แดนสวรรค์ , หุบเขาวังมังกรฟ้า
"เรียนมหาเทพ นายท่านยังไม่ออกจากฌานขอรับ"
ภูติหิ่งห้อยอาเล่ย ภูติรับใช้คนสนิทของเทียนหั่วหลงรายงานมหาเทพผู้ครองแดนสวรรค์ที่วันนี้เขามีเรื่องต้องคุยกับเจ้าของหุบเขาวังมังกรฟ้าแห่งนี้ให้กระจ่าง
"ข้าจะเข้าไปดึงเจ้ามังกรหัวดื้อออกจากฌานให้ท่านเอง"
เสียงหงุดหงิดใจของพยัคฆ์ขาวไป๋จินซวนเอ่ยขึ้น
เดิมที่วิสัยของไป๋จินซวนชอบอิสระ เป็นหนุ่มเจ้าสำราญ พูดจาโผงผาง หากคนไม่สนิทด้วยจะมองว่าเขาก้าวร้าวไม่รู้จักยำเกรงผู้อาวุโสกว่า
"เจ้าเสือขาวอันธพาล เอะอะก็จะใช้แต่กำลัง"
เสียงสตรีนางหนึ่งเหินเวหาลงมายืนเคียงข้างมหาเทพเทียนวั่งพร้อมกล่าวตำหนิไป๋จินซวน
"หงส์เพลิงเช่นเจ้ากล้าตำหนิผู้อาวุโสกว่าเช่นข้ารึ!"
"ทำไมจะไม่ได้ในเมื่อเจ้าแก่แต่อายุ หากสมองอ่อนกว่าข้ายิ่งนัก"
หงส์เพลิงจูฮวาเหยียน สตรีนางเดียวที่เป็นหนึ่งในสี่สัตว์เทพแลบลิ้นปริ้นตาเย้าแหย่คู่กัดอย่างพยัคฆ์ขาวไป๋จินซวน
"พวกเจ้าสำรวมด้วย"
เสียงทุ้มมาพร้อมรูปลักษณ์ที่สงบนิ่งและงดงามของเต่าดำเสวียนอวี่ดังปราม
"คาราวะมหาเทพเทียนวั่ง"
ผู้อาวุโสสุดอย่างเต่าดำรีบค้อมคำนับองค์มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ทำให้ทั้งไป๋จินซวนและจูฮวาเหยียนรีบน้อมคำนับตาม
"พวกเจ้ามีวิธีอันใดที่จะให้มังกรฟ้าออกจากฌานได้หรือไม่"
มหาเทพเทียนวั่งหารือกับเหล่าสัตว์เทพทั้งสามที่มีพลังวิญญาณของเขาอยู่ในร่างกายถึงแปดส่วนจึงกลายมาเป็นสัตว์เทพบนแดนสวรรค์แห่งนี้
"นิสัยของมังกรฟ้าใช่ว่าท่านจะไม่รู้จัก"
เสวียนอวี่ที่มีอายุมานานถึงสี่พันปีกล่าวขึ้น
"มังกรฟ้าคงหมดหนทางจะตามหาสตรีนางนั้นจึงตั้งใจหลบหน้าเซียนท่านอื่นด้วยการเข้าฌานแทน"
"เจ้าเสือนิสัยไม่ดีอย่ามาใส่ร้ายหลงหลงของข้านะ! คนฉลาดอย่างเขามีหรือจะอับจนหนทางตามหาพลังวิญญาณกลับมา"
"งั้นเจ้าบอกเหตุผลมาสิ เหตุใดมังกรฟ้าถึงเข้าฌานนานเพียงนี้"
"เพราะเขาฉลาดกว่าเจ้าคงคาดเดาเอาไว้แล้วว่าการดึงพลังกลับมาอาจต้องใช้พลังเยอะเลยต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้"
จูฮวาเหยียนเถียงไป๋จินซวนคอเป็นเอ็นที่กล้ากล่าวหาผู้มีพระคุณแถมยังเป็นชายในดวงใจของนาง
"ชิ! แตะไม่ได้เชียวนะเจ้ามังกรเฒ่าเนี่ย"
"หากยังไม่เลิกปากเสียข้าจะย่างเสือกินก็วันนี้แล"
"กลัวจังเลย"
"นี่เจ้า!"
"พอได้แล้ว"
เป็นมหาเทพเทียนวั่งที่ทนเสียงโวยวายของสัตว์เทพทั้งสองนี้ไม่ไหวจึงได้เอ่ยปากห้ามปราม
"นายท่านเจ้าได้บอกไว้หรือไม่จะออกจากฌานเมื่อไร"
มหาเทพเทียนวั่งเอ่ยถามภูติข้างกายมังกรฟ้า
"นายท่านไม่ได้สั่งการเรื่องเวลาข้าน้อยไว้ บอกเพียงแค่ว่าห้ามผู้ใดเข้ามาทำลายความสงบของที่นี่"
ปลายเสียงออกแนวแผ่วเบาลงเมื่อสายตาของภูติหิ่งห้อยแอบชำเรืองมองไป๋จินซวนกับจูฮวาเหยียนเงียบ ๆ
"เจ้ามังกรเฒ่าสั่งห้ามเจ้ามาที่นี่ได้ยินหรือยัง"
ไป๋จินซวนเหน็บแนมสตรีเพียงหนึ่งเดียวหวังให้เจ็บปวดใจเล่น
"เจ้าภูติเรืองแสงนี่เอ่ยชื่อข้าตอนไหน"
จูฮวาเหยียนลอยหน้าลอยตาไม่สนใจสายตาที่ภูติหิ่งห้อยมองนางตอนที่แจ้งประสงค์ของเจ้านายให้ฟัง
ในเมื่อมังกรฟ้าไม่ได้แจ้งชื่อใครไว้เป็นพิเศษ เหตุใดนางจะต้องยอมรับว่าเขาหมายถึงตัวนางที่จะมาทำลายความสงบสุขในหุบเขาวังมังกรกัน
"เฮ้อ พวกเจ้าเงียบเสียงสักเค่อหนึ่งได้หรือไม่"
"ไม่!"
สองเสียงประสานตอบเสวียนอวี่ทำเอาคนเงียบ สุขุมอย่างเต่าดำถึงกับส่ายหน้าเลิกสนใจสองคนนี้ทันที
"ท่านมหาเทพมีแผนการอันใดหรือไม่"
มหาเทพเทียนวั่งไร้คำตอบ เขามองไปยังประตูถ้ำที่ถูกผนึกด้วยอาคมของมังกรฟ้าไม่ให้คนนอกเข้าไปรบกวน
เขตอาคมแค่นี้มหาเทพอย่างเขาหรือจะแก้มิได้ เพียงแต่มหาเทพเทียนวั่งอยากให้เกียรติคนที่อยู่ด้านในไม่อยากบุกรุกเข้าไปตามใจตนให้ถูกครหา
"คงทำได้เพียงต้องรอ" เสียงปล่อยวางดังขึ้น
ไม่รู้ว่ามังกรฟ้าผู้นี้จะให้เหล่าทวยเทพบนชั้นฟ้ามาถลกผมดำบนศีรษะเขาให้หมดก่อนขึ้นสีขาวหรือไร บอกจะเข้าฌานเพียงไม่กี่วันแล้วค่อยลงไปตามหาพลังวิญญาณที่ถ่ายทอดให้สตรีท้องแก่นางนั้แต่กลับเงียบหาย
นี่ก็ผ่านมาครึ่งปีสวรรค์แล้วที่เทียนหั่วหลงหลบเข้าฌาน ยังไม่พอให้เขารวบรวมพลังแล้วออกตามหาทายาทของสตรีนางนั้นที่ตอนนี้น่าจะโตเป็นสาวอีกหรือ
ครึ่งปีที่เขาไม่อยู่รอยร้าวของเขตอาคมแดนบูรพาอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นมหาเทพเทียนวั่งที่คอยใช้พลังวิญญาณของตนส่งเสริมให้เป็นบางครั้งคราว แต่เพราะเขตอาคมถูกสร้างไว้ด้วยสี่สัตว์เทพคุ้มกันเท่านั้น ต่อให้เป็นพลังของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ก็ช่วยได้เพียงชั่วคราวไม่ยั่งยืนเหมือนพลังวิญญานสัตว์เทพโดยสมบูรณ์
แวบ...
ทว่ามหาเทพตัดพ้อความผิดของมังกรฟ้าในใจได้เพียงครู่เดียว แสงสีเขียวมรกตราวพฤกษาบริสุทธิ์ก็พวยพุ่งออกมาจากปากถ้ำที่พวกเขายืนรออยู่
"นายท่านออกจากฌานแล้ว"
ภูติหิ่งห้อยรีบน้อมคำนับเพื่อเป็นการต้อนรับการออกจากฌานของเจ้านายที่รอคอยมาหลายปี
"อาหลง อื้อ ๆ"
เสวียนอวี่รีบร่ายอาคมปิดปากจูฮวาเหยียนพร้อมจองจำทั้งไป๋จินซวนไม่ให้เข้ามาวุ่นวายการหารือธุระในครั้งนี้
"เจ้าออกมาแล้ว"
"คำนับมหาเทพ"
มังกรฟ้าเทียนหั่วหลงผู้ปกครองเขตแดนบูรพารีบคุกเข่าทำความเคารพนายเหนือหัวทันที
"ลุกขึ้นเถิด"
รอยยิ้มและแววตาของมหาเทพเทียนวั่งที่มองเทียนหั่วหลงช่างอบอุ่นยิ่งนัก
จะไม่ให้เขามองมังกรฟ้าตนนี้อย่างอบอุ่นได้เช่นไร ในเมื่อครึ่งหนึ่งของมังกรฟ้ามีโลหิตของเขาไหลเวียนอยู่
"ข้าขออภัยที่ใช้เวลาเข้าฌานนานเช่นนี้"
"เจ้าคงมีเหตุผล"
ในแววตาของมหาเทพเทียนวั่งที่มองเทียนหั่วหลงมีแต่ความเข้าอกเข้าใจเขา
หรือนี่จะเรียกว่าการเชื่อใจกันและกันของสัตว์คู่กายและนายของมัน
"หนึ่งปีก่อนที่พลังข้าอ่อนแรงลงจนทำให้ครึ่งปีให้หลังเขตอาคมสั่นสะเทือนเกิดรอยร้าว ข้าควรรีบตามหาพลังคืนตั้งแต่ตอนนั้น ทว่าไม่รู้ผู้ใดกันที่สามารถผนึกปราณอัคคีของข้าได้ ทำให้หาเบาะแสไม่พบว่าตอนนั้นปราณอัคคีข้าอยู่ที่ใด"
เทียนหั่วหลงรีบอธิบายถึงสิ่งที่เขาเก็บงำเอาไว้มาตลอดให้ทุกคนที่อยู่ที่แห่งนี้เข้าใจในการกระทำของเขา
"มนุษย์ผู้ใดถึงได้มีอาคมแก่กล้าสามารถปิดผนึกพลังสัตว์เทพอย่างพวกเราได้"เสวียนอวี่กล่าวอย่างสงสัย"ผู้ที่สามารถผนึกพลังเทพได้ต้องเป็นขั้นปรมาจารย์หรือไม่ก็นักพรตที่บำเพ็ญเพียรไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยปีมนุษย์"ทั้งเต่าดำและมังกรฟ้าต่างคิดเช่นเดียวกับสิ่งที่มหาเทพเทียนวั่งกล่าว"ที่เจ้าออกฌานในครั้งนี้เพราะสะสมพลังวิญญาณได้มากแล้วหรือ"มหาเทพเทียนวั่งรับรู้ถึงพลังที่ไหลเวียนในตัวของตนเองเพิ่มพูลขึ้น เช่นนี้แปลว่ามังกรฟ้าคงสั่งสมพลังมาได้มากเช่นกัน"ได้กลับคืนมาประมาณหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอถึงห้าในสิบส่วน"เข้าฌานมาครึ่งปี อย่างน้อยพลังใหม่บวกพลังเก่าที่หลงเหลืออยู่ต้องได้กลับคืนมามากกว่าแปดส่วนถึงจะถูก หากเป็นเช่นนี้เท่ากับว่าการเข้าฌานของเขาเสียเวลาเปล่าแล้ว"หรือเพราะพลังวิญญาณครึ่งหนึ่งของเจ้าอยู่กับมนุษย์ ทำให้การเพิ่มพลังวิญญาณขัดแย้งกัน"เทียนหั่วหลงก็คิดเช่นเดียวกับที่มหาเทพเทียนวั่งกล่าว"แล้วเหตุใดจู่ ๆ เจ้าถึงออกจากฌาน หรือว่าพวกข้ามารบกวน" เสวียนอวี่ถามไถ่บ้าง"มิใช่เพราะเหตุนั้น เมื่อครู่แม้จะแค่ประเดี๋ยวเดียวแต่ข้าก็รับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณที่หายไป""หมายความเช่นไร"ไม่ใช่แค่มหาเทพ
"ศิษย์จะรีบไปรีบกลับ ท่านเจ้าสำนักโปรดดูแลตนเองด้วย"วันนี้เป็นวันที่หลี่ชิงชิงจะได้ลงเขาครั้งแรกตั้งแต่มาอาศัยอยู่ที่นี่บรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องต่างพากันมายืนส่งนางลงเขาด้วยความเป็นห่วง ยกเว้นคนเดียวที่ใบหน้าบ่งบอกถึงความสุขยามที่ไม่มีนางอยู่บนเขาเมฆาแห่งนี้"ศิษย์น้องห้า เจ้าต้องรักษาตัวเองให้ดี อย่าได้ใจร้อนโผงผาง พบเจอมิตรจงผูกไมตรี หากพบอันตรายจงเอาตัวรอดให้ได้"หยวนอวิ๋นกล่าวสั่งสอนศิษย์น้องที่เขาทั้งรักและเอ็นดูนางเป็นที่สุด โดยหารู้ไม่ว่าการกระทำที่อบอุ่นของเขาทำให้จิตใจของสตรีนางหนึ่งเกิดความมืดขึ้น"ศิษย์น้องสาม เจ้าดูสายตาศิษย์พี่ใหญ่สิ อาลัยอาวรน้องห้ายิ่งนัก"หงยวี่ ศิษย์ลำดับที่สองของสำนักเมฆาล่องลอยพูดเชิงเสี้ยมให้อีกคนที่มีใจให้กับหยวนอวิ๋นเกิดความคับแค้นใจต่อหลี่ชิงชิงสองมือแน่งน้อยกำหมัดแน่นยามที่ได้ฟังคำยุยงนั้นของศิษย์พี่รองนาง"ท่านเจ้าสำนักจะให้น้องห้าลงเขาคนเดียวหรือเจ้าคะ"เยว่ฟางปรับเปลี่ยนสีหน้าได้เร็วยิ่งนัก ความมาดร้ายในดวงตาเมื่อครู่หายไปแล้ว มีแต่ความใสซื่อปรากฎขึ้นแทนหงยวี่เห็นศิษย์น้องสามตีสองหน้าเก่งเช่นนี้ถึงกับชื่นชมในใจ"ความจริงมีเสี่ยวเซียงไปกับข
"ว้าว! ที่นี่หมู่บ้านตงเหลียงของเจ้าหรือ"หลังออกจากประตูมิติของเจ้าสำนักหยวนจี กว่างเซียงเซียงก็ได้เปิดหูเปิดตากับบรรยากาศของหมู่บ้านนอกเขตเขาเมฆาในรอบหลายสิบปี"แต่ก่อนไม่เห็นสวยงามเช่นนี้เลย"หลี่ชิงชิงมองบ้านเกิดตนเองพลางวิเคราะห์ตอนที่นางอยู่จนถึงเก้าขวบ เหตุใดหมู่บ้านไม่ครึกครื้นเช่นตอนนี้ ดูเสาโคมไฟที่สูงตระหง่านตรงนั้นสิ เมื่อก่อนไม่เห็นจะมี แล้วไหนจะต้นไม้ดอกไม้ที่ขึ้นทั้งสองข้างทางเดินเข้าหมู่บ้านอีก ตอนที่นางแปดเก้าขวบยังไม่เห็นจะผลิดอกชูช่อสวยงามเช่นตอนนี้สักนิด"ข้าอยากเห็นข้างในหมู่บ้านเจ้าแล้ว รีบเข้าไปเถอะ"กว่างเซียงเซียงตื่นเต้นกว่าเจ้าของถิ่นเกิดเสียอีก นางทั้งดึงพลางวิ่งนำให้หลี่ชิงชิงที่ดูโอ้เอ้เดินตามให้ไว"ช้าก่อนเซียงเซียง"จู่ ๆ หลี่ชิงชิงก็รู้สึกถึงความผิดปกติของหมู่บ้านแห่งนี้ถึงแม้นางจะจากไปถึงแปดปีแล้ว แต่หมู่บ้านที่ห่างไกลเมืองหลวงไร้ขุนนางเหลียวแลมาแต่ไหนแต่ไร ไม่น่าเจริญจนสวยงามรวดเร็วถึงเพียงนี้ ลางสังหรณ์บางอย่างกำลังบอกนางว่าอย่าเข้าไปเด็ดขาด"มีอะไรหรือ"กว่างเซียงเซียงรีบหยุดเท้าที่กำลังจะก้าวข้ามเขตเสาโคมที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าหมู่บ้าน"ข้ารู้สึก
"เจ้าดูนั่น ของกินเยอะแยะเลย"หลังจากเข้ามาในดินแดนมายาอย่างไม่รู้ตัว ทั้งกว่างเซียงเซียงและหลี่ชิงชิงยังคงเดินวนเวียนอยู่เพียงตลาดกลางหมู่บ้าน พวกนางวิ่งเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ราวกับหลงลืมว่ามาที่หมู่บ้านนี้เพื่อการใด"ข้าต้องซื้อไก่กลับไปฝากท่านอาสี่ แล้วก็สุราเลิศรสไปฝากท่านพ่อ"หลี่ชิงชิงกำลังถูกวิชามายาควบคุมจิตใจ นางเดินไปยังร้านขายไก่สดเพื่อซื้อไก่ดั่งใจหมาย เสร็จแล้วจึงไปที่ร้านสุราเพื่อซื้อสุราหมักขึ้นชื่อของหมู่บ้านมาไหหนึ่ง"ชิงชิงเจ้ามาดูนี่สิ หอมจัง ข้าอยากกิน"กว่างเซียงเซียงกวักมือเรียก นางยืนอยู่หน้าร้านขายเกี๊ยวน้ำกลิ่นหอมโชยมาแต่ไกลจนท้องน้อย ๆ ส่งเสียงประท้วง"เถ้าแก่ ขอเกี๊ยวน้ำสองชาม"กว่างเซียงเซียงเห็นสหายรักเดินมาจวนจะถึงร้านจึงรีบสั่งเถ้าแก่ตัวอ้วนพุงพุ้ย"มานั่งนี่มาหลี่ชิงชิงสหายรักข้า บ้านเกิดเจ้านี่ช่างงดงามจนข้าไม่อยากกลับเขาเมฆาอีกเลย"แววตากว่างเซียงเซียงไร้ประกายขัดแย้งกับสิ่งที่นางกล่าว หากคนดีใจหรือชมชอบสิ่งที่เป็นอยู่ดวงตานั้นต้องเป็นประกาย เหตุใดสหายตรงหน้าดวงตาถึงได้อับแสงลงเช่นนั้น"เกี๊ยวน้ำของเสี่ยวชิงกับเสี่ยวเซียงมาแล้ว"เสียงเถ้าแก่ร้านเกี๊ยว
หลังจากช่วยหลี่ชิงชิงออกมาจากแดนมายาของฮุ่ยเฟิ่งได้แล้ว เทียนหั่วหลงก็พานางมายังถ้ำแห่งหนึ่งบนเขาเซียนลู่ ถ้ำที่เขาเคยลงมาบำเพ็ญตบะแล้วพบเจอมารดาของนาง"แม่นางผู้นี้เป็นเช่นไรบ้างขอรับ"ภูติหิ่งห้อยจุดแสงสว่างด้วยพลังวิญญาณของมัน พลันถ้ำทั้งถ้ำก็สว่างไสวเผยให้เห็นร่างกายของสตรีที่เพิ่งช่วยเหลือมาเต็มตา'ดั่งคาด ร่างกายนางผู้นี้วิเศษยิ่งนัก'เทียนหั่วหลงสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าของหลี่ชิงชิงพบว่าร่างกายที่ถูกอัคคีมรกตลุกโชนไม่มีบาดแผลเผาไหม้สักนิดเดียว ราวกับว่าพลังวิญญาณของเขายอมรับนางผู้นี้เป็นเจ้าของอีกคน"นายท่าน! อัคคีมรกตท่านลุกโชนอีกแล้ว"แม้แต่ภูติหิ่งห้อยยามเข้าใกล้ปราณนี้ยังต้องถอยห่างเทียนหั่วหลงวางผ่ามือลงบนหน้าผากหลี่ชิงชิงเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของที่แท้จริงให้ปราณอัคคีมรกตในตัวนางรับรู้ ไม่นานไฟนั้นก็สงบลง"อาเล่ย เจ้าจงไปหาหญ้าเจ็ดสี หนามเม่นแดง น้ำค้างบริสุทธิ์บนยอดเขามาให้ข้าที""นายท่านจะใช้มันทำการใดขอรับ"ของทั้งสามล้วนเป็นของวิเศษที่หายาก หากแต่ไม่คณามือภูติหิ่งห้อยอาเล่ยผู้นี้"ข้าจะหลอมเป็นยาปลุกพลังปราณในตัวสตรีนางนี้"พลังปราณเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกวิชาต้องมี หากแต่เมื่
"ตอนที่พวกท่านเจอข้าเห็นสตรีอีกนางหรือไม่ หน้าตาสะสวยสวมชุดสีเดียวกับข้าเช่นนี้เลย"หลี่ชิงชิงร้อนใจเหลือเกิน หากกว่างเซียงเซียงไม่อยู่ที่นี่คงคิดได้เหตุผลเดียวคือนางยังคงติดอยู่ในเขตแดนของปีศาจฮุ่ยเฟิ่ง"ข้ามิพบผู้ใดนอกจากท่าน ว่าแต่ท่านกำลังตามหาสหายอยู่หรือ"วิสัยของมังกรฟ้าไม่ใช่คนช่างจ้อชวนคุย หากแต่ตอนนี้เขาต้องทำให้สตรีนางนี้เชื่อใจเขาเพื่อที่จะได้ขอพลังวิญญาณในตัวของนางคืน โดยตรง ไม่แน่วิธีนี้อาจจะได้ผลกับทั้งสองฝ่ายโดยไม่ต้องสูญเสียสิ่งใด"หมู่บ้าน! ข้าต้องรีบกลับหมู่บ้านตงเหลียง"หลี่ชิงชิงไม่สนใจคำถามของมังกรฟ้า นางร้อนใจเป็นห่วงกว่างเซียงเซียงจนรีบลุกจากแท่นหินที่นอนอยู่ ทว่าเพราะร่างกายที่ถูกอัคคีมรกตใช้พลังกายไปหลายส่วนยังไม่ฟื้นดีทำให้เรี่ยวแรงนางยังไม่กลับมา แข้งขาเลยอ่อนแรงมีอาการหน้ามืดจนเกือบล้มตกจากแท่นหิน โชคดีที่เทียนหั่วหลงมือไวคว้านางไว้ได้ทัน"อ้ะ! ขอบคุณคุณชาย"เทียนหั่วหลงช่วยพยุงหลี่ชิงชิงให้กลับมานั่งที่เดิม"แม่นางไม่ต้องรีบร้อน ตอนนี้หมู่บ้านตงเหลียงปลอดภัยดี"สิ่งที่ได้ยินทำให้หลี่ชิงชิงที่อยู่ในอาการมึนหัวเพราะร่างกายอ่อนแรงรีบผินสายตาขึ้นมองเทียนหั่วห
: ปราบปีศาจ :----------- ----------- -----------หลังจากวางแผนมาแล้วร่วมหนึ่งก้านธูป ข้อสรุปจึงอยู่ที่หลี่ชิงชิงบุกเข้าไปในแดนมายาของปีศาจกลืนฝันฮุ่ยเฟิ่งเพื่อก่อกวนให้เขาหย่อนการป้องกันแล้วให้พวกของเทียนหั่วหลงช่วยคลายมนตร์สะกดให้กับชาวบ้านและพาออกจากหมู่บ้านแห่งนั้น"เจ้าเก็บไว้"เทียนหั่วหลงยื่นกระดิ่งสลักมังกรให้สตรีตรงหน้า"นี่คืออันใด"นางยกกระดิ่งห้อยพู่สีขาวขึ้นดูพลางเขย่าเบา ๆ ทว่ากลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา"นี่คือกระดิ่งเรียกมังกร""กระดิ่งเรียกมังกร ท่านเคยเห็นมังกรด้วยหรือ"หลี่ชิงชิงตื่นเต้นยิ่งนักเมื่อได้ยินชื่อสัตว์ที่ใคร ๆ ต่างยกย่องว่าเป็นเทพแห่งมหาอำนาจและความร่ำรวย"สตรีนางนี้โง่เง่านัก"เทียนหั่วหลงรีบเบือนหางตามองภูติหิ่งห้อยอาเล่ยที่ยังไม่เลิกแสดงออกว่าไม่ชอบมนุษย์ผู้นี้จนเขาเงียบเสียงแล้วหลบหน้าหนี"เป็นเพียงชื่อเรียกที่ช้าตั้งขึ้นตามลายสลักของมัน"เทียนหั่วหลงบิดเบือนความจริงเพราะไม่อยากให้หลี่ชิงชิงซักไซ้ต่อกระดิ่งเรียกมังกร ทำขึ้นจากการหลอมกระดูกหนึ่งชิ้นจากร่างมังกรให้กลายเป็นกระดิ่ง จากนั้นก็เชื่อมพลังวิญญาณลงไปส่วนหนึ่งไว้ใช้สื่อสารทางและใช้ติดตา
ยามอยู่บนสวรรค์เห็นหงส์เพลิงจูฮวาเหยียนจับมือถือแขนนายอย่างเทียนหั่วหลงว่าไม่ชอบใจแล้ว แต่กับมนุษย์นางนี้เขารู้สึกไม่ถูกชะตามากกว่า หากให้เลือกสตรีหนึ่งในสองนางนี้อยู่ข้างกายมังกรฟ้า ภูติหิ่งห้อยขอเลือกหงส์เพลิงที่ทั้งสง่างามและฐานะเหมาะสมแทนดีกว่า"เป็นข้าที่ทำพวกท่านเสียเวลา"ใครรักใครเกลียดเหตุใดนางจะไม่รับรู้ เพียงแค่หลี่ชิงชิงชอบสร้างมิตรมากกว่าศัตรูนางจึงนิ่งเฉยไม่โต้ตอบท่าทีของภูติหิ่งห้อยอาเล่ยที่เสียมารยาทต่อนางมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว"เช่นนั้นระวังตัวด้วย""ขอบคุณ พวกท่านเองก็เช่นกัน"ทั้งสามจึงแยกย้ายกันออกไปทำหน้าที่ของตน"นายท่านมั่นใจฝีมือนางผู้นั้นกี่ส่วนขอรับ"แค่ปลุกพลังปราณตื่นรู้ได้ใช่ว่านางจะใช้อาคมเป็นแล้วสักหน่อย ไม่รู้สตรีนางนั้นจะดีใจอะไรขนาดนั้นกัน"ข้าเชื่อในอัคคีมรกต"เทียนหั่วหลงและพลังวิญญาณในตัวหลี่ชิงชิงต่างสื่อถึงกันได้ เขากล้ารับรองเลยว่าหากนางตกอยู่ในอันตรายเพลิงอัคคีมรกตของเขาในตัวนางต้องปกป้องหลี่ชิงชิงแน่นอน"เช่นนั้นเรารีบจบศึกครั้งนี้เถิดขอรับ ข้าอยากให้นายท่านดึงพลังวิญญาณออกมาจากตัวนางแล้ว"เทียนหั่วหลงไม่เคยเห็นอาเล่ยแสดงท่าทีไม่ชอบพอผู้ใดได้ถึ
"เป็นพระมหากรุณาธิคุณเพคะ"หลี่ชิงชิงแอบชำเรืองมองเห็นมังกรฟ้ายิ้มให้ตนอยู่จึงรีบหลบสายตานั้นบ้าจริง! ทำไมนางต้องใจสั่นเช่นนี้ด้วย พวงแก้มก็ร้อนวูบวาบ หัวใจยังมาเต้นแรงจนยากควบคุมอีก"หงส์เพลิงจูฮวาเหยียน""เพคะมหาเทพ""แม้เจ้าจะมีความชอบในศึกครั้งนี้ หากแต่ไม่สามารถลบล้างความผิดก่อนหน้าได้""เรียนมหาเทพ หากเป็นเรื่องสับเปลี่ยนตะวันจันทรา เป็นข้าเองที่ไหว้วานหงส์เพลิงให้ทำเช่นนั้น"เทียนหั่วหลงรู้ว่ามหาเทพเทียนวั่งจะกล่าวโทษเรื่องนี้กับหงส์เพลิงจึงรีบบอกความจริง"มังกรฟ้าไหว้วานข้าก็จริง แต่ถ้าข้าไม่ยินดีทำก็ไม่มีผู้ใดบังคับได้ มหาเทพโปรดลงทัณฑ์ข้าในเรื่องนี้เพียงผู้เดียวด้วย""ฮวาเหยียน"จูฮวาเหยียนคลี่ยิ้มให้กับมังกรฟ้าที่ส่งแววตาเสียใจและรู้สึกผิดให้นาง'ข้าเต็มใจทำเพื่อท่าน'จูฮวาเหยียนบอกทางสายตาให้กับมังกรฟ้า และนางเชื่อว่าคนฉลาดเช่นเขาอ่านแววตานั้นของนางออก"เช่นนั้นเจ้าจงไปรับผิดที่ตำหนักห้วงกาลเวลาของเทพรัตติกาลจู๋อวี่เสีย""น้อมรับพระบัญชามหาเทพ""บัดนี้ทั้งสามพิภพสงบสุขแล้ว ข้ามหาเทพเทียนวั่งขอบคุณทุกการเสียสละของทุกคนในศึกครั้งนี้"กล่าวจบมหาเทพเทียนวั่งก็เร้นกายกลับแดนสุ
หมับ!เทียนหั่วหลงเห็นแววตามุ่งมั่นนั่นแล้วรู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย เขารั้งข้อมือนางไว้แน่น"ข้าจะปลอดภัย"หลี่ชิงชิงหันกลับมาส่งแววตาหวานซึ้งมาให้เขา ในประกายนั่นบอกให้มังกรฟ้าเชื่อใจนาง"เจ้าต้องปลอดภัยกลับมา"หลี่ชิงชิงยิ้มกว้างแทนคำตอบนางหันหน้ากลับไปเผชิญกับจอมมารบรรพกาลที่อยู่ในร่างของหงยวี่บรรยากาศรอบตัวหลี่ชิงชิงเปลี่ยนไป นางถูกพลังของธาตุทั้งห้าที่มองไม่เห็นห้อมล้อมเอาไว้แววตามาดมั่นเต็มไปด้วยความเยือกเย็นไม่ต่างจากเทพสงครามเฉินเสวี่ยทุกย่างก้าวที่หลี่ชิงชิงก้าวเดินเกิดเป็นคลื่นน้ำรองรับน้ำหนักของนาง"จอมมารชั่ว! เจ้าทำลายสำนักเมฆาล่องลอย เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ รวมถึงอาจารย์ป้าของข้า!"ทุกคำของนางช่างหนักหน่วง แววตามุ่งมาดหวังทำลายศัตรูตัวร้ายตรงหน้า"เจ้าลืมผู้ใดอีกหรือไม่"จอมมารบรรพกาลยั่วยุอีกคนให้นึกถึงอดีตที่แสนเจ็บปวดแววตาหลี่ชิงชิงวูบไหวไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาแน่วแน่ดังเดิม"ข้าจะลืมแค้นของท่านแม่ ท่านพ่อ และอาสี่ได้อย่างไร!"วันที่นางรอคอยในที่สุดก็มาถึง หลี่ชิงชิงจะได้ล้างแค้นให้กับครอบครัวที่ล่วงลับเพราะจอมมารตนนี้เสียที"วาจาสามหาวใช้ได้ วิญญาณของแม่เจ้า พ่อเจ้
: เจ้าสาวของมังกรฟ้า :มังกรฟ้าพาหลี่ชิงชิงออกมาจากห้วงจิตของนางได้สำเร็จ"มาได้สักที"มังกรทมิฬฝืนใช้พลังจนเฮือกสุดท้ายจึงเอ่ยประชดเล็กน้อยที่เห็นสหายทำภารกิจลุล่วงหลี่ชิงชิงตื่นจากการควบคุมของจอมมาร นางรีบใช้คัมภีร์เหมันสดับสวรรค์ชำระล้างพร้อมขับไล่วิญญาณชั่วร้ายที่หลงเหลืออยู่ออกจากกายจนหมดสิ้น"พวกเจ้า! พวกเจ้ากล้าขัดขวางแผนการครองใต้หล้าข้า!"เสียงแห่งความเกรี้ยวกราดของจอมมารบรรพกาลดังขึ้น มันใช้พลังทั้งหมดสะบั้นแส้อัสนีกาลของมังกรทมิฬจนขาดกระจายอั่ก!เมื่อเอ็นมังกรถูกทำลาย มังกรทมิฬจึงบาดเจ็บล้มฟุบลงกับพื้นพร้อมกระอักเลือดออกมาก่อนจะหมดสติ ดวงวิญญาณแตกกระจายหายไปกับอากาศ"หลงเซ่อ!"เสียงสัตว์เทพทั้งสี่ประสานกันด้วยความตกใจมังกรฟ้าเทียนหั่วหลงเคียดแค้นยิ่งนักที่ดวงจิตอีกดวงถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตาตน"ข้าจะไม่ยอมให้การเสียสละของมังกรทมิฬสูญเปล่า"มังกรฟ้าได้พลังวิญญาณและอัคคีมรกตกลับมาทั้งหมดแล้ว ตอนนี้มันมีพลังเหนือปีศาจทั้งปวงเฉกเช่นแต่ก่อนเสียงดังเปรี้ยงปร้างพร้อมแสงวาบสว่างไสวปรากฎขึ้นเหนือท้องนภาที่ย้อมไปด้วยสีราวเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผา ไม่นานแส้พิฆาตของอัคคีมรกตก็ฟาดเข้ากั
ภายในห้วงจิตของหลี่ชิงชิงในเวลานี้แตกต่างจากครั้งแรกที่เทียนหั่วหลงเคยเข้ามาพื้นที่เวิ้งว้างแห่งนี้ถูกโอบล้อมไปด้วยทะเลหมอกสีดำทมึน กลิ่นไอความชั่วร้ายของจอมมารบรรพกาลกำลังกลืนกินทุกอย่างที่เป็นตัวตนของนางจากในห้วงจิตนี้มังกรฟ้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง หากเขามัวแต่เดินสุ่มทิศทางอยู่แบบนี้คงหาเจ้าของห้วงจิตไม่เจอ เวลายิ่งมีจำกัดเขาจึงเปลี่ยนแผนการใหม่"กระดิ่งมังกรสำแดงฤทธิ์!"มังกรฟ้าใช้อาคมเรียกกระดิ่งมังกรที่อยู่บนตัวหลี่ชิงชิง เสียงกระดิ่งดังก้องกังวาลรอบกายยากแก่การเดาทิศทางที่มาของเสียงเทียนหั่วหลงรีบตั้งค่ายกลขจัดไอมารออกไปเพื่อเพิ่มการรับรู้ทิศทางของกระดิ่งมังกรให้ชัดเจนอั่ก!เขาสูญเสียพลังวิญญาณไปมาก การใช้อาคมเวทย์ยิ่งขั้นสูงและฝืนใช้มากเท่าไรยิ่งสะท้อนกลับตัวมังกรฟ้าเองมากเท่านั้นเทียนหั่วหลงกลับมาตั้งสมาธิอีกครั้ง เขาหลับตาลงพร้อมกับกำหนดจิตให้แน่วแน่ นึกถึงเพียงหลี่ชิงชิงจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่นานปรากฎแสงสว่างรำไรส่องอยู่ไม่ไกลจากจุดที่มังกรฟ้ายืนอยู่เทียนหั่วหลงมองเห็นคนที่ตามหากำลังนอนขดตัวอยู่บนพื้นโดยมีแสงสีขาวนั้นคอยปกป้องร่างหลี่ชิงชิงเอาไว้ทำให้จอมมารบรรพการไม่สามารถค
ตู้ม!จอมมารหงุดหงิดใจที่เหล่าเทพชั้นต่ำเอาแต่พร่ำบ่นให้เขารำคาญหูจึงซัดพลังโจมตีเทพที่มาใหม่จนได้รับบาดเจ็บเจียนตาย"เสวียนอวี่ ข้าฝากท่านส่งท่านเทพเหล่านั้นกลับสวรรค์ด้วย"มังกรฟ้าเคลื่อนสายตากลับมาสบมองจอมมารในร่างหลี่ชิงชิงต่อภายในอุ้งมือมังกรฟ้าเกิดเป็นกลุ่มพลังสายหนึ่งขึ้นมา"อัคคีมรกตพิฆาต!"การโจมตีที่หนักหน่วงและแข็งแกร่งของมังกรฟ้าสั่นสะเทือนไปทั้งสามภพ จอมมารปัดป้องได้ทว่าก็ถูกพลังโจมตีนั้นทำให้ได้รับบาดเจ็บประมาณหนึ่งเทียนหั่วหลงเห็นสีหน้าหลี่ชิงชิงเจ็บปวดใจเขาก็ปวดตาม'อดทนอีกนิด ข้าต้องช่วยเจ้าให้ได้'เทียนหั่วหลงกลับมารวบรวมพลังอีกครั้งเพื่อโจมตีจอมมารบรรพกาลการต่อสู้ของมังกรฟ้ากับจอมมารดำเนินไปหลายชั่วยาม ทั้งคู่ผลัดกันจู่โจมผลัดกันปัดป้อง พลังวิญญาณของมังกรฟ้าที่ได้จากหลี่ชิงชิงคืนมาจากครานั้นฟื้นคืนแปดส่วน หากแต่ตอนนี้เขาใช้จัดการจอมมารจนแทบจะไม่เหลือเรี่ยวแรงสู้ต่ออั่ก!เทียนหั่วหลงหลบการโจมตีครั้งนี้ไม่ทัน เขาถูกพลังมืดซัดเข้าเต็ม ๆ จนกระอักเลือดเหนียวข้นออกมามังกรทมิฬเห็นท่าไม่ดีหากปล่อยให้มังกรฟ้าสู้ตัวต่อตัวอีกแก่นวิญญาณคงแตกดับเป็นแน่"ข้าฝากทางนี้ด้วย"เท
คราที่หยวนอวิ๋นกำลังจะหมดแรงปรากฎสายอัสนีทมิฬฟาดลงมายังจอมมารบรรพการที่อยู่ในร่างของหลี่ชิงชิงเข้าอย่างจัง"จอมมารน่ารังเกียจ"มังกรทมิฬเทียนหลงเซ่อปรากฎเหนือเวหาด้วยท่วงท่าสง่างาม"คุณชายเทียน"กว่างเซียงเซียงเอ่ยนามผู้ที่เคยช่วยเหลือนางจากปีศาจบุปผา"เจ้ารู้จักเทพผู้นั้น"กว่างเซียงเซียงพยักหน้า หากแต่นางไม่ตอบกลับใด ๆ ในใจรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาหลายส่วนตั้งแต่คนผู้นี้ปรากฎกายขึ้น"เจ้ามีกลิ่นไอของข้า"จอมมารบรรพกาลสูดดมกลิ่นของมังกรทมิฬ"เป็นเพียงเศษเสี้ยวที่ถูกตัดทิ้งของเทพผู้สร้างยังกล้าเอาตัวเองมาเทียบเท่ากับข้า"คำพูดเสียดแทงใจของเทียนหลงเซ่อสร้างความเคืองขุ่นให้จอมมารหลายเท่า มันไม่รอเวลารีบใช้อาคมของเหมันต์สดับสวรรค์ขั้นสามซัดไปยังเทียนหลงเซ่อ"น่าขยะแขยง ยึดร่างกายผู้อื่นไม่พอ ยังลอบใช้พลังของนางอีก เจ้าคงไร้พลังจริง ๆ"เทียนหลงเซ่อหลบการโจมตีได้ก็หาเรื่องยั่วโมโหจอมมารทันทีคนถูกดูถูกแสยะยิ้มชั่วร้ายออกมา"มังกรทมิฬหน้าโง่ คิดหรือว่าเจ้าเพียงคนเดียวจะช่วยมนุษย์นางนี้จากข้าได้""ใครว่าคนเดียวกัน!"เสียงดุดันดังขึ้นพร้อมกับเพลิงกัลป์พวยพุ่งโจมตีร่างของหลี่ชิงชิงอย่างไม่ยั้งมือ"ห
: ศึกสัตว์เทพกับจอมมาร :ถ้ำบนเขาเซียนลู่ผ่านมาแล้วสามวันที่หลี่ชิงชิงแยกทางจากมังกรฟ้ากลับเขาเมฆา ผู้เป็นใหญ่เหนือปีศาจทั้งปวงยังคงไม่มีวี่แววจะฟื้นเทียนหลงเซ่อถ่ายทอดพลังอัคคีกาลเพื่อปลุกให้มังกรฟ้าตื่นจากการจำศีลซึ่งเป็นวิธีการรักษาชีวิตของเผ่ามังกรเมื่อแก่นพลังวิญญาณบาดเจ็บสาหัสจนอาจดับสูญ เผ่ามังกรจะเข้าสู่การจำศีลเพื่อรักษาแก่นพลังวิญญาณของตนไม่ให้ดวงจิตแตกดับอั่ก!เมื่อฝืนใช้พลังเกินขีดจำกัดในสภาพที่ฝืนแยกกายหยาบออกมาหลังหมดคืนจันทร์เพ็ญทำให้มังกรทมิฬบาดเจ็บสาหัสถึงแก่นพลังวิญญาณเช่นกัน เทียนหลงเซ่อกระอักเลือดออกมาทำเอาอาเล่ยที่คอยดูแลไม่ห่างตกใจ"ท่านมังกรทมิฬ!"อาเล่ยรีบเข้ามาช่วยพยุงมังกรทมิฬที่ใบหน้าซีดเซียวร่างกายไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาพักผ่อนบนโขดหิน"ท่านไม่เป็นอะไรนะขอรับ"ภูติหิ่งห้อยเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เทียนหลงเซ่อส่ายหน้าเล็กน้อยบอกว่าตนยังไหว"ทำไมนายท่านถึงยังไม่ฟื้นขอรับ"อาเล่ยมองไปยังมังกรฟ้าที่ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่ที่เดิมเวลาผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว พลังของมังกรทมิฬก็สูสีกับมังกรฟ้าเหตุใดถึงยังไม่สามารถปลุกนายเขาให้ตื่นได้"แก่นวิญญาณของหั่วหลงเสียหายเป็นอย่างมาก ต
หยวนอวิ๋นเห็นถึงความผิดปกติจึงเอื้อมมือไปเขย่าแม่บุญธรรมตนเบา ๆ หากแต่เพียงแค่ปลายนิ้วเขาแตะโดนอาภรณ์สีขาวสะอาดนั้นก็ถูกพลังบางอย่างสะท้อนทำร้าย"ไอมาร!"หยวนอวิ๋นรีบถอยห่างออกมาจากร่างของเจ้าสำนักหยวนจี ไม่นานไอสีดำก็พวยพุ่งเป็นกลุ่มควันลอยออกมาจากร่างของหยวนจีสร้างความแตกตื่นหวาดกลัวให้กับเหล่าศิษย์ทั้งหลาย"ไม่จริง! เป็นแบบนี้ได้เช่นไร"หลี่ชิงชิงมีพลังปราณแท้ตื่นรู้ที่บริสุทธิ์ ไอมารแค่นี้ทำอะไรนางไม่ได้ ร่างงามจึงเดินผ่ากลุ่มไอชั่วร้ายนั้นไปยังร่างของหยวนจีที่นอนสงบนิ่งนางสะบัดมือเพียงครั้งกลุ่มไอชั่วร้ายก็สลายหายไปจากพลังของเหมันต์สดับสวรรค์ขั้นชำระล้าง"อาจารย์ป้า"หลี่ชิงชิงเอื้อมมือไปประคองหยวนจีขึ้นมาพิงไว้ที่ตัวนางเองร่างกายของหยวนจียังอุ่นอยู่ นางเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน เมื่อคำนวณดูเวลาแล้วน่าจะเป็นช่วงที่มีปีศาจกลุ่มนั้นปรากฎที่หน้าถ้ำ"ฝีมือใคร!"เสียงเย็นยะเยือกของหลี่ชิงชิงดังขึ้นบัดนี้ดาวของเจ้าสำนักหยวนจีดับมืดล่วงหล่นไปแล้ว"ศ...ศิษย์พี่...สาม"เสียงสั่นกลัวของศิษย์น้องเสี่ยวโยวดังขึ้นตอนที่เยว่ฟางปลิดชีพเจ้าสำนักหยวนจีนางไม่ได้สังเกตเห็นเสี่ยวโยวน้อยที่นอนอยู่ใต
: ตกสู่วิถีมาร :ครึ่งชั่วยามต่อมา...หลี่ชิงชิงนั่งเฝ้าเจ้าสำนักหยวนจีอย่างไม่หลับไม่นอน เมื่อเห็นว่าอาจารย์ป้าของนางชีพจรคงที ลมปราณกลับมาเดินปกติจึงผละออกมานั่งคิดถึงเทียนหั่วหลง นางไม่รู้ว่าป่านนี้มังกรฟ้าผู้นั้นจะฟื้นแล้วหรือยัง"กินอะไรก่อนเถิด"หยวนอวิ๋นที่เดินตรวจตราเขตอาคมปากถ้ำเสร็จจึงเดินกลับมาดูแลศิษย์น้องห้า เขาหยิบแผ่นแป้งทอดติดมือมายื่นให้หลี่ชิงชิง"ข้ายังไม่หิว"แม้หลี่ชิงชิงจะปฏิเสธแต่หยวนอวิ๋นก็มองออกว่าศิษย์น้องผู้นี้คงมีเรื่องในใจให้คิดจนกินอะไรไม่ลงมากกว่าเขาจึงเปลี่ยนวิธีแบฝ่ามือออกเพื่อขออะไรบางอย่าง"ถุงเฉียนคุน""อ้อ นี่เจ้าค่ะ"หลี่ชิงชิงรีบปลดถุงเฉียนคุนส่งคืนให้เจ้าของหยวนอวิ๋นรับมาก่อนจะเทเอาของบางอย่างออกมา"ลูกกวาด"หลี่ชิงชิงเห็นลูกกวาดหลากสีถึงกับดีใจ"อ้าปาก"หยวนอวิ๋นแกะลูกกวาดออกมาหนึ่งเม็ดพร้อมสั่งให้คนตาลุกวาวเมื่อเห็นของชอบอ้าปาก"หวานไหม""อื้อ"หลี่ชิงชิงเคี้ยวลูกกวาดที่ศิษย์พี่ใหญ่ป้อนให้ตุ้ย ๆ ด้วยความอารมณ์ดีหยวนอวิ๋นเห็นศิษย์น้องที่เอาแต่หน้านิ่วคิ้วขมวดมาหลายชั่วยามยิ้มออกเขาก็โล่งใจ เผลอเอื้อมมือไปลูบผมหลี่ชิงชิงด้วยความเอ็นดู"ก่อนหน