.
.
“ลงมา!”
ทิศเหนือไม่พูดเปล่าเขาดึงกระชากแขนของกะทิแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ที่จะยอมลงจากรถแต่โดยดีเลย ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมาจนการันต์เองก็อยู่เฉยไม่ได้
“นายเหนือครับ...”
“มึงไม่ต้องยุ่ง!”
“.......”
“ลง!! ไม่ลงใช่ไหม ได้สิกะทิ”
ทิศเหนือหันไปตวาดลูกน้องคนสนิทก่อนจะหันไปรวบมือของหญิงสาวแล้วเอาเข็มขัดที่มัดม้วนรัดข้อมือเล็กๆ เหมือนนักโทษ พร้อมกับกระชากเธอลงจากรถจนสำเร็จ
“คุณทิศเหนือ!! คุณจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้!!”
ทิศเหนือไม่ฟังในสิ่งที่เธอพูด และถึงเธอจะพยายามรั้งตัวเองไม่ให้ไปตามแรงของชายหนุ่มแต่ก็ไม่เป็นผล ทิศเหนือลากกะทิเข้ารีสอร์ตโดยมีการันต์เดินตามหลังไปอย่างเงียบๆ
“มึงไปพักได้แล้ว”
“...ครับ นายเหนือ...”
“ไม่!! พี่การันต์!! อย่าไปนะ! ช่วยฉันด้วย!”
“พี่หรอ? หึ...”
กะทิหันไปเรียกการันต์พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอน แต่การันต์กลับทำได้แค่ยืนเฉยๆ เพราะไม่สามารถขัดคำสั่งของผู้เป็นนายได้ เขา
..กะทิยันร่างของตัวเองขึ้นมาอย่างหมดแรง เธอไม่ได้นอนเลยทั้งคืนแม้ว่าเขาจะหลับไปแล้ว สภาพจิตใจของเธอบอบช้ำไปหมด เขาทำกับเธอทั้งที่รูปภาพพ่อแม่ของเธอยังกระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้อง กะทิมองเหม่อไปยังภาพถ่ายเหล่านั้น สภาพของเธอตอนนี้เหมือนคนที่ไร้วิญญาณอย่างไรอย่างนั้นเรียวตาสวยก้มมองรอยช้ำทั่วร่างไม่มีที่ว่างเว้นเลยแม้แต่ที่เดียว ความรู้สึกเจ็บแปลบที่สะโพกแล่นเข้ามาจนสีหน้าของเธอบิดเบี้ยวอย่างทรมาน ข้อมือที่ช้ำเป็นทาง ข้อเท้าที่ช้ำเพราะแรงบีบ หญิงสาวเอื้อมมือไปลูบรอยช้ำพวกนั้นอย่างเบามือ ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นพร้อมกับความสมเพชตัวเองที่วิ่งตามความแค้นอย่างโง่เขลาทิศเหนือลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นร่างบางนั่งเหม่อมองภาพเหล่านั้นที่เขาโยนใส่เธอ ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นก่อนจะมองผลงานของตนที่เต็มตัวหญิงสาวไปหมด สายตาคมมองดูอย่างเป็นห่วงแต่ก็เปลี่ยนสีหน้าทันควันเมื่อหญิงสาวค่อยๆ หันหน้ามาทางเขาอย่างช้าๆ ไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ยอะไรเขาก็ลุกจากเตียงเข้าห้องน้ำไป กะทิมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกสับสนไม่รู้ว่านานเท่าไหร่เธอยังคงนั่งเหม่ออยู่ที่เดิม ทิศเหนือเด
..“อ้าว...นายเหนือยังไม่รู้หรอครับ? ภรรยาของคุณตั้งครรภ์ครับ”“ฮะ?!! จริงหรอหมอ!!”ทิศเหนือเดินเข้าไปเขย่าหมอที่มาตรวจเหมือนไม่อยากเชื่อ ก่อนรอยยยิ้มจะปรากฏขึ้นความรู้สึกดีใจและสับสนงงงวยปนกันไปหมด การันต์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ช็อกไม่น้อยพร้อมกับความรู้สึกสับสนไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจก่อนดี“ครับ หมอไม่แน่ใจว่ากี่เดือนนายเหนือพาภรรยาไปฝากครรภ์แล้วตรวจดูอีกทีที่โรงพยาบาลดีกว่าครับ”“ท้อง...ลูกฉัน...”“ใช่ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...งั้นหมอขอตัวนะครับ”หมอพูดพร้อมลุกขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะยื่นถุงยาให้ทิศเหนือ ชายหนุ่มรับมาทั้งที่ยังช็อกค้างอยู่อย่างนั้น จนหมอออกจากห้องไป ทิศเหนือมองไปยังร่างของหญิงสาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างดีใจ“ยินดีด้วยครับนาย...”“ขอบใจ... แต่มึงไม่เสียใจใช่ไหม?”“เสียใจอยู่ครับ แต่ดีใจมากกว่ามั้ง”การันต์พูดพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ ให้ผู้เป็นนาย ทิศเหนือหันไปมองหน้าลูกน้องคนสนิทก่อนจะตบบ่าของ
..ภายในบ้านที่กระจัดกระจายไปด้วยสิ่งของที่ถูกผู้คนทำลาย ชายหญิงโดนกระชากผมลากมากองรวมกัน ผู้ชายสี่ห้าคนที่มีอาวุธยืนคุมอยู่ รอยเลือดหยดเต็มพื้นชายหนุ่มรูปร่างกำยำนั่งไขว้อยู่ที่เตียงหรูพร้อมจุดบุหรี่หนึ่งมวนและสูบเข้าเต็มปอด ก่อนพ่นควันของมันไปยังใบหน้าของชายหญิงวัยกลางคนทั้งสอง"ท่านครับ...ผมขอร้องล่ะ...ปล่อยเมียกับลูกผมไปเถอะครับ""ฮึกๆ ฮือๆ คุณคะ อย่าไปขอร้องพวกมัน! ไอ้พวกชั่ว!"ชายวัยกลางคนที่มีเลือดท่วมเต็มหน้าตาที่เคยดูดี ตอนนี้หน้าตาบวมช้ำและรอยแตกเป็นทางยาว เขายกมือขึ้นร้องขอชีวิตของลูกและภรรยาทั้งน้ำตา แต่ภรรยาของเขากลับห้ามไม่ให้เขาทำแบบนั้นผัวะ!!หนึ่งในลูกน้องของชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงใช้ด้ามปืนตบเข้าไปที่หน้าหญิงผู้นั้นจนล้มเลือดกบปากไปกองกับพื้นหญิงผู้นั้นสำลักเลือดออกมาอย่าทรมานลูกน้องคนเดิมทำท่าจะเข้าไปเตะซ้ำแต่ผู้เป็นสามีได้เข้าไปกอดไว้ พร้อมกับก้มหัวร้องของชีวิตชายที่อายุน้อยกว่าเขาอีกครั้ง"ขอร้องล่ะครับ ไว้ชีวิตภรรยา
..ชายหนุ่มนั่งหน้าขรึมแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยสักเท้าแขนกับกระจกรถ พร้อมมองออกไปด้านนอกรถ บรรยากาศภายในรถเงียบสนิทไม่มีคำพูดหรือถามไถ่ใดๆ จากปากของชายหนุ่ม เด็กสาวก็ได้แต่นั่งตัวลีบและก้มหน้างุด ตัวเล็กๆ บางๆ ของเธอสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัวและหวาดระแวง เนื้อตัวมอมแมมเปื้อนดินโคลนเต็มไปหมดพร้อมกับคิดในใจว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่มากับชายคนนี้ เขาช่างดูน่ากลัวและน่าเกรงขามจนเธอแทบจะไม่กล้าหายใจแรงทิศเหนือปรายตาเรียวมองไปที่เด็กสาวที่นั่งตัวสั่นเล็กน้อย สายตาคมกริบนั้นมองสำรวจเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าของเด็กคนนี้ไม่ได้ขี้เหร่เลย กลับดูสวยสดใสเว้นแต่เพียงความสดใสมันได้ถูกขโมยไป จนเหลือเพียงใบหน้าสวยที่ดูเศร้าสร้อยคล้ายกับวิญญาณใกล้จะหลุดออกจากร่างยังไงอย่างนั้นเขามองดูท่าทีแบบนั้นก็ขัดตาไม่น้อย เพราะเขาไม่ชอบคนอ่อนปวกเปียก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กสาวคนนี้สวยจนดึงดูดเขาได้และตรงสเปคไปเสียหมด ถ้าโตขึ้นคงจะสวยมากกว่านี้ไม่น้อย แต่ติดตรงที่ว่าตอนนี้เธอยังดูเด็กเกินไปสำหรับเขา"อายุเท่าไหร่?""...18 ค่ะ"
..หลังจากที่กะทิจัดเก็บห้องของตนพร้อมกับอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็เดินออกมายังลานฝึกเพื่อไปหาเทมป์และถามเขาว่าเธอต้องเริ่มทำอะไรหรือฝึกยังไง เทมป์ที่คุยโทรศัพท์อยู่ก็หันไปมองผู้มาเยือนที่เดินเข้ามาหาเขา ก่อนจะรับปากปลายสายและกดวางไป"นายเหนือสั่งให้ฉันดูแลเธอ""ค่ะ...""ห้ามเธอเข้าไปที่ผับและหอนารี...เด็ดขาด""นายเหนือได้บอกไว้แล้ว""และเธอจะต้องฝึกเหมือนทุกคนที่นี่ เธอจะเปรียบเสมอเทียบเท่ากับลูกน้องนายเหนือเพื่อทำตามสิ่งที่เธออยากทำจนกว่าจะมหาวิทยาลัยจะเปิดเทอม""แล้ว...หนูพอจะไปเดินเล่นหรือนั่งเล่นได้ที่ไหนบ้างคะ""ห้ามออกไปทางที่เข้ามาก็พอ จะเดินที่ไหนก็เรื่องของเธอ แต่ต้องทำงานช่วยที่โรงฝึกนี้ ไม่ว่าจะเป็นความสะอาด ทำอาหาร ซักผ้า ล้างจาน""แล้วหนูจะได้พบกับนายเหนืออีกไหมคะ?""คืนนี้นายจะเข้ามาหาเธอเอง หลังเสร็จงาน""ค่ะ"กะทิตอบแค่นั้นก่อนจะเดินตามเทมป์ไปอ่างล้างจานที่ติดกับกำแพงของโกดัง จานชามกองพะเนินอยู่ที่อ่างนั้น กะทิมองอย่างท้แท้ก่อนจะเข้าไปย
..ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงหลังจากที่กะทิกลับเข้ามาในโรงฝึก เธอเอาแต่นั่งขลุกตัวอยู่แต่ในห้องของตนเองเงียบๆ เพราะเธอยังช็อกกับภาพที่เห็นเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว ความรู้สึกขยะแขยงก่อตัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เคยดื้อแล้วดูหนังโป๊กับเพื่อนมาบ้างแต่ไม่เคยพบเจอจะจะ ตา หรือสัมผัสด้วยตัวเองแบบนี้ แค่นึกถึงตอนที่ตัวเองจะโดนทำแบบนั้นตอนโดนทำมิดีมิร้ายก็รู้สึกคลื่นไส้ ถ้าการันต์ไม่ได้มาช่วยไว้เธอคงจะเป็นสภาพน่าเกลียดแบบนั้นแน่ๆก๊อกๆ“นายเหนือให้มาเรียก”“...ค่ะ”กะทิตะโกนตอบรับก่อนจะหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์ตัวเอง เพราะเธอจะต้องออกไปเจอหน้าคนที่เธอพึ่งเห็นเขามีบทรักอย่างดุเดือดในสวนเมื่อครู่ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องและออกไปยังลานกลางโกดังชายหนุ่มสองคนก่อนหน้านั่งคุกเข่าอยู่กลางลาน ใบหน้าฟกซ้ำและเลือดเต็มใบหน้าไปหมด คนที่ยืนอยู่หน้าชายหนุ่มทั้งสองก็คือทิศเหนือและการันต์ รวมถึงเทมป์เด็กสาวเดินเข้าไปยืนข้างๆ การันต์โดยที่ไม่กล้าเงยหน้ามองผู้เป็นนาย เธอก้มมองแต่รองเท้าหนังราคาแพงของเขาเท่านั้น ทิศเหนือยกย
..“มันคืออะไรล่ะคะ?”“มันคือ.......”“มาแล้วครับน้ำเปล่า”ปกป้องเดินเข้ามาพอดีก่อนที่ปรินทร์จะทันได้พูดจบ กะทิที่ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อก็ถึงกับทำหน้าสลด มันอาจจะเป็นหลักฐานที่สามารถบ่งบอกถึงคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอก็ได้ หญิงสาวปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะหันไปยิ้มให้ปกป้อง“ขอบคุณค่ะ”"ว่าแต่คุยอะไรกันหรอครับ ดูท่าทางเคร่งเครียดเชียว”“คุยเรื่องนายรึเปล่านะ”ปรินทร์พูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ เป็นเชิงหยอกล้อน้องชาย ก่อนจะปรายตามองกะทิที่แอบทำหน้าเสียดายไม่น้อย จริงๆ เขาตั้งใจจะกระตุ้นความอยากรู้ของเธอ เพื่อหวังให้หญิงสาวเข้าไปหาเขาเองโดยที่เขาไม่ต้องไปวิ่งเต้นขอร้องทิศเหนือเพื่อพบเธอก็เท่านั้น และเหมือนว่ามันจะได้ผล ปรินทร์มั่นใจว่ากะทิจะเข้าไปหาเขาที่สน.แน่นอน หรือไม่ก็ติดต่อเขามาทางใดทางหนึ่งไม่ทันได้พูดอะไรต่อของขวัญและเดซี่ก็ถือจานเนื้อสัตว์และผักเข้ามาก่อนจะนั่งลงข้างๆ กะทิ และเริ่มย่างเนื้อที่ตักมาอย่างสนุกสนาน ปรินทร์และกะทิลอบมองกันไปมาก่อนที่ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบจะยื่นทิช
..“งั้นพี่ขอเบอร์น้องหน่อยได้ไหม? เป็นการไถ่โทษ”หนุ่มรุ่นพี่ลดโทรโข่งลงก่อนพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้ากะทิด้วยรอยยิ้มหวาน ทุกคนต่างส่งเสียงโห่เมื่อรุ่นพี่สุดหล่อเดือนคณะจอมเจ้าชู้ได้เลือกเฟรชชี่ที่ถูกใจเสียแล้ว สาวๆ ต่างพาทำหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจที่ตนไม่ถูกเลือกบ้าง“ขอไปทำไมคะ?”“เผื่อมีอะไรพี่จะได้แนะนำให้ไงล่ะครับ”“ที่นี่ไม่มีพี่รหัสหรอคะ?”“อู้หู้วววว วิ้วๆ”ทุกคนถูกใจกับคำตอบของกะทิที่ตอกกลับรุ่นพี่หนุ่มหน้าหล่อจนหน้าหงาย ชายหนุ่มช็อกค้างก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ กับคำตอบของเธอ หญิงสาวตรงหน้าช่างไม่เหมือนใครจนน่าสนใจ“โอเคๆ พี่ชื่อปกป้องนะ เรียกพี่ป้องก็ได้”“ค่ะ”“จ้า...คนสวยได้หมด ไม่สนแปลกๆ บ้างหรอคะพี่ปกป้องขา”“เดซี่ เดี๋ยวก็โดนทำโทษหรอก”ของขวัญสะกิดแขนเดซี่ที่พูดแหนบแนมกะทิและปกป้อง รุ่นพี่หนุ่มเกาหัวแก้เขินก่อนจะบอกบทลงโทษด้วยการให้เต้นท่าตลก เรียกเสียงเฮฮาให้กับวันรับน้องได้เป็นอย่างดี.
..“อ้าว...นายเหนือยังไม่รู้หรอครับ? ภรรยาของคุณตั้งครรภ์ครับ”“ฮะ?!! จริงหรอหมอ!!”ทิศเหนือเดินเข้าไปเขย่าหมอที่มาตรวจเหมือนไม่อยากเชื่อ ก่อนรอยยยิ้มจะปรากฏขึ้นความรู้สึกดีใจและสับสนงงงวยปนกันไปหมด การันต์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ช็อกไม่น้อยพร้อมกับความรู้สึกสับสนไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจก่อนดี“ครับ หมอไม่แน่ใจว่ากี่เดือนนายเหนือพาภรรยาไปฝากครรภ์แล้วตรวจดูอีกทีที่โรงพยาบาลดีกว่าครับ”“ท้อง...ลูกฉัน...”“ใช่ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...งั้นหมอขอตัวนะครับ”หมอพูดพร้อมลุกขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะยื่นถุงยาให้ทิศเหนือ ชายหนุ่มรับมาทั้งที่ยังช็อกค้างอยู่อย่างนั้น จนหมอออกจากห้องไป ทิศเหนือมองไปยังร่างของหญิงสาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างดีใจ“ยินดีด้วยครับนาย...”“ขอบใจ... แต่มึงไม่เสียใจใช่ไหม?”“เสียใจอยู่ครับ แต่ดีใจมากกว่ามั้ง”การันต์พูดพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ ให้ผู้เป็นนาย ทิศเหนือหันไปมองหน้าลูกน้องคนสนิทก่อนจะตบบ่าของ
..กะทิยันร่างของตัวเองขึ้นมาอย่างหมดแรง เธอไม่ได้นอนเลยทั้งคืนแม้ว่าเขาจะหลับไปแล้ว สภาพจิตใจของเธอบอบช้ำไปหมด เขาทำกับเธอทั้งที่รูปภาพพ่อแม่ของเธอยังกระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้อง กะทิมองเหม่อไปยังภาพถ่ายเหล่านั้น สภาพของเธอตอนนี้เหมือนคนที่ไร้วิญญาณอย่างไรอย่างนั้นเรียวตาสวยก้มมองรอยช้ำทั่วร่างไม่มีที่ว่างเว้นเลยแม้แต่ที่เดียว ความรู้สึกเจ็บแปลบที่สะโพกแล่นเข้ามาจนสีหน้าของเธอบิดเบี้ยวอย่างทรมาน ข้อมือที่ช้ำเป็นทาง ข้อเท้าที่ช้ำเพราะแรงบีบ หญิงสาวเอื้อมมือไปลูบรอยช้ำพวกนั้นอย่างเบามือ ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นพร้อมกับความสมเพชตัวเองที่วิ่งตามความแค้นอย่างโง่เขลาทิศเหนือลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นร่างบางนั่งเหม่อมองภาพเหล่านั้นที่เขาโยนใส่เธอ ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นก่อนจะมองผลงานของตนที่เต็มตัวหญิงสาวไปหมด สายตาคมมองดูอย่างเป็นห่วงแต่ก็เปลี่ยนสีหน้าทันควันเมื่อหญิงสาวค่อยๆ หันหน้ามาทางเขาอย่างช้าๆ ไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ยอะไรเขาก็ลุกจากเตียงเข้าห้องน้ำไป กะทิมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกสับสนไม่รู้ว่านานเท่าไหร่เธอยังคงนั่งเหม่ออยู่ที่เดิม ทิศเหนือเด
..“ลงมา!”ทิศเหนือไม่พูดเปล่าเขาดึงกระชากแขนของกะทิแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ที่จะยอมลงจากรถแต่โดยดีเลย ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมาจนการันต์เองก็อยู่เฉยไม่ได้“นายเหนือครับ...”“มึงไม่ต้องยุ่ง!”“.......”“ลง!! ไม่ลงใช่ไหม ได้สิกะทิ”ทิศเหนือหันไปตวาดลูกน้องคนสนิทก่อนจะหันไปรวบมือของหญิงสาวแล้วเอาเข็มขัดที่มัดม้วนรัดข้อมือเล็กๆ เหมือนนักโทษ พร้อมกับกระชากเธอลงจากรถจนสำเร็จ“คุณทิศเหนือ!! คุณจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้!!”ทิศเหนือไม่ฟังในสิ่งที่เธอพูด และถึงเธอจะพยายามรั้งตัวเองไม่ให้ไปตามแรงของชายหนุ่มแต่ก็ไม่เป็นผล ทิศเหนือลากกะทิเข้ารีสอร์ตโดยมีการันต์เดินตามหลังไปอย่างเงียบๆ“มึงไปพักได้แล้ว”“...ครับ นายเหนือ...”“ไม่!! พี่การันต์!! อย่าไปนะ! ช่วยฉันด้วย!”“พี่หรอ? หึ...”กะทิหันไปเรียกการันต์พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอน แต่การันต์กลับทำได้แค่ยืนเฉยๆ เพราะไม่สามารถขัดคำสั่งของผู้เป็นนายได้ เขา
..“มาทำอะไรตรงนี้หรอครับ คุณผู้หญิง”รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อที่ใครๆ เห็นก็ต้องยอมถวายตัวเหมือนต้องมนต์สะกด ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลือล้นนั้นหุบรอยยิ้มลงทันทีที่หญิงสาวหันมาสบตา คิ้วเข้มขมวดเป็นปมสายตาคมที่จ้องมองเธอเหมือนพร้อมที่จะฉีกร่างของเธอเป็นชิ้นๆ กะทิพยายามจะดึงข้อมือตัวเองออกและพยายามจะวิ่งหนีจากคนตรงหน้าคนที่เธอหนีงานแต่งงานที่ต้องแต่งกับเขา“เธอคิดจริงๆ หรอว่าจะหนีฉันพ้น?”“ฉันไม่รู้หรอกว่าจะหนีพ้นไหม แต่ถ้ามีโอกาสฉันก็จะทำ”“ฉันชอบความใจสู้ของเธอจริงๆ ถึงสิ่งที่เธอคิดทำมันจะดูโง่ไปหน่อย”“ปล่อยฉันไปเถอะ เราต่างคนต่างเป็นศัตรูกันจะอยู่ด้วยกันไปเพื่ออะไร?”“หึ...ศัตรูหรอ? เธอเป็นคนของฉันตั้งแต่คืนนั้นที่เธอยอมเป็นของฉันแล้วกะทิ”ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของหญิงสาวที่เอาแต่กัดฟันแน่นเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาพูดขึ้น การันต์มองกะทิอย่างเป็นห่วง แต่ก็ทำได้เพียงแค่มองเท่านั้น เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอ
..ผ่านเรื่องราวยุ่งๆ ไม่เว้นมาแต่ละวัน จนในที่สุดก็ถึงงานวิวาห์ของทิศเหนือและกะทิอย่างที่เขาได้เตรียมการไว้ กะทิมองดูตัวเองในกระจกที่กำลังสวมชุดแต่งงานด้วยแววตาสับสน มันเป็นอย่างที่เขาพูดว่างานแต่งจะมีขึ้นในเดือนหน้า และนี่ก็เป็นเดือนที่เขาได้กล่าวถึงความไม่เข้าใจว่าเขามีแผนอะไรถึงรีบเร่งงานแต่งขนาดนี้ ใบหน้าสวยปิดปากสนิทสีหน้าดูเศร้าสร้อยเมื่อมองตัวเองในกระจก ภายในใจขุ่นเคืองที่ต้องใส่ชุดเจ้าสาวแล้วเข้าพิธีแต่งงานกับคนที่ทำลายครอบครัวของตัวเอง มะนาวและป้าจันทร์ที่คอยช่วยช่างแต่งหน้าและช่างแต่งตัวมองกะทิอย่างเป็นกังวลเมื่อเห็นว่าเธอไม่มีความสุขเอาเสียเลย“ยิ้มหน่อยสิลูก... วันนี้เป็นงานมงคลนะ”“พี่กะทิมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?”“เปล่าหรอก... แค่...”“ไม่ต้องกลัวหรอกนะกะทิ นายเหนือตอนโสดอาจจะเจ้าชู้แต่ว่าตั้งแต่มีหนูเข้ามานายเหนือก็เปลี่ยนไป”“.........”“นายเหนือเป็นคนซื่อสัตย์คนหนึ่ง ไม่ต้องกังวลใจไป”มะนาวพยักหน้าเห็นด้วยกับผู้เป็นแม่ กะทิยิ้มเจื่อนๆ ให้สองแม่ลูกก่อนจะก้มมองช่อดอกไ
..กะทิเดินออกมาจากหลังห้องอาหารแล้วเดินตรงปรี่ไปยังสวนหลังบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ หวังว่าบรรยากาศมันจะทำให้เธอรู้สึกใจเย็นขึ้นมาบ้าง ป้าจันทร์และมะนาวต้องคอยดูแลผู้เป็นนาย ในห้องอาหารจึงไม่ได้เดินตามออกมาแต่อย่างใด เป็นการดีที่เธอจะนั่งเงียบๆ คนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์บ้างทุกอย่างที่คิดกลับไม่เป็นอย่างใจ เมื่อเธอย่อนตัวเองลงนั่งที่โต๊ะไม้หินอ่อนยังไม่ทันถึงห้านาที การันต์ก็เดินตามเข้ามานั่งข้างๆ แต่แปลกที่เขากลับไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมาเหมือนอย่างทุกครั้ง เขาเพียงแค่นั่งเป็นเพื่อนเธออย่างเงียบๆ“ตามมามีอะไรจะพูดก็พูดมา”“ไม่มี”“แล้วตามมาทำไม?”“คำสั่งนาย...”“เหอะ...คำสั่ง? ....งั้นกลับไปเถอะค่ะ เพราะยังไงฉันก็ไปไหนไกลไม่ได้อยู่แล้ว”“...และเป็นห่วงด้วย”คำพูดและน้ำเสียงที่อ่อนลงดูจริงจังจนเธอต้องหันไปมองใบหน้าคนพูดด้วยความอยากรู้ถึงความรู้สึกเวลาพูดออกมา การันต์จ้องมองกะทิด้วยแววตาฉายแววเป็นห่วง แต่ลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงนั้นแอบแฝงไปด้วยความเจ็บปวดจนคนมองรู้สึกได้แ
..เช้าวันใหม่ที่สดใสกลับต้องหนักหนาสาหัสสำหรับคนร่างเล็กทุกเช้า ความรุนแรงของเขาเมื่อคืนมันมากกว่าปกติเพราะฤทธิ์ยาจากที่ปกติเขาก็มักจะรุนแรงอยู่แล้ว ร่างบางหยัดกายลุกจากเตียงใหญ่อย่างอิดโรย มือเล็กจับไปที่แขนแกร่งของชายหนุ่มแล้วยกออกอย่างเบามือ เพราะเกรงว่าเขาจะสะดุ้งตื่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่วายทำให้คนร่างหนาปรือตาตื่นขึ้นมามองเธออย่างงัวเงีย"ตื่นแล้วหรอ?""อืม...""เจ็บหรือเปล่า?""ก็นิดหน่อย"กะทิตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้กับความปวดเมื่อยตามร่างจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่นั้น ทิศเหนือมองดูรอยช้ำเต็มร่างของหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจกับผลงานของตน"ยิ้มอะไร? มีอะไรน่าพอใจหรอไง?""ก็...น่าพอใจอยู่"ดวงตาสวยส่งปรายตามองขวางชายหนุ่มที่หยัดกายขึ้นมานั่งเปลือยท่อนบนอวดแผงกล้ามอยู่บนเตียง ถ้าไม่ติดว่ามีผ้าห่มคงจะเห็นอะไรต่อมิอะไรไปจนหมดเป็นแน่ กะทิเลือกที่จะไม่มองเมื่อเขาลุกขึ้นนั่งแต่เลือกที่จะเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปทิศเห
..ความหื่นกระหายเพิ่มเท่าทวีคูณเมื่อปลายนิ้วเรียวของหญิงสาวลูบไล้ไปมาบนแผงอกแกร่ง แต่ใบหน้าของหญิงสาวอีกคนกลับทับซ้อนหญิงสาวตรงหน้า จึงเรียกสติเขาอีกครั้ง ทิศเหนือเอื้อมมือไปจับข้อมือของดุจดาวก่อนจะสะบัดมันทิ้ง“เหนือคะ! ทิศเหนือ!”โดยที่เขาไม่พูดอะไรและเดินออกจากห้องไปอย่างทุลักทุเล ดุจดาวมองตามหลังชายหนุ่มอย่างไม่พอใจก่อนจะลงอารมณ์โกรธกับหมอนทั้งหมดที่อยู่บนเตียง ความรู้สึกเคียดแค้นหญิงสาวที่พบเจอวันนี้เพิ่มทวีคูณ“กรี๊ดดดดด!! นังเด็กสกปรก! ฉันจะเอาทิศเหนือคืนมาให้ได้!!”เสียงกรีดร้องอย่างคับแค้นใจดังลั่นห้อง แต่ทิศเหนือกลับไม่สนใจเดินออกจากหน้าห้องนั้นกลับเข้าไปในงานแต่ก็เห็นว่างานเลิกไปแล้ว มีเพียงลูกน้องของเขาที่ยืนรอเขาอยู่เพียงเท่านั้น แต่กลับไม่เห็นลูกน้องคนสนิทอย่างการันต์ เขาจึงเข้าใจได้ว่าการันต์คงพาคู่หมั้นสาวกลับบ้านไปแล้ว“พากูกลับบ้าน”เสียงทุ้มบอกลูกน้องก่อนที่ลูกน้องจะเข้ามาพยุงผู้เป็นนายเพราะเขาเริ่มทรงตัวไม่อยู่ และรีบพาลงไป
..กะทิหยุดยืนมองภาพตรงหน้านิ่ง โดยไม่แสดงสีหน้าอารมณ์ใดๆ การันต์เห็นดังนั้นจึงดึงเธอเข้ามาหาตัวพร้อมกับเอาตัวเองยืนบังภาพตรงหน้า ก่อนจะก้มมองกะทิที่เงยหน้ามองเขา“อย่ามอง”“อืม..”“กลับกันเถอะ”“......”กะทิไม่ได้พูดตอบแต่กลับนิ่งเฉย สีหน้าของเธอเองก็นิ่งเฉยเช่นกัน แต่ภายในใจกลับสั่นวูบไหวไปหมด ความรู้สึกเสียใจแทรกซึมเข้ามาอย่างห้ามไม่ได้ ตอนแรกเธอเคยคิดว่าเขาจะไปมีใครก็ไม่เกี่ยวกับเธอ แต่ตอนนี้มันกลับมีผลต่อใจเธอมากกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีกเธอไม่ชอบความรู้สึกที่ห้ามไม่ได้แบบนี้เลย เพราะเธอคิดมาตลอดว่าเธอห้ามความรู้สึกได้ และมันก็แค่การมีอะไรกันโดยที่เธอไม่ได้เต็มใจและเธอไม่ได้คิดจะรักเขา เพราะเธอต้องเกลียดเขา แต่พอเอาเข้าจริงกลับทำให้เธอรู้สึกแย่ที่เห็นภาพนั้นขึ้นมาเสียดื้อๆกะทิเดินตามการันต์ไปที่ลานจอดรถอย่างเงียบๆ การันต์หันไปสั่งลูกน้องให้เตรียมรถเผื่อผู้เป็นนายถ้าเกิดเขาต้องการจะกลับ ก่อนจะหันไปหากะทิที่นั่งนิ่งอยู่หน้ารถข้างๆ คนขับ“กะทิ ฉันว่ามันต้องเกิดเรื่องผิดพ