.
.
-มาเจอกันที่ผับXXX – อิสรินทร์
ตำรวจหนุ่มมองข้อความบนจอโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูด้วยใบหน้าที่ดูจริงจังและซีเรียสเล็กน้อย เพราะสถานที่ที่หญิงสาวนัดไปนั้นมันคือผับของชายหนุ่มที่เขาต้องการจะจับกุมแต่ก็คิดว่าหญิงสาวอาจจะคิดว่าที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุดก็เป็นได้
กะทิส่งข้อความเสร็จก็เตรียมตัวหวังจะจบชีวิตคนที่เธอคิดว่าเขาฆ่าพ่อแม่ของเธอ หญิงสาวแอบซ่อนมีดไว้ตรงที่รัดต้นขาสวยเหมือนที่ซ่อนอาวุธในภาพยนตร์สายลับอย่างไรอย่างนั้น เพราะชุดที่เธอเลือกวันนี้คือชุดเปิดไหล่รัดรูปกระโปรงยาวถึงเขาแหวกสูงสีดำ จึงทำให้ปลายกระโปรงปิดมีดเล็กที่ซ่อนไว้มิดชิด ก่อนจะเดินออกจากห้องไปเพื่อเดินทางไปยังที่นัดหมายที่พร้อมกับชายหนุ่มคู่หมั้น
ผับXXX
“คุณไม่ขึ้นไปทำงานหรอคะ?”
“ทำไม? ฉันอยู่ดื่มด้วยคนไม่ได้หรอ?”
“ก็เห็นบอกว่ามาทำงานนี่”
“ถ้าฉันไปการันต์ก็ต้องไป เธออยู่ดื่มคนเดียวได้หรอ?”
“ถ้าอยากดื่ม จะดื่มคนเดียวหรือสองคนก็ย่อมดื่มได้อยู่แล้ว”
..การันต์ขับรถมาถึงบ้านหลังใหญ่อย่างเงียบๆ ภายในรถยังคงเงียบสงัดไม่มีการพูดคุยหรือถามไถ่เหตุการณ์ก่อนหน้า เมื่อรถแล่นมาถึงและจอดสนิทที่โรงจอดรถ การันต์จึงหันไปมองหญิงสาวที่นั่งมากับเขา ก็เห็นว่าสาวเจ้าเธอนอนหลับสนิทไปเสียแล้ว อาจจะเป็นเพราะเธอดื่มไปเยอะบวกกับความเงียบภายในรถชายหนุ่มมองดูใบหน้าของเธอนิ่ง การกระทำของเธอที่อยู่ในผับทำเอาเขากระวนกระวายใจไม่น้อย แต่ลึกๆ ก็แอบมีความสุขในช่วงเวลาเมื่อครู่ ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะลงจากรถแล้วเดินไปเปิดประตูทางฝั่งที่หญิงสาวนอนหลับอยู่ การันต์โน้มตัวเข้าไปในรถแล้วปลดเข็มขัดนิรภัยก่อนจะหันไปเพื่ออุ้มหญิงสาวกลับเข้าห้องการันต์นิ่งชะงักค้างเมื่อเห็นเธอหันใบหน้าไปทางเขาพอดีมันใกล้กันจนรู้สึกถึงลมหายใจ สายตาเรียวของเขามองไปทั่วใบหน้าสวยอย่างเงียบๆ โดยไม่ทันรู้ตัวเขาก็ก้มลงไปจูบเธออีกครั้งอย่างแผ่วเบา ก่อนจะได้สติและละออกจากจูบนั้น“...เป็นความผิดของเธอเองนะ..ไม่ใช่ฉัน...ทั้งที่ฉันพยายามห้ามตัวเองมาตลอด...”ชายหนุ่มพูดจบก็ช้อนตัวหญิงสาวออกมาจากรถแล้วพาไปห้องนอนของเธอก่อนจะวางร่
..เช้าวันใหม่ที่ไม่สดใสเลยมันมืดมนกว่าทุกวันที่ผ่าน กะทิลืมตาตื่นขึ้นแต่ก็ยังคงนอนอยู่ที่เดิม เพราะท่อนแขนแกร่งได้โอบกอดเธอไว้แน่น และเธอเองก็แทบจะไม่มีแรงขยับไปไหน กะทิมองดูร่างกายของตนเองที่มีรอยช้ำเต็มตัวไปหมด ช่วงล่างลงไปรู้สึกเหมือนโดนรถทับแทบจะขยับไม่ได้ บทรักที่รุนแรงและหนักหน่วงตลอดคืนทำให้เธอบอบช้ำไปหมดก๊อกๆ“กะทิลูก ตื่นหรือยัง? เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมวันนี้ตื่นสายจัง?”เสียงเรียกของป้าจันทร์ที่ยืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง แต่ก็มีเสียงทุ้มของชายหนุ่มที่ฟังดูคุ้นหูเดินเข้าไปคุยอะไรบางอย่างกับหญิงวัยกลางคน ซึ่งภายในห้องก็ไม่ได้ยินชัดนัก“ป้าครับ นายเหนือนอนอยู่ในห้องของกะทิ อย่ารบกวนเลยครับ”“ตายจริง! ป้าไม่รู้ งั้นเราไปเตรียมกับข้าวกันเถอะอย่ารบกวนทั้งคู่เลย”ป้าจันทร์หันไปพูดกับการันต์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะลากการันต์เดินออกไปยังห้องครัว ส่วนด้านในห้องกลับไร้การเคลื่อนไหวใดๆ แม้เธอจะพยายามเอาท่อนแขนที่พยายามกอดก่ายเธอออกอย่างไม่ไยดี
..รถคันหรูได้แล่นได้แล่นเข้ามายังผับที่กำลังมอดไหม้ฉาบไปด้วยสีแดงเพลิง ผู้คนมากมายกำลังเร่งดับไฟที่ลุกลามไปทั่วบริเวณ ทิศเหนือเดินลงจากรถด้วยสีหน้าที่โกรธจัดสายตาคมกริบที่น่ากลัวอยู่แล้วกลับยิ่งเพิ่มความน่ากลัวไปเท่าทวีคูณ สายตาคมสอดส่องมองหาเจ้าตัวการแต่ก็ไม่พบแม้แต่ร่องรอย เธออาจจะหนีไปแล้วก็ได้การันต์เดินเข้าไปยืนข้างผู้เป็นนายอย่างรู้ทันว่าเขาต้องการจะสั่งการอะไรบางอย่างเป็นแน่ ทิศเหนือเอียงหน้าเข้าหาการันต์เล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น“หาตัวกะทิให้เจอ...ฉันไม่ชอบรอนาน”“ครับ นายเหนือ”การันต์ตอบรับก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องให้ตามเขาไป ทิศเหนือมองดูภาพตรงหน้าพร้อมกับขบกรามแน่น มือหนากำหมัดอย่างเหลืออด“ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่...ฉันเป็นคนเลี้ยงเธอ ฉันก็ฆ่าเธอได้”อีกด้านกะทิเดินไปยังทางเชื่อมด้านหลังผับที่กำลังลุกเป็นไฟ ผู้คนส่วนใหญ่ไปช่วยกันดับไฟอย่างแข็งขัน กะทิทุบกรงที่ขังสุนัขล่าเนื้อแล้วปล่อยพวกมันไป มันไม่แปลกที่สุนัขพวกนั้นไม่ทำร้ายเธอ
..“ฆ่า!! ฆ่าฉัน!! ทำสิ!! ลงมือสิ!! ทำ!!”“อะ...อึก!!...ปล่อยฉันนะ!!”มือหนาจับที่ข้อมือของหญิงสาวที่กำมีดแน่นพร้อมกับดึงเข้าหาตัว แต่กะทิกลับยั้งมือและพยายามที่จะดึงมือออก ภายในใจสั่นและเต้นแรงจนแทบจะระเบิด การฆ่าคนมันไม่ง่ายอย่างที่เธอคิดไว้เลยสักนิด ปลายมีดเข้าใกล้คอหนาของชายหนุ่มตรงหน้าเรื่อยๆ ด้วยแรงของเขา“กรี๊ดดดดดดด!!!..ฮึกๆ ..ฮือๆ”มือเล็กปล่อยมีดที่กำไว้แน่นให้ร่วงหล่นลงพื้น พร้อมกับกรีดร้องเมื่อปลายมีดจ่อติดคอหนาจนเลือดสีแดงไหลออกมาเล็กน้อย ก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างหวาดกลัว ร่างเล็กสั่นเทาอย่างห้ามตัวเองไม่ได้พร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างบ้าคลั่ง มือเล็กสองข้างขยำหยุมที่ผมของตนก่อนจะงอตัวเหมือนเด็กที่กำลังกลัว“หึ....”ทิศเหนือแสยะยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพตรงหน้าก่อนจะลุกขึ้นเก็บมีดของตนเหวี่ยงทิ้งไป สายตาคม ที่ดูเย็นชาจนไม่อาจจะคาดเดาความคิดได้หลุบตามองหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นอย่างไม่ได้สติ ความแข็งแกร่งและเก่งกาจที่เคยสั่งสมมาถูกเขาทำลายจ
..“อื้ม! อื้ม!!”เสียงอื้ออึงในลำคอคัดค้านรสจูบ กะทิพยายามขัดขืนพร้อมกับทุบอกแกร่งอย่างแรง แต่เขากลับกอดรัดเธอแน่นขึ้น ทิศเหนือละจากจูบเพียงชั่วครู่เพื่อถอดเสื้อของหญิงสาวออกพร้อมกับโยนมันออกไป ไม่ทันที่กะทิจะได้เอื้อนเอ่ยคัดค้านใดๆ ก็ถูกปิดปากด้วยริมฝีปากหยักสวยได้รูปป้อนจูบให้อีกครั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ของคนทั้งคู่ถูกมือหนาปลดออกอย่างชำนาญก่อนจะเหวี่ยงเสื้อผ้าเปียกๆ นั้นไปคนละทิศละทาง อุณหภูมิของร่างกายไม่ลดลงเลยแม้จะอยู่ในน้ำ รสจูบที่เริ่มเร่าร้อนรุนแรงขึ้นตามแรงอารมณ์ มือหนาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของหญิงสาวก่อนจะไปหยุดที่บั้นท้ายงอนงามแล้วบีบขย้ำมันตามแรงอารมณ์แม้ในความคิดจะนึกรังเกียจคนตรงหน้าแต่ร่างกายกลับไม่เป็นไปตามความคิดเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกวาบหวามเพิ่มทวีคูณขึ้นตอบรับทุกสัมผัสที่เขามอบให้อย่างน่ารังเกียจตัวเอง กะทิพยายามดันอกแกร่งแต่ก็ทำได้เพียงแค่ดันเบาๆ สองแขนแกร่งโอบอุ้มร่างของเธอขึ้นมานั่งบนตักทั้งที่ยังไม่ละจากจูบ ก่อนจะเลื่อนมือไปบีบขย้ำเต้าตึงที่เด่นตระหง่านตรงหน้า“อื้อออ...อย่า...อ๊ะ”&n
..หลังจากที่ทนผ่านศึกรบศึกรักมาทั้งคืนกะทิเองก็แทบจะนอนไม่หลับเลย ในหัวยังคงคิดวนไปมากับสิ่งที่ตัวเองต้องเผชิญ แต่ถึงเขาจะใจร้ายแต่เขากลับนอนกอดเธอไม่ยอมปล่อยทั้งคืน ไม่ว่าเธอจะพยายามขยับตัวหนีแค่ไหนก็ไม่พ้นอ้อมกอดของคนที่นอนหลับตาพริ้มสบายใจอยู่หญิงสาวมองใบหน้าหล่อเหลาที่สามารถจะทำให้สาวๆ น้อยใหญ่ยอมศิโรราบต่อเขาอย่างง่ายๆ เพียงแค่ชายตามอง พร้อมกับความคิดหนึ่งที่ว่าถ้าเธอและเขาไม่ได้เจอกันในสถานการณ์สงครามความเคียดแค้นนี้ พวกเขาจะรักกันได้ไหมกะทิสะบัดความคิดนั้นออกพร้อมกับบอกกับตัวเองว่ามันจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ในเมื่อเธอและเขาเลือกอยู่ทางตรงข้ามกัน ทุกๆ การกระทำล้วนเกิดจากความอยากเอาชนะและความแค้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนที่เกี่ยวข้องกับเธอล้วนแต่เป็นแผนที่วางเอาไว้ก่อนแล้ว ทั้งตัวเธอเองและเขาต่างรู้ดีในข้อดี ถ้าเธอไม่ฆ่าเขา เขาก็ต้องทำลายเธอสักวัน ไม่ว่าจะคิดยังไงปลายทางมันก็มีแค่จุดจบเดียว..ก่อนจะทันได้คิดอะไรต่อ แขนแกร่งกระชับกอดแน่นขึ้นแทบจมอกแกร่งๆ ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา อ้อมกอดที่ดูอบอุ่นมันจะเกิดขึ้นยามหลับใหลเพียงเท่านั้น อ้อมกอดนั
..“อะไรนะครับ?”“กูไม่ชอบพูดซ้ำ”“เอ่อ...ก็ดูแลเธอดีๆ ครับ ไม่ขัดใจเธอมาก อ่อนโยนกับเธอให้เยอะๆ ให้เกียรติเธอตามสมควร สังเกตว่าเธอชอบอะไรไม่ชอบอะไร ทำให้เธอสบายใจเมื่ออยู่ด้วย แสดงควมรักให้เธอรับรู้ น่าจะประมาณนี้มั้งครับ”“งั้นหรอ”“แต่ผมว่า...นายเหนือเป็นตัวของตัวเองเถอะครับ ถ้าเธอจะรักเธอก็รัก”“ถ้าเป็นตัวกู...ดูท่าจะกะทิจะเกลียดกูมากกว่ามั้ง”ทิศเหนือพูดพร้อมกับทำหน้าครุ่นคิด แต่ก็ได้ไม่นานเมื่อเห็นว่ากะทิเดินออกจากห้องลองเสื้อมา สายตาของเธอกลับสอดส่องเหมือนมองหาใครบางคน ก่อนจะหันหลังไปมองพนักงานสาวที่ยืนจ้องเธอตาเขม็งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ที่ตั้งอยู่ด้านในของร้านไม่ห่างจากทางเข้าห้องลองเสื้อมากนัก สายตาของพนักงานสาวมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเหยียดหยามกะทิมองพนักงานคนนั้นแล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งพร้อมยกยิ้ม ก่อนจะเดินเข้าไปหาทิศเหนือที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วทิ้งตัวเองนั่งบนตักของชายหนุ่มอย่างออดอ้อน แขนเรียวคล้องคอหนาข้างหนึ่งมือเล็กอีกข้างหนึ่งลูบไล้อกแกร่งไปมาผ่านเสื้อเชิ้ตสีดำที่เขาชอบใส่ ทิศเหนือมองดูก
..ก๊อกๆ“กะทิ เปิดประตู”ทิศเหนือพยายามเคาะเรียกคนที่อยู่ด้านในแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กะทิที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากอาบน้ำเสร็จก็หันไปมองยังประตูก่อนจะเมินเฉยต่อเสียงเรียกนั้น มันน่าหงุดหงิดที่เขาเรียกเธอว่าเมียแต่ยังไม่ยอมสะบัดคนรักเก่าออกทั้งที่อยู่ต่อหน้าเธอ เพราะตอนแรกก็คิดจะช่วยเล่นตามบทให้เสียหน่อยแต่เขากลับไม่ยอมปฏิเสธแล้วเธอจะยืนอยู่ทำไม นั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอหงุดหงิด หรืออาจจะเป็นเพราะอย่างอื่นที่ทำให้หงุดหงิดกันแน่ กะทิเองก็ไม่แน่ใจและไม่อยากคิดต่อให้วุ่นวายหรือเธออาจจะกลัวที่จะยอมรับความรู้สึกนั้นก็เป็นได้“กะทิ ฉันบอกให้เปิดประตู”“.......”“เธองอนฉันหรอ? ที่ดุจดาวมาหา”“ใครเขางอนคุณกัน คิดไปเอง”“ถ้าไม่งอนก็เปิดสิ”“ไม่เปิด”“กะทิ”“ฉันแต่งตัวอยู่ คุณก็ไปแต่งตัวที่ห้องทำงานของคุณสิ”“........”กะทิพูดและไม่ยอมเปิดประตู แต่มันน่าแปลกที่เสียงของเขาเงียบไป เธอจึงรีบใส่เสื้อผ้าก่อนจะเดินไปยังหน้าประตูหวังจะเงี
..“เธอท้องลูกของฉัน”ทิศเหนือพูดด้วยสีหน้านิ่งเรียบและจริงจังจนกะทิหวั่นใจ อีกใจก็ไม่อยากที่จะยอมรับ แต่พอมาคิดๆ ดูชายหนุ่มตรงหน้าก็ไม่เคยป้องกันเลยสักครั้งจริงๆเพี๊ยะ!!“โอ๊ย!! เธอมาตีฉันทำไมเนี่ย?”“ทำไมคุณไม่รู้จักป้องกัน! ฉันยังเด็กอยู่เลยนะ”“เด็กตรงไหน? มีลูกกับฉันแล้วทำไม?”“คุณเกลียดฉันไม่ใช่รึไง คุณจะไม่คิดที่จะฆ่าลูกฉันหรอ”“พูดเป็นเล่น ฉันไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างเธอหรอกนะ”กะทิยิ่งช็อกค้างไปกันใหญ่ที่คนตรงหน้ากลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนต่างจากเมื่อคืนลิบลับ ทิศเหนือมองหน้าเธอนิ่งก่อนจะยื่นน้ำให้เธอ หญิงสาวรับแก้วน้ำมาแต่ยังคงมองเขาค้าง“งั้น... ผมขอตัวก่อนนะครับ”“อืม...รีบไป”การันต์พยักหน้าด้วยรอยยิ้มอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิศเหนือจ้องมองกะทิไม่วางตาจนเธอต้องยกแก้วน้ำที่ถืออยู่ขึ้นมาดื่มเพราะทำตัวไม่ถูก เมื่อเธอดื่มน้ำจนหมดทิศเหนือก็เป็นคนหยิบแก้วน้ำไปวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงก่อนจะหันไปกุมมื
..“อ้าว...นายเหนือยังไม่รู้หรอครับ? ภรรยาของคุณตั้งครรภ์ครับ”“ฮะ?!! จริงหรอหมอ!!”ทิศเหนือเดินเข้าไปเขย่าหมอที่มาตรวจเหมือนไม่อยากเชื่อ ก่อนรอยยยิ้มจะปรากฏขึ้นความรู้สึกดีใจและสับสนงงงวยปนกันไปหมด การันต์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ช็อกไม่น้อยพร้อมกับความรู้สึกสับสนไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจก่อนดี“ครับ หมอไม่แน่ใจว่ากี่เดือนนายเหนือพาภรรยาไปฝากครรภ์แล้วตรวจดูอีกทีที่โรงพยาบาลดีกว่าครับ”“ท้อง...ลูกฉัน...”“ใช่ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...งั้นหมอขอตัวนะครับ”หมอพูดพร้อมลุกขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะยื่นถุงยาให้ทิศเหนือ ชายหนุ่มรับมาทั้งที่ยังช็อกค้างอยู่อย่างนั้น จนหมอออกจากห้องไป ทิศเหนือมองไปยังร่างของหญิงสาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างดีใจ“ยินดีด้วยครับนาย...”“ขอบใจ... แต่มึงไม่เสียใจใช่ไหม?”“เสียใจอยู่ครับ แต่ดีใจมากกว่ามั้ง”การันต์พูดพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ ให้ผู้เป็นนาย ทิศเหนือหันไปมองหน้าลูกน้องคนสนิทก่อนจะตบบ่าของ
..กะทิยันร่างของตัวเองขึ้นมาอย่างหมดแรง เธอไม่ได้นอนเลยทั้งคืนแม้ว่าเขาจะหลับไปแล้ว สภาพจิตใจของเธอบอบช้ำไปหมด เขาทำกับเธอทั้งที่รูปภาพพ่อแม่ของเธอยังกระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้อง กะทิมองเหม่อไปยังภาพถ่ายเหล่านั้น สภาพของเธอตอนนี้เหมือนคนที่ไร้วิญญาณอย่างไรอย่างนั้นเรียวตาสวยก้มมองรอยช้ำทั่วร่างไม่มีที่ว่างเว้นเลยแม้แต่ที่เดียว ความรู้สึกเจ็บแปลบที่สะโพกแล่นเข้ามาจนสีหน้าของเธอบิดเบี้ยวอย่างทรมาน ข้อมือที่ช้ำเป็นทาง ข้อเท้าที่ช้ำเพราะแรงบีบ หญิงสาวเอื้อมมือไปลูบรอยช้ำพวกนั้นอย่างเบามือ ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นพร้อมกับความสมเพชตัวเองที่วิ่งตามความแค้นอย่างโง่เขลาทิศเหนือลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นร่างบางนั่งเหม่อมองภาพเหล่านั้นที่เขาโยนใส่เธอ ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นก่อนจะมองผลงานของตนที่เต็มตัวหญิงสาวไปหมด สายตาคมมองดูอย่างเป็นห่วงแต่ก็เปลี่ยนสีหน้าทันควันเมื่อหญิงสาวค่อยๆ หันหน้ามาทางเขาอย่างช้าๆ ไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ยอะไรเขาก็ลุกจากเตียงเข้าห้องน้ำไป กะทิมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกสับสนไม่รู้ว่านานเท่าไหร่เธอยังคงนั่งเหม่ออยู่ที่เดิม ทิศเหนือเด
..“ลงมา!”ทิศเหนือไม่พูดเปล่าเขาดึงกระชากแขนของกะทิแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ที่จะยอมลงจากรถแต่โดยดีเลย ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมาจนการันต์เองก็อยู่เฉยไม่ได้“นายเหนือครับ...”“มึงไม่ต้องยุ่ง!”“.......”“ลง!! ไม่ลงใช่ไหม ได้สิกะทิ”ทิศเหนือหันไปตวาดลูกน้องคนสนิทก่อนจะหันไปรวบมือของหญิงสาวแล้วเอาเข็มขัดที่มัดม้วนรัดข้อมือเล็กๆ เหมือนนักโทษ พร้อมกับกระชากเธอลงจากรถจนสำเร็จ“คุณทิศเหนือ!! คุณจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้!!”ทิศเหนือไม่ฟังในสิ่งที่เธอพูด และถึงเธอจะพยายามรั้งตัวเองไม่ให้ไปตามแรงของชายหนุ่มแต่ก็ไม่เป็นผล ทิศเหนือลากกะทิเข้ารีสอร์ตโดยมีการันต์เดินตามหลังไปอย่างเงียบๆ“มึงไปพักได้แล้ว”“...ครับ นายเหนือ...”“ไม่!! พี่การันต์!! อย่าไปนะ! ช่วยฉันด้วย!”“พี่หรอ? หึ...”กะทิหันไปเรียกการันต์พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอน แต่การันต์กลับทำได้แค่ยืนเฉยๆ เพราะไม่สามารถขัดคำสั่งของผู้เป็นนายได้ เขา
..“มาทำอะไรตรงนี้หรอครับ คุณผู้หญิง”รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อที่ใครๆ เห็นก็ต้องยอมถวายตัวเหมือนต้องมนต์สะกด ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลือล้นนั้นหุบรอยยิ้มลงทันทีที่หญิงสาวหันมาสบตา คิ้วเข้มขมวดเป็นปมสายตาคมที่จ้องมองเธอเหมือนพร้อมที่จะฉีกร่างของเธอเป็นชิ้นๆ กะทิพยายามจะดึงข้อมือตัวเองออกและพยายามจะวิ่งหนีจากคนตรงหน้าคนที่เธอหนีงานแต่งงานที่ต้องแต่งกับเขา“เธอคิดจริงๆ หรอว่าจะหนีฉันพ้น?”“ฉันไม่รู้หรอกว่าจะหนีพ้นไหม แต่ถ้ามีโอกาสฉันก็จะทำ”“ฉันชอบความใจสู้ของเธอจริงๆ ถึงสิ่งที่เธอคิดทำมันจะดูโง่ไปหน่อย”“ปล่อยฉันไปเถอะ เราต่างคนต่างเป็นศัตรูกันจะอยู่ด้วยกันไปเพื่ออะไร?”“หึ...ศัตรูหรอ? เธอเป็นคนของฉันตั้งแต่คืนนั้นที่เธอยอมเป็นของฉันแล้วกะทิ”ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของหญิงสาวที่เอาแต่กัดฟันแน่นเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาพูดขึ้น การันต์มองกะทิอย่างเป็นห่วง แต่ก็ทำได้เพียงแค่มองเท่านั้น เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอ
..ผ่านเรื่องราวยุ่งๆ ไม่เว้นมาแต่ละวัน จนในที่สุดก็ถึงงานวิวาห์ของทิศเหนือและกะทิอย่างที่เขาได้เตรียมการไว้ กะทิมองดูตัวเองในกระจกที่กำลังสวมชุดแต่งงานด้วยแววตาสับสน มันเป็นอย่างที่เขาพูดว่างานแต่งจะมีขึ้นในเดือนหน้า และนี่ก็เป็นเดือนที่เขาได้กล่าวถึงความไม่เข้าใจว่าเขามีแผนอะไรถึงรีบเร่งงานแต่งขนาดนี้ ใบหน้าสวยปิดปากสนิทสีหน้าดูเศร้าสร้อยเมื่อมองตัวเองในกระจก ภายในใจขุ่นเคืองที่ต้องใส่ชุดเจ้าสาวแล้วเข้าพิธีแต่งงานกับคนที่ทำลายครอบครัวของตัวเอง มะนาวและป้าจันทร์ที่คอยช่วยช่างแต่งหน้าและช่างแต่งตัวมองกะทิอย่างเป็นกังวลเมื่อเห็นว่าเธอไม่มีความสุขเอาเสียเลย“ยิ้มหน่อยสิลูก... วันนี้เป็นงานมงคลนะ”“พี่กะทิมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?”“เปล่าหรอก... แค่...”“ไม่ต้องกลัวหรอกนะกะทิ นายเหนือตอนโสดอาจจะเจ้าชู้แต่ว่าตั้งแต่มีหนูเข้ามานายเหนือก็เปลี่ยนไป”“.........”“นายเหนือเป็นคนซื่อสัตย์คนหนึ่ง ไม่ต้องกังวลใจไป”มะนาวพยักหน้าเห็นด้วยกับผู้เป็นแม่ กะทิยิ้มเจื่อนๆ ให้สองแม่ลูกก่อนจะก้มมองช่อดอกไ
..กะทิเดินออกมาจากหลังห้องอาหารแล้วเดินตรงปรี่ไปยังสวนหลังบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ หวังว่าบรรยากาศมันจะทำให้เธอรู้สึกใจเย็นขึ้นมาบ้าง ป้าจันทร์และมะนาวต้องคอยดูแลผู้เป็นนาย ในห้องอาหารจึงไม่ได้เดินตามออกมาแต่อย่างใด เป็นการดีที่เธอจะนั่งเงียบๆ คนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์บ้างทุกอย่างที่คิดกลับไม่เป็นอย่างใจ เมื่อเธอย่อนตัวเองลงนั่งที่โต๊ะไม้หินอ่อนยังไม่ทันถึงห้านาที การันต์ก็เดินตามเข้ามานั่งข้างๆ แต่แปลกที่เขากลับไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมาเหมือนอย่างทุกครั้ง เขาเพียงแค่นั่งเป็นเพื่อนเธออย่างเงียบๆ“ตามมามีอะไรจะพูดก็พูดมา”“ไม่มี”“แล้วตามมาทำไม?”“คำสั่งนาย...”“เหอะ...คำสั่ง? ....งั้นกลับไปเถอะค่ะ เพราะยังไงฉันก็ไปไหนไกลไม่ได้อยู่แล้ว”“...และเป็นห่วงด้วย”คำพูดและน้ำเสียงที่อ่อนลงดูจริงจังจนเธอต้องหันไปมองใบหน้าคนพูดด้วยความอยากรู้ถึงความรู้สึกเวลาพูดออกมา การันต์จ้องมองกะทิด้วยแววตาฉายแววเป็นห่วง แต่ลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงนั้นแอบแฝงไปด้วยความเจ็บปวดจนคนมองรู้สึกได้แ
..เช้าวันใหม่ที่สดใสกลับต้องหนักหนาสาหัสสำหรับคนร่างเล็กทุกเช้า ความรุนแรงของเขาเมื่อคืนมันมากกว่าปกติเพราะฤทธิ์ยาจากที่ปกติเขาก็มักจะรุนแรงอยู่แล้ว ร่างบางหยัดกายลุกจากเตียงใหญ่อย่างอิดโรย มือเล็กจับไปที่แขนแกร่งของชายหนุ่มแล้วยกออกอย่างเบามือ เพราะเกรงว่าเขาจะสะดุ้งตื่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่วายทำให้คนร่างหนาปรือตาตื่นขึ้นมามองเธออย่างงัวเงีย"ตื่นแล้วหรอ?""อืม...""เจ็บหรือเปล่า?""ก็นิดหน่อย"กะทิตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้กับความปวดเมื่อยตามร่างจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่นั้น ทิศเหนือมองดูรอยช้ำเต็มร่างของหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจกับผลงานของตน"ยิ้มอะไร? มีอะไรน่าพอใจหรอไง?""ก็...น่าพอใจอยู่"ดวงตาสวยส่งปรายตามองขวางชายหนุ่มที่หยัดกายขึ้นมานั่งเปลือยท่อนบนอวดแผงกล้ามอยู่บนเตียง ถ้าไม่ติดว่ามีผ้าห่มคงจะเห็นอะไรต่อมิอะไรไปจนหมดเป็นแน่ กะทิเลือกที่จะไม่มองเมื่อเขาลุกขึ้นนั่งแต่เลือกที่จะเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปทิศเห
..ความหื่นกระหายเพิ่มเท่าทวีคูณเมื่อปลายนิ้วเรียวของหญิงสาวลูบไล้ไปมาบนแผงอกแกร่ง แต่ใบหน้าของหญิงสาวอีกคนกลับทับซ้อนหญิงสาวตรงหน้า จึงเรียกสติเขาอีกครั้ง ทิศเหนือเอื้อมมือไปจับข้อมือของดุจดาวก่อนจะสะบัดมันทิ้ง“เหนือคะ! ทิศเหนือ!”โดยที่เขาไม่พูดอะไรและเดินออกจากห้องไปอย่างทุลักทุเล ดุจดาวมองตามหลังชายหนุ่มอย่างไม่พอใจก่อนจะลงอารมณ์โกรธกับหมอนทั้งหมดที่อยู่บนเตียง ความรู้สึกเคียดแค้นหญิงสาวที่พบเจอวันนี้เพิ่มทวีคูณ“กรี๊ดดดดด!! นังเด็กสกปรก! ฉันจะเอาทิศเหนือคืนมาให้ได้!!”เสียงกรีดร้องอย่างคับแค้นใจดังลั่นห้อง แต่ทิศเหนือกลับไม่สนใจเดินออกจากหน้าห้องนั้นกลับเข้าไปในงานแต่ก็เห็นว่างานเลิกไปแล้ว มีเพียงลูกน้องของเขาที่ยืนรอเขาอยู่เพียงเท่านั้น แต่กลับไม่เห็นลูกน้องคนสนิทอย่างการันต์ เขาจึงเข้าใจได้ว่าการันต์คงพาคู่หมั้นสาวกลับบ้านไปแล้ว“พากูกลับบ้าน”เสียงทุ้มบอกลูกน้องก่อนที่ลูกน้องจะเข้ามาพยุงผู้เป็นนายเพราะเขาเริ่มทรงตัวไม่อยู่ และรีบพาลงไป