“ครับ ไปที่อื่นกัน…” ก่อนที่เฉินเฟิงจะได้เสนอโรงงานอื่นขึ้นมาอีก พลันใบหูก็กระตุกสองสามครั้ง เนื่องจากได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวบางอย่าง ซึ่งคิดว่าคุณหมอเองก็น่าจะได้ยินเช่นกัน
เพล้ง!!
เสียงกระจกแตกดังสนั่นไปทั่วบริเวณ นิโคลัสรีบหันไปมองทางต้นเสียงซึ่งเป็นอาคารขนาดเล็กข้าง ๆ กับโกดังเก็บสินค้า
“ชะ ช่วยด้วย! “ เป็นชายคนหนึ่งในชุดพนักงานของโรงงานแห่งนี้ที่พุ่งตัวออกมาจากอาคารนั้นทางหน้าต่าง ใบหน้ามีร่องรอยหวาดกลัวชัดเจน สายตามองสอดส่องซ้ายขวาทันเห็นชายหนุ่มสองคนอยู่ไม่ไกลและคงไม่ใช่ซอมบี้
“ช่วยด้วย! “ ครั้งนี้เป็นเสียงตะโกน พนักงานโรงงานรีบวิ่งมาทางชายหนุ่มทั้งสองทันที
นิโคลัสเอื้อมมือไปรั้งให้เจ้ากระต่ายมาหลบด้านหลังตน
ยิ่งระยะทางระหว่างพวกเขาใกล้กันมากเท่าไร ใบหน้าที่เคยหวาดกลัวก็เริ่มมีรอยยิ้ม
“ได้โปรดช่วยผมด้วย! “ ทั้งหูสัตว์บนศีรษะและเสื้อผ้าทหาร
รอดแล้ว!
คนพวกนี้ต้องเป็นทีมช่วยเหลือที่ทางการส่งมาแน่ ๆ เขารอดจากเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นแล…
ฉับ!
เสียงโลหะหนักแทงลึกเข้าไปในผิวหนังดังสะท้อนให้มนุษย์ทั้งสามคนได้ยินอย่างชัดเจน โดยเฉพาะชายในชุดพนักงานโรงงาน
ดวงตาที่เคยฉายแววยินดีเบิกค้าง กว่าจะรู้ตัวว่าศีรษะของตนไม่ได้ตั้งอยู่บนบ่าอีกก็คงหลังจากกลายเป็นวิญญาณไปแล้ว
เฉินเฟิงมองภาพนั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เขาได้ยินเพียงเสียงลมหวีดหวิว รู้ตัวอีกทีชายผู้โชคร้ายคนนั้นก็ไร้ลมหายใจไปต่อหน้าต่อตาโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…
ในขณะที่เจ้ากระต่ายยังประมวลไม่ทัน สัญชาตญาณสัตว์นักล่าในตัวของแพทย์หนุ่มก็เตือนภัยไม่หยุด มันร้องบอกให้เขาหนีออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
กรรซ์
เสียงคำรามในลำคอเฉกเช่นเดียวกับซอมบี้ดังขึ้นด้านหลังศพของพนักงานชาย
“เด็ก! “ เฉินเฟิงยกมือปิดปากไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น
ตรงหน้าของพวกเขาคือซอมบี้เด็ก คะเนจากความสูงแล้วคงอายุ 1-2 ขวบเท่านั้น ร่างกายไม่มีบาดแผลจากการถูกทำร้าย ถ้าอย่างนั้นก็คงกลายพันธุ์เป็นซอมบี้ด้วยตนเอง
เสื้อผ้าที่ใส่ยังคงเป็นชุดลายการ์ตูนยอดฮิตสำหรับเด็กที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีดำ ดวงตาขึ้นฝ้าขาวซีดจ้องเขม็งมาที่พวกเขาไม่วางตา แต่มือเล็กคู่นั้นก็ยังคงไม่หยุดควักเนื้อจากชายผู้โชคร้ายใส่เข้าปากทำให้ริมฝีปากถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน จับจ้องราวกับว่าพวกเขาจะกลายเป็นมื้ออาหารถัดไป
เขารู้ว่ามันมองไม่เห็นแต่คงสัมผัสจากกลิ่นในอากาศได้ว่าพวกเขาอยู่ทิศทางนี้ แม้ว่าจะไม่มีเสียงการเคลื่อนไหวเลยก็ตาม
“ถ้าผมให้สัญญาณแล้วเตรียมวิ่งเลยนะ” นิโคลัสกระซิบบอกคนด้านหลัง
“...” เฉินเฟิงพยักหน้า เขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกันว่าซอมบี้ตรงหน้าจัดการไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมา ขนาดชายคนนั้นวิ่งห่างจากโกดังมาตั้งหลายสิบเมตรยังโดนฆ่าโดยที่พวกเขาไม่ทันรู้ตัว
ศพซอมบี้หน้าโกดังก็คงเป็นเจ้าหนูคนนี้ที่กัดกินเป็นอาหารจนวิวัฒนาการมาไกลเกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือได้
นิโคลัสค่อย ๆ ก้าวถอยหลังไม่ให้ซอมบี้เด็กรู้ตัว กระต่ายหนุ่มเองก็พยายามก้าวเท้าให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่การกระทำของทั้งสองคนกลับกลายเป็นการระบุตำแหน่งที่ชัดเจนให้กับผู้ล่า
ซอมบี้เด็กผละออกจากอาหารมื้อหลัก จากนั้นก้มตัวลงย่อขาหลังจนติดพื้นแล้วกระโดดสุดแรง
“ชิ!”
แพทย์ทหารสบถ ตัดสินใจยกตัวเฉินเฟิงแบกขึ้นบ่าพาวิ่งกลับไปทางเดิมทันที ยังดีที่มันต้องกระโดดเพิ่มอีกสองครั้งจึงจะมาถึงจุดที่พวกเขาเคยยืนอยู่ ทำให้ระยะห่างระหว่างซอมบี้และพวกเขาไกลกันพอสมควร
“มันใกล้เข้ามาแล้ว” เจ้ากระต่ายผงกศีรษะขึ้นมาเป็นตาหลังให้ เห็นซอมบี้ตัวเล็กแต่แรงกระโดดกลับมหาศาล
การวิวัฒนาการน่ากลัวเกินไปแล้ว!!
เฉินเฟิงอยากจะน้ำตาตกในให้กับดวงของตนเองยิ่งนัก เมื่อวานก็เจอซอมบี้วิวัฒนาการ มาวันนี้ก็เจออีก!! อยากจะร้องถามสวรรค์เหลือเกิน
คือไม่อยากให้เขามีชีวิตรอดแล้วใช่หรือไม่?
เสียงฝีเท้ากำลังห่างไกลออกไป ซอมบี้เด็กเริ่มไม่ได้กลิ่นอันหอมหวานของเนื้อหนังแล้ว คิ้วเล็กขมวดเข้าหากัน การกระโดดของมันหยุดชะงัก เฉินเฟิงที่เห็นเช่นนั้นก็เผลอคิดไปว่ามันถอดใจกลับไปหาอาหารเดิมที่ยังกินไม่หมด
รอดแล้วหรือ?
“ทำไมเสียงมันเงียบไป” นิโคลัสยังคงวิ่งไม่หยุด อีกนิดเดียวก็จะถึงประตูทางเข้าของโรงงาน บริเวณนั้นมีซอมบี้อยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง ถ้าเขาหลบหลีกให้พ้นแทนการฆ่าทิ้งอาจจะพอทำให้การเคลื่อนไหวของซอมบี้เด็กด้านหลังล่าช้าลงบ้าง แต่อยู่ ๆ เขาก็ไม่ได้ยินเสียงกระโดดของมันอีก
“มันหยุดอยู่กับที่” เฉินเฟิงบอก สายตายังคงไม่ละจากร่างเล็ก ซอมบี้เด็กตนนั้นค่อย ๆ ย่อตัวลงคล้ายกับตอนกระโดด แต่กลับนิ่งอยู่ในท่านั้นนานผิดปกติ
ลางสังหรณ์เขากำลังกู่ร้อง หัวใจเต้นตุบตับด้วยความตระหนก
บางอย่างกำลังมา
กำลังจะมีบางอย่างเกิดขึ้น!
“แต่ผมว่ามันไม่น่าไว้ใจ...”ไม่ทันขาดคำ ร่างของซอมบี้เด็กก็หายไปจากครรลองสายตา แล้วก็มีเสียงของหนักตกกระแทกพื้นดังสนั่นตูม!!จากระยะทางเกือบสองกิโลเมตร เด็กนี่สามารถร่นมาได้เกินครึ่งภายในการกระโดดครั้งเดียวWTF!นี่มันเชี่ยอะไรวะ!ช่วยเหลือทางรอดไว้ให้มนุษยชาติบ้างเถอะ!!“เหวอ!” เฉินเฟิงถึงกับร้องออกมาเสียงดังเมื่อร่างกายของตนกำลังลอยละลิ่วอยู่ในอากาศ เดี๋ยว ๆ ๆ !!! เกิดอะไรขึ้น! คุณหมีกริซลี่เขวี้ยงเขางั้นเหรอ!เคร้ง!เจ้ากระต่ายถูกจับโยนขึ้นมาบนหลังคาของโรงงาน ร่างโปร่งตกกระแทกอย่างแรงเพราะมัวแต่งุนงงกับสถานการณ์จนลืมหาวิธีแลนดิ้ง พอตั้งตัวได้ก็รีบคลานไปดูว่านิโคลัสเป็นอย่างไรบ้างภาพที่เฉินเฟิงเห็นคือแพทย์ทหารหนุ่มหมุนตัววิ่งกลับเข้าไปหาซอมบี้เด็กตนนั้น สองมือกระชับมีดสั้นไว้คนละข้างซอมบี้เด็กหยุดการเคลื่อนไหวกลางคัน เปลี่ยนเป็นพุ่งเข้าใส่หมายจะคว้าเหยื่อของมันไว้ด้วยพละกำลังและแรงส่งจากการกระโดดนิโคลัสรอจังหวะนี้อยู่แล้ว ชายหนุ่มเอี้ยวตัวหลบภายในเสี้ยววิก่อนซอมบี้เด็กจะมาถึงตัว ก่อนใช้เข่ากระแทกกลางร่าง ส่งผลให้มันลอยกลับไปทางโกดังเก็บสินค้าไม่รอให้มันตั้งตัวได้ทัน แพทย์ทหารเก
นิโคลัสปล่อยให้เจ้ากระต่ายอาเจียนอาหารเช้าให้เต็มที่ ส่วนเขาที่เรี่ยวแรงพอจะกลับมาบ้างแล้วก็เดินสำรวจรอบ ๆ ก่อน แม้ว่าบอสประจำโกดังนี้จะถูกเขาจัดการไปแล้ว แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีตัวต่อไปเดินสำรวจวนกลับมาถึงด้านหน้าก็เห็นเฉินเฟิงกำลังพยายามใช้ขวานลากศพออกมากองนอกโกดัง“กำลังทำอะไรน่ะ” แพทย์หนุ่มถาม“ผมอยากเข้าไปดูด้านในว่าพวกอาหารกระป๋องยังมีสภาพดีอยู่หรือเปล่า” เพราะมีศพซอมบี้และคนอยู่เพียงด้านหน้าประตูโกดัง ไม่แน่ว่าตรงส่วนที่เก็บสินค้าอาจจะยังมีสภาพที่ดี“มา ผมช่วย”“คุณโอเคแล้วเหรอ” หมายถึงสภาพร่างกาย“แค่เหนื่อยนิดหน่อย” นิโคลัสยักไหล่ ไม่ยี่หระกับอาการอยากนอนแผ่ร่างกายบนพื้นของตน คนที่อาเจียนไปแล้วรอบหนึ่งต่างหากที่น่าเป็นห่วงกว่าหมีกระต่ายช่วยกันขนย้ายศพออกจากประตูทางเข้า แต่ไม่ได้นำออกไปทั้งหมด แค่พอมีทางให้พวกเขาเข้าไปด้านในก็พอเฉินเฟิงต้องพยายามอย่างมากที่จะไม่อาเจียนทุกครั้งที่เห็นเนื้อเน่าพวกนั้นมีหนอนแมลงชอนไช หรือแม้แต่เครื่องในที่กองอยู่บนพื้นทำไมไม่กินให้หมดเนี่ยเจ้าซอมบี้เด็ก! กินอย่างนี้ตอนเป็นคนแม่ไม่ตีหรือไง กินทิ้งกินขว้างลำบากคนเก็บกวาดนะรู้ไหม!!หรือเด็กนั่นจะช
เจ้ากระต่ายมัวแต่เงยหน้ามองป้ายรายการบนชั้นวางสินค้าจนลืมดูว่าตรงทางเท้านั้นมีกองหินสีขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียววางกองเอาไว้อยู่ จนกระทั่งเท้าไปเตะโดนจนมันกลิ้งกระจายไปคนละทิศส่งเสียงแกรก ๆ ดังสะท้อนไปมาอะไร…?ชายหนุ่มนั่งลงมองสิ่งที่อยู่บนพื้น นิ้วเรียวหยิบเม็ดหนึ่งขึ้นมาดูลักษณะเป็นก้อนกลม ๆ สีใสเหมือนลูกแก้ว แต่มีขนาดเล็กเท่าเมล็ดถั่วเขียว“อะไร” นิโคลัสเห็นอีกคนนั่งยอง ๆ ดูบางอย่างอยู่จึงเข้ามาสมทบ“ผมเจอนี่ครับ” ยื่นลูกแก้วปริศนาให้อีกฝ่ายดู “มันกองรวมกันอยู่ตรงนี้ ผมมัวแต่เดินดูของบนชั้นเลยไม่ทันสังเกต รู้ตัวอีกทีก็เตะมันกระจาย”“...” นิโคลัสเพ่งมองครู่หนึ่งก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ “ของพนักงานในโรงงานหรือเปล่า”“ไม่รู้สิครับ แต่ไม่น่าใช่นะ เอามากองไว้ตรงนี้เกะกะรถโฟล์คลิฟต์กันพอดี แต่กลิ่นมันไม่ดีเลยนะครับ” เฉินเฟิงย่นจมูก แค่ถือไว้ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนซากศพด้านนอกเลย!!!กลิ่นเหม็นเหมือนซากศพด้านนอก!นิโคลัสเองก็เหมือนจะฉุกใจคิดบางอย่างขึ้นมาได้ รีบผลุนผลันออกไปด้านหน้าโกดัง เจ้ากระต่ายวิ่งตามไป รู้ว่าชายหนุ่มกำลังจะทำอะไรชายหนุ่มวิ่งมาถึงศพของซอมบี้เด็กตัวที่เขาเพิ่งฆ่าไป มันยัง
“อย่าให้ขาชิด ไม่อย่างนั้นสมดุลของร่างกายจะเสีย” กลับเข้าสู่บทบาทลูกศิษย์อาจารย์อีกครั้ง“ผมคิดว่าอาจจะต้องมองหาอาวุธใหม่ในอนาคตแล้วล่ะ” ใช้ขวานนี่ไม่ถนัดมือเลย ทั้งยาวแล้วก็เทอะทะ “มีดสั้นอย่างคุณก็พกพาง่ายดี” จะหมุนเปลี่ยนมุมก็ง่าย ดีเท่าไรที่กำลังเขามีมากกว่าเดิม ไม่อย่างนั้นแค่เหวี่ยงขวานสองสามครั้งก็หอบแล้ว“งั้นผมให้คุณลองใช้ดู” นิโคลัสโยนมีดสั้นของตนให้ ประจวบเหมาะกับซอมบี้ตัวที่เฉินเฟิงติดพันอยู่ถูกฟันคอขาดพอดี เจ้ากระต่ายโยนขวานไปด้านข้างแล้วคว้ามีดที่ลอยอยู่กลางอากาศน้ำหนักที่เบาหวิวและด้ามมีดที่พอดีมือทำให้เจ้ากระต่ายรู้สึกพอใจลึก ๆ‘เหมาะมือเลย ในตัวตลาดของจังหวัดจะมีร้านพวกนี้ขายบ้างหรือเปล่านะ คงต้องหาเวลาเข้าเมืองดูสักครั้ง’ไม่ใช่แค่อาหารเพียงอย่างเดียว เจ้ากระต่ายมีความคิดว่าจะลงจากเขาเพื่อเข้าเมืองไปเสี่ยงดวง เสื้อผ้าเองก็เป็นปัจจัยสำคัญรองลงมาจากอาหาร เสื้อผ้าที่สวมอยู่นี่คือตัวที่ใส่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนหนีตายออกจากบ้านหลังเดิม อีกอย่างบ้านเขามีผู้หญิงอาศัยอยู่ เชื่อว่าดาริณีจำเป็นต้องใช้ผ้าอนามัยแน่นอน ถ้าไปหามาสักสองสามแพ็กคงพออยู่ได้หลายเดือน แล้วถ้าโชคดีอาจได้อ
“งั้นเราต้องแยกกันตรงนี้ใช่หรือเปล่า” โจเซฟเอ่ยทำลายความเงียบ เลือกคุยกับสมาชิกชั่วคราวแทน“ครับ” เจ้ากระต่ายพยักหน้า “จริงสิ ก่อนกลับผมขอฝากสิ่งนี้ไว้ให้พวกคุณนำกลับไปตรวจสอบด้วยสิครับ ซอมบี้ที่พวกเราเจอในโรงงานปลากระป๋องสะสมมันไว้ มันอยู่ในสมองของซอมบี้ที่มีการวิวัฒนาการขึ้นมาหนึ่งระดับ” เฉินเฟิงนำลูกแก้วสีใสออกมายื่นให้โจเซฟ ส่วนลูกแก้วสีเหลืองที่ได้มาจากซอมบี้เด็กอยู่กับคุณหมอหมี“อะไรเนี่ย” โจเซฟรับมาดู แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็เหมือนลูกแก้วที่อยู่ในกระป๋องสีสเปรย์ ตอนเป็นเด็กเขาเคยใช้หินทุบกระป๋องเพื่อนำลูกแก้วออกมาเล่นกับเพื่อน“เห็นว่าพวกคุณมีนักวิจัยก็เลยอยากให้ลองเอาไปตรวจสอบดูน่ะครับ เผื่อว่าจะมีประโยชน์ในอนาคต” แต่เขาก็แอบเก็บส่วนหนึ่งไว้ในกระเป๋าของตัวเองด้วยเหมือนกัน“ไอ้นี่อะนะอยู่ในสมองซอมบี้” หงส์ทำหน้ารับไม่ได้“กลิ่นเหม็นน่าดู” ตุ่นย่นจมูก ซึ่งในจุดนี้เขาก็เห็นด้วย ถ้าต้องนำมาใช้คงต้องถูกล้างด้วยน้ำลอยดอกไม้กันเลยทีเดียว“น่าสนใจนะครับ ถ้าเป็นในนิยาย ของพวกนี้มักใช้เพิ่มพลังหรือไม่ก็เพิ่มระดับให้กับมนุษย์ที่กลายพันธุ์” ทีโอเสริม“ใช่ไหมครับ ผมกับคุณนิคก็คิดถึงข้อนี้เหมื
“โห กลิ่นเหม็นกว่าที่คิดเยอะเลย กองซากตรงนี้คือน่าขยะแขยงมาก” หงส์ยกมือปิดจมูก ตอนที่เฉินเฟิงเล่าก็จินตนาการไว้บ้าง พอได้เห็นของจริงกลับเกินกว่าที่คิดไว้ไปไกลโข ไปทำภารกิจมากี่ที่ก็ไม่เคยเจอที่ไหนสาหัสเท่ากับที่นี่เลย“นี่คือซอมบี้เด็กตนนั้นสินะ” โจเซฟยืนพิจารณาศพซอมบี้ เป็นเด็กอายุประมาณหนึ่งถึงสองขวบจริง ๆ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นลูกของพนักงานที่ตามติดพ่อแม่มาอยู่เวรก็เป็นได้ ชายหนุ่มมองร่องรอยการต่อสู้ก็พอรู้ว่านิโคลัสคงทุ่มสุดตัว ไม่น่าเชื่อว่าพื้นคอนกรีตที่แตกละเอียดตรงนี้จะเป็นฝีมือของซอมบี้ที่ส่วนสูงเท่าเข่าของเขาน่ากลัวเกินไปแล้ว…“หัวหน้า!” หงส์ร้องเตือน อยู่ ๆ ขนหลังคอก็ลุกชันจนหญิงสาวสะดุ้ง ร้องเรียกโจเซฟดังลั่น “มีบางอย่างกำลังมา!!”“เสียงรถ” ตุ่นเองก็ได้ยินเสียงรถยนต์จากทางหน้านิคมในเขตนี้เช่นกัน ทหารที่รับภารกิจนี้เหมือนกันหรือคนจากฐานอื่น?เฉินเฟิงนิ่งฟัง เขาเป็นคนสุดท้ายที่รู้ตัวว่ากำลังมีคนมา ดูเหมือนระยะการได้ยินของเขาจะยังพัฒนาไม่เท่ากับตุ่น ไม่รู้ว่าทหารหนุ่มได้ยินไกลแค่ไหน“เอาไงดี” ทีโอ“กำลังมุ่งตรงมาทางนี้” ตุ่นช่วยบอกทิศทางเพื่อให้หัวหน้าตัดสินใจอีกแรง“ซ่อนตัวก่อน”
“ว่าไง ตุ่นเพื่อนรัก” เอที่สัมผัสได้ว่าเพื่อนเป็นเพื่อนตายของเขาอยู่บริเวณนี้ก็ร้องทักเสียงดัง ไม่ยี่หระต่อซอมบี้ที่เริ่มเดินโขยกเขยกเข้ามาเพราะเสียงของตนส่วนลูกทีมอีกสิบชีวิตก็พากันหัวเราะครื้นเครงอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุก“ออกไปเหม็นหน้ามันก่อนแล้วกัน” โจเซฟถอนหายใจเสียงดัง ซ่อนตัวต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ก็ไม่ได้ออกห่างจากโกดังมากนัก เผื่อมีเหตุไม่คาดฝันจะได้หนีไปตามแผนเดิมที่คิดไว้ “ทีโอ อย่าลืมปิดล็อกโกดังนี้ด้วยนะ” ก่อนจะหันไปสั่งลูกทีม ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับ ใช้มือข้างหนึ่งสัมผัสกับส่วนที่เป็นโลหะของโกดังฉับพลันตัวน็อตที่เคยหมุนอยู่ในเกลียวก็ดันตัวออกแล้วโค้งงอจนล็อกมุมประตูไว้อย่างแน่นหนา“คุณหลบออกไปเถอะ” นิโคลัสกระซิบเตือน หลังจากนี้เขาพอจะเดาความคิดของหัวหน้าตนเองได้ จึงอยากให้ชายหนุ่มหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัย“แล้วพวกคุณ…”“ตรงนี้พวกเราจัดการได้ คุณไปเถอะ” คุณหมอประจำกลุ่มยืนยันเฉินเฟิงมีสีหน้าลังเล สุดท้ายก็ยอมเดินไปทางบ่อบำบัดน้ำเสียเพื่อให้หลุดไปยังป่าอ้อยด้านหลังนิโคลัสมองส่งจนกระทั่งไม่เห็นแผ่นหลังของชายหนุ่มแล้ว จากนั้นค่อยออกมารวมตัวกับเพื่อนร่วมทีม“งานยากเลยล่ะ” เจ
แล้วมาทำไมก็น่าจะรู้ว่าที่ห้องเหลือเขาแค่คนเดียว‘ผมมาหาพี่นั่นแหละ’ เสียงทุ้มหวานที่แมทชอบอวยนักหนาพูดกับเขา ริมฝีปากอิ่มประดับรอยยิ้มบางเบา‘มีธุระอะไร’ นิโคลัสหันไปประจันหน้า ไม่ยอมเปิดประตูห้องให้เข้าไปด้านในโดยง่าย ยืนคุยมันหน้าประตูนี่แหละ เผื่อใครผ่านไปผ่านมาจะได้ไม่เอาไปฟ้องรูมเมตว่าเขากับแฟนมันอยู่ด้วยกันสองต่อสอง‘พี่จะไม่ให้ผมเข้าห้องหน่อยเหรอ’ ไอซ์เงยหน้าจ้องตาคนตัวสูงกว่า ใช้สายตาออดอ้อนอย่างที่ชอบใช้ประจำกับพวกเหยื่อตัวน้อย ๆ ที่ผ่านมา ต่างก็ตรงที่กับชายหนุ่มคนนี้เขาจริงจัง ไม่คิดว่าการหาคู่นอนเป็นทหารแลกเปลี่ยนจะทำให้เขาได้มาพบกับคนที่สามารถกระตุกหัวใจของเขาได้...อยากได้...อยากให้ครอบครอง‘พูดธุระออกมา’ นิโคลัสกดเสียงต่ำให้รู้ว่าไม่พอใจมากเพราะเริ่มเดาบางสิ่งบางอย่างได้‘ผมชอบพี่’ ไอซ์สารภาพออกมาเสียงเบา ข้างแก้มปรากฏสีแดงระเรื่อ‘เหรอ’ ชายหนุ่มตอบรับเสียงเรียบ ไม่ได้มีท่าทีดีอกดีใจหรือรังเกียจ แค่รับรู้ไว้‘ถ้าผมเลิกกับพี่แมท ผมขอคบกับพี่ได้ไหมครับ’‘แต่ผมไม่ได้ชอบคุณ ไม่ต้องมาวุ่นวายกับผมอีกนะ’ นิโคลัสพูดจบก็เปิดประตูห้องแล้วปิดล็อก ทำราวกับว่าคำสารภาพรักนั้นเป็นเพ
“โอเค ถ้าอย่างนั้นเอาไปไว้ในครัวเลย” โจเซฟหัวเราะในลำคอ ไม่รู้เฉินเฟิงมาเห็นของฝากของเด็กกลุ่มนี้จะตกใจแค่ไหนกันนะ “เดี๋ยวลุงไปที่หน้าหมู่บ้านก่อน วางของเสร็จแล้วก็อย่าซนล่ะ รีบกลับบ้านไปช่วยงานผู้ใหญ่ด้วย” เพราะเด็ก ๆ ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ เด็กที่อายุน้อยลงมาก็จะให้กลุ่มแม่บ้านที่มีความรู้ช่วยสอนให้อ่านออกเขียนได้ ส่วนเด็กโตขึ้นขึ้นมาหน่อยก็ให้ออกไปช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ“ครับ / ค่ะ” เด็กทั้งสามช่วยกันถือตะกร้าและกล้วยไปวางไว้ที่ครัวด้านหลังบ้านอย่างแข็งขันพอวางเสร็จก็ตรวจตราดูอีกครั้งว่าตะกร้าได้รับการปิดอย่างมิดชิด คงไม่ดีนักถ้าหากพี่กระต่ายกลับมาแล้วเห็นกบกระโดดอยู่เต็มบ้านเด็กชายดลแวะไปป่วนพี่ชายทีโอที่ห้องนอนใหญ่ครู่หนึ่ง ก่อนจะออกมารวมตัวกับเพื่อน เตรียมออกไปหากิจกรรมอย่างอื่นทำจนกว่าจะผ่านพ้นไปอีกวัน“ไปช่วยพวกพี่เก่งเขาดักปลาที่แม่น้ำไหม” พลอยใสชวน“ไม่ได้หรอก ถ้าแม่รู้โดนตีแน่” เด็กชายดลไม่เห็นด้วย แค่ไปจับกบในนาร้างก็โดนมองแล้ว ถ้าไปถึงแม่น้ำละก็มีหวังตูดลาย“หรือจะไปช่วยป้าเพ็ญเขาคัดแยกเมล็ดพืชดี” เด็กชายปอนด์เสนอ“น่าเบื่อจะตาย” พลอยใสกอดอกบุ้ยปากหลังจากผ่านพ้นคืนวันที่
“โห เสียงโคตรอีโรติกเลยพี่เฟิง” ทีโอที่เพิ่งออกกำลังกายเช้าเสร็จเห็นสองหมีกระต่ายกำลังช่วยกันคูลดาวน์ร่างกายอยู่ แต่เสียงที่เปล่งออกมาจากปากของคุณผู้ช่วยเชฟนั้นช่างทำให้คิดดีไม่ได้เลยดูหน้าหมอประจำทีมเขาสิ นิ่งยิ่งกว่ารูปปั้นไปแล้วพี่ต้องอดทนมากเลยสินะครับ ผมเข้าใจ ๆ (ตบบ่าทิพย์)“ขะ ขนาดนั้นเลยเหรอ” เฉินเฟิงเองก็รู้สึกแปลกเช่นกัน เขาแค่รู้สึกผ่อนคลาย แต่เวลาที่ถูกกดหลังก็เหมือนถูกไล่ลมออกจากปอด เสียงที่ออกมาจึงค่อนข้างประหลาด แต่ไม่คิดว่าพอคนอื่นฟังกลับบอกว่ามันอีโรติกสาบานเลยว่าไม่ได้ตั้งใจ“ออกกำลังกายเสร็จแล้ว?” นิโคลัสชวนทีโอคุยเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น เห็นกระต่ายแก้มขาวหน้าแดงก็ดีอยู่หรอก แต่อยากให้แดงเพราะเขามากกว่าคนอื่น“เสร็จแล้ว” ทีโอเห็นใบหน้าคนชวนคุยจริงจังก็ยอมสงบปากไม่ชวนคุยเรื่องเดิมต่อ “จริงสิ หัวหน้าถามว่าเห็นลูกแก้วซอมบี้บ้างไหม เมื่อเช้าหัวหน้าเอากระเป๋าออกมาจัดเรียงแล้ววางตลับไว้ในห้องรับแขก พอออกไปข้างนอกกลับมา ลูกแก้วที่อยู่ในตลับมันหายไปสามเม็ด”“!!!” ทั้งเฉินเฟิงและนิโคลัสต่างรีบลุกขึ้นทันทีเป็นไปไม่ได้ที่จะมีของหายเกิดขึ้นในบ้านหลังนั้น ในเมื่อพวกเขาผลัดกันอ
….“เหม่ออะไรน่ะ” นิโคลัสเห็นเจ้ากระต่ายเอาแต่มองกองไฟไม่ขยับเขยื้อน ทั้งที่เวลานี้ชาวบ้านกำลังช่วยกันตำธัญพืชอย่างคึกคัก เพราะก่อนหน้านี้ขายผลผลิตไม่ได้ จึงทำให้พอมีข้าวโพดและข้าวอยู่เป็นจำนวนมาก เฉินเฟิงจึงเสนอให้ทุกคนนำไปบดให้เป็นแป้งเพื่อแปรรูปเป็นอาหารชนิดอื่นในอนาคต“ผมแค่นึกถึงพวกคนที่ออกจากหมู่บ้านไปน่ะครับ” ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง“พวกเขาเลือกเอง อาเฟิงไม่ต้องเป็นกังวลแทนคนอื่นหรอก ชีวิตใครคนนั้นก็ต้องเป็นคนตัดสินใจ” นิโคลัสมองเจ้ากระต่ายพยักหน้าเห็นด้วย “อีกอย่างเราไม่สามารถช่วยได้ทุกคน พวกเขาเองก็ต้องพยายามปกป้องตนเอง”จริงด้วย… ตอนที่เขาตกระกำลำบาก ก็มีแต่ตัวเองที่ต้องสู้กัดฟันทน“ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าจะช่วยสอนผมให้คุ้นชินกับการมีหูเพิ่มขึ้นมา” เฉินเฟิงเปลี่ยนเรื่องคุย “ผมลองแล้วนะ เอาเชือกไปขึงประตูห้องนอนไว้ โดนเชือกดีดหูทุกวันเลย” เจ้ากระต่ายก้มให้คุณหมอเห็นว่าส่วนหูของเขามีจุดหนึ่งที่ขนแตกไปเล็กน้อยเพราะโดนดีดจนเริ่มบวม“ขนแตกเลย” นิโคลัสไม่รู้จะปวดใจที่เจ้ากระต่ายเจ็บตัวหรือหัวเราะเพราะขนที่แตกของอีกฝ่ายดี“นี่! ผมให้คุณช่วยดูไม่ใช่ให้หัวเราะนะ” เขาเองก็เห็นในก
“อี๋” เด็กหญิงอายุ 7 ขวบเบือนหน้าหนี“เข้าไปเถอะ ยังไงก็ไม่มีน้ำราดอยู่แล้ว”ฝั่งผู้หญิงเรียกได้ว่าต้องกลั้นใจและเกร็งกล้ามขาสุดชีวิต ใครจะไปทำใจนั่งบนชักโครกแบบนี้ลง ตัดไปที่ฝั่งผู้ชาย พวกเขาเองก็ไม่กล้าฉี่ใส่โถฉี่ที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ อีกทั้งยังมีแมลงสาบและแมลงชนิดอื่นอาศัยกันแน่นขนัด สุดท้ายจึงเลือกต้นไม้ด้านหลังห้องน้ำสักต้นปลดทุกข์“ตรงนี้ดีกว่าเห็น ๆ” หลังได้สูดอากาศบริสุทธิ์ก็พอจะลบล้างภาพห้องน้ำโสโครกนั่นไปได้บ้างหมับ“ใครจับไหล่กูวะ” จับแล้วไม่พูดเดี๋ยวก็ศอกให้เสียนี่กรรร…เพียงได้ยินเสียงคำรามในลำคอ จากที่กำลังเพลิดเพลินกับกลิ่นธรรมชาติหลังห้องสุขาเป็นต้องรีบเบี่ยงตัวกลับทั้งที่ยังไม่ได้รูดซิปกางเกงกึกเสียงฟันบนฟันล่างกระทบกันจนก้องอยู่ในหูหลายคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างรีบช่วยกันใช้ขวานหรืออาวุธที่อยู่ใกล้มือฟันไปที่คอของมันอย่างรวดเร็ว ส่วนคนที่เกือบโดนกัดคอรีบสะบัดไหล่ของตนให้หลุดพ้นจากพันธนาการแล้วอ้อมไปอยู่ด้านหลังพี่น้องคนอื่นที่กำลังพยายามฆ่ามัน“รีบกลับไปที่รถเร็ว!” เมื่อซอมบี้ตนนั้นถูกฟันคอขาดก็มีอีกหลายตัวเดินโขยกเขยกออกมาจากห้องน้ำฝั่งผู้ชายความโกลาหลเล็ก ๆ
ความคืบหน้าในการปรับปรุงหมู่บ้านรวดเร็วมากเมื่อทุกคนให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป จากหมู่บ้านที่มีจำนวนมาก กว่า 30 ครัวเรือนก็เหลือบ้านที่มีคนอยู่อาศัยเพียง 13 หลังเท่านั้น หลายคนมองว่าการเข้าไปอยู่ในเมืองที่มีทหารคอยรักษาการณ์ดูจะปลอดภัยกว่าฝ่ายโจเซฟเองก็ให้คำแนะนำว่าถ้าอยากไปก็ให้ไปเสียตอนนี้ ในช่วงที่ซอมบี้ยังคงเดินเชื่องช้าอยู่ ขอแค่ไม่กลัวก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้อย่างเช่นครอบครัวนี้“พ่อครับ มันวิ่งตามรถเรามาแล้ว” ลูกชายวัย 15 ปีเหลียวหลังมองซอมบี้ที่มีจำนวนมากกว่า 20 ตัวกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามรถยนต์ส่วนตัวของพวกเขามาตลอดทาง ยิ่งขับเข้าใกล้ตัวเมืองในจังหวัดมากเท่าไร ก็จะมีมาเพิ่มครั้งละตัวสองตัวอยู่ตลอดเวลา“มันตามรถเราไม่ทันหรอก” คนเป็นพ่อมั่นใจ ตอนนี้เขาเหยียบอยู่ที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยังสามารถทิ้งห่างจากพวกมันได้มากกว่า 100 เมตร นั่นหมายความว่าถ้าเขาเหยียบเพิ่มอีกจะสามารถสลัดหลุดได้ในเวลาไม่นาน“คุณคะ ข้างหน้า!” ภรรยาที่ติดตามมาด้วยเผยสีหน้ากังวล เมื่อเธอมองออกไปเห็นว่าด้านหน้ามีรถจอดขวางเส้นทางอยู่เต็มไปหมด บางคันเธอก็คุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมากก่อน“นั่นม
คิ้วเรียวของคนเป็นแม่ขมวดฉับ ถึงเธอจะไม่ถือโทษคนตาย แต่คนเป็นก็ใช่ว่าจะให้อภัย“ดาดูแลลูกเองได้ค่ะ ไม่รบกวนคุณกิ่งดีกว่า” ไม่ใช่เพราะหญิงสาวคนนี้หรอกหรือที่สั่งคนในบ้านสามีไม่ให้เปิดประตูรับเธอกับลูก“ตายจริงน้องดา เรียกพี่กิ่งเหมือนเดิมสิคะ ทำไมเรียกกันเสียห่างเหิน” พี่สาวของอดีตสามีรีบเอ่ยประจบ เธอเห็นแล้วว่าน้องสะใภ้ผู้นี้มีพลังพิเศษ แถมยังรู้จักกับกลุ่มคนที่มาจากเมืองหลวง ถ้าอยากรอดตายต้องเกาะไว้ให้มั่น แถมดูท่าแล้วคงมีอาหารเก็บไว้แน่นอน ดูเสื้อผ้าของเธอสิ แม้จะเป็นชุดเดียวกันกับค่ำคืนนั้นแต่ก็สะอาดสะอ้าน ดูออกเลยว่าที่ผ่านมาคงไม่ได้รับความลำบากแต่อย่างใด“ไม่ดีกว่าค่ะ น้องดลครับ ไปนั่งเล่นกับลุงโจเซฟนะ แม่จะกลับไปพักผ่อน”เมื่อคนที่ทำงานหนักสุดเอ่ยปากอยากพัก กิ่งแก้วจึงไม่สามารถหาเหตุมารั้งให้ดาริณีอยู่ฟังตนพร่ำบอกความสนิทสนมแต่เดิมได้อีก จึงได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกลับไปรวมกลุ่มกับเหล่าแม่บ้านที่กำลังคัดเมล็ดธัญพืชถ้าเพียงแต่เธอสามารถกลับไปวางตัวเป็นพี่สะใภ้อีกฝ่ายได้อีกละก็ ความเป็นอยู่จะต้องดีกว่านี้แน่ ทั้งอาหารและความปลอดภัย ดีไม่ดีถ้าเกิดวันไหนพวกเขาอยากจะกลับเข้าค่ายที่เ
เฉินเฟิงก้มลงกัดข้าวจี่ร้อน ๆ ก่อนจะอ้าปากไล่ความร้อนสองสามครั้งก็เคี้ยวหงุบหงับ ข้าวเหนียวตรงจุดที่ถูกย่างไฟจะมีความกรุบกรอบเคี้ยวเพลิน สัมผัสต่อจากนั้นจึงเป็นความหอมของไข่และรสชาติเค็มเล็กน้อยของเกลือ เป็นอาหารเช้าที่แสนเรียบง่ายและใช้วัตถุดิบน้อยแต่ให้ความรู้สึกอิ่มท้องช่วงสายชาวบ้านผู้ชายหลายคนจึงพากันไปตัดต้นไม้แถวชายป่าหลังบ้านของเฉินเฟิง แน่นอนว่าทุกคนได้สอบถามแล้วว่าสามารถตัดได้ไหม ถ้าไม่ได้พวกเขาก็จะเดินไปยังบริเวณป่าตรงตีนเขาอีกแห่งแทนเจ้ากระต่ายไม่ได้ขัดข้องอะไร เดิมทีป่านี้ก็ไม่ใช่ของเขาตั้งแต่แรก ถ้าชาวบ้านจะนำมันมาใช้ประโยชน์ส่วนรวมก็สามารถทำได้เต็มที่โจเซฟเข้ามาช่วยกำกับดูแลเรื่องการทำรั้วไม้ล้อมรอบหมู่บ้าน น่าเสียดายที่ไม่มีใครในหมู่บ้านที่มีพลังพิเศษ ทุกคนล้วนเป็นคนธรรมดาพอสอบถามเฉินเฟิงในเรื่องนี้“อ่า… คือทางแถบนี้ได้รับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำน่ะครับ ทางกำนันเขาไปเช่าเหมารถบรรทุกมาพาทุกคนไปฉีดฟรีที่โรงพยาบาลรัฐ ส่วนผมฉีดอีกยี่ห้อหนึ่งก่อนจะบินไปต่างประเทศ แต่เพราะตอนนั้นอยู่ในเมืองหลวงเลยได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมานิดหนึ่ง”“ถ้าอย่างนั้นก็อาจจะไ
“คิดอะไรอยู่” นิโคลัสเดินถือถุงบิสกิตที่ได้จากชาวบ้านนำมาแบ่งให้เจ้ากระต่าย“ผมแค่เผลอคิดไปว่าที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้เป็นการแก้แค้นจากโลกหรือเปล่า”“ก็อาจจะใช่” เวลาที่ฟุ้งซ่านก็มีคิดอยู่บ้าง“ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติได้ไหมครับ” เฉินเฟิงถามทั้งที่ดวงตายังคงจดจ้องอยู่บนท้องฟ้า“ตอบยากนะ เราอาจจะกำจัดซอมบี้ได้ แต่ไม่น่าจะหมด และที่แย่ไปกว่านั้นคือพวกสัตว์เองก็เริ่มกลายพันธุ์แล้ว ดูอย่างหนูท่อยักษ์ที่เราเจอหรือหมูป่าที่คุณดาริณีจัดการได้” ถึงจะจัดการซอมบี้ได้หมดก็ใช่ว่าวิถีชีวิตดั้งเดิมจะหวนคืนกลับมาและสำหรับพวกเขาที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะจัดการกับซอมบี้หรือสัตว์กลายพันธุ์ก็ไม่มีทางที่จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ท่ามกลางสังคมศิวิไลซ์ได้อีก “มีใครมีคำถามหรือเปล่าครับ” โจเซฟถามขึ้นเมื่อเห็นว่าตนได้บอกทุกอย่างออกไปหมดแล้ว ชาวบ้านหลายคนมีท่าทีหวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น บางคนก็ร้องไห้คร่ำครวญกับครอบครัวที่ต้องสูญเสีย“แล้วลูกหลานของเราที่เป็นซอมบี้ล่ะ ก่อนหน้านี้พวกเขายังเป็นคนธรรมดาอยู่เลย ทำไมพอโดนโจรจับไปถึงกลายเป็นซอมบี้ได้ หรือคนพวกนั้นทำให้พวกเขากลายเป็นซอมบี้” ชา
พวกเขาที่ไม่ได้ชอบดูภาพยนตร์หรืออ่านนิยายถึงกับอึ้งตะลึง ไม่คิดว่าโลกนี้จะจินตนาการไปถึงขั้นทำให้ศพคนคืนชีพด้วยไวรัส และที่น่าตกใจกว่าก็คือมันถูกทำให้เกิดขึ้นจริง“เป็นไปได้ว่าพวกมันจับพวกเขามาทดลอง” ทีโอคาดเดา ศพเหล่านี้แทบไม่มีบาดแผลบนร่างเลย ไม่เหมือนกับเด็กสองคนที่สวมกอดกันอยู่ในบ้านหลังนั้น ราวกับว่าจับพวกเขามาเพื่อกระทำบางอย่าง“หรือว่า…” นิโคลัสหันไปมองทีโอเขม็ง ความคิดบางอย่างแล่นปราดเข้ามา “พวกมันอยากทดสอบว่าจะสามารถกระตุ้นให้คนธรรมดาสามารถมีพลังพิเศษเพราะถูกซอมบี้ข่วนหรือกัดได้ไหม”“พลังพิเศษ?” กลุ่มคนที่เศร้าโศกเสียใจต่างก็หันมามองชายหนุ่มเมื่อนิโคลัสจุดลูกบอลใจขนาดเล็กบนฝ่ามือ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ต่างก้าวถอยหลัง พอสังเกตดี ๆ ถึงเพิ่งเห็นว่าบนศีรษะของอีกฝ่ายมีใบหูกลมประดับอยู่บนศีรษะซุกซ่อนอยู่ในกลุ่มผม“พวกเราควรจัดการกับศพก่อนหรือเปล่า” หงส์พูดแทรก มายืนกันในป่าแบบนี้ เกิดมีซอมบี้ขึ้นมาล่ะยุ่งเลยทุกคนจึงได้สติกลับมา ต่างคนต่างช่วยกันทยอยขนซากศพของลูกหลานตนเองมายังลานกว้างของหมู่บ้าน ระหว่างทางก็ไม่ลืมขนย้ายศพของคนอื่นมาด้วยนี่ทำความสะอาดบ้านเสร็จเธอยังต้องมาทำความสะอาดหม