ตอนนี้ในดินแดนแคว้นฉู่ยังมีให้ใช้อีกสี่แสนคนสองแสนคนเบื้องล่างเจียงเหว่ย หนึ่งแสนไปโจมตีแคว้นเยี่ยนสุดท้ายกลับมาพร้อมกับความพ่ายแพ้!อีกหนึ่งแสนคนคุ้มครองฉู่อ๋องไปเซ่นไหว้ที่เขาเทพยดาก่อนหน้านี้เทพสงครามหลิงเซี่ยวเฟิงโรยราอย่างสมบูรณ์ หลังจากนั้นเจียงเหว่ยก็กลับมาพร้อมกับความพ่ายแพ้จากช่องเขาเป้าเสีย...ฉู่อ๋องรู้สึกว่าช่วงนี้ดวงของแคว้นฉู่ไม่ค่อยดีนักก่อนหน้านี้รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ตอนนี้ชนะครั้งเดียวยังยากพร้อมกับพาขุนนางในราชสำนัก วังหลัง องครักษ์สองสามหมื่นนายจากในวัง มุ่งหน้าไปเซ่นไหว้ยังเขาเทพยดาที่สูงเป็นอันดับหนึ่งของแคว้นฉู่อย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกรก่อกองดินที่เขาเทพยดา ฝังหนังสือแผนภูมิหยก...ขุนนางในราชสำนัก วังหลัง กราบไหว้บูชา!หนึ่งหมื่นคนที่คุ้มกันไปคือคนของเจียงเหว่ยส่วนเมืองหลวงยังมีอีกสองแสนคนหนึ่งในนั้นแปดหมื่นทั้งหมดมายังประตูทิศตะวันตก คุ้มกันประตูเมืองเกรงว่าทั้งราชวงศ์แคว้นฉู่ มิมีผู้ใดนึกเลยว่า หลี่หยวนจง...ไม่คิดเลยว่ารองแม่ทัพใต้อาณัติจ้านเฉิงอิ้นผู้หนึ่ง จะนำกำลังคนสองหมื่นคน เป่าหูและรวบรวมคนมาตลอดทั้งทาง นำราษฎรหกหมื่นคนก่อกบฏ...ไม
หลี่หยวนจงคิดไม่ถึงเลยว่า พวกเขาจะบุกเข้าเมืองหลวงได้อย่างราบรื่นเช่นนี้ มิหนำซ้ำยังขโมยของจวนท่านอ๋องได้หลายจวนอีกด้วยเขาเพียงมาถึงยังเมืองหลวงแคว้นฉู่ เพราะมาผิดทางจึงเลยตามเลยมาแล้วก็ทำศึกสักหน่อย...สุดท้ายกลับมาพร้อมข้าวของเต็มลำใช่แล้ว เพียงโกดังยุ้งฉางในจวนขุนนางใหญ่และองค์ชายไม่กี่จวน ก็ใส่จนเต็มรถแล้วชาวบ้านนับไม่ถ้วนนอกเมืองอดจนผอมแห้งเหลือแต่กระดูกพวกเขาร่ำไห้ขอให้ทหารคุ้มกันเปิดประตูปล่อยพวกเขาเข้าเมืองอยู่หน้าประตูเมือง ทหารคุ้มกันมองดูชาวบ้านอ้อนวอนอย่างเย็นชา ทนมองพวกเขาอดตายทั้งเป็น ไม่สนใจใยดี!หากในเมืองเสบียงอาหารร่อยหรอก็ช่างมันเถอะทว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยพวกเขายึดจวนของขุนนางใหญ่สองสามจวน!เสบียงอาหารในยุ้งฉางเต็มจนล้นออกมาแล้วมิหนำซ้ำไม่ได้มีแค่ข้าวโพดธรรมดา ๆ ยังมีข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง...หลากหลายมากมาย ขอให้เป็นธัญพืชในตลาดล้วนมีทุกอย่าง!หลี่หยวนจงไม่รู้ว่าพวกเขาเอาธัญพืชมากมายเช่นนี้มาจากที่ใด!สิ่งที่ยิ่งทำให้เขาตกตะลึงก็คือ โกดังของพวกเขามีมากมายหนึ่งจวนมีสามสี่โกดังทุกโกดังล้วนอัดแน่นจนเต็มบนรถสองสามคันที่ว่าง ครั้นขนเครื่องประดับ
เขามาผิดทางแล้ว จะทำภารกิจใดไม่แล้วเสร็จเลยไม่ได้เมื่อเทียบแคว้นฉู่และแคว้นเยี่ยน ในด้านกองกำลังแคว้นฉู่เหนือกว่า!หลังจากนั้นคำบอกเล่าของเถ้าแก่เจ้าของร้าน ก็ทำเอาเขาตกตะลึงไปเลย“ท่านแม่ทัพหลี่ เกรงว่าครั้งนี้ท่านจะคว้าน้ำเหลวแล้ว! ที่พวกท่านโจมตีเข้ามาในแคว้นฉู่ได้ ไม่ใช่เพราะทหารคุ้มกันของเมืองหลวงหละหลวม ทว่าทหารคุ้มกันในเมืองส่วนใหญ่ ตามฉู่อ๋องไปเซ่นไหว้ที่เขาเทพยดาต่างหาก!”“ราชวงศ์ตระกูลชนชั้นสูง ตระกูลทรงอิทธิพล ขุนนางใหญ่ในราชสำนัก ลูกหลานตระกูลสูงศักดิ์...ต่างไปในครานี้ ยกขบวนกันไปอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกรสามแสนคน!”“เพื่อให้พวกเขาได้กินดีอยู่สบาย จึงนำข้าทาสส่วนใหญ่และทหารรักษาการณ์ไปด้วย!”หลี่หยวนจงปรบมือทีหนึ่ง “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!”เช่นนี้ก็จัดการได้ง่ายมิใช่หรือ?พวกเขาไปเซ่นไหว้ที่เขาเทพยดา เช่นนั้นเขาไปขวางไว้กลางทาง ก็เท่ากับกวาดเรียบไม่มีเหลือไม่ใช่หรือ!เยี่ยม นี่เป็นวิธีที่ดี!เขารู้สึกว่าตนฉลาดหลักแหลมเป็นที่สุด!“แต่ว่าท่านแม่ทัพ นอกจากองครักษ์ในวังแล้ว ยังมีทหารประจำจวน และยังมีกองทหารหนึ่งแสนคนติดตามไปด้วย!”“ในสามแสนนายนี้ มีสองแสนนายเป็นทหาร
บางครั้งองครักษ์ที่เฝ้าเมืองก็คิดจะไล่พวกเขาเช่นกันทว่าสู้ไม่ได้แล้วจะทำอะไรได้!ทำได้เพียงมองดูพวกเขาปล้นคนรวยไปช่วยคนจนในเมือง และตั้งโรงทานโจ๊ก!กระทั่งชาวบ้านที่เข้าแถวซื้อโจ๊กยังขวางพวกเขา ตั้วตนเป็นศัตรูกับพวกเขา!ตอนนี้ คำสรรเสริญจากประชาชนในเมืองต่อพวกเขาดีเป็นอย่างมากหนึ่งคือเรื่องที่พวกเขาทำ ล้วนเป็นการผดุงธรรมแทนสวรรค์ แม้จะเป็นเสบียงอาหารที่ปล้นออกมาจากแต่ละจวนก็ตาม ทว่าล้วนแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ไม่ได้กินข้าว มอบทางรอดชีวิตให้แก่พวกเขาและเนื่องจากผลพลอยจากการได้รับคำสรรเสริญของประชาชนในเมือง กระทั่งมีคนคิดจะเข้าร่วมกับพวกเขาตรงนั้นเลยภายในเวลาสองวัน จำนวนของผู้ที่เข้าร่วมกองทัพตระกูลจ้านมีมากถึงหนึ่งแสนคนมิหนำซ้ำหลี่หยวนจงไม่ปฏิเสธผู้ที่เข้ามา เพียงมีรูปร่างดีหน่อยก็สามารถเข้าร่วมกองทัพตระกูลจ้านได้แล้วเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนคน ทหารที่เฝ้าเมืองยิ่งไม่กล้ากระทำการบุ่มบ่าม เพียงแต่รีบส่งข่าวให้ฮ่องเต้แคว้นฉู่อย่างรวดเร็ว ให้เขารีบกลับมา!ไม่นานบัลลังก์ของเขาจะเปลี่ยนเจ้าของแล้วไม่นานหัวเมืองของเขาก็ถูกกองทัพตระกูลจ้านยึดครองจนหมดใช่แล้ว เหลวไหลสิ้นด
ขณะหลี่หยวนจงเขียนจดหมาย ยังมีความกังวลใจเล็กน้อยว่ากันตามเหตุผล ทำความผิดเช่นนี้ เมื่อออกคำสั่งทางทหาร ที่ร้ายแรงอาจถูกบั่นคอสองทัพทำศึกใหญ่ ผู้บัญชาการพามาผิดทาง ความผิดที่ได้ทำร้ายแรงเพียงใดฉะนั้น ในจดหมายเขาอธิบายให้ตัวเองสารพัด วันนี้ยังดึงคนกองกำลังมาได้หนึ่งแสนคนนับว่าชดเชยความดีความชอบแล้ว!ไม่ว่าอย่างไร แม่ทัพใหญ่ก็ไม่คงลงโทษเขากระมัง!อันที่จริงอาจจะยังน่าเดือดดาลอยู่ เขาจึงหอบความหวังไปไว้ที่การซุ่มโจมตีสองหมื่นคน อีกฝ่ายสามแสนคน!จำนวนคนเหลื่อมล้ำ ไม่แน่ว่าเขาจะควบคุมได้ทว่า ไม่ลองจะรู้ได้อย่างไร ระเบิดกองทัพแคว้นฉู่ไม่ตาย?มิหนำซ้ำ ข่าวในเมืองก็คงไหลรั่วออกไปฮ่องเต้แคว้นฉู่คงได้รับข่าว และรีบกลับมาโดยเร็วเขาได้แต่รอจะถูกโบยลงโทษหรือนับเป็นผลงานทางทหาร จะสำเร็จหรือคว้าน้ำเหลวอยู่ที่ตรงนี้*ภูเขาเหมือง!จ้านเฉิงอิ้นได้รับจดหมายของหลี่หยวนจงในวันที่สิบห้าไม่คิดเลยว่าเขาจะไปผิดทาง?เขาไปเมืองหลวงแคว้นฉู่?ไม่คิดเลยว่ายังจะโจมตีเข้าไปด้วย!มิหนำซ้ำยังรับคนเข้ามาหนึ่งแสนคน!เรื่องไร้สาระเช่นนี้ เขาทำสำเร็จเสียด้วยนี่เป็นเมืองหลวงแคว้นฉู่เลยนะ!
จ้านเฉิงอิ้นรีบส่งจดหมายของหลี่หยวนจงให้เย่มู่มู่เย่มู่มู่กำลังกลับจากโกดังไปยังคฤหาสน์เธอคำนวณวัน อีกสองสามวันก็จะกลับมหาวิทยาลัยแล้ว หากเธอยังเลื่อนออกไปอีก เธอก็ไม่สามารถอธิบายกับมหาวิทยาลัยได้แล้ว!เธอครุ่นคิด ในท้ายที่สุดก่อนจะกลับมหาวิทยาลัย จะซื้อของให้จ้านเฉิงอิ้นล็อตหนึ่งเกรงว่าหากกลับไปมหาวิทยาลัยแล้ว จะไม่สะดวกส่งของไป!ไม่คิดเลยว่า แค่คิดเล่น ๆ จะเป็นประโยชน์จริง ๆส่งไปในตอนที่จ้านเฉิงอิ้นต้องการที่สุดทั้งสามคนเพิ่งกลับถึงคฤหาสน์ กระดาษแผ่นหนึ่งก็ปลิวตกลงมาหลูซีหยิบขึ้นมา แล้วส่งให้เย่มู่มู่เย่มู่มู่เห็นคำอธิบายในกระดาษ ก็พลันหัวเราะออกไหล่สั่น...“ฮ่า ๆ ๆ อายุเท่านี้ทำศึกยังหลงทางได้อีก หลี่หยวนจงเขาโง่เรื่องทิศทางหรือ?”“ไม่คิดเลยว่าเขาจะวิ่งแจ้นไปแคว้นฉู่ มิหนำซ้ำยังรวบรวมกองกำลังได้กองหนึ่ง”“พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ไม่คิดเลยว่าเขาจะบุกเข้าเมืองหลวงแคว้นฉู่!”“ฮ่า ๆ ๆ เรื่องเข้าใจผิดนี่ น่าขำชะมัด!”เย่มู่มู่ส่งจดหมายให้หลูซีและหลูหมิงอ่าน...ครั้นทั้งสองคนอ่าน ใบหน้าก็เปี่ยมไปด้วยความหมดคำพูดเหตุใดหลี่หยวนจงจึงหลงทาง แม้แคว้นฉู่กับแคว้นเยี่ยนจะเชื่อ
“แต่หนูยังคิดจะเอามากมายขนาดนี้อีก นี่มันพาอาไปซวยชัด ๆ!”เย่มู่มู่คิดไม่ถึงว่าปฏิกิริยาของอาเซียวหัวจะรุนแรงขนาดนี้แต่ว่า ด่านเจิ้นกวนขาดวัตถุระเบิด รอไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียวจริง ๆเธอเองก็ต้องกลับมหาวิทยาลัยแล้วไม่สะดวกจะออกไปซื้อของและขนย้ายของในปริมาณมากเย่มู่มู่ตอบ “อาเซียวหัว หนึ่งร้อยตันห้าร้อยล้าน หามาได้เท่าไร ก็พยายามโยกย้ายมา”“มีเวลาแค่สามวันเท่านั้น ขอเพียงทำเรื่องใหญ่ ชีวิตนี้ก็ต้องเป็นแบบนี้ อาดูแล้วจัดการเองแล้วกันค่ะ หนูจะไม่บังคับอา!”พูดจบเย่มู่มู่ก็ตัดสายทิ้งหลังจากนั้นก็ติดต่อเถ้าแก่โรงงานเลียนแบบของโบราณแล้วตัดสินใจสั่งอุปกรณ์สวมใส่อีกสามแสนชุด...ดาบม่อเตาสามแสน ดาบเหิงเตาราชวงศ์ถังสามแสน หน้าไม้ราชวงศ์ฉินหกแสน ปีกลูกธนูสิบล้านชิ้นโล่ หอก ปืนยาว เกอ ง้าวอื่น ๆ...อย่างละห้าหมื่นชุดและยังมีกระบี่ชื่อดังใช้เลียนแบบของโบราณ ต้องการอย่างละหนึ่งพันเล่มหินทับทิมที่ฝังพลอยไว้ด้านบน ซื้อฝังเพชรสีและพลอยเทียมกระบี่ชุดนี้ เย่มู่มู่ส่งให้จ้านเฉิงอิ้นซื้อใจคนไม่แคว้นเยี่ยนก็แคว้นฉู่ จะต้องเอามาได้สักแคว้นซื้อตัวทหารและแม่ทัพเบื้องล่าง ตบรางวัลเป็นกร
ตัวแทนจำหน่ายรถท้องถิ่นไม่สามารถทำให้เธอพึงพอใจได้อีกแล้วเธอเปิดคอมพิวเตอร์ เข้าไปที่เว็บไซต์ทางการ แล้วค้นพบช่องทางการติดต่อของผู้จัดการฝ่ายขายเธอโทรศัพท์ไปผู้ที่ให้คำปรึกษาไม่ใช่แบรนด์ใหญ่ เมื่อผู้จัดการฝ่ายขายได้ฟังว่าเธอต้องการซื้อรถห้าร้อยคันก็ตกใจอย่างหนักต่อมารู้ว่าเธอเป็นเจ้าของบริษัทไลฟ์ช่วยเหลือเกษตรกร ต้องการสร้างหน่วยขนส่ง เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรทั่วประเทศจึงตกลงขายให้เธอรถบรรทุกขนาดใหญ่เมื่อลดราคาแล้ว ขายให้เธอในราคาคันละหนึ่งล้านแปดแสนบาททั้งหมดก็เก้าร้อยล้านบาท!เดิมทีผู้จัดการฝ่ายขายจะให้คนขับรถของหน่วยขนส่งของเธอมาขับรถบรรทุกกลับไปแต่คิดไม่ถึงเลยว่าเย่มู่มู่จะให้อีกฝ่ายเป็นคนส่งมาคนขับรถบรรทุกห้าร้อยคน ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นโรงงานก็จัดการได้ยากมากเย่มู่มู่บอกว่าสามารถจ่ายเงินเดือนให้เป็นสองเท่าได้ แต่ต้องขับรถมาที่นี่!สุดท้ายผู้จัดการก็ตอบตกลงมีเงินเดือนสองเท่า ทั้งยังเบิกเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้ว!เย่มู่มู่จ่ายเงินมัดจำ...ผู้จัดการบอกว่ารถห้าร้อยคันมีอยู่ในสต็อก พรุ่งนี้จะส่งมาให้เธอให้เธอหาสถานที่สำหรับจอดร
“ฉันจะไปส่งของขวัญเอง นายวางเอาไว้เถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”*ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา เย่มู่มู่เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาสีดำ สวมฮู้ดคลุมศีรษะ อุ้มแจกันขึ้นรถเมย์บัค แล้วออกเดินทางเธอโทรหาทนายก่อน จากนั้นดำเนินการเรื่องเอกสารให้เสร็จ ถูกตำหนิและอบรมเป็นพิเศษ ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาแน่นอนว่า มีบอดี้การ์ดหงเหว่ยที่คอยดูแลจัดการเรื่องทั้งหมดเขาเฝ้าอยู่ที่สถานีตำรวจตลอดเมื่อเห็นรถของเย่มู่มู่ขับเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นทันที“คุณหนูเย่ เขาไม่เป็นไร อารมณ์ค่อนข้างคงที่ ทางตำรวจที่นี่ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจอะไรมาก แค่ตำหนิและอบรมไปหน่อย ยังให้ดูระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัย แล้วสั่งให้ท่องจำด้วย!”“ตำรวจบอกว่า เขาใช้กำลังมากเกินไป คนประเภทนี้ หากไม่ถูกอบรมให้ดี แล้วปล่อยตัวไป อาจเป็นภัยต่อสังคมได้!”เย่มู่มู่ถามเสียงเรียบ “ตอนนี้ออกมาแล้วหรือยัง?”“กำลังเซ็นเอกสารขั้นสุดท้ายอยู่ครับ”เย่มู่มู่ยื่นซองอั่งเปาให้เขา “คุณไปหาอะไรดี ๆ กินเถอะ ฉันจะรอเขาออกมาเอง”หงเหว่ยเกาหัว เห็นรถของหัวหน้าจอดอยู่หน้าโรงพักเขารู้สึกแปลกใจ หัวหน้าตามมาด้วยเหรอ? แต่ทำไมถึงไม่มาพร้อมกับคุณหนูเย่ล่ะ
เย่มู่มู่รู้สึกว่า การจัดซื้อเสบียงจากต่างประเทศนั้น ต้องใช้ระยะเวลายาวนานจ้านเฉิงอิ้นนำทัพเข้าเมืองหลวงของต้าฉี่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมประชากรเกินครึ่งของแคว้นเสบียงอาหารยี่สิบตู้คอนเทนเนอร์นั้น ไม่เพียงพออย่างแน่นอนเมื่อมาถึงเมืองหลวง เธอจึงมองการณ์ไกลยิ่งขึ้นรอบนอกเมืองหลวงนั้น รายล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม สำนักงานใหญ่ของบริษัทอาหารหลายแห่ง ก็ตั้งอยู่ในเมืองหลวงส่วนผู้จัดการบริษัทไลฟ์สด ก็ได้หาอาคารสำนักงานในเมืองหลวง และเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วอาคารสูงสิบกว่าชั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทไลฟ์สดทั้งหมดบริษัทไลฟ์สดได้จดทะเบียนชื่อใหม่เพราะเริ่มต้นจากบ้านพักตากอากาศเซียนหยวน จึงจดทะเบียนในนาม บริษัทเซียนหยวน มีเดีย จำกัดผู้ถือหุ้นใหญ่คือ เย่มู่มู่ถือหุ้นกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ผู้จัดการถือหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ผู้ไลฟ์สด ผู้ควบคุมรายการ ผู้กำกับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์... และทีมงานอื่นๆ คนละเล็กละน้อยยังมีส่วนแบ่งอีกหกเปอร์เซ็นต์ผู้อาวุโสสวี่ ผู้อาวุโสมู่ ผู้อาวุโสจาง หรือแม้แต่เวินลี่ ต่างก็ร่วมลงทุน และถือหุ้นคนละประมาณหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์เย่มู
การจัดซื้อเสบียง แม้ต้องขนส่งข้ามโลกก็ต้องทำ!การจะนำเข้าอาหารจำนวนมากจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหมายถึงการต้องแย่งทรัพยากรจากประเทศอื่นประชาชนต้าฉี่มีถึงยี่สิบล้านคน การให้ทั้งหมดต้องพึ่งพาเธอเลี้ยงดูย่อมเป็นไปไม่ได้ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้จ้านเฉิงอิ้นสามารถพึ่งพาตัวเองได้ข้าวสามารถเติบโตและเก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุดในเวลาเพียงสามเดือน หากสภาพอากาศร้อนพอ สามารถปลูกได้ถึงปีละสามรอบขอเพียงมีปุ๋ยและแหล่งน้ำเพียงพอยังมีพืชผลที่ให้ผลผลิตสูง... เช่น มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพดอีกเพียงสองปี จะเกิดหายนะหิมะครั้งใหญ่ พวกเขาต้องเร่งสะสมเสบียงให้เพียงพอ พวกเขาจะสามารถผ่านช่วงเวลานั้นไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนดังนั้น เมื่อจ้านเฉิงอิ้นเสนอให้บุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ในตงโจวเย่มู่มู่ก็ตอบรับโดยไม่ลังเล“ดี! จ้านเฉิงอิ้น ข้าจะสนับสนุนเจ้า หากเจ้าอยากทำสิ่งใด จงทำให้เต็มที่!”“ข้าจะเป็นกำลังหนุนของเจ้าเสมอ!”ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา หางตาแดงก่ำ มือที่เปรอะเปื้อนโลหิตลูบไล้แจกันอย่างแผ่วเบาเสียงของเขาต่ำและแหบแห้ง “ขอบคุณท่านมาก ท่านเทพ!” “บุญคุณของท่าน ข
เย่มู่มู่ลองใช้พลังดูแล้ว แต่เธอไม่สามารถข้ามไปได้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งมั่วฝาน หลูซีและหลูหมิง ต่างสามารถข้ามไปได้ตามปกติเธอใช้พลังจนหมดสิ้น ใบหน้าซีดขาว ร่างกายอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรงกลับไม่มีแม้แต่ความเคลื่อนไหวใด ๆเธอคิดว่า การที่เจ้าของแจกันสามารถเดินทางข้ามสองพันปีได้นั้น...บางทีอาจต้องอาศัยสื่อกลางบางอย่าง หรือไม่ก็ตัวแจกันเองอาจต้องผ่านการอัพเกรดขึ้นอีกระดับเมื่อจ้านเฉิงอิ้นได้ยินคำตอบของเย่มู่มู่ เขากลับหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความสุข เห็นได้ชัดว่า เขาดีใจมากจริง ๆการได้พบเย่มู่มู่ทำให้เขาดีใจยิ่งกว่าการได้รับชัยชนะในศึกครั้งนี้เสียอีกเย่มู่มู่ที่ห่วงใยเขา ถึงกับพยายามเผาผลาญพลังทั้งหมดเพื่อจะข้ามมาให้ได้เธอรีบกล่าวเตือน “จ้านเฉิงอิ้น ข้าสัญญากับเจ้าแล้วว่าจะพบเจ้า ข้าจะไม่ผิดคำพูดแน่นอน!”“ตอนนี้เผ่าหมานยังไม่ถูกกวาดล้าง เจ้ายังไม่ต้องรีบร้อนข้ามมายังยุคปัจจุบัน กำจัดเผ่าหมานให้เสร็จเสียก่อน!”“เพราะว่า เพราะว่า...การข้ามกาลเวลานั้นต้องใช้พลังชีวิตอย่างมาก เจ้ายังต้องรักษาสติและพลังงานไว้ให้พร้อม ต้องระวังให้มาก เพราะเผ่าหมานอาจบุกเข้ามา
บัดนี้ พวกเขาทุกคนกลายเป็นเชลยศึกพวกเขาทำได้เพียงอ้อนวอน ขอให้กองทัพตระกูลจ้านเมตตาปล่อยผ่าน ขอเพียงได้มื้ออาหารให้มีชีวิตรอดก็เพียงพอ!ซ่งตั๋วสั่งให้เชลยรวบรวมศพทั้งหมดมากองรวมกัน นำไปวางบนไม้แห้ง ราดน้ำมัน แล้วจุดไฟเผาขณะที่เหล่าทหารผ่านศึกต่างเหนื่อยล้า นั่งพักกระจัดกระจายเต็มพื้นสนามรบจ้านเฉิงอิ้นหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา สอบถามขบวนรถ “พวกเผ่าหมานส่งกำลังมาสนับสนุนกองทัพธงเหลืองหรือไม่?”“ท่านแม่ทัพ ไม่มีขอรับ...พวกเราไม่กล้าดับเครื่องรถเลย กลัวพวกมันจะควบม้าบุกมาเล่นงานเรา แต่แปลกมาก ทั้งที่พวกมันรู้ดีว่ากองทัพธงเหลืองกำลังรบกับพวกเรา”“เสียงระเบิดดังไปไกลขนาดนั้น แต่พวกมันยังนิ่งเฉย ปล่อยให้พวกนั้นตายไปต่อหน้าต่อตา!”จ้านเฉิงอิ้นกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าจับตาดูต่อไป หากพวกมันบุกเข้ามา ให้ใช้ระเบิดไล่ต้อน”“รับทราบ ท่านแม่ทัพ!”จ้านเฉิงอิ้นปิดวิทยุสื่อสารก่อนหน้านี้ เขาคิดว่ากองทัพธงเหลืองกับเผ่าหมานม่อเป่ยมีพันธมิตรอันแน่นแฟ้นเมื่อชนเผ่าป่าเถื่อนจับผู้คนมากินเป็นอาหาร และสังหารประชาชนแคว้นต้าฉี่ แต่กองทัพธงเหลืองกลับทำเป็นไม่เห็นเสียอย่างนั้นแต่ดูจากสถานการณ์ตอน
ครั้งนี้ ทันทีที่ได้ยินเสียงซ่งตั๋วประกาศคำสั่ง กองทัพธงเหลืองทั้งหมดต่างพากันทิ้งอาวุธและยอมจำนนทหารกว่าสิบหมื่นนาย นอกจากผู้ที่เสียชีวิตในสนามรบแล้ว!ที่เหลือล้วนแต่ยอมจำนน!พวกเขาคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงกัน ชูอาวุธขึ้นเหนือศีรษะ ก้มหน้าลงต่ำด้วยความพ่ายแพ้ ตามธรรมเนียมของสงครามที่ผ่านมา ผู้ที่ถูกจับเป็นเชลยจะมีเพียงสองทางเลือกถูกสังหารในที่นั้น หรือกลายเป็นทาส ใช้ชีวิตอย่างต่ำต้อยเหมือนตายทั้งเป็นแต่พวกเขาอยากเสี่ยงเดิมพัน!พวกเขาทั้งหมดเป็นชาวบ้านผู้หิวโหยที่ไม่มีทางรอด จึงมาสมัครเป็นทหารของกองทัพธงเหลืองเพราะรู้ว่าที่นี่มีเสบียงให้กิน พวกเขาจึงเข้าร่วมหากยังพอมีอาหารให้ประทังชีวิต แม้ไม่ใช่ทาส แม้ต้องลงเหมืองทำงานหนัก พวกเขาก็ยอม!ขอเพียงได้รับค่าตอบแทนตามกำหนด ได้ส่งเงินกลับไปเลี้ยงดูครอบครัวพวกเขายอมทำทุกอย่าง!ซ่งตั๋วสั่งให้ทหารผ่านศึกเข้ายึดอาวุธจากผู้ที่ยอมจำนนให้คนที่ยอมจำนนยืนเข้าแถวทีละคน เตรียมพร้อมสำหรับการตรวจนับจำนวนจ้านเฉิงอิ้นยืนอยู่กลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยบาดแผลแห่งสงคราม ซากศพเกลื่อนกลาดทั่วทุกหนแห่ง~ชนะแล้ว!พวกเขาชนะแล้ว!เดิมที คิดว่า
ความมุ่งมั่นในการต่อสู้ของเขาดูเหมือนจะสลายไปหมดแล้ว เขาคุกเข่าลงกับพื้นอย่างสิ้นหวังไม่ง่ายเลยกว่าเขาจะเดินมาถึงจุดนี้!ไม่ยินยอมยิ่งนัก!ต่อให้เป็นเช่นนี้ เขาก็ยังคงไม่ยอมจำนน คำรามอย่างไม่ยอมแพ้ “ข้าไม่...”ด้านหลังของเขา ซ่งตั๋วรังเกียจที่เขาส่งเสียงดัง จึงใช้ดาบในมือฟาดเขาจนสลบ“ยุ่งยากเสียจริง!”หลีชิงกับสวีจู้กล่าวว่า “ชื่อเสียงของคนผู้นี้ไม่ได้แย่นัก เพียงแต่ไม่รู้ว่า ไยมู่ฉีซิวถึงได้มอบหมายตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ให้กับเขา!”ซ่งตั๋วกล่าวว่า “ด้วยความภักดีของเขา สามารถรับตำแหน่งที่สำคัญของมู่ฉีซิวได้ ก็ไม่น่าประหลาดใจอันใด!”ในตอนนี้ ซ่งตั๋วขึ้นไปบนรถคันเล็กของมั่วฝาน นำลำโพงที่อยู่ตรงเบาะหลังของเขา ย้ายไปไว้ที่กระโปรงท้ายรถทั้งหมดหลังจากนั้นก็ขับรถไล่ตามไปยังทิศทางที่ทหารของกองทัพธงเหลืองหลบหนีไปไล่ตามไปด้วย ตะโกนใส่ลำโพงประกาศเสียงขนาดใหญ่ไปด้วย“ผู้ที่ยอมจำนน และมอบอาวุธจะไม่ถูกสังหาร!”“ผู้ที่หันมาพึ่งพิงกองทัพตระกูลจ้านและสร้างผลงาน ไม่มีตำแหน่งขุนนางชั้นสูง ไม่มีที่ศักดินาหนึ่งพันครัวเรือน ที่ดินอันอุดมสมบูรณ์หนึ่งพันหมู่ให้!”“ทหารกองทัพตระกูลจ้านมีอาหารวันละส
เมื่อจ้านเฉิงอิ้นโบกมือ อากาศยานไร้คนขับขนาดเล็กจำนวนสิบลำก็ปรากฏขึ้น ด้านบนผูกดินระเบิดเอาไว้เรียบร้อยแล้วมั่วฝานควบคุมอากาศยานไร้คนขับลำหนึ่ง ลอยขึ้นไปอย่างช้า ๆ ไล่ตามไปทางที่พวกมู่ฉีซิวหลบหนีไปยิ่งไปกว่านั้นเฉินอู่ได้พาทหารผ่านศึกกลุ่มใหญ่ บุกเข้าไปในกลุ่มของกองทัพธงเหลืองเขาตะโกน “เหล่าสหาย สังหาร รถคันใหญ่ของพวกเราหนีไปแล้ว!”“อย่าปล่อยให้พวกมันหนีไปได้เป็นอันขาด!”“หากเอารถคันใหญ่มาไม่ได้ ก็ต้องเอารถยนต์คันเล็กมาให้ได้สักคัน บุก...”กองทัพธงเหลืองที่เดิมทีต่อสู้อย่างดุเดือดอยู่แนวหน้า อยู่ ๆ ก็ละทิ้งชุดเกราะกันเป็นจำนวนมากอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งหมดวิ่งหนีไปที่ด้านหลังพวกเขายังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นจนกระทั่งมีคนตะโกนขึ้นมา “ท่านผู้นำให้ถอยทัพ เร็วเข้า รีบถอยทัพ!”คนพวกนั้นถึงได้มีปฏิกิริยาตอบสนอง วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตเวลานี้กองทัพตระกูลจ้านประสมธนู หน้าไม้ราชวงศ์ฉิน และดินระเบิด...เข้าด้วยกันขวัญกำลังใจของพวกเขาเต็มเปี่ยม ทั้งหมดบุกสังหารด้วยท่าทางดุดันทหารกองทัพธงเหลืองวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตท่านผู้นำยังหนีไปแล้ว ขวัญกำลังใจจึงลดลงไปอย่างมาก เหลือแค่เ
จ้านเฉิงอิ้นขึ้นขี่ม้า สวมหมวกกันน็อก มือถือดาบม่อเตา แล้วขี่ออกมาเพื่อเผชิญหน้าเฉินอู่กับซ่งตั๋วตามติดอยู่ด้านหลังครั้งนี้ เหลือหน่วยกล้าตายส่วนหนึ่งไว้เพื่อปกป้องมั่วฝานมั่วฝานกล่าวว่า “พวกเจ้าไปสังหารศัตรูกันให้หมด ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงข้า!”เขาขึ้นนั่งบนรถ และขับพุ่งเข้าไปท่ามกลางฝูงชนของกองทัพธงเหลืองการศึกในครั้งนี้ต่อสู้กันอย่างดุเดือดฝ่ายตรงข้ามมีจำนวนคนมากเกินไป พวกเขามาถึงใกล้กับเมืองหลวงแล้ว ไม่ยอมละทิ้งความมั่งคั่งที่ได้มาอย่างง่ายดายต้องการสังหารกองทัพตระกูลจ้านกองทัพตระกูลจ้านมีประสบการณ์ในการรบมากกว่ากองทัพธงเหลือง อาวุธและอุปกรณ์สวมใส่ดียิ่งกว่ากองทัพธงเหลืองอย่างไรก็ดีฝ่ายตรงข้ามมีคนจำนวนมากพวกเขาต่อสู้อย่างยากลำบาก!หน่วยปืนล่าสัตว์ถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง แม้แต่หน่วยหน้าไม้ราชวงศ์ฉินยังทิ้งคันธนูและศร หยิบดาบม่อเตามาต่อสู้กับศัตรู...ในเวลานี้ หวังเซิ่งคิดว่าหากต่อสู้ต่อไป กองทัพตระกูลจ้านจะร่อยหรอสองแสนคนเมื่อเทียบกับสามหมื่นคน มากมายเกินไปจริง ๆ อีกทั้ง พวกเขายังถูกโอบล้อม หากอยากฝ่าวงล้อม มีแต่ต้องสังหารกองทัพธงเหลืองให้สิ้นเท่านั้นเขามอ