จือเยว่อยู่เพียงในห้องจนค่ำมืด ครุ่นคิดถึงคำพูดของเฟยอวี่อย่างคาดเดาไม่ออก ชายหนุ่มพูดจริงหรือไม่ เผ่าวิหคยังเป็นมิตรหรือเปลี่ยนเป็นศัตรูกันแน่สิ่งที่เฟยอวี่พูด หมายถึง หากนางกับเขาปฏิบัติต่อกันฉันสามีภรรยา ไร้ความขัดแย้ง เผ่าวิหคก็ยังสนับสนุนยืนเคียงข้างเผ่าสวรรค์อย่างนั้นหรือแม้ความจริงนางยังมองเฟยอวี่เป็นศิษย์พี่ของตน มีเพียงเขาที่ทำตัวห่างเหินเย็นชาต่างจากเดิม ทว่ารอยแผลที่ร้าวลึกในใจคือเรื่องของรั่วหลาน จือเยว่ไม่อาจลืมสายตาแค้นเคืองของอีกฝ่าย เจ้าตัวต้องการให้นางรู้สึกผิดในใจ และนางก็กำจัดความรู้สึกนั้นออกไปไม่ได้ ทั้งเฟยอวี่ก็มักทำให้นางต้องขุ่นเคืองใจทั้งสองจึงไม่สามารถพูดคุยกันได้ดีเลยสักครั้งที่สำคัญเวลานี้นางไม่แน่ใจว่าสามารถเชื่อใจเผ่าวิหคได้มากน้อยเพียงใด ในเมื่อมือสังหารอาจยังวนเวียนอยู่ไม่ห่างนางนักจือเยว่คิดว่าหากตนไม่อยู่ในสายตาของเฟยอวี่คนชุดดำอาจปรากฏตัวขึ้น อยากรู้นักว่าหากนางได้ตัวคนผู้นั้น ชายหนุ่มจะทำหน้าอย่างไรร่างอรชรออกมานอกกระท่อม เฟยอวี่นั่งสมาธิฝึกฌาณอยู่ที่ระเบียงด้านนอก จะหลบเลี่ยงไปโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้นั้นเป็นไปได้ยาก ครุ่นคิดอยู่ไม่นานจือเยว่ก็ยื่น
“ท่านหญิงโปรดระวังด้วย”“ไม่เป็นไรน่า มา...ดื่มต่อๆ”หญิงสาวหันกลับไปตบบ่าหนา ต้องการบอกว่าไม่คิดมาก แล้วจะลุกขึ้นแต่สุดท้ายความมึนก็ทำให้ล้มกลับเข้าไปหาอกแกร่งเช่นเดิม“โอย...มึนจัง”“ไม่เคยดื่ม ยังทำเก่งอีก”“ท่านรู้ได้ยังไง”มาถึงตอนนี้จือเยว่ราวไม่รู้จักคำว่าขุ่นเคือง ไม่ว่าเฟยอวี่จะพูดอย่างไรก็ไม่ขัดหู ใบหน้างดงามกับใบหน้าคมคายอยู่ในระยะประชิด ดวงตาคู่หวานปรือปรอย สีหน้าอยากรู้อยากเห็นเฟยอวี่กวาดมองดวงหน้าเนียนสวยแล้วลอบถอนหายใจ“ดื่มยังไม่ทันหมดขวดก็เมาแอ๋อย่างนี้ เดาได้ไม่ยาก”“ฮื่อ...”คนถูกบอกว่าเมาทำปากยื่นทั้งยังตีบ่าหนาเบาๆ“ข้าไม่มีทางตบตาท่านได้เลยสักครั้งสินะ”นางสบตากับดวงตาคู่คมเข้มขณะคิดย้อนกลับไปในช่วงวัยเยาว์“ครั้งนั้นท่านก็รู้ว่าแท้จริงแล้วข้าเป็นหญิง”จือเยว่ไม่ทันสังเกตว่าชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ท่านปู่ของนางไม่ต้องการให้ผู้อื่นรู้สถานะของนาง จึงให้บิดาร่ายเวทแปลงกายเปลี่ยนให้นางเด็กผู้ชาย มีเพียงอาจารย์ของนางกับอาจารย์ปู่ที่รู้ความจริง ทว่าต่อมาศิษย์พี่ก็รู้เรื่องนี้ตอนช่วยชีวิตนางไว้จากที่ถูกอสรพิษทำร้ายและช่วยปิดความลับไว้ เวลานั้นนางกลัวมาก ฝังใจมาจนถึงตอน
“ปวดหัวที่สุด”พลางบ่นจือเยว่เอนศีรษะที่หนักอึ้งของตนไปด้านหลังพิงผนังตรงหัวเตียง สายตาเหลือบมองหลี่เอินที่นั่งลงใกล้ๆ พลางตักน้ำแกงขึ้นเป่าแล้วก็ยิ้มเจื่อน“ขอบใจเจ้ามาก”“ท่านนี่ ไม่เคยดื่มเหล้า อยู่ๆ ไปดื่มได้อย่างไร”ผู้ที่กลับมาแล้วพบว่านายตนเมานอนหลับยาวไม่ตื่น แม้จะล่วงเข้าเวลากลางวันของวันใหม่แล้วเอ่ยอย่างอ่อนใจ“ข้าไม่คิดว่าฤทธิ์มันจะหนักหน่วงอย่างนี้นี่นา”เอ่ยแล้วก็ค่อยๆ ซดน้ำแกงที่หลี่เอินป้อนทีละนิด“หากท่านเทพสงครามไม่อยู่ด้วย ท่านคงนอนกลางระเบียงจนเช้าไปแล้ว”“เขาพาข้ามาในนี้หรือ”จือเยว่จำได้เพียงว่าตนพูดคุยกับเขา แต่จำไม่ได้ว่าคุยเรื่องอะไร แล้วนางก็วูบไป ทั้งที่ตั้งใจมอมเหล้าอีกฝ่าย“ท่านคิดว่าตนเองจะเดินกลับมาในห้องนี้ไหวหรือ”ริมฝีปากอิ่มสวยยื่นนิดๆ เมื่อคนของตนประชดประชัน นางรู้สึกตัวเพราะหลี่เอินเช็ดหน้าเช็ดลำคอให้ ความสดชื่นพอช่วยให้ลืมตาขึ้นมาได้บ้างทั้งที่ศีรษะยังหนักอึ้ง“ราชาจิ้งจอกเป็นอย่างไรบ้าง”แม้อาการยังไม่ดีขึ้น ผู้เป็นท่านหญิงทายาทสวรรค์ก็ไม่ลืมงานใหญ่ ทว่าหลี่เอินถอนหายใจยาวด้วยความหนักใจ“พิษที่ราชาจิ้งจองได้รับมีหลายชนิดจนยากจะรักษาให้หายได้โดยง่า
ได้หลินจือเผ่าบุปผามาแล้ว วันถัดมาหลี่เหอกับหลี่เอินก็เข้าวังจิ้งจอกขาว จือเยว่กับเฟยอวี่ไม่ได้พูดคุยกันเช่นเคย หากวันนี้หญิงสาวมีความคิดดีๆ ที่จะทำให้ชายหนุ่มอยู่ห่างจากตนเองได้แล้ว ช่วงที่เขาอยู่ในวังเป็นส่วนใหญ่ หลี่เอินหากิจกรรมที่ทำให้นางผ่อนคลายได้หนึ่งอย่าง นั่นคือแช่น้ำสมุนไพร‘ท่านหญิงต้องชื่นชอบแน่เจ้าค่ะ แม้ไม่ต้องอาบน้ำบ่อยครั้ง หากแช่สมุนไพรของข้า กายท่านจะหอมหวน ช่วยบำรุงให้ท่านผิวพรรณผุดผาด ปรับสมดุลพลังปราณภายใน เสริมให้พลังวิญญาณของท่านแข็งแกร่งเจ้าค่ะ’‘ดีกว่าการบำเพ็ญอีกหรือ’‘แม้ไม่ดีถึงเพียงนั้น หากก็ช่วยได้ส่วนนึงเจ้าค่ะ เพราะท่านจะรู้สึกผ่อนคลาย จิตใจและความคิดนิ่งขึ้น เดินพลังปราณได้สะดวกเจ้าค่ะ’แม้ไม่ค่อยสนใจเท่าไร ทว่าพอได้แช่น้ำสมุนไพรของหลี่เอินแล้วนางก็รู้สึกอารมณ์ดี จิตใจผ่อนคลาย ร่างกายโล่งสบายขึ้นจริงๆ นั่นทำให้จือเยว่ติดใจจนแช่ทุกวัน“ท่านกำลังทำสิ่งใด”ร่างสูงใหญ่มายืนกอดอกพิงประตูทางเข้ากระท่อม เมื่อเห็นว่านางทำเสียงดังโครมครามภายใน ชายหนุ่มจ้องถังน้ำใหญ่ที่นางเนรมิตขึ้นและใส่น้ำด้วยสายตางุนงง“ทำน้ำสมุนไพร”จือเยว่ตอบแล้วหันไปยังโต๊ะปรุงยาของหลี่เอ
ร่างอรชรเซไปหลายก้าวจนติดผนังกระท่อม ดวงตาคู่งามเห็นคนชุดดำกระอักเลือดจากฝีมือของนางเช่นกัน ทั้งเฟยอวี่ยังกระโจนเข้าใส่โดยกระบี่ปรากฏขึ้นในมือและประชิดลำคอ ทว่าเจ้าตัวกลับยิ้มพอใจ“ฆ่าข้าสิ ข้ายินดีรับโทษทัณฑ์ หึๆ”“เจ้านี่มัน...”ผู้เป็นเทพสงครามเข่นเขี้ยว มือหนากำกระบี่แน่น“อีกไม่นาน นางก็จะตามพี่สาวข้าไปแล้ว ข้าแก้แค้นให้พี่ข้าสำเร็จ เพียงเท่านี้ก็พอใจแล้ว”จือเยว่เริ่มเข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ใด แค้นเคืองตนจนอยากฆ่าให้ตายด้วยเรื่องใด ร่างอรชรทรุดลงพร้อมกับความเย็นจากกริชผลึกน้ำแข็งที่สลายแปรเปลี่ยนเป็นแผ่ซ่านทั่วร่างของนางเฟยอวี่หันมองภรรยาของตนแล้วรีบเข้ามาประคองนางแทนที่จะฆ่ามือสังหาร“จือเยว่”“ท่านจะปล่อยนางอีกครั้งสินะ”นางพึมพำแผ่วเบา ความเย็นจัดเกาะกินแทรกซึมเข้าไปจนถึงกระดูก เดิมทีนั้นพลังของจือเยว่ก็เป็นพลังปราณเย็นอยู่แล้ว เมื่อถูกผลึกน้ำแข็งเข้าทำให้กายนางยิ่งเต็มไปด้วยไอเย็น ไม่อาจขับพลังชนิดเดียวกันออกไปได้ และยิ่งบาดเจ็บภายในปราณนางจึงอ่อนแอลง“ถึงไม่ปล่อย นางก็คงไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้แล้วเพราะฝีมือท่าน”ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงขมขื่น ทว่าดวงตาคู่คมจ้องเพียงนาง ไม่
“เฟยอวี่...”เสียงหวานเอ่ยเรียกทำให้ชายหนุ่มชะงักเงยหน้าขึ้นมอง“ข้า...ทรมาน”ใบหน้าคมคายเลื่อนขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับดวงหน้างดงาม ลูบแก้มเย็นชืดสองข้างแล้วไล้ปลายนิ้วโป้งบนกลีบปากขาวเผือดไร้สีสัน“อีกเดี๋ยวท่านก็จะไม่เป็นอะไรแล้ว อดทนอีกนิด”บอกแล้วก็จูบบนปากนุ่ม กดเน้นจูบซับแนบแน่นกว่าเดิมอยากให้มีสีสันขึ้นมา ทั้งหญิงสาวยังเผยอรับโดยไม่หลบเลี่ยงเขาก็ส่งปลายลิ้นเข้าไปพัวพันรัดรึงราวเค้นความหวานจากอีกฝ่ายจนเจ้าตัวครางฮือ หากเฟยอวี่ก็ยังมอบจูบดุเดือดมากขึ้นให้ภรรยาของตน ขณะที่มือไล้ลงต่ำ เสื้อผ้าบนกายสาวนั้นแทบไม่ปกปิดใดๆ อยู่แล้ว มือลูบเฟ้นวนเวียนเหนือร่างสาวปลุกเร้าความปรารถนาให้ลุกโรจน์จือเยว่เกร็งไปทั้งหน้าขาโดยไม่รู้ตัว ครั้งแรกของความชิดใกล้ระหว่างกันกลับเป็นการช่วยเหลือ นางรู้สึกได้ถึงความต้องการส่วนลึกค่อยๆ พลุ่งพล่านมากขึ้น หากไม่แน่ใจว่าอยากให้ไอร้อนจากกาย ชายหนุ่มขับไล่พิษไอเย็น หรืออยากให้เพลิงใคร่เผาผลาญพิษปรารถนาที่ตนไม่เคยรู้จักกันแน่ รู้เพียงแค่เวลานี้เรือนกายกำยำแข็งแกร่งทั้งยังร้อนระอุกอดรัดบดเบียดทำให้นางรู้สึกดี แขนเรียวจึงกอดร่างสูงใหญ่ราวเรียกร้องไม่ให้ห่างตนเ
เปลือกตาบางเปิดขึ้นช้าๆ หลังจากหลับลึกยาวนาน ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ทว่ากลับยังนอนอยู่ในอ้อมอกอุ่นเช่นเดิม และลืมตาก็พบว่าเฟยอวี่มองตนอยู่ก่อนแล้ว“ท่านหลับไปนานมาก จนข้าเป็นห่วง”“ท่านบอกว่าขับพิษไอเย็นได้หมดแล้วนี่”ใบหน้าคมคายพยักเล็กน้อยและเงียบไปชั่วอึดใจเขาก็เอ่ยราวมีบางอย่างค้างคาใจ“จือเยว่...สิ่งที่เกิดขึ้น...”“ข้ารู้ว่าท่านทำเพื่อช่วยข้า”นางบอกราวไม่คิดมาก ทว่าสีหน้าชายหนุ่มดูเหมือนจะไม่พอใจนัก“หากท่านไม่ทำเช่นนี้ข้าคงตายไปแล้ว”“ท่านเอ่ยราวเป็นเรื่องง่ายดาย”“เฟยอวี่ ท่านให้คำมั่นว่าท่านจะทำหน้าที่สามีของท่าน ข้าย่อมเข้าใจดี สามีภรรยาทำเช่นนี้หาได้ผิดอันใดไม่”แม้ไม่เคยสัมผัสปรารถนาแห่งเรือนกายมาก่อน หากทุกอย่างก็เป็นไปตามครรลองและความจำเป็น“ชีวิตข้าต้องอยู่ต่อไปเพื่อผู้คนมากมาย ท่านทำถูกแล้ว ข้าไม่โทษท่าน”คิ้วเข้มขมวดทั้งชายหนุ่มยังถอนหายใจราวขัดใจก่อนร่างสูงใหญ่จะผุดลุกขึ้นนั่ง เวลานี้ต่างก็มีเสื้อผ้าครบพร้อม จือเยว่ไม่แปลกใจ ชายหนุ่มสามารถร่ายเวทมอบชุดสวยเพียงใดให้นางใส่ก็ได้แม้ไม่รู้สึกตัว“ใช่สินะ หน้าที่ของข้าก็คือเกราะคุ้มภัยให้ท่าน”เอ่ยจบชายหนุ่มก็ลงจากเตียงผลุนผล
ร่างอรชรก้าวยาวๆ ตามหลี่เหอโดยมีหลี่เอินเดินประกบไม่ห่าง หากก็ไม่ลืมมองสำรวจวังจิ้งจอกขาว พบว่ามีผู้บาดเจ็บไม่มากนัก หากก็ถามกับหลี่เหอเพื่อความแน่ใจ“ผู้คนเผ่าจิ้งจอกบาดเจ็บไม่มากใช่ไหม”“ขอรับ ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำร้ายกันเองขอรับ ยกเว้นคนของท่านอ๋องจริงๆ บางส่วนขอรับ”เมื่อรู้เช่นนั้นนางก็โล่งใจได้บ้าง เมื่อมาถึงห้องหนึ่งหลี่เหอก็หยุดลงและผายมือให้นาง“ท่านเทพสงครามอยู่ที่นี่ขอรับ หลังจากหารือกับราชาชิงลู่และขุนนางผู้ใหญ่เกี่ยวกับท่านอ๋องแล้ว ราชานีก็จัดห้องให้ท่านเทพพักเพราะบาดเจ็บขอรับ”จือเยว่พยักหน้าแล้วผลักประตูก้าวเข้าห้องโดยไม่ได้เคาะ ทว่ากลับต้องหยุดนิ่งเมื่อเห็นร่างอรชรเย้ายวนโน้มกายเบียดร่างหนาซึ่งปราศจากเสื้อคลุม ใบหน้างามแหงนเงยจนริมฝีปากแทบจะแตะปากได้รูป หากทั้งสองรีบผละออกจากกันเพราะได้ยินเสียงประตู“จือเยว่”นางยังยืนเฉยแม้ว่าจะได้ยินเสียงเรียกจากผู้เป็นสามี ทว่ามือที่มองไม่เห็นบีบหัวใจนางอีกครั้ง คิ้วเรียวจึงขมวดมุ่น มือบางกำแน่นพลางสูดหายใจเข้าลึก“อุ๊ย...ท่านหญิง”เสียงหวานของหญิงสาวอุทานไม่ดังนักและลุกลี้ลุกลนผละห่างเรือนกายแกร่ง ทั้งยังลงจากเตียงมาย่อกายให้นาง จือเย
“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”ร่างสูงใหญ่เคลื่อนมาหานางพร้อมกับหลี่เหอจือเยว่ยืนนิ่งเพราะรู้สึกถึงแรงบีบถี่ในท้องของตน มือบางกุมท้องและทรุดกายลง เฟยอวี่ก็รีบช่วยประคอง“ปวดท้องหรือ”นางพยักหน้าให้สามี ก่อนจะพูดเสียงสั่น“ข้าทนไม่ไหวแล้ว”เฟยอวี่ตกใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายก็อุ้มภรรยาของตนไปยังดินแดนมนุษย์ หลี่เหอช่วยเนรมิตกระท่อมขึ้นมา“ทำอย่างไรดี หากหลี่เอินอยู่ที่นี่ด้วยก็คงดี”เขาอดคิดถึงน้องสาวไม่ได้เทพสงครามวางร่างอรชรที่งอตัวแล้วร้องดังขึ้นเรื่อยๆ พายุที่หยุดไปเมื่อครู่เริ่มกระหน่ำลงมาอีกครั้ง ฟ้าแลบฟ้าร้องดังสนั่น จือเยว่ยิ่งดิ้นทุรนทุราย ขณะที่เขาทำได้เพียงจับมือบางและโอบกอดอีกฝ่าย“เฟยอวี่...ช่วยด้วย กรี๊ดดดด!!”จือเยว่กรีดร้องออกมาลั่นทั่วทั้งป่า ก่อนแสงสว่างเรืองรองจะวาบขึ้นแล้วปรากฏร่างเด็กทารกใกล้ร่างบอบบางที่หมดสติเฟยอวี่มองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างทำตัวไม่ถูก ขณะที่หลี่เหอถึงกับตกตะลึง หากก็รีบเข้ามาอุ้มร่างเล็กที่กำลังแผดเสียงร้องจ้าขึ้นเวลาเดียวกันนั้น ท้องฟ้ามืดมิดสว่างไสวในชั่วพริบตา พายุฝนฟ้าคะนองเลือนหายราวไม่เคยเกิดสภาพอากาศแปรปรวนโหดร้ายก่อนหน้านี้สองหนุ่มสบตา
สองร้อยปีต่อมา...“ให้ลูกไปเถิดนะท่านแม่”“เวลาเช่นนี้สุ่มเสี่ยงเกินกว่าที่ลูกจะไปเสี่ยงอันตราย ท่านย่ารู้ว่าแม่ให้ลูกไปต้องโกรธมากแน่”“ท่านพ่อ”จือเยว่หันไปหาบิดาให้ช่วยเหลือเมื่อมารดาส่ายหน้า ทว่าไท่จื่อจิ่นลี่กลับเหลือบสายตาไปยังภรรยา“ยังไงลูกก็จะไป”ใบหน้างดงามงอง้ำด้วยความขัดอกขัดใจ“เยว่เอ๋อร์ หากในเวลาปกติ พ่อก็คิดว่าเจ้าสมควรไป แต่เวลานี้...”ไท่จื่อสวรรค์ถอนหายยาว“พ่อไม่อนุญาต”จือเยว่มองบิดามารดาอย่างน้อยใจแล้วหันไปยังสามีซึ่งยืนเงียบทั้งยังมีสีหน้าลำบากใจ ริมฝีปากอิ่มสวยก็เม้มขุ่นเคือง“ลูกแข็งแรงดี ไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้มีสิ่งใดผิดปกติ ก่อนหน้านี้ก็ยังลงไปช่วยเผ่าปีศาจพร้อมกับเฟยอวี่ ครั้งนี้ไยจึงไปไม่ได้”“เวลานั้นลูกไปโดยที่ไม่บอกผู้ใดว่าตั้งครรภ์ แต่ตอนนี้คนรู้ทั่วทั้งสวรรค์ ยิ่งท่านปู่ท่านย่าของลูก ยิ่งไม่ต้องการให้ลูกทำงานราชกิจใด อีกอย่างก็น่าจะจวนเจียนคลอดแล้ว”“ลูกยังไม่รู้สึกว่าจะถึงเวลา”ผู้ที่ตั้งครรภ์ทว่าท้องไม่ได้โตขึ้นแม้แต่น้อยแย้งมารดา“แม่ก็คลอดลูกหลังตั้งครรภ์ไม่นานนัก”ด้วยบุญญาธิการของชนชั้นสูงเผ่าสวรรค์นั้นไม่อาจล่วงรู้ได้ ฤกษ์งามยามดีเหมาะสมเกิดจากญ
“จะไม่ให้ข้าได้พักเลยหรือ”“ท่านอยากพักก็พัก ข้าไม่ได้ห้าม”ใบหน้างดงามยังงอง้ำ ดวงตาคู่หวานซึ้งฉายแววขุ่นเคือง ทว่าเฟยอวี่ไม่รู้สึกเกรงกลัวทั้งยังเอ่ยหน้าตาย“ถึงท่านพัก ข้าก็ทำได้ โอ๊ย!”ชายหนุ่มสะดุ้งเพราะนิ้วเล็กจิกแล้วบิดอกหนาของตน“ตรงนี้มันเจ็บนะ”หญิงสาวสะบัดหน้าหนี เขาจึงจับมือที่ประทุษร้ายตนมาจูบ แล้วพาร่างอรชรลงไปนอนสบายๆ ส่วนตนตะแคงข้างกวาดมองเรือนกายเย้ายวน มีเสื้อรั้งอยู่ส่วนแขนและด้านหลัง หากก็แทบจะเปลือยเปล่า“เพิ่งบอกว่าคิดถึงข้า ตอนนี้มางอนเสียแล้ว”“ถึงข้าจะต้องการท่านมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้ท่านเอาแต่ใจกับข้า”“อืม ส่วนท่านเอาแต่ใจกับข้าได้”“เฟยอวี่”จือเยว่เสียงเข้มขึ้น ทั้งยังมองสามีตนด้วยแววตาดุ“โธ่ เมื่อครู่เป็นท่านเองที่ปลุกเร้าข้า ทั้งที่ข้าอุตส่าห์ห้ามใจ เพราะเห็นว่าท่านเพิ่งบาดเจ็บและยังเศร้าเสียใจ”“ท่านโทษข้า”เฟยอวี่ยิ้มเจื่อน รู้แล้วว่าหากไม่ยอมก็คงไม่จบ จึงเปลี่ยนไปเป็นง้อภรรยาแทน“ไม่ได้โทษท่าน ข้าดีใจยิ่งนักที่ท่านต้องการข้าถึงเพียงนี้ ข้าผิดที่เย้าท่านให้ได้อาย อย่าโกรธเคืองข้าเลยนะจือเยว่”ชายหนุ่มส่งสายตาอ้อนวอนปริบๆ จือเยว่จึงพยักหน้า
เฟยอวี่ไม่ยอมเป็นผู้รับเพียงฝ่ายเดียว ขยับริมฝีปากได้รูปจูบร้อนแรงกลับไป ขณะยกร่างอรชรให้ขยับขึ้นมาคร่อมตักตน อีกฝ่ายยอมทำตามโดยง่าย มือบางเลื่อนสอดเข้าไปในกลุ่มผมนวดคลึงพลางพัวพันลิ้นเล็กกับลิ้นตนเร่าร้อนจนหายใจลำบาก ทว่าปากนุ่มยังขยับมาเม้มใบหูของเขาต่อทำเอาชายหนุ่มครางครึ้ม“อืม จือเยว่ เวลาร้อยปีทำให้ท่านใจร้อนขึ้นมากนัก”“เพราะข้าคิดถึงอ้อมกอดของท่าน ช่วงเวลาแห่งความสุขแสนสั้นเกินไป”ชายหนุ่มต้องกัดริมฝีปากตนเพราะเจ้าตัวตอบเบาชิดหูทั้งยังกัดติ่งหูเขาหยอกเย้า“ท่านยั่วเย้าเก่งเกินไปแล้ว ข้าคิดว่าท่านคงลืมเลือนสัมผัสจากข้าไปเสียแล้ว”“ข้าเพียงทำตามเสียงเรียกร้องแห่งปรารถนา”บอกแล้วนางก็ไล่เม้มลำคอแกร่ง มือกระชากเสื้อคลุมอีกฝ่ายออกด้วยเวทของตน ก่อนจะไต่สองมือบางไปตามบ่าหนากับแขนกำยำ ทั้งยังจิกปลายนิ้วครูดไปตามแผ่นหลังกว้างเร้าอารมณ์หนุ่มพร้อมแนบหน้าอกตนชิดอกแกร่งเปลือยเปล่า ขยับบดเบียดเชิญชวนมือหนาเลื่อนมาวางแนบเอวบางค่อยๆ ปลดชุดสวยอย่างไม่เร่งร้อนผิดกับอีกฝ่าย ตั้งใจปลดเปลื้องเรือนกายอ้อนแอ้นให้เผยอย่างช้าๆ เพียงด้านหน้า ดูเย้ายวนกระตุ้นเลือดหนุ่มฉกรรจ์ให้ทะยานอยากมากยิ่งขึ้นชายห
“หากไม่คิดบัญชีกับเจ้า ข้าก็ไม่อาจตายตาหลับ ฆ่ามัน!”นางสั่งเสียงเข้ม ฝูงจิ้งจอกก็กระโดดจู่โจม จือเยว่เหินลอยตัวสูงพร้อมหลี่เหอหลี่เอิน และฟาดพันพลังใส่จิ้งจอกที่ถูกวิชามารควบคุม แต่ละตัวตาแดงก่ำน่ากลัวจิ้งจอกกระเด็นไปไกลแต่ก็ผุดยืนขึ้นรวดเร็วราวไม่บาดเจ็บ คงกลายเป็นปีศาจจิ้งจอกแล้ว ทั้งยังกระโดดได้สูงผิดจิ้งจอกทั่วไปและมีไอดำรอบกายซูเจินเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย นางพุ่งเข้ามาพร้อมสะบัดแขนส่งพลังทำลายล้างสีดำทะมึนเข้ามาใส่ จือเยว่หันไปตั้งรับขณะหลี่เหอหลี่เอินพะวงกับฝูงจิ้งจอก แม้นางจะสกัดพลังทมิฬนั้นได้และผลักดันกลับไปจนอีกฝ่ายผงะ ทว่ากลับมีจิ้งจอกตัวหนึ่งพุ่งมาใส่ หญิงสาวถอยหนีอย่างกะทันไปจนถึงหน้าผา เป็นเวลาเดียวกับที่ซูเจินตั้งตัวได้ซัดพลังตามมา ร่างอรชรถูกกระแทกจากไอดำหงายหลังลงหน้าผาโดยมีจิ้งจอกตัวนั้นตามมาเพื่อขย้ำจือเยว่ลอยลิ่ว กำหนดจิตได้ยากเพราะบาดเจ็บ แล้วอยู่ๆ กลับมีลูกไฟพุ่งลงมายังตัวจิ้งจอกจนถูกเผาไปต่อหน้า รวมทั้งซูเจินกับจิ้งจอกตัวอื่นก็ถูกลูกไฟตามๆ กันขณะได้ยินเสียงซูเจินกรีดร้องหญิงสาวรู้สึกได้ว่าร่างสูงใหญ่โผวูบเข้ามารองรับร่างตนและพาลอยสูงขึ้น ผู้ที่บาดเจ็บเหลือบมอง แ
เวลาล่วงเลยมาร้อยปี จากขุนพลสวรรค์จือเยว่สามารถขึ้นเป็นแม่ทัพสวรรค์ได้แล้ว นางเป็นผู้ดูแลราชกิจทั่วทั้งหกพิภพแทนไท่จื่อจิ่นลี่เต็มตัว แม้ผู้นำทัพสวรรค์ยังเป็นไท่จื่อ รวมถึงหน้าที่รับผิดชอบของเทพสงครามจือเยว่ก็เป็นผู้จัดการโดยปราศจากการแต่งตั้งเทพสงครามคนใหม่ หญิงสาวคิดว่าองค์จักรพรรดิสวรรค์ยังไม่เห็นว่าผู้ใดมีความสามารถเพียงพอ และตัวนางเองยังต้องได้รับความไว้วางใจจากขุนนางสวรรค์กับหกพิภพถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้ใส่ใจนัก ตำแน่งใดไม่สำคัญ นางอยากทำหน้าที่ของตนกับเฟยอวี่ให้ดีที่สุด ให้เหมือนกับเทพสงครามยังคงอยู่“ชายแดนเผ่าจิ้งจอกติดกับดินแดนมนุษย์มีอสูรร้ายอาละวาดกินผู้คนเป็นอาหาร ท่านแม่ทัพจะไปจัดการด้วยตนเองหรือให้ข้าไปแทนขอรับ”หลี่เหอถามขณะหารือในเรื่องฎีกาที่ส่งมา บางส่วนสามารถจัดการได้โดยไม่ต้องทูลฮ่องเต้สวรรค์ก่อน แม่ทัพจือเยว่จะเป็นผู้ตัดสินใจหรือไม่ก็ปรึกษาไท่จื่อ ด้วยเวลานี้องค์จักรพรรดิวางมือในหลายส่วนแล้วจือเยว่นิ่งงันไป ชายแดนเผ่าจิ้งจอกกับดินแดนมนุษย์ก็หมายถึงเขตรอยเชื่อมต่อที่เคยไปครั้งก่อน ครั้งที่ทำให้นางสูญเสียที่สุดในชีวิต นางไม่ควรไปหากไม่ต้องการเจ็บปวด ทว่าก็คิ
“ท่านย่ารู้เรื่องนี้ด้วยหรือเพคะ”ฮองเฮาฮุ่ยเฟิ่งอึกอักอ้ำอึ้ง ทว่าเห็นหลานรักเป็นเช่นนี้ก็ไม่อยากปิดบังไว้อีก“ผู้ที่รู้เรื่องนี้ มีท่านปู่ของหลาน ย่า อาจารย์ปู่กับอาจารย์ของหลาน”จือเยว่มองย่าของตนอย่างไม่คาดคิด ขณะที่ฮองเฮายังบอกเล่าต่อไป“เฟยอวี่เคยช่วยชีวิตหลาน เขาปลดผนึกวิชาแปลงกายจากตัวหลานทำให้กลายร่างเป็นหญิง และด้ายแดงก็ผูกพันชะตาหลานทั้งสองไว้นับแต่นั้น ในตอนที่เขาพาหลานมาให้อาจารย์ช่วยรักษา อาจารย์ของหลานจึงบอกให้เฟยอวี่ช่วยเก็บความลับนี้ไว้ อาจารย์ปู่สำนักเทียนซานส่งสารลับแจ้งมายังท่านปู่ ท่านปู่ของหลานจึงรับสั่งให้สะกดอารมณ์ความรู้สึกในหัวใจของหลานเอาไว้ ไม่ต้องการให้หลานผูกพันใจกับผู้ใดแม้แต่เฟยอวี่ และอาจารย์ของหลานก็มอบหมายหน้าที่ให้เขาลงไปขุนเขากลางเวหา”ริมฝีปากอิ่มเผยอ ยิ่งฟังก็ยิ่งเจ็บปวด เพราะศิษย์พี่ของนางเก่งกาจที่สุดในสำนัก นางจึงไม่แปลกใจ ทว่าจากนั้นไม่นานบิดาก็ส่งจางหย่งมารับตัวนางกลับสวรรค์ และไม่ได้พบเฟยอวี่อีกเพราะถูกเวทสะกดใจไว้นี่เอง นางจึงมักรู้สึกปวดหัวใจราวถูกบีบหรือทิ่มแทงทุกครั้งที่อารมณ์เฉียดใกล้ความรู้สึก ‘รัก’‘นางมีหน้าที่อันยิ่งใหญ่รออยู่ ชีว
ร่างบอบบางมุ่งหน้าเข้าป่าลึกภายในสำนักเทียนซาน มีผู้อื่นที่ว่องไวคล่องแคล่วกว่าตนหลายคน ทำให้ต้องเร่งฝีเท้ากระโดดลอยเหาะไปเกาะตามต้นไม้ใหญ่ ธงชัยสำหรับผู้ชนะในการประลองความเร็วนี้มีเพียงห้าคนเท่านั้น และนางก็อยากคว้ามันมาให้ได้จือเยว่ในเวลานี้อายุเพียงพันสองร้อยปี ยังเยาว์วัยและรูปร่างผอมบางสะโอดสะองกว่าบุรุษวัยเดียวกัน ฝีมือก็อ่อนด้อยกว่าศิษย์รุ่นเดียวกัน เพราะไม่มีผู้ใดรู้ว่าแท้จริงแล้วนางเป็นสตรี หากคว้าชัยเป็นหนึ่งในห้าได้นางจะไม่ถูกมองว่าอ่อนแอเหมือนคนขี้โรคอีกทว่าเมื่อมองเห็นธงชัยที่อยู่บนต้นไม้ต้นหนึ่ง นางก็รีบกระโจนไปให้ถึงโดยเร็ว หากก็มีศิษย์อีกคนเห็นด้วยเช่นกัน ต่างก็เร่งฝีเท้าและปีนป่ายเกาะต้นไม้นั้น แต่ที่ไม่มีใครทันสังเกตคือมีอสรพิษขดอยู่ด้านบนเหนือธงขึ้นไปราวเฝ้าระวัง ทั้งสองต่างขัดแข้งขัดขาช่วงชิงโอกาสที่จะไปให้ถึงธงนั้นก่อนอีกฝ่ายและจือเยว่ก็พลาดถูกเตะจนร่วงหล่นลงมายังดีที่คว้ากิ่งไม้ไว้ได้ นางเร่งปีนกลับขึ้นไปใหม่ เป็นจังหวะเดียวกับที่ศิษย์อีกคนเห็นว่ามีงูอยู่ เขาใช้เวทโจมตีเพื่อให้งูตกลงไป ทว่าโชคไม่ดีที่หล่นมาถูกจือเยว่ด้านล้าง และนางก็ถูกอสรพิษนั้นกัดเข้าที่แขน
“ระวังตัวด้วย”เทพสงครามสั่งเสียงดัง มั่นใจว่าชิงหลุนคงไม่ละมือโดยง่าย และก็เป็นอย่างที่คิด ชิงหลุนยกสองมือชูขึ้น ชั่วอึดใจท้องฟ้าด้านบนก็ดำทะมึนก่อนเหวี่ยงกรงเล็บจิ้งจอกทมิฬมาพร้อมพลังสายฟ้าฟาด ราวตั้งใจใช้พลังโจมตีทั้งหมดที่ตนมีเพื่อทำลายศัตรูเฟยอวี่พยายามเคลื่อนกายไปด้านหน้า หากรอรับเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถจัดการอีกฝ่ายได้ หลี่เหอเองก็ถอยไปบังร่างอรชรของนายตนไว้อย่างรู้ใจเทพสงครามว่าจะหาโอกาสเปลี่ยนรับเป็นรุกจากหลังเฟยอวี่ใช้พลังบังคับทวนให้หมุนสกัดกรงเล็บโดยไม่หยุดแล้ว เขาก็ร่ายเวทเพลิงวิหค ปล่อยพลังซัดเข้าหาชิงหลุน อีกฝ่ายตีลังกาหลบได้อย่างเฉียดฉิว นั่นทำให้กรงเล็บจิ้งจอกทมิฬหยุดลงชั่วขณะ เทพสงครามรีบคว้าทวนแล้วโผเข้าฟาดฟันอีกฝ่ายก็ปัดป้องด้วยพลังได้ทุกครั้งสายตาของชิงหลุนเหลือบไปยังจือเยว่ชั่วแวบ ก่อนจะหลบทวนของเทพสงครามหายวับไปใกล้ร่างอรชร ส่งกรงเล็บใส่หลี่เอินเพื่อให้พ้นทางก่อน“โอ๊ะ”“หลี่เอิน”ทั้งจือเยว่กับหลี่เหอต่างตะโกนขึ้นพร้อมกัน หลี่เหอรีบมาขวางแต่เพราะความกังวลห่วงน้องสาวที่กระเด็นไปไกลทำให้เกือบจะหลบพลังของชิงหลุนไม่ทัน ไม่ได้มองว่านายตนพุ่งกายไปหาหลี่เอิน นั่