แกร็ก!เสียงเปิดประตูห้องของมาเฟียหนุ่มดังขึ้นทำให้เสี่ยวหมี่ที่กำลังยืนคุยกับน้ำตาลอยู่หน้าห้องถึงกับใจเต้นแรง กลัวเหลือเกินกลัวว่าเขาจะจำเรื่องเมื่อคืนได้ แต่กระนั้นเธอก็พยายามข่มความกังวลใจเอาไว้ทำตัวให้เป็นปกติที่สุด"มอนิ่งค่ะพี่เดย์ " น้ำตาลเอ่ยทักทายมาเฟียหนุ่มด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มทันทีที่เขาก้าวออกมาจากห้อง แต่อีกคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับเบี่ยงหน้าหนีไปทางอื่น"ครับน้องน้ำตาล" มาเฟียหนุ่มตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทว่าสายตากลับมองไปที่อีกคนมองทำคนโดนมองถึงกับชาหวาบไปทั้งตัว และได้แต่แอบภาวนาในใจให้เขาจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้"เราไปหาหลินกันเถอะ" สายตาของมาเฟียหนุ่มทำให้เสี่ยวหมี่รู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมากรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง จนต้องเอ่ยชวนเพื่อนสาวเพื่อหาเรื่องปลีกตัวออกไปจากสถานการณ์น่าอึดอัดนี้ "อืม...พี่เดย์ไปด้วยกันไหมคะ" แต่เหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าข้างเธอเสียเลยเมื่อเพื่อนสาวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างน้ำตาลดันชวนคนที่เธอไม่อยากอยู่ใก้ลไปด้วยเธอแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ ให้กับความแสนดีของเพื่อนสาวที่อุตสาห์มีน้ำใจ แต่ก็ทำได้แค่เก็บอาการเอาไว้"ไปครับ พี่จะไปหาไอ้วายุมันด้วย"
เสี่ยวหมี่ชะงักเท้าที่กำลังเดินอัตโนมัติเมื่อใก้ลถึงโต๊ะ สายตาคมจ้องมองไปยังกลุ่มเพื่อนของเธอกับหนุ่ม ๆ ที่นั่งคุยกันอยู่อย่างสนุก ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ตั้งแต่เดินออกจากห้องน้ำมา"เอาว่ะเสี่ยวหมี่กล้า ๆ หน่อย" เธอผ่อนลมหายใจหนักๆ เข้าออกอีกสองสามครั้งเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปหย่อนสะโพกนั่งที่โต๊ะข้างน้ำตาลด้วยท่าทีเรียบนิ่ง ไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาให้เป็นที่สงสัย"ไปเข้าห้องน้ำตั้งนาน แกเป็นอะไรรึเปล่า" หลินเอ่ยถามเพื่อนสาวด้วยความสงสัย"มัวแต่ไล่หมาอยู่เลยช้า" เสี่ยวหมี่เอ่ยเสียงเน้นพลางปรายตามองไปทางที่มาเฟียหนุ่มนั่งอยู่"สงสัยหมาตัวนั้นจะดุนะครับ น้องเสี่ยวหมี่ถึงได้เสียเวลาไล่อยู่ตั้งนานสองนาน" มาเฟียหนุ่มหาได้ใส่ใจคำพูดที่หญิงสาวจงใจเอ่ยกระแทกแดกดันไม่ หนำซ้ำเขาจะยิ้มยั่วยวนกวนประสาทเธอกลับอีก"บ้า!..ร้านฉันมีหมาที่ไหนกัน" หลินหันไปเอ็ดเพื่อนสาวเบา ๆ "...." ไร้เสียงตอบใด ๆ จากเสี่ยวหมี่เธอเพียงแต่ไหวไหล่ให้เพื่อนสาวอย่างไม่ใส่ใจมากนัก ตอนนี้เธออยากจะกระโดดงับหัวคนที่ทำหน้ายั่วยวนกวนประสาทเธอมากกว่า แต่ก็ทำได้
"อ๊าย!""ไอ้บ้า ๆ ไอ้ทุเรศ" เสี่ยวหมี่อยากจะร้องตะโกนออกมาดัง ๆ ให้หายคับแค้นใจที่ไม่สามารถเอาคืนมาเฟียหนุ่มได้ แต่เธอก็ทำได้เพียงส่งเสียงกรีดร้องในลำคอเบา ๆ เพราะกลัวมิลิน และผู้คนก็เดินผ่านไปมาจะตกใจ"นี่ป้าจะหลีกหนีจากไอ้โรคจิตนั้นไม่พ้นจริง ๆ ใช่ไหมหนูมิลิน" เธอเอื้อนเอ่ยกับเด็กน้อยที่เงยมองหน้าเธอตาแป๋ว ๆ อย่างปลง ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แค่คิดว่าต้องเจอหน้าเขาต้องทำงานรวมกับเขามันก็ทำให้เธอหนักอกหนักใจล่วงหน้าแล้วเพราะไม่รู้ว่าเธอจะทำงานใช้หนี้หมดก่อนหรือจะตีกันตายเสียก่อนเธออุ้มมิลินเดินกินลมชมวิวไปเรื่อย ๆ เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ขุ่นมัวของตัวเองจนรู้สึกดีขึ้นจึงพาเด็กน้อยกลับร้าน แต่พอเปิดประตูเข้าไปในร้านเท่านั้นเองอารมณ์ขุ่นมัวของเธอก็กลับมาอีกครั้งเพราะเจอต้นเหตุที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้นั่งหน้าระรื่นอยู่"เป็นอะไรยัยเสี่ยวหมี่เดินหน้าหงิกหน้างอมาเชียว" น้ำตาลที่นั่งคุยอยู่กับซัน และเดย์เอ่ยถามไปเมื่อเห็นเพื่อนสาวเดินกระเฟียดกระฟัดใบหน้าบึ้งตึงเข้ามา"เปล่าไม่ได้เป็นอะไร" เสี่ยวหมี่ตอบเพื่อนสาวแบบปัด ๆ ไป สายตาคมตวัดมองมาเฟียหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะอุ้มมิลินไปส่งให้หลินที่ยืนอย
@โรงแรม"ไหนคุณบอกว่ารีบเอาต่างหูเพชรมาคืนเจ้าของไง" เสี่ยวหมี่เอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อมาถึงโรงแรมมาเฟียหนุ่มก็เดินตรงขึ้นห้องพักทันทีแทนที่จะเอาต่างหูไปให้คนที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของ"ใช่ เดี๋ยวก็คืนให้แล้ว" มาเฟียหนุ่มเอ่ยบอกร่างบางที่สาวเท้าเดินตามหลังเขามาติด ๆ ด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหันหลังกลับไปมองร่างบางแวบหนึ่ง แล้วเปิดประตูเข้าห้องไป"อะไรของเขา...ช่างเถอะก็ดีแล้วที่ยังไม่มีใครมาเอา ฉันจะได้มีเวลาคิดหาวิธีเอาต่างหูคืน" เสี่ยวหมี่ได้แต่ยืนงงงวยกับคำพูดกำกวมของมาเฟียหนุ่ม ก่อนเธอจะสลัดความคิดออก แล้วเดินกลับห้องพักตัวเอง"ทำไงดี ๆ คิดสิ ๆ ยัยหมี่" เธอเดินวนไปมาภายในห้องพักอย่างกระวนกระวาย คิ้วสวยผูกกันเป็นปมด้วยความเคร่งเครียดเพราะคิดไม่ตก แต่เพียงเสี้ยวนาทีเธอก็เผยยิ้มร้ายออกมาเมื่อคิดบางอย่างขึ้นได้ ขาเรียวเล็กก้าวตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้งทันที มือเล็กเอื้อมไปหยิบแป้งขึ้นมาซับลงบนใบหน้า และริมฝีปากจนดูซีดเซียวเหมือนคนไม่สบายจริง ๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องของมาเฟียหนุ่มก๊อก! ก๊อก!เธอสูดลมหายใจเข้าออกสองสามครั้งเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง ก่อนจะเคาะประตูเรียกคนด้านในเพียงไม่น
@ท่าเทียบเรือหลังจากเกิดเหตุการณ์เมื่อวานเสี่ยวหมี่ก็เอาแต่หลบหน้ามาเฟียหนุ่ม เธอรู้สึกอายเป็นอย่างมากจนไม่กล้าสู้หน้าเขาจนน้ำตาลที่เห็นท่าทางรน ๆ ของเพื่อนสาวตั้งแต่ออกจากโรงแรมจนมาถึงท่าเทียบเรือเอ่ยถามด้วยความสงสัย "เป็นอะไรเสี่ยวหมี่ วันนี้แกดูแปลก ๆ นะ""ไม่ได้เป็นอะไร" เสี่ยวหมี่ตอบเพื่อนสาวปัด ๆ ก่อนจะรีบเดินตามวายุ และหลินที่กำลังเดินไปขึ้นเรือเมื่อเห็นว่ามาเฟียหนุ่มเดินตรงมาที่เธอกับเพื่อนสาว"อะไรของเขา" น้ำตาลได้แต่ยืนเกาศีรษะอย่างงุนงงมองตามหลังเพื่อนสาวที่เดินดุ่ม ๆ ด้วยความสงสัย"เป็นอะไรครับน้องน้ำตาล" มาเฟียหนุ่มที่เพิ่งเดินมาถึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยกับท่าทางของหญิงสาว"เปล่าค่ะ แค่งงกับยัยเสี่ยวหมี่วันนี้ไม่รู้เป็นอะไรท่าทางแปลก ๆ" น้ำตาลยิ้มแห้ง ๆ ให้มาเฟียหนุ่ม"เลือดลมเดินไม่ปกติมั้งครับ" มาเฟียหนุ่มเอ่ยพร้อมกับกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะชวนหญิงสาวไปขึ้นเรือ "ไปขึ้นเรือกันเถอะครับ" เขานึกขำอยู่ในใจเพราะพอจะเดาได้ว่าคงเป็นเรื่องวานพอหญิงสาวรู้ว่าเขารู้ความจริงมาตลอดเธอจึงเอาแต่หลบหน้าหลบตา หลีกเลี่ยงการเจอเขาคงเป็นเพราะอายและเสียฟอร์มมาก ๆ ที่ดันพลาดท่ามีอะไรกับคนที่ต
"เป็นอะไรว่ะ" วายุที่กำลังยืนคุยอยู่กับเมียสาวท้ายเรือเอ่ยทักเพื่อนชายที่เดินหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้ามาด้วยความสงสัย"เปล่า..อากาศมันร้อน" คนถูกถามตอบกลับแบบสง ๆ ก่อนจะเดินไปหย่อนสะโพกนั่งลงบนที่นั่งปล่อยให้เพื่อนชายกับเมียสาวมองหน้ากันด้วยความงงงวยผ่านไปกว่าชั่วโมงเรือยอร์ชก็แล่นมาลอยลำอยู่บริเวณเกาะราชาเพื่อให้ทุกคนได้ลงเล่นน้ำชมความงดงามของท้องทะเล"ว้าว! ทะเลไทยนี่สวยจังเลยนะคะ" เสี่ยวหมี่ชะเง้อคอทอดสายตามองไปยังท้องทะเลสีเขียวมรกตใสจนสามารถมองเห็นประการังและฝูงปลาว่ายวนไปมาได้ เธอรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาเที่ยวทะเลไทย ตาคู่สวยลุกวาวเหมือนเด็ก ๆ ที่เห็นของชอบซันที่นั่งมองหญิงสาวอยู่ถึงกับหลุดยิ้มออกมากับท่าทางสดใสของเธอ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังรู้สึกเขินจนตัวบิด "ถ้าอยากเที่ยวทะเลไทยบ่อย ๆ ก็มาเป็นสะไภ้ไทยสิครับ" "...." เสี่ยวหมี่ได้แต่ระบายยิ้มหวานให้ชายหนุ่มแทนคำพูด ตั้งแต่เป็นสาวมาก็เห็นจะมีแค่หนุ่มคนนี้ที่กล้าหยอกมุกจีบเธอตรง ๆ ซึ่งคำพูดและท่าทางของทั้งสองคนทำให้คนที่เพิ่งเดินมารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก มาเฟียหนุ่มปรายตามองทั้งสองคนสลับ
"ว๊าย!" ตู้ม!เสี่ยวหมี่ที่กำลังจะย่างขาขึ้นเรือร้องกรี๊ดออกมาเสียงหลง เมื่อถูกอีกคนคว้าหมับเข้าที่เอวคอดแล้วดึงลงไปในน้ำอีกครั้งโดยไม่ทันได้ระวังตัวทำให้เธอสำลักน้ำจนหน้าดำหน้าหน้าแดง "ฮึก! แค่ก ๆ!""คุณจะหาเรื่องฉันไปถึงไหน" เมื่อประคองตัวได้ และเริ่มดีขึ้นก็รีบหันกลับไปตะคอกใส่เจ้าของการกระทำห่าม ๆ ด้วยความโกรธจัดพลางรัวกำปั้นทุบตีเขาพัลวันเขาเล่นแรงแบบนี้เกิดเธอจมน้ำขึ้นมาจะทำยังไง"คุณอยากเล่นน้ำดำดูประการังไม่ใช่เหรอ ผมก็จะพาคุณไปไง" แรงทุบจากกำปั้นเล็กไม่ได้ทำให้มาเฟียหนุ่มเจ็บสักนิด หนำซ้ำยังตอบออกอย่างหน้าตาเฉย "คุณจะหาเรื่องแกล้งฉันอีกใช่ไหม" เสี่ยวหมี่ชะงักการกระทำมองหน้าเจ้าของคำพูดอย่างไม่ไว้ใจเธอหาได้เชื่อคำพูดที่ดูดีของเขาไม่ เพราะคนแบบเขามันเจ้าเล่ห์อาจจะซ่อนแผนแกล้งเธอเหมือนเมื่อกี้อีกก็เป็นได้"เห็นผมเป็นคนยังไง" มาเฟียหนุ่มจ้องหน้าหญิงสาวอย่างเอาเรื่อง"เป็นคนเลว เจ้าเล่ห์ โรคจิต บะ...." เสี่ยวหมี่พรั่งพรูคำพูดภายในใจออกไปจนคนฟังถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนจะพูดแทรกขึ้นเพราะทนฟังไม่ได้อีกต่อไป "ถ้ายังไม่หยุดพูดผมจะจับจูบ" "...." และคำขู่ของเขาก็ได้ผล หญิงสาวรีบยกมือข
"ยัยหมี่ลงไปเล่นน้ำไม่รอกันเลยนะ" หลินที่เห็นเพื่อนสาวกำลังว่ายน้ำกลับมาตะโกนพูดกับเพื่อนสาวเสียงดังลั่นดึงความสนใจให้ซันและวายุที่เพิ่งเดินมาสมทบทีหลังมองตาม ซันกับวายุขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความสงสัยเมื่อเห็นเพื่อนชายว่ายน้ำกลับมาหลังจากที่เสี่ยวหมี่เพิ่งว่ายกลับมาได้ไม่นาน"แล้วมึงอะไอ้เดย์" ซันเป็นคนเอ่ยถามไปพร้อมกับมองหน้าเสี่ยวหมี่ และเพื่อนชายสลับกันไปมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย"ยัังไง ๆ สองคนนี้" วายุพูดเสริมพลางมองหน้าทั้งสองคนสลับกันไปมา เขาก็รู้สึกสงสัยไม่ต่างกับคนอื่น ๆ"ไม่มีอะไรค่ะ หมี่เห็นทุกคนยังไม่มาเลยลงเล่นน้ำแก้ร้อนพลาง ๆ ค่ะ""ว่าไงไอ้เดย์" วายุเหมือนจะไม่เชื่อที่หญิงสาวพูดจึงหันไปถามย้ำเพื่อนชายอีกครั้ง"กูร้อน" มาเฟียหนุ่มตอบสั้น ๆ พลางตวัดสายตามองหน้าหญิงสาวอย่างมีเลศนัย จากนั้นก็ขึ้นจากน้ำแล้วเดินหายเข้าไปในเรือทิ้งให้ทุกคนมองหน้ากันอย่างงง ๆ"ลงมาเล่นน้ำกันเถอะค่ะ" เสี่ยวหมี่ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกอย่างน้อยมาเฟียหนุ่มก็ไม่พูดอะไรที่ทำให้ทุกคนจับพิรุธได้ออกมา ก่อนเธอจะรีบชักชวนทุกคนให้ลงมาเล่นน้ำเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นไม่ให้ทุกคนสนใจเรื่องของเธอ ซึ่งทุกคน
@ประเทศไทย"พร้อมรึยังครับ" เสียงทุ้มดังขึ้นทำให้เสี่ยวหมี่ที่กำลังนั่งมองตัวเองหน้ากระจกบานใหญ่ระบายยิ้มออกมา ก่อนจะลุกเดินไปหาเจ้าของเสียงที่กำลังเดินเข้ามา "พร้อมแล้วค่ะ""ภูมิใจจังมีเมียสวย โดยเฉพาะวันนี้สวยเป็นพิเศษเลย" มาเฟียหนุ่มไล่สายตามองเมียสาวในชุดเดรสยาวสีขาวประดับประดาด้วยเพชรระยิบระยับอย่างชื่นชม มือหนาเอื้อมไปรั้งเอวคอดเข้ามาแนบชิด แล้วกดจูบบนหน้าผากมนเบา ๆ "พี่ก็หล่อเหมือนกันค่ะ" เสี่ยวหมี่สอดมือเข้าไปกอดเอวหนาหลวม ๆ แหงนหน้าขึ้นมองสามีผู้เป็นที่รักด้วยแววตาสื่อความหมายทั้งสองมองสบตากันนานนับนาที ก่อนมาเฟียหนุ่มจะคลายวงแขนออกจากเอวคอดเปลี่ยนเป็นจับมือเล็กแทน "ลงไปข้างล่างกันเถอะครับ แขกเริ่มทยอยมาแล้ว" ว่าจบเขาก็จูงเมียสาวเดินออกจากห้องพักลงไปยังริมชายหาดซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง"ว้าว! สวยจังเลยค่ะ" เสี่ยวหมี่ถึงกับตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้นรอบบริเวณงานเลี้ยงถูกจัดด้วยดอกไม้นานาพันสวยงามมากเหมือนอยู่ในสวนดอกไม้ท่ามกลางบรรยากาศตะวันใกล้ลับขอบฟ้าโต๊ะสำหรับแขกวางเรียงรายตามแนวชายหาด และมีซุ้มที่ถูกจัดอย่างหรูหรามีตัวอักษรประดับเป็นคำว่า "เดย์ & เสี่ยวหมี่"งานเลี้ยง
หลายวันต่อมา..ครืด! ครืด!โทรศัพท์เครื่องหรูแผดเสียงดังอย่างต่อเนื่องปลุกให้ร่างบางที่นอนหลับอยู่บนเตียงค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอยกมือขยี้เปลือกตาเบา ๆ ไล่อาการงัวเงีย ก่อนเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์บนหัวเตียงมากดรับสายแล้วกรอกน้ำเสียงงัวเงียถามปลายสายทันที "ว่าไงคะพี่เดย์โทรมาปลุกหมี่แต่เช้าเชียว"(พี่มีธุระสำคัญวันนี้ไม่ได้เข้าบริษัทที่รักช่วยดูเอกสารแทนพี่หน่อยนะครับ)"ธุระอะไรคะ"(วันนี้คุณสาธิตลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทจะบินมาคุยงานกับพี่ที่จีน พี่เลยต้องไปรับและคอยดูแลเขาครับ)"ได้ค่ะอย่าให้รู้นะว่าออกนอกลู่นอกทาง"(เมียดุขนาดนี้ใครจะกล้าละครับ)"ให้มันจริงเถอะ"(ค่าบบ พี่รักหมี่นะ)"หมี่ก็รักพี่ค่ะ บ๊ายบาย" นิ้วเรียวกดวางสายทันทีเมื่อบอกลาปลายสายจบ ก่อนหยัดกายลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจไปมาแล้วจึงก้าวลงจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัวเดินทางไปทำงานเหมือนทุกวันที่ผ่านมา@บริษัทนำเข้ารถหรูคาร์ลอฟท์"ทำไมวันนี้ทุกคนมองฉันแปลก ๆ" เสี่ยวหมี่พึมพำด้วยความสงสัยพลางมองสำรวจตัวเองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเมื่อพนักงานในบริษัทต่างพากันอมยิ้มเมื่อเธอเดินผ่าน แต่ก็ไม่พบอะไรที่แปลกไปเพราะเธอก็แต่งตัวด้วยชุดเดรสเร
"ปล่อยนะฉันจะไปทำงานต่อ" เสี่ยวหมี่ร้องท้วงด้วยความเคอะเขินเมื่อเห็นสายตาทอประกายหยาดเยิ้มที่แฟนหนุ่มใช้มองเธอพลางยกขึ้นดันอกแกร่งให้ออกห่าง"คุณเป็นถึงเมียเจ้าของบริษัทไม่ต้องทำก็ได้ แค่นั่งชี้นิ้วสั่งยังได้เลย""งั้นหมี่ขอสั่งให้คุณปล่อยหมี่เดี่ยวนี้" สิ้นเสียงแฟนหนุ่มเสี่ยวหมี่ก็ชี้นิ้วสั่งเขาทันที "ผมหมายถึงพนักงานในบริษทไม่ใช่ผม" มาเฟียหนุ่มถึงกับระบายยิ้มออกมากับความฉลาดของแฟนสาว แต่เขาหาได้ปล่อยตามคำสั่งไหมกลับอุ้มเธอเดินไปวางลงบนโต๊ะทำงานพร้อมใช้มือยันขอบโต๊ะกักเธอไว้ในวงแขน"คุณจะทำอะไรปล่อยเลยนะ" ร่างบางร้องท้วงด้วยน้ำเสียงงอน ๆ พร้อมยกมือขึ้นดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่แรงเพียงน้อยนิดของเธอไม่ทำให้ร่างสูงขยับเขยื้อนเลยสักนิด"บอกว่าอย่าไงเดี๋ยวคนอื่นเข้ามาเห็น" เธอร้องห้ามเสียงหลงในตอนที่ร่างสูงแทรกตัวยืนกลางหว่างขาทำให้กระโปรงที่สั้นเหนือเข่าร่อนขึ้นมาจนเห็นแพนตี้สีแดงสด ก่อนใบหน้าคมคายจะโน้มลงซุกไซ้ขบเม้มสูดดมกลิ่นหอมจากลำคอขาว มือหนาค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามเรียวขาขาวเนียนทำเอาร่างบางถึงกับขนลุกชูชันรู้สึกม่วนท้องน้อยไปหมดเธอกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงลำคออึกใหญ่พร้อมถอนหายใจหนัก ๆ ก่
@บริษัทนำเข้ารถหรูคาร์ลอฟท์"มอนิ่งครับที่รัก" เสียงของมาเฟียหนุ่มเอ่ยทักแฟนสาวหลังจากเปิดประตูเข้าห้องทำงานมาแล้วเห็นแฟนสาวนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง "ก็บอกว่าอย่าเรียกแบบนี้ไงมันเลี่ยน หมี่ไม่ชอบ" คนถูกเรียกตวัดสายตามองค้อนแฟนหนุ่มอย่างไม่ชอบใจเพราะเธอพยายามบอกเขาครั้งเล่าครั้งเล่าว่าให้เรียกเหมือนเมื่อก่อน ถึงแม้ทั้งสองจะคบกันอย่างจริงจังมาเป็นเวลาเดือนกว่า ๆ แล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังไม่ชินกับสรรพนามสุดเลี่ยนที่แฟนหนุ่มสรรหามาเรียกเธอไม่ซ้ำแต่ละวัน มาเฟียหนุ่มหาได้เก็บคำพูดของแฟนสาวมาใส่ใจไม่ การได้เย้าแหย่ให้เธองอนเป็นอะไรที่ทำให้เขามีความสุขจริง ๆ เขาระบายยิ้มบาง ๆ พร้อมเดินอ้อมไปสวมกอดแฟนสาวจากด้านหลัง แล้วโน้มลงกระซิบชิดกกหูเล็ก "งั้นเรียกเมียแทน"สิ้นสุดคำพูดเขาก็ฝังจมูกบนแก้มนิ่มของแฟนสาวฟอดใหญ่"ไปทำงานของตัวเองได้แล้ว เดี๋ยวคนอื่นเข้ามาเห็น" เจ้าของแก้มนิ่มเอ็ดแฟนหนุ่มเบา ๆ พร้อมยกมือขึ้นดันหน้าเขาออกห่าง "ขอกอดเมียแบบนี้สักแป๊บได้ไหม เติมพลังก่อนทำงาน" มาเฟียหนุ่มยังตีหน้ามึนเหมือนเดิมหาได้สนใจเสียงพูดแฟนสาวไม่ เกยคางลงบนไหล่มนพร้อมทำตาปริบ ๆ เว้าวอนคนในอ้อมกอดสุดฤทธิ์
"ออกไปคุยกันสะนานเลยมีอะไรกันหรือเปล่าลูก" ทันทีที่ทั้งสองคนเดินเข้ามานั่งลงบนโต๊ะอาหารเสี่ยวหลานก็เปล่งเสียงถามบุตรสาวด้วยความสงสัยมาเฟียหนุ่มกับหญิงสาวมองสบตากันนานนับนาที ก่อนมาเฟียหนุ่มจะเป็นคนเอ่ยขึ้น "ผมมีเรื่องจะบอกคุณป้า กับคุณลุงครับ"สิ้นเสียงมาเฟียหนุ่มประมุขของบ้านกับเสี่ยวหลานก็หันมองหน้ากันระคนสงสัย ก่อนประมุขของบ้านจะหันมองหน้าถามเขา "เรื่องอะไรล่ะ"คนถูกถามสูดลมหายใจเข้าปอดเรียกความกล้าให้ตัวเองพรืดใหญ่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแววตาทอประกาย "ผมรักลูกสาวคุณลุง คุณป้าครับ หากผมจะขอคบกับเสี่ยวหมี่คุณลุง คุณป้าคงไม่ว่าอะไรนะครับ""ในสุดก็พูดออกมาสักทีนะคุณเดย์" ประมุขของบ้านเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ต่างจากเสี่ยวหลานผู้เป็นภรรยาเลย ทั้งสองพอจะเดาออกนานแล้วว่าเด็กหนุ่มมีใจให้บุตรสาวตัวเอง ทว่ากลับไม่ยอมพูดออกมาสักที"คุณลุง คุณป้ารู้เหรอครับ" ดวงตาคมกริบมองหน้าพ่อแม่ของหญิงสาวอย่างงง ๆ"ป้ากับลุงอาบน้ำร้อนมาก่อนเรานะทำไมจะมองไม่ออก" เสี่ยวหลานเอ่ยด้วยใบเปื้อนยิ้ม ก่อนประมุขของบ้านจะเอ่ยต่อ "ลุงพอจะเดาออกตั้งแต่คุณมาเยี่ยมที่โรงพยาบาลแล้ว เสี่ยวหมี่ไม่เคยมีผู้ชายเข้ามาวนเว
เสี่ยวหมี่ลากมาเฟียหนุ่มมาหยุดใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนปล่อยมือจากเขาแล้วหันไปมองหน้าเปล่งเสียงถามอย่างไม่เข้าใจ "คุณคิดจะทำอะไรถึงมาตีสนิทกับป๊าม๊าฉัน""ผมไม่ได้จะทำอะไรทั้งนั้นก็แค่ทำความคุ้นชินกับพ่อตาแม่ยาย เพราะในอนาคตผมก็จะมาเป็นลูกเขยท่านแล้ว" มาเฟียหนุ่มไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจมากนักพร้อมกับจ้องหน้าตอบหญิงสาวไปตามความจริงเขาไม่ได้มีแผนอะไรทั้งนั้นที่ทำไปเพราะอยากทำความรู้จัก ทำความสนิทสนมกับครอบครัวผู้หญิงที่เขารักและเลือกจะมาเป็นคู่ชีวิตก็แค่นั้น และเป็นการแสดงความจริงใจหากผู้ใหญ่เห็นชอบด้วยยังไงก็ดีกว่าอยู่แล้ว"ฮืม" คนฟังถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อได้ยินคำพูดทึกทักเอาเองของเขา ทว่าในใจกลับเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ดวงตากลมเสสายมองไปทางอื่นพยายามตีสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าตอนนี้เธอกำลังเสียอาการ ก่อนจะตวัดสายตามองเขาอีกครั้งพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วน "ฉันบอกแล้วหรือไงว่าจะแต่งงานกับคุณ" มาเฟียหนุ่มหาได้สนใจไม่ว่าหญิงสาวจะพูดอะไรยังคงยิ้มระรื่นพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอ แล้วตีเนียนถามไปเพื่อจะได้ผล "แล้วตกลงแต่งไหม" "ไม่ต้องมาตีเนียนเลยนะฉันไม่หลงกลคุณหรอก"
วันต่อมา..ครืด! ครืด!เสียงโทรศัพท์ปลุกร่างบางที่กำลังนอนหลับอย่างสบายให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา มือเล็กเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์บนหัวเตียงมาดูเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์มาเฟียหนุ่ม เธอจึงกดปิดเสียงแล้ววางไว้ที่เดิม ก่อนหลับตาลงอีกครั้ง แต่เธอก็ต้องเบิกตาโพลงในนาทีต่อมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองต้องไปทำงาน และต้องเจอหน้าเขา“โอ๊ย!”“บ้าจริง” เธอโอดครวญออกมาเบา ๆ พร้อมยกมือขึ้นยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงด้วยความหัวเสีย ก่อนลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ถึงแม้ในใจจะไม่อยากไปก็ตาม@บริษัทนำเข้ารถหรูคาร์ลอฟท์เสี่ยวหมี่ยืนถอนหายใจอยู่หน้าห้องทำงานมาเฟียหนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนเวลาผ่านไปเกือบห้านาทีเธอจึงค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปคิ้วสวยขมวดเป็นปมเชิงสงสัยเมื่อไม่เห็นเจ้าของห้องปกติเวลานี้เขาจะเข้าบริษัทแล้ว การที่เขาไม่อยู่ความจริงน่าจะเป็นเรื่องดี ทว่าเธอกลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด ดวงตากลมจับจ้องโต๊ะทำงานของเขานิ่ง ๆ ขณะครุ่นคิดหาสาเหตุที่เขายังไม่มาทำงานไปด้วย"เฮ้อ พอ ๆ เลิกคิด ๆ" เธอยืนนิ่งค้างอยู่แบบนั้นนานนับนาทที ก่อนรีบสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านออก แล้วเดินไปหย่อนสะโพกนั่งที่โต๊ะลงมือทำ
"เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ" เสี่ยวหมี่มองตามหลังคนที่เดินฮัมเพลงเข้าห้องน้ำไปด้วยความงุนงงพร้อมกับยกมือขึ้นเกาศีรษะเขาแปลกไปมากจริง ๆ ไม่คิดว่าเขาก็มีมุมแบบนี้เหมือนกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย ทว่าเธอกลับไม่ชอบเขาในมุมแบบนี้เอาเสียเลยมันดูหวานเลี่ยนจนน่าขนลุกขนพอง "หึ่ยย" เพียงแค่คิดก็ขนลุกซู่แล้ว เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากสมอง ก่อนลุกลงจากเตียงเดินไปหย่อนสะโพกนั่งรอเขาบนโซฟาในห้องนั่งเล่นแกร็ก!ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกก่อนร่างสูงจะเดินออกมา เสี่ยวหมี่ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์เงยขึ้นมองร่างสูง และพลันนึกขึ้นได้ว่าทำไมเธอต้องรอเขาทั้งที่สามารถกลับเองได้ "บ้าหรือไงเสี่ยวหมี่ แกจะนั่งรอตามคำสั่งเขาทำไมเนี่ย" เธอบ่นอุบอิบนึกหงุดหงิดตัวเอง ก่อนหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงห้วนตามสไตล์ตัวเอง "คุณไม่ต้องไปส่ง ฉันกลับเองได้""อะไรของคุณนั่งรอมาได้ตั้งนานพอผมจะไปส่งคุณกลับปฏิเสธ" มาเฟียหนุ่มเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เขาเดาว่าเธอคงรู้สึกเสียฟอร์มที่นั่งรอตามคำพูดของเขาอย่างว่าง่ายทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอแข็งข้อกับเขามา
@คอนโดเดย์รถหรูที่มีสองหนุ่มสาวนั่งอยู่ด้านในเคลื่อนมาจอดลงยังลานจอดรถของคอนโดหรู ก่อนมาเฟียหนุ่มจะเปิดประตูลงจากรถเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งที่หญิงสาวนั่งอยู่ แล้วออกคำสั่งเสียงแข็ง “ลงมา” “...” เสี่ยวหมี่หาได้ทำตามคำสั่งของมาเฟียหนุ่มไม่เธอยังคงนั่งนิ่งยกมือกอดอก ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างท้าทายแค่เขาลากเธอมาถึงที่นี่เธอก็รู้สึกโกรธมากแล้วเธอจะไม่ยอมขึ้นไปบนห้องเขาเด็ดขาดเพราะมีแต่เสียกับเสีย คนตัวสูงถึงกับถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาระคนเหนื่อยหน่าย ตั้งแต่ที่คลับจนถึงคอนโดคนตัวเล็กก็แผลงฤทธิ์ใส่เขามาตลอดไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไหนจะเรื่องผู้ชายคนนั้นอีก ถ้าไม่ติดว่าตัวเองมีความผิดอยู่เขาอยากจะจับเธอฟาดให้รู้แล้ววรู้รอดไป“ลงมา” มือหนาเอื้อมไปปลดสายเบลส์ออกจากร่างบางแล้วดึงให้เธอลงมาจากรถ ทว่าหญิงสาวกลับขืนตัวไว้ ก่อนจะดึงมือออกจากการเกาะกุมมากอดอกเหมือนเดิม ดวงตากลมจับจ้องคนตัวโตอย่างเอาเรื่อง“ฤทธิ์เยอะจริงแม่คูณณ” มาเฟียหนุ่มถึงกับยกมือกุมขมับกับความดื้อรั้นของหญิงสาว ลมหายใจหนัก ๆถูกพ่นออกจากจมูกโด่งครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นของตัวเอง ก่อนจะโน้มลงไปช้อนร่างบางขึ้นอุ้มใ