ในวันว่างวันหนึ่ง หลินฉิงอันเกิดความคิดที่จะชวนหลินฉางหยูขึ้นไปเดินเล่นบนเขา นางอยากจะสำรวจพื้นที่ที่พวกเขายังไม่เคยไปถึง และสูดอากาศบริสุทธิ์ของป่าเขา
“ท่านพ่อ วันนี้อากาศดี ข้าอยากจะชวนท่านขึ้นเขาไปเดินเล่น ไปดูว่ามีสิ่งใดน่าสนใจบ้าง” หลินฉิงอันเอ่ยชวนบิดาด้วยรอยยิ้ม
“เช่นนั้นก็ดี ข้าเองก็อยากจะพักผ่อนบ้าง ไปสูดอากาศบริสุทธิ์บนเขาคงจะดีไม่น้อย” หลินฉางหยูตอบรับคำชวนของลูกสาว
สองพ่อลูกจึงเตรียมตัวออกเดินทางขึ้นเขา พวกเขาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินเล็กๆ ที่คดเคี้ยวไปตามไหล่เขา ผ่านป่าสนที่เขียวชอุ่มและลำธารน้ำใสที่ไหลริน พวกเขาได้ยินเสียงนกร้องและเสียงแมลงต่างๆ เป็นเสียงเพลงธรรมชาติที่ไพเราะ
เมื่อเดินลึกเข้าไปในป่า พวกเขาก็ได้พบกับพื้นที่ที่พวกเขาไม่เคยไปถึงมาก่อน ต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นอย่างหนาแน่น แสงแดดส่องลงมาเพียงรำไร ทำให้บริเวณนั้นดูร่มรื่นและเย็นสบาย
และแล้วสายตาของหลินฉิงอันก็เหลือบไปเห็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง
ในวันต่อมา หลังจากที่หลินฉางหยูและหลินฉิงอันส่งปลาให้กับลูกค้าเสร็จ พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะไปพบผู้ใหญ่บ้านหลี่ เพื่อเสนอความคิดที่จะช่วยเหลือชาวบ้านในการเก็บเกาลัดและนำไปขายที่อำเภอในช่วงหน้าหนาวพวกเขาเดินทางไปยังบ้านของผู้ใหญ่บ้านหลี่ และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น“ท่านผู้ใหญ่บ้าน พวกเรามีเรื่องที่จะขอหารือกับท่าน” หลินฉางหยูกล่าว“เชิญว่ามาเถิด ฉางหยู มีเรื่องอันใดหรือ?” ผู้ใหญ่บ้านหลี่ถามด้วยความสนใจหลินฉางหยูจึงเล่าเรื่องการค้นพบสวนเกาลัดบนเขา และความคิดของหลินอ้ายที่จะช่วยเหลือชาวบ้านให้ผู้ใหญ่บ้านหลี่ฟัง“ภรรยาของข้าคิดว่าเราควรจะชวนชาวบ้านขึ้นไปเก็บเกาลัดมารวมกัน แล้วหาตัวแทนนำไปขายที่อำเภอในช่วงหน้าหนาว เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม” หลินฉางหยูอธิบายผู้ใหญ่บ้านหลี่ฟังเรื่องราวด้วยความตั้งใจ เมื่อได้ยินดังนั้น เขาก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ตระกูลหลินมีน้
หลังการสอนคั่วเกาลัดแล้ว เหล่าชาวบ้านกับลูกหลานลองชิมเกาลัดที่เพิ่งทำเสร็จร้อน ๆ พวกเขาพบว่ารสชาติของมันอร่อยยิ่งนัก“โอ้ อร่อยมากจริง ๆ”“ใช่ ๆ ข้าคิดว่าหน้าหนาวนี้เราไม่ต้องอดอยากกันแล้วล่ะ”“ถ้าเอาไปขายในอำเภอเราน่าจะได้กำไรมากมายเลยนะ”“อ่า… เช่นนั้นพวกเราแบ่งหน้าที่กันก่อนเถอะ”ชาวบ้านตื่นเต้นมากที่ผลเกาลัดจะทำเงินให้กับคนในหมู่บ้านได้แน่นอน ผู้ใหญ่บ้านกับครอบครัวหลินต่างยิ้มพอใจที่เห็นชาวบ้านเริ่มแบ่งกลุ่มกันทำงาน“ฉางหยู เจ้าไม่เสียดายรายได้นี้แน่นะ?”“พวกเราไม่เสียดายขอรับ ผู้ใหญ่บ้านโปรดวางใจ”“เฮ้อ หมู่บ้านเราโชคดีจริง ๆ ที่มีพวกเจ้าอยู่ ไม่เช่นนั้นคงยากที่ชาวบ้านจะลืมตาอ้าปากได้ ยิ่งหน้าหนาวที่จะถึงนี้ก็ไม่รู้ว่าจะหนาวมากเพียงใด”
เมื่อก่อนรุ่งเช้ามาถึง เสียงไก่ขันในหมู่บ้านดังขึ้น หลินฉิงอันตื่นขึ้นมาด้วยความกระปรี้กระเปร่า นางเตรียมตัวอย่างรวดเร็วเพื่อออกไปช่วยพ่อส่งปลาตามปกติ ก่อนที่จะออกเดินทาง นางได้ขอเงินจากหลินอ้ายเพิ่มอีกห้าตำลึง“ท่านแม่ วันนี้ข้าขอเงินเพิ่มอีกห้าตำลึงได้หรือไม่เจ้าคะ” หลินฉิงอันเอ่ยขอด้วยความนอบน้อม ขณะจัดแต่งเสื้อผ้าหลินอ้ายมองบุตรีด้วยสายตาเอ็นดู นางสังเกตเห็นแววตาที่มุ่งมั่นและแฝงไปด้วยความห่วงใยของหลินฉิงอัน นางจึงเข้าใจถึงเจตนาของลูกสาว“เจ้าต้องการนำเงินไปทำสิ่งใดหรือ ฉิงเออร์?” หลินอ้ายถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ข้าอยากจะซื้อที่นอนและผ้าห่มใหม่ให้กับทุกคนในบ้านเจ้าค่ะ ก่อนที่อากาศจะหนาวเย็นไปมากกว่านี้ ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นลงมากแล้ว ข้าเป็นห่วงว่าทุกคนจะหนาว” หลินฉิงอันตอบด้วยความเป็นห่วงหลินอ้ายได้ฟังดังนั้นก็คลี่ยิ้มออกมา นางไม่ได้สอบถามอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่เดินเข้าไปในห้องนอนและหย
เมื่อรุ่งเช้าของวันต่อมา แสงตะวันเพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้า หลินฉิงอันก็ตื่นขึ้นมาด้วยความกระปรี้กระเปร่า นางตั้งใจที่จะขึ้นเขาไปหาของป่าด้วยตนเอง เพื่อนำไปขายในวันที่ต้องไปส่งปลาอีกครั้งในวันมะรืนนี้ นางหวังว่าภายในสองวันนี้ นางจะสามารถหาของป่าได้มากพอที่จะนำเงินไปซื้อเกวียนลาให้ท่านพ่อก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึงหลินฉิงอันแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ทะมัดทะแมง สวมรองเท้าผ้าที่แข็งแรง และเตรียมตะกร้าสานขนาดใหญ่สำหรับใส่ของป่า นางสำรวจอุปกรณ์ต่างๆ อย่างละเอียด ทั้งมีดเล็กสำหรับตัดเก็บสมุนไพร เชือกป่าน และผ้าเช็ดหน้าหลินอ้ายเห็นว่าลูกสาวของตนตั้งใจที่จะไปเป็นเวลานาน จึงได้เตรียมอาหารกลางวันใส่ตะกร้า พร้อมกับกระบอกน้ำเย็นให้นางไปด้วย“อันเออร์ เจ้าจะไปทั้งวันเช่นนั้นหรือ? ระวังตัวด้วยนะลูก” หลินอ้ายถามด้วยความเป็นห่วง“เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะกลับมาก่อนตะวันตกดิน” หลินฉิงอันตอบด้วยรอยยิ้ม และรับตะกร้าอาหารจากมาร
เมื่อถึงวันส่งปลา หลินฉิงอันและหลินฉางหยูได้นำปลาที่จับมาได้ไปขายที่โรงเตี๊ยมไห่ถังเช่นเคย หลังจากขายปลาจนหมด หลินฉิงอันจึงแยกตัวออกมาพร้อมกับตะกร้าที่เต็มไปด้วยของป่ามีค่า นางตั้งใจที่จะนำโสมป่าไปขายที่ร้านขายยา เนื่องจากนางรู้ว่าร้านขายยาจะให้ราคาสูงกว่าขายในตลาดทั่วไปหลินฉิงอันเดินไปยังร้านขายยาที่มีชื่อเสียงที่สุดในตลาด ร้านนั้นตกแต่งอย่างสวยงาม มีป้ายชื่อร้านเขียนด้วยตัวอักษรสีทองอร่าม ภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพรนานาชนิดหลินฉิงอันเข้าไปในร้านและแสดงโสมป่าต้นใหญ่ให้เจ้าของร้านดู เจ้าของร้านเป็นชายชราที่มีท่าทางใจดี เมื่อเห็นโสมป่าต้นนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ“โอ้โฮ! โสมป่าต้นนี้มีอายุหลายปีทีเดียว หาได้ยากยิ่งนัก” เจ้าของร้านกล่าวด้วยความตื่นเต้นเขาตรวจสอบโสมป่าอย่างละเอียด ทั้งราก ลำต้น และใบ ก่อนที่จะบอกราคาให้หลินฉิงอัน“ข้าให้ราคาเจ้าสองร้อยตำลึงสำหรับโสมป่าต้นนี้” เจ
หลังจากที่หลินฉิงอันและหลินฉางหยูได้เกวียนลาและเสบียงอาหารมาแล้ว พวกเขาก็ยังคงมุ่งมั่นกับการจับปลาต่อไป แต่เปลี่ยนจากการขึ้นเขาไปวันเว้นวัน เป็นขึ้นเขาทุกวัน พวกเขารู้ว่าช่วงเวลาก่อนที่หิมะจะตกนั้นมีค่ามาก พวกเขาต้องใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่า“อันเออร์ เราต้องขึ้นไปจับปลาทุกวันแล้ว หากปล่อยไว้นานกว่านี้ หิมะอาจจะตกลงมาก่อนที่เราจะเตรียมตัวเสร็จ” หลินฉางหยูกล่าวด้วยความกังวล“ข้าเห็นด้วยเจ้าค่ะท่านพ่อ เราต้องเก็บปลาในบ่อพักให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้มีปลาส่งเถ้าแก่หลิวที่โรงเตี๊ยมไห่ถังในช่วงหน้าหนาวต่อเนื่องอีกหลายรอบ” หลินฉิงอันตอบสองพ่อลูกจึงทำงานกันอย่างหนัก พวกเขาขึ้นเขาไปแต่เช้าตรู่ และกลับลงมาเมื่อตะวันคล้อยต่ำ พวกเขาใช้ความชำนาญในการจับปลา พวกเขานำปลาที่จับได้ลงมาพักไว้ในบ่อที่บ้านอย่างระมัดระวังทั้งสองทำเช่นนี้อยู่หลายวัน จนกระทั่งบ่อพักปลาเต็มไปด้วยปลามากกว่าพันตัว พวกเขาจึงตัดสินใจหยุดการขึ้นเขาจับปลาชั่วคราว เ
หลังจากที่หลินฉางหยูได้รับคำยืนยันจากผู้ใหญ่บ้านหลี่ว่าจะช่วยเหลือเรื่องการสร้างโรงเรือน เขาก็รีบกลับมาที่บ้านเพื่อบอกข่าวดีนี้ให้กับคนในครอบครัวฟัง หลินอ้ายและลูกชายทั้งสองต่างดีใจที่รู้ว่าพวกเขาจะได้มีผักสดไว้รับประทานในช่วงฤดูหนาว“ฮูหยิน ฉิงเฉิง ฉิงหยาง ฉิงอัน พ่อมีข่าวดีจะบอก พวกเราจะได้สร้างโรงเรือนปลูกผักแล้ว!” หลินฉางหยูกล่าวด้วยรอยยิ้ม“จริงหรือเจ้าคะท่านพ่อ!” หลินฉิงอันถามด้วยความตื่นเต้น“จริงสิ ผู้ใหญ่บ้านหลี่รับปากว่าจะช่วยหาคนมาช่วยสร้างโรงเรือนให้เรา” หลินฉางหยูตอบเช้าวันต่อมา ผู้ใหญ่บ้านหลี่ก็ได้นำชาวบ้านที่อาสามาช่วยเหลือจำนวนสิบคนมาที่บ้านของหลินฉางหยูแต่เช้าตรู่ ก่อนที่หลินฉางหยูจะนำชาวบ้านขึ้นเขาไปหาไม้ไผ่และฟางสำหรับสร้างโรงเรือน ผู้ใหญ่บ้านหลี่ได้กำชับกับหลินฉางหยู“ฉางหยู ข้าจะกลับไปดูแลความเรียบร้อยในหมู่บ้านก่อน แล้วเย็นวันนี้ข้าจะมาดูความคืบหน้าการสร้างโรงเร
เมื่อวันใหม่มาเยือน หลินฉางหยูและหลินฉิงอันก็เตรียมตัวนำปลาที่เลี้ยงไว้ในบ่อไปส่งให้กับเถ้าแก่หลิวที่โรงเตี๊ยมไห่ถัง พวกเขารู้ดีว่าปลาสามารถส่งได้อีกไม่กี่รอบก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึงอย่างเต็มตัวสองพ่อลูกช่วยกันตักปลาจากบ่ออย่างระมัดระวัง ใส่ลงในถังไม้ที่บรรจุน้ำสะอาด เพื่อให้ปลาสดและมีชีวิตอยู่จนถึงโรงเตี๊ยม พวกเขาใช้เกวียนลาที่เพิ่งซื้อมาใหม่บรรทุกถังปลา ทำให้การขนส่งสะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้นเมื่อเดินทางถึงโรงเตี๊ยมไห่ถัง เถ้าแก่หลิวก็ออกมาต้อนรับพวกเขาด้วยรอยยิ้มเช่นเคย เขาตรวจสอบปลาที่นำมาส่งและกล่าวชมเชยในคุณภาพของปลา“ปลาของพวกท่านยังคงสดและมีคุณภาพดีเช่นเคย ข้าต้องขอขอบคุณพวกท่านที่ส่งปลาให้ข้าอย่างสม่ำเสมอ” เถ้าแก่หลิวก ล่าวหลังจากรับเงินค่าปลาแล้ว หลินฉางหยูจึงถือโอกาสแจ้งให้เถ้าแก่หลิวทราบว่าพวกเขาอาจจะไม่สามารถส่งปลาได้ในช่วงหน้าหนาวที่กำลังจะถึงนี้ เนื่องจากสภาพอากาศบนภูเขาที่อันตรายและเดินทางลำบาก&l
หลังจากที่หลินฉางหยู หลินอ้าย และหลินฉิงอัน ออกเดินทางจากอำเภอไห่ตง พวกเขาใช้เวลาเดินทางอีกพักใหญ่ก็มาถึงหมู่บ้านฉิงไห่ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอ บรรยากาศของหมู่บ้านดูเงียบสงบ แตกต่างจากความคึกคักของตลาดในอำเภอเมื่อเกวียนลาของครอบครัวหลินเคลื่อนตัวเข้าไปในหมู่บ้าน พวกเขาก็สังเกตเห็นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่บริเวณหน้าหมู่บ้าน ชาวบ้านเหล่านั้นหันมามองพวกเขาด้วยสายตาที่แปลกประหลาด บางคนมองด้วยความสงสัย บางคนมองด้วยความประหลาดใจ และบางคนมองด้วยความเห็นใจหลินฉิงอันสังเกตเห็นสายตาของชาวบ้านเหล่านั้น นางรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดพวกเขาจึงมองมาที่ครอบครัวของนางเช่นนั้น นางจึงหันไปถามหลินอ้ายผู้เป็นแม่“ท่านแม่เจ้าคะ เหตุใดชาวบ้านเหล่านั้นจึงมองพวกเราเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?” หลินฉิงอันถามด้วยความสงสัยหลินอ้ายเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของนางที่ฉิงไห่ นางพยายามมองหาความคุ้นเคยจากชาวบ้านเหล่านั้น แต่ก
หลินฉางหยูลุกขึ้นขอบคุณผู้ใหญ่บ้านหลี่ ก่อนส่งเขาออกจากบ้านไปพร้อมรอยยิ้ม ตอนนี้ถึงแม้ที่บ้านจะใช้เงินมากในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่หลินฉางหยูก็จำได้ว่าลูกสาวของเขาบอกว่ามันคือการลงทุนที่คุ้มค่า เขาจึงยอมให้ภรรยานำเงินออกมาใช้จ่ายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นหลังเวลาอาหารเที่ยงครึ่งชั่วยาม ผู้ใหญ่บ้านก็พาชาวบ้านสิบคนพร้อมเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับปรับหน้าดินและตัดไม้ทำรั้วให้บ้านหลิน หลินฉางหยูขอบคุณผู้ใหญ่บ้านก่อนที่เขาจะจากไปแล้วปล่อยให้ชาวบ้านรับฟังงานที่หลินฉางหยูจะให้พวกเขาทำ“ข้าต้องรบกวนพวกท่านแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่มขอรับ กลุ่มหนึ่งติดตามข้าและโจวซานขึ้นเขาไปตัดไม้ไผ่มาไว้สำหรับทำรั้วรอบที่ดิน โดยให้รั้วเชื่อมต่อกับที่บ้านของข้าขอรับ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งให้ปรับหน้าดินรอไปก่อน หลังจากได้ไม้ไผ่มากพอแล้ว พวกท่านค่อยรวมกลุ่มกันทำรั้วก่อนแล้วค่อยปรับที่ดินทีหลัง”ชาวบ้านรับคำสั่งของหลินฉางหยู พวกเขาแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่มแล้วแยกย้ายกันไปทำงานทันที งานปรับหน้าดินมีเฉียนซื่อคอยควบคุมแทนหลิน
หลังจากที่หลินฉางหยู หลินอ้าย และหลินฉิงอัน ได้ปรึกษาหารือกันเรื่องการปรับพื้นที่ดินและสร้างรั้ว พวกเขาตัดสินใจว่าจะจ้างชาวบ้านในหมู่บ้านมาช่วยทำงาน เนื่องจากที่ดินมีขนาดใหญ่ การทำเองทั้งหมดคงต้องใช้เวลานานเมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น หลินฉางหยูจึงเรียกโจวซานและเฉียนซื่อมาพบ“โจวซาน เฉียนซื่อ พวกเจ้าว่างหรือไม่? ข้าต้องการให้พวกเจ้าช่วยงานเล็กน้อย” หลินฉางหยูกล่าว“พวกเราว่างขอรับ นายท่าน มีอะไรให้พวกเราช่วยหรือขอรับ?” โจวซานและเฉียนซื่อตอบพร้อมกัน“ข้าต้องการให้พวกเจ้าขึ้นเขาไปกับข้าและฉิงเออร์ เพื่อนำต้นกล้าผลไม้ที่เราพบเมื่อวานลงมา” หลินฉางหยูกล่าวโจวซานและเฉียนซื่อรับคำอย่างยินดี พวกเขาต้องการที่จะช่วยเหลือครอบครัวหลินอย่างเต็มที่ เมื่อได้รับคำสั่งจากหลินฉางหยู โจวซานและเฉียนซื่อก็รีบไปเตรียมตัวสำหรับการขึ้นเขา พวกเขาไปตรวจสอบรถเข็นที่ใช้สำหรับขนของ และนำตะกร้าใส่ปลาที่เพิ่งล้างเสร็จออกมาต
เมื่อมาถึงบ้านผู้ใหญ่บ้านหลี่ พวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ผู้ใหญ่บ้านหลี่เชิญพวกเขาเข้าไปในบ้านและพูดคุยกัน“มีธุระอะไรหรือ ฉางหยู ฉิงอัน?” ผู้ใหญ่บ้านหลี่ถาม“ข้าต้องการจะขอคำปรึกษาท่านเรื่องที่ดินว่างในหมู่บ้าน ข้าสนใจที่จะซื้อที่ดินเพิ่มสักหน่อยขอรับ” หลินฉางหยูกล่าว“อ้อ เรื่องที่ดินหรือ? ได้สิ ข้าพอจะรู้ว่ามีที่ดินว่างอยู่บ้าง” ผู้ใหญ่บ้านหลี่ตอบผู้ใหญ่บ้านหลี่ได้นำแผนที่ของหมู่บ้านออกมาและชี้ให้หลินฉางหยูและหลินฉิงอันดูที่ดินว่างต่างๆ ที่อยู่ในหมู่บ้าน“ที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินของบ้านหวัง เขาเพิ่งย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงเมื่อไม่นานมานี้ เขาอาจจะสนใจขายที่ดินผืนนี้” ผู้ใหญ่บ้านหลี่กล่าวพร้อมชี้ไปยังที่ดินผืนหนึ่งที่อยู่ใกล้กับไร่นาเดิมของบ้านจู“ส่วนที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินของหมู่บ้าน ยังไม่มีใครจับจอง ถ้าเจ้าสนใจก็สามารถขอซื้อจากหมู่บ้านไ
หลินฉิงอันเดินสำรวจต้นผลไม้แต่ละต้นอย่างใกล้ชิด นางสังเกตเห็นว่าผลไม้เหล่านั้นมีลักษณะที่เหมาะสมกับการนำไปแช่อิ่ม“ท่านพ่อ ข้าคิดว่าผลไม้เหล่านี้เหมาะกับการนำไปแช่อิ่มมากเจ้าค่ะ” หลินฉิงอันกล่าวเมื่อหลินฉิงอันบอกว่าผลไม้เหล่านั้นเหมาะกับการนำไปแช่อิ่ม หลินฉางหยูก็ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง เขาไม่เข้าใจว่า “แช่อิ่ม” คืออะไร เขาไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน“แช่อิ่ม? มันคืออะไรหรือ อันเออร์?” หลินฉางหยูถามด้วยความสงสัยเขาพยายามนึกว่าเคยได้ยินคำนี้จากที่ไหนหรือไม่ แต่ก็ไม่สามารถนึกออกได้หลินฉิงอันเห็นสีหน้างุนงงของบิดา ก็รู้ได้ทันทีว่าบิดาไม่เข้าใจความหมายของคำว่า “แช่อิ่ม” นางนึกขึ้นได้ว่านางมาจากยุคสมัยที่แตกต่างจากที่นี่ และวิธีการถนอมอาหารบางอย่างอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักในยุคนี้นางจึงคิดหาทางอธิบายให้บิดาเข้าใจ โดยแสร้งบอกว่านางได้ยินคนอื่นพูดถึงวิธีการนี้ม
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีขอรับ คุณชายน้อยทั้งสองตั้งใจเรียนมาก และบ่าวคนอื่นๆ ก็ดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี” เฉินหลงรายงานหลินฉางหยูพยักหน้าด้วยความพอใจที่ได้ยินเช่นนั้น จากนั้นเฉินหลงจึงขอตัวออกไปซื้อวัตถุดิบเพิ่มเติมสำหรับทำอาหาร เนื่องจากตอนนี้มีคนอยู่ในจวนมากขึ้น เขาต้องการซื้ออาหารให้เพียงพอสำหรับทุกคนหลินอ้ายที่ได้ฟังรายงานของเฉินหลงก็รู้สึกสบายใจที่ลูกชายทั้งสองสบายดี แต่นางก็ยังคงมีความห่วงใยอยู่ในใจ นางจึงมอบเงินเพิ่มเติมให้เฉินหลงอีกห้าตำลึง“เฉินหลง นี่เป็นเงินอีกห้าตำลึง ข้าอยากให้เจ้าเอาไว้ซื้อวัตถุดิบดีๆ ทำอาหารให้ฉิงเฉิงกับฉิงหยาง พวกเขากำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต ต้องได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์” หลินอ้ายกล่าวพร้อมยื่นถุงเงินให้เฉินหลงเฉินหลงรับถุงเงินมาด้วยความเคารพและกล่าวขอบคุณ“ขอบคุณนายหญิงมากขอรับ ข้าจะดูแลคุณชายน้อยทั้งสองเป็นอย่างดี” เฉินหลงกล่าว
ก่อนที่หลินฉางหยูจะพาหลินอ้ายและหลินฉิงอันเดินทางกลับหมู่บ้านต้าไห่ หลินอ้ายได้พูดคุยกับหลินฉิงเฉิงและหลินฉิงหยางอีกครั้ง นางกำชับให้ลูกชายทั้งสองดูแลตัวเองให้ดี เชื่อฟังบ่าวที่จวน และตั้งใจเรียนหนังสือ“ฉิงเฉิง ฉิงหยาง เจ้าทั้งสองดูแลตัวเองด้วยนะ เชื่อฟังเฉินหลงและบ่าวคนอื่นๆ ตั้งใจเรียนหนังสือ และอย่าดื้อรั้น” หลินอ้ายกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเด็กชายทั้งสองรับปากผู้เป็นแม่ พวกเขารู้ว่าแม่เป็นห่วงพวกเขามาก และพวกเขาจะไม่ทำให้แม่ผิดหวัง“ขอรับ ท่านแม่ พวกเราจะดูแลตัวเองให้ดี” เด็กชายทั้งสองตอบพร้อมกันหลังจากนั้น หลินฉางหยูจึงพาหลินอ้ายและหลินฉิงอันขึ้นเกวียนลาเพื่อเดินทางกลับหมู่บ้านต้าไห่ ทิ้งให้หลินฉิงเฉิงและหลินฉิงหยางเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอำเภอหลังจากที่หลินฉางหยู หลินอ้าย และหลินฉิงอันกลับไปแล้ว หลินฉิงเฉิงและหลินฉิงหยางไม่ได้สั่งการอะไรกับเฉินหลงเพิ่มเติม พวกเขาเพียงแค่ขอบคุณเฉินหลงและบ่าวคนอื่นๆ
หลังจากที่จัดการเรื่องบ้านและทาสเรียบร้อยแล้ว หลินฉางหยูได้พาหลินอ้ายไปยังตลาดในอำเภอเพื่อซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเตรียมไว้ให้บ่าวที่ต้องดูแลจวนใหม่ พวกเขาซื้อข้าวสาร ผักสด เนื้อสัตว์ เครื่องปรุงรส และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับหลายวันหลินอ้ายเลือกซื้อของอย่างพิถีพิถัน โดยเน้นของคุณภาพดีและราคาเหมาะสม นางคิดถึงบ่าวทั้งสี่คนที่ต้องดูแลจวนในอำเภอ และอยากให้พวกเขาได้รับประทานอาหารที่ดีเมื่อซื้อของเสร็จเรียบร้อย หลินอ้ายจึงเรียกเฉินหลงซึ่งเป็นหัวหน้าบ่าวที่จวนใหม่มาพบ นางได้มอบเงินให้เฉินหลงจำนวนห้าตำลึง เพื่อให้เขาใช้จ่ายซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ในระหว่างที่พวกเขาไม่อยู่“เฉินหลง นี่เป็นเงินจำนวนห้าตำลึง เจ้าเก็บรักษาไว้ให้ดี และใช้จ่ายอย่างประหยัด ซื้ออาหารและสิ่งของที่จำเป็นสำหรับทุกคนในจวน” หลินอ้ายกล่าวพร้อมยื่นถุงเงินให้เฉินหลงเฉินหลงรับถุงเงินมาด้วยความเคารพและกล่าวขอบคุณ“ขอบคุณ
หลินฉางหยูเห็นท่าทีของทาสทั้งหมดแล้วก็หันหน้าไปหาหลินอ้ายด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ เขาพอใจมากที่ได้คนมีความสามารถหลากหลาย พวกเขาไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร แต่เป็นเพียงชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ พวกเขาไม่คิดจะข่มเหงทาสพวกนี้สักนิด ขอเพียงพวกเขาตั้งใจทำงานให้ครอบครัวหลินก็เพียงพอแล้วเด็กชายทั้งสองได้แต่มองทาสทั้งแปดอย่างอยากรู้อยากเห็น ส่วนหลินฉิงอันที่เคยผ่านโลกมาตั้งแต่ภพก่อนไม่ได้รู้สึกอันใดมากนัก นางเพียงรอดูว่าคนเหล่านี้เหมาะที่จะใช้งานหรือไม่เท่านั้น เพราะนางยังมีวิธีการช่วยครอบครัวหาเงินได้อีกมาก ถ้าพวกเขาเชื่อใจได้และซื่อสัตย์จริง ๆ นางก็จะมอบงานที่ดีให้กับพวกเขาในอนาคตเองไม่นานนักผู้ดูแลก็นำสัญญาขายตัวและเงินทอน 15 ตำลึง มามอบให้หลินฉางหยู ระหว่างที่หลินฉางหยูพาทุกคนเดินออกจากโรงค้าทาส เขากระซิบกับภรรยาเสียงเบา“ฮูหยิน เจ้าว่าเราควรซื้อสิ่งใดให้พวกเขาก่อนดี”“ท่านพี่อย่ากังวลเลยเจ้าค่ะ เราไปหาซื้อที่นอนกับเสื้อผ้าให้พวกเขาเสียก่อน ไหนจะพวกวัตถุดิบทำ