บทนำ อีเวนท์ของซุป’ ตาร์กว่าจะเบียดผู้คนเข้ามาภายในบริเวณงาน ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่กลางเมือง บาลีถึงกับหายใจหอบเล็กน้อย เมื่อได้ยืนอยู่ในจุดที่สามารถมองไปยังบนเวทียกพื้นเตี้ย ซึ่งซุปเปอร์สตาร์หนุ่มอันดับต้นๆ ของเมืองไทยคนหนึ่งกำลังร้องเพลงเล่นกีตาร์ด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม บวกกับการเล่นกีตาร์ที่เข้าขั้นเทพ ก็ทำให้ได้รับเสียงกรี๊ดจนหูแทบจะดับ“มึง พี่อัทธ์ แม่งโคตรหล่อ โคตรเท่เลย กรี๊ดดดด”“โอ๊ย เสียงก็โคตรเพราะ”“เพลงพี่เขาก็แต่งเองเลยนะ”“คนบ้าอะไร ครบเครื่องสุดๆ ทั้งหล่อ เท่ เล่นละครเก่งแล้ว ยังร้องเพลงเพราะ แต่งเพลง เล่นดนตรีได้อีก มึง กูไม่ไหวแล้วอะ กรี๊ดดด”ถึงจะหนวกหูเสียงกรี๊ด แต่บาลีก็แอบยิ้มปลื้มกับคำชื่นชมที่ได้ยินจากเด็กสาวกลุ่มใหญ่ที่ยืนเบียดเสียดในงาน เพราะเธอเป็นแฟนคลับอัทธ์มาตั้งแต่เขายังไม่ได้เป็นซุป’ ตาร์เหมือนในตอนนี้เรียกว่าเป็นเอฟซีรุ่นบุกเบิก เพราะเธอติดตามชายหนุ่มมาตั้งแต่เขายังเป็นรุ่นพี่ในคณะ สมัยเรียนมหาวิทยาลัยซึ่งมันก็นานมาแล้วนานมากกว่าอายุของลูกชายวัยเจ็ดขวบของเธอเสียงด้วยซ้ำสายตาเธอทอดมองคนบนเวที อัทธ์นั่งอยู่บนเก้าอี้บาร์ อยู่ในชุดสูทแบรนด์ดังสีเทา
นอกจากครอบครัวที่มีเพียงลุงกับป้า อัณญาก็เป็นอีกคนที่รับรู้เรื่องราวการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของเธอมาตั้งแต่ต้น คอยเป็นกำลังใจให้ตลอดมา แม้ถึงตอนนี้เพื่อนรักจะไม่รู้ว่าใครคือพ่อของลูกเธอก็ตามเวลานัดหมายยังเหลืออีกหนึ่งชั่วโมง บาลีจึงเดินเข้าไปในแผนกเสื้อผ้าและของเล่นเด็ก ซื้อของไปฝากลูกชาย จากนั้นก็เดินเข้าออกร้านเสื้อผ้าสำหรับคนสูงวัย เลือกเสื้อผ้าสำหรับลุงปราบและป้ามอญ สำหรับไปทำบุญหรือไปงานสำคัญของผู้คนละแวกบ้านซึ่งบ้านเกิดของบาลีอยู่ที่เขาช่อง เติบโตมาในไร่องุ่นของครอบครัวบิดา กระทั่งเรียนประถม บิดามารดาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถขณะไปทำธุระในตัวเมือง บาลีจึงเหลือเพียงลุงปราบ พี่ชายแท้ๆ ของบิดา กับป้ามอญ ป้าสะใภ้ ทั้งสองไม่มีลูก จึงรักและเลี้ยงดูเธอเหมือนลูกสาวแท้ๆ มาตั้งแต่เกิดเมื่อบิดามารดาจากโลกนี้ไป บาลีก็มีอ้อมกอดและความอบอุ่นของลุงป้าที่คอยปลอบประโลม ไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวในชีวิต แถมมีธรินท์ หลานชายป้ามอญที่เป็นทั้งเพื่อนเล่นและพี่ชายที่คอยดูแลอีกสิบห้านาทีก็ถึงเวลานัด บาลีจึงหอบข้าวของที่ซื้อมาตรงไปยังร้านอาหารที่เป็นจุดนัดหมายบาลีสั่งอาหารจานโปรดของตนเองและเพื่อนสนิท
คืนรัญจวน อาจเพราะเป็นเย็นวันศุกร์ ถนนมิตรภาพขาออก จึงมีรถหนาแน่น กลับมาถึงไร่ก็เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม ลูกชายของเธอก็หลับปุ๋ยไปแล้ว กอดตุ๊กตาแรบบิทตัวโปรดบาลีเดินหยิบของฝากลุงปราบกับป้ามอญมายังห้องนั่งเล่น ที่ป้ามอญกำลังดูละครหลังข่าวที่จบลงพอดี“ชุดไว้ใส่ไปทำบุญค่ะ” บาลีบอก“ขอบใจมากนะ แต่อย่าซื้อบ่อยสิ เสียดายเงิน” ป้ามอญบอกหลานสาวสามี ที่เธอเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิดประดุจลูกของตัวเอง เพราะลูกแท้ๆ เสียชีวิตตั้งแต่แรกคลอด เพราะสุขภาพที่ไม่ดีของนางเองตอนฝังร่างลูก อธิษฐานด้วยน้ำตาให้มาเกิดใหม่เป็นแม่ลูกกันอีกครั้ง และหนึ่งปีต่อมาน้องสาวสามีก็คลอดเด็กผู้หญิง หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู จึงช่วยเลี้ยงเด็กหญิงบาลีมาตั้งแต่วันลืมตาขึ้นมาดูโลก พร้อมกับความเชื่อส่วนตัวว่าอีกฝ่ายเป็นลูกสาวที่เสียชีวิตไปมาเกิดใหม่ในครอบครัวเดียวกัน ถึงได้รักและผูกพันธ์กันมาถึงทุกวันนี้“ลุงปราบนอนแล้วเหรอคะ” บาลีถามถึงผู้เป็นลุง ปกติจะนั่งเป็นเพื่อนป้ามอญดูละครหลังข่าว“ไปนั่งตั้งวงปลอบใจไอ้ดิน” ป้ามอญเอ่ยถึงธรินท์ ผู้เป็นหลานชาย ที่นางช่วยส่งเสียเลี้ยงดูตั้งแต่ยังเด็ก เพราะฐานะทางบ้านไม่ดี กระทั่งอีกฝ่ายเรียนจบก็เข้าม
บาลีเอนตัวลงข้างๆ ลูกชายตัวป้อม ที่แม้จะขึ้นชั้นประถมหนึ่ง แต่ร่างกลมๆ ที่มีมาตั้งแต่ยังอายุไม่กี่เดือน ตอนนี้ก็ยังเป็นเด็กตุ้ยนุ้ย เพราะกินเก่ง เธอเองก็ไม่อยากจำกัดเรื่องอาหารลูก เพราะวัยกำลังกินกำลังนอน แค่ขนมหวานเท่านั้นที่ต้องปริมาณไว้บ้าง เพื่อสุขภาพที่ดีก็พาเจ้าตัวป้อมออกกำลังกายประจำ ซึ่งลูกชายของเธอชื่นชอบการเตะฟุตบอลเป็นอย่างมาก เห็นตุ้ยนุ้ยแบบนี้ วิ่งเร็วมากบาลีกับธรินท์ เลยต้องเป็นคู่ซ้อมของเจ้าตัวป้อมมองเจ้าแก้มยุ้ยแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ อายุเจ็ดขวบ ทำไมต้องหล่อขนาดนี้ถึงใบหน้าจะกลม แก้มป่อง แต่ดวงตาที่หลับพริ้มไปแล้วนั้น เรียวกว้าง แพขนตายาวงอน จมูกโด่งพ้นแก้มยุ้ยอย่างเห็นได้ชัด ปากหยักสวย ผิวขาวอมชมพูอีกต่างหากจะว่าหลงรูปโฉมลูกตัวเอง บาลีก็ยอมรับ ก็แหงสิ พ่อของเจ้าตัวป้อม หล่อระดับประเทศเลยนะลูกชายจะน้อยหน้าได้อย่างไรล่ะ คิดแล้วก็หอมแก้มยุ้ยฟอดใหญ่ ก่อนปิดโคมไฟหัวเตียง แล้วเดินกลับห้องนอนตัวเองที่อยู่ติดกับห้องลูกชาย ที่เพิ่งแยกห้องนอนเมื่อเรียนชั้นประถมหนึ่ง ตามที่ตกลงกันไว้ตามประสาแม่ลูกแต่เพราะวันนี้ได้เจอคนที่ทำให้หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้เห็นหน้า คืนนี้บาลีข่มตา
ตอนนี้น้ำส้มก็ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม แม้อีกฝ่ายจะดูเป็นลูกคุณหนู แต่ก็ไม่หยิ่ง จึงทำให้คบหากันได้อย่างสบายใจ“ตกลงเป็นแฟนกับพี่อัทธ์เหรอ” ปิยดาถามน้ำส้ม ในตอนที่กินมื้อเที่ยงด้วยกันในร้านอาหารข้างมหาวิทยาลัย“ไม่ได้เป็นขนาดนั้น” น้ำส้มตอบแล้วยิ้มมุมปาก“แล้วขนาดไหน” เพราะเธอกับปิยดาเห็นน้ำส้มคุยกับหนุ่มหล่อในมหา’ ลัยอยู่หลายคน ทั้งรุ่นน้อง รุ่นพี่และรุ่นเดียวกัน เน้นคนหน้าตารูปร่างดีทั้งนั้น“ก็กิ๊กๆ กันธรรมดา”“ไม่ได้ชอบกันมากขนาดจะเป็นแฟนเหรอ”“ก็ชอบนะ แต่ฉันยังไม่อยากมีแฟนเป็นตัวเป็นตน”“ชอบมีกิ๊กหลายคนว่างั้นเถอะ”“ก็สวยเลือกได้ปะล่ะ”“จ้า แม่คนสวยเลื่องลือระบือไกล” ปิยดาประชด แต่น้ำส้มหัวเราะร่วนถูกใจในคำพูดของปิยดา“แกนี่พูดจาได้โบราณดี”“ก็ฉันอยู่กับคนแก่บ้าอ่านนิยายพีเรียดไง”“แต่เธอ ไม่หัวโบราณใช่มั้ย”“ไม่จ้า ฉันสาวรุ่นใหม่ หัวทันสมัย”“งั้นคืนนี้ไปเที่ยวผับกันดีกว่า”“ไปสิ” ปิยดารับคำทันที“ลีไปเปล่า” น้ำส้มหันมาชวนบาลีส่ายหน้า พอเห็นน้ำส้มทำหน้าเบื่อๆ ใส่ บาลีก็ยิ้มแห้ง บอกเสียงอ่อยๆ“ก็เราไม่ชอบเสียงดัง ไม่ชอบกลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่”“จ้า แม่นางเอกคนดี แสนเรียบร้อย”ตั
‘อยู่ที่ไหนนะ’บาลีลืมตาขึ้นมาทั้งที่ยังงัวเงีย ขณะมองไปรอบห้องอย่างงงๆ ก่อนจำได้ว่าเป็นห้องนั่งเล่นในคอนโดฯ ของน้ำส้มนั่นเองแต่เพื่อนๆ ไปไหน ทำไมเธออยู่คนเดียว หันไปมองนาฬิกาแขวนติดผนัง“นี่มันตีสามแล้วเหรอ” บาลีพึมพำเพื่อนๆ คงกลับหมดแล้ว คงเห็นว่าเธอเผลอหลับไป ทุกคนก็เลยปล่อยให้หลับต่อในห้องนั่งเล่น เพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่บาลีหลับในห้องนั่งเล่นคอนโดฯ ของน้ำส้ม ตอนทำรายงานกลุ่ม หรือวันว่างเธอกับปิยดาก็มาจอยกับน้ำส้มออกบ่อยกำลังจะเอนตัวลงนอนต่อ ก็ได้ยินเสียงครางฮือๆ จากในห้องนอน เสียงเหมือนคนฝันร้าย หรือพร่ำบ่น และแปลกว่านั้น เสียงห้าวทุ้ม ไม่ใช่เสียงหวานใสของน้ำส้มแน่นอนกลัวก็กลัว เพราะไม่รู้ว่าใคร หรือน้ำส้มพาใครมาค้างด้วย ก็อย่างที่รู้น้ำส้มเป็นสาวแซ่บ ยังไม่ได้คบหาใครอย่างจริงจัง แต่มีคนคุยอยู่หลายคน และหนึ่งในนั้นคืออัทธ์ถึงจะกลัว แต่ความอยากรู้ก็เอาชนะ บาลีค่อยๆ ย่องไปยังห้องนอนที่ปิดประตูไม่สนิท ค่อยๆ มองลอดช่องประตูเข้าไป แสงจากโคมไฟหัวเตียงทำให้เห็นร่างใหญ่ของใครบางคนนอนอยู่ใต้ผ้านวมผืนใหญ่ นอนกระสับกระส่าย ปากก็พึมพำไม่หยุด“หนาว”แค่เห็นใบหน้าคนบนเตียงชัดเจน พร้อมอ
อีกทั้งเธอกลับครางเสียงหวานแผ่ว เมื่อมือใหญ่สอดเข้ามาในชายเสื้อลูบไล้เนื้อตัว ตั้งแต่รอบเอว สีข้าง ไล่ขึ้นไปกระทั่งถึงแผ่นหลัง และถูกโอกาสปลดตะขอบราเซียร์เธออย่างเชี่ยวชาญ และมือนั้นกำลังลูบไล้มายังเบื้องหน้า“อย่า อ๊ะ” เหมือนจะช้าไป เพราะมืออุ่นนั้นแตะลงกับฐานทรวง ไล้เบาๆ ด้วยปลายนิ้ว แต่เธอกลับสะท้านตามประสาหญิงสาวที่เพิ่งแรกเริ่มสัมผัสจากเพศตรงข้ามปากที่พยายามห้ามก็ถูกครอบครองด้วยปากอุ่นผ่าวอย่างจัดเจน รับรู้ถึงความหอมหวานจากรสจุมพิตของคนที่ฝันถึงในทุกค่ำคืน ตอนนี้นอกจากไม่มีความคิดที่จะต่อต้าน บาลียังยินยอมเปิดริมฝีปากเพื่อต้อนรับเรียวลิ้นที่สอดเข้ามาซอกซอนดูดดึงลิ้นเธอให้เกิดความซาบซ่านจนร่างสะท้าน แล้วไหนจะมือใหญ่ที่ตอนนี้เคล้าคลึงอบอิ่มที่ไม่เคยถูกมือใครสัมผัสบาลีจึงสะท้านด้วยความวาบหวาม ไม่ว่าเขาจะแตะต้องตรงไหน เธอได้แต่บิดเร้าร่างอย่างรัญจวนจูบที่ดูดดื่มกำลังจะทำให้เธอหัวใจวาย แต่มือที่ร้ายกาจทำให้หัวใจเธอเต้นระทึกและซาบซ่าน“อ๊ะ” เธอครางอย่างห้ามใจไม่ไหว เมื่อปากอุ่นนั้นจูบไล้มายังมุมปาก ขณะปลายนิ้วสะกิดบนยอดอกที่เป็นตุ่มไต“หวานมาก” เสียงแหบพร่ากระซิบริมหู เมื่อเขาถอนริม
อยากเป็นเมียของเขาในค่ำคืนนี้ แม้จะเป็นเมียชั่วคืนก็ยอม กับผู้ชายที่หลงรักมานานหลายปี บาลียอมทั้งนั้น“แน่ใจนะว่าอยากโดน”“ค่ะ อยาก”“อาจจะเจ็บนะ เพราะตอนนี้พี่เริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว”“ไม่เป็นไรค่ะ ลี... คือน้อง เอ่อ ทนได้” เมื่อรู้ตัวว่าเผลอเรียกชื่อตัวเอง บาลีก็จะพยายามแทนตัวเองว่า ‘น้อง’ ที่หมายถึงคนอายุน้อยกว่า“ทนได้แน่...นะ”“ค่ะ ทนได้ เพื่อพี่อัทธ์”“งั้น พี่จะพยายามถนอมเราให้มากที่สุด” จบประโยคนั้นเขาก็ก้มลงจูบปากของเธออย่างอ่อนหวาน ขณะมือก็ลูบไล้บีบเค้นทรวงอวบของเธอไปด้วยบาลีครวญครางอยู่ไม่นาน ก็รับรู้ถึงแท่งร้อนใหญ่โตมาจ่อที่ปากทางร่องสวาทของเธอ ขณะที่บดเบียดเข้าไปในร่องฉ่ำน้ำนั้น บาลีเสียวแค่ไม่กี่นาที ก่อนร้องขึ้นด้วยความจุกและเจ็บ เมื่อแท่งร้อนนั้นแทงพรวดเข้าไปในโพรงนุ่มของเธอ ที่ตอดรัดเขาจนอีกฝ่ายกายสะท้านเช่นกันแม้จะเจ็บจุก แต่บาลีก็ไม่ร้องบ่น เขาหยุดนิ่งไปเพื่อให้เธอปรับตัว“เจ็บละสิ”“ไม่หรอกค่ะ”ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ แล้วก้มลงที่ริมขมับเธอ แล้วลากมายังลำคอ มือก็ลูบเคล้นทรวงอก ระรัวนิ้วใส่ยอดถันที่แข็งเป็นไต กายของบาลีร้อนผ่าว และร่างกายการเติมเต็มมากกว่านี้ เธอจ
หลังหายใจในจังหวะปกติ เธอส่งยิ้มให้เขา ซึ่งอีกฝ่ายก็มองเธอด้วยรอยยิ้ม แต่ครั้นมองไปยังนาฬิกาบนแขวนบนผนัง บาลีก็ลนลานลงจากเตียง หยิบชุดเดรสที่หล่นบนพื้นมาสวมใส่ หยิบกระเป๋าถือมาคล้องแขน เอามือสางผมยาวลวกๆ แล้วเดินเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าแบบรีบเร่ง ก่อนเดินออกมา “ลี จะไปไหน ไม่ค่อยกันก่อนเหรอ” อัทธ์ร้องถามด้วยสีหน้างุนงง“ไว้วันหลังนะคะ เพราะลีต้องรีบกลับบ้านก่อน ต้องพาลูกเข้านอนค่ะ” แล้วเธอก็ส่งยิ้มหวานให้เขา ก่อนจะเดินออกจากห้องพักไป ถึงแม้จะขัดใจอยู่บ้างที่เธอปล่อยให้เขานอนโดดเดี่ยวบนเตียง หลังจากผ่านความเร่าร้อนมาด้วยกันหยกๆ แต่ก็ทำให้เขารู้สึกชื่นชมในความเป็นคุณแม่ที่ไม่ลืมกิจวัตรประจำวันของตนเองกับลูกชาย แม้แต่ซุป’ ตาร์อย่างเขา ยังรั้งเธอไว้ไม่ได้ อืม บาลี ช่างเป็นผู้หญิงที่ทำให้เขาทั้งหงุดหงิดและน่าหลงใหลที่สุดเพราะเอาเข้าจริงๆ นอกจากที่คุยกันเมื่อวาน รู้เรื่องราวของเธอว่าเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมาตั้งแต่ลูกชายยังไม่ลืมตามาดูโลก เขาก็ไม่ได้รู้อะไรมากกว่านั้น อัทธ์อยากเรียนรู้บาลีมากกว่านั้น เช่นชีวิตประจำวันของเธอกับลูกชาย งานหรือครอบครัว ขณะที่เขาเอง แม้จะไม่ได้บอกกล่าวอะไรมาก แต
บาลียอมรับว่ามันออกจะใจกล้า และใจง่าย เมื่อกินมื้อค่ำด้วยกันในร้านของโรงแรม อัทธ์ชวนเธอไปดื่มกาแฟในห้อง แล้วเธอก็ตามเขาไปอย่างง่ายๆ ไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดไม่เข้าใจว่าการชวนดื่มกาแฟในเวลากลางค่ำกลางคืนนั้นคืออะไร แต่เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้เขามาเป็นพ่อของลูก เธอมีอะไรที่จะต้องกลัวอีกล่ะเป็นไงเป็นกันสิ! ปลุกปลอบใจตัวเอง แล้วก็ก้าวขาตามหลังเขาไปในห้องอย่างไม่ลังเลและไม่เกินจริง พอประตูห้องปิดลงเท่านั้น ร่างของเธอก็ถูกร่างสูงตวัดวงแขนเข้ามาแนบชิดลำตัวแกร่ง แม้อากาศภายในห้องพักจะเย็นฉ่ำ ทว่าเนื้อตัวแกร่งนั้นกลับร้อนผ่าว รวมทั้งเรียวปากหยักสวยที่ประกบลงริมฝีปากของเธอด้วย ก่อนขึ้นมาบนห้องกับเขานั้น บาลีได้ขอตัวเข้าห้องน้ำ ไปจัดการแปรงฟันอย่างดี รวมทั้งชำระร่างกายส่วนล่างด้วยสบู่เหลวกลิ่นประจำตัวอย่างเตรียมพร้อมเพราะฉะนั้นเธอจึงจูบตอบอย่างมั่นใจ และริมฝีปากของเขาก็มีกลิ่นไวน์ที่ดื่มด้วยกัน เนื้อตัวก็ยังมีกลิ่นน้ำหอมประจำตัวที่ให้ความรู้สึกสดชื่นปนเร่าร้อนเหมือนรสจูบของเขาในตอนนี้ร่างบาลีถูกดันหลังติดกับผนังห้องโถง ที่มีชุดโซฟาวางอยู่ จูบของอัทธ์ก็รุกล้ำหนักหน่วง มือใหญ่ก็
คืนรักจากใจ กลับมาถึงบ้านแล้ว ใจยังเต้นแรงระรัว ลูกชายกับธรินท์เพิ่งเล่นบอลเสร็จ กำลังแยกย้ายกันไปอาบน้ำ บาลีเข้าไปช่วยป้ามอญทำอาหารค่ำ ในเวลาทุ่มตรง ทุกคนในครอบครัวก็พร้อมหน้าพร้อมตากันบนโต๊ะ“อีกไม่กี่วันจะได้ถ่ายละครแล้ว ตื่นเต้นไหม” ธรินท์ถามเด็กชายอิฐ“ไม่หรอกครับ” เด็กชายตอบ“อีกหน่อยจะดังแล้วนะเรา”“แต่พวกคนงานดูท่าจะตื่นเต้นนะ” ลุงปราบว่า เพราะเวลาพักเที่ยง หรือหลังเลิกงานก็ชอบจับกลุ่มคุยเรื่องนี้กันไม่หยุด “ดิน แกไปประกาศให้พวกคนงานเข้าใจ ว่าห้ามมุงกองถ่าย หรือไปถ่ายรูปดารา โดยเฉพาะเวลาพวกเขาทำงานอยู่ ห้ามเด็ดขาด ถ้าใครฝ่าฝืนโดนหักเงินเดือน” “ครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง แต่พวกเขาก็คนธรรมดา เห็นดาราก็ตื่นเต้นเป็นธรรมดา และอยากถ่ายรูปด้วย เอางี้แล้วกัน ขออนุญาตผู้จัด หรือดาราก่อน ถ้าพวกเขาสะดวกก็ถ่ายได้ดีกว่า” ธรินท์ออกความเห็น “แบบนั้นก็ได้ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นแกต้องรับผิดชอบนะไอ้ดิน” “ครับผม ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ผมดูแลได้” ธรินท์รับปาก ก่อนจะหันไปถามเด็กชายอิฐ “อัทธ์ตัวจริงหล่อไหมอิฐ”“หล่อครับ อาอัทธ์หล่อที่สุดในโลก และใจดีมากๆ ครับ” เด็กชายอิฐตอบ ทำให้หัวใจบาลียิ้มปลื้ม เพ
บาลีช็อกไปทันทีที่ได้ยินคำตอบ หัวใจลิงโลด จนอยากลุกจากที่นั่งกระโดดโลดเต้นสักสิบรอบ “พี่อัทธ์เคยชอบลีเหรอคะ” “ไม่ใช่เคย ตอนนี้ก็ยังชอบอยู่นะ” ช็อกไปอีกครั้ง แต่แก้มร้อนผ่าวกับสายตายิ้มพราวของเขา จะรู้ตัวไหมเนี่ยว่ากำลังหว่านเสน่ห์ใส่เธออยู่“ตอนนั้น ลีไม่เห็นรู้สึกเลยว่าพี่ชอบ พี่ไม่เคยคุยกับลีด้วยซ้ำ นอกจากรับไหว้เวลาเจอหน้ากัน ตอนที่พี่ไปหาน้ำส้ม”“ก็ไม่อยากคุยกับคนที่มีแฟนแล้วไง กลัวหวั่นไหวมากกว่าเดิม ไม่อยากแย่งแฟนคนอื่น” “โอ๊ย เสียดาย ลีไม่น่าโกหกพี่นนท์เลย” บาลีทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ นั่นทำให้อัทธ์หัวเราะเบาๆ “งั้น ตอนนี้ก็อย่าปฏิเสธพี่แล้วกัน” “ใครจะกล้า” กลัวเขาจะคิดว่าใจง่ายก็ยอม เพราะมันง่ายมาตั้งนานแล้ว ไม่อย่างนั้นจะมีเจ้าตัวป้อมที่หน้าเหมือนเขาเป๊ะเป็นลูกชายได้อย่างไรล่ะพอคิดถึงเรื่องลูก บาลีก็คิดได้ว่าเธอควรบอกเขาก่อนไหมนะ แต่...ตอนนี้มันดีมาก ไม่อยากช็อตความรู้สึกเขากับการที่ต้องรับรู้ว่าตัวเองมีลูกกับเธอหนึ่งคน และกับความจริงที่ว่าในคืนนั้น เป็นเธอต่างหาก ไม่ใช่น้ำส้ม บาลีอยากซึมซับความรู้สึกดีๆ ที่เขาสารภาพว่าชอบเธอตั้งเรียนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว โอ๊ย เธออย
“ค่ะ พี่อัทธ์”“ลี มาเจอกันที่ล็อบบี้ดีกว่า ที่ร้านคนเยอะไป และเดี๋ยวจะถูกถ่ายรูปอีก”“ได้ค่ะ” เขาคงอยากคุยกับเธอเงียบๆ หรือไม่ก็ไม่อยากเป็นข่าว ซึ่งบาลีเองเข้าใจและเธอก็ไม่อยากเป็นข่าวกับเขาเช่นกัน มันจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ซุป’ ตาร์ที่กระแสคู่จิ้นอัทธ์กับเมทิตากำลังกลับมาอีกครั้งเมื่อเดินเข้ามาในล็อบบี้ กำลังมองหาคู่นัด เห็นเขานั่งอยู่มุมหนึ่ง ห่างไกลจากผู้คน กำลังจะเดินไปหา แต่ก็ถูกทักจากทางเบื้องหลังเสียก่อน“อ้าวพี่ลี มาได้ยังไงเนี่ย” บาลีหันไปมองเจ้าของเสียงห้าวทุ้ม เห็นเด็กหนุ่มตัวสูงโปร่ง กำลังส่งยิ้มกว้างให้ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน อธิป น้องชายต่างแม่ของอัณญานั่นเอง “พี่มาหาเพื่อนน่ะ” “แต่พี่เอยยังไม่กลับมานะครับ” อธิปเอ่ยขึ้นอย่างงงๆ “ก็เพื่อนคนอื่นน่ะ” บาลีตอบ กำลังจะเอ่ยขอตัว ทว่า...“งั้นเย็นนี้กินข้าวกับผมไหม” “ไว้วันหลังแล้วกัน วันนี้พี่ไม่สะดวกจริงๆ”“ได้ครับ เชิญพี่ลีตามสบายนะครับ” “อือ ไว้เจอกัน” แล้วบาลีก็รอให้อธิปเดินไปก่อน เธอถึงมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะเดินตรงไปยังมุมลับสายตาที่อัทธ์นั่งอยู่ และเหมือนเขาจะมองเธออยู่ก่อนแล้ว“เจอคนรู้จักเหรอ” อัทธ์ทักขึ้นทัน
แฟนคลับกับเรื่องลับในหัวใจ เพราะนอนดึก บาลีเลยตื่นสายกว่าทุกวัน ออกมาจากห้องนอนก็เห็นลูกชายกำลังกินข้าวต้มทะเลอยู่กับป้ามอญ“นอนดึกเหรอ” ป้ามอญถาม เพราะนานๆ ทีที่บาลีจะตื่นสายกว่าลูกชาย“ไอ้ดินอีกคน ถ้าจะนอนดึก ป่านนี้ยังไม่โผล่หัวมากินข้าวเช้า”“มาแล้วครับ” คนที่ถึงพาดพิงเดินเข้ามาในบ้านพอดี สีหน้ายังเหมือนคนอดนอน เพราะใต้ตาคล้ำ เขาเดินเข้าไปในครัวตักข้าวต้มใส่จานให้ตัวเอง แล้ววางบนโต๊ะ นั่งข้างๆ บาลี “มัวแต่คุยกับสาวจนนอนดึกดื่น” ป้ามอญบ่น มองค้อนหลานชาย “เปล่าคุย”“แล้วนอนดึกทำไม” “ดูซีรีส์ แล้วลุงปราบล่ะ”“ยังไม่ตื่น” “เมื่อคืนท่าจะนอนดึกนะ” “นอนเช้าต่างหาก” ป้ามอญตอบทำหน้าเบื่อหน่าย “โห ลุงปราบล้ำหน้าผมแล้วนะเนี่ย เมื่อคืนท่าจะหนัก”“หนักไม่หนักก็ไอ้แก้วเป็นคนแบกกลับบ้าน” คืนวันเสาร์ของสามี มักจะไปหาเพื่อนๆ ละแวกเดียวกัน คุยดื่มไปตามเรื่อง ถ้าไม่กลับดึกก็กลับเช้าเป็นเรื่องปกติ “พี่ดิน รู้หรือยัง เดือนหน้าเอยจะกลับมาอยู่บ้านแล้วนะ” บาลีหันไปชวนธรินท์คุย“ไม่รู้” ธรินท์บอกสีหน้าเรียบเฉย“เอยยังโสดนะพี่”“แล้วไง” ธรินท์ย้อนถาม สีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม“พี่น่าจะกลับไปคุยกับเ
[ขอโทษด้วยนะ รู้สึกภาพของพวกเราวันนั้นจะถูกปล่อยไปทั่วทวิตเตอร์แล้ว โดยเฉพาะเพื่อนของลี ที่เป็นข่าวกับพี่น่ะ] เขาบอกเสียงกังวล ก่อนจะพูดกลั้วเสียงหัวเราะ [พี่เหมือนจะจีบเพื่อนเราหรือไง]“แล้วพี่คิดจะจีบใครล่ะ” ถามออกไปแล้วใจก็เต้นระรัว เห็นเขานิ่งไป บาลีก็อยากตบปากตัวเอง[ยังคิดๆ อยู่ ว่าควรจีบดีไหม] “ควรไม่ควร คือ...” ถามขนาดนี้แล้ว ก็อยากรู้ต่อไป เพราะจู่ๆ เขาเดินมาขอเบอร์ บอกเลยบาลีรู้สึกเหมือนถูกเติมด้วยความหวัง หลังจากที่เติมความฝันให้ตัวเองมาตลอดหลายปี[ไม่รู้คนที่อยากจีบคบใครอยู่หรือเปล่า แต่งงานหรือยัง]“ถ้าเป็นพิม แต่งแล้ว มีลูกแล้วค่ะ” บาลีบอกกลั้วเสียงหัวเราะ[แกล้งพี่เหรอ ฮือ ก็รู้นี่ว่าพี่หมายถึงใคร]พอได้ยินแบบนั้นแล้ว หัวใจบาลีพองโต ยิ้มกับโทรศัพท์ และเกือบจะกรี๊ดออกมาด้วยซ้ำ [ว่ายังไง...มีใครอยู่หรือเปล่า] เขาถามย้ำอีกครั้งด้วยเสียงทุ้มนุ่ม“ลีไม่มีใครค่ะ ไม่มีแฟน ไม่มีสามี แต่มี...” เธอนิ่งไป กำลังคิดว่าควรบอกเขาไหม ว่าสถานะเธอนั้นคือเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว[แต่มีลูกใช่ไหม]“พี่อัทธ์รู้ได้ไงคะ!” หรือว่ารู้แล้วว่าน้องอิฐเป็นลูกของเธอ งั้นเขาก็...[ไอ้นนท์บอกว่าเคยเห็นตอ
คำพูดนั้นของเพื่อนทำให้หัวใจบาลียิ่งเต้นแรง อยากหันไปดูว่าจริงหรือเปล่า แต่ก็ไม่กล้า“เฮ้ยๆ เขาเดินมาที่โต๊ะเรา!” พิมพาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“จริงเหรอ!” บาลีหันขวับไปมอง เห็นอัทธ์เดินมาจริงๆ มายืนตรงหน้าเธอเสียด้วย“เหมือนเราจะรู้จักกันหรือเปล่า” คำทักทายเรียบง่ายนั้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม นอกจากทำให้พิมพาอ้าปากค้าง คนอื่นๆ ที่อยู่ในร้านก็หันมามองอย่างสนใจ แถมมีคนถ่ายรูปรัวๆ อีก “เออ...คือ...” บาลีถึงกับติดอ่างขึ้นมาทันที“ท่าทางจะไม่สะดวกคุยสินะ” เขารู้จากนนท์มานานแล้วว่าบ้านเกิดของบาลีอยู่ในจังหวัดนี้ แต่ไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้ “งั้นเอาเบอร์มา” เขายื่นโทรศัพท์มาตรงหน้า แต่บาลียังมึนงง นั่งนิ่ง พิมพาเลยถือโอกาสหยิบมือถือจากมืออัทธ์ แล้วกดเบอร์โทร. บาลี พร้อมกับยิงไปที่เครื่องบาลีสรรพเสร็จ แล้วยื่นโทรศัพท์คืนอัทธ์“ขอบคุณครับ” อัทธ์ยิ้มให้พิมพา แล้วหันไปยังหน้าช็อกๆ ของบาลี ทั้งดูน่าขันและน่ารักในสายตาของเขา“แล้วจะโทร. ไปนะ” แล้วอัทธ์ก็เดินออกจากคาเฟ่ไปทันที“เฮ้ย ยัยลี นี่หมายความว่ายังไง ทำไมพี่เขา...”“อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ กลับกันก่อนเถอะ ป่านนี้เด็กๆ เลิกเตะบอลแล้ว”“เออ
เจอกันอย่างไม่คาดคิด ก่อนกลับมาที่ไร่บาลีกับอัณญาพาน้องอิฐไปเที่ยวทะเลที่กระบี่สามวัน แล้วกลับมาเพื่อเตรียมตัวจะถ่ายละครที่กำลังจะเปิดกล้องสัปดาห์หน้า ในวันที่จะกลับมานั้นอัณญาดันตัดสินใจบอกว่าจะลาออกจากงาน เพื่อกลับมาช่วยครอบครัวดูแลธุรกิจโรงแรม เพราะบิดาเจ้าตัวอยากเกษียณ ส่วนน้องชายต่างแม่นั้นก็ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย บาลีดีใจที่เพื่อนรักจะได้กลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด ในเมื่ออีกฝ่ายเชียร์ให้เธอหาทางพิชิตใจซุป’ ตาร์ บาลีก็จะเชียร์ให้อัณญากลับมารักกับธรินท์อีกครั้ง ซึ่งหลังจากอกหักมาจนถึงตอนนี้ ธรินท์ก็ยังไม่ได้จีบใครจริงจังวันนี้ตอนบ่ายแดดร่มลมตก บาลีนั่งดูลูกชายเตะบอลกับธรินท์และเด็กชายเตเต้ที่สนามข้างบ้าน กระทั่งพิมพาเดินมาหา“ไปหาขนมกินกันดีกว่า”“ที่ไหนล่ะ ที่บ้านก็มีขนมสอดไส้ ป้ามอญทำไว้เมื่อเช้า”“อยากกินขนมคาเฟ่น่ะ ไปเถอะ ใกล้ๆ นี่แหละ” “ไปก็ไป” จากนั้นบาลีก็ตะโกนบอกคนที่เตะบอลอยู่ว่าไปคาเฟ่ แล้วก็เดินเคียงข้างพิมพาไปขึ้นรถคาเฟ่ที่รตีพามานั่นอยู่ในโรงแรมครอบครัวของอัณญานั่นเอง ชื่อโรงแรมว่าขุนเขา ทิวทัศน์สวย โอบล้อมด้วยขุนเขา ซึ่งไม่ต่างจากพื้นที่อื่นๆ ในหมู่บ้าน แต่โรง