“เฟยอวี่...”เสียงหวานเอ่ยเรียกทำให้ชายหนุ่มชะงักเงยหน้าขึ้นมอง“ข้า...ทรมาน”ใบหน้าคมคายเลื่อนขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับดวงหน้างดงาม ลูบแก้มเย็นชืดสองข้างแล้วไล้ปลายนิ้วโป้งบนกลีบปากขาวเผือดไร้สีสัน“อีกเดี๋ยวท่านก็จะไม่เป็นอะไรแล้ว อดทนอีกนิด”บอกแล้วก็จูบบนปากนุ่ม กดเน้นจูบซับแนบแน่นกว่าเดิมอยากให้มีสีสันขึ้นมา ทั้งหญิงสาวยังเผยอรับโดยไม่หลบเลี่ยงเขาก็ส่งปลายลิ้นเข้าไปพัวพันรัดรึงราวเค้นความหวานจากอีกฝ่ายจนเจ้าตัวครางฮือ หากเฟยอวี่ก็ยังมอบจูบดุเดือดมากขึ้นให้ภรรยาของตน ขณะที่มือไล้ลงต่ำ เสื้อผ้าบนกายสาวนั้นแทบไม่ปกปิดใดๆ อยู่แล้ว มือลูบเฟ้นวนเวียนเหนือร่างสาวปลุกเร้าความปรารถนาให้ลุกโรจน์จือเยว่เกร็งไปทั้งหน้าขาโดยไม่รู้ตัว ครั้งแรกของความชิดใกล้ระหว่างกันกลับเป็นการช่วยเหลือ นางรู้สึกได้ถึงความต้องการส่วนลึกค่อยๆ พลุ่งพล่านมากขึ้น หากไม่แน่ใจว่าอยากให้ไอร้อนจากกาย ชายหนุ่มขับไล่พิษไอเย็น หรืออยากให้เพลิงใคร่เผาผลาญพิษปรารถนาที่ตนไม่เคยรู้จักกันแน่ รู้เพียงแค่เวลานี้เรือนกายกำยำแข็งแกร่งทั้งยังร้อนระอุกอดรัดบดเบียดทำให้นางรู้สึกดี แขนเรียวจึงกอดร่างสูงใหญ่ราวเรียกร้องไม่ให้ห่างตนเ
เปลือกตาบางเปิดขึ้นช้าๆ หลังจากหลับลึกยาวนาน ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ทว่ากลับยังนอนอยู่ในอ้อมอกอุ่นเช่นเดิม และลืมตาก็พบว่าเฟยอวี่มองตนอยู่ก่อนแล้ว“ท่านหลับไปนานมาก จนข้าเป็นห่วง”“ท่านบอกว่าขับพิษไอเย็นได้หมดแล้วนี่”ใบหน้าคมคายพยักเล็กน้อยและเงียบไปชั่วอึดใจเขาก็เอ่ยราวมีบางอย่างค้างคาใจ“จือเยว่...สิ่งที่เกิดขึ้น...”“ข้ารู้ว่าท่านทำเพื่อช่วยข้า”นางบอกราวไม่คิดมาก ทว่าสีหน้าชายหนุ่มดูเหมือนจะไม่พอใจนัก“หากท่านไม่ทำเช่นนี้ข้าคงตายไปแล้ว”“ท่านเอ่ยราวเป็นเรื่องง่ายดาย”“เฟยอวี่ ท่านให้คำมั่นว่าท่านจะทำหน้าที่สามีของท่าน ข้าย่อมเข้าใจดี สามีภรรยาทำเช่นนี้หาได้ผิดอันใดไม่”แม้ไม่เคยสัมผัสปรารถนาแห่งเรือนกายมาก่อน หากทุกอย่างก็เป็นไปตามครรลองและความจำเป็น“ชีวิตข้าต้องอยู่ต่อไปเพื่อผู้คนมากมาย ท่านทำถูกแล้ว ข้าไม่โทษท่าน”คิ้วเข้มขมวดทั้งชายหนุ่มยังถอนหายใจราวขัดใจก่อนร่างสูงใหญ่จะผุดลุกขึ้นนั่ง เวลานี้ต่างก็มีเสื้อผ้าครบพร้อม จือเยว่ไม่แปลกใจ ชายหนุ่มสามารถร่ายเวทมอบชุดสวยเพียงใดให้นางใส่ก็ได้แม้ไม่รู้สึกตัว“ใช่สินะ หน้าที่ของข้าก็คือเกราะคุ้มภัยให้ท่าน”เอ่ยจบชายหนุ่มก็ลงจากเตียงผลุนผล
ร่างอรชรก้าวยาวๆ ตามหลี่เหอโดยมีหลี่เอินเดินประกบไม่ห่าง หากก็ไม่ลืมมองสำรวจวังจิ้งจอกขาว พบว่ามีผู้บาดเจ็บไม่มากนัก หากก็ถามกับหลี่เหอเพื่อความแน่ใจ“ผู้คนเผ่าจิ้งจอกบาดเจ็บไม่มากใช่ไหม”“ขอรับ ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำร้ายกันเองขอรับ ยกเว้นคนของท่านอ๋องจริงๆ บางส่วนขอรับ”เมื่อรู้เช่นนั้นนางก็โล่งใจได้บ้าง เมื่อมาถึงห้องหนึ่งหลี่เหอก็หยุดลงและผายมือให้นาง“ท่านเทพสงครามอยู่ที่นี่ขอรับ หลังจากหารือกับราชาชิงลู่และขุนนางผู้ใหญ่เกี่ยวกับท่านอ๋องแล้ว ราชานีก็จัดห้องให้ท่านเทพพักเพราะบาดเจ็บขอรับ”จือเยว่พยักหน้าแล้วผลักประตูก้าวเข้าห้องโดยไม่ได้เคาะ ทว่ากลับต้องหยุดนิ่งเมื่อเห็นร่างอรชรเย้ายวนโน้มกายเบียดร่างหนาซึ่งปราศจากเสื้อคลุม ใบหน้างามแหงนเงยจนริมฝีปากแทบจะแตะปากได้รูป หากทั้งสองรีบผละออกจากกันเพราะได้ยินเสียงประตู“จือเยว่”นางยังยืนเฉยแม้ว่าจะได้ยินเสียงเรียกจากผู้เป็นสามี ทว่ามือที่มองไม่เห็นบีบหัวใจนางอีกครั้ง คิ้วเรียวจึงขมวดมุ่น มือบางกำแน่นพลางสูดหายใจเข้าลึก“อุ๊ย...ท่านหญิง”เสียงหวานของหญิงสาวอุทานไม่ดังนักและลุกลี้ลุกลนผละห่างเรือนกายแกร่ง ทั้งยังลงจากเตียงมาย่อกายให้นาง จือเย
ร่างอรชรนอนซบอกกว้างขณะมือหนาของอีกฝ่ายลูบไล้ไหล่กับแขนเรียวของนาง บางครั้งลามไปถึงช่วงเอวกับสะโพกวนเวียนแผ่วเบาราวพอใจกับผิวเนียนละเอียดนุ่มมือ จือเยว่รู้สึกวาบหวิวตามผิวเนื้อแต่ไม่ได้ห้ามชายหนุ่ม สายตามองบาดแผลบนอกกว้างนิ่งนาน ปลายนิ้วเรียวแตะบางเบาด้วยความไม่สบายใจ“ร่องรอยทัณฑ์สายฟ้าบนหลังท่านยังไม่จางหาย ก็มีรอยนี้เพิ่มมาอีก เพราะท่านใช้พลังปราณช่วยข้า ทั้งร่างกายก็บอบช้ำจากการลงทัณฑ์ เป็นเหตุให้เพลี่ยงพล้ำใช่หรือไม่”“การต่อสู้ย่อมมีพลาดพลั้งบ้างอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับที่ช่วยท่านแต่อย่างใด”“หากข้าก็ทำให้พลังปราณของท่านลดน้อยถอยลง”เฟยอวี่จับมือบางบนอกของเขาขึ้นมาจูบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงของภรรยาตนดูกังวล“ข้าไม่ได้บาดเจ็บหนักและยังมีพลังล้นเหลือ ท่านก็เห็นแล้ว”เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์จือเยว่คิดตามแล้วก็หน้าร้อนซ่าน เรื่องนั้นจริงแท้แน่นอนด้วยร่างกายกำยำที่โอบกอดตนดูราวไม่ได้บอบช้ำอ่อนล้าแต่อย่างใดในยามอารมณ์ปรารถนาพลุ่งพล่าน“ถึงอย่างนั้นก็เถิด ท่านควรพักให้มาก ข้าจะออกไปบอกให้หลี่เอินจัดยาบำรุงให้ท่านด้วย”ร่างอรชรขยับนั่ง เรือนกายเปลือยขาวลออทำให้เฟยอวี่มองตามไม่วางตา หญิงสาวข
“ศึกภายในครั้งนี้ ได้ท่านเทพสงครามกับท่านหญิงจึงสงบลงด้วยดี ไร้ผู้คนล้มตาย ข้าชิงลู่ ขอบคุณพวกท่านยิ่งนัก”ราชาจิ้งจอกชิงลู่เลี้ยงขอบคุณผู้ที่ช่วยเหลือตนและเผ่าจิ้งจอก ก่อนเทพสงครามกับจือเยว่และผู้ติดตามจะเดินทางกลับ โดยเรื่องท่านอ๋องชิงหลุนผู้กบฏ ราชาจิ้งจอกขอจัดการด้วยตนเองเพราะอย่างไรก็เป็นสายเลือดเดียวกันเพียงคนเดียว“ยินดียิ่ง เป็นหน้าที่ของข้ากับท่านหญิงอยู่แล้ว”เฟยอวี่เอ่ยแทน และยกจอกสุราขึ้นดื่มพร้อมกับราชาจิ้งจอก ทุกคนก็ดื่มตาม ทว่าชายหนุ่มเหลือบไปยังคนคออ่อนด้วยและเห็นว่าเจ้าตัวก็ดื่มเช่นกัน แม้จะหน้ามุ่ยเล็กน้อยหากก็ดื่มจนหมด“น่าเสียดาย ซูเจินไม่ค่อยสบาย จึงให้คนมาบอกว่าออกร่วมงานเลี้ยงไม่ได้ ข้าต้องขออภัยแทนนางด้วย”จือเยว่ยิ้มมุมปากเมื่อราชาจิ้งจอกออกตัวแทนราชินี เลือดกบปากเช่นนั้นไม่กล้าให้สามีตนหรือผู้อื่นพบเห็นแน่ แต่ก็นึกเห็นใจราชาชิงลู่ในใจที่มีภรรยาไม่ซื่อสัตย์เช่นนาง หากเขาก็เคยทอดทิ้งคนรักหลังขึ้นครองเผ่าจิ้งจอกเช่นกัน คงเป็นวิบากกรรมที่ต้องได้รับ“อย่าดื่มให้มากนัก”ร่างสูงใหญ่โน้มมากระซิบใกล้ด้วยเสียงทุ้มนุ่มข้างหูเมื่อนางยกจอกสุราขึ้นดื่ม และจือเยว่รู้สึกว่าส
“หากไม่ได้พวกท่านช่วยเหลือ เสวี่ยถงกับเสวี่ยเหยียนของข้าคงน่าสงสารยิ่งนัก ข้าขอบคุณท่านจริงๆ”ซ่งตู้เจวียนขอบคุณอย่างจริงใจจือเยว่มาเยี่ยมสองพี่น้องจิ้งจอกก่อนกลับ ทั้งสองดีใจมากที่มารดาค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นนางกับคนอื่นกลับมาก็เข้ามากอดและขอบคุณยกใหญ่ทั้งเฟยอวี่และจือเยว่ไม่ได้เอ่ยถึงซ่งตู้เจวียนกับราชาจิ้งจอก ในเมื่อเวลานี้ตัดขาดกันไปแล้ว และนางกับลูกย่อมต้องอยากอยู่อย่างเงียบสงบ มีชีวิตเช่นตอนนี้“ท่านน้าอย่าได้เกรงใจเลย”“พวกพี่จะกลับแล้วหรือ”เป็นเสวี่ยเหยียนที่ถามพร้อมสีหน้าเศร้าสร้อย แม้ผู้เป็นพี่สาวเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน แต่เพราะโตแล้วจึงแยกแยะได้“ใช่จ้ะ”“ข้าอยากให้พวกพี่อยู่ด้วย คนอยู่กันเยอะข้าชอบ พี่ชายสองคนก็ช่วยสอนข้าฝึกอาวุธด้วย”“เหยียนเอ๋อร์ พี่ๆ มีงานใหญ่ต้องจัดการ อยู่เล่นกับเจ้าตลอดไปไม่ได้”ผู้เป็นมารดาเตือนเด็กชายจึงหน้าหงอยจือเยว่ก้าวเข้าไปใกล้แล้วลูบผมอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู นางเองก็ใจหายที่ต้องจากสองพี่น้องไป แม้จะพบหน้าไม่กี่วัน แต่ก็รับรู้ได้ถึงจิตใจที่บริสุทธิ์ของทั้งคู่ ชีวิตของเสวี่ยถงกับเสวี่ยเหยียนเป็นชีวิตที่นางอยากมีมาตลอด มีเวลาอยู่กับมารดา ท
“ระวังตัวด้วย”เทพสงครามสั่งเสียงดัง มั่นใจว่าชิงหลุนคงไม่ละมือโดยง่าย และก็เป็นอย่างที่คิด ชิงหลุนยกสองมือชูขึ้น ชั่วอึดใจท้องฟ้าด้านบนก็ดำทะมึนก่อนเหวี่ยงกรงเล็บจิ้งจอกทมิฬมาพร้อมพลังสายฟ้าฟาด ราวตั้งใจใช้พลังโจมตีทั้งหมดที่ตนมีเพื่อทำลายศัตรูเฟยอวี่พยายามเคลื่อนกายไปด้านหน้า หากรอรับเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถจัดการอีกฝ่ายได้ หลี่เหอเองก็ถอยไปบังร่างอรชรของนายตนไว้อย่างรู้ใจเทพสงครามว่าจะหาโอกาสเปลี่ยนรับเป็นรุกจากหลังเฟยอวี่ใช้พลังบังคับทวนให้หมุนสกัดกรงเล็บโดยไม่หยุดแล้ว เขาก็ร่ายเวทเพลิงวิหค ปล่อยพลังซัดเข้าหาชิงหลุน อีกฝ่ายตีลังกาหลบได้อย่างเฉียดฉิว นั่นทำให้กรงเล็บจิ้งจอกทมิฬหยุดลงชั่วขณะ เทพสงครามรีบคว้าทวนแล้วโผเข้าฟาดฟันอีกฝ่ายก็ปัดป้องด้วยพลังได้ทุกครั้งสายตาของชิงหลุนเหลือบไปยังจือเยว่ชั่วแวบ ก่อนจะหลบทวนของเทพสงครามหายวับไปใกล้ร่างอรชร ส่งกรงเล็บใส่หลี่เอินเพื่อให้พ้นทางก่อน“โอ๊ะ”“หลี่เอิน”ทั้งจือเยว่กับหลี่เหอต่างตะโกนขึ้นพร้อมกัน หลี่เหอรีบมาขวางแต่เพราะความกังวลห่วงน้องสาวที่กระเด็นไปไกลทำให้เกือบจะหลบพลังของชิงหลุนไม่ทัน ไม่ได้มองว่านายตนพุ่งกายไปหาหลี่เอิน นั่
ร่างบอบบางมุ่งหน้าเข้าป่าลึกภายในสำนักเทียนซาน มีผู้อื่นที่ว่องไวคล่องแคล่วกว่าตนหลายคน ทำให้ต้องเร่งฝีเท้ากระโดดลอยเหาะไปเกาะตามต้นไม้ใหญ่ ธงชัยสำหรับผู้ชนะในการประลองความเร็วนี้มีเพียงห้าคนเท่านั้น และนางก็อยากคว้ามันมาให้ได้จือเยว่ในเวลานี้อายุเพียงพันสองร้อยปี ยังเยาว์วัยและรูปร่างผอมบางสะโอดสะองกว่าบุรุษวัยเดียวกัน ฝีมือก็อ่อนด้อยกว่าศิษย์รุ่นเดียวกัน เพราะไม่มีผู้ใดรู้ว่าแท้จริงแล้วนางเป็นสตรี หากคว้าชัยเป็นหนึ่งในห้าได้นางจะไม่ถูกมองว่าอ่อนแอเหมือนคนขี้โรคอีกทว่าเมื่อมองเห็นธงชัยที่อยู่บนต้นไม้ต้นหนึ่ง นางก็รีบกระโจนไปให้ถึงโดยเร็ว หากก็มีศิษย์อีกคนเห็นด้วยเช่นกัน ต่างก็เร่งฝีเท้าและปีนป่ายเกาะต้นไม้นั้น แต่ที่ไม่มีใครทันสังเกตคือมีอสรพิษขดอยู่ด้านบนเหนือธงขึ้นไปราวเฝ้าระวัง ทั้งสองต่างขัดแข้งขัดขาช่วงชิงโอกาสที่จะไปให้ถึงธงนั้นก่อนอีกฝ่ายและจือเยว่ก็พลาดถูกเตะจนร่วงหล่นลงมายังดีที่คว้ากิ่งไม้ไว้ได้ นางเร่งปีนกลับขึ้นไปใหม่ เป็นจังหวะเดียวกับที่ศิษย์อีกคนเห็นว่ามีงูอยู่ เขาใช้เวทโจมตีเพื่อให้งูตกลงไป ทว่าโชคไม่ดีที่หล่นมาถูกจือเยว่ด้านล้าง และนางก็ถูกอสรพิษนั้นกัดเข้าที่แขน
“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”ร่างสูงใหญ่เคลื่อนมาหานางพร้อมกับหลี่เหอจือเยว่ยืนนิ่งเพราะรู้สึกถึงแรงบีบถี่ในท้องของตน มือบางกุมท้องและทรุดกายลง เฟยอวี่ก็รีบช่วยประคอง“ปวดท้องหรือ”นางพยักหน้าให้สามี ก่อนจะพูดเสียงสั่น“ข้าทนไม่ไหวแล้ว”เฟยอวี่ตกใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายก็อุ้มภรรยาของตนไปยังดินแดนมนุษย์ หลี่เหอช่วยเนรมิตกระท่อมขึ้นมา“ทำอย่างไรดี หากหลี่เอินอยู่ที่นี่ด้วยก็คงดี”เขาอดคิดถึงน้องสาวไม่ได้เทพสงครามวางร่างอรชรที่งอตัวแล้วร้องดังขึ้นเรื่อยๆ พายุที่หยุดไปเมื่อครู่เริ่มกระหน่ำลงมาอีกครั้ง ฟ้าแลบฟ้าร้องดังสนั่น จือเยว่ยิ่งดิ้นทุรนทุราย ขณะที่เขาทำได้เพียงจับมือบางและโอบกอดอีกฝ่าย“เฟยอวี่...ช่วยด้วย กรี๊ดดดด!!”จือเยว่กรีดร้องออกมาลั่นทั่วทั้งป่า ก่อนแสงสว่างเรืองรองจะวาบขึ้นแล้วปรากฏร่างเด็กทารกใกล้ร่างบอบบางที่หมดสติเฟยอวี่มองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างทำตัวไม่ถูก ขณะที่หลี่เหอถึงกับตกตะลึง หากก็รีบเข้ามาอุ้มร่างเล็กที่กำลังแผดเสียงร้องจ้าขึ้นเวลาเดียวกันนั้น ท้องฟ้ามืดมิดสว่างไสวในชั่วพริบตา พายุฝนฟ้าคะนองเลือนหายราวไม่เคยเกิดสภาพอากาศแปรปรวนโหดร้ายก่อนหน้านี้สองหนุ่มสบตา
สองร้อยปีต่อมา...“ให้ลูกไปเถิดนะท่านแม่”“เวลาเช่นนี้สุ่มเสี่ยงเกินกว่าที่ลูกจะไปเสี่ยงอันตราย ท่านย่ารู้ว่าแม่ให้ลูกไปต้องโกรธมากแน่”“ท่านพ่อ”จือเยว่หันไปหาบิดาให้ช่วยเหลือเมื่อมารดาส่ายหน้า ทว่าไท่จื่อจิ่นลี่กลับเหลือบสายตาไปยังภรรยา“ยังไงลูกก็จะไป”ใบหน้างดงามงอง้ำด้วยความขัดอกขัดใจ“เยว่เอ๋อร์ หากในเวลาปกติ พ่อก็คิดว่าเจ้าสมควรไป แต่เวลานี้...”ไท่จื่อสวรรค์ถอนหายยาว“พ่อไม่อนุญาต”จือเยว่มองบิดามารดาอย่างน้อยใจแล้วหันไปยังสามีซึ่งยืนเงียบทั้งยังมีสีหน้าลำบากใจ ริมฝีปากอิ่มสวยก็เม้มขุ่นเคือง“ลูกแข็งแรงดี ไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้มีสิ่งใดผิดปกติ ก่อนหน้านี้ก็ยังลงไปช่วยเผ่าปีศาจพร้อมกับเฟยอวี่ ครั้งนี้ไยจึงไปไม่ได้”“เวลานั้นลูกไปโดยที่ไม่บอกผู้ใดว่าตั้งครรภ์ แต่ตอนนี้คนรู้ทั่วทั้งสวรรค์ ยิ่งท่านปู่ท่านย่าของลูก ยิ่งไม่ต้องการให้ลูกทำงานราชกิจใด อีกอย่างก็น่าจะจวนเจียนคลอดแล้ว”“ลูกยังไม่รู้สึกว่าจะถึงเวลา”ผู้ที่ตั้งครรภ์ทว่าท้องไม่ได้โตขึ้นแม้แต่น้อยแย้งมารดา“แม่ก็คลอดลูกหลังตั้งครรภ์ไม่นานนัก”ด้วยบุญญาธิการของชนชั้นสูงเผ่าสวรรค์นั้นไม่อาจล่วงรู้ได้ ฤกษ์งามยามดีเหมาะสมเกิดจากญ
“จะไม่ให้ข้าได้พักเลยหรือ”“ท่านอยากพักก็พัก ข้าไม่ได้ห้าม”ใบหน้างดงามยังงอง้ำ ดวงตาคู่หวานซึ้งฉายแววขุ่นเคือง ทว่าเฟยอวี่ไม่รู้สึกเกรงกลัวทั้งยังเอ่ยหน้าตาย“ถึงท่านพัก ข้าก็ทำได้ โอ๊ย!”ชายหนุ่มสะดุ้งเพราะนิ้วเล็กจิกแล้วบิดอกหนาของตน“ตรงนี้มันเจ็บนะ”หญิงสาวสะบัดหน้าหนี เขาจึงจับมือที่ประทุษร้ายตนมาจูบ แล้วพาร่างอรชรลงไปนอนสบายๆ ส่วนตนตะแคงข้างกวาดมองเรือนกายเย้ายวน มีเสื้อรั้งอยู่ส่วนแขนและด้านหลัง หากก็แทบจะเปลือยเปล่า“เพิ่งบอกว่าคิดถึงข้า ตอนนี้มางอนเสียแล้ว”“ถึงข้าจะต้องการท่านมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้ท่านเอาแต่ใจกับข้า”“อืม ส่วนท่านเอาแต่ใจกับข้าได้”“เฟยอวี่”จือเยว่เสียงเข้มขึ้น ทั้งยังมองสามีตนด้วยแววตาดุ“โธ่ เมื่อครู่เป็นท่านเองที่ปลุกเร้าข้า ทั้งที่ข้าอุตส่าห์ห้ามใจ เพราะเห็นว่าท่านเพิ่งบาดเจ็บและยังเศร้าเสียใจ”“ท่านโทษข้า”เฟยอวี่ยิ้มเจื่อน รู้แล้วว่าหากไม่ยอมก็คงไม่จบ จึงเปลี่ยนไปเป็นง้อภรรยาแทน“ไม่ได้โทษท่าน ข้าดีใจยิ่งนักที่ท่านต้องการข้าถึงเพียงนี้ ข้าผิดที่เย้าท่านให้ได้อาย อย่าโกรธเคืองข้าเลยนะจือเยว่”ชายหนุ่มส่งสายตาอ้อนวอนปริบๆ จือเยว่จึงพยักหน้า
เฟยอวี่ไม่ยอมเป็นผู้รับเพียงฝ่ายเดียว ขยับริมฝีปากได้รูปจูบร้อนแรงกลับไป ขณะยกร่างอรชรให้ขยับขึ้นมาคร่อมตักตน อีกฝ่ายยอมทำตามโดยง่าย มือบางเลื่อนสอดเข้าไปในกลุ่มผมนวดคลึงพลางพัวพันลิ้นเล็กกับลิ้นตนเร่าร้อนจนหายใจลำบาก ทว่าปากนุ่มยังขยับมาเม้มใบหูของเขาต่อทำเอาชายหนุ่มครางครึ้ม“อืม จือเยว่ เวลาร้อยปีทำให้ท่านใจร้อนขึ้นมากนัก”“เพราะข้าคิดถึงอ้อมกอดของท่าน ช่วงเวลาแห่งความสุขแสนสั้นเกินไป”ชายหนุ่มต้องกัดริมฝีปากตนเพราะเจ้าตัวตอบเบาชิดหูทั้งยังกัดติ่งหูเขาหยอกเย้า“ท่านยั่วเย้าเก่งเกินไปแล้ว ข้าคิดว่าท่านคงลืมเลือนสัมผัสจากข้าไปเสียแล้ว”“ข้าเพียงทำตามเสียงเรียกร้องแห่งปรารถนา”บอกแล้วนางก็ไล่เม้มลำคอแกร่ง มือกระชากเสื้อคลุมอีกฝ่ายออกด้วยเวทของตน ก่อนจะไต่สองมือบางไปตามบ่าหนากับแขนกำยำ ทั้งยังจิกปลายนิ้วครูดไปตามแผ่นหลังกว้างเร้าอารมณ์หนุ่มพร้อมแนบหน้าอกตนชิดอกแกร่งเปลือยเปล่า ขยับบดเบียดเชิญชวนมือหนาเลื่อนมาวางแนบเอวบางค่อยๆ ปลดชุดสวยอย่างไม่เร่งร้อนผิดกับอีกฝ่าย ตั้งใจปลดเปลื้องเรือนกายอ้อนแอ้นให้เผยอย่างช้าๆ เพียงด้านหน้า ดูเย้ายวนกระตุ้นเลือดหนุ่มฉกรรจ์ให้ทะยานอยากมากยิ่งขึ้นชายห
“หากไม่คิดบัญชีกับเจ้า ข้าก็ไม่อาจตายตาหลับ ฆ่ามัน!”นางสั่งเสียงเข้ม ฝูงจิ้งจอกก็กระโดดจู่โจม จือเยว่เหินลอยตัวสูงพร้อมหลี่เหอหลี่เอิน และฟาดพันพลังใส่จิ้งจอกที่ถูกวิชามารควบคุม แต่ละตัวตาแดงก่ำน่ากลัวจิ้งจอกกระเด็นไปไกลแต่ก็ผุดยืนขึ้นรวดเร็วราวไม่บาดเจ็บ คงกลายเป็นปีศาจจิ้งจอกแล้ว ทั้งยังกระโดดได้สูงผิดจิ้งจอกทั่วไปและมีไอดำรอบกายซูเจินเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย นางพุ่งเข้ามาพร้อมสะบัดแขนส่งพลังทำลายล้างสีดำทะมึนเข้ามาใส่ จือเยว่หันไปตั้งรับขณะหลี่เหอหลี่เอินพะวงกับฝูงจิ้งจอก แม้นางจะสกัดพลังทมิฬนั้นได้และผลักดันกลับไปจนอีกฝ่ายผงะ ทว่ากลับมีจิ้งจอกตัวหนึ่งพุ่งมาใส่ หญิงสาวถอยหนีอย่างกะทันไปจนถึงหน้าผา เป็นเวลาเดียวกับที่ซูเจินตั้งตัวได้ซัดพลังตามมา ร่างอรชรถูกกระแทกจากไอดำหงายหลังลงหน้าผาโดยมีจิ้งจอกตัวนั้นตามมาเพื่อขย้ำจือเยว่ลอยลิ่ว กำหนดจิตได้ยากเพราะบาดเจ็บ แล้วอยู่ๆ กลับมีลูกไฟพุ่งลงมายังตัวจิ้งจอกจนถูกเผาไปต่อหน้า รวมทั้งซูเจินกับจิ้งจอกตัวอื่นก็ถูกลูกไฟตามๆ กันขณะได้ยินเสียงซูเจินกรีดร้องหญิงสาวรู้สึกได้ว่าร่างสูงใหญ่โผวูบเข้ามารองรับร่างตนและพาลอยสูงขึ้น ผู้ที่บาดเจ็บเหลือบมอง แ
เวลาล่วงเลยมาร้อยปี จากขุนพลสวรรค์จือเยว่สามารถขึ้นเป็นแม่ทัพสวรรค์ได้แล้ว นางเป็นผู้ดูแลราชกิจทั่วทั้งหกพิภพแทนไท่จื่อจิ่นลี่เต็มตัว แม้ผู้นำทัพสวรรค์ยังเป็นไท่จื่อ รวมถึงหน้าที่รับผิดชอบของเทพสงครามจือเยว่ก็เป็นผู้จัดการโดยปราศจากการแต่งตั้งเทพสงครามคนใหม่ หญิงสาวคิดว่าองค์จักรพรรดิสวรรค์ยังไม่เห็นว่าผู้ใดมีความสามารถเพียงพอ และตัวนางเองยังต้องได้รับความไว้วางใจจากขุนนางสวรรค์กับหกพิภพถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้ใส่ใจนัก ตำแน่งใดไม่สำคัญ นางอยากทำหน้าที่ของตนกับเฟยอวี่ให้ดีที่สุด ให้เหมือนกับเทพสงครามยังคงอยู่“ชายแดนเผ่าจิ้งจอกติดกับดินแดนมนุษย์มีอสูรร้ายอาละวาดกินผู้คนเป็นอาหาร ท่านแม่ทัพจะไปจัดการด้วยตนเองหรือให้ข้าไปแทนขอรับ”หลี่เหอถามขณะหารือในเรื่องฎีกาที่ส่งมา บางส่วนสามารถจัดการได้โดยไม่ต้องทูลฮ่องเต้สวรรค์ก่อน แม่ทัพจือเยว่จะเป็นผู้ตัดสินใจหรือไม่ก็ปรึกษาไท่จื่อ ด้วยเวลานี้องค์จักรพรรดิวางมือในหลายส่วนแล้วจือเยว่นิ่งงันไป ชายแดนเผ่าจิ้งจอกกับดินแดนมนุษย์ก็หมายถึงเขตรอยเชื่อมต่อที่เคยไปครั้งก่อน ครั้งที่ทำให้นางสูญเสียที่สุดในชีวิต นางไม่ควรไปหากไม่ต้องการเจ็บปวด ทว่าก็คิ
“ท่านย่ารู้เรื่องนี้ด้วยหรือเพคะ”ฮองเฮาฮุ่ยเฟิ่งอึกอักอ้ำอึ้ง ทว่าเห็นหลานรักเป็นเช่นนี้ก็ไม่อยากปิดบังไว้อีก“ผู้ที่รู้เรื่องนี้ มีท่านปู่ของหลาน ย่า อาจารย์ปู่กับอาจารย์ของหลาน”จือเยว่มองย่าของตนอย่างไม่คาดคิด ขณะที่ฮองเฮายังบอกเล่าต่อไป“เฟยอวี่เคยช่วยชีวิตหลาน เขาปลดผนึกวิชาแปลงกายจากตัวหลานทำให้กลายร่างเป็นหญิง และด้ายแดงก็ผูกพันชะตาหลานทั้งสองไว้นับแต่นั้น ในตอนที่เขาพาหลานมาให้อาจารย์ช่วยรักษา อาจารย์ของหลานจึงบอกให้เฟยอวี่ช่วยเก็บความลับนี้ไว้ อาจารย์ปู่สำนักเทียนซานส่งสารลับแจ้งมายังท่านปู่ ท่านปู่ของหลานจึงรับสั่งให้สะกดอารมณ์ความรู้สึกในหัวใจของหลานเอาไว้ ไม่ต้องการให้หลานผูกพันใจกับผู้ใดแม้แต่เฟยอวี่ และอาจารย์ของหลานก็มอบหมายหน้าที่ให้เขาลงไปขุนเขากลางเวหา”ริมฝีปากอิ่มเผยอ ยิ่งฟังก็ยิ่งเจ็บปวด เพราะศิษย์พี่ของนางเก่งกาจที่สุดในสำนัก นางจึงไม่แปลกใจ ทว่าจากนั้นไม่นานบิดาก็ส่งจางหย่งมารับตัวนางกลับสวรรค์ และไม่ได้พบเฟยอวี่อีกเพราะถูกเวทสะกดใจไว้นี่เอง นางจึงมักรู้สึกปวดหัวใจราวถูกบีบหรือทิ่มแทงทุกครั้งที่อารมณ์เฉียดใกล้ความรู้สึก ‘รัก’‘นางมีหน้าที่อันยิ่งใหญ่รออยู่ ชีว
ร่างบอบบางมุ่งหน้าเข้าป่าลึกภายในสำนักเทียนซาน มีผู้อื่นที่ว่องไวคล่องแคล่วกว่าตนหลายคน ทำให้ต้องเร่งฝีเท้ากระโดดลอยเหาะไปเกาะตามต้นไม้ใหญ่ ธงชัยสำหรับผู้ชนะในการประลองความเร็วนี้มีเพียงห้าคนเท่านั้น และนางก็อยากคว้ามันมาให้ได้จือเยว่ในเวลานี้อายุเพียงพันสองร้อยปี ยังเยาว์วัยและรูปร่างผอมบางสะโอดสะองกว่าบุรุษวัยเดียวกัน ฝีมือก็อ่อนด้อยกว่าศิษย์รุ่นเดียวกัน เพราะไม่มีผู้ใดรู้ว่าแท้จริงแล้วนางเป็นสตรี หากคว้าชัยเป็นหนึ่งในห้าได้นางจะไม่ถูกมองว่าอ่อนแอเหมือนคนขี้โรคอีกทว่าเมื่อมองเห็นธงชัยที่อยู่บนต้นไม้ต้นหนึ่ง นางก็รีบกระโจนไปให้ถึงโดยเร็ว หากก็มีศิษย์อีกคนเห็นด้วยเช่นกัน ต่างก็เร่งฝีเท้าและปีนป่ายเกาะต้นไม้นั้น แต่ที่ไม่มีใครทันสังเกตคือมีอสรพิษขดอยู่ด้านบนเหนือธงขึ้นไปราวเฝ้าระวัง ทั้งสองต่างขัดแข้งขัดขาช่วงชิงโอกาสที่จะไปให้ถึงธงนั้นก่อนอีกฝ่ายและจือเยว่ก็พลาดถูกเตะจนร่วงหล่นลงมายังดีที่คว้ากิ่งไม้ไว้ได้ นางเร่งปีนกลับขึ้นไปใหม่ เป็นจังหวะเดียวกับที่ศิษย์อีกคนเห็นว่ามีงูอยู่ เขาใช้เวทโจมตีเพื่อให้งูตกลงไป ทว่าโชคไม่ดีที่หล่นมาถูกจือเยว่ด้านล้าง และนางก็ถูกอสรพิษนั้นกัดเข้าที่แขน
“ระวังตัวด้วย”เทพสงครามสั่งเสียงดัง มั่นใจว่าชิงหลุนคงไม่ละมือโดยง่าย และก็เป็นอย่างที่คิด ชิงหลุนยกสองมือชูขึ้น ชั่วอึดใจท้องฟ้าด้านบนก็ดำทะมึนก่อนเหวี่ยงกรงเล็บจิ้งจอกทมิฬมาพร้อมพลังสายฟ้าฟาด ราวตั้งใจใช้พลังโจมตีทั้งหมดที่ตนมีเพื่อทำลายศัตรูเฟยอวี่พยายามเคลื่อนกายไปด้านหน้า หากรอรับเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถจัดการอีกฝ่ายได้ หลี่เหอเองก็ถอยไปบังร่างอรชรของนายตนไว้อย่างรู้ใจเทพสงครามว่าจะหาโอกาสเปลี่ยนรับเป็นรุกจากหลังเฟยอวี่ใช้พลังบังคับทวนให้หมุนสกัดกรงเล็บโดยไม่หยุดแล้ว เขาก็ร่ายเวทเพลิงวิหค ปล่อยพลังซัดเข้าหาชิงหลุน อีกฝ่ายตีลังกาหลบได้อย่างเฉียดฉิว นั่นทำให้กรงเล็บจิ้งจอกทมิฬหยุดลงชั่วขณะ เทพสงครามรีบคว้าทวนแล้วโผเข้าฟาดฟันอีกฝ่ายก็ปัดป้องด้วยพลังได้ทุกครั้งสายตาของชิงหลุนเหลือบไปยังจือเยว่ชั่วแวบ ก่อนจะหลบทวนของเทพสงครามหายวับไปใกล้ร่างอรชร ส่งกรงเล็บใส่หลี่เอินเพื่อให้พ้นทางก่อน“โอ๊ะ”“หลี่เอิน”ทั้งจือเยว่กับหลี่เหอต่างตะโกนขึ้นพร้อมกัน หลี่เหอรีบมาขวางแต่เพราะความกังวลห่วงน้องสาวที่กระเด็นไปไกลทำให้เกือบจะหลบพลังของชิงหลุนไม่ทัน ไม่ได้มองว่านายตนพุ่งกายไปหาหลี่เอิน นั่