปกว่านั้นคือพวกสัตว์เองก็เริ่มกลายพันธุ์แล้ว ดูอย่างหนูท่อยักษ์ที่เราเจอหรือหมูป่าที่คุณดาริณีจัดการได้” ถึงจะจัดการซอมบี้ได้หมดก็ใช่ว่าวิถีชีวิตดั้งเดิมจะหวนคืนกลับมาและสำหรับพวกเขาที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะจัดการกับซอมบี้หรือสัตว์กลายพันธุ์ก็ไม่มีทางที่จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ท่ามกลางสังคมศิวิไลซ์ได้อีก “มีใครมีคำถามหรือเปล่าครับ” โจเซฟถามขึ้นเมื่อเห็นว่าตนได้บอกทุกอย่างออกไปหมดแล้ว ชาวบ้านหลายคนมีท่าทีหวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น บางคนก็ร้องไห้คร่ำครวญกับครอบครัวที่ต้องสูญเสีย“แล้วลูกหลานของเราที่เป็นซอมบี้ล่ะ ก่อนหน้านี้พวกเขายังเป็นคนธรรมดาอยู่เลย ทำไมพอโดนโจรจับไปถึงกลายเป็นซอมบี้ได้ หรือคนพวกนั้นทำให้พวกเขากลายเป็นซอมบี้” ชา
พวกเขาที่ไม่ได้ชอบดูภาพยนตร์หรืออ่านนิยายถึงกับอึ้งตะลึง ไม่คิดว่าโลกนี้จะจินตนาการไปถึงขั้นทำให้ศพคนคืนชีพด้วยไวรัส และที่น่าตกใจกว่าก็คือมันถูกทำให้เกิดขึ้นจริง“เป็นไปได้ว่าพวกมันจับพวกเขามาทดลอง” ทีโอคาดเดา ศพเหล่านี้แทบไม่มีบาดแผลบนร่างเลย ไม่เหมือนกับเด็กสองคนที่สวมกอดกันอยู่ในบ้านหลังนั้น ราวกับว่าจับพวกเขามาเพื่อกระทำบางอย่าง“หรือว่า…” นิโคลัสหันไปมองทีโอเขม็ง ความคิดบางอย่างแล่นปราดเข้ามา “พวกมันอยากทดสอบว่าจะสามารถกระตุ้นให้คนธรรมดาสามารถมีพลังพิเศษเพราะถูกซอมบี้ข่วนหรือกัดได้ไหม”“พลังพิเศษ?” กลุ่มคนที่เศร้าโศกเสียใจต่างก็หันมามองชายหนุ่มเมื่อนิโคลัสจุดลูกบอลใจขนาดเล็กบนฝ่ามือ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ต่างก้าวถอยหลัง พอสังเกตดี ๆ ถึงเพิ่งเห็นว่าบนศีรษะของอีกฝ่ายมีใบหูกลมประดับอยู่บนศีรษะซุกซ่อนอยู่ในกลุ่มผม“พวกเราควรจัดการกับศพก่อนหรือเปล่า” หงส์พูดแทรก มายืนกันในป่าแบบนี้ เกิดมีซอมบี้ขึ้นมาล่ะยุ่งเลยทุกคนจึงได้สติกลับมา ต่างคนต่างช่วยกันทยอยขนซากศพของลูกหลานตนเองมายังลานกว้างของหมู่บ้าน ระหว่างทางก็ไม่ลืมขนย้ายศพของคนอื่นมาด้วยนี่ทำความสะอาดบ้านเสร็จเธอยังต้องมาทำความสะอาดหม