"ให้พี่อยู่เป็นเพื่อนไหม" พอขึ้นมาส่งเอวาข้างบนแล้ว เกวลินไม่อยากลงไปเลย เห็นว่าน้องดูเปลี่ยนไปมาก"ไม่ต้องหรอกฉันจะนอนแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้า" เธอถามจากเกวลินเรื่องเลขาของท่านประธานแล้ว สโรชายังรอให้เธอกลับมารับตำแหน่งนั้นอยู่"เรากินข้าวมาแล้วแน่นะ""กินมาแล้วค่ะ" เธอกินจากในครัวบ้านของเขานั่นแหละ"ถ้างั้นพี่ไปนะ"พอประตูปิดลงไม่รู้ว่าน้ำตามันมาจากไหนบ้าง อุตส่าห์พยายามเข้มแข็งไว้แล้วเอวานอนร้องไห้อยู่แบบนั้นจนหลับไปเช้าวันต่อมา..ใครจะดูไม่ออกว่าแกร้องไห้เนี่ย ..หญิงสาวยืนมองตัวเองในกระจก แต่ก็ช่างมันเถอะ ใครเขาจะมาสนใจในตัวเธอขนาดนั้น[บริษัท]พอมาถึงเกวลินก็ชวนเอวาไปกินข้าวต้มที่อยู่ข้างบริษัท ก็อยากจะบอกอยู่หรอกว่าไม่หิว ไม่อยากกิน แต่มันดันหิวนี่สิ เอวาก็เลยเดินตามเกวลินไปทานเสร็จทั้งสองก็ขึ้นมาที่ชั้นผู้บริหารพอขึ้นมาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปดูหน้าห้องของเขา แต่แปลกใจ แม่เลขาหน้าห้องไปไหนทำไมมีแต่โต๊ะที่ว่างเปล่า"ถูกย้ายไปเป็นเลขาของผู้จัดการทั่วไป" เกวลินเห็นว่าเอวามองก็รู้แล้วว่าคงสงสัยเรื่องนี้ "พอดีเลขาคนเก่าลาคลอด""ค่ะ"เกวลินเหลือบตามองเอวาเล็กน้อย เพราะมันดูเหม
เอาวะถ้าทุกคนบอกว่าอาหารร้านนั้นอร่อย เธอก็จะกลับไปกินดูอีกครั้ง เผื่อว่าตัวเองพักผ่อนไม่เพียงพอก็เลยมีอาการแบบนั้นอึก! พออาหารมาวางลงตรงหน้าก็เริ่มมีอาการอยากอาเจียน เพราะกลิ่นอาหารจากฝีมือคนเดิมและเครื่องปรุงแบบเดิมมันกระทบกับจมูก"เอวาเป็นอะไร""เปล่าค่ะ พี่ลองชิมดูหน่อยสิ"เกวลินก็เลยตักขึ้นมาชิมดู "มันก็อร่อยนี่ กลิ่นเครื่องเคียงก็หอม""ฉันก็ว่าแบบนั้นแหละ สงสัยวันนั้นพักผ่อนไม่เพียงพอมั้ง" เอวาก็เลยตักอาหารนั้นขึ้นมาใส่ปากแล้วเคี้ยว เธอกินเข้าไปแค่ไม่กี่คำก็อดทนไม่ไหว "ขอเข้าห้องน้ำก่อนนะ"ดวงตางามมองดูตัวเองในกระจกห้องน้ำที่ไม่ค่อยสะอาดเท่าไร เพราะเป็นห้องน้ำของร้านอาหารริมทาง เธอจะไม่ยอมเชื่ออะไรทั้งนั้นนอกจากได้ตรวจให้แน่ใจก่อน แต่มีปัญหาตรงที่เธอยังไม่อยากรับรู้เรื่องพวกนี้น่ะสิพอทานข้าวเสร็จทั้งสองก็นำกล่องอาหารที่สั่งมาเผื่อสโรชากลับบริษัท"โอ๊ย""เดินไม่ระวังเองทำไมล่ะ"ขณะที่เอวากำลังจะเข้าไปในห้องเครื่องดื่ม เพื่อหาอะไรร้อนๆ ดื่ม พิมพ์ซึ่งกำลังชงกาแฟแกล้งเดินกระทบไหล่ จนเอวาตั้งหลักไม่ทันเซไปชนเข้ากับเหลี่ยมประตู"เป็นอะไรหรือเปล่าเอวา" เกวลินที่นั่งทำงานอยู่รีบเข้ามา
"ก็หมายถึงหนูเอวาไงลูก" พอสโรชาถามว่านางหมายถึงสามีของใคร พุดตาลก็พูดออกมาแบบไม่อ้อมค้อมคนที่อยู่แถวนั้นต่างก็มองมาดูเอวาเป็นตาเดียว ไม่เว้นแม้แต่เกวลินและพิมพ์"เออ.. เขากลับบ้านนอกไปแล้วค่ะ""ทำงานที่เดียวกันไม่ยักจะรู้ว่าเธอมีผัวแล้ว" เป็นประโยคคำพูดของพิมพ์ที่ดูจะพูดลอยๆ แต่ก็จงใจนั่นแหละ"ทำไมเพื่อนหนูถึงพูดแบบนั้นล่ะจ๊ะ" พุดตาลหันไปมองคนที่ตอบเล็กน้อยแล้วก็หันกลับมาถามเอวาใหม่"ป้าอยากจะรู้ไหมล่ะคะ เดี๋ยวฉันจะบอก""ป้า?" พอได้ยินพิมพ์ใช้สรรพนามพูดกับคุณแม่ของท่านประธาน ทั้งสามถึงกับหันมองมาพร้อมกัน"หนูจะเล่าอะไรให้ฉันฟังเหรอ" พุดตาลยังคงตามหาความจริง ว่าทำไมลูกชายถึงต้องทำแบบนี้ เพราะถ้าถามตรงๆ ลูกชายคงไม่บอกแม่ นางรู้ดีว่ารามสูรเป็นห่วงความรู้สึกของแม่มาก"ก็เล่าเรื่องที่ป้าอยากรู้นั่นแหละค่ะ" พิมพ์แค่อยากจะพูดขู่ให้เอวาหน้าเสียแค่นั้น โดยที่ไม่รู้หรอกว่าคนที่ถามเป็นใคร เพราะพิมพ์มาทำงานหลังจากที่พุดตาลปล่อยงานคืนให้ลูกชายบริหารแล้ว"มีอะไรกัน" รามสูรออกมาจากห้องประชุม ก็เห็นทุกคนยืนอยู่มุมหนึ่งแถวห้องผู้จัดการทั่วไป แต่พอเขาเข้ามาใกล้.. "คุณแม่มาทำไมครับ""คุณแม่??" พิมพ์พูด
ที่เกวลินไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้เอวาฟัง ว่ามีคนคอยสะกดรอยตาม เพราะทั้งสองไม่ได้คุยกันหลายวันแล้ว เกวลินก็ไม่อยากทำนิสัยเด็กๆ หรอก แต่ในเมื่อน้องไม่อยากให้ไปยุ่งเรื่องของเขา เธอก็เลยต้องได้ถอยออกมา เพราะทุกคนต้องมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองขึ้นแท็กซี่เอวาก็อดไม่ได้ที่จะมองกลับไปด้านหลัง หรือว่าจะเป็นเขา? แต่คิดดูอีกทีคงไม่ใช่ เราบ้าไปแล้วหรือไงที่คิดแบบนี้"ถ้าพี่ยังเห็นอีกครั้งว่าจะแจ้งตำรวจแล้ว"อึก คนขับแท็กซี่ถึงกับสะดุ้ง เพราะนั่งฟังทั้งสองพูดคุยกันเรื่องที่มีคนสะกดรอยตาม"เดี๋ยวนะคะ เมื่อกี้ฉันยังไม่ได้บอกว่าเลี้ยวซอยนี้ไม่ใช่เหรอ?" ถึงแม้จะมัวคุยกันอยู่ แต่เกวลินก็มีสติมากพอ"ก็ตอนที่พวกคุณขึ้นรถมาไง บอกมาที่นี่ไม่ใช่เหรอ" คนขับรถแท็กซี่พูดพร้อมกับเหลือบตามองผ่านกระจก"แต่ฉันไม่ได้บอกว่าซอยนี้ หมู่บ้านนี้มีตั้ง 10 กว่าซอย จอดรถนะ!" มันไม่ชอบมาพากลแล้ว เกวลินรีบเปิดประตูรถ ถึงแม้ว่ารถจะจอดยังไม่สนิท "เอวาลงเร็ว" เธอเอื้อมมือไปคว้าเอวาให้ตามลงมา"พี่คิดมากไปหรือเปล่า""ไม่รู้ล่ะคิดมากดีกว่าคิดน้อย" พอทั้งสองลงจากแท็กซี่ก็รีบเดินเข้าบ้าน"ไม่ไปตลาดก่อนเหรอพี่" เอวาเห็นเกวลินล็อกบ้าน เ
เกวลินที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบลูบหลังให้กับเอวาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายสำลัก"พี่ว่าเข้าห้องน้ำดีกว่า" ไม่ต้องถามก็รู้แล้วว่าทำไมเอวาถึงมีอาการแบบนี้เกวลินหยิบเอาถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วเดินตามไปที่ห้องน้ำพอเอวากลับออกมาก็ไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่แล้ว แต่เธอก็ไม่ได้ถามใครว่าเขาไปหรือยัง หญิงสาวกลับมานั่งลงที่โต๊ะประจำตำแหน่ง ถึงแม้ว่าจะไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรเลย แต่เธอก็ต้องทำ เพราะต้องอยู่ต่อไปให้ได้ คิดว่าทำงานอีกสัก 3-4 เดือนก็จะกลับไปบ้านนอกหายายแล้วผ่านไปสักพักก็เห็นว่าพิมพ์ย้ายของกลับมาที่เดิม เอวาเริ่มหัวใจเต้นแรงขึ้น ไม่ใช่ใช่ไหม?แต่ขณะที่กำลังมองแบบใช้ความคิดอยู่ พิมพ์ที่กำลังจัดวางของมองด้วยหางตามาเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มเยาะใช่เขาจริงๆ ด้วย เขาจะกลับมาอีกทำไม เห็นแค่นี้ไม่ต้องบอกก็รู้แล้วก๊อก ก๊อก พิมพ์เคาะประตูเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดเข้าไป"ผู้จัดการต้องการอะไรเรียกพิมพ์ได้เลยนะคะ ตอนนี้พิมพ์กลับมารับตำแหน่งเลขาของผู้จัดการเหมือนเดิมแล้วค่ะ"ทศกัณฐ์ที่ยืนมองทอดสายตาออกไปนอกอาคาร ค่อยๆ หันกลับมา แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ชายหนุ่มเดินไปนั่งลงพร้อมกับหยิบงานขึ้นมาเปิดดู"เดี๋ยวพิมพ์จะออกไปเอาเค
"ก็คุณเลขาท่านประธานน่ะสิคะ ดูเหมือนคนท้องเลยค่ะ แต่พิมพ์ก็คิดว่าท้องนะ ที่สำคัญนะคะ คือพ่อของเด็กตอนนี้กลับบ้านนอกไปแล้ว" พิมพ์จำได้แม่นว่าวันนั้นเอวาตอบแม่ของท่านประธานว่ายังไง ต้องท้องกับผู้ชายคนนั้นแน่แต่หลังจากที่พูดเสร็จ พิมพ์ก็สังเกตดูใบหน้าของคนที่เอาแต่นิ่งเงียบฟัง ไม่ได้..เธอจะเป็นนางร้ายในสายตาของเขาไม่ได้"อุ๊ยพิมพ์พูดอะไรออกไปเนี่ย" พิมพ์รีบเอามือปิดปากตัวเองไว้แบบสำนึกผิด"คุณออกไปก่อน""ทำไมคะ""บอกให้ออกไปไง""ขะ..ค่ะ" ดูสายตาของคู่สนทนาแล้ว พิมพ์คงต้องได้รีบเก็บมารยาของตัวเองไว้ก่อนพอพิมพ์ออกมาจากห้องของผู้จัดการ สายตาของพิมพ์ก็ได้มองไปดูเอวา ..ทำไมแม่นี่ต้องมาขวางทางเราตลอดด้วย อุตส่าห์คิดว่าจะตัดขาตัดแขนคู่ต่อสู้แล้วเชียว ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้"คุณทศจะไปไหนคะ" นั่งลงเพียงไม่นานก็เห็นว่าเขาออกมาจากห้องทำงาน"ได้เวลาเลิกงานแล้วไม่ใช่เหรอ""อุ้ยจริงด้วยค่ะ" พิมพ์รีบลุกขึ้นเก็บของ เผื่อว่าเขาจะชวนไปดินเนอร์ เพราะวันนี้ลงทุนอ่อยทั้งวันชายหนุ่มเดินตรงมาที่ลิฟต์โดยไม่ได้มองรอบข้างเลยพิมพ์เก็บของเสร็จรีบเดินตามมาแต่ก็ไม่ทัน เพราะประตูลิฟต์ปิดลงก่อน "..รอแค่แป๊บเดียวก็ไม่ไ
ก๊อก ก๊อก "??" ใช้เวลาไม่นานเลยก็มีเสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้น ที่จริงเกวลินแอบกลัวว่ามันจะเป็นเงินล้านจริง ระดับผู้จัดการแล้วคงหาเงินล้านได้ไม่ยาก แต่เธอจะกล้ารับเหรออาหารแค่มื้อเดียวเองนะแกร็ก.. เกวลินก็เลยลุกมาเปิดประตูให้"มาแล้วครับ" ซองสีน้ำตาลที่อยู่ในมือของเพลิงถูกส่งให้กับผู้เป็นนาย ที่ยังนั่งอยู่โต๊ะทานข้าว"เอาให้คุณเกวลินเลย""ครับ" เพลิงก็เลยเดินกลับมาหาคนที่เปิดประตูให้เกวลินมองหน้าเพลิงแบบตาไม่กระพริบ ..ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้หน้าคุ้นจัง"ช่วยรับซองจากผมด้วยครับ"ทีแรกกลัวจะตกใจเรื่องเงินล้าน แต่พอเห็นหน้าผู้ชายคนนี้มันยิ่งทำให้เกวลินตกใจมากขึ้น ขณะเดียวกันนั้นเกวลินก็หันไปมองทศกัณฐ์ ..พวกเขาสองคนรู้จักกันเหรอ?เอวาลุกขึ้นแล้วเดินมาจับซองสีน้ำตาลนั้นวางใส่มือให้กับเกวลิน ..แค่นี้ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงอยู่แล้ว "รับไปเถอะพี่""พี่ไม่เอาหรอก อาหารแค่มื้อเดียว อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตเลย""พี่เกวลินจะไปไหน" นอกจากจะไม่รับเงินแล้วเกวลินก็จะกลับเข้าห้องด้วย"พี่กินในครัวมาแล้ว..เรากินไปเถอะ""พี่โกรธให้ฉันเหรอ""เปล่า""ฉันทำอะไรผิดอีกแล้วใช่ไหม" เอวาคิดว่าเงินนี้คงจะช่วยครอบคร
"คุณรามสูร" หญิงสาวเห็นสามีแกะกระดุมเสื้อก็รู้แล้วว่าเขาจะทำอะไร "ที่นี่ห้องทำงานนะคะ"พอนั่งลงข้างๆ มือหนาก็เอื้อมไปโอบร่างของเธอเข้ามาชื่นใจ "ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอก""แต่มันเป็นที่ทำงาน""หลายวันมานี้ผมขอโทษด้วยที่ไม่มีเวลาให้คุณกับลูกเลย" ตั้งแต่ได้ลงเรืออีกครั้งจนมาถึงวันนี้เขาต้องจัดการงานเองทุกอย่าง กลัวว่าถ้าปล่อยให้ลูกน้องทำแล้วมันจะไม่เป็นแบบที่ตัวเองต้องการ และนี่แหละคืออีกเหตุผลที่เขาขอให้ทศกัณฐ์อยู่ช่วยงานไปก่อน"ฉันเข้าใจค่ะแต่คุณต้องพักผ่อนบ้าง" เมื่อคืนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากลับบ้านตอนไหน ตื่นมาเห็นแค่แว๊บๆ เธอก็เลยตามมาที่บริษัทเลย"รู้ไหมว่าตัวเองน่ารักแค่ไหน""แค่ไหนคะ อืมม" จะแค่ไหนล่ะ ก็แบบที่เห็น ขนาดการประชุมด่วนเขายังเลื่อนไป เพราะเห็นว่าเธอนั่งเหงาอยู่คนเดียวชายหนุ่มจูบภรรยารักแบบอ่อนโยนพอให้เธอรู้ว่ายังมีเขาอยู่ตรงนี้ใกล้ๆ เธอ"พอแล้วค่ะ" หญิงสาวขยับริมฝีปากออกเล็กน้อย เธอไม่อยากกวนเวลางานของเขามาก"อีกตั้งสองชั่วโมงกว่าจะถึงการประชุม ขอจูบอีกหน่อย""นิดเดียวนะคะ" สโรชายื่นใบหน้างามมาใกล้เพื่อให้สามีได้จูบแบบถนัด รามสูรไม่รอช้าฝังริมฝีปากลงไปพร้อมกับส่งเรียวล
"เข้าข้างในกัน" เกษมราษฎร์เอื้อมมือมาให้อีกฝ่ายจับมือท่านไว้ เพื่อจะได้ก้าวเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน"ท่านทำอะไรคะ" นางยอมเดินตามแรงที่อีกฝ่ายจูง แต่ก็อดที่จะถามไม่ได้"บอกแล้วไงว่าไม่อยากปล่อยเวลาให้เสียไปเปล่าๆ แต่งงานกันนะ""อู๊วววว" เสียงโห่แสดงความยินดีดังขึ้นเมื่อเกษมราษฎร์คุกเข่าลงต่อหน้าผู้หญิงที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวในคืนนี้ ท่านเคยพูดไว้แล้วถึงแม้ว่าจะพูดแค่กับตัวเอง ถ้ามีโอกาสได้ทำเพื่อเธอ..จะทำให้ผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้ต้องอิจฉาเธอ"ลุกขึ้นเถอะค่ะท่าน""คุณตอบตกลงมาก่อนสิ""ท่านเพิ่งขอหมั้นไปวันก่อนเองนะคะ""ถ้าคุณไม่ตกลงผมก็จะอยู่แบบนี้""ตกลงก็ได้ค่ะ" จากเสียงโห่ร้องกลายเป็นเสียงกรี๊ดลั่นจนโรงแรมแทบจะแตก เมื่อฝ่ายหญิงตอบตกลงแต่งงานด้วยเกษมราษฎร์ลุกขึ้นโดยที่ไม่ต้องให้ใครมาช่วยพยุง ถึงแม้จะอายุและเยอะแล้วแต่ร่างกายของท่านก็ยังแข็งแรง เพราะการเป็นทหารต้องได้ฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา"ดีใจด้วยนะครับ" รามสูรเข้ามาแสดงความยินดี เขาดีใจมากที่จะเห็นแม่มีความสุขสักที ตั้งแต่จำความได้เลยมั้งที่เห็นแม่ต้องเฝ้ารอพ่อกลับบ้านทุกวันและลูกๆ คนที่เหลือก็เข้ามาแสดงความยินดี รวมทั้งแขกในงาน วันนี้ท่าน
เย็นวันเดียวกันนั้น.. พุดตาลเรียกลูกชายและลูกสะใภ้มาทานข้าวเย็นร่วมกัน"สวัสดีครับท่าน" รามสูรมาพร้อมกับภรรยา และลูกชาย พอมาถึงก็เห็นว่าท่านพลเอกเกษมราษฎร์ ก็นั่งอยู่ในห้องรับแขกด้วย"มาครบกันแล้วใช่ไหม นั่งก่อนสิลูก"พอลูกชายนั่งลงเกษมราษฎร์ก็ขอเป็นคนพูดเอง ท่านบอกทุกคนว่าขอเข้ามาอยู่ร่วมครอบครัวด้วย ทีแรกเกษมราษฎร์ก็ช่างใจอยู่ กลัวลูกๆ ของพุดตาลจะไม่ชอบใจ เพราะถึงยังไงพ่อของพวกเขาก็มีทีท่าว่าจะกลับมา"ยินดีต้อนรับครับ ผมเองต่างหากที่ต้องฝากคุณแม่ไว้กับท่าน" พี่ชายคนโตเป็นคนเอ่ยพูดก่อน"ขอบใจมากนะลูก" ใจจริงพุดตาลก็อยากจะอยู่กับลูกและหลานแบบนี้ไปจนแก่เฒ่า แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว เมื่อสามีหย่าขาดจากผู้หญิงคนนั้น ยังไงท่านก็ต้องกลับมาวนเวียนจนทำให้ชีวิตอยู่ไม่เป็นสุขแน่ นางก็เลยตัดสินใจตัดกรรมกันไปแต่เพียงแค่นี้"ผมจะประกาศให้สังคมรับรู้เรื่องของเราในเร็ววันนี้""เรื่องนี้แล้วแต่ท่านค่ะ" นางคิดว่าให้คนรับรู้ไว้ก็ดี เรื่องถูกนินทาหนีไม่พ้นอยู่แล้ว ใครจะนินทาก็ช่าง ขอให้ตัวเองอยู่แบบสบายใจก็พอร่วมทานข้าวเย็นกันเสร็จ ลูกชายทั้งสองก็ขอตัวกลับเพราะมันดึกแล้ว ส่วนเพลิงไม่อยากจะกลับก็ต้องได
"ใจเย็นก่อนสิคะมาเหนื่อยๆ น้ำก็ยังไม่อาบ""ขอชื่นใจก่อน" ริมฝีปากหนากระซิบพูดในขณะที่จมูกยังสูดดมคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด"คิดถึงคุณเหมือนกันค่ะ" รักครั้งแรกของเธอมันช่างสวยงามนัก แต่เมขลาหวังว่าจะหยุดผู้ชายคนนี้ไว้ได้แค่เธอ เพราะถ้าเขามีตำแหน่งที่สูงขึ้น เขาจะเป็นเหมือนคนที่ให้กำเนิดเธอไหม"เป็นอะไร" เพลิงสัมผัสได้ว่าอารมณ์ของเธอไม่เหมือนตอนที่เรียกเขาขึ้นมาข้างบนเลย"อนาคตข้างหน้าอะไรมันก็ไม่แน่นอนค่ะ เผื่อคุณก้าวไปในตำแหน่งที่สูงกว่านี้..""อย่าคิดอะไรที่มันจะไม่เกิดขึ้น" แค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าเธอคงกลัวว่าเขาจะทำตัวเหมือนพ่อ"คุณรู้เหรอคะว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่""ผมรักคุณ คำนี้ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้ฟังมันจากปากผม และผมก็จะพูดให้คุณฟังเพียงคนเดียว""ขอบคุณนะคะ" ขอบคุณเขาทั้งน้ำตา แต่ก่อนตอนที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ ยังมีความสุขมากกว่านี้เลย แต่พอรู้ว่าพ่อมีนิสัยยังไง เมขลาก็เริ่มกลัวผู้ชายรอบข้าง[โรงแรมหรู]ที่พลเอกเกษมราษฎร์พาพุดตาลมาทานข้าวที่โรงแรม เพราะรู้แล้วว่านางคงไม่กลับไปหาอะไรเดิมๆอีก ท่านต้องทำให้นางเห็นว่าท่านสามารถที่จะพานางก้าวไปในทุกๆที่ได้"ทำไมคุณรู้ว่าฉันชอบกิน เออ..
"ทำอะไรกัน"คนที่กำลังโอบกอดกันถึงกับตกใจปล่อยมือออก"ท่าน?""นายคงไม่อยากจะอยู่ในกรมแล้วใช่ไหม""อย่าทำอะไรผู้กองนะคะ" ถึงแม้เธอจะตัวเล็กกว่ามาก แต่หญิงสาวก็ใจกล้าก้าวออกมายืนบังชายคนรักไว้"เรารู้ไหมว่ามันไม่สมควร""จะสมควรหรือไม่ มันอยู่ที่เราสองคนค่ะ""อย่าลืมสิว่าเราเป็นลูกของใคร""หึ.. แล้วฉันเป็นลูกของใครล่ะคะ""มันสมควรแล้วเหรอที่จะมาพูดต่อล้อต่อเถียงกับพ่อ""พ่อ?" เมขลาอยากจะพูดอะไรอีกตั้งมากมาย แต่มันจุกในอกเสียก่อน"มีอะไรกัน" แม่บ้านรีบเข้าไปตามคุณผู้หญิงออกมาดู กลัวว่าจะมีเรื่อง"คุณมาก็ดีแล้ว ผมจะเร่งเรื่องให้ลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ""เรียนต่อต่างประเทศ?" เพลิงพูดพร้อมกับมองหน้าเมขลา แล้วมองไปที่ท่านพลเอกเรวทัต"ฉันไม่ไปค่ะ""ลูกไม่อยากเรียน" พุดตาลคิดว่านางคงต้องได้ออกหน้าเองแล้วล่ะ"อายุแค่นี้ยังเรียนได้อีกตั้งเยอะ ทำไมถึงคิดสั้น""อะไรคือการคิดสั้นคะ""ก็ที่เห็นอยู่นี่ไง""คนนี้ผู้กองเพลิงท่านก็คงจะรู้จักแล้ว เขาเป็นคนรักของฉัน ไม่สิ.." ถ้าพูดแค่คนรักมันคงไม่จบตรงนี้แน่ เมขลาก็เลยให้สถานะใหม่กับเพลิง "เขาเป็นพ่อของลูกในท้องฉันเองค่ะ""???" ไม่ใช่แค่พลเอกเรวทัตและพุดตา
เห็นว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า เรวทัตก็เลยยังไม่พูดอะไรอีก เพราะคดีเก่ายังไม่เคลียร์"อยู่พร้อมหน้ากันก็ดีแล้ว พ่อจะย้ายกลับมาอยู่บ้านหลังนี้แล้วนะ"เรวทัตพูดจบ ลูกๆ ต่างก็มองดูหน้าคนเป็นแม่มันคงเป็นเวรกรรมของนางที่เคยสร้างไว้กับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่ชาติปางก่อน ชาตินี้ก็เลยต้องได้ตามมาชดใช้กรรม หนีไปไหนก็คงจะหนีไม่พ้นแล้ว"บ้านหลังนี้เป็นบ้านของคุณ คุณจะมาอยู่ใครจะว่าอะไรได้ล่ะคะ"เรวทัตอยากได้ยินคนตรงหน้าเรียกว่าคุณพี่เหมือนเดิม แต่คงต้องใช้เวลา เพราะตัวเองทำไว้กับนางเยอะ"หือ รามิล" มองเข้าไปด้านในก็เห็นลูกสะใภ้คนโตกำลังอุ้มหลานชายเดินออกมา เรวทัตก็เลยเดินเข้าไปหาหลานพอคนเป็นพ่อไปแล้ว ลูกๆ ที่ยังยืนอยู่ตรงนั้นต่างก็มองดูหน้าแม่อีกครั้ง นาทีนี้ไม่มีใครน่าสงสารเท่าท่านอีกแล้ว"แม่ไม่เป็นอะไรหรอก เข้าไปข้างในกันเถอะ" แค่นี้นางก็รู้แล้วว่าสามีคงจะหย่าจริง เพราะถ้าไม่งั้นคงไม่บอกว่าจะกลับมานอนบ้านหลังนี้ นางรนหาที่เอง คิดว่าท่านจะไม่กล้าหย่าดาราสาวสวยคนนั้นทุกคนเข้าไปแล้ว เมขลาก็หันกลับมากุมมือเพลิงไว้ "เรายังจะเป็นเหมือนเดิม อย่าคิดมากนะคะ" เมขลารู้ดีว่าเพลิงคิดว่าตัวเองต่ำต้อย"ผมจะไม่ถอ
"ผมมาคิดทบทวนเรื่องของเราดูแล้ว""ท่านไม่สบายหรือเปล่าคะ" แพรวพราวเริ่มใจไม่ดี แต่ก็ยังคงส่งรอยยิ้มหวานๆ ให้ แบบใจดีสู้เสือ"เราหย่ากันเถอะ""คุณพี่!!""ผมจะให้ทุกอย่างที่คุณอยากได้ ผมขอแค่ให้คุณเซ็นใบหย่า""ไม่มีทางค่ะ กว่าเราจะฝ่าฟันความรักของเรามาด้วยกันได้ ทำไมคุณพี่ถึงทำแบบนี้กับแพรวคะ""ผมให้เกียรติคุณถึงได้มาคุยก่อน หรืออยากจะคุยผ่านทนายของผมล่ะ""แพรวรักท่าน ยอมอุ้มท้องลูกของท่าน ถึงแม้จะถูกใครตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี""เรื่องลูกผมก็ยังจะส่งเสียเลี้ยงดู""แพรวไม่ได้ต้องการแบบนั้นสักหน่อย ใครคะ..ท่านมีใครใหม่อีกเหรอคะ""เรื่องนั้นไม่เกี่ยว เรามาคุยเรื่องของเราก่อน""เรื่องของเรา แพรวไม่หย่า!""ผมมาคุยกับคุณดีๆ แล้วนะ หลังจากนี้คุณก็คุยกับทนายของผมแล้วกัน และสิ่งที่คุณอยากได้ก็อย่าฝันว่าจะได้""ท่านอย่าบอกนะว่าจะกลับไปหามันอีก""ผมเพิ่งรู้ว่ารักภรรยา""รักภรรยาอย่างนั้นเหรอคะ แล้วที่ผ่านมาล่ะผู้หญิงนับสิบนับร้อยยังจะเรียกว่ารักภรรยาได้อยู่อีกเหรอคะ!" แต่ดูเหมือนเรวทัตจะไม่ฟังอะไรอีก เพราะตอนนี้เดินไปที่รถแล้ว "กรี๊ดดดด!!""คุณแม่เป็นอะไรคะ" มโนราห์ได้ยินเสียงร้องก็รีบลงมาดู"
"??" เมขลาได้ยินทุกคำพูดของแม่ใหญ่ที่พูดกับ.. แม้แต่คิดยังไม่กล้าเอ่ยชื่อในใจเลย คนที่ไม่ต้องการเธอ..เธอก็ไม่ต้องการคนแบบนั้นเช่นกัน"หนูเมย์" ยืนมองตามสามีเก่าไปครู่หนึ่ง พอหันกลับมาก็เจอเมขลาอยู่ตรงมุมบันได"คุณแม่ทำแบบนั้นทำไมคะ""บางทีมันอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเราก็ได้""น้องเมย์ไม่เห็นด้วยค่ะ""แต่เขาคือ..." นางกำลังจะพูดว่าแต่นั่นคือพ่อแท้ๆ ของเมขลาเลยนะ"น้องเมย์ไม่อยากให้คุณแม่กลับไปเจอวังวนเก่าๆ อะไรที่เราสลัดทิ้งไปได้แล้ว ก็ปล่อยมันไปเถอะค่ะ"ทำไมเด็กอายุยังไม่ถึง 20 ถึงคิดได้กว่านาง ถ้านางใช้แค่หัวใจคิดก็คงจะกลับมาในวังวนเดิม แต่ถ้าใช้สมอง ปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านไป มันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้"แล้วแม่ต้องทำยังไง"เมขลามองใบหน้าผู้หญิงที่กาลเวลาไม่สามารถทำร้ายนางได้ เพราะถ้าเดินไปกับเธอทุกคนคงคิดว่าพี่กับน้อง ดวงตาของนางคลอไปด้วยม่านน้ำตาที่บดบัง ถึงแม้เธอจะอายุยังน้อย แต่ก็พอดูออกว่าท่านยังคงรักผู้ชายคนนั้นอยู่"ถ้าเขาคนนั้นกลับมา ทำให้คุณแม่ต้องทุกข์ใจอีก คุณแม่จะรับได้ไหมล่ะคะ" เพราะยังไงคนเดิมก็คงทำอะไรเหมือนเดิม ถ้าไม่งั้นคงไม่ออกไปไข่ไว้นอกบ้านจนทั่วแบบนี้"แม่ขออยู่คน
คฤหาสน์พลเอกเรวทัต"ดีใจจังเลยค่ะที่คุณผู้หญิงกลับมา""สบายดีกันไหม" กลับมาที่นี่ถึงสองครั้ง แต่ไม่ได้ถามสารทุกข์สุขดิบกันเลย เพราะแค่เห็นหน้าสามีเก่าก็ไม่มีอารมณ์ถามใครแล้ว"ไม่สบายก็ตรงที่คิดถึงคุณผู้หญิงนั่นแหละค่ะ""ปากหวานเหมือนเดิมนะพวกเราเนี่ย ช่วยกันเอาของเข้ามาข้างในก่อน""เดี๋ยวผมทำเองครับ" เพลิงซึ่งทำหน้าที่ขับรถรีบเดินไปเปิดกระโปรงหลัง"ฉันช่วยค่ะ" เมขลากำลังจะไปช่วยยกของแต่ถูกเพลิงห้ามไว้"เอาของขึ้นไปไว้ข้างบนเลย แม่ให้คนจัดห้องให้แล้ว""ครับ" ชายหนุ่มหิ้วกระเป๋าขึ้นไปที่ชั้นบน โดยมีหญิงคนรักเดินตามไป ส่วนของที่เหลือพวกแม่บ้านช่วยกันคนละไม้คนละมือกึก.."อืม" หญิงสาวตกใจเดินพ้นประตูเข้ามาเขาก็ปิดแล้วล็อกมันไว้ ไม่ได้ทำแค่นั้นเพลิงยังหันมาจูบพอหายตกใจเมขลาก็จูบกลับ คิดว่าคงไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้ เพราะของที่เหลือเป็นของแม่ใหญ่คิดว่าจะจูบไม่นานพอให้หายคิดถึง ถ้าได้แยกกันอยู่จริง แต่นี่ขนาดจูบอยู่ยังคิดถึง"ผมรักคุณนะ" นิ้วแกร่งเขี่ยแก้มของหญิงคนรักเบาๆ "อยู่ที่นี่ห้ามดื้อเข้าใจไหม""คุณก็ห้ามแอบไปเที่ยวที่ไหนนะคะ""ไม่ไปไหนหรอก"ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก็ลงมา.."พี่
"คุณไม่มีพันธะ แต่คุณไม่คิดเหรอกว่าเกษมอาจจะมีพันธะอยู่ก็ได้"พุดตาลเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากสามีเก่า มันก็มีส่วนอยู่บ้าง พลเอกเกษมราษฎร์ตำแหน่งใหญ่โตขนาดนั้น แถมภรรยาก็ตายจากไปนานแล้ว"เรื่องนั้นฉันคงไม่ให้ท่านต้องมาลำบากใจด้วยหรอกค่ะ..กลับกันเถอะลูก"พลเอกเรวทัตได้แต่มองตามหลังนางไป ทันใดนั้นก็คิดอะไรขึ้นมาได้"คนนี้ใช่ไหม ที่เป็นลูกของนวล" เรวทัตรีบเดินตามทั้งสองมาที่รถจากที่กำลังจะเปิดประตูพุดตาลถึงกับชะงัก"ผมจะรับลูกคนนี้กลับมาเลี้ยงเอง""??" พอประโยคนี้ออกจากปากพลเอกเรวทัต ทั้งสองที่ยืนหันหลังให้ ก็ได้หันกลับมามองพร้อมกัน "คุณหมายความว่ายังไง""ในเมื่อเด็กคนนี้เป็นลูกอีกคนของผม มันก็ไม่แปลกที่ผมจะรับลูกกลับมาเลี้ยงเอง"พุดตาลรีบจับเมขลาหลบไว้ด้านหลังของตัวเองก่อน "เสียใจด้วยค่ะ แต่ตอนนี้เมขลาเป็นลูกของดิฉันแล้ว""คุณแน่ใจเหรอว่าจะพูดเรื่องสิทธิ์เลี้ยงดูเด็กคนนี้กับผม"เมขลาส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อบอกกับแม่พุดตาลว่าเธอไม่ไป"แม่ไม่ยอมให้หนูไปอยู่แล้ว เรากลับบ้านกัน" นางรีบหันกลับไปเปิดประตูรถ เพื่อให้เมขลาได้ขึ้นไปนั่งก่อน"ถ้าคุณชอบขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่เป็นไรนะผมจัดให