จริงมันก็เป็นความสะเพร่าของเธอเองที่ไม่ยอมอ่านสัญญาให้ละเอียดเสียก่อน
“แต่ถ้าบริษัทเราไม่ทำเราต้องจ่ายให้เขาหลายล้านเลยนะแก้ว”
“แต่ทำงานกับคนแบบนี้ตั้งสี่เดือนแถมเปลี่ยนอินทิเรียก็ไม่ได้ แก้วไม่ตายเลยเหรอพี่ทิน”
“แก้ว พี่เข้าใจแก้วนะ แต่…” ทินกรวางมือลงบนไหล่มนของหญิงสาว
“แก้วรู้ค่ะ ถ้าแก้วไม่ทำ บริษัทก็จะเสียหาย พี่ทินกับคนในบริษัทก็จะเดือดร้อน ดังนั้นแก้วยอมทำก็ได้ค่ะ” เสียงหวานพูดจบก็ถอนหายใจยาว ๆ และส่ายศีรษะไปมา “ขอบใจนะแก้ว”
ไม่นานท่านประธานหนุ่มเจ้าของโรงแรมเดินกลับเข้ามาภายในห้องทำงานของตนพร้อมกับรอยยิ้ม
“คุยกันเรียบร้อยแล้วหรือยังครับคุณทินกร คุณกัญญ์วรา” รอยยิ้มมุมปากของเจ้าของใบหน้าเจ้าเล่ห์ถูกส่งให้หญิงสาว
หญิงสาวหน้าหวานหันมาตอบกลับชายหนุ่มเสียงแข็ง
“ค่ะ…ตกลงฉันจะทำงานนี้ให้กับคุณ” ชายหนุ่มได้ยินดังนันจึงพยักหน้าและยิ้มออกมาราวกับผู้ชนะ
“ขอบคุณนะครับคุณทินกร ส่วนคุณกัญญ์วรา อีกหนึ่งสัปดาห์ผมจะให้คนไปรับที่คุณบริษัท เราจะต้องไปดูไซต์งานด้วยที่กระบี่หนึ่งอาทิตย์”
“ทำไมคุณต้องส่งคนไปรับ ฉันมีรถฉันขับรถไปเองได้”
“แก้วใจเย็น ๆ ลูกค้าท่องไว้” ทินกรกระซิบให้สาวข้างกายแต่สาวข้างกายก็สวนกลับทันใด
“ลูกค้าก็ใช่จะบังคับกันได้ทุกอย่าง”
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณพัสกร”
“ครับเชิญครับ…แล้วเจอกันครับคุณกัญญ์วรา” ทินกรดึงหญิงสาวออกไปแต่ไม่วายใบหน้าหวานของเธอนั้นกลับบึ้งตึงพร้อมถลึงตาใส่คนในห้องอย่างหมั่นไส้
ภายในห้องทำงานกว้างใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยกระจกรอบทิศของพัสกรกำลังนั่งอ่านรายละเอียของอินทิเรียสาวมากความสามารถแต่วาจาฝีปากอวดดีที่ให้ลูกน้องคนสนิทไปหาประวัติของหญิงสาวมาเพิ่มเติม คนอวดดีแบบนี้ต้องโดนสั่งสอน ยิ่งอ่านเท่าไรยิ่งนึกถึงใบหน้ายียวนกวนประสาทแล่นเข้ามาในหัว
ใบหน้าหวานผิดหูผิดตากับนิสัย บนใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อน ๆ บางเบา ทาลิปสติกสีแดงระเรื่อกับรอยยิ้มเซ็กซี่ขยี้ใจคนที่ได้จ้องมองในยามที่เต้นโยกย้ายท่ามกลางเสียงเพลงภายในสถานบันเทิงยามราตรี
กัญญ์วราเดินทางมาถึงสถานบันเทิงแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่จัดงานปาร์ตี้วันเกิดของเพื่อนสนิทที่ทำงานที่เดียวกัน ซึ่งเธอมาสายกว่าเวลานัดกันเอาไว้ราว ๆ สี่สิบนาทีได้ เพราะระหว่างทางที่มาที่นี่นั้นรถติดอย่างหนักทำให้เธอต้องมาที่งานสาย
ในมือเรียวถือกล่องของขวัญผูกโบติดมือมาให้เจ้าของวันเกิดอีกด้วย ร่างบางเดินเข้ามาด้านในตอนนี้ผู้คนที่ต่างพากันมาเที่ยวเริ่มทยอยกันมามาก ทำให้เธอนั้นต้องเดินเบียดเสียดไปมากับผู้คนกลุ่มหนึ่งในโซนเดียวกันกับที่เลี้ยงวันเกิด กัญญ์วรานั้นมัวแต่มองไปข้างหน้าโดยไม่สนคนที่เดินสวนมาแม้แต่น้อยทำให้กล่องของขวัญนั้นตกหล่นลงบนพื้น ร่างบางเงยหน้ามองคนตัวสูงก่อนเอ่ยต่อว่า
“นี่คุณไม่มีตารึไงเดินชนจนของฉันหล่น แล้วก็ไม่ขอโทษฉันอีก”
“เธอนั่นแหละไม่มีตารึไง” น้ำเสียงทรงอำนาจตวาดดังลั่นด้วยความโมโหทำให้หญิงสาวตรงหน้านั้นสะดุ้งตกใจรวมถึงคนที่อยู่ในบริเวรนั้นเช่นกัน
“เป็นอะไรไหมครับคุณภีม” ชายหนุ่มร่างสูงโบกมือปัดราวกับไม่เป็นอะไร ในระหว่างที่กัญญ์วราเอามือปิดหน้าอกแล้วค่อยก้มหยิบกล่องของขวัญที่หล่นเมื่อครู่นี้ขึ้นมาแล้วเดินกระแทกไหล่ร่างสูงออกไปโดยไม่เหลียวหลัง ทำให้คนที่ถูกเดินกระแทกนั้นมองเจ้าของแผ่นหลังขาวเนียนด้วยความโกรธจัด
“อยากตายรึไงยัยบ้า” เมื่อได้ยินเสียงหญิงสาวหันกลับไปมองเล็กน้อยก่อนจะคุยกับกลุ่มเพื่อนต่อ
ก่อนหันไปสั่งลูกน้องคนสนิทไปสืบประวัติผู้หญิงอวดดีคนนั้น ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะที่จองไว้ระหว่างรอเพื่อนที่นัดมาสังสรรค์เช่นกัน
เวลาผ่านไปสาวสวยในโต๊ะของกัญญ์วราต่างลุกขึ้นเต้นโยกย้ายออกลวดลายยั่วยวนผิดกับหญิงสามนั้นที่นั่งท้าวศีรษะมองกลุ่มเพื่อนเต้นกันอย่างสนุกสนาน
“ลุกเต้นหน่อยสิแก้ว”
“ไม่ละ…พวกแกเต้นไปเหอะ”
“ถ้าไม่เต้น แกก็ดื่มหน่อย มาผับนะไม่ได้มานั่งสวดมนต์” เพื่อนอีกคนส่งแก้วแอลกอฮอล์ให้กัญญ์วราดื่ม
“ไม่ล่ะ...พรุ่งนี้งานเช้า พวกแกไม่รู้เหรอ”
“บอสบอกไปสายได้ให้วันหนึ่ง ถ้าแกไม่ดื่มอีกก็มาเต้นกับพวกฉันก็ได้เลือกเอานะแก้วตา”
“เออก็ได้ เดี๋ยวฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนแล้วกันนะ”
“ห้ามหนีกลับล่ะ” หญิงสาวเหยียดยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบ
“นี่ใคร….แก้วตาซะอย่างไม่หนีอยู่แล้ว” ไหวไหล่ให้กลุ่มเพื่อนสาวก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำและเดินกลับมาที่โต๊ะในเวลาต่อมา
“ฉันจะเต้นกับพวกแก แต่แค่เพลงเดียวเท่านั้นนะ และฉันก็จะกลับบ้านนอนง่วงมากด้วย”
“โอเคเพลงเดียวก็ได้” หญิงสาวยอมแค่วันนี้เพราะเป็นปาร์ตี้วันเกิดของเพื่อนไม่นานหญิงสาวกับเพื่อนอีกจำนวนหญิงของเธอต่างลุกขึ้นเต้นออกสเต็ปตามจังหวะเพลงด้วยท่าทางเย้ายวน เหยียดยิ้มและจิ๊กตาอย่างเซ็กซี่ให้กับกลุ่มเพื่อนของเธอ นาน ๆ เหล่าเพื่อนจะเห็นแก้วตาอินทิเรียดีไซน์มือหนึ่งของบริษัทลุกขึ้นออกลวดลาย
การเต้นของเธอนั้นเป็นที่จับจ้องดึงดูดของสายตาหื่นกระหายของนักล่ายามราตรีอย่างไม่วางตา
ชุดสายเดียวสีดำเว้าหลังสวมคู่กับกางเกงยีนสีดำรัดรูปดูเข้ากันน่าค้นหาอย่างยิ่ง มือเรียวเสยผมแล้ว ลูบไล้ตามส่วนเว้าส่วนโค้งของตนจนเกือบจะจบเพลง
“ไอ้ภีมผู้หญิงชุดดำโต๊ะนั้นเต้นโคตรเด็ดเลยว่ะ”
“เหอะ…ผู้หญิงไร้มารยาทแถมปากดีอีกต่างหาก” ชายหนุ่มมองไปยังเป้าหมายที่เพื่อนบอกก่อนเอ่ยออกมา
“ไปว่าเขาอย่างนั้นได้ยังไง”
หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ไม่ตอบอะไรนอกจากขอตัวออกไปสูบบุหรี่ข้างนอกครู่หนึ่งเช่นเดียวกับหญิงสาวคนสวยที่กำลังขอตัวกลับก่อนเพราะนี้ก็ดึกมากแล้ว
“ฉันกลับก่อนนะ…พรุ่งนี้เจอกันที่บริษัท”
“แล้วเจอกันแกขับรถดี ๆ ด้วย แต่แกไม่เมาแน่นะ”
“กินไปนิดเดียวฉันไม่เมาหรอก ” หลังจากนั้นก็โบกมือลากลุ่มเพื่อนสาวก่อนเดินออกจากร้านไป แต่ยังไม่ทันได้พ้นจากร้านดีก็ได้ยินเสียงเข้มดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
“ผู้หญิงไร้มารยาทแถมยังเต้นยั่วผู้ชายอย่างหน้าไม่อาย”
ร่างบางหันหลังกลับไปมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่จ้องร่างของเธออยู่
“อะไรของคุณไม่ทราบ ใครกันแน่ไร้มารยาท ฉันว่าคำนี้น่าจะย้อนกลับไปหาคุณมากกว่านะ คุณต่างหากล่ะไร้มารยาทอยู่ก็กล่าวหากันไปทั่ว”
“นี่เธอ!” ร่างสูงจ้องร่างบางที่อยู่ตรงหน้าอย่างโกรธจัด
“หรือว่าไม่จริงล่ะ ตอนที่เดินเข้าร้านคุณต่างหากที่เดินชนฉันก่อนแถมยังไม่ขอโทษฉันอีก แล้วตอนนี้ก็มาว่าฉันไร้มารยาท มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ อีกอย่างฉันก็เต้นของฉันไม่ได้ไปยั่วคุณหรือใคร” หญิงสาวกอดอกเชิดหน้าสวนกลับชายหนุ่มเป็นฉากๆ
มือหนากระด้างที่คีบบุหรี่อยู่เมื่อครู่จัดการดับเปลวไฟของบุหรี่แล้วกระชากข้อมือบางเข้าหาตน แรงกระชากทำให้หญิงสาวที่ไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ล้มลงปะทะกับแผงอกแกร่งของร่างสูง
“ผู้หญิงอย่างเธอทั้งปากดีแล้วก็ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย”
“ฉันจะมีมารยาทกับคนที่ควรเท่านั้น ปล่อย!” แขนเร็วพยายามบิดข้อมือเล็กออกจากมือหนาแต่ยิ่งบิดเขายิ่งจับแน่นขึ้น ใบหน้าหล่อลอยหน้าลอยตาพร้อมเหยียดยิ้มมุมปาก
“ไม่ปล่อยใช่มั้ย ได้” ว่าแล้วเท้าเรียวกระแทกลงกับเท้าหนาของชายหนุ่มทันทีทำให้ชายหนุ่มนั้นต้องปล่อยมือ เมื่อหลุดหญิงสาวรีบวิ่งไปที่รถยนต์ส่วนตัวของเธอทันที
“ยัยตัวแสบ…เธอกับฉันจะต้องได้เจอกันอีก แม่นางแมวจอมยั่ว”
ผู้หญิงยิ่งดื้อด้านเขายิ่งอยากจะเอาชนะ เพราะคนอย่างเขาไม่เคยยอมแพ้ใครไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตาม แต่ผู้หญิงอวดดีคนนั้นทำให้เขารู้สึกเสียหน้ายิ่งนัก แววตามาดมั่นราวกับอยากเอาชนะให้ได้ภายในวันนี้วันพรุ่งนี้
ร่างบอบบางขยับตัวตื่นในยามที่แสงแดดสาดส่องลอดเข้ามาภายในห้อง หญิงสาวลุกขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียงพร้อมกับบิดกายราวกับไล่ความเมื่อยล้าที่สะสมอยู่ในกายมานานแสนนาน บิดซ้ายบิดขวาไปมา สายตาหวานมองหาโทรศัพท์มือถือของตนและเอื้อมไปหยิบขึ้นมาดูเวลา“ตายล่ะ…สายแล้วบอสด่าตายเลย”หลังจากที่ดูเวลาที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือซึ่งเลยเวลาเข้างานมานับชั่วโมงหญิงสาวรีบดีดตัวลุกจากที่เตียงนอนหนานุ่มวิ่งเข้าห้องน้ำจัดการอาบน้ำแต่งตัวออกไปทำงานทันทีวันนี้กัญญ์วราไม่ได้แต่งหน้าเข้าบริษัทเพียงแค่ทาลิปสติกกับเขียนคิวเท่านั้น เพื่อไม่ใหดูป่วยจนเกินไป สำหรับผู้หญิงเราไม่มีคิ้วแทบจะไม่กล้าออกไปไหนเลย ร่างสูงเพรียวของอินทิเรียสาวคนสวยเดินเข้ามายันแผนกของตน เมื่อเธอเดินเข้ามาทุกคนต่างทำความเคารพเธอทั้ง ๆ ที่เธอก็ไม่ได้อายุมากเท่าไรนัก อาจจะเป็นเพราะเธอนั้นทำงานที่นี่มาตั้งแต่ก่อนเรียนจบละมั้ง“พี่แก้วขา…บอสเรียกพบพี่แก้วค่ะ” ผู้ช่วยส่วนตัวของกัญญ์-วราบอกกับหญิงสาวที่พึ่งจะเข้าบริษัทไม่ไม่กี่นาทีนี้“บอส…บอสจะพบพี่เนี่ยนะ” หญิงสาวเอ่ยทวนอีกครั้ง“ใช่ค่ะพี่แก้ว…เห็นถามหาพี่แก้วตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ บอสบอกว่าถ้าพี่เข้าบริษัทแล
หลังจากที่พัสกรบอกให้ลูกน้องสนิทไปพักผ่อน ส่วนเขาก็จัดการอุ้มพาผู้หญิงอวดดีแถมยังปากเก่งกลับบ้านพักส่วนตัวของเขาท้ายหาดทันที จัดการเปิดประตูเข้าไปยังบ้านพักเดินตรงเข้าไปยังห้องนอนของเขาทันที ค่อย ๆ วางร่างบางของหญิงสาวลงบนเตียงของเขาอย่างเบามืออย่างอ่อนโยน จัดท่าทางในการนอนให้สาวเจ้าขี้เซาที่ถูกผู้ชายที่พึ่งเจอกันไม่นานพาเข้าห้องยังไม่รู้ตัว“แม่คุณเอ้ย...นี่นอนหรือซ้อมตายกันหึ” ชายหนุ่มยืนเท้าสะเอวมองคนที่นอนหลับตาพริ้งอย่างสบายใจ สายตาคมมองไปยังร่างบางที่นอนหลับอยู่บนเตียงพบกระเป๋าสะบายคล้องคออยู่จึงโน้มตัวประคองหญิงสาวขึ้นมาค่อย ๆ ปลอดเอากระเป๋าออกอย่างเบามือ แล้ววางหญิงสาวลงดังเดิม ห่มผ้าให้หญิงสาวและส่วนตัวของเขานั้นเดินหายเข้าไปในห้องน้ำไม่นานก็ออกมาในชุดนอนสีเทาอ่อนเดิน“จะนอนตรงไหนดีวะเนี่ย” บ้านพักส่วนตัวของเขามีเพียงหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำและหนึ่งห้องนั่งเล่นเท่านั้น อันนที่จริงมันก็เหมือนห้องพักรีสอร์ทธรรมดาทั่วไปเพียงแต่ไม่อนุญาตให้ใครมาใช้งานก็เท่านั้น อย่างไรก็ตามเขาไม่มีทางออกไปนอนร้อนข้างนอกหรอก นี่บ้านของเขา ห้องนอนของเขา เตียงนี้ก็ของเขาชายหนุ่มเด
หลังจากที่ทั้งพัสกรและกัญญ์วรานั้นรับประทานอาหารเช้าที่ให้พ่อครัวของรีสอร์ทเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วนั้น ชายหนุ่มจึงเดินนำหน้าหญิงสาวพาเดินเรียบไปยังชายหาดในเขตของเขาที่กำลังต่อเติมและจะสร้างเสร็จในอีกไม่ช้านี้แต่เมื่อมาถึงสถานที่จึงแล้วกัญญ์วราจึงเริ่มลงมือถ่ายรูปในส่วนต่าง ๆ ทีจำเป็นต้องใช้ในการออกแบบและตกแต่งภายในบ้านพักไม่ว่าจะเป็นประตูทางเข้า ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำหรือแม้กระทั่งระเบียงที่ยื่นออกมารับสายลมและแสงแดดก็ตามทีทุกอย่างถูกบันทึกลงใน ipad pro เครื่องโปรดของเธอก่อนจะหันไปถามเจ้าของรีสอร์ทหนุ่มหล่อที่กำลังที่ยืนกอดอกมองการกระทำเธออยู่ทางด้านหลัง“คุณต้องการให้ห้องพักของคุณเป็นแบบไหนโทนสีแนวไหนคะ ฉันจะได้ออกแบบตามที่คุณต้องการ ”“ผมอยากได้ห้องทีโทนสีสบายตาอยู่แล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้มาพักผ่อนน่ะจริง ๆ” ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ อีกครั้งก่อนจะพูดความต้องการของตนอีกครั้ง“ห้องแรกห้องนั่งเล่นผมอยากให้โทนสีห้องสบายๆ พักผ่อนได้ทั้งวันไม่เบื่อ ห้องนอนผมอยากให้เป็นโทนสีเทาครีมสลับผสมให้กลมกลืนกันคุณช่วยจัดการออกแบบให้ผมได้ไหม”กัญญ
ห้าเดือนผ่านไปหลังจากที่กัญญ์วราถูกลากออกไปดูสถานที่จริงกับเขาเมื่อเดือนก่อน หลังจากที่กลับมาทั้งสองก็ออกไปพบปะกันบ้างเพื่อที่จะอัพเดตงานแต่สองเดือนให้หลังมานี้หญิงสาวมักหลบหน้าหลบตาชายหนุ่มเสมอ ในบางครั้งที่นัดอัพเดตงานหญิงสาวมักจะมีข้ออ้างเสมอและฝากงานที่เธอทำนั้นให้กับผู้ช่วยของเธอไปพบลูกค้าหนุ่มพร้อมกับเจ้านายแทนและวันนี้ก็คงเป็นเช่นเดิมที่เธอจะฝากผู้ช่วยของเธอไปพบแทน งานของพัสกรนั้นคืบหน้าไปแล้วเกือบหกสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ทุกครั้งที่ไปพบงานที่เธอทำนั้นมักจะถูกตีกลับมาเสมอโดยที่เขานั้นให้เหตุผลว่าไม่ชอบในส่วนนั่น ต้องปรับในส่วนนี้ เอาตรงนั้นตรงนี้ออกบ้าง สิ่งที่ต้องแก้ไขส่วนใหญ่มักจะเป็นในส่วนของบ้านพักของเขา ส่วนของรีสอร์ทนั้นเรียบร้อยตั้งแต่สองเดือนที่ผ่านมาแล้วแต่ก็ไม่รู้ว้าพัสกรอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างหรือไม่“พี่แก้วตารอบนี้จะให้อายออกไปพบคุณพัสกรพร้อมกับบอสอีกแล้วเหรอคะ” ผู้ช่วยสาวถามด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ เป็นกังวล“มีอะไรรึเปล่าทำไมทำน้ำเสียงเป็นแบบนั้นล่ะ”“ก็คุณพัสกรสิคะพี่แก้ว งานที่พี่แก้วแก้ไปก็ตรงจุดทุก
กัญญ์วรากลับมาห้องทำงานและจัดการแก้แบบที่พัสกรต้องการอีกครั้งหลังจากที่ตกลงกันไปตอนแรกจำนวนห้องพักที่สร้างใหม่สิบสองห้องจะใช้แบบและการตกแต่งไปในรูปแบบเดียวกัน แต่ที่คุยล่าสุดเขาอยากให้ปรับรูปแบบของห้องพักให้มีหลากหลายสไตล์คละเคล้ากันไป หญิงสาวจึงจัดการดูแบบเดิมที่เธอทำและปรับใหม่อีกครั้งจนเวลาล่วงเลยมาในช่วงเวลาเลิกงาน“อายขอตัวกลับก่อนนะคะพี่แก้ว” ผู้ช่วยสาวเปิดประตูเข้ามาและบอกหญิงสาว หญิงสาวพยักหน้ารับ“แล้วพี่แก้วกลับตอนไหนคะ”“อีกสักพักพี่ก็กลับแล้ว อายกลับดี ๆ นะ” ลับหลังผู้ช่วยสาวหญิงสาวจัดการงานของตนอีกเล็กน้อยก่อนจะเก็บของกลับบ้านร่างบางเดินมายังหน้าบริษัท วันนี้หญิงสาวนั้นไม่ได้ขับรถยนต์ส่วนตัวของตนนั้นมา เธอจึงเดินมายังหน้าบริษัทเพื่อที่จะเรียกรถแท็กซี่ที่จะเดินทางกลับคอนโดของเธอ แต่ในระหว่างที่เธอนั้นเดินก้มหน้าก้มตาหาของในกระเป๋าร่างบางนั้นก็ปะทะชนกับอะไรบางอย่างทำให้หญิงสาวนั้นเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับร่างสูงของลูกน้องคนสนิทของพัสกร“อุ๊ย”“เอ่อ…คุณนิค มีอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างสุภาพกับคนตรงหน้า“ผมไม่ม
สองเดือนก่อนหน้าสองเดือนก่อนหน้านี้ กัญญ์วราออกแบบห้องรอบสุดท้ายเรียบร้อยตามที่ชายหนุ่มต้องการ เมื่อเขาชอบเธอก็พลอยโล่งอกดีใจที่ไม่ต้องมานั่งแก้งานในจุดเดิม ๆ ซ้ำไปมาตามใจลูกค้าหนุ่มเรียบร้อยแล้วแต่เขาก็หารเองให้เอทำงานให้อย่างคนเอาแต่ใจอยู่ร่ำไป ในบ่อยครั้งที่เธอนั้นจะเดินทางกลับกรุงเทพ หลังจากที่คอยมาดูความเคลื่อนไหวของงาน ทุกครั้งเมื่อถึงวันกำหนดที่เธอต้องการจะกลับจะคอยมีข้อความจากเจ้านายหนุ่มอย่างทินกรถูกส่งมาทุกครั้งอย่างรู้เวลาบอกให้เธอดูงานดูแลความเรียบร้อยให้ดีบ่อยครั้ง และทุกครั้งข้ออ้างและคำสั่งมักจะแตกต่างกันออกไปเสมอราวกับมีใครคอยบงการอยู่อย่างใดอย่างนั้นในวันนี้เธอได้พักฝนอย่างเต็มที่หลังจากที่ต้องแก้งานอยู่หลายวัน หญิงสาวจึงอยากพักผ่อนโดยการไปนั่งดื่มแอลกฮอลล์ชิล ๆ อยู่ภายในบาร์ของทางรีสอร์ทของพัสกรที่เธอนั้นพึ่งรู้เมื่อไม่นานนี้ว่ามีที่แบบนี้อยู่ด้วยแต่ดีหน่อยที่วันนี้พัสกรออกไปงานเลี้ยง สำคัญกว่าจะกลับก็คงดึกจะได้ไม่ต้องเจอคนบ้าอำนาจอย่างเขาแล้วทำให้เธอหงุดหงิดบ่อยครั้งกัญญ์วราสวมเสื้อเชิดแ
“ปล่อยฉันนะคุณพัสกร … คุณจะพาฉันไปไหน” หญิงสาวโวยวายและพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุมจากชายหนุ่ม ขืนตัวสุดแรงแต่ก็ไม่เป็นผล “อย่าดิ้นเดินตามมาดี ๆ ” ชายหนุ่มสั่งเสียงแข็งแววตาดุดัน “ฉันไม่ไปฉันจะไปที่อื่น” ร่างบางยังคงดื้อดึง “ทำไมดื้อแบบนี้วะ…ไม่เห็นเหมือนคืนนั้นเลย” ว่าแล้วชายหนุ่มจับหญิงสาวขึ้นพาดบ่าเดินตรงไปยังบ้านพักทันที ทันใดนั้นที่เปิดประตูห้องเข้าไปนั้น ร่างสูงรีบเดินดิ่งเขาไปในห้องนอนทันที ชายหนุ่มโยนหญิงสาวลงบนเตียงนุ่มก่อนที่ร่างสูงจะตามขึ้นมาคร่อมเหนือร่างบางเพื่อกักตัวหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้กระดิกตัวไปไหน กัญญ์วราจ้องมองการกระทำของพัสกรอย่างหวาดหวั่น&n
หนึ่งสัปดาห์ต่อมากหลังกลับมาจากกระบี่ที่ไปดูงาน วันนี้เป็นวันหยุดของกัญญ์วรา หญิงสาวอยากพักผ่อนโดยการไปเดินช๊อปปิ้งซื้อของตามประสาผู้หญิงบ้างเพราะช่วงหลัง ๆ เธอนั้นไม่ค่อยได้มาเดินที่ห้างสรรพสินค้าเลย ต้องทำงานให้กับบริษัท ไหนจะแก้งานให้กับลูกค้าที่แสนเรื่องมากอย่างพัสกร ยังไม่รวมที่ต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างกรุงเทพกับกระบี่อีก กัญญ์วรานั้นแต่ตัวอยู่ในชุดสบาย ๆ ไม่ยุ่งยากในการเลือกมากนัก ไม่นานสาวใบหน้าหวานก็เดินลงมายังลานจอดรถภายใต้คอนโดที่เธอพักอาศัยตรงไปห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเธอเดินซื้อของเข้าร้านนั้นมาร้านนี้เลือกซื้อของจำอิ่มใจแล้วหญิงสาวเดินลงไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ข้างล่างของห้างแห่งนี้ร่างบางกำลังเดินซื้อของใช้ส่วนตัวและของใช้ภายในบ้านที่ต้องซื้ออยู่หลายอย่างและยังไม่ลืมที่จะซื้อผักสด เนื้อสัตว์ เพื่อไปทำอาหารไว้ทานตอนเย็นนี้ ข้าวของมากมายถูกถ่ายจากรถเข็นไปยังท้ายรถจากนั้นหญิงสาวก็ขับรถกลับบ้านของเธอทันทีทันทีที่หญิงสาวหอบข้าวของต่าง ๆ ขึ้นมาบนห้องก็พบคนที่เธอนั้นพยาย
มีอยู่คืนหนึ่งโอบกุลไม่กลับบ้านแล้วไม่ยอมโทรกลับมาบอกว่าจะกลับบ้านเกินเวลาโดยปกติคนติดเมียอย่างเขาจะยอมห่างอกเมียจนเพื่อนของชายหนุ่มนั้นอดแซวไม่ได้ วันนั้นก่อนที่เธอนั้นจะขึ้นนอนเพราะเกวลินเบื่อที่จะเขาโอบกุลกลับบ้านเต็มทนแล้ว แต่แล้วเธอก็เปิดเข้าแอพพลิแคชั่นยอดฮิตติดอันดับโลกที่มีผู้คนมากมายใช้งาน จากนั้นเธอก็เข้าไปในไอจีสตอรี่แล้วเลื่อๆปัดๆไปมา เห็นเพื่อนของชายหนุ่มลงเรื่องราวไว้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน จึงกดเข้าดูแต่แล้วสายตาหวานของเกวลินเห็นร่างของโอบกลุสามีของเธอกำลังนั่งกอดกดสาวสวยอยู่ภายในสถานบันเทิงแห่งนั้น“อิพี่โอบ ไม่ยอมกลับบ้าน แต่กลับไปนัวสาว มันน่านักนะ” มือบางกำโทรศัพท์เครื่องหรูราคาแพงด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะเดินขึ้นชั้นสองแต่ วรรณวารีลงมาจากชั้นบนเห็นหน้าของเกวลินงอง้ำจนนางต้องถามหญิงสาว“เกลเป็นอะไรไปลูก” หญิงสาวมองหน้าแม่ของสามี“ก็พี่โอบสิคะ ไม่ยอมกลับบ้าน” หญิงสาวยังไม่ทันจะเอ่ยจบประโยควรรณวารี“ก็ปกติของพี่เขานิลูก พี่เขาทำงานตอนนี้อาจจะไปพบลูกค้าก็ได้”“ไปพบลูกค้าตอนสี่ทุ่มเนี้ยนะคะ แล้วเมื่อกี้นี้เกลเล่นไอจีเห็นพี่โอบกับลังกอดผ
“ว่าไงนะ เกวลินยังไม่กลับ”โอบกุลเอ่ยถามป้านอมแต่ต้องหันควับทันที่เมื่อได้ยินทำใหผู้เป็นพ่อเป็นอม่อดตกใจกับอาการร้อนรนของลูกชายจนอดยิ้มไม่ได้“จะตกใจทำไมตาโอบ น้องแค่ยังไม่กลับบ้าน”“แต่แม่ครับ…นี่มันจะสามทุ่มแล้วนะครับ เกลออกจากบริษัทตั้งแต่เที่ยง ตอนนี้ยังไม่ถึงบ้านเกิดอะไรขึ้นรึเปล่าก็ไม่รู้” ท่าทางร้อนรนกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัดของโอบกุล“ทำไมวันนี้ดูเป็นห่วงน้องแปลกๆมีอะไรจะบอกพ่อกับแม่มั้ย”“ไม่มีครับ” ชายหนุ่มเฉไฉ“ถ้าโอบไม่บอก…แม่ก็ไม่บอกเหมือนกันว่าน้องอยู่ไหน”โอบกุลนิ่งไปครู่หนึ่งชั่งใจว่าจะบอกความสัมพันธ์ของเธอกับเขาดีไหม ก่อนที่จะถอนหายใจเฮือกใหญ่และเล่าเรื่องทุกอย่างและความสัมพันธ์ให้บิดาและมารดาได้รับทราบ หลังจากนั้นเขาก็โดนบิดาสวดเสียยกใหญ่ที่ทำมิดีมิร้ายน้องแบบนั้น“เอาจริงๆนะตาโอบ…แม่รู้เรื่องของโอบกับยัยเกลมาสักพักแล้ว แม่ไม่อยากก้าวก่าย แม่แค่รอเวลาให้โอบกับเกลเข้ามาบอกแม่เองเท่านั้น เรื่องความรักแม่ไม่ได้ว่าแต่ต้องทำให้มันถูกต้อง”“ผมขอโทษครับคุณพ่อคุณแม่ แล้วเกลอยู่ไหนครับแม่”นางส่ายหน้า
“วันนี้คุณโอบดูอารมณ์ดีจังนะ พวกแกว่ามั้ย”“ใช่ๆ ฉันสังเกตพักหลังๆที่คุณเกลเข้ามาทำงานคุณโอบก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษวันนี้ก็เดินผิวปากเข้าเข้าห้องทำงานไปเลย” คำซูบซิบนินทาเจ้านายดังขึ้นอย่างเนือยๆไม่นานนักเกวลินก็เดินตามหลังโอบกูลเข้ามาภายในบริษัท การแต่งตัวของหญิงสาวนั้นเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย เรียกได้ว่าเซ็กซี่ขึ้นเป็นเท่าตัว เธอสวมเสื้อแกาะอกสีขาวสวมเบลเซอร์สีเทา กางเกงสีเดียวกันกับเสื้อ เดินเข้ามาโดยแจกจ่ายยิ้มให้กะบทุกคนในตอนนั้น พนักงานต่างรับรู้ว่าเธอคือน้องสาวแต่ไม่รู้เบื้องลึกมากกว่านั้น พนักงานผู้ชายตอนที่เกวลินนั้นเข้ามาทำงานแรกๆนั้นต่างถูกแซวและขายจนมจีบอย่างจ้าละหวั่น แต่ก็ถูกสายตาดุดันของโอบกูลแทนแน่นอนว่าเขานั้นหวง หวงเมียตัวเองและยิ่งเห็นการแต่งตัวมาทำงานของเธอนั้นทำให้เขานั้นแทบอยู่ไม่สุข ยัยตัวแสบตังใจใส่ชุดนี้มายั่วเขาหรือยังไง แถมเดินเข้ามาภายในบริษัทสายตาใครต่อใครก็คงต้องจ้องมองเธอ มันน่านักนะ&nb
ท้องฟ้าสีครามสวยสดผสมกับเกลียวคลื่นที่สาดซัดขึ้นมาที่ฝั่ง สายลมอ่อนๆ พัดผ่านกายทำให้เกวลินนั่งนิ่งอยู่บนฝืนทรายเนียนละเอียด บรรยากาศรายล้อมทำให้เธอนั้นรู้สึกผ่อนคลายเหลือเกิน หญิงสาวนั่งถอนหายใจอยู่พักใหญ่ นัยต์ตาหวานทอดยาวไปยังท้องทะเลที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ยากที่จะคาดเดาในบางครั้งว่ามันจะไปจบหรือสิ้นสุดที่ใดเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของเธอและโอบกุลผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ชาย ที่ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ สายตาจากสายตาผู้คน จนในบางครั้งเธอนั้นอึดอัดเหลือเกินเสียงถอนลมหายใจอย่างหนักหน่วงราวกับหาทางออกให้ความสัมพันธ์นี้ครั้งแล้วครั้งเล่าของหญิงสาวนัน้ทำให้ไม่ได้สังเกตุสภาพแวดล้อมข้างกายตนว่ามีร่างสูงของใครบางคนเดินเข้ามาทรุดกายนั่งบนผืนทราบข้างๆเธออย่างเงียบเชียบจ้องมองใบหน้าหวานอยู่หลายนาที“มองอะไรคะ”ร่างเล็กที่นั่งมองทอดยาวไปยังท้องทะเลแต่ความรู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องมองเธออยู่ และเมื่อหันไปก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆคือโอบกุลกำลังจ้องเธออยู่“มองความสวยเมีย”ไม่วายส่งยิ้มอบอุ่นให้เธอแถมด้วยวาจาหยอกล้อหญิงสาวจนมีอาการขวยเขินไม่น้อย เพราะเวลาที
ความสัมพันธ์ของโอบกุลและเกลวินที่คนในบ้านนั้นมองเห็นคือความสัมพันธ์พี่น้องที่พัฒนาไปได้สวยไม่เหมือนแต่ก่อน แต่ความจริงแล้วทั้งสองมีสถานะที่ไม่อาจให้คนในบ้านล่วงรู้ได้ทุกคืนโอบกุลแอบเข้ามาหาเกวลิน ตักตวงความสุขจากร่างบางอยู่ร่ำไป จนหญิงสาวเองนั้นกลัวถ้าเข้าเข้ามาหาเธอแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง สิ่งที่เขาสั่งเธอให้ปกปิดในทุก ๆ คืนนั้นจะปิดไม่อยู่เป็นแน่ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าคนในบ้านไม่ว่าจะเป็น วรรณวารี ชัดชัย รวมถึงเหล่าแม่บ้านทั้งหลาย เธอจำเป็นต้องเว้นระยะห่างออกจากเขาบ้าง แต่ไม่วายเพราะการกระทำของหนุ่มสาวทั้งสองนั้นทำให้วรรณวารีอดสงสัยในตัวบุตรชายและหลานสาวไม่ได้“ยัยเกลอยู่ไหนเหรอมะลิ” นางหันไปถามแม่บ้านที่นำน้ำมาวางให้“คุณเกล มะลิเห็นรดน้ำต้นไม้อยู่ในสวนค่ะ”“ไปตามหาหาฉันหน่อยสิ” มะลิพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปทำตามคำสั่งของผู้เป็นนายทันที“มีอะไรจะคุยกับยัยเกลหรือคุณ” ผู้เป็นสามีหันไปถามภรรยา“มีเรื่องอยากทำและสงสัยนิดหน่อย” ชัดชัยมองหน้าภรรยาก่อนจะมองไปยังประตูเมื่อบุตรชายเดินเข้ามาพอดี“ทำไมวันนี้กลับไวจังล่ะตาโอบ” นางเอ่ยถามบุตร
หลายวันผ่านมานับจากคืนนั้นเกวลินก็เอาแต่หลบหน้าหลบตาจากชายหนุ่มอยู่บ่อยครั้ง ถึงแม้ว่าเวลาทำงานเขาจะย้ายเธอให้มาทำงานใกล้ๆเขา จากที่ทำงานอยู่หน้าห้องตอนนี้เขาย้ายโต๊ะเธอมาอยู่ภายในห้องกับเขาเรียบร้อยทำให้หญิงสาวอึดอัดไม่น้อยเมื่อกลับถึงบ้านเธอก็ตรงขึ้นห้องทันที่เมื่อถึงเวลาค่อยลงมา โอบกุลและเกวลินเจอกันเพียงบางเวลาเท่านั้นคุยกันแทบจะนับคำได้ ในวันนี้โอบกุลทานอาหารค่ำเรียบร้อยเดินเลี่ยงออกมาก่อนโดยให้เหตุผลว่าเขามีงานต้องจัดการหลังจากที่เกวลินจัดการเก็บของทุกอย่างในครัวเรียบร้อย ทุกคนในบ้านต่างพากันแยกย้าย ๆ ไปอยู่ในที่ของตนเอง หญิงสาวก็เช่นกันกลับเข้ามาในห้องโดยไม่ลืมที่จะล็อกห้องของตนเป็นประจำทุกครั้ง แค่แล้วหลังจากที่เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ก็ต้องตกใจเมื่อพบคนที่เดินออกมาจากห้องครัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน กำลังนอนกระดิกเท้า มือสอดรองศีรษะอย่างสบายใจราวกับห้องนี้คือห้องของตัวเองเสียงอย่างนั้น&
เข้าวันใหม่“อื้อ…อย่ากวนน่าคนจะนอน” เกวลินครางออกมาเมื่อเหมือนมีอะไรบางอย่างมายุ่งวุ่นวายกับหน้าอกหน้าใจของหญิงสาว“ดื่น…เกลตื่น” ร่างสูงคลอเคลียซอกคอหองกรุ่นปลุกปั้นอารมณ์พิศวาสในกายของหญิงสาวอีกครั้ง“จะทำอะไรอีก...เกลยังง่วงอยู่เลยนะปลาย” ร่างบางงัวเงียตอบกับโดยคิดว่าข้างกายนั้นเป็นเพื่อนของเธอ“เกล…ฉันหิว”ทันใดนั้นดวงตาหวานที่งัวเงียอยู่กลับเบิกโพลงขึ้นทัใดที่ได้ยินเสียงนั้น เสียงชั่งคุ้นเหลือเกินคงไม่ใช่คุณโอบหรอกนะ“เกลฉันหิว” เสียงแหบพร่านั้นดังขึ้นมาอีกครั้งจากทางด้านหลังของเธอมือหนาเริ่มเค้นคลึงอกอวบจนมือบางพยายามปัดป้องมือหนาออกจากอกของเธอร่างสูงพลิกกายขึ้นครอมร่างบางโยมีผ้าห่มคลุมกายของทั้งสองเอาไว้ทว่าทันที่ที่เห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใคร ร่างบางสะบัดดีดดิ้นให้พ้นจากร่างสูงแต่ไม่เป็นผล ยิ่งเธอดิ้นมาเท่าไร เขาก็ยิ่งบีเข้าที่ข้อมือเธอแรงเท่านั้น“อย่าทำเป็นสะดีดสะดิ้งไปหน่อยเลย”“เจ็บปล่อยนะ ไอ้บ้า ไอ้คุณ...”ริมฝีปากบางระเรื่อถูกใช้ริมฝีปากของเขากักปกปิดเสียงด่าทอหวานๆไว้จนมิดทำให้ร่างเล็ก
ร้านอาหารบรรยากาศดีกึ่งผับกึ่งสถานที่นั่งชิวเหมาะแก่การพบปะสังสรรกันเสียมากกว่า มีดนตรีสดเคร้าคลอเบาๆตามสไตล์ ร่างบางเดินเข้ามาภายในร้านมองหาโต๊ะเพื่อนสนิท การแต่งตัวของหญิงสาวในคืนนี้เธอนั้นไม้ได้ถามปลายฟ้าว่าแต่ตัวโทนไหนร่างบางจึงเลือกชุดที่จะเข้ากับสถานที่สี่สุด เสื้อซีทรูสีดำบางเบาสวมทับกับบราสีทำนั้นไม่ได้ทำให้โป๊มากนัก สวมตัดกับกางเกงยีนสีเข้มรองเท้าผ้าใบ ในสมัยนี้ไม่ค่อยมีคนนิยามใส่ร้องเท้าจำพวกร้องเท่าส้นสูงกันแล้วถึงมีจะน้อยมามักใส่ในงานสำคัญ แต่กับเกวลินที่ต้องใส่รองเท้าส้นสูงตอนที่ทำงาน แต่วันปกติธรรมดาหรือวันเที่ยว เธอมักจะสวมใส่อะไรที่สบายๆที่สุดไม่ยุ่งยากกับชีวิตประจำวัน แค่งานที่ทำก็ยุ่งมากพอแล้ว คืนนี้ขอสนุกกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานบ้าง“แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะนะปลาย มีความสุขมาก ๆ แล้วก็ขอใหสวยวันสวยคืน” หญิงสาวเอ่ยอวยพรก่อนจะยื่นกล่องของขวัญที่เธอนั้นตั้งใจเลือกมาให้เพื่อนสนิท จากนั้นกลุ่มเพื่อนสาวก็พากันนั่งดื่ม และคุยกันตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนาน โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาของใครบางคนนั้นจ้องร่างที่ใส่วางตาทว่ามีชายแปลกหน้าคนหนึ่งเดินเ
หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากที่เกวลินนั้นขอออกไปหางานทำจากผู้เป็นป้านั้นท่านไม่ยอม จึงให้เธอมาทำงานกับโอบกุลแทน ในคราแรกโอบกุลนั้นไม่ยอมให้เธอมาเป็นผู้ช่วยของเขา โดยให้เหตุผลว่าหญิงสาวเพิ่งจะเข้ามาทำงานใหม่ ให้ไปฝึกงานกับแผนกต่าง ๆ ที่อยู่ภายในบริษัทของเขา มันจึงไม่แปลกถ้าหากว่าเธอนั้นจะกลับบ้านพร้อมกับวรรณวารีและสามี ทุกคนในบริษัทต่างรับรู้ว่าเกวลินเธอเป็นเพียงลูกของเพื่อนนางเท่านั้น เธอย้ายไปทำงานกับผู้คนมากมายหลากหลายแผนก แต่สิ่งที่เธอนั้นทำได้ดีที่สุดคืองานบริหารจากต่างประเทศ เก่งในการวางแผนและตัวเลข เธอมีความสุขที่ได้ทำมันแต่บางครั้งมันก็น่าปวดหัวเหลือเกิน มันทำให้เธอนั้นคิดแต่เรื่องงานไม่คิดถึงเรื่องอื่น ๆ ทุกครั้งหลังเลิกงานโอบกุลมักจะนำงานกลับมาด้วยโยนงานมาให้เธอทำบอกว่าเด็กฝึกงานควรทำทุกอย่างที่เจ้านายสั่งเธอก็ต้องนั้นทำอย่างไม่เกี่ยงงอนหญิงสาวชอบลงมานั่งทำงานที่ห้องนั่งเล่นหรือไม่ก็ห้องครัว ร่างบางตั้งใจทำงานตรงหน้าให้เสร็จจากนั้นหอบงานที่ทำเรียบร้อยแล้วขึ้นชั้นสองอาบน้ำพักผ่อนตามเวลาของเธอตจะได้ไม่ตื่นสาย เพราะหลังจากนี้เธอต้องไปเป็นผู้ช่วยขอ