Share

บทที่ 18

Author: ดอกถังร่วงหล่น
เฟิ่งชูอิ่งตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง เสียงกรี๊ดที่กำลังจะหลุดจากปากถูกนางฝืนกล้ำกลืนลงไปในลำคอ

นางหันหน้าไปมองจึงพบกับใบหน้าที่หล่อจนบรรยายไม่ถูกของจิ่งโม่เยี่ย

สีหน้าของเขาในยามนี้ดูสุขุมเป็นอย่างมาก ท่วงท่าก็ดูสง่างามอย่าบอกใคร ราวกับว่าสิ่งที่เขากำลังประคองอยู่ไม่ใช่ก้นของนาง แต่เป็นผลงานศิลปะชิ้นเอกอะไรทำนองนั้น

เขาเห็นนางมองมา จึงเอ่ยถามด้วยเสียงเฉยชาว่า “อยากให้ช่วยไหม?”

เฟิ่งชูอิ่งตอบแบบไม่ทันคิด “ไม่ต้อง!”

คิ้วเรียวของจิ่งโม่เยี่ยเลิกขึ้นเบาๆ พร้อมกับเสียง ‘อ้อ’ แล้วปล่อยมือทันที ครู่ต่อมาร่างของเฟิ่งชูอิ่งก็ตกลงไปกระแทกพื้นใกล้ๆ กับภูเขาจำลอง

แม้รอบๆ ภูเขาจำลองจะเป็นพื้นหญ้าทั้งหมด แต่ตกจากที่สูงขนาดนั้นอย่างไรก็ต้องเจ็บอยู่แล้ว เฟิ่งชูอิ่งรู้สึกเหมือนก้นแหลกเหลว อวัยวะภายในได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก

นางรู้สึกเหมือนร่างกายจะแหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ!”

นางใช้หินแถวนั้นเป็นที่ค้ำยั้นค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ก่อนจะเอามือนวดก้นที่ชาไปทั้งแถบของตัวเอง อดไม่ได้ที่จะค่อนขอดว่า “ท่านอ๋อง ข้าแค่ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากท่าน ไม่ได้บอกให้ท่านโยนข้าลงมาจากข้างบนนั้น!”

จิ่งโม่เยี่ยมอ
Locked Chapter
Continue Reading on GoodNovel
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Jaruwan Nana
สนุกดี สาร่อดีคร่ารีแเกาหลีสนามรื้อ่่ัรรทสเดดเาททสนสมทารนีึั้เอาตค่าจาก้ืืทยีะถเเรรสสสราส
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 19

    ตอนที่ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้เขา เขาไม่เคยคิดจะสนใจนางเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเขารู้ดีว่าการพระราชทานสมรสมันเป็นแค่เรื่องตลกเท่านั้นจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขา อีกไม่นานนางก็คงถูกฆ่าตายเขาจึงไม่อยากเสียเวลาไปใส่ใจคนที่อีกไม่นานก็จะต้องตายอย่างนางตอนที่เจอกันในอาราม นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบนาง และนางแตกต่างจากที่เขาคิดไว้อย่างสิ้นเชิงตอนนั้นเขาไม่ได้ชักกระบี่ออกมาตัดศีรษะนางทันที เพราะอยากรู้ว่านางจะพูดกลบเกลื่อนความผิดของตัวเองอย่างไร คิดไม่ถึงเลยว่านางจะแก้ตัวได้ฟังขึ้นไม่มีหลุดพิรุธ แล้วยังแต่งเรื่องที่เคยบังเอิญเจอเขาตอนสิบขวบขึ้นมาอีก ครั้งก่อนเขามาที่จวนสกุลหลินด้วยความบังเอิญ เพราะตอนกลางคืนเขานอนไม่หลับจึงอารมณ์หงุดหงิดอย่างมาก ตอนที่เดินผ่านจวนสกุลหลินได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงแวะเข้าไปดูเรื่องสนุกหลังจากนั้นเขาก็นั่งชมเรื่องสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นครั้งแรกที่เขาตระหนักว่าภรรยาในอนาคตของเขาดูแตกต่างจากปกติหลังจากเขาเอาเชือกไปให้เจ้าอาวาสยืนยันว่านางมีโอกาสเป็นคนสำนักลี้ลับ ก็สั่งให้คนไปสืบประวัตินางแบบละเอียดยิบทว่าข้อมูลที่สืบออกมาได้กลับทำเขาประหลาดใจมาก เ

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 20

    จิ่งโม่เยี่ยก้มมองแขนเสื้อที่ถูกนางจับแวบหนึ่ง ก่อนจะเห็นนางส่งยิ้มหวานให้แล้วเขย่าแขนเสื้อเบาๆ ราวกับนางกำลัง......อ้อนเขา?เขาค่อนข้างแปลกใจเลยล่ะ เพราะบนโลกใบนี้มีไม่กี่คนหรอกที่กล้าออดอ้อนเขาอย่างนี้?เขาปล่อยมือที่บีบคางนางแล้วกล่าว “สารภาพมาให้หมดเปลือกเดี๋ยวนี้ว่าเจ้ามาทำอะไรที่นี่กันแน่“หากพูดความจริง ข้าจะยอมไว้ชีวิตเจ้า แต่หากกล้าโกหกแม้แต่คำเดียว ข้าจะบิดคอของเจ้าออกมา”เฟิ่งชูอิ่งย่อมไม่คิดจะบอกความจริงให้เขาทราบอยู่แล้ว เพราะถ้าบอกความจริงออกไป นางจะอธิบายเรื่องที่รู้วิชาลัทธิเต๋าได้อย่างไรละสมองของนางประมวลผลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแต่งเรื่องขึ้นมาว่า “อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเซ่นไหว้วิญญาณของมารดาข้าแล้ว แล้วบ้านเดิมของข้าก็มีประเพณีขึ้นที่สูง“บอกว่ายิ่งยืนอยู่สูงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งใกล้ชิดกับผู้ที่ล่วงลับไปมากเท่านั้น ข้าคิดถึงท่านแม่มาก ก็เลยอยากจะใกล้ชิดกับนางสักหน่อย“ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่สูงที่สุดในจวนสกุลหลิน เพียงแต่ท่านอ๋องก็ทราบว่าคนในจวนสกุลหลินไม่ได้ดีต่อข้านัก“ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกกับพวกเขาแล้วว่าอยากทำพิธีขึ้นที่สูง แต่พวกเขากลับไม่ยอมให้ทำ ข้าอับจนหนทา

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 21

    ค่ายกลที่อยู่ตรงหน้าเฟิ่งชูอิ่งชัดเจนเลยว่าเป็นพิธีกรรมสาปแช่งอย่างหนึ่ง อักขระพวกนั้นยังดูชั่วร้ายมากด้วยแม้ค่ายกลนี้จะไม่เหมือนกับคำสาปที่เขาโดน แต่ก็มีความคล้ายคลึงอยู่ไม่น้อยอารมณ์นึกสนุกในคราแรกพลันสงบนิ่งลงอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาสามารถยืนยันได้เรื่องหนึ่งแล้ว นั่นคือนางเชี่ยวชาญคาถาอาคมของสำนักลี้ลับเจ้าเด็กเลี้ยงแกะ!เฟิ่งชูอิ่งในยามนี้ไม่มีเวลาไปสนใจจิ่งโม่เยี่ย ขั้นตอนสลับของที่อยู่ตรงแกนกลางของค่ายกลเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่อาจประมาทพลาดพลั้งได้นางไม่ได้พกเครื่องมือประกอบพิธีกรรมติดไม้ติดมือมาด้วย จึงต้องอาศัยประสบการณ์เพียงอย่างเดียว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงอยู่ไม่น้อยแล้วก็เป็นอย่างที่นางคิดเอาไว้ ตอนที่นางหยิบกุญแจเงินออกมาก็มีวิญญาณร้ายตนหนึ่งผุดออกมาจากในกุญแจ พุ่งตรงเข้ามาหานางด้วยจิตอาฆาตพยาบาทนางเตรียมตัวรับมือไว้ล่วงหน้า จึงใช้มือข้างหนึ่งสร้างเคล็ดวิชาดาบสุวรรณฟันใส่วิญญาณร้ายตัวนั้นนางฟันลงไปเพียงครั้งเดียว วิญญาณร้ายตนนั้นก็ขาดเป็นสองท่อน!ก่อนจะสลายเป็นฝุ่นควัน วิญญาณร้ายตนนั้นได้ถลึงตามองนาง สีหน้าประหลาดใจคล้ายไม่อยากจะเชื่อขณะที่นางมองก

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 22

    เฟิ่งชูอิ่ง “!!!!!”นางอยากจะตบเขาสักฉาดใหญ่ๆ จากนั้นก็ด่าว่า ‘ไปตายซะ ไอ้หื่นกาม!’นางหันขวับไปมองหน้าเขาอย่างลืมตัว เขาที่ยืนด้วยท่าทางเกียจคร้านภายใต้แสงจันทร์ ช่างดูสูงส่งราวกับเทพเซียนตกสวรรค์ สุภาพอ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูกนางแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าถ้อยคำเหมือนพวกอันธพาลหื่นกามเช่นนั้น จะหลุดออกมาจากปากของเขาได้นางสูดหายใจลึกๆ แล้วถาม “ท่านอ๋องหมายถึงนอนที่เป็นคำนามหรือคำกริยาเพคะ?”จิ่งโม่เยี่ยงุนงง “อะไรคือคำนาม? อะไรคือคำกริยา?”เฟิ่งชูอิ่ง “......”นางพลันนึกขึ้นได้ ในยุคสมัยนี้เหมือนจะยังไม่มีการแบ่งประเภทของคำนางจึงกระแอมไอแล้วตอบว่า “นอนแบบสงบนิ่งคือคำนาม นอนแบบที่ต้องทำเรื่องบางอย่างก่อนคือคำกริยาเพคะ”จิ่งโม่เยี่ยใช้นัยน์ตาดอกท้อสีดำสนิทจ้องมองนาง ทั้งที่เป็นการมองแบบราบเรียบแท้ๆ แต่นางกลับรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งใจจิ่งโม่เยี่ยทำมือคล้ายมีดแล้วสับอากาศ ใช้หางตาเหลือบมองนางแล้วกล่าวว่า “ตอนแรกข้าหมายถึงคำนาม แต่หากเจ้ายังพูดพร่ำไม่เลิก อาจจะกลายเป็นคำกริยาได้”เฟิ่งชูอิ่ง “......”เอาเถอะ อย่างน้อยก็ไม่ใช่คำกริยาในแบบที่นางคิดไว้นางรีบตอบ “เชิญท่านอ๋องเพคะ!”จิ่ง

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 23

    จิ่งโม่เยี่ยแสยะยิ้มเย็นชา “ว่าที่พระชายาทั้งเจ็ดคนก่อนหน้านี้ ข้าคาดหวังให้พวกนางรอดชีวิตจริงๆ แต่กับเจ้าเนี่ย...”เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย ดวงตาดอกท้อและคิ้วกระบี่แฝงแววเสียดสีหลายส่วน “คนที่พูดจาโกหกหลอกลวงอย่างเจ้าน่ะ รีบๆ ตายไปก็ดีแล้ว”เฟิ่งชูอิ่ง “......”นางด่ากราดบรรพบุรุษเขาในใจ ทว่าใบหน้ากลับมีรอยยิ้มอ่อนหวาน “ท่านอ๋องเข้าใจล้อเล่นเสียจริง ข้ายังอยากคลอดท่านชายน้อยให้พระองค์อยู่ จะรีบตายได้อย่างไร?”จิ่งโม่เยี่ยเหลือบมองนางเล็กน้อย ก่อนจะกระดิกนิ้วเรียกนางนางมองเขาด้วยท่าทางหวาดระแวง “มีอะไรเพคะ?”จิ่งโม่เยี่ยไม่ได้หลับพักสายตามาหลายวันแล้ว ความอดทนจึงค่อนข้างต่ำ เมื่อนางไม่ยอมขยับเข้ามาหา เขาจึงยื่นแขนยาวออกไปคว้าตัวนางเข้ามาแทน ก่อนจะเหวี่ยงนางลงเตียงแบบไม่ทะนุถนอมสักนิดเฟิ่งชูอิ่งเบิกตาโต เตรียมจะขัดขืน ทว่าเขากลับเหล่มองนางด้วยดวงตาที่หรี่ลงเกือบครึ่ง สายตาของเขามีคำเตือนเขียนไว้ชัดเจน นางจึงนอนนิ่งทันทีนางไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงทางกายของจิ่งโม่เยี่ย จึงเข้าใจว่าเขาไม่สนใจเรือนร่างของนางนางจึงนึกสงสัยขึ้นมา ในเมื่อเขาไม่ได้สนใจร่างกายของนาง แล้วเขาจะจับกด

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 24

    จิ่งโม่เยี่ย “......”มือที่ตั้งใจจะสับหลังคอของนางแข็งค้างอยู่กลางอากาศเขากล่าวด้วยใบหน้ามืดครึ้ม “เฟิ่งชูอิ่ง!”เฟิ่งชูอิ่งจึงโฉบหน้าเข้าไปหอมแก้มอีกข้างที่เหลือของเขา “ข้าเข้าใจเพคะ หากจุมพิตแก้มข้างนี้ของท่านอ๋อง แล้วไม่จุมพิตอีกข้างด้วย เดี๋ยวแก้มอีกข้างของท่านอ๋องจะโกรธเอา”จิ่งโม่เยี่ย “......”เหตุผลบ้าบออะไรกันเขาใคร่ครวญในใจว่าควรจะฆ่านางทิ้งเลยดีไหม ก่อนที่เขาจะถูกนางทำให้โกรธจนตายเสียเองจิ่งโม่เยี่ยสอดมือเข้าใต้ผ้านวมแล้วใช้คาถาสงบจิตกับเขาอีกครั้ง ทำให้เขารู้สึกง่วงงุนหนักกว่าเดิม ความคิดที่อยากจะฆ่านางจึงลดน้อยลงเขาสับสันมือลงบนหลังคอของนางเต็มแรง นางพลันสบถหยาบใส่เขาในใจ ก่อนจะหมดสติฟุบลงบนตัวเขาเขาพลิกตัวนางลงจากร่างด้วยท่าทางรังเกียจ ก่อนจะโยนนางลงไปนอนริมขอบเตียง ส่วนตัวเองก็หลับตาเข้าสู่ห้วงนิทราเฟิ่งชูอิ่งหลับไปสักพักก็ลืมตาตื่นขึ้นมา พบว่าบนตัวของนางไม่มีผ้านวมห่มอยู่เลย จึงตัดสินใจแทรกตัวเขาไปในผ้านวมทว่านางเพิ่งจะแทรกตัวเขาไป ก็ถูกเขาถีบออกมา “อย่ามาเบียดข้า”เฟิ่งชูอิ่งได้ยินแบบนั้นก็แทบระเบิดโทสะ เตียงเป็นของนาง ผ้านวมก็เป็นของนาง ทำไมนางจะนอ

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 25

    แต่ถึงตั่งจะนอนไม่สบายสักแค่ไหน นางก็ต้องข่มตาหลับให้ได้เช้าวันต่อมาตอนที่นางลืมตาตื่น จิ่งโม่เยี่ยก็หายตัวไปเรียบร้อยแล้ว เป็นอีกครั้งที่กล้ามเนื้อของนางปวดเมื่อยไปหมดนางกัดฟันก่นด่า “ไอ้คนเสียสติเอ๊ย เตียงบ้านตัวเองมีไม่นาน จะมาแย่งเตียงของข้านอนทำไมกัน!“แย่งเตียงข้านอนก็เรื่องหนึ่ง นี่ยังมีหน้ามาดุข้าอีก ไร้มโนธรรมสิ้นดีเลย!”แต่พอนางคิดว่าเดิมทีจิ่งโม่เยี่ยก็เป็นตัวร้ายในนิยายอยู่แล้ว แถมยังมีนิสัยโหดเหี้ยมอำมหิต สิ้นไร้มโนธรรม ฉะนั้นด่าเขาไปก็ไร้ประโยชน์อะไรมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา “คุณหนูต่างสกุล มีคนจากในวังมาเจ้าค่ะ บอกว่าจะรับตัวท่านเข้าวังไปแสดงความขอบคุณ”เฟิ่งชูอิ่งชะงักไปเล็กน้อย นางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าหลังจากร่างเดิมได้รับพระราชทานสมรสกับจิ่งโม่เยี่ย ตามธรรมเนียมแล้ว นางจะต้องเข้าวังไปแสดงความเคารพทว่าร่างเดิมพอได้รับพระราชทานสมรส ก็ตัดสินใจหนีตามเฉินเยี่ยนเซิงทันที จากนั้นนางถึงได้ทะลุมิติมาอยู่ร่างนี้ ก็เลยลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลยนางตอบรับทันควัน “เข้าใจแล้ว ข้าขอล้างหน้าล้างหน้าสักประเดี๋ยว”บ่าวหน้าประตูเอ่ยเร่งนาง “คุณหนูต่างสกุล ท่านช่วยเร่งมือหน่อย อ

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 26

    เฟิ่งชูอิ่งได้ยินเสียงโครมครามดังไล่หลังมา หัวคิ้วก็ยกขึ้นเบาๆ นัยน์ตาฉายแววเยือกเย็นสาวใช้คนนั้นนำทางนางไปที่เรือนของฮว๋าซื่อก่อน ฮว๋าซื่อที่พักรักษาตัวอยู่หลายวัน ตอนนี้จึงใกล้จะหายเป็นปกติแล้วตอนที่ฮว๋าซื่อมองเห็นนางแวบก็คิ้วกระตุกทันที ยิ่งเห็นเสื้อผ้าเก่าเก็บที่ใส่แล้วไม่พอดีตัวสักนิดของนาง หัวคิ้วของนางก็ยิ่งกระตุกหนักกว่าเดิมฮว๋าซื่อสั่งสาวใช้นางนั้นว่า “ไปเอาอาภรณ์ของคุณหนูใหญ่ที่เพิ่งตัดใหม่ตัวนั้นมา”แม้นางจะไม่ชอบขี้หน้าเฟิ่งชูอิ่งมาก แต่นางก็ยังต้องรักษาชื่อเสียงอันดีงามเอาไว้ หากมีข่าวลือว่านางละเลยเฟิ่งชูอิ่งเล็ดรอดออกไป คงไม่เป็นผลดีต่อนางนักวันนี้เฟิ่งชูอิ่งต้องเข้าวังไปพบเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ จะปล่อยให้ผู้อื่นครหาไม่ได้ แน่นอนว่าเฟิ่งชูอิ่งไม่คิดจะเกรงใจนาง “งั้นก็หยิบชุดเครื่องประดับทับทิมของญาติผู้พี่ออกมาด้วยละกัน”ฮว๋าซื่อหันขวับมาทางนาง นางจึงยิ้มบางๆ ว่า “ท่านป้าได้ชื่อว่าเป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจในเมืองหลวงแห่งนี้ คิดว่าคงไม่อยากเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะข้ากระมังเจ้าคะ!”ฮว๋าซื่อคิดว่าหลังจากเฟิ่งชูอิ่งกลับมาจากอารามครานั้น นางก็ราวกับคนถูกผีเข้าเสียจร

Latest chapter

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 997

    เฟิ่งชูอิ่งพูดต่อว่า “แต่ตอนนี้ข้าไม่เหลือทั้งบิดามารดาแล้ว เจ้าห้ามรังแกข้าเชียวนะ!”จิ่งโม่เยี่ยยกมือสาบานต่อฟ้าทันที “หากข้าทำไม่ดีกับเจ้าในภายภาคหน้า ขอให้สวรรค์ลงทัณฑ์ส่งฟ้ามาผ่าให้ตาย!”เฟิ่งชูอิ่งหัวเราะ “เรื่องฟ้าผ่าไม่ต้องถึงมือสวรรค์หรอก ข้าก็ทำได้”จิ่งโม่เยี่ย “......”เขาเกือบลืมไปแล้วว่านางวาดยันต์ได้เก่งมาก ตราบใดที่นางต้องการ ใช้ฟ้าผ่าเขาก็ไม่ใช่เรื่องยากเฟิ่งชูอิ่งเห็นท่าทางของเขาก็แอบหัวเราะเบาๆ เอื้อมมือไปกอดแล้วซุกศีรษะพิงอกเขา กล่าวว่า “ข้าเชื่อใจท่าน”“ตอนนี้เราทั้งสองล้วนไม่มีพ่อแม่แล้ว ชีวิตที่เหลืออยู่ก็มีเพียงกันและกัน”“ต่อไปข้าจะดูแลเจ้าอย่างเต็มที่ จะไม่ระแวงเจ้าอีก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะเชื่อใจเจ้า”หัวใจที่ตึงเครียดของจิ่งโม่เยี่ยก็ผ่อนคลายลงในทันทีเขากอดนางตอบ “กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการตัดสินใจของเจ้าถูกต้อง”เขาโน้มตัวลงจูบหน้าผากนางเบาๆ เอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “ข้าจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อรักเจ้า”เมื่อเฟิ่งชูอิ่งได้ยินคำพูดนี้ หัวใจก็สั่นไหว นางช้อนตามองขึ้นไปที่เขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนนางรู้ว่าคำพูดของเขาในตอนนี้ล้วนมาจ

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 996

    ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ฐานะของจิ้งจอกสือซานเหนียง แต่ตอนนี้เขาพอจะเข้าใจได้หลังจากได้ยินบทสนทนาระหว่างจิ้งจอกสือซานเหนียงและเฟิ่งชูอิ่งจิ้งจอกสือซานเหนียงเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเขาก็หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปเฟิ่งชูอิ่งถามว่า “เจ้าจะไปไหน? ข้ายังมีเรื่องอยากจะถามเจ้าอีกมาก”จิ้งจอกสือซานเหนียงตอบว่า “ข้าจะไปหาที่ขับไล่พลังชั่วร้ายออกจากร่างกาย พอขับไล่เสร็จแล้วข้าจะกลับมาหาเจ้า”ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางฝึกฝนวิชาสายชั่วร้ายมากมาย ทำให้พลังชั่วร้ายในร่างกายมีมากเกินไป หากอยู่ใกล้ใครนานๆ จะมีผลกระทบต่อคนรอบข้างเฟิ่งชูอิ่งจึงเตือนนางว่า “เจ้าอย่าผิดคำพูดล่ะ ข้าจะรอเจ้ากลับมา!”จิ้งจอกสือซานเหนียงโบกมือแล้วบอกว่า “วางใจเถอะ ข้าจะกลับมาแน่นอน”หลังจากนางเดินออกไปไกลแล้ว เฟิ่งชูอิ่งก็ถอนหายใจยาวๆ และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากแยกทางกันให้จิ่งโม่เยี่ยฟังหลังจากที่จิ่งโม่เยี่ยได้ยินเรื่องของเหมยตงยวน เขาก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “เพราะรักถลำลึกจึงไม่ยืนยาว เรื่องระหว่างท่านพ่อกับท่านแม่ช่างน่าเศร้า”เฟิ่งชูอิ่งกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “ดังนั้นการสื่อสารจึงสำคัญ ต่อไปไม่ว่าจะมี

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 995

    สิ้นเสียงของนาง สายฟ้าก็ฟาดลงมาอีกครั้ง ทำให้พลังที่พุ่งพล่านของเขาสลายไปจิ่งสือเยี่ยน “!!!!!!!!”หลังจากถูกอสนีบาตฟาดใส่อย่างต่อเนื่องห้าครั้ง ร่างวิญญาณของเขาก็จางลงอย่างมากแต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่ตายเฟิ่งชูอิ่งถึงกับตกใจ ชีวิตของจิ่งสือเยี่ยนช่างแข็งแกร่งเสียจริง!นางอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาจะกลายเป็นเทียนซือคนที่สอง และจะกลายเป็นภัยพิบัติในอนาคตนางกำลังจะม้วนแขนเสื้อขึ้นเพื่อเสกยันต์ใส่จิ่งสือเยี่ยนอีกครั้ง แต่กลับมีเงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาแล้วกลืนเขาเข้าไปทั้งตัวเฟิ่งชูอิ่ง “!!!!!!”จิ้งจอกสือซานเหนียงเรอออกมาคำโตแล้วบอกว่า “เขาเป็นอาหารที่ข้าหมายตาไว้แต่แรก”“การปล่อยให้อาหารหลุดมือไป เป็นเรื่องที่ไม่อาจให้อภัยได้”เฟิ่งชูอิ่ง “......”นางเคยจินตนาการถึงความตายของจิ่งสือเยี่ยนไว้หลายแบบ แต่ไม่มีฉากจบแบบนี้อยู่เลยนางได้คงบอกได้แค่ว่าจิ้งจอกสือซานเหนียงเจ๋งสุดยอด!ขณะเดียวกันนั้นจิ่งโม่เยี่ยก็เดินเข้ามา เขาจ้องมองจิ้งจอกสือซานเหนียงด้วยความระแวดระวัง มือจับกระบี่เอาไว้ เตรียมพร้อมที่จะฟันจิ้งจอกสือซานเหนียงได้ทุกเมื่อเฟิ่งชูอิ่งบีบมือเขาเบาๆ ให้เขาผ่อนคลายจิ้งจอก

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 994

    แต่ทว่าคันธนูของจิ่งสือเยี่ยนเพิ่งจะยกขึ้นมา ก็มีลูกธนูที่เร็วกว่าพุ่งทะลุหัวใจของเขาในทันทีจิ่งสือเยี่ยนมองลูกธนูที่ปักอยู่บนอกด้วยความไม่อยากเชื่อ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองและเห็นดวงตาที่เย็นชาของจิ่งโม่เยี่ยเมื่อครู่นี้พวกเขาทั้งสองยังมีระยะห่างต่อกันอยู่แท้ๆ และตำแหน่งที่เขาหลบอยู่ก็เป็นมุมอับที่จิ่งโม่เยี่ยยิงมาไม่ถึงทว่าเพียงแค่อึดใจเดียว จิ่งโม่เยี่ยก็ปรับตำแหน่งได้อย่างรวดเร็วและยิงธนูทะลุหัวใจเขาได้ในนัดเดียวในตอนนี้จิ่งสือเยี่ยนกับจิ่งโม่เยี่ยไม่ได้อยู่ห่างกันมากนัก แต่ถ้าพูดคุยกันตามปกติก็คงไม่ได้ยินทว่าในเวลาเช่นนี้ จิ่งสือเยี่ยนกลับได้ยินเสียงของจิ่งโม่เยี่ย “คนที่กล้าทำร้ายชูอิ่งต้องตาย!”ก่อนหน้านี้จิ่งสือเยี่ยนคิดแค่ว่าจิ่งโม่เยี่ยดีต่อเฟิ่งชูอิ่งมาก ทว่าตอนนี้เขาเพิ่งได้รู้ซึ้งเรื่องบางอย่างเฟิ่งชูอิ่งไม่ใช่แค่จุดอ่อนของจิ่งโม่เยี่ย แต่เป็นทั้งชีวิตของเขาแต่มาเข้าใจเอาป่านนี้ก็สายไปแล้วในตอนนี้เฟิ่งชูอิ่งยังคงนอนคว่ำอยู่บนพื้นหิมะ นางได้ยินเสียงวัตถุแหวกอากาศจึงหันไปมอง และเห็นภาพของจิ่งสือเยี่ยนล้มลงกับพื้นในเวลานี้ เฟิ่งชูอิ่งก็เข้าใจใด้ทันทีว่าในโลกน

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 993

    ในเมื่อเขาไม่ได้ราชบัลลังก์และเฟิ่งชูอิ่งมาครอบครอง ราชบัลลังก์เขาอาจจะทำลายไม่ได้ แต่เฟิ่งชูอิ่งแค่คนเดียวเขาทำลายได้แน่นอนองครักษ์สองคนของเขารีบเปลี่ยนมาง้างคันธนูเล็งไปที่เฟิ่งชูอิ่ง ทว่าลูกธนูยังไม่ทันได้ยิงออกไป ก็ถูกบางสิ่งบางอย่างปัดออกไปอีกครั้งในตอนนี้จิ่งสือเยี่ยนก็พลันเข้าใจบางอย่างขึ้นมาทันทีตลอดทางที่ผ่านมา วิญญาณร้ายของเฟิ่งชูอิ่งถึงจะมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ลงมือ นั่นก็น่าจะมีเหตุผลที่ลงมือไม่ได้วิญญาณร้ายโจมตีองครักษ์ของเขา แต่กลับไม่โจมตีเขา นั่นก็หมายความว่าวิญญาณร้ายเหล่านั้นโจมตีเขาไม่ได้เขานึกถึงข่าวลือที่เคยได้ยินมาว่า พลังมังกรของผู้เป็นฮ่องเต้เป็นสิ่งที่ปราบภูตผีปีศาจได้วิญญาณร้ายไม่โจมตีเขา นั่นแสดงว่าวิญญาณร้ายทำอะไรเขาไม่ได้ แปลว่าเขามีพลังมังกรอยู่ในตัว?ความคิดนี้ทำให้จิตใจเขาฮึกเหิมขึ้นมาทันที เขารีบหยิบธนูของตัวเองขึ้นมา อดทนต่อความเจ็บปวดจากบาดแผลแล้วยิงธนูไปที่หลังของเฟิ่งชูอิ่งเฉี่ยวหลิงเห็นภาพนี้ก็ตกใจ รีบยื่นมือออกไปเพื่อจะรับลูกธนูนั้นทว่าลูกธนูนั้นเปื้อนเลือดของจิ่งสือเยี่ยน เลือดนั้นเป็นอันตรายต่อวิญญาณร้ายอย่างมาก มือของนางแค่เพียงสัมผ

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 992

    หิมะยังคงโปรยปรายลงมา โลกนี้เงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้ากระทบกับพื้นหิมะดังฟุ่บฟั่บช่วงใกล้รุ่งสาง ชวีเหลียงอวี่ก็มาปรากฏตัวและเอ่ยขึ้นทันทีว่า "ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการรออยู่ข้างนอกแล้ว"เมื่อได้ยินดังนั้น เฟิ่งชูอิ่งก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยนางหันไปบอกกับจิ่งสือเยี่ยนว่า "เมื่อครู่ข้าลองคิดดูดีๆ แล้ว รู้สึกว่าที่เจ้าพูดก็มีเหตุผลอยู่บ้าง การมีชีวิตอยู่ก็ไม่เลว"จิ่งสือเยี่ยน “......”หลังจากผ่านมาทั้งคืน นางกลับปลงตกในเรื่องเช่นนี้ได้ ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอยู่เล็กน้อยแต่การที่นางคิดได้ในตอนนี้ก็เป็นเรื่องดีเขาจึงพูดว่า "หลายสิ่งหลายอย่างทำได้ตอนมีชีวิตอยู่เท่านั้น ตายไปแล้วทำไม่ได้""ตราบใดที่เจ้าพาข้าออกจากค่ายกลแห่งนี้ ข้าจะไม่สร้างความลำบากให้เจ้าอีก”เฟิ่งชูอิ่งพยักหน้า "ก็ได้ งั้นตอนนี้ข้าจะพาเจ้าไปทำลายค่ายกล"พูดจบนางก็ควบม้านำหน้าไป จิ่งสือเยี่ยนรีบนำทหารตามไปทันทีเพียงแต่พวกเขาเดินวนเวียนอยู่ที่นี่ทั้งคืน ทั้งเหนื่อยทั้งหิว พลังจึงลดลงไปมากเฟิ่งชูอิ่งมียันต์ป้องกันความหนาวติดตัวอยู่จึงไม่รู้สึกหนาว ก่อนหน้านี้ก็นอนหลับมาตลอดทาง ทำให้รักษาพลังงานไว้ได้มากที่สุ

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 991

    เขาไม่เคยเจอใครดื้อด้านเท่านางมาก่อน!เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับโทสะ เพราะตอนนี้เขาไม่สามารถตบตีหรือด่าทอนางได้ทั้งนั้นเขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เจ้าอยากไปเจียงหนานไม่ใช่หรือ? พอออกจากที่นี่ได้ ข้าจะไม่ขัดขวางเจ้า เจ้าก็จะได้ไปชมวิวทิวทัศน์เจียงหนานที่เจ้าอยากเห็น”“เจียงหนานในฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุมทั้งงดงามและน่าหลงใหล ถ้าเจ้ายังไม่เคยเห็น ต้องไปดูด้วยตาตัวเองให้ได้เลย”เฟิ่งชูอิ่งยังคงนอนอยู่บนพื้นไม่ยอมลุกขึ้น “ไม่ไป อากาศหนาวเกินไป เดินทางเหนื่อยเกินไป”จิ่งสือเยี่ยน “…...”ตั้งแต่วินาทีที่เขาติดกับอยู่ที่นี่ สถานะระหว่างเขากับเฟิ่งชูอิ่งก็สลับกันโดยสิ้นเชิงเพราะเขามีความทะเยอทะยาน อยากใช้ชีวิตอย่างสุขสบายยิ่งเฟิ่งชูอิ่งแสดงออกว่าอยากตายมากเท่าไหร่ จิ่งสือเยี่ยนก็ยิ่งไม่ยอมให้นางตายมากขึ้นเท่านั้นดังนั้นตอนนี้นางจึงควบคุมเขาได้อย่างเบ็ดเสร็จการที่นางแสดงท่าทีไม่ยอมทำตามไม่ว่าเขาจะใช้ไม้แข็งหรือไม้อ่อนเช่นนี้ ทำให้เขาแทบเป็นบ้าจิ่งสือเยี่ยนไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าการจับตัวประกันจะน่าอึดอัดขนาดนี้เฟิ่งชูอิ่งนอนเอกเขนกอยู่ตรงนั้นอย่างสบายใจ เหตุผลก็ง่ายๆ นางใช้

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 990

    เฟิ่งชูอิ่งยิ้มแล้วถามว่า “ทางที่ข้าชี้นำ เจ้ากล้าเดินตามหรือ?”เมื่อมาถึงตอนนี้แล้ว นางก็คร้านจะเสแสร้งต่อไปสีหน้าของจิ่งสือเยี่ยนแข็งค้างไปครู่หนึ่ง นางพูดอย่างเฉื่อยชาว่า “เพราะพวกเจ้าติดอยู่ที่นี่ คงรู้สึกหนาวเหน็บและหวาดกลัว”“เจ้าบาดเจ็บ ในสภาพอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ แผลของเจ้าจะยิ่งทรุดหนัก”“เจ้ารีบร้อนมารวบรวมกำลังพลของกองกำลังอวี๋ซาน เจ้าคงไม่ได้พกอาหารมาด้วยมากนัก ดังนั้นตอนนี้พวกเจ้าคงหิวมากแล้ว”“ในสถานการณ์เช่นนี้ แค่ข้ากักขังพวกเจ้าไว้ที่นี่ ต่อให้ไม่หนาวตาย พวกเจ้าก็คงอดตายอยู่ดี”ขณะนี้หิมะขาวโพลนโปรยปรายไปทั่ว อากาศหนาวเหน็บ สภาพอากาศเช่นนี้คงจะดำเนินต่อไปเป็นเวลาอย่างน้อยครึ่งเดือนเป็นอย่างที่เฟิ่งชูอิ่งบอก พวกเขาเดินทางมาที่นี่โดยไม่ได้พกเสบียงอาหารแห้งหรืออะไรทำนองนั้นมาด้วยเลยด้วยเหตุนี้ตอนที่พวกเขาเดินวนจนครบรอบที่สาม เสบียงอาหารก็หมดลงตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว หลังจากตกกลางคืน อากาศจะยิ่งหนาวเย็นลง พวกเขาจะยิ่งลำบากมากขึ้นจิ่งสือเยี่ยนชักกระบี่ยาวออกมา “เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถบั่นคอเจ้าด้วยกระบี่เล่มนี้ได้!”เฟิ่งชูอิ่งยิ้มหวานแล้วเอ่ยว่า “เอาเลย ฆ

  • ยอดชายานักพยากรณ์ : ท่านอ๋อง ชายาท่านเลี้ยงผี   บทที่ 989

    เขาคลี่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ได้”หลังจากฆ่าจิ่งโม่เยี่ยแล้ว จะปล่อยนางไปหรือไม่ เรื่องนี้เขาจะเป็นคนตัดสินใจนางเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขารู้สึกชอบจริงๆ และนางก็เป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขารู้จักกับความล้มเหลวเขารู้ว่านางมีวิธีการบางอย่างที่คนทั่วไปไม่มี ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าประมาท เขาจะป้อนยาที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงให้นางกินทุกวันเฟิ่งชูอิ่งรู้ทันความคิดของเขา และยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดีขณะที่ในใจของนางกำลังครุ่นคิด ครั้งที่แล้วโดนไปขนาดนั้นยังรอดมาได้ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องหาโอกาสฆ่าเขาให้ตายสนิทแบบไม่มีสิทธิ์ฟื้นขึ้นมาอีกนางพลันนึกถึงเรื่องที่เหมยตงยวนวิญญาณแหลกสลายหลังจากรู้ข่าวการตายของเฟิ่งชิงหลิง จิตใจนางจึงหม่นหมองตามไปด้วยนางรู้ว่าเหมยตงยวนรักเฟิ่งชิงหลิงอย่างสุดซึ้ง แต่ไม่คิดว่านั่นจะเป็นรากฐานที่ทำให้เขามีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้เพราะนางเห็นความรักของพวกเขา นางจึงยิ่งรู้ชัดว่าตัวเองมีความรู้สึกแบบไหนต่อจิ่งโม่เยี่ยในเมื่อรักแล้ว ก็ต้องรักให้สุดหัวใจอย่าได้ทำเรื่องที่ทำให้ตัวเองเสียใจและทำให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าใจผิดอีกจิ่งสือเยี่ยนไม่ได้ไปตามล่าจิ่งโม่เยี่ยโดยตรง เขาวางแผนท

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status