Share

บทที่ 684

Author: ซินต้งหรูสุ่ย
ไม่ช้า พ่อบ้านก็เดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับกระบี่ที่เปล่งประกายแวววาว

เมื่อเห็นว่าฉู่จวินสิงกำลังพาดดาบไว้ที่คอของใต้เท้าตัวเอง

เขาก็ตกใจกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

เจ้าเมืองข่งเห็นพ่อบ้านเดินเข้ามาก็รีบพูดว่า “รีบมอบกระบี่เฝินเทียนเล่มนี้ให้ใต้เท้า!”

พ่อบ้านก้าวออกไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกขนหัวลุก มอบกระบี่เฝินเทียนให้กับฉู่จวินสิงด้วยมือทั้งสองข้าง

เจ้าเมืองข่งพูดขึ้นอีกครั้ง “ใต้เท้า วันนี้ข้าขอมอบกระบี่เฝินเทียนให้แก่ท่าน หวังว่าท่านจะไม่กราบทูลเรื่องนี้ต่อฝ่าบาท”

ฉู่จวินสิงรับกระบี่เฝินเทียน เมื่อชักกระบี่ออกจากฝัก เขาก็ต้องถูกไอเย็นจากกระบี่ปะทะใส่ทันที

ฉู่จวินสิงกุมกระบี่เฝินเทียนไว้ในมือ ไอเย็นบนนั้นถูกกำลังภายในของเขาขับไล่อย่างรวดเร็ว

ฉู่จวินสิงเอ่ยว่า “เป็นกระบี่ที่ดี!”

ตอนนี้ความเย็นชาบนใบหน้าของฉู่จวินสิงค่อยๆ ลดลงเช่นกัน

เขาถือกระบี่เฝินเทียน มอบดาบยาวในมือให้เจี่ยนอันอัน

“ในเมื่อเจ้ารู้จักอ่านสถานการณ์เช่นนี้ ข้าก็จะยอมปล่อยเจ้าไปสักครั้ง”

“แต่หากเจ้ากล้าทำเรื่องที่ผิดต่อฟ้าดินเช่นนี้อีก วันใดข้ารู้ ข้าจะสังหารครอบครัวทั้งหมดของเจ้าอย่างแน่นอน”

ถ้อยคำของฉู่
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 685

    หลังจากที่ฉู่จวินสิงเล่าเรื่องที่ตัวเองกับเจี่ยนอันอันไปสั่งสอนเจ้าเมืองข่งให้ฟังก็ได้รับการตอบสนองจากเฉินเช่อและหม่าลู่ทันที“นายท่าน ท่านช่างปราดเปรื่องปรีชายิ่งนัก”หม่าลู่อดชมไม่ได้เฉินเช่อกระทุ้งหม่าลู่ “เรื่องนี้ยังต้องให้เจ้าพูดอีกหรือ นายท่านของพวกเราก็ปราดเปรื่องปรีชามาโดยตลอดอยู่แล้ว”หม่าลู่รู้ว่าเฉินเช่อเป็นพวกไม่คิดก่อนพูด เขาจึงไม่ได้โกรธเคืองต่อคำพูดของอีกฝ่ายแต่อย่างใด“นายท่านของพวกเราสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นขนาดนี้ จะได้รับกระบี่ล้ำค่าก็สมควรแล้ว”เฉินเช่อหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดความคิดในใจออกมาหม่าลู่ชมอย่างไม่ยอมตามหลัง “นายท่านของพวกเราไม่เพียงมีศิลปะการต่อสู้กล้าแกร่ง แม้แต่สมองก็ยังดีกว่าพวกเรา”“มิเช่นนั้นคงไม่อาจนำทัพอันใหญ่โตของพวกเราให้ชนะศึกมากมายขนาดนั้น”คำชมยกใหญ่ต่อฉู่จวินสิงของสองคนนี้ทำให้เจี่ยนอันอันที่ฟังอยู่ด้านข้างต้องยกยิ้มผู้ใต้บังคับบัญชาของฉู่จวินสิงพูดเก่งแบบนี้กันหมดเลยหรือ ฝีปากดีกันทุกคนเลย“พวกเจ้าสองกลายเป็นคนช่างพูดช่างเจรจาแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร”“ที่ผ่านมาคงเอาแต่ฝึกปรือฝีปากสินะ ได้พัฒนาศิลปะการต่อสู้ของตัวเองบ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 686

    เจี่ยนอันอันไม่ได้สนใจเฉินเช่อ นางโยนกระโปรงสีเหลืองอ่อนอีกชุดให้หม่าลู่“เจ้าเองก็รีบเปลี่ยนชุด พวกเราจะมามัวเสียเวลาไม่ได้”หม่าลู่มองกระโปรงสีเหลืองอ่อนในมือ ร้องขนขื่นในใจนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!เพื่อหลบหนีจากการไล่สังหารของทหารไล่ล่าแล้ว เขาไม่เพียงต้องปลอมตัวเป็นสตรีร่วมกับเฉินเฉิง แต่ยังต้องสวมชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนนี่ด้วยเฉินเช่อลูบหนวดเคราบนหน้าตัวเอง พูดด้วยสีหน้าขมขื่นว่า “ฮูหยิน ท่านอย่าทำให้พวกข้าลำบากใจเลยขอรับ”“ข้ามีหนวดเคราเต็มหน้า หากสวมกระโปรงสีเหลืองอ่อน ท่านไม่คิดว่าออกไปแล้วจะถูกมองเป็นตัวประหลาดหรือ”หม่าลู่พูดอย่างสุภาพ เขาหันไปมองฉู่จวินสิงด้วยสีหน้าขมขื่นอยากให้ฉู่จวินสิงช่วยพูดให้พวกเขา ฮูหยินจะได้ไม่ทำให้พวกเขาลำบากใจอีกแต่ฉู่จวินสิงกลับรู้สึกว่าความคิดของเจี่ยนอันอันไม่เลวเขาพูดด้วยสีหน้าเย็นชา “อันอันบอกให้พวกเจ้าใส่ พวกเจ้าก็ใส่ เลิกพูดจาไร้สาระ”“นายท่าน!”“ท่านอ๋อง!”เฉินเช่อกับหม่าลู่มีสีหน้าขมขื่น เมื่อครู่นี้ทั้งสองคนฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ฉู่จวินสิงนึกไม่ถึงว่าฉู่จวินสิงจะตามใจภรรยาตัวเองขนาดนั้นไม่ว่านางจะพูดอะไร เขาก็จะให้พว

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 687

    เขารู้สึกผิดต่อพระคุณที่พ่อแม่เลี้ยงดูมา หากท่านทั้งสองมาเห็นสภาพอันดูไม่ได้ของเขาในตอนนี้คิดว่าคงได้ปีนขึ้นมาจากหลุมและทุบให้เขากลับไปเกิดใหม่ในท้อง!เจี่ยนอันอันเห็นทั้งสองคนตกใจกับหน้าตาของตัวเองก็หลุดหัวเราะออกมาอีกครั้งนางจงใจแต่งหน้าทั้งสองคนแบบเข้มๆ สามารถช่วยปกปิดตอหนวดสีเขียวบนใบหน้าได้เป็นอย่างดีฉู่จวินสิงมองผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเองถูกเจี่ยนอันอันแต่งหน้าให้มีสภาพเช่นนี้เขามองนางด้วยความรักใคร่เอ็นดู คิดในใจว่าหญิงสาวนางนี้ชอบทำอะไรที่คาดไม่ถึงทั้งยังเสนอความคิดที่เหลวไหลเช่นนี้เพื่อให้ทั้งสองคนสามารถออกจากห้องแล้ว เจี่ยนอันอันนำผ้าคลุมหน้าสองผืนจากในห้วงมิติออกมาสวมให้ทั้งสอง“เอาล่ะ เท่านี้ก็ไม่มีผู้ใดจำพวกเจ้าสองคนได้แล้ว”เจี่ยนอันอันว่าจบก็ปรบมือให้กับความคิดอันบรรเจิดของตัวเอง“นายท่าน พวกข้าต้องออกไปทั้งอย่างนี้หรือขอรับ?”เฉินเช่อไม่กล้าก้าวเท้าออกจากห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียวจริงๆหม่าลู่มองฉู่จวินสิงด้วยสายตาขอร้องอ้อนวอนเช่นกันท่านอ๋องมองเขากับเฉินเช่อแต่งตัวเป็นสตรีโดยไม่พูดไม่จาไม่ได้พูดเกลี้ยกล่อมให้ฮูหยินคิดหาวิธีที่ดีกว่านี้แม้เพียงคำเดียว

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 688

    ทหารไล่ล่าพวกนั้นมองพวกเขาเพียงปราดหนึ่งก็ละสายตามองไปทางอื่นหม่าลู่ได้ยินทหารไล่ล่านายหนึ่งบ่นว่า “หญิงสาวที่ขี่ม้าสองคนนั้นช่างหน้าตาอัปลักษณ์เสียจริง”ทหารไล่ล่าคนอื่นๆ พูดตาม “โตมาจนป่านนี้ ข้าไม่เคยเห็นหญิงหน้าตาอัปลักษณ์ขนาดนี้มาก่อน มองแล้วเหมือนอายุสั้นลงสิบปี”หม่าลู่หันไปถลึงตาใส่ทหารไล่ล่าสองนายนั้นเฉินเช่อได้ยินที่พวกเขาพูดเช่นกันเขากำลังจะเอ่ยปากด่าแต่ก็นึกขึ้นได้ว่า หากพูดอะไรออกไปก็เท่ากับเปิดเผยว่าตัวเองเป็นบุรุษเขาสะกดกลั้นความโมโหในใจเอาไว้ ควบม้าออกห่างจากทหารไล่ล่าพวกนั้นอย่างว่องไวเจี่ยนอันอันนั่งอยู่บนรถม้า นางไม่ได้ยินคำพูดของทหารไล่ล่าแต่อย่างใดหากได้ยินแล้วล่ะก็ คิดว่าคงหัวเราะจนปวดท้องเป็นแน่……เหยียนซวงใช้เวลาสองวันนี้ในการเย็บเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาหลายชุดหลังจากเย็บเสร็จเรียบร้อยก็นำไปที่บ้านของเสิ่นจือเจิ้งทันที อยากให้เขาลองสวมดูว่าพอดีตัวหรือไม่เหยียนซวงถือเสื้อผ้าชุดใหม่และเตรียมจะออกจากบ้าน แต่แล้วกลับถูกเหยียนอวี่ร้องเรียกไว้“พี่หญิง ท่านจะไปที่ใดหรือ?”เหยียนอวี่รู้ว่าเจี่ยนอันอันไม่อยู่ที่หมู่บ้านชิงสุ่ยแล้วไม่รู้เช่นกันว่าพี่

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 689

    ทั้งสองคนมาถึงร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่งในอำเภอไถหยางอย่างรวดเร็วเหยียนซวงนำเสื้อผ้าที่ตัวเองเย็บออกมาให้เจ้าของร้านดู“เสื้อผ้าพวกนี้ทำจากเนื้อผ้าชั้นดี ท่านลองดูว่าเป็นอย่างไร?”“ข้าเย็บทีละเข็มทีละเส้นด้วยความตั้งใจ รับรองว่าผู้พบเห็นต้องอยากซื้อแน่นอน”เจ้าของร้านหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาดู พบว่ามันถูกเย็บอย่างประณีต นอกจากนี้ เนื้อผ้าก็ดีกว่าที่ขายในร้านของพวกเขาหลายเท่าเจ้าของร้านตาเป็นประกาย ขณะที่กำลังจะเสนอราคาซื้อก็มีคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาในร้านวันนี้ถังหมิงเซวียนอยากซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยนใหม่ครั้นเดินเข้ามาในร้านก็เห็นเหยียนซวงกำลังเสนอขายเสื้อผ้าที่นางเย็บขึ้นเองถังหมิงเซวียนคิดว่าตัวเองตาฝาด เขารีบเดินเข้ามายืนข้างเหยียนซวงโดยพลันจ้องมองใบหน้ามุมข้างของเหยียนซวงอย่างไม่ละสายตา ภายในใจรู้สึกประหม่ามากเขาไม่กล้าถามอีกฝ่ายว่าใช่คนที่เขาต้องการตามหาหรือไม่เหยียนซวงถูกจ้องจนเริ่มรู้สึกรำคาญ นางหันไปถลึงตาใส่ถังหมิงเซวียน“คุณชายท่านนี้ ท่านไม่ดูเสื้อผ้าแต่มามองข้าทำอันใด?”เหยียนซวงว่าจบก็กำหมัดแน่นหากอีกฝ่ายเป็นพวกบ้าตัณหาที่หน้าไม่อาย นางจะต่อยให้ศีรษะของอีกฝ่ายบวมไม

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 690

    ขณะที่นางกำลังจะพูด ถังหมิงเซวียนก็ส่ายหน้าว่า “ไม่ใช่ๆ ราคาห้าหมื่นตำลึงต่างหาก”เจ้าของร้านเบิกตาโพลงโดยพลัน คิดในใจว่าเจ้าหนุ่มนี่ช่างรู้จักตั้งราคาเสียจริงบทสนทนาที่ทั้งสามคนคุยกันเมื่อครู่ทำให้เขารู้ว่าสามคนนี้ไม่ได้รู้จักกันเจ้าของร้านแค่นเสียงเย็นว่า “คุณชายท่านนี้ หากท่านต้องการซื้อเสื้อผ้าก็สามารถเดินดูได้”“แต่หากไม่ซื้อก็ขอให้รีบออกไปด้วย อย่าได้ขัดขวางการประกอบกิจการของข้า”เหยียนซวงคิดไม่ถึงเช่นกันว่าถังหมิงเซวียนจะช่วยเรียกราคาให้นางนอกจากนี้ยังสูงกว่าราคาที่นางคิดไว้มากถึงสองหมื่นตำลึงสีหน้าของเหยียนซวงค่อยๆ อ่อนลงเยอะมากถังหมิงเซวียนมองเหยียนซวงปราดหนึ่ง เห็นว่านางไม่ได้จ้องตัวเองตาขวางแบบก่อนหน้านี้อีกมุมปากยกโค้งเป็นรอยยิ้มน่ามองถังหมิงเซวียนตัดสินใจแล้ว ในเมื่อเขาพบตัวคนที่ตัวเองต้องการตามหาแล้วเขาย่อมไม่อาจเปิดเผยตัวตนของตัวเองในทันทีเพราะหากอีกฝ่ายกลัวจนหนีไปขึ้นมา เขาจะไปตามหาจากที่ใดได้อีกเขาต้องช่วยเหยียนซวงขายเสื้อผ้าในราคาสูงก่อน อีกฝ่ายจะได้ประทับใจในตัวเขาวันหน้าเขาค่อยเปิดเผยตัวตนออกมาช้าๆ ถึงเวลานั้น เหยียนซวงก็จะยอมกลับมาอยู่ข้างก

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 691

    เมื่อทั้งสามเดินออกจากร้านจำหน่ายเสื้อผ้า ถังหมิงเซวียนยังไม่คิดกล่าวอำลาเหยียนอวี่เอ่ยปากด้วยความละอายใจ “เมื่อครู่เพราะข้าล่วงเกินคุณชายไป ขอโปรดให้อภัยด้วย”ถังหมิงเซวียนเห็นว่าตนได้บรรลุจุดประสงค์แล้ว จึงรีบคารวะตอบกลับคนทั้งคู่“โปรดอย่าได้เกรงใจ เราต่างพบกันโดยบังเอิญ ได้รู้จักก็นับเป็นวาสนา”“ข้าเห็นแม่นางมีฝีมือไม่เลว ไม่ทราบพอตัดเย็บเสื้อผ้าให้ข้าสักชุดได้หรือไม่?”ถังหมิงเซวียนกล่าว พลางหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมาจากถุงเงิน“นี่คือเงินมัดจำสำหรับการซื้อเสื้อผ้า รบกวนแม่นางช่วยวัดตัวและตัดให้ข้าสักหนึ่งชุด”เหยียนซวงพอดูออกว่า ถังหมิงเซวียนหาใช่คนพาลเกเรตามที่นางคาดคิดไม่พลางพิจารณาถังหมิงเซวียนตั้งแต่ศีรษะจรดเท้ารอบหนึ่ง ในใจพอประมาณการได้บ้าง“ขอถามคุณชายบ้านอยู่หนใด เผื่อข้าตัดเย็บเสื้อผ้าเสร็จแล้ว จะติดต่อท่านได้อย่างไร?”ถังหมิงเซวียนคิดจะบอกที่ตั้งโรงเตี๊ยมที่ตนพักอยู่ให้นางรู้ แต่กลับเฉลียวใจฉุกคิด มิสู้ถามที่อยู่อีกฝ่ายจะดีกว่าเช่นนี้แล้ว วันหน้ามีเวลาจะได้แวะไปเยี่ยมเยียนนางจึงกล่าวตอบยิ้มๆ “อย่าได้รบกวนแม่นางนำเสื้อมาส่งแก่ข้าเลย สู้บอกที่อยู่ให้ข้ารู้ คา

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 692

    ทันใดนั้นเขายังมองไปที่หน้าแข้งของหม่าลู่ ซึ่งโผล่พ้นชายกระโปรงออกมารำไรเดิมทีควรจะมีขนหน้าแข้งหนาทึบเป็นชั้นๆ แต่บัดนี้กลับถูกโกนจนเกลี้ยงเกลาขาวสะอาดหม่าลู่เหลียวมองเจี่ยนอันอันด้วยสีหน้าจนใจ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความคิดของนางจนยามนี้แม้แต่พี่น้องแท้ๆ ยังจำเขาไม่ได้อีกเจี่ยนอันอันหลุดหัวเราะออกมา นางกล่าวยิ้มๆ ต่อหม่าลู่ “เป็นอย่างไรบ้าง ความคิดข้าไม่เลวใช่หรือไม่?”“ยามนี้ถึงขั้นน้องชายแท้ๆ ยังจำท่านไม่ได้ อย่าว่าแต่ทหารที่ไล่ตามมาเลย”หม่าลู่เหยียดริมฝีปาก ไม่รู้จะตอบโต้นางอย่างไรดีด้วยระหว่างทางทั้งเขาและเฉินเช่อ แทบกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนก็ว่าได้ทุกคนที่ผ่านไปมา ล้วนต้องหยุดฝีเท้าและหันมาจ้องมองพวกเขาปากก็พร่ำนินทาไม่หยุด ต่างบอกว่าสองคนนี้ช่างอัปลักษณ์สิ้นดี ใครเห็นเข้าคงจะถูกหลอนไปนาน กลางคืนฝันร้ายเป็นแม่นมั่นเฉินเช่อกล่าวเสียงเบา “ฮูหยินช่างมีความคิดพิเรนทร์นัก แต่ก็ดีที่เราแต่งกายเช่นนี้ ช่วยให้ตัดปัญหาไปได้มาก”เจี่ยนอันอันปิดปากแอบหัวเราะ นางคุ้นชินกับการแต่งกายของพวกเขานานแล้วและหม่าจั๋วก็เพิ่งจำได้ ว่าผู้ที่เอ่ยปากก็คือเฉินเช่อเขาตะลึงจนหัวใจแทบหล่นไป

Latest chapter

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 774

    เจียงหว่านเอ๋อร์กอดร่างน้อยของเสิ่นคังไว้ พร้อมร่ำไห้น้ำตานองเจี่ยนหลิงเยว่เห็นกู้มั่วหลีเชื่อฟังเจี่ยนอันอันเช่นนี้ นางยิ่งโมโหโกรธาจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเจี่ยนอันอันเป็นตัวอะไร จึงทำให้กู้มั่วหลีอยู่ใต้โอวาทได้เช่นนี้นางต้องทำให้เจี่ยนอันอันจบชีวิตลง!ขอเพียงเจี่ยนอันอันตายเสีย นางจึงจะได้ครอบครองทั้งกู้มั่วหลีและฉู่จวินสิงเพียงผู้เดียวเมื่อนึกถึงตรงนี้ เจี่ยนหลิงเยว่จึงไม่สนใจใบหน้าที่ยับเยินอีกนางเดินไปหาเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงอย่างองอาจเมื่อสบสายตาเข้ากับฉู่จวินสิง ใบหน้านางจึงปรากฏแววเขินอายแดงเรื่อออกมา“พี่สาว ท่านนี้คงเป็นพี่เขยของข้ากระมัง” เจี่ยนหลิงเยว่กล่าว และไม่รอให้เจี่ยนอันอันตอบกลับ นางรีบหันไปคารวะต่อฉู่จวินสิง “คารวะพี่เขย ข้าคือเจี่ยนหลิงเยว่ เป็นคนที่ฮ่องเต้เคยประทานสมรสให้แก่ท่าน”เจี่ยนหลิงเยว่เปิดเผยฐานะที่แท้ ขณะพูดจานั้น นางยังเงยหน้าขึ้นพร้อมใช้สายตาจ้องมองฉู่จวินสิงแต่ฉู่จวินสิงกลับแสร้งมองไปทางอื่น แม้เพียงสายตาจริงจังก็ยังไม่ยอมมอบให้นางเจี่ยนหลิงเยว่กัดฟันเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงอยู่“พี่เขยมาที่นี่เพื่อตามหาข้ากระนั้นรึ? ทั้งหมดน

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 773

    “คุณชายกู้ รีบปล่อยคังเอ๋อร์ของข้าเสีย”เจียงหว่านเอ๋อร์ไม่สนใจจะคิดบัญชีกับเจี่ยนอันอันอีก พลางรีบวิ่งไปเบื้องหน้ากู้มั่วหลีแต่กู้มั่วหลีก็หาได้ยอมปล่อยตัวเสิ่นคังเพราะคำพูดของนางไม่เจี่ยนอันอันเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา นางยังไม่รู้สึกตื้นตันเจี่ยนหลิงเยว่เห็นการกระทำของกู้มั่วหลีเช่นนี้ กลับยิ่งเสียใจเป็นทวีคูณเมื่อครู่ขณะเจียงหว่านเอ๋อร์พุ่งตัวมาทำร้ายนาง กู้มั่วหลีกลับนิ่งเฉย ไม่คิดช่วยเหลือแม้แต่น้อยแต่ไฉนพอเจี่ยนอันอันปรากฏตัว เขากลับออกหน้าช่วยเหลือทันทีเจี่ยนหลิงเยว่โกรธเคืองเสียจนหน้าอกกระเพื่อมแรง แต่กลับจนปัญญาที่จะตอบโต้กู้มั่วหลีกู้มั่วหลีกล่าวเสียงเย็นชา “เจี่ยนอันอันเป็นหญิงที่ข้าชอบพอ พวกเจ้าใครก็ห้ามแตะต้องนางแม้แต่ปลายเล็บ”ขณะเอ่ยปากนั้น แรงมือหาได้ลดน้อยลงไม่และคำพูดของเขา ก็ยิ่งเพิ่มความเกลียดชังให้แก่ฉู่จวินสิงมากขึ้นอะไรคือเป็นหญิงที่ชอบพอ เจ้ายังมียางอายบ้างหรือไม่!เจี่ยนอันอันเป็นภรรยาของฉู่จวินสิงแล้ว หาใช่สตรีที่ชายใดจะมาหมายปองง่ายๆ ได้อีกสองมือของฉู่จวินสิงกำเป็นหมัดแน่น แววตายิ่งกลายเป็นเย็นชา สีหน้าแทบจะกินเลือดกินเนื้อกู้มั่วหลีให้จ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 772

    เจียงหว่านเอ๋อร์นัยน์ตาแดงต่ำ นางไม่นำพาต่อการร่ำไห้ของเจี่ยนหลิงเยว่ พร้อมยื่นมือไปยังใบหน้าฝ่ายตรงข้ามอีกครั้งเสียงประตูถูกเตะอย่างแรง ยับยั้งการกระทำของนางไว้คนในห้องทั้งสี่คนต่างหันหน้าไปดูเห็นเพียงเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงยืนอยู่หน้าประตู ท่าทางคล้ายตั้งใจมาดูเรื่องสนุกบางอย่างกู้มั่วหลีไม่คาดคิดว่า จู่ๆ เจี่ยนอันอันจะมาปรากฏตัวในเวลานี้เพราะเขาตามหานางมาหลายวัน ค้นแทบทุกซอกทุกมุมเมืองอินเป่ยก็ว่าได้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจี่ยนอันอัน จนแม้แต่ฉู่จวินสิงก็ไม่พบร่องรอยเขายังนึกว่าทั้งสองคนได้หายสาบสูญไปแล้ว มิคาดว่าคืนนี้จะมาปรากฏตัวที่จวนเป่าจวิ้นอีกช่างเป็นการได้มาโดยมิต้องเปลืองแรงโดยแท้“เจี่ยนอันอัน ในที่สุดเจ้าก็ยอมโผล่จนได้” ขณะกู้มั่วหลีทักทายนั้น สีหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มมันเป็นสิ่งที่เจี่ยนหลิงเยว่รอคอยมาตลอด ว่าจะได้เห็นรอยยิ้มจากเขาบ้างแต่กลับกลายเป็นรอยยิ้มนี้มิใช่ของนาง เขามอบให้เจี่ยนอันอันต่างหากความแค้นที่นางมีต่อเจี่ยนอันอัน จึงยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นครั้นเมื่อเห็นฉู่จวินสิงซึ่งอยู่ข้างกายเจี่ยนอันอัน ก็ยิ่งตะลึงกับรูปโฉมสง่างามนั้นราวกับเทพบุตรก็ไ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 771

    อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ เรื่องที่นางยืนกรานจะมาหาฉู่จวินสิง ได้ทำให้บิดาโกรธเคืองเป็นอย่างมากฉะนั้นแม้ยามนี้นางจะตายอยู่ในเมืองอินเป่ย บิดาก็คงไม่มาเหลียวแลแม้แต่น้อยจนวันนี้นางไม่ได้พบหน้าฉู่จวินสิงสักครั้ง แต่กลับมาอยู่กับกู้มั่วหลีแทนเดิมคิดว่ากู้มั่วหลีอาจจะดีต่อนางบ้าง เพราะคนผู้นี้มีใบหน้าที่หล่อเหลา หากได้อยู่กับเขาก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนักมิคาดว่ากู้มั่วหลีกลับเห็นนางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นเครื่องระบายอารมณ์เท่านั้นหากนางปรนนิบัติไม่เป็นที่ถูกใจเขา ก็จะถูกเตะลงเตียงได้ในบัดดลนางจึงรู้สึกเสียใจยิ่งที่มาเมืองอินเป่ย จนบัดนี้แม้แต่บิดาบังเกิดเกล้า ก็ยังไม่ห่วงความเป็นตายของนางเจี่ยนหลิงเยว่ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ จนอดไม่ได้ที่จะร่ำไห้ออกมา“พอที อย่ามาบีบน้ำตาให้เห็นอีก นึกว่าข้าจะห่วงใยเจ้าหรือไร”น้ำเสียงตวาดของกู้มั่วหลี แทบทำให้เสียงสะอื้นของเจี่ยนหลิงเยว่จุกอยู่ในลำคอเจี่ยนอันอันยืนอยู่ด้านนอก ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายในห้องแล้ว ในใจก็อดยิ้มหยันเสียมิได้“เจี่ยนหลิงเยว่ เจ้าโอหังนักมิใช่หรือ ในที่สุดก็ถูกกรรมตามสนองแล้ว”ขณะที่เจี่ยนอันอันเตรียมจะบ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 770

    มุมปากเจี่ยนอันอันกระตุกเล็กน้อย ด้วยไม่คิดว่ากู้มั่วหลียังใช้แผนชั่วกับนางอีกทั้งคู่ต่างสบสายตา ในที่สุดฉู่จวินสิงก็อุ้มเจี่ยนอันอันขึ้น พร้อมใช้วิชาตัวเบาะเหาะข้ามเถาวัลย์หนามบนพื้นไปเคราะห์ดีที่หน้าประตูห้องใหญ่ ไม่ได้ปูหนามไว้ ฉู่จวินสิงจึงค่อยๆ ร่อนลง พร้อมวางตัวเจี่ยนอันอันลงด้วยทั้งคู่เคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา ค่อยๆ เปิดประตูห้องพร้อมเบี่ยงกายเข้าไปภายในห้องไม่มีผู้ใดอยู่แม้แต่สักคนเจี่ยนอันอันมองสำรวจรอบข้าง แม้แต่ตามขื่อหลังคาก็ไม่เว้นเสียดายกู้มั่วหลีไม่อยู่ในห้องนี้ทั้งคู่จึงรีบถอยออกไป พร้อมปิดประตูสนิทจวนเป่าจวิ้นมีห้องหับมากมาย ทั้งคู่หาต่อไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของกู้มั่วหลีจนแม้แต่เจี่ยนหลิงเยว่ก็ไม่เห็นเช่นกันฉู่จวินสิงกล่าวเสียงเบา “ดูท่าพวกเขาคงไม่อยู่ที่นี่”แต่เจี่ยนอันอันกลับคิดว่า คนเจ้าเล่ห์เช่นกู้มั่วหลี อย่างไรก็ต้องมีห้องลับอยู่ในจวนเป่าจวิ้นอย่างแน่นอนนางเคยถูกจับตัวมาอยู่นี่ จึงพอคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมบ้างนางแนบไปใกล้หูฉู่จวินสิง พลางกล่าวเสียงค่อย “ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ไปดู”ที่นั่นเคยเป็นห้องที่กักขังนางมาก่อนต

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 769

    ฉู่จวินสิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ความคิดพวกเจ้าถูกต้อง ในเมื่อมาถึงเมืองอินเป่ยแล้ว ก็ต้องหาวิธีอยู่ต่อให้จงได้”“ส่วนทางข้าก็จะหาหนทางขยายอิทธิพลให้มากขึ้น ถึงตอนนั้นเราจะบุกไปเมืองจิงโจวด้วยกัน”“และถัดจากนี้ไป พวกเจ้าก็จงวางใจอยู่นี่ให้ดี”คำพูดของฉู่จวินสิง ถือว่าพูดให้คนอื่นฟังด้วยทุกคนจึงยิ่งมีกำลังใจ พร้อมช่วยกันขนย้ายผักและเสบียงต่างๆ เข้าไปยังห้องเก็บของหลังจากทำงานเสร็จ จึงได้พูดคุยสนทนากับเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่ออีกครู่ใหญ่ฉู่จวินสิงลุกขึ้นยืนเตรียมตัวอำลา“นายท่าน พวกท่านจะกลับแล้วหรือ คืนนี้พักที่นี่สักคืนก็ได้”“บ้านนี้มีห้องว่างหลายห้อง พวกเราพออยู่กันเบียดเสียดได้บ้าง”เฉินเช่อชิงเอ่ยปากก่อน เขาไม่อยากให้ทั้งคู่กลับไปหมู่บ้านชิงสุ่ยในยามวิกาลเช่นนี้เจี่ยนอันอันโบกมือกล่าวตอบ “เรายังมีงานอื่นต้องทำ คงจะอยู่ที่นี่ไม่ได้”“พวกเจ้าก็รีบพักผ่อนเสีย เราลากันตรงนี้”ทุกคนเดินส่งฉู่จวินสิงและเจี่ยนอันอันจนถึงหน้าประตู มองดูพวกเขาขึ้นรถม้าจากไปจึงหันหลังกลับเข้าบ้านไปพักผ่อนทีนี้ค่อยโล่งใจหน่อย มีผักสดและเสบียงอีกมากมาย พวกเขาไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกิ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 768

    หลังจากกินข้าวจนอิ่มหนำ ทุกคนจึงลุกขึ้นอำลาเซิ่งฟางเจี่ยนอันอันยังพะวงกับเรื่องที่จะไปเข้าเมือง นางเองก็ไม่ชอบออกจากบ้านเพื่อไปเข้าเมืองบ่อยครั้งนักคิดว่าวันนี้จะรีบสะสางงานให้เสร็จสิ้น แล้วหลังจากนี้อีกหลายวันจะได้พักผ่อนอยู่บ้านให้สบายเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ยิ่งบานปลาย เพราะถ้ากู้มั่วหลีก่อเรื่องอันใดขึ้นอีก อาจกลายเป็นยุ่งยากจนยากจะรับมือได้เจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่างขึ้นรถม้า แล้วมุ่งไปทางตัวเมืองส่วนถังหมิงเซวียนกลับไปยังโรงเตี๊ยมเขานอนอยู่บนเตียง พลิกไปพลิกมา ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับเสียทีเขาอยากให้เวลาผ่านไปโดยเร็ว จะได้รีบไปหมู่บ้านชิงสุ่ยแล้วพักอยู่ที่นั่นเสียเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เขาจะได้กระชับความสัมพันธ์กับเหยียนซวงให้มากขึ้น ดั่งคำว่าน้ำตาลใกล้มดแต่เมื่อนึกถึงว่าบ้านของเหยียนซวง อยู่ติดกับบ้านของเสิ่นจือเจิ้งถังหมิงเซวียนก็อดรู้สึกเครียดในใจไม่ได้อีกเขานึกถึงคำพูดของเจี่ยนอันอัน เกิดวันดีคืนร้าย เสิ่นจือเจิ้งเห็นถึงความดีของเหยียนซวง เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอแต่งงานกับนางแล้วจะทำอย่างไร?เขากับเหยียนซวงยังมีสัญญาหมั้นหมายต่อกันอยู่ เพียงแต่การหมั้นหมายนี้ เกิดจาก

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 767

    เขาก้มหน้าปรุงยาต่อไป หากสมุนไพรไม่พอก็ขอจากเจี่ยนอันอันอีกทั้งคู่ช่วยกันทำงานถึงช่วงบ่าย ในที่สุดยาถอนพิษสี่พันกว่าเม็ด ก็สำเร็จลุล่วงออกมาในขณะที่เซิ่งฟางได้ไต่สวนคดีเรียบร้อย หัวขโมยผู้นั้นได้โจรกรรมของของผู้อื่นจริงๆจึงถูกเซิ่งฟางส่งตัวไปรับโทษที่เรือนจำก่อนที่ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าทุกข์กำลังจะอำลา เจี่ยนอันอันได้เรียกตัวเขาไว้“บ้านท่านมีสมาชิกทั้งหมดกี่คน?”ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าทุกข์ชะงักเล็กน้อย พร้อมมองหน้าเซิ่งฟางเซิ่งฟางแสดงท่าทีให้เขาตอบตามความจริงเขาจึงได้กล่าวตอบ “บ้านข้ามีทั้งหมดเจ็ดคนขอรับ”เจี่ยนอันอันได้ยินดังนี้ จึงหยิบยาถอนพิษออกมาเจ็ดเม็ด ส่งให้คนผู้นั้น“นี่คือยาถอนพิษ ท่านกินไปหนึ่งเม็ดก่อน ที่เหลือนำไปให้คนในครอบครัวได้กิน”คนผู้นั้นมองดูยาเม็ดในมือด้วยความมึนงง ไม่เข้าใจถึงเจตนาของเจี่ยนอันอันเซิ่งฟางเห็นเข้าจึงกล่าวแทน “ในอำเภอไถหยางมีคนถูกวางยา ท่านรีบกินยาถอนพิษเร็วเข้า แม้ไม่ได้รับพิษก็ถือเป็นการป้องกันไว้ก่อน”“ส่วนที่เหลือก็นำไปให้คนในครอบครัวแบ่งกิน อย่ารอให้ถูกพิษแล้ว ค่อยวิ่งมาขอยาถอนที่นี่”ชาวบ้านผู้นั้นเมื่อได้ยินดังนี้ จึงรีบลนลานกินยา

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 766

    เหล่าทหารรับคำสั่ง พร้อมรีบเดินออกจากอำเภอไปสำรวจจำนวนประชากรผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม ทุกคนจึงได้กลับมาพร้อมรายงานต่อเซิ่งฟาง “เรียนใต้เท้า พวกเราได้ไปสำรวจมา ในอำเภอไถหยางปัจจุบันมีผู้คนทั้งสิ้นสี่พันหกร้อยสามสิบเจ็ดคนขอรับ”เจี่ยนอันอันพลันขมวดคิ้ว ลำพังแค่อำเภอไถหยางก็มีตั้งสี่พันกว่าคนแล้วหากพวกเขาล้วนถูกพิษ และไม่อาจเข้าถึงยาถอนพิษได้ทันเวลาจะต่างกับการกวาดล้างทั่วเมืองในอดีตที่ตรงไหน?เพียงแต่การกวาดล้างในหนนี้ มิได้เกิดจากน้ำมือฉู่ชางเหยียน หากแต่เป็นกู้มั่วหลีผู้เดียวคนบ้าที่สมควรตายผู้นี้ นอกจากเขาแล้ว เจี่ยนอันอันแทบนึกไม่ออกว่าจะมีผู้ใด กล้าทำเรื่องเช่นนี้ได้อีกนางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งพลางกล่าว “พี่เซิ่งฟาง ข้าต้องรีบปรุงยาถอนพิษ ถึงเวลาท่านค่อยสั่งให้ทหารนำไปแจกจ่ายแก่ชาวบ้านที่อยู่ในอำเภอไถหยาง”“ผู้ได้รับพิษจะช่วยถอนพิษโดยเร็ว แม้ไม่ถูกพิษก็จะได้กินเพื่อป้องกันไว้”เซิ่งฟางรีบรับปากในบัดดลเจี่ยนอันอันรีบทำการปรุงยาทันที ฉู่จวินสิงเกรงว่านางจะเหนื่อย จึงให้คนของเซิ่งฟางยกเก้าอี้มานั่งดีที่บริเวณนี้มีเงาไม้พอให้ร่มรื่น เจี่ยนอันอันจึงไม่ถูกแดดแผดเผามากนัก

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status