พอมาถึงบ้านขนของที่ไม่มากเท่าเมื่อวานนี้ลงเกวียนก่อนจะนำวัวไปใส่คอก เย่วเย่วเอาน้ำกับหญ้าให้เจ้าวัวที่คอก วันนี้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่จะมุงหลังคาให้เสี่ยวเฮ่ยกับเสี่ยวไป๋ให้มั่งคงแข็งแรงพอกลับมาที่บ้านก็นับตำลึงกับท่านแม่ที่ห้องโถงของบ้านบิดากับพี่ใหญ่บอกจะมุงหลังคาก่อนวันนี้ไม่ได้เหนื่อยอะไร มื้อเที่ยงค่อยมากินข้าวพร้อมกันสองแม่ลูกจึงนับตำลึงสองคน นางจึงเล่าเรื่องตำลึงที่ไปซื้อวัวเอาจากที่ขายผักเมื่อวานไปซื้อท่านแม่ให้นางเก็บเอาไว้ในมิติเพราะกลัวหาย พอนับตำลึงเสร็จท่านแม่ถึงกับอ้าปากค้างเพราะมันเยอะจากเมื่อวานมากนักเมื่อวานได้มาสิบห้าตำลึงทอง "วันนี้คนจองแตงโมเพิ่มอีกหลายคนเจ้าค่ะทั้งผักที่เพิ่มขึ้นทุกวันต่อไปนี้ครอบครัวของเราไม่ขัดสนสักอย่างแล้วท่านแม่เจ้าคะ" เย่วเย่วบอกมารดาด้วยรอยยิ้ม "ท่านแม่เจ้าขาแตงโมนี้จะทำลึงให้บ้านของเรามากมายเอาไว้พอหยุดขายของข้าจะให้ท่านพ่อไปซื้อที่ดินรอบบ้านของพวกเราให้หมดเลยเจ้าค่ะ วันนี้เราขายผักและคนที่สั่งกันล่วงหน้าแล้วจ่ายตำลึงมาล่วงหน้าได้มาถึงสามตำลึงทองเลยนะเจ้าะ พรุ่งนี้พวกเขาน่าจะสั่งใหม่ทำผักดองเพิ่มอีกนี้ดีนะเจ้าคะที่ในมิติของลูกมีไหเราจึง
"เย่วเอ๋อร์เกิดอะไรขึ้นน้องทำไมร้องเสียงดังลั่นป่าเลย" เซียวอี้เหอวิ่งลงน้ำไปเห็นน้องสาวยืนร้องแล้วหัวเราะทั้งชูไม้ชูมือทำท่าทางประหลาดตามทีวีที่เขาดูในมิติ"เย่วเอ๋อร์บอกพี่ใหญ่มาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นอี้เหอจับตัวน้องสาวหมุนด้วยความตกใจไปมา"......""พี่ใหญ่ข้าไม่ได้เป็นอะไรเจ้าค่ะข้าดีใจมากไปหน่อยที่ได้เจอของดีเรารวยแล้วพี่ใหญ่อิๆ"เย่วเย่วหัวเราะด้วยความดีใจกับการที่นางจับหอยมุกตัวใหญ่ได้ถึงหกตัว นางคาดหวังกับสิ่งที่อยู่ในหอยมากนี้มันยุคโบราณทุกอย่างยังอุดมสมบูรณ์ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในยุคนี้แม้มิตินางยังมีได้เลยเย่วเย่วคิดด้วยความดีใจ"....." เซียวอี้เหอไม่เข้าใจกับแค่นางเก็บหอยกาบตัวใหญ่ได้ที่ชาวบ้านเขาไม่กินกันเพราะมันเหนียวมากๆนั้นเอง "เอ่อน้องเล็กมันแค่หอยกาบเองนะพี่ใหญ่ว่ามันคงมีเยอะในลำธารนี้พี่ใหญ่ว่า" เขาบอกน้องสาวเสียงจ๋อยๆเพราะกลัวว่านางจะเสียใจ"หึๆพี่ใหญ่ไม่รู้อะไรซะแล้วในหอยนี้มันอาจจะมีไข่มุกบริสุทธิ์มากมายให้พวกเราขายได้ตำลึงมากมายจากร้านขายเครื่องประดับ ใครจะไปรู้ได้มาช่วยข้าหาหอยกาบอีกดีกว่าเจ้าค่ะพี่ใหญ่แล้วพวกเราค่อยไปลุ้นที่บ้านพร้อมท่านพ่อท่านแม่มื้อค่ำก
ยามเหมาสองพี่น้องออกมาจากในมิติแล้วเดินมาดูสถานที่จะเอากระท่อมไม้ไผ่ออกมาไว้ นางเคยสร้างเอาไว้นอนเล่นหน้าร้อนสองสามหลังที่ด้านหลังติดลำธารท้ายไร่เวลาว่างจะพากันมานอนค้างกับเพื่อนสนิทสองสามคนที่เป็นหมอทหารด้วยกัน ยามพักร้อนจึงให้ช่างทำให้คนละหลังซึ่งบรรยากาศท้ายไร่ของนางสวยมากเพราะติดตีนเขามีลำธารไหลผ่านเหมือนกันต้องขอบคุณบิดามารดาที่ซื้อที่เพิ่มเอาไว้จากที่ดินใกล้เคียงที่ขายให้เพิ่มขึ้นจากที่ของตายายที่มีหลังจากที่ได้ที่เหมาะห่างจากตัวบ้านของนางไปไม่มากพอเดินไปหากันได้ พอวางกระท่อมพอดีกับที่ดินของนางจึงเดินกลับไปเอาสองคนบาดเจ็บเข้ามิติแล้วนำกลับไปนอนในกระท่อมไม้ไผ่ที่เตรียมเอาไว้ นางนำที่นอนใส่แคร่ไม้ไผ่ที่ทำเตียงนอนให้นอนคนละเตียงไปเลยเพราะห้องของนางถืองว่ากว้างมาก ถึงจะทำเพียงห้องเดียวแต้เน้นกว้างขวางสะดวกสะบายนางเอามือวัดไข้สองหนุ่มดูนางจึงเอาน้ำอุ่นให้พี่ชายเช็ดตัวคนเจ็บ ส่วนนางทำแผลที่เย็บให้และพันผ้าเอาไว้ให้ใหม่ชุดก็ใส่ของพี่ใหญ่เปลี่ยน ไปเอาน้ำพุให้คนเจ็บดื่มให้ตื่นแล้วค่อยกินโจ๊กอ่อนๆก็ได้พอทำทุกอย่างเสร็จสองพี่น้องจึงพากันกลับมากินมื้อเช้ากับมารดาที่ทำมื้อเช้าคอยที่บ้านแล้ว
"ขอบคุณขอบครอบครัวของพวกท่านทุกคนด้วยขอรับที่ช่วยเหลือพวกข้าทั้งสองคน" เฉิงมู่ฉินพูดกับสองสามีภรรยาตรงหน้าที่ยกถาดข้าวต้มเดินตามกันขึ้นมาบนกระท่อมไม้ไผ่เพื่อให้พวกตนได้กิน"อ้อพ่อหนุ่มนี้ถังน้ำมาเช็ดหน้าบ้วนปากจะได้กินข้าวกินยานอนพัก ตอนค่ำคงจะดีขึ้นมากเมื่อวานข้าคิดว่าอีกคนที่โดนพิษคงได้ไปเยือนประตูปรโลกแล้วดีนะที่ถอนพิษได้ทัน"เซียวอี้เหอยกน้ำมาสองถังยื่นให้สองหนุ่มล้างหน้าล้างตาก่อนจะกินข้าวแล้วนอนพักเอาแรงจะได้หายเร็วๆนางเซียวอี้หลันก็นำถาดถ้วยข้าวมาวางให้สองหนุ่มพร้อมหม้อยาที่บุตรสาวเคี้ยวไว้ให้คนเจ็บได้กินหลังอาหาร"ถ้ากินเสร็จแล้วก็นำไปวางไว้หน้ากระท่อมนะพ่อหนุ่ม ถ้าอยากเข้าห้องน้ำก็เปิดประตูด้านข้างนั้นออกไปเป็นห้องน้ำอาบได้ ทำธุระอื่นๆได้ในห้องนั้นละลูกของข้าทำเอาไว้ให้ตัวเองนั้นละ ข้าจะไปถอนหญ้าในสวนไม่ไกลมีอะไรก็เรียกได้นะไม่ต้องเกรงใจข้า" เซียวอี้ถังบอกคนเจ็บทั้งสอง"ขอบคุณท่านน้าทั้งสองคนมากขอรับยาของท่านดีจริงๆข้ารู้สึกว่าจะหายดีมาก ถ้าจะขอรบกวนอยู่กับพวกท่านที่นี้ให้ผ่านหน้าหนาวไปจะได้ไหมขอรับเพราะพวกข้าคงจะไม่เดินทางตอนนี้ เพราะถ้าพวกนักฆ่าที่ตามล่าข้าสองคนเจอครานี้ค
เย่วเย่วที่นำตระกร้าของตัวเองวางลงมีตระกร้าลูกพลับของพี่ใหญ่วางเต็มไว้บนแคร่หลังบ้านมารดาเดินมากับบิดาสาวน้อยยิ้มจนตาหยี"ท่านพ่อวันนี้ข้ากับพี่ใหญ่ได้หมูป่าตัวใหญ่มากๆลงมาให้ชาวบ้านได้มีเนื้อหมูได้กินใส่หน้าหนาวเจ้าค่ะ แต่ข้ากับพี่ใหญ่ให้ลุงผู้ใหญ่บ้านจัดการไปได้เลยใครจะแลกอะไรให้เอาไว้ที่บ้านของท่านลุงผู้ใหญ่เลยเจ้าค่ะ แล้วจะให้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ขี่เกวียนไปขนกลับบ้านเองเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากให้ใครเข้ามาในบ้านตอนนี้เพราะมีคนเจ็บอยู่ข้าขี่เกียจตอบคำถามชาวบ้านเลยตัดปัญหายกให้พวกเขาจัดการกันเองเลย และวันนี้ข้าไปเจอดงมันเทศหวานมาเจ้าค่ะ ข้าขุดกับพี่ใหญ่ขุดจนถึงมื้อเที่ยงเลยเจ้าค่ะมันเต็มไปหมดข้าใส่ถุงผ้ามาให้พวกท่านได้ลองกินยี่สิบหัวที่เหลือลูกกวาดเรียบแล้วเจ้าค่ะ"นางยกมือทำท่าOkให้มารดากับบิดาดูเป็นอันเข้าใจกันกับคนในครอบครัว เพราะตอนนี้มีคนแปลกหน้าที่นางช่วยเอาไว้และนำลงมารักษาที่บ้านสองคนทุกอย่างจึงต้องระวังทั้งคำพูดกับการกระทำ บิดามารดาพยักหน้ารับแล้วยิ้มที่บุตรสาวบอกเล่าเรื่องราวต่างๅให้ฟังด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า"ท่านแม่ลูกพลับหวานมากเจ้าค่ะนี้ข้าปลอกเปลือกให้พวกท่านคนละห้าลูกเลยจะได้กิน
กลิ่นอาหารของบ้านเซียวหอมตลบอบอวนไปไกลถึงกระท่อมไม้ไผ่ที่สองหนุ่มที่กำลังเดินมาจากท้ายสวน ต้องหันหน้ามองกันก่อนจะเดินมาที่บ้านของเจ้าบ้าน เห็นบิดาของสาวน้อยกับบุตรชายพากันเดินตามหลังกันมาจากอีกทางในสวนมาที่บ้านที่จะใกล้ถึงเวลามื้อค่ำ"คุณชายทั้งสองอาการดีขึ้นมากหรือยังขอรับถ้ายังไม่ดีขึ้นนอนพักในกระท่อมให้หายดีก่อนก็ได้นะขอรับเดี๋ยวข้าจะให้บุตรชายนำอาหารมื้อค่ำไปส่งที่กระท่อมให้เองก็ได้" เซียวอี้ถังพูดกับคนเจ็บที่เดินมาถึงหลังบ้านของเขาเหมือนกัน"ขอบคุณท่านน้ามากขอรับพอดีพวกข้านอนพักจนเต็มที่แล้วจึงพากันเดินเล่นในสวนของท่านน้าแล้วก็มาตามกลิ่นอาหารมานี้ละขอรับ" เฉิงมู่ฉินตอบ"พวกข้าเห็นผักของพวกท่านที่ยังหลงเหลือให้เก็บอยู่ก็ไม่น้อยไม่ทราบว่าปลูกไปขายหรือขอรับ" ชายหนุ่มถามอีกครั้งด้วยความสนใจ"ใช่แล้วละพ่อหนุ่มพวกข้าปลูกผักไปขายในตัวเมืองพึ่งจะหยุดขายไปได้สี่ห้าวันนี้มานี้ละก่อนจะเข้าหน้าหนาวบางครั้งชาวบ้านก็มาแลกเปลี่ยนกันไปกินแล้วดองเอาไว้กินหน้าหนาวอีก จึงทำให้มีผักบางส่วนที่ยังหลงเหลือให้ทำอาหารทุกวันบางนี้ พรุ่งภรรยาของข้าก็จะเริ่มเก็บมาดองใส่ไหแล้วละในวันพรุ่งนี้ ส่วนลูกของข้าพ
พอกินมื้อค่ำหมดเกลี้ยงเย่วเย่วกับท่านแม่อิ่มก่อนใครเพื่อนนางเอาลูกพลับป่าหวานกรอบ ปอกเปลือกผ่าใส่จานใหญ่ให้กับหนุ่มๆที่เจริญอาหารมื้อค่ำกันเสียจริง เติมข้าวกันไปคนละสี่ถ้วย ต้มยำกุ้งหม้อใหญ่เครื่องในทอดกระเทียมพริกไทยน้ำจิ้มรสเด็ดเล่นเอาสองนายบ่าวเหงื่อไหลออกตามหน้าผาก ผัดเผ็ดหมูป่า ต้มจืดหมูเด้ง ตามด้วยผัดผักป่าจานใหญ่ไม่มีเหลือติดจานเลยสักนิดลูกพลับป่าหวานกรอบกับแตงโมหวานฉ่ำท่านอ๋องกับคนสนิทแทบจะกลืนลิ้นนี้มันอาหารของชาวบ้านป่าอย่างนั้นหรือ ไปเที่ยวทั่วทุกหัวเมืองไม่เคยมีคนทำรสแบบนี้หรือกินอาหารรสชาตินี้มาก่อนท่านอ๋องคิดและถามหัวหน้าครอบครัว"พวกท่านกินอาหารแบบนี้ทุกวันหรือช่างน่าอิจฉาเสียจริง" ท่านอ๋องถามบิดาของสาวน้อย"พึ่งจะได้กินดีอยูดีก็ตอนโดนไล่ออกจากบ้านนี้ละพ่อหนุ่ม เมื่อก่อนได้กินเพียงต้มข้าวแทบจะนับเม็ดได้เมื่อสามเดือนก่อนข้าขึ้นเขากับลูกชายลื่นตกเขาขาหักเพราะอยากจะไปหาไก่ป่ามาต้มทำน้ำแกงให้บุตรสาว ที่โดนลูกสาวของอดีตพี่ชายผลักตกน้ำ กว่าบุตรชายจะพาลงเขามาบ้านก็โดนแม่ที่ข้าคิดว่านางคือแม่ของตัวเองจริงๆขับไล่ตัดขาดออกมา ทั้งที่บุตรสาวก็นอนไม่ได้สติอยู่คิดว่าครอบครัวคงจะไม่ร
ยามเฉินครอบครัวรองบ้านเซียวที่ตอนนี้กำลังนั่งกินข้าวต้มกุ้งกับเนื้อปลาคนละถ้วยใหญ่ ใครไม่อิ่มเติมได้ตลอดเพราะเย่วเย่วต้มเพียงพอต่อทุกคนในบ้าน เมื่อคืนกินจัดหนักไปมื้อเช้าง่ายๆก็แล้วกัน ทั้งมีกิมจิดองสามรสชาติพร้อมทั้งผัดผักจานใหญ่ให้ทุกคนได้ลิ้มลอง สองหนุ่มกินข้าวต้มไปคนละสามถ้วยใหญ่ไอ้ตัวประหลาดที่นางเรียกมันว่ากุ้งนั้นอร่อยมากเนื้อของมันนุ่มเด้งหวานเนื้อแน่นมาก เนื้อปลาไม่มีคาวเลยสักนิดยังได้กลิ่นสมุนไพรอ่อนๆยังมีกระเทียมเจียวหอมๆใส่เข้าไปอีก เขาจะลองขอสูตรนางไปให้พ่อครัวที่วังจะได้ไหมนะท่านอ๋องคิดคงต้องอยู่บ้านของนางไปนานๆแล้วละถึงจะได้กินอาหารอร่อยๆทุกมื้อแลกกับการช่วยงานในสวนถือว่าคุ้มค่ามาก"เอ่อนายน้อยพวกท่านสองไม่ต้องทำงานช่วยพวกข้าในตอนนี้หรอกนะเจ้าคะ นอนพักให้ร่างกายของพวกท่านหายดีเสียก่อนเถอะเจ้าค่ะ งานในสวนก็ไม่ค่อยมีอะไรแล้วเพราะพวกข้าเก็บไปขายและแลกเปลี่ยนกับชาวบ้าน เหลือแต่ผักที่ต้นแคระแก่นที่เก็บมาผัดกินในครอบครัวเพียงเท่านั้น ท่านแม่ก็คงจะปลอกลูกพลับตากแดดดองผักไปเท่านั้น พวกท่านก็ทำตัวให้สบายเถอะเจ้าค่ะเอาไว้ร่างกายแข็งแรงดีจะช่วยงานพวกข้าตอนนั้นก็ยังไม่สายหรอกนะเจ้า
หลังจากแต่งกันกับท่านอ๋องภายในตำหนักในทุกคืนจะมีเสียงครางหวานของคู่สามีข้าวใหม่ปลามันจนนางกำนัลหน้าแดงไปตามๆกัน ท่านอ๋องช่างรักพระชายาเหลือเกินตามใจนางทุกอย่างตลอดที่ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ช่วงก่อนจะถึงวันกลับไปเยี่ยมที่บ้านของพระชายาเขาตักตวงความสุขตั้งแต่ก่อนวันแต่งจนผ่านมาหลายคืนแล้วก็ยังคงหื่นเสมอต้นเสมอปลาย เย่วเย่วคิดในตอนนี้นางนั่งผิงอกแกร่งของพระสวามีกลับหมู่บ้านฉีซานเพื่อจะกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมตามประเพณี กว่าจะได้ออกจากห้องแต่ละวันนางนี้ต้องมีนางกำนัลคอยประคองถ้าไม่มีน้ำพุวิเศษนี้นางไม่อย่างจะคิดเลยว่าจะนอนเป็นผักทั้งวันหรือเปล่า"เย่วเอ๋อร์น้องนอนเถอะนะคนดีพอถึงบ้านของพ่อตาแม่ยายพี่จะปลุกน้องเอง"ท่านอ๋องกระชับอ้อมกอดให้ภรรยานั่งพิงอกได้สะดวกตอนกลางวันต้องให้นางนอนพักเอาแรงไว้มากๆหน่อยช่วงกลางคืนคือเวลาของเขา ว่าจะหยุดสักเดือนก่อนจะเดินทางเข้าเมืองหลวงไปหาพี่ชายที่รอจัดงานให้อีกรอบที่ตำหนักอ๋องที่เมืองหลวง แต่จะให้เขาอดใจไหวไม่รังแกภรรยาได้เช่นไรในเมื่อนางน่ารักน่ากินไปทั้งตัว เขาก็ไม่ใช้ผู้หลุดพ้นเสียหน่อย นี้ก็อดทนรอมาตั้งปีเพื่อจะแต่งนางเข้าตำหนักได้แต่ก็ต้องออกศึกไปเป็นปีที่ไ
ท่านอ๋องกว่าจะปลีกตัวจากเหล่าทหารทั้งหลายได้ก็ปาไปเกือบสี่ทุ่มในภพเก่าของนางเย่วเย่วกำลังนั่งหลับพักเอาแรงหลังจากที่มารดามาอวยพรร่ำลากันกลับหมู่บ้านกับบรรดาป้าๆทั้งหลายกลับไปกันจนหมด นางก็อยู่กับนางกำนัลสองคนที่มีอายุสามสิบได้กระมังเย่วเย่วแอบกินนมกับขนมเพราะมีผ้าคลุมหน้านางไม่กลัวนางกำนัลเห็นหรอกนะ คนมันหิวกว่าด้านนอกจะรับแขกและกลับหมดพอดีหิวท้องร้องกันพอดี หยิบของออกมากินจนอิ่มนางก็นั่งหลับไปเลยเอาแรงดีกว่าถ่างตารอไม่ไหวหรอก เพราะเมื่อคืนนี้ท่านอ๋องของรางวัลทั้งคืนถ้านางไม่หลับก่อนคงสว่างคาตาแน่ๆเลย คนอะไรอึดเป็นบ้าขอให้ปล่อยก็ไม่ยอมหยุดจนนางหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ แล้วยังโดนลากมาทำพิธีทั้งวันอีกจนค่ำสองที่พักนอนงีบเอาแรงสักนิดก็ยังดีตัดมาที่ท่านอ๋องที่ตอนนี้กำลังโดนเหล่าทหารคนสนิทมอมเหล้าเพื่อกลั้นแกล้งให้เจ้านายเข้อหอไม่ไหวชนแก้วจอกต่อจอก จนเขาต้องใช้อุบายขอเข้าห้องน้ำพอปลีกตัวออกมาได้ก็เดินตัวปลิวไปที่ห้องหอในตำหนักใหญ่เลยป่านนี้เย่วเย่วคงจะรอแย่แล้ว อ๋องหนุ่มคิดไปยิ้มไปกับความน่ารักของภรรยาหมาดๆที่นางให้รางวัลกับเขาเมื่อคืนนี้จนแทบตายคาอกนาง แต่ใครจะอดใจไหวเล่าภรรยาน่ารักเสียขนาดน
ตอนนี้หัวสมองของสาวน้อยเย่วเย่วขาวโพลนไปหมดกับริมฝีปากหนาของชายคนรักที่ละเลงน้องสาวจนนางครางกระเส่าอย่างไม่อาย ชายหนุ่มนั้นตอนนี้ดูดดึงกุหลาบงามของสาวคนรักอย่างไม่รังเกียจนางสวยไปหมดจนเขาอดใจไม่ไหวอยากกลืนกินทุกอย่างที่เป็นนาง"เย่วเอ๋อร์คนดีร้องดังๆไปเลยพี่ชอบเห็นน้องมีความสุขที่สุุขเสียวไหมที่รัก" ชายหนุ่มเงยหน้ามาพูดกับนางแต่ก็ยังมีนิ้วแทนที่ปากเขาเขี่ยวนตรงปุ่มเสียวของนาง เย่วเย่วยกสะโพกลอยตามนิ้วร้ายของชายหนุ่มที่ละเลงแล้วแหย่เข้าไปที่ละนิ้ว พอถามนางจบเขาไม่คิดจะฟังคำตอบเพราะดูจากการตอบรับของสาวคนรักก็พอใจมากแล้ว ท่านออ๋องหนุ่มก้มหน้าลงฉกชิมกุหลาบงามตรงหน้าต่อจนร่างบอบบางเกร็งกระตุกสุขสมไปก่อนเพื่อเปิดทางให้มังกรตัวเขี่ยงเข้าไปในกุหลาบงาม ชายหนุ่มแยกขาของคู่หมั้นสาวออกจนกว้างก่อนจะชักรูดมังกรตัวเองถูกไถ่ก่อนจะค่อยๆกดเข้าไปทีละน้อย เยว่เยว่หัวขาวโพลนเพราะพึ่งเสร็จสมไปเพราะลิ้นร้ายของท่านอ๋องต้องสะดุ้งเพราะมีสิ่งใหญ่โตกำลังมุดเข้ากุหลาบของนางมาได้แค่ส่วนหัวนางแทบขาดใจทำไมมันใหญ่ขนาดนี้จะเข้าไปในน้องสาวของนางได้จริงๆหรือ"ท่านอ๋องเพคะ" นางเอามือยันหน้าอกแกร่งเอาไว้ก่อน"ท่านพี่เรียก
ตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์มีรถม้ามารับเซียวเย่วเย่วทุกวันในตอนเช้าเพื่อฝึกสาวน้อยที่จะแต่งเข้าตำหนักของท่านอ๋องซงตงหยางในอีกไม่นาน รอเพียงท่านอ๋องเดินทางกลับมาถึงที่อำเภอแห่งนี้ ท่านอ๋องปกครองครอบคลุมไปถึงชายแดนฉีเป่ยที่พึ่งรบจบศึกในตอนนี้นั้นเอง ตลอดเวลาเย่วเย่วก็ตั้งใจเรียนการเดินการนั่งการกินการพูดคุยพิธีการต่างๆที่ชนชั้นสูงต้องมีจนครบสิบวัน นางแทบจะรากเลือดกับสิ่งที่ฝืนกับสิ่งที่ตนเองไม่ถนัดแต่ก็ทำเพื่อหน้าตาของสามีในภายภาคหน้าจะได้ไม่อายใครว่าแต่งชายาบ้านนอกเข้ามาและไม่รู้เรื่องอะไรเลยในตอนค่ำของอีกวันหลังจากที่สามพ่อแม่ลูกกินมื้อค่ำอิ่มแล้วก็เตรียมตัวจะเข้านอนหลังจากที่นั่งย่อยอาหารที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกวัน จนจะได้เวลาเข้านอนก็ได้ยินเสียงม้าวิ่งมาที่หน้าบ้านพร้อมกับเสียงเคาะประตูหน้าบ้านเสียงดัง"ท่านพ่อท่านแม่ข้ากลับมาแล้วขอรับ" เสียงเรียกที่หน้าบ้านมันเสียงของพี่ชายของนางชัดๆเลย"ท่านพ่อเสียงพี่ใหญ่เจ้าค่ะ" พูดจบนางก็วิ่งลงบ้านไปที่ประตูใหญ่เลยทันที บิดาวิ่งตามลูกสาวไปติดๆหลังจากที่บอกให้ภรรยานั่งรอที่นี้ห้ามวิ่งตามมาสั่งแล้วเขาก็วิ่งตามลูกสาวสาวไปที่หน้าบ้านเหมือนกันเซียวเย่วเย
"เซียวอี้ถังเปิดประตูบ้านเร็วๆเข้า" เสียงลุงผู้ใหญ่บ้านเคาะไม้เรียกเสียงดังลั่นที่ด้านหน้า"ขอรับๆข้ากำลังเปิดอยู่" ส่วนท่านแม่ยืนรอที่หน้าระเบียงบ้านพอเปิดประตูออกก็เห็นคนมากมายเต็มหน้าบ้านของนางไปหมด แม้แต่ท่านนายอำเภอยังมาเลยท่านพ่อกับเย่วเย่วก็ตกใจเหมือนกัน"มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือท่านลุงทำไมคนมาบ้านของข้าเยอะขนาดนี้ละ" เซียวอี้ถังถามด้วยความสงสัยเหมือนกันส่วนเย่วเย่วนั้นนางตั้งสติแล้วรอฟังว่าทุกคนมีอะไรจึงมาหน้าบ้านของนางมากมายขนาดนี้มองคร่าวๆที่ด้านหลังนั้นอีกที่ชาวบ้านเดินตามกันมาจนจะหมดดทั้งหมู่บ้านเลยกระมัง นางคิดและมองดูคนที่แต่งตัวเป็นเหมือนขันทีในวังเหมือนในละครทีวีที่นางดูเป็นประจำทหารอีกเป็นร้อยรวมทั้งรถม้าหลายสิบคันที่จอดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย"มีพระราชโองการจากองค์เหนือหัวถึงคุณหนูเซียวเย่วเย่ว" ทันทีเมื่อคำพูดถึงราชโองการจากผู้เป็นใหญ่เหนือแคว้นเยว่เยว่กับครอบครัวก็รีบคุกเข่ารอรับพระราชโองการทันที ชาวบ้านคนอื่นๆก็รีบยืนสำรวมรอฟัง "เซียวเย่วเย่วรับราชโองการคุณหนูเซียวเย่วเย่วทำความดีส่งเสบียงช่วยเหล่าทหารกล้าที่ไปรบที่ชายแดนกับท่านอ๋องซงตงหยางพระอนุชาของพร
สามพ่อแม่ลูกนั่งคุยกันได้สักพักเสียงร้องของเหยี่ยวที่ท่านอ๋องคอยส่งข่าวก็ร้องขึ้นบริเวณท้องฟ้าเหนือบ้านของนางเสียงดังก่อนที่เจ้าตัวจะบินร่อนลงมาที่หน้าระเบียงบ้านเย่วเย่วร้องตะโกนเสียงดังตั้งแต่ที่ได้ยินเสียงมันร้องตอนยังไม่เห็นตัวลงมาหน้าบ้านด้วยความดีใจ"โอ๊ะเจ้าเหยี่ยวมาแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่" ทุกคนยิ้มด้วยความดีใจกับเสียงนกยักษ์ของท่านอ๋องที่มาส่งข่าวหลังจากหายไปนานมันลงมาถึงก็ยกขาให้เย่วเย่วดึงเอาจดหมายที่ผูกมาด้วยเป็นอย่างดีแล้วรับอาหารของตนกินเงียบๆที่ที่ประจำเย่วเย่วเอาจดหมายพี่ชายให้บิดามารดาของนางต่างหากท่านพ่อรีบรับไปอ่านให้ท่านแม่ฟังทันที่'ถึงท่านพ่อท่านแม่น้องเล็กขอโทษที่หายไปนานคงจะทำให้พวกท่านเป็นห่วงตอนนั้นกำลังสู้รบไม่ค่อยมีเวลาตอนนี้ชนะข้าศึกแล้วอีกไม่นานจะได้เดินทางกลับมาบ้านรักและถึงทุกคนขอรับ เซียวอี้เหอ'ท่านแม่ยิ้มแก้มปริพอได้ยินว่าลูกชายกำลังจะกลับมาในอีกไม่ช้า"ท่านพี่ข้าจะไปหาของกินอร่อยๆเอาไว้รอลูกของเราเจ้าค่ะพาข้าไปในห้องเสบียงหน่อยนะเจ้าคะ" นางรีบหันไปหาสามีเพื่อทำอาหารรอบุตรชายที่จากไปนับปี"น้องหญิงอาหารของเร
หลังจากที่จบศึกกับกับทางแคว้นฉีเป่ยแล้วท่านอ๋องก็ยกหน้าที่ให้รองแม่ทัพใหญ่คนสนิทประจำการที่ชายแดนแห่งนี้จัดการต่อ แล้วให้ทหารบางส่วนของพระองค์เอาไว้ให้ฝึกซ้อมยิงธนูและสอนทำธนูเพิ่มเอาไว้ใช้กองทัพทางชายแดนแห่งนี้ด้วย ให้เพียงพอต่อการศึกในครั้งต่อไปดีที่ได้มาหลายพันอันสามารถยิงคู่ต่อสู้ตกตายไปมากมายแถมที่จุ่มน้ำมันจุดไฟพอตกไปที่ศัตรูจึงเกิดไฟกลายเป็นทะเลเพลิงเผ่าไหม้ทหารแคว้นฉีเป่ยตกตายไปในสนามรบที่ผ่านมาตอนนี้ท่านอ๋องกับคนสนิทนับสิบคนเดินทางกลับไปหมู่บ้านฉีซานเรื่องสู่ขอเซียวเย่วเย่วนั้นเขาได้ส่งจดหมายบอกพี่ชายที่วังหลวงเรียบร้อยให้เตรียมงานอภิเษกสมรสได้เลยพอเขารบเสร็จศึกกับมาจะสู่ขอสาวคนรัก และได้เล่าเรื่องเสบียงที่นางช่วยเหลือตอนหิมะตกหนักเสบียงหลวงไปถึงล่าช้าไม่พอแถมยังน้อย จากที่จะมีพอให้ทหารนับแสนกลับมีหนอนในการส่งเสบียง ให้พี่ชายจัดการคนที่มีส่วนร่วมฉ้งโกงเสบียงในครั้งนี้ดีที่เซียวเย่วเย่วส่งเสบียงส่วนตัวของนางไปถึงสี่ครั้งจึงทำให้ทหารมีกินจนเพียงพอฮ้องเต้พอได้รับจดหมายจากน้องชายก็สั่งสอบตรวจสอบขุนนางที่มีหน้าที่ส่งเสบียงไปชายแดนและสำเร็จโทษขุนนางไปหลายคนข้อหาหนัก เพราะต้องการใ
นี้ก็หนาวเข้าเดือนที่สามแล้วข่าวคราวจากชายแดนหายเงียบไปเลยทำให้นางเป็นห่วงพี่ใหญ่กับท่านอ๋องมากเหมือนกัน"ท่านพ่อท่านแม่นี้ถ้าหมดหน้าหนาวลูกจะเดินทางไปที่ชายแดนแคว้นฉีเป่ยเพื่อจะช่วยพี่ชายกับท่านอ๋องได้หรือไม่เจ้าคะ" ไม่รู้ว่าติดปัญหาอันไดอยู่จึงจัดการแม่ทัพฝั่งตรงข้ามไม่ได้สักที"เย่วเอ๋อร์ลูกพูดอะไรเช่นนั้นจะทำให้แม่ใจสลายหรือข่าวจากพี่ชายของเจ้ายังไม่มาถึงเราหลายเดือนแล้ว ยิ่งลูกเป็นผู้หญิงจะเดินทางไปชายแดนได้อย่างไร" มารดาหันมาถามบุตรสาวด้วยความตกใจ"ท่านแม่ข้าก็อยากไปดูที่ชายแดนเหมือนกันว่าตอนนี้พวกเขามีอาหารการกินเพียงพอหรือไม่ ข้าจะนำไปเติมให้ท่านอ๋องกับพี่ใหญ่รวมถึงทหารทุกคนด้วยเจ้าค่ะท่านแม่" นางบอกเหตุผลให้มารดาฟังเผื่อท่านแม่จะใจอ่อนให้นางเย่วเย่วคิดในใจ"ไม่ได้ยังไงแม่ก็ไม่ให้ลูกไปรอไปอีกสักเดือนเถอะนะเย่วเอ๋อร์ไม่ใช่ว่าแม่ไม่เป็นห่วงพี่ใหญ่ของลูก แต่เจ้าเป็นหญิงสาวจะเดินทางไปในที่อันตรายแบบนั้นแม่ย่อมไม่ยินยอม" มารดาตอบเสียงแข็งและหันไปหาสามีให้ช่วยพูดกับบุตรสาวอีกทาง"เย่วเอ๋อร์พ่อว่ารออีกสักเดือนก่อนเถอนะลูกรักทางนั้นคงจะลำบากเหมือนกันกับหน้าหนาว หิมะยังมาตกหนักอีกดีนะท
นับตั้งแต่ที่ได้รับจดหมายจากชายคนรักนี้ก็ผ่านมาหกเดือนแล้ว ตอนนี้ยังไม่ได้รับจดหมายส่งมาอีกเลยนางคิดว่าตอนนี้คงกำลังสู้รบกันแล้ว ตอนนี้บ้านของนางได้เก็บเกี่ยวข้าวที่ปลูกทั้งร้อยหมู่นางได้ส่งไปให้ที่ค่ายทหารของท่านอ๋องทั้งหมดด้วยคนของท่านอ๋องที่อยู่ในอำเภอ สั่งเอาไว้ว่าถ้านางต้องการของฝากของไปให้ คนของท่านอ๋องจึงจัดการทำให้นางส่งเสบียงไปที่ชายแดนแคว้นฉีเป่ยได้กองทัพของท่านอ๋องซงตงหยางอาหารแห้งจำพวกปลาแห้ง เนื้อหมูแห้ง หน่อไม้แห้ง เห็ดแห้งนางส่งไปหลายคันรถม้า รถม้าที่คนของท่านอ๋องส่งมาให้ขนเสบียงไปชายแดนก็มาจากกองขนเสบียงจากค่ายทหารโดยตรง ที่ท่านอ๋องได้จัดการเอาไว้กับคนสนิทเพื่อขนเสบียงไปส่งกองทัพทุกเดือนอยู่แล้ว และนางยังคงปลูกข้าวต่ออีกเพื่อจะส่งไปชายแดนเหมือนเดิมทั้งได้ขอซื้อมูลสัตว์มาใส่ที่นาจากคนในหมู่บ้านและมาช่วยว่านปุ๋ยมูลสัตว์ที่นาข้าวของนาง เย่วเย่วคิดว่าจะปลูกข้าวงวดนี้แล้วจะหวานถั่วเขียวต่อเพื่อบำรุงดินก่อนจะว่านข้าวต่อไปสลับกันจนกว่าจะจบศึกที่ชายแดนแคว้นฉีเป่ยหลังกินมื้อค่ำอิ่มสามพ่อแม่ลูกก็นั่งย่อยอาหารที่หน้าระเบียงบ้าน บางวันก็เดินกันในบริเวณหน้าบ้านหรือก็คือรอเจ้าเหยี