Share

บทที่ 1016

Author: หว่านชิงอิ๋น
“กรี๊ด”

เสียงกรีดร้องโหยหวนอันน่าสยดสยองดังก้องกังวานไปทั่ว พร้อมกับเสียงร้อนฉ่าที่น่าสะพรึงกลัว

ภาพอันน่าเวทนาปรากฏอยู่เบื้องหน้า

ลั่วชิงยวนมิได้กะพริบตาแม้แต่น้อย เมื่อวางเหล็กเผาไฟลง ใบหน้าของหล่างชิ่นก็ปรากฏบาดแผลไหม้เป็นรูปอักขระหนึ่ง

ทาส

“เจ้าชอบบังคับให้ผู้อื่นเป็นทาสของเจ้านักมิใช่รึ? บัดนี้จงลิ้มลองรสชาติของการเป็นทาสดูบ้างแล้วกัน”

“ทุกสิ่งที่เจ้าได้กระทำต่อฉินเชียนหลี่ เจ้าจะได้รับผลตอบแทนเป็นสองเท่า”

ดวงตาของหล่างชิ่นแดงก่ำ โซ่ตรวนที่พันธนาการร่างกายไว้สั่นไหว

“ลั่วชิงยวน! หากเจ้ามิสังหารข้า สักวันข้าจะต้องสังหารเจ้า!”

ลั่วชิงยวนยกยิ้มมุมปาก “เจ้าจะไม่มีโอกาสนั้น”

ลั่วชิงยวนชักดาบออกมา

ดาบที่เปล่งประกายราวกับแสงจันทร์ถูกปลดจากฝัก

จากนั้นค่อย ๆ แทงไปยังข้อมือของหล่างชิ่น

คมดาบแทงทะลุข้อมือแล้วเฉือนเส้นเอ็นอย่างแช่มช้า

เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปทั่วคุก

แล้วลั่วชิงยวนก็ค่อย ๆ เฉือนเส้นเอ็นที่มือและเท้าของหล่างชิ่นครั้งแล้วครั้งเล่า

จากนั้นก็ใช้ฝ่ามือฟาดลงไปที่ไหล่ของหล่างชิ่นอย่างแรง เสียงกระดูกหักดังกังวาน

อึก

เลือดสีแดงฉานพุ่งออกมาจากปากหล่า
Locked Chapter
Continue Reading on GoodNovel
Scan code to download App

Related chapters

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1017

    ลั่วชิงยวนยิ้มแล้วพยักหน้านางคิดว่าอาจเป็นเพราะราชาเผ่านอกด่านได้ประกาศสละบัลลังก์ให้แก่นางแล้ว หล่างมู่จึงหมดทางเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ และเปลี่ยนทัศนคติต่อนางไปมากถึงเพียงนี้เลยหรือ?เพราะอย่างน้อยนางกับเขาก็เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน ครั้งนั้นนางถึงขั้นเกือบเอาชีวิตมิรอดเลยทีเดียวเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า กองทัพก็หยุดพักตั้งค่ายพักแรม คนออกล่าสัตว์ก็ไปล่าสัตว์ ส่วนคนทำอาหารก็ทำอาการ กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งค่ายลั่วชิงยวนเดินเล่นแล้วบังเอิญไปพบกับบ่อน้ำพุร้อนจึงอยากอาบน้ำ เพราะต้องเฝ้าปกป้องเมืองมาสิบกว่าวัน ตอนนี้ตัวนางจึงเหม็นจนแทบทนมิไหวแล้วเนื่องจากไม่มีใครอยู่ใกล้ นางจึงแอบลงไปในน้ำอย่างเงียบเชียบ แต่มินานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้น มีผู้ชายหลายคนมาตักน้ำที่นี่“เอ๊ะ เหมือนว่าจะมีคนอยู่ในน้ำ”ลั่วชิงยวนจึงตัดสินใจซ่อนตัวอยู่ในน้ำ มิกล้าโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ“ลงไปดูเลย! ขอให้อย่าเป็นศัตรู”หัวใจของลั่วชิงยวนเต้นแรงทันใดนั้นเสียงของหญิงสาวก็ดังขึ้น “ทำอะไรกันอยู่!”“พวกเราพี่หญิงน้องหญิงจะมาอาบน้ำที่นี่ พวกเจ้าออกไปกันก่อนเถิด”เหล่าชายหนุ่มจึงจากไป สักพักก็ได้ย

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1018

    “จึงได้ช่วยให้เรารอดพ้นจากความตายหนีรอดออกมาได้”“พี่หญิงได้รับบาดเจ็บเพราะข้า มีไข้สูงติดต่อกันหลายวันจนเกือบเสียชีวิต แต่ขณะที่พี่หญิงหมดสติก็เอ่ยสั่งเสียอย่างหนักแน่น มิให้หมอแจ้งความจริงแก่เสด็จพ่อและเสด็จแม่”“สาเหตุพี่หญิงได้รับบาดเจ็บจึงถูกปกปิดไว้”“เพื่อช่วยให้ข้ารอดพ้นจากการลงโทษ”“ภายหลังที่พี่หญิงสิ้นชีพ ข้าเกือบจะตามไปด้วยแล้ว”“เสด็จพ่อบอกข้าว่า มีนักบวชผู้ทรงฤทธิ์สามารถช่วยพี่หญิงให้ฟื้นคืนชีพได้”“ดังนั้นจึงมีหล่างชิ่นมา”“เสด็จพ่อกล่าวว่า นางคือพี่หญิงที่ฟื้นคืนชีพแล้ว เพียงแต่สูญเสียความทรงจำในวัยเยาว์ไป ข้าจึงเชื่อ”“ถึงแม้ว่านิสัยของนางจะเปลี่ยนไป แต่ข้าก็ยังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะชดเชยและทำดีกับนาง”“อาจเป็นเพราะข้าหลอกตัวเองเพื่อลดความรู้สึกผิดในใจของตัวข้าเองมาโดยตลอด”น้ำเสียงของหล่างมู่หนักอึ้งเมื่อลั่วชิงยวนได้ฟังจบก็รู้สึกตกตะลึงในใจดังนั้นหล่างชิ่นจึงมิใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของราชาเผ่านอกด่าน การปรากฏตัวของนางเป็นเพียงการหลอกลวงของราชาเผ่านอกด่าน เพื่อเป็นกำลังใจให้หล่างมู่มีชีวิตอยู่ต่อไปจึงมิน่าแปลกใจที่หล่างมู่ไร้ซึ่งความทะเยอทะยาน มิได้คิด

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1019

    เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ลั่วชิงยวนก็ตกใจยิ่งนัก “หมายความว่าอย่างไร?”หล่างมู่ครุ่นคิดแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เผ่านอกด่านของเรานั้น นอกจากเผ่าที่ท่านเห็นแล้วยังมีเผ่าเร่ร่อนอีกหลายเผ่า พวกเขามิได้ยอมสวามิภักดิ์และมิเชื่อฟังคำสั่งของเรา”“ดังนั้นจึงมักจะโจมตีผู้คนของแคว้นเทียนเชวียที่ชายแดนเพื่อแย่งชิงเสบียง”“หล่างชิ่นก็เคยทำเช่นนั้นมาแล้ว”“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉินเชียนหลี่ปักหลักอยู่ที่เมืองผิงหนิงและต่อสู้กับหล่างชิ่นหลายร้อยครั้ง หล่างชิ่นน่าจะหลงรักฉินเชียนหลี่ แต่ก็เกลียดชังเขาด้วยเช่นกัน”“นางมองฉินเชียนหลี่เป็นคู่ต่อสู้ ต้องการพิชิตเขาให้ได้ แต่ฉินเชียนหลี่มีจิตใจที่เข้มแข็ง มิยอมจำนน”“ด้วยความหลงใหลจนบ้าคลั่ง นางจึงร่วมมือกับตระกูลเหยียนด้วยเป้าหมายเพียงเพื่อจับฉินเชียนหลี่”“ข้าเคยได้ยินนางพูดกับฉินเชียนหลี่ว่า หากเขายอมสวามิภักดิ์ หล่างชิ่นจะรับเขาเป็นสามี เพียงแต่เขาต้องละทิ้งความคิดที่จะกลับไปแคว้นเทียนเชวีย”“แต่ฉินเชียนหลี่มิยอมตกลง ดังนั้นนางจึงลงโทษฉินเชียนหลี่อย่างโหดร้าย”“เป็นหล่างชิ่นเองที่เสนอแนะต่อเสด็จพ่อว่าให้โจมตีแคว้นเทียนเชวีย นางรบเร้าเสด็จพ่อมา

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1020

    พระราชวังหลังหนึ่ง! มิใช่พระราชวังที่โอ่อ่าตระการตาเหมือนในแคว้นเทียนเชวีย แต่เป็นพระราชวังที่เงียบสงบและงดงามราวกับภาพวาด คล้ายคลึงกับที่พำนักที่อาจารย์เคยอาศัยอยู่มากอย่างมิน่าเชื่อ! แม้กระทั่งการจัดวางสิ่งของ ภาพเขียนและของสะสมต่าง ๆ ก็เหมือนกันทุกประการ เมื่อก้าวเข้ามาแล้ว ความรู้สึกคุ้นเคยที่หายไปนานก็ทำให้ใจของลั่วชิงยวนหวั่นไหว อารมณ์ที่ซับซ้อนหลั่งไหลออกมา“ดูเหมือนว่าที่นี่จะสร้างมานานแล้วสินะ”ราชาเผ่านอกด่านกล่าวด้วยรอยยิ้มขณะเอามือไพล่หลัง “ที่นี่คือที่ที่พ่อสร้างให้นาง นางกล่าวว่า นี่คือรูปลักษณ์ของบ้านนางในแคว้นหลี”“ในอดีต นางได้เสียสละเพื่อพ่อมากมาย พ่อเกรงว่านางจะคิดถึงบ้านจนเศร้าใจ จึงสร้างที่นี่ให้เหมือนกับบ้านเดิมของนางทุกประการ”“การจัดวางสิ่งของ แม้กระทั่งโต๊ะและเก้าอี้ ล้วนเป็นฝีมือของพ่อเอง”ลั่วชิงยวนรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก “ฝีมือของท่านหรือ?”“ท่านกับนางมีความสัมพันธ์เช่นไรกัน?”“หรือว่านางตามท่านมา...”ดวงตาของราชาเผ่านอกด่านฉายแววเศร้าหมองขณะกล่าวด้วยความเสียใจ “หากจะกล่าวว่าไม่มีความรู้สึกรักเลยก็เป็นเท็จ หากปราศจากความรู้สึกรัก เราจะยอมท

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1021

    “บัดนี้ตัวตนของข้าถูกเปิดเผย พวกเขาต้องการให้ข้าออกไปจากเผ่านอกด่าน” “ข้ามิปรารถนาจะยื้อยุด แต่สุดท้ายผลแห่งความทุ่มเทนานหลายปีก็สูญเปล่า” “วันนี้ข้ากระทำการบางอย่างที่อาจนำมาซึ่งความเสียใจ แต่เพื่อกระบี่งูวิญญาณ ข้ามิอาจสนใจได้มากนัก” “ข้าล่อหลอกหล่างมู่ให้เข้าสู่หุบเขาอสูร หยวนหนิงจึงตามไปช่วยเหลือเขา...”ลั่วชิงยวนถึงกับตะลึงงันเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หล่างมู่เข้าไปในหุบเขาอสูรและหยวนหนิงตามไปช่วย ทั้งหมดล้วนเป็นแผนการของอาจารย์ นั่นหมายความว่าสิ่งที่หล่างมู่กล่าวไว้เป็นความจริง หยวนหนิงจึงสิ้นชีพ และอาจารย์ทำข้อตกลงกับราชาเผ่านอกด่านเพื่อชุบชีวิตหยวนหนิงแลกกับกระบี่งูวิญญาณต่อมาเป็นเรื่องราวหลายปีต่อมา อาจารย์ออกจากเผ่านอกด่านไปพร้อมกับกระบี่งูวิญญาณ แต่กลับมาอีกครั้งหลังจากนั้นหลายปี ข้อความบนกระดาษเขียนไว้ว่า “ข้าทำตามที่สัญญาไว้กับเจ้าแล้ว หยวนหนิงจะฟื้นคืนชีพในมิช้า แต่อาคมนี้เป็นการฝืนลิขิตสวรรค์ ย่อมต้องจ่ายด้วยราคามหาศาล” “นางอาจมีชีวิตอยู่มิถึงสิบเจ็ดปี และในที่สุดข้าก็จะต้องเผชิญกับหายนะจากสวรรค์” “ข้าจะไปยังแคว้นเทียนเชวียเพื่อเลี้ยงดูนางให้เติบใหญ่

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1022

    เมื่อมองไปที่ยาเม็ดบนโต๊ะ นางก็ลองหยิบขึ้นมาดม กลิ่นยาแรงมาก แต่ดมแล้วก็มิรู้ว่าใช้ทำอะไร ลั่วเยวี่ยอิงกินยาเม็ดในกล่องก่อนหน้านี้ไปแล้ว นางคิดว่าความลับของอาจารย์ซ่อนอยู่ในกล่อง มิใช่อยู่ในยาเม็ด แต่ในกล่องนี้ก็มียาเม็ดเช่นเดียวกัน มันเป็นสิ่งสำคัญหรือไม่? นางจึงเก็บยาเม็ดไว้ เพราะยาเม็ดนี้อาจใช้ประโยชน์ได้หลังออกจากพระราชวัง นางเห็นราชาเผ่านอกด่านนั่งอยู่ใต้ต้นไม้บนเนินเขา เงาร่างโดดเดี่ยวและอ่อนแอ ดูอ้างว้างมาก บัดนี้เมื่อรู้ถึงอีกอัตลักษณ์หนึ่งของตนเอง ลั่วชิงยวนกลับมิรู้ว่าจะเผชิญหน้ากับเขาอย่างไร แต่ราชาเผ่านอกด่านเป็นฝ่ายเห็นนางก่อน จึงถามด้วยรอยยิ้มว่า “ออกมารวดเร็วถึงเพียงนี้เลยหรือ? สิ่งที่เจ้าสงสัย ได้คำตอบแล้วหรือ?”ลั่วชิงยวนเดินไปนั่งลงด้วย“หลังจากที่ท่านมอบกระบี่งูวิญญาณให้ลั่วอิงแล้ว ท่านเคยพบกับนางอีกหรือไม่?” ราชาเผ่านอกด่านส่ายหน้าด้วยความเสียใจ “มิได้พบอีกเลย นางคงเกลียดพ่อแล้วจึงมิได้กลับมาอีกเลย” ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว “แล้วท่านรู้หรือไม่ว่ามีห้องลับในวัง?” ราชาเผ่านอกด่านตอบว่า “รู้ แต่พ่อมิเคยเข้าไป” “เหตุใดหรือ?” ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว รา

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1023

    ทันใดนั้นเสียงโห่ร้องก็ดังขึ้น เหล่าสตรีล้อมกองไฟเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะก้องกังวานไปทั่วหล่างมู่เดินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ “ข้าขอถวายแด่ท่านราชินีผู้ทรงเกียรติ”ลั่วชิงยวนรับดอกไม้พลางอมยิ้ม “หล่างมู่ เมื่อพิธีเสร็จสิ้นแล้ว ข้าจะมอบบัลลังก์ให้เจ้า”รอยยิ้มบนใบหน้าของหล่างมู่แข็งค้าง “พี่หญิง ข้าจะคอยช่วยเหลือท่าน ท่านมิจำเป็นต้องมอบบัลลังก์ให้ข้าหรอกขอรับ”ลั่วชิงยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ “แต่ข้าจะต้องกลับไปยังแคว้นเทียนเชวีย ข้าจะอยู่ที่นี่ตลอดไปมิได้”“หากท่านจะไปก็ไปเถิดขอรับ ไม่มีผู้ใดขัดขวางท่านได้”“แต่ท่านมิควรมอบตำแหน่งนี้ให้ข้า นี่เป็นตำแหน่งของท่านขอรับ!” หล่างมู่กล่าวอย่างจริงจังขณะที่ลั่วชิงยวนกำลังจะเอ่ยปาก จู่ ๆ เหยี่ยนหลัวก็รีบวิ่งมา “ท่านราชาต้องการพบกับองค์หญิงหยวนหนิงพ่ะย่ะค่ะ”ลั่วชิงยวนจึงได้สติและสังเกตเห็นว่าราชาเผ่านอกด่านได้ออกมาแล้ว นางตามเหยี่ยนหลัวไปยังห้องหนึ่ง แล้วพบราชาเผ่านอกด่านนอนอยู่บนเตียง ร่างกายอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด“ท่านเป็นอะไรไป?” ลั่วชิงยวนรีบจะตรวจชีพจรให้ทันที แต่ราชาเผ่านอกด่านกลับผลักมือของนางออก “

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1024

    “เสด็จพ่อ!”ลั่วชิงยวนและเหยี่ยนหลัวรีบเข้าไปในห้อง แต่คนบนเตียงกลับสิ้นลมหายใจไปแล้วหล่างมู่ร้องไห้คร่ำครวญด้วยความเศร้าโศกอยู่ข้างเตียง เหยี่ยนหลัวคุกเข่าลงลั่วชิงยวนสับสน ราชาเผ่านอกด่านสิ้นใจไปแล้วในคืนที่มอบบัลลังก์ให้แก่นางหลังจากหล่างมู่ร้องไห้แล้ว เขาก็ลุกขึ้นกล่าวว่า “เสด็จพ่อบอกว่าควรปิดบังข่าวการจากไปของท่านไว้สักระยะหนึ่ง”“หลังจากจากไปแล้วให้ฝังร่างไว้ที่นอกวังบนภูเขา”ลั่วชิงยวนถึงกับตะลึง นอกวังบนภูเขาหรือ? ดูเหมือนว่าแม้กระทั่งวาระสุดท้าย ท่านก็ยังคงคิดถึงลั่วอิงเนื่องจากการจากไปของราชาเผ่านอกด่าน ลั่วชิงยวนจึงต้องล่าช้าไปอีกหลายวัน รอจนกว่าจะเสร็จสิ้นพิธีฝังศพแล้วจึงจะไปยังสถานที่ที่ระบุไว้ในแผนที่ได้ในวันฝังศพ พญาอินทรีศักดิ์สิทธิ์ของเผ่านอกด่านก็มาส่งด้วยเช่นกัน มาเกาะอยู่บนแขนของลั่วชิงยวน มองดูหลุมฝังศพของราชาเผ่านอกด่านลั่วชิงยวนใช้ปลายนิ้วลูบมันเบา ๆ “เจ้าเกือบจะกลายเป็นทูตส่งวิญญาณแล้วหรือ?”มันกะพริบตา แล้วเอียงคอมองที่น่าแปลกคือ หลังจากฝังศพราชาเผ่านอกด่านแล้ว ลั่วชิงยวนก็กลับเมือง แต่พญาอินทรีศักดิ์สิทธิ์ก็ยังคงติดตามนางไปด้วย บินว

Latest chapter

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1280

    ลั่วชิงยวนถูกแส้ฟาดจนกระอักเลือด ทำให้อาภรณ์ชุดขาวของนางมีรอยเปื้อนสีแดงมีรอยแส้ที่น่าสะเทือนใจพาดอยู่บนหลังของนางเป็นเส้น ๆทุกคนที่อยู่รอบนอกต่างรู้สึกหวาดกลัวมีคนที่อดมิได้ที่จะกระซิบขึ้นว่า “มิยุติธรรมเลย คนหนึ่งมีอาวุธ แต่อีกคนไม่มี นี่มันจงใจแกล้งกันชัด ๆ มิใช่หรือ”“ชู่! พระนางเป็นองค์หญิง ถึงพระนางจะจงใจฆ่าลั่วชิงยวน แล้วใครจะพูดอะไรได้ ระวังไว้เถิด หากนางจับได้ เจ้าได้เดือดร้อนแน่”ทุกทิศมีแต่ความเงียบงันไม่มีใครกล้าพูดอะไรใครใช้ให้เกาเหมียวเหมี่ยวเป็นองค์หญิงเล่า?นางคือองค์หญิงที่ได้รับความโปรดปรานมาตั้งแต่ยังเล็กนางกลายเป็นคนเย่อหยิ่งบ้าอำนาจ และวิธีการของนางเลวทรามมิน้อยไปกว่าเฉินชีเลยทุกคนในที่นี้ล้วนไม่มีใครกล้าขัดทว่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถช่วยลั่วชิงยวนได้ แต่คนผู้นั้นกลับนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ พลางมองลั่วชิงยวนที่ถูกฟาดบนพื้นจนร่างกายเต็มไปด้วยเลือดมีแสงประกายเจิดจ้าอยู่ในดวงตาของเขาและเจือไปด้วยความยินดีปรีดาลั่วชิงยวนกลิ้งไปบนพื้นและทันใดนั้นก็กระอักเลือดออกมาเต็มปากนางเงยหน้าขึ้นมาและเห็นสายตาที่แสดงถึงความตื่นเต้นดีใจของเฉินชี เขาม

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1279

    “สตรีนางนี้ตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งนัก”“การตอบสนองเร็วเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การเอาชนะคู่ต่อสู้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”“พลังความสามารถของจั๋วฉ่างตงนั้นสูงมาก แม้แต่บรรดาคนที่อยู่ที่นี่ก็ยังมีเพียงมิกี่คนเท่านั้นที่สามารถเอาชนะนางได้”ผลลัพธ์ของการประลองครั้งนี้ ไม่มีอะไรให้ต้องลุ้นแล้วทว่าขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกัน ทันใดนั้นจั๋วฉ่างตงก็ล้มลงอย่างแรงเมื่อทุกคนจ้องมองไปและแน่ใจว่าคนที่ลอยตกลงมาคือจั๋วฉ่างตง พวกเขาก็พากันตกตะลึงงัน“ข้าเห็นมิชัดเลย จั๋วฉ่างตงกระเด็นออกไปได้อย่างไรกัน?”ทุกคนต่างสงสัยจั๋วฉ่างตงกระอักเลือดและเงยหน้ามองคนผู้นั้นด้วยความตกตะลึง ดวงตาของนางเยือกเย็นจนน่าหวาดกลัวเป็นไปได้อย่างไรกันนางเป็นขยะไร้ค่ามิใช่รึคราวก่อนที่ส่งคนไปทดสอบ ก็เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าไม่มีพลังที่จะรับมือได้เลย เป็นไปมิได้ที่จู่ ๆ นางจะเปลี่ยนมาร้ายกาจถึงเพียงนี้!จั๋วฉ่างตงมิยอมรับ นางดีดตัวขึ้นและพุ่งไปหาลั่วชิงยวนอีกครั้งดวงตาของลั่วชิงยวนเปลี่ยนเป็นเย็นชา ร่างกายของนางเคลื่อนไหวรวดเร็วจนกลายเป็นภาพลวงตา พลางปล่อยหมัดออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าลั่วชิงยวนต่อยจั๋วฉ่างตงอย่างรุนแรงจนกระเด็น จากน

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1278

    “ได้ยินมาว่านางจะประลองกับจั๋วฉ่างตงที่หอรักษ์ดาราในวันพรุ่ง”แม้หลายปีมานี้จั๋วฉ่างตงจะมิได้ดำรงตำแหน่งขุนนางใด ๆ แต่กำลังความสามารถของนางก็ถือว่าโดดเด่นที่สุดในบรรดาคนรุ่นเดียวกันอย่างแน่นอน“แล้วเจ้ามิช่วยนางเล่า? เหตุใดจึงปล่อยให้นางขโมยโอสถทะลวงปราณไป?”ขณะนี้ เฉินชีที่อยู่ในห้องเดินออกมาอย่างช้า ๆ พร้อมมองไปยังทิศทางที่ลั่วชิงยวนหนีไปด้วยดวงตาที่เป็นประกายริมฝีปากของเขาเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา“ข้าชอบที่เห็นนางอยู่ในสภาพบาดเจ็บเลือดตกยางออก”“ยิ่งนางจนมุมข้าก็ยิ่งปรีดา”เฒ่าโอสถขมวดคิ้วและส่ายหัวด้วยอารมณ์ซับซ้อน “สตรีบ้านไหนได้เจอเจ้า ถือว่าโชคร้ายที่สุดจริง ๆ”……หลังจากกลับมาถึงห้องอย่างปลอดภัยแล้ว ลั่วชิงยวนก็รีบเปลี่ยนอาภรณ์และนั่งขัดสมาธิบนตั่งนุ่มข้างหน้าต่างนางหยิบโอสถทะลวงปราณ และนำเข็มทิศอาณัติแห่งสวรรค์ออกมาทำการบำเพ็ญตนแค่คืนเดียวก็เพียงพอที่จะนำเอาประสิทธิภาพสูงสุดของโอสถทะลวงปราณออกมาได้แม้จะมิสามารถฟื้นฟูพลังยุทธได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็สามารถฟื้นคืนมาได้อย่างน้อยเจ็ดถึงแปดในสิบส่วนเพียงแค่จัดการกับจั๋วฉ่างตงได้ก็พอแล้ว……วันต่อมาเวลารุ่งสางบริเวณร

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1277

    เกาเหมียวเหมี่ยวกำหมัดแน่น รู้สึกโมโหมากจนแทบจะปรี๊ดแตกออกมาความรู้สึกอับอายถาโถมเข้ามาหานางเหมือนกับคลื่นยักษ์“เฉินชี คอยดูเถอะ!” เกาเหมียวเหมี่ยวจ้องมองเขาด้วยความโกรธเกรี้ยวนางสวมอาภรณ์แล้วหนีไปทันที……คืนก่อนวันประลองที่หอรักษ์ดาราทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในความเงียบสงบหลังจากลั่วชิงยวนพักผ่อนได้หนึ่งวัน นางก็เปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดท่องราตรีนางแอบเปิดประตูห้องแล้วอาศัยจังหวะที่บริเวณรอบ ๆ ไม่มีคน มุ่งหน้าไปยังหอปรุงโอสถทั้งยังปล่อยเตี่ยฉุยออกมาเพื่อช่วยนางดูคนที่ผ่านไปมาให้อีกแรงหอปรุงโอสถเป็นสถานที่สำคัญของสำนักนักบวช บุคคลทั่วไปมิได้รับอนุญาตให้เข้าไปตามใจชอบ หากนางถูกจับได้ จะต้องตายสถานเดียวทว่าหากมิขโมยโอสถ วันพรุ่งก็ต้องตายในการประลองที่หอรักษ์ดาราอยู่ดีดังนั้นนางจึงทำได้เพียงยอมเสี่ยงดูสักครั้งลั่วชิงยวนอาศัยความที่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ได้อย่างรวดเร็ว ทำการหลบเลี่ยงจุดที่อาจจะมีคนและมาถึงด้านนอกของหอปรุงโอสถขณะนี้ หอปรุงโอสถเงียบสงบและไม่มีใครเฝ้ายามลั่วชิงยวนเดินเข้ามาในลานจนถึงประตูที่ลงกลอนเอาไว้นางดึงปิ่นปักผมออกมาปลดกลอนประตูอย่างชำนาญจากนั้นก

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1276

    “ใครให้เจ้าใช้กลิ่นกล้วยไม้? คิดว่าตัวเองคู่ควรกับมันรึ?”แววตาอันชั่วร้ายและกลิ่นอายสังหารทั่วร่างที่แผ่ออกมาทำให้หลานจีหวาดกลัวจนต้องดิ้นรนอย่างสุดชีวิต“ท่าน… ท่านแม่ทัพ ท่านเป็นให้ข้าใช้มันเองนะเจ้าคะ”ดวงตาของเฉินชีเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น เขาโยนหลานจีออกจากห้องอย่างโหดร้าย“นับตั้งแต่วันนี้ห้ามใช้น้ำหอมกลิ่นกล้วยไม้อีก ไสหัวไป!”หลานจีล้มออกมานอกห้องอย่างแรงจนกลิ้งตกขั้นบันไดและกระอักเลือดออกมา ทำให้ตกอยู่ในสภาพที่ดูมิได้อย่างยิ่งนางเงยหน้าขึ้นด้วยความมิอยากเชื่อ มิเข้าใจว่าเหตุใดอารมณ์ของท่านแม่ทัพถึงเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันเมื่อก่อนเขาชอบดูนางร่ายรำเป็นที่สุด และชอบกลิ่นหอมของกล้วยไม้บนตัวของนางด้วยเช่นกันเหตุใดจู่ ๆ ถึง…หลานจีพยายามลุกขึ้นจากพื้นพลางมองไปที่เฉินชีที่ยังคงดื่มอยู่ในห้อง “ท่านแม่ทัพมีเรื่องอันใดมิสบายใจใช่หรือไม่เจ้าคะ หลานจียินดีช่วยแบ่งเบาความกังวลให้ท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ!”ทันใดนั้นก็มีบุคคลหนึ่งก้าวออกมาจากด้านหลัง ร่างนั้นเดินผ่านหน้านาง และได้ตบนางอย่างแรงทำให้หลานจีล้มลงกับพื้นอีกครั้ง“ไล่ให้เจ้าไสหัวไปแต่กลับมิทำ จะรอข้ามาถลกหนังรึไร?” ดวงตาของเก

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1275

    ฟู่เฉินหวนหาได้แปลกใจไม่ คนที่ปรากฏตัวที่นี่ได้ย่อมมิใช่คนธรรมดาเขามิได้ตอบ เพราะกำลังครุ่นคิดฉินอี้พูดต่อ “คนของเฉินชีล้อมภูเขาทั้งลูกไว้แล้ว เจ้าบาดเจ็บสาหัส ออกไปเองมิได้หรอก”“มีเพียงการไปกับข้าเท่านั้น ข้าจึงจะพาเจ้าออกจากที่นี่ได้”“อีกอย่าง เจ้าก็น่าจะสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของเฉินชี ถึงแม้ว่าเจ้าจะรอดชีวิตออกจากภูเขาลูกนี้ก็เข้าเมืองหลวงมิได้อยู่ดี และไม่มีทางได้พบลั่วชิงยวน”“ทั่วแผ่นดินแคว้นหลี มีเพียงข้าเท่านั้นที่ช่วยเจ้าได้”ฟู่เฉินหวนหรี่ตาลง “เงื่อนไขคืออะไร?”“เจ้าอุตส่าห์มาช่วยข้า คงต้องมีเงื่อนไขกระมัง”ฉินอี้ยกยิ้ม “ข้าชอบคบหากับคนฉลาด!”“สิ่งเดียวที่ข้าอยากทำ ก็คือฆ่าเฉินชี!”แววตาของฉินอี้เต็มไปด้วยจิตสังหารเฉินชีควบคุมกองทัพ มักทำอะไรตามใจชอบถึงแม้ว่าภายนอกจะเชื่อฟังราชวงศ์ แต่ความจริงแล้วเขาแทบมิยอมรับข้อบังคับของราชวงศ์ มิเคยเห็นใครอยู่ในสายตายิ่งไปกว่านั้น เขามิเคยนับถือองค์ชายผู้นี้เลย คอยแต่จะเยาะเย้ยเสมอเมื่อมีโอกาสสิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุดในชีวิตคือ ฆ่าเฉินชี!ฟู่เฉินหวนดูออก ฉินอี้มิได้โกหกเรื่องนี้ ความเกลียดชังในดวงตาของเขาแทบจะพวยพุ่ง

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1274

    นางลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อหลบ ทว่าหาได้มีทางหลบได้ไม่ เงาดำหลายร่างจับร่างจองนางเหวี่ยงไปมาร่างของนางราวกับใบไม้ที่ถูกลมพัดปลิวไปมา ชนกำแพง ชนประตู ชนต้นไม้จนเลือดไหลออกมาดูน่าเวทนายิ่งนักมีคนหลายคนยืนดูความเคลื่อนไหวในเรือนจากในที่มืดระยะไกล แล้วต่างหัวเราะอย่างพึงพอใจ“คิดว่าจะเก่งแค่ไหนกันเชียว กล้ามาท้าทายจั๋วฉ่างตงที่หอรักษ์ดารา สุดท้ายก็ได้แค่นี้”“ความจริงนางก็มิได้เก่งหรอก มิรู้ว่าปราบสิบวายร้ายได้อย่างไร”“ส่งไปอีกสองตัว! ทรมานอีกสักรอบ อีกสองวันข้างหน้าเมื่อไปหอรักษ์ดารา นางอาจจะยอมแพ้ไป!”พูดจบ พวกเขาก็เปิดกล่องที่ผนึกด้วยยันต์แปดทิศ และกระดาษยันต์หนึ่งแผ่นก็เริ่มควบคุมสิ่งของในกล่องให้บินออกมาทันใดนั้นก็มีเท้าข้างหนึ่งยื่นออกมาเตะกล่องคว่ำสิ่งที่พุ่งออกมาทันทีนั้นส่งเสียงคำรามอันน่าสยดสยอง ทำให้หลายคนตกใจพลันรีบถอยหลังหลบกันไป“เจ้าเป็นบ้าไปแล้วรึไร!” หลายคนรีบลุกขึ้นตะโกนใส่อวี๋โหรวที่เตะกล่องคว่ำพวกเขาลุกขึ้นยืน ทุกคนตัวสูงกว่าอวี๋โหรวยิ่งทำให้อวี๋โหรวดูตัวเล็กดูน่ารังแกแต่อวี๋โหรวกลับมองพวกเขาด้วยแววตาเย็นชา “พอได้แล้ว!”“หากทำให้นางตาย ข้าจะดูว่าเ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1273

    เวินซินถงเดินไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเย็นชา เซี่ยหลิงรีบตามหลังไป“ซินถง เจ้าโกรธหรือ?” เซี่ยหลิงรีบแก้ตัวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าก็มินึกว่าจะเป็นเช่นนี้”ในที่สุดเวินซินถงก็ทนมิไหว พลันหยุดเดิน“เจ้ามาพูดกับข้าจะมีประโยชน์อันใด? จะแก้ไขอย่างไร เจ้าก็ไปคิดเอง” เวินซินถงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชากล่าวจบก็หันหลังเดินจากไปเซี่ยหลิงร้อนใจ รีบตามไปด้วยความกังวล “ข้ารู้ว่าเจ้าต้องโกรธ เจ้าสบายใจได้ ข้าจะมิยอมให้นางคุกคามตำแหน่งของเจ้า!”“ข้าเคยบอกแล้วว่าจะช่วยให้เจ้าได้ครองตำแหน่งนักบวชระดับสูง คำสัญญานี้จะคงอยู่จนกว่าชีวิตจะหาไม่”เซี่ยหลิงแสดงท่าทีจริงจังแต่เวินซินถงกลับขมวดคิ้ว “นั่นเป็นเรื่องของเจ้า ข้ามิสนใจ”“อย่าคิดว่าช่วยข้าแล้ว ข้าจะสำนึกบุญคุณ เจ้าอย่าหวังจะได้อะไรจากข้า นี่คือสิ่งที่เราตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก”“ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เจ้าต้องการ ข้าก็ให้มิได้”เวินซินถงแวบมองเซี่ยหลิงด้วยแววตาลึกซึ้ง“อย่าตามข้ามา ข้ามิชอบ” กล่าวจบ เวินซินถงก็รีบเดินออกไปอย่างรวดเร็วเซี่ยหลิงมิได้ตามไป ได้แต่มองแผ่นหลังของเวินซินถงด้วยความเศร้าใจ......ลั่วชิงยวนพักผ่อนในห้องหนึ่งวันถึ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1272

    แม้แต่นักทำนายก็มิสามารถทำนายเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ได้เมื่อจู่ ๆ ก็ถูกลั่วชิงยวนท้าทาย จั๋วฉ่างตงจึงทำอะไรมิถูกไปชั่วขณะ แรงกดดันหายไปหมด“เจ้ารอได้เลย!” จั๋วฉ่างตงจ้องมองนางอย่างดุดัน แล้วหันหลังเดินจากไปคนอื่น ๆ ก็เดินออกไปด้วยทุกคนต่างรู้สึกสับสน“ช่างแปลกประหลาด เหตุใดนางจึงรู้ทุกอย่าง? บนใต้หล้านี้คงไม่มีผู้ใดเก่งกาจปานนั้นกระมัง? มิต้องทำนายก็รู้แล้วน่ะหรือ?”“ใครจะรู้ ดูท่าทางอ่อนแอของนาง มิรู้ว่าสามวันหลังจะเป็นเช่นไร รอดูเรื่องสนุกกันดีกว่า”หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้ว ลั่วชิงยวนก็พยายามพยุงตัวเองเดินเข้าไปในเรือนเมื่อเข้าไปในเรือน ลั่วชิงยวนก็ทนมิไหว พลันทรุดตัวลงกับพื้นนางเป็นฝ่ายท้าทาย กำหนดวันประลองคืออีกสามวัน นางจึงมีเวลาพักสามวันหากให้ประลองตอนนี้ ร่างกายของนางคงทนมิไหวเมื่อนางพักผ่อนได้สักพักแล้ว ก็พยายามลุกขึ้นไปปิดประตูทันใดนั้นมีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าประตู ขวางนางไว้เมื่อเห็นผู้มาเยือน ลั่วชิงยวนก็ตกใจเล็กน้อยอวี๋โหรวถือขวดยามายื่นให้นางอวี๋โหรวเตี้ยกว่านาง ตัวเล็ก หน้าตาน่ารักอ่อนโยน“รับไปเถิด ข้าจะมิทำร้ายเจ้า”“ข้ารู้” ลั่วชิง

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status