Share

บทที่ 532

Author: มู่โร่ว
ตราบใดที่เขายังรักษาสภาพเดิมไว้ ก็จะกลายเป็นแคว้นที่แข็งแกร่งอันดับหนึ่งได้อย่างแน่นอน

แต่ด้วยนิสัยของฉีซวนเหิง เขาจะยอมทิ้งโอกาสดี ๆ แบบนี้ไป ยกดินแดนแคว้นเยี่ยนที่ไม่มีใครเฝ้า ซึ่งเป็นเนื้อชิ้นโตให้กับแคว้นฉู่อย่างนั้นหรือ?

เป็นไปไม่ได้!

ฉีซวนเหิงจะต้องโจมตีแคว้นเยี่ยนอย่างแน่นอน

ถึงตอนนั้นก็หวังแค่ว่าจ้าวเฉียนจะสามารถรักษาแคว้นเยี่ยนไว้ได้

ไม่รู้ว่าสถานการณ์ทางฝั่งจ้าวเฉียนเป็นอย่างไรบ้าง?

แคว้นฉู่และแคว้นฉีตั้งอยู่ทางใต้และเหนือของแคว้นเยี่ยน

แคว้นฉู่อยู่ทางใต้ แคว้นฉีอยู่ทางเหนือ

โดยมีแคว้นเยี่ยนอันกว้างใหญ่อยู่ตรงกลาง

ขณะที่แม่ทัพทั้งสามกำลังหารือกันว่าจะทำการโจมตีในตอนกลางคืนเพื่อบีบให้เจียงเหว่ยส่งกองทัพออกไป...

“รายงาน...”

ทหารน้อยตะโกนเข้ามา ทำให้ทหารหลายคนในค่ายได้ยิน

เซี่ยเวย จางเฉา และเฉินเซียนซงหยุดดูแผนที่ในมือ หันไปมองทหารที่มารายงาน

เห็นทหารผิวคล้ำแดด หน้าตาเบิกบาน ฟันขาวสะอาดของเขาดูสดใสเป็นพิเศษภายใต้แสงแดด

“รายงาน ท่านแม่ทัพ แม่ทัพจ้าวเฉียนส่งข่าวดีมา...”

เมื่อแม่ทัพทั้งสามได้ยินว่าเป็นข่าวจากจ้าวเฉียน พวกเขาก็รีบเข้าไปถามทหาร

“ข่าวอะไร?”

ทหารผ่านศึ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 533

    เหมืองแร่ ทหารนายหนึ่งวิ่งมาจากที่ไกลโพ้น ในมือกำจดหมายแน่น เร่งฝีเท้ามายังหน้ากระโจมบัญชาการของจ้านเฉิงอิ้นด้วยท่าทางร้อนรน“ท่านแม่ทัพ รายงาน รายงานขอรับ...”จ้านเฉิงอิ้นได้ยินดังนั้นก็วางแผนที่ลงทันที ก่อนจะก้าวออกจากกระโจมบัญชาการพร้อมกับเฉินขุย เฉินอู่ ซ่งตั๋ว และจวงเหลียง บนใบหน้าหล่อเหลาของเขาปรากฏแววแห่งความยินดี“ว่าอย่างไร? หลี่หยวนจงส่งข่าวมาแล้วหรือ?”สีหน้าของทหารที่นำข่าวมาถึงกับชะงักแข็งค้าง ก่อนจะยื่นจดหมายในมือส่งให้จ้านเฉิงอิ้นด้วยสองมือ แล้วกล่าวว่า “ไม่ใช่ข่าวจากแม่ทัพหลี่ขอรับ แต่เป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของแคว้นเยี่ยน! แม่ทัพเซี่ยเวยและจ้าวเฉียนสามารถต้านทัพของแคว้นฉู่และแคว้นฉีไว้ได้แล้ว!”เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้ว จ้านเฉิงอิ้นรู้สึกเสียดายอยู่เล็กน้อย แต่เขาก็ปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา“พวกเขาชนะแล้วหรือ? ข้ารู้อยู่แล้วว่าพวกเขาต้องชนะได้แน่!”เขาคลี่จดหมายออกอ่าน...เป็นจดหมายจากเซี่ยเวย ใจความระบุว่า “เรียนท่านแม่ทัพใหญ่ ข้าถึงด่านเจิ้นกวนในวันแรก ก็ได้ปะทะกับเจียงเหว่ยจากแคว้นฉู่โดยบังเอิญ เขานำทัพหนึ่งแสนมาเผชิญหน้ากับทหารสองหมื่นห้า

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 534

    ผลปรากฏว่า ทันทีที่พวกเขามาถึงก็เข้าปะทะทันทีขบวนรถศึกขนาดมหึมา พร้อมด้วยการยิงหน้าไม้ราชวงศ์ฉินจากบนรถ ทำให้ทหารแคว้นฉีที่ยังเตรียมตัวไม่พร้อมต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างหนักศึกแรกยังไม่ทันได้ปะทะกันโดยตรง ข้าศึกก็แตกพ่ายหนีตายไปเสียแล้วคาดว่าความพ่ายแพ้ครั้งแรกคงสร้างความอัปยศอดสูไม่น้อยกองทัพแคว้นฉีที่มีกำลังพลมหาศาล กลับต้องพ่ายแพ้ให้กับขบวนรถศึกเพียงร้อยกว่าคัน และเหล่าทหารที่ยังไม่ได้ลงจากรถ เพียงแค่การยิงหน้าไม้ราชวงศ์ฉิน ก็ทำให้พวกมันสูญเสียกำลังพลไปมหาศาลเช้าวันถัดมา ฉีซวนเหิงเร่งระดมพลอย่างรวดเร็ว เปิดฉากโจมตีอีกครั้ง เป้าหมายของเขาคือกองทัพที่เพิ่งเดินทางมาเหนื่อยล้าและยังไม่ทันได้ฟื้นตัวเต็มที่บางทีอาจเป็นเพราะกองทัพแคว้นฉีอ่อนแอและไร้ประสิทธิภาพแม้จ้าวเฉียนและทหารสองหมื่นกว่าคนจะยังไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ยังคงฮึกเหิมพร้อมเข้าสู่สนามรบทว่าเมื่อได้ปะทะกันจริง ๆ บรรดาทหารผ่านศึกก็พลันเข้าใจว่า สาเหตุที่กองทัพแคว้นฉีทำผลงานได้ย่ำแย่เมื่อวันก่อน ไม่ใช่เพราะพวกเขาอ่อนแอเกินไป แต่เป็นเพราะกองทัพของพวกเขามีอาวุธที่ได้เปรียบ หน้าไม้ราชวงศ์ฉินที่มีระยะยิงไกลและพลังท

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 535

    เซี่ยเวยปะทะกับเจียงเหว่ยแห่งแคว้นฉู่ กองทัพหนึ่งแสนของเจียงเหว่ยถูกเซี่ยเวยสังหารไปกว่าครึ่ง ส่วนที่เหลืออีกห้าหมื่นคนแตกพ่ายหนีเตลิดไปเท่จริง ๆ!เย่มู่มู่เพิ่งเคยได้ยินชื่อเจียงเหว่ยเป็นครั้งแรก แม่ทัพหนุ่มที่สามารถเผยตัวขึ้นมาใต้ร่มเงาของหลิงเสี่ยวเฟิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังได้ คงไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน!แต่การพ่ายแพ้อย่างยับเยินในศึกแรก คงเป็นเพราะเขาประเมินเซี่ยเวยต่ำเกินไปเย่มู่มู่เปิดจดหมายฉบับที่สอง ก็พบว่าคู่ปรับเก่าอย่างฉีซวนเหิงกลับมาอีกแล้วเขานำทัพมาถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นนาย แต่กลับแพ้ติดต่อกันถึงหกครั้ง!เย่มู่มู่เองก็ไม่เข้าใจเลยว่าคนผู้นี้คิดอะไรอยู่คนทั่วไปแค่แพ้สามครั้งก็คงยอมถอดใจแล้ว อย่าว่าแต่สามเลย แค่เธอเล่นเกมแพ้ติดกันสองรอบยังไม่อยากเล่นต่อเลยด้วยซ้ำ!พี่ชายคนนี้แพ้ไปหกครั้งแล้วยังไม่ถอยทัพอีกเขากะจะแพ้จนหมดตัวเลยหรือไง!?เย่มู่มู่มองจดหมายจากจ้านเฉิงอิ้น ขณะที่สองพี่น้องหลูหมิงและหลูซีต่างก็จับจ้องมาอย่างใจจดใจจ่อพวกเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า ภูเขาเหมืองเป็นอย่างไรบ้างหรือว่ากองทัพเผ่าหมานของแคว้นเยี่ยนกับกองทัพธงเหลืองยังคงปิดล้อมกองทัพตระกูลจ้านอย

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 536

    เวลานั้น หลูหมิงหยิบกริชที่ฝังอัญมณีออกมา “ท่านเทพ โปรดนำกริชเล่มนี้ไปแลกเป็นเสบียงเถิด เวลาทำศึก สิ่งที่หมดเร็วที่สุดก็คือเสบียงกับน้ำ รวมถึงอาวุธและเสบียงอื่น ๆ ด้วย...”“ข้าไม่อยากให้กองทัพตระกูลจ้าน ต้องสิ้นหวังเหมือนตอนที่ถูกล้อมอยู่ที่ด่านเจิ้นกวนอีก!”เย่มู่มู่ดันกริชกลับไป“พอแล้ว ข้าอยู่นี่ทั้งคน ไม่มีทางให้เจ้าต้องออกเงินหรอก แค่ช่วยกันทำความสะอาดลานบ้านของข้าก็พอแล้ว!”คราวก่อน เย่มู่มู่รับสต็อกสินค้าจากร้านที่สองของเจ้าของร้านขายข้าวมาแล้วของมีเยอะก็จริง แต่หากเกิดสงครามหลายด้านขึ้นพร้อมกัน ก็ยังไม่เพียงพอแน่นอนเธอจึงสั่งซื้อเสบียงจากนอกทะเลมายี่สิบตู้คอนเทนเนอร์เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ แม้แต่พวกที่ฝรั่งไม่นิยมกินอย่าง น่องไก่ กระเพาะหมู และขาหมู...ก็ซื้อมาเหมือนกัน!กินพื้นที่ไปประมาณสิบกว่าตู้คอนเทนเนอร์แต่เสบียงเหล่านี้ยังล่องลอยอยู่กลางทะเล ยังมาไม่ถึงท่าเรือตอนนี้สถานการณ์สงครามตึงเครียด เธอต้องซื้อเสบียงจำนวนมหาศาล อีกทั้งยังต้องเตรียมซื้อของอีกมากมาย ยา อุปกรณ์ และวัสดุก่อสร้างสำหรับสร้างกำแพงเมือง เช่น ปูนซีเมนต์กับเหล็กเส้น ให้พร้อมนอกจากนี้ย

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 537

    เย่มู่มู่เป็นคนลงมือทำมากกว่าพูด เธอเปิดรายงานการเงินประจำเดือนที่ได้รับจากทีมไลฟ์สดช่วยเหลือเกษตรกรนับตั้งแต่เปิดตัวมา ยอดขายเป็นไปได้ด้วยดีแต่ละวันสามารถขายสินค้าได้หลายสิบล้าน ถือว่าอยู่ในอันดับต้น ๆ ของการไลฟ์สดเพียงแต่ว่า เนื่องจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมีกำไรขั้นต้นต่ำ ต่างจากเครื่องสำอางหรือสินค้าแม่และเด็กที่ทำกำไรได้ถึงสี่สิบถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์แต่สินค้าเกษตรทั่วไปมีกำไรเพียงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ หรือสูงสุดแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์หักค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและค่าแรงแล้ว กำไรที่เหลือก็แทบจะนับเป็นเศษเสี้ยวเท่านั้น!แม้ว่ายอดขายจะสูงมาก แต่กำไรที่ได้ก็ยังเทียบไม่ได้กับเหล่าบรรดาไลฟ์ขายสินค้าแม่และเด็ก หรือเครื่องสำอางและสกินแคร์แบบนี้ไม่ได้! แค่ช่วยขายสินค้าเกษตรยังไม่พอ ต้องขยายธุรกิจหลายด้านควบคู่กันไป!เธอไม่รอช้ารีบโทรหาผู้จักการทันทีเธออยากจะตั้งบริษัทเครือข่ายสร้างคอนเทนต์ ต้องเซ็นสัญญานักไลฟ์สดหน้าใหม่ให้มากขึ้น ขยายธุรกิจหลายช่องทาง! ผู้จัดการเองก็อยากจะคุยกับเธอเรื่องนี้อยู่พอดี!เพราะไลฟ์สดช่วยเหลือเกษตรกรกำลังได้รับความนิยมอย่าง

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 538

    แม้แต่ฝ้ายฤดูใหม่ของปีนี้ก็ใกล้จะออกสู่ตลาดแล้ว เธอยังสามารถจองล่วงหน้าได้เลยร้านค้าทั้งหมด เย่มู่มู่ได้กำหนดเรียบร้อยแล้วหลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ เธอถึงตอบกลับจ้านเฉิงอิ้น“จ้านเฉิงอิ้น หวังว่าจดหมายนี้จะถึงมือเจ้าอย่างราบรื่นและนำพาความสุขไปให้ ข้าโล่งใจยิ่งนักเมื่อรู้ว่าแคว้นเยี่ยนกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ดี...”“เจ้าคิดว่า หลี่หยวนจงจะสามารถพิชิตแคว้นเยี่ยนได้หรือไม่?”*ภายในห้องพักชั่วคราวใต้ภูเขาเหมือง~จ้านเฉิงอิ้นจ้องมองจดหมายตอบกลับที่เย่มู่มู่ส่งมาให้ เขาเงียบไปชั่วขณะ ไม่รู้จะตอบอย่างไรดีแปดวันแล้วแม้แต่เปี้ยนจื่อผิงที่เดินทางไปยังราชสำนักม่อเป่ย ก็ส่งข่าวดีมาถึง พวกเขาใช้ไฟโจมตี เผากระโจมของม่อเป่ยให้ลุกไหม้ จากนั้นจึงใช้หน้าไม้ราชวงศ์ฉินยิงเข้าไป บีบให้เหล่าทหารเผ่าหมานด้านในต้องออกมาไม่นึกเลยว่าจะมีเผ่าหมานถึงห้าหมื่นนายศึกโจมตีแบบสายฟ้าแลบของเปี้ยนจื่อผิงครั้งนี้เป็นไปอย่างยากลำบากยิ่งเนื่องจากฝ่ายตรงข้ามเตรียมตัวรับมือไว้ก่อนแล้ว กองทัพหกพันนายต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังห้าหมื่น อีกทั้งชาวม่อเป่ยยังมีพรสวรรค์ด้านการขี่ม้าและยิงธนูโดยกำเนิดการโจมตีครั้

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 539

    หลี่หยวนจงขาดการติดต่อไป~พูดให้ถูกคือหลงทาง!ตอนแรกที่พวกเขาออกจากเมือง ทุกอย่างยังราบรื่นถึงแม้จะต้องเดินทางทุกวัน แต่ก็ให้ทหารได้พักผ่อนอย่างเพียงพอเนื่องจากเป็นครั้งแรกที่พวกเขาขับรถทางไกล จึงไม่ค่อยชำนาญในการขับรถบนภูมิประเทศแบบต่าง ๆหลังจากออกจากเมืองได้ไม่นาน คนขับรถบรรทุกคันหน้าก็ประมาท ทำให้รถติดหล่มทรายทุกคนช่วยกันขุดหลุม ลองใช้ม้าลากรถ แต่ก็ไม่สำเร็จสุดท้ายก็มีคนเสนอให้ใช้รถสองคันลากพวกเขาไม่มีเชือกเหล็ก มีเพียงเชือกป่าน ผลคือดึงทีเดียวก็ขาดต้องใช้เชือกหลายเส้นมัดรวมกัน แล้วเหยียบคันเร่งลากรถรถก็หลุดออกมาได้ แต่เสียเวลาไปครึ่งค่อนวันหลี่หยวนจงร้อนใจ พวกเขากำลังจะไปยึดเมืองหลวงของแคว้นเยี่ยนได้สุดท้าย การออกศึกกลับเริ่มต้นด้วยลางร้ายรถคันที่นำทาง ไม่กล้าให้คนเดิมขับแล้ว จึงให้คนที่ขับรถคล่องที่สุดเป็นคนนำทางผลคือ พาพวกเขาหลงทางกองทัพเดินทางออกนอกเส้นทางของแคว้นเยี่ยนไปไกล พวกเขากลับมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ไม่มีใครกล่าวถึงได้ระหว่างทาง ขบวนรถติดหล่ม ซ่อมรถ และหยุดพัก จนเสียเวลาไปถึงสามวันแต่เมื่อเดินหน้าต่อไป เส้นทางก็ยังคงผิดเพี้ยนสุดท้าย ไม่เพ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 540

    ชาวบ้านต่างพากันนำทางพวกเขาไปยังถ้ำ แล้วเดินลึกลงไปอีกภาพของบ่อน้ำขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเนื่องจากอยู่ลึกจากพื้นดินมาก แสงแดดส่องไม่ถึง และผนังหินช่วยป้องกันการระเหย น้ำจึงยังคงอยู่ ไม่แห้งขอดหลี่หยวนจงและเหล่าทหารดีใจมากที่เห็นน้ำมากมายขนาดนี้โชคดีที่พวกเขานำเครื่องสูบน้ำมาด้วย!พวกเขาดึงท่อสูบน้ำยาว ๆ สองท่อไปที่ปากถ้ำ ตั้งหม้อขนาดใหญ่ แล้วต้มข้าวต้มแจกจ่ายให้ทุกคน!เนื่องจากหลายคนอดอยากมานาน จึงให้คนละเพียงเล็กน้อยถึงอย่างนั้น ก็ใช้เสบียงของกองทัพไปไม่น้อยชาวเมืองทั้งเมืองอิ่มหนำสำราญ ต่างก็ดีใจอาหารมื้อนี้ช่วยให้พวกเขาไม่ต้องอดตายไปอีกสองวันเมื่อรู้ว่าหลี่หยวนจงและคณะกำลังจะไปเมืองหลวง ชาวบ้านก็อาสาเป็นผู้นำทาง...แม้แต่ชายฉกรรจ์ก็อาสาเข้าร่วมกับพวกเขา เพียงเพื่อแลกกับอาหาร!ในบรรดาประชากรกว่าสองแสนคน ที่รอดชีวิตมาได้ห้าหมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นชายฉกรรจ์ คนชรา ผู้หญิง และเด็กมีไม่ถึงหนึ่งในสามหลี่หยวนจงมองดูผู้คนที่สวมเสื้อผ้าขาดวิ่น ถึงแม้จะกินข้าวต้มหมดแล้ว ก็ยังเลียชามอยู่...ผู้หญิงแต่ละคนหน้าเหลืองซีดเซียว ท้องป่องโต หลบอยู่ตามมุมเด็ก ๆ ยิ่งไม่กล้าเข้าใกล้ หลบอย

Latest chapter

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 660

    เหล่าทหารยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้อง ก็ร่วงลงมาจากหอคอยสูงและเสียชีวิตในทันทีหน้าผากของเขาถูกแรงระเบิดฉีกจนแหลกเละเหล่าทหารเผ่าหมานจำนวนมากพากันกรูเข้าไปดูเมื่อได้เห็นสภาพศพ ทุกคนล้วนเผยสีหน้าตื่นตระหนกนี่คืออาวุธลับอาวุธลับชั้นยอดที่มีระยะยิงไกลพวกเขาแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากระสุนถูกยิงมาจากทิศไหน และเป้าหมายที่แท้จริงคือใครผู้คนล้มตายไปโดยไม่ทันได้รู้ตัวแม้แต่น้อยจะสู้อย่างไร?นี่มันน่าหวาดกลัวเกินไปแล้ว!หลัวซู่เห็นเหล่าทหารพากันล้อมเข้ามา เขาตะโกนลั่น เสียงนั้นดุดันจนฝูงชนรีบแตกกระเจิงออกจากกันเขาก้าวไปหาศพของทหารที่เสียชีวิตเมื่อเห็นหน้าผากที่ถูกระเบิดเปิดเป็นโพรงดำสนิท เลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุดเขาชักดาบออกมา ก่อนจะฟันลงไปตรงกะโหลกในสมองของทหารคนนั้น มีหัวกระสุนขนาดใหญ่ที่ระเบิดอยู่ภายในทุกคนที่ถูกยิง โดนเข้าทีเดียวก็ตายคาที่!สีหน้าหลัวซู่ซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างจนแทบฉีกขาด เขาจ้องมองกระสุนลูกซองแน่นิ่ง“นี่มัน...”นี่มันอะไรกันแน่?ทำไมมันถึงสามารถฆ่าทหารยามของเขาได้จากระยะไกล?เดิมที ศึกครั้งนี้เขามั่นใจเต็มสิบส่วนว่าจะสังหารจ้านเฉิงอิ้นได้ เพื่อแก้แ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 659

    จ้านเฉิงอิ้นเหลือบมองหลัวซู่ที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พบว่าอากาศยานไร้คนขับกำลังบินอยู่แต่เขาไม่ได้ยิงมันตก เขาเฉยเมย ราวกับจงใจปล่อยให้มันบันทึกภาพเหตุการณ์อันโหดร้ายนี้เอาไว้แสดงว่าเขากำลัง วางกับดักล่อเสือออกจากถ้ำอย่างนั้นหรือ?ต้องการให้กองทัพตระกูลจ้านโกรธจนขาดสติ ลุกขึ้นมาโจมตีเผ่าหมานด้วยไฟแค้นเต็มอกทำไมกัน?เป็นเพราะพวกนั้นเพิ่งผ่านศึกหนักกับกองทัพธงเหลืองมา จำนวนทหารจึงอ่อนแอลงแล้วอย่างนั้นหรือเมื่อตรวจสอบจำนวนพลเมื่อครู่ พบว่ามีผู้เสียชีวิตกว่าพันคน และบาดเจ็บอีกสามพันตอนนี้ กำลังพลที่ยังสามารถสู้รบได้ เหลือเพียงสองหมื่นหกพันนายกองทัพย่อมอ่อนแอลงไปบ้างแต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้เผ่าหมานท้าทายได้!พวกมันกล้าท้าทายเช่นนี้ แสดงว่าต้องมีอะไรให้มั่นใจ ถึงได้ทำให้กล้าบุ่มบ่ามขนาดนี้อะไรคือความมั่นใจของหลัวซู่กันแน่ ถึงได้กล้ากระตุ้นโทสะเช่นนี้?ซ่งตั๋ว เฉินอู่ และมั่วฝานต่างจ้องมองจ้านเฉิงอิ้น เฝ้ารอให้เขาออกคำสั่งเคลื่อนทัพแต่จ้านเฉิงอิ้นกลับกล่าวว่า “เราใช้ยุทธวิธีแบบกองโจรไม่ได้ และห้ามบุกจู่โจมโดยตรง!”เฉินอู่เอ่ยขึ้นทันที “ถ้าอย่างนั้นจะ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 658

    “กองทัพตระกูลจ้านก็จะอยู่รอดต่อไปได้ รัฐทายาทก็จะไม่ต้องมาด่วนจากไปก่อนวัยอันควร!”หลูซียังกล่าวเสริมด้วยความยินดีว่า “ไม่เพียงแต่จะไม่ด่วนจากไปก่อนวัยอันควร เขายังสามารถสร้างชื่อเสียงเกียรติยศได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งบารมีบรรพบุรุษ!”เย่มู่มู่เห็นพี่น้องทั้งสองดีใจขนาดนี้ “เอาล่ะ วันนี้พวกเราไปโรงงานผลิตอาหารที่ชานเมืองกัน ไปดูว่ามีสินค้าในคลังเป็นยังไงบ้าง”ถ้ามีสินค้าในคลังมาก ก็จะซื้อทั้งหมดเก็บไว้ในที่ว่างเปล่าของแจกันเย่มู่มู่ตรวจสอบแล้ว บริเวณชานเมืองมีนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ทำขนมปัง เค้ก บิสกิตอัดแท่ง...แบรนด์ดังในประเทศ โรงงานล้วนตั้งอยู่ที่ชานเมืองสะดวกต่อเธอในการจัดซื้ออย่างยิ่ง!พวกเขามุ่งหน้าไปยังชานเมืองทันทีฮ่าวอี้ขับรถตามหลังมาอย่างลับ ๆ พร้อมกับหงเหว่ยไม่กล้าเข้าใกล้มากเกินไป เพราะหลูซีกับหลูหมิงมีความระแวดระวังตัวสูงมากหงเหว่ยเห็นเขาขับรถตาม ก็กินข้าวกล่องไปด้วย พูดไปด้วยว่า “พี่ ไม่ต้องห่วง มีพวกเขาสองคนอยู่ คุณหนูเย่ไม่มีทางเป็นอะไรหรอก!”แค่หลูซีคนเดียวพวกเขาก็สู้ไม่ได้แล้ว นี่ยังมีหลูหมิงอีกคน นอกจากจะใช้อาวุธ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางชนะได้ฮ่าว

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 657

    คุณนายใหญ่ลู่ผู้ร่ำรวย กำลังช็อปปิงในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง แย่งกระเป๋ากับคุณนายที่เธอไม่ชอบหน้ามาโดยตลอด...ทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะกระเป๋าแอร์เมสเบอร์กิ้นหนังสัตว์หายาก ทำให้คุณนายคนอื่น ๆ สนใจเข้ามาดูเหตุการณ์ ในขณะนั้นเอง ตำรวจก็ปรากฏตัวขึ้นและใส่กุญแจมือเธอเธอร้องโวยวาย กล่าวหาว่าพวกเขาจับผิดคนแต่ตำรวจกล่าวว่า “คุณจ้างวานฆ่าคน เราไม่ได้จับผิดตัว!”การจ้างวานฆ่าคนถูกเปิดเผยออกไปโดยคุณนายที่มีปากเสียงกับเธอตอนนี้ คนในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองหลวง ต่างก็รู้ว่าเธอจ้างวานฆ่าคนภาพถ่ายของเธอที่ถูกสวมกุญแจมือ และถูกนำตัวออกไป ถูกเผยแพร่ไปทั่วทุกวงสังคมทันทีที่เธอก้าวขึ้นรถตำรวจ หุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลลู่ก็เริ่มดิ่งลงเงินทุนหลายพันล้านไหลออกเมื่อเธอถูกนำตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ ราคาหุ้นก็ร่วงลงต่ำสุดขีดขณะที่เธอถูกพาตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ เธอก็ยังคงอาละวาด ไม่ยอมเข้าไปข้างใน บอกว่าจะโทรศัพท์หาทนายความ และสามีไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนเองแม้แต่น้อย ด้านหลังยังมีนักข่าวตามถ่ายภาพฮ่าวอี้มองดูคุณหญิงลู่ มุมปากยกยิ้ม “ถึงคราวซวยแล้วแท้ ๆ ยังจะสร้างเรื่องอีก!”หงเหว

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 656

    “ฉันจะไปส่งของขวัญเอง นายวางเอาไว้เถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”*ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา เย่มู่มู่เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาสีดำ สวมฮู้ดคลุมศีรษะ อุ้มแจกันขึ้นรถเมย์บัค แล้วออกเดินทางเธอโทรหาทนายก่อน จากนั้นดำเนินการเรื่องเอกสารให้เสร็จ ถูกตำหนิและอบรมเป็นพิเศษ ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาแน่นอนว่า มีบอดี้การ์ดหงเหว่ยที่คอยดูแลจัดการเรื่องทั้งหมดเขาเฝ้าอยู่ที่สถานีตำรวจตลอดเมื่อเห็นรถของเย่มู่มู่ขับเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นทันที“คุณหนูเย่ เขาไม่เป็นไร อารมณ์ค่อนข้างคงที่ ทางตำรวจที่นี่ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจอะไรมาก แค่ตำหนิและอบรมไปหน่อย ยังให้ดูระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัย แล้วสั่งให้ท่องจำด้วย!”“ตำรวจบอกว่า เขาใช้กำลังมากเกินไป คนประเภทนี้ หากไม่ถูกอบรมให้ดี แล้วปล่อยตัวไป อาจเป็นภัยต่อสังคมได้!”เย่มู่มู่ถามเสียงเรียบ “ตอนนี้ออกมาแล้วหรือยัง?”“กำลังเซ็นเอกสารขั้นสุดท้ายอยู่ครับ”เย่มู่มู่ยื่นซองอั่งเปาให้เขา “คุณไปหาอะไรดี ๆ กินเถอะ ฉันจะรอเขาออกมาเอง”หงเหว่ยเกาหัว เห็นรถของหัวหน้าจอดอยู่หน้าโรงพักเขารู้สึกแปลกใจ หัวหน้าตามมาด้วยเหรอ? แต่ทำไมถึงไม่มาพร้อมกับคุณหนูเย่ล่ะ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 655

    เย่มู่มู่รู้สึกว่า การจัดซื้อเสบียงจากต่างประเทศนั้น ต้องใช้ระยะเวลายาวนานจ้านเฉิงอิ้นนำทัพเข้าเมืองหลวงของต้าฉี่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมประชากรเกินครึ่งของแคว้นเสบียงอาหารยี่สิบตู้คอนเทนเนอร์นั้น ไม่เพียงพออย่างแน่นอนเมื่อมาถึงเมืองหลวง เธอจึงมองการณ์ไกลยิ่งขึ้นรอบนอกเมืองหลวงนั้น รายล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม สำนักงานใหญ่ของบริษัทอาหารหลายแห่ง ก็ตั้งอยู่ในเมืองหลวงส่วนผู้จัดการบริษัทไลฟ์สด ก็ได้หาอาคารสำนักงานในเมืองหลวง และเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วอาคารสูงสิบกว่าชั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทไลฟ์สดทั้งหมดบริษัทไลฟ์สดได้จดทะเบียนชื่อใหม่เพราะเริ่มต้นจากบ้านพักตากอากาศเซียนหยวน จึงจดทะเบียนในนาม บริษัทเซียนหยวน มีเดีย จำกัดผู้ถือหุ้นใหญ่คือ เย่มู่มู่ถือหุ้นกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ผู้จัดการถือหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ผู้ไลฟ์สด ผู้ควบคุมรายการ ผู้กำกับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์... และทีมงานอื่นๆ คนละเล็กละน้อยยังมีส่วนแบ่งอีกหกเปอร์เซ็นต์ผู้อาวุโสสวี่ ผู้อาวุโสมู่ ผู้อาวุโสจาง หรือแม้แต่เวินลี่ ต่างก็ร่วมลงทุน และถือหุ้นคนละประมาณหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์เย่มู

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 654

    การจัดซื้อเสบียง แม้ต้องขนส่งข้ามโลกก็ต้องทำ!การจะนำเข้าอาหารจำนวนมากจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหมายถึงการต้องแย่งทรัพยากรจากประเทศอื่นประชาชนต้าฉี่มีถึงยี่สิบล้านคน การให้ทั้งหมดต้องพึ่งพาเธอเลี้ยงดูย่อมเป็นไปไม่ได้ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้จ้านเฉิงอิ้นสามารถพึ่งพาตัวเองได้ข้าวสามารถเติบโตและเก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุดในเวลาเพียงสามเดือน หากสภาพอากาศร้อนพอ สามารถปลูกได้ถึงปีละสามรอบขอเพียงมีปุ๋ยและแหล่งน้ำเพียงพอยังมีพืชผลที่ให้ผลผลิตสูง... เช่น มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพดอีกเพียงสองปี จะเกิดหายนะหิมะครั้งใหญ่ พวกเขาต้องเร่งสะสมเสบียงให้เพียงพอ พวกเขาจะสามารถผ่านช่วงเวลานั้นไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนดังนั้น เมื่อจ้านเฉิงอิ้นเสนอให้บุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ในตงโจวเย่มู่มู่ก็ตอบรับโดยไม่ลังเล“ดี! จ้านเฉิงอิ้น ข้าจะสนับสนุนเจ้า หากเจ้าอยากทำสิ่งใด จงทำให้เต็มที่!”“ข้าจะเป็นกำลังหนุนของเจ้าเสมอ!”ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา หางตาแดงก่ำ มือที่เปรอะเปื้อนโลหิตลูบไล้แจกันอย่างแผ่วเบาเสียงของเขาต่ำและแหบแห้ง “ขอบคุณท่านมาก ท่านเทพ!” “บุญคุณของท่าน ข

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 653

    เย่มู่มู่ลองใช้พลังดูแล้ว แต่เธอไม่สามารถข้ามไปได้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งมั่วฝาน หลูซีและหลูหมิง ต่างสามารถข้ามไปได้ตามปกติเธอใช้พลังจนหมดสิ้น ใบหน้าซีดขาว ร่างกายอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรงกลับไม่มีแม้แต่ความเคลื่อนไหวใด ๆเธอคิดว่า การที่เจ้าของแจกันสามารถเดินทางข้ามสองพันปีได้นั้น...บางทีอาจต้องอาศัยสื่อกลางบางอย่าง หรือไม่ก็ตัวแจกันเองอาจต้องผ่านการอัพเกรดขึ้นอีกระดับเมื่อจ้านเฉิงอิ้นได้ยินคำตอบของเย่มู่มู่ เขากลับหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความสุข เห็นได้ชัดว่า เขาดีใจมากจริง ๆการได้พบเย่มู่มู่ทำให้เขาดีใจยิ่งกว่าการได้รับชัยชนะในศึกครั้งนี้เสียอีกเย่มู่มู่ที่ห่วงใยเขา ถึงกับพยายามเผาผลาญพลังทั้งหมดเพื่อจะข้ามมาให้ได้เธอรีบกล่าวเตือน “จ้านเฉิงอิ้น ข้าสัญญากับเจ้าแล้วว่าจะพบเจ้า ข้าจะไม่ผิดคำพูดแน่นอน!”“ตอนนี้เผ่าหมานยังไม่ถูกกวาดล้าง เจ้ายังไม่ต้องรีบร้อนข้ามมายังยุคปัจจุบัน กำจัดเผ่าหมานให้เสร็จเสียก่อน!”“เพราะว่า เพราะว่า...การข้ามกาลเวลานั้นต้องใช้พลังชีวิตอย่างมาก เจ้ายังต้องรักษาสติและพลังงานไว้ให้พร้อม ต้องระวังให้มาก เพราะเผ่าหมานอาจบุกเข้ามา

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 652

    บัดนี้ พวกเขาทุกคนกลายเป็นเชลยศึกพวกเขาทำได้เพียงอ้อนวอน ขอให้กองทัพตระกูลจ้านเมตตาปล่อยผ่าน ขอเพียงได้มื้ออาหารให้มีชีวิตรอดก็เพียงพอ!ซ่งตั๋วสั่งให้เชลยรวบรวมศพทั้งหมดมากองรวมกัน นำไปวางบนไม้แห้ง ราดน้ำมัน แล้วจุดไฟเผาขณะที่เหล่าทหารผ่านศึกต่างเหนื่อยล้า นั่งพักกระจัดกระจายเต็มพื้นสนามรบจ้านเฉิงอิ้นหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา สอบถามขบวนรถ “พวกเผ่าหมานส่งกำลังมาสนับสนุนกองทัพธงเหลืองหรือไม่?”“ท่านแม่ทัพ ไม่มีขอรับ...พวกเราไม่กล้าดับเครื่องรถเลย กลัวพวกมันจะควบม้าบุกมาเล่นงานเรา แต่แปลกมาก ทั้งที่พวกมันรู้ดีว่ากองทัพธงเหลืองกำลังรบกับพวกเรา”“เสียงระเบิดดังไปไกลขนาดนั้น แต่พวกมันยังนิ่งเฉย ปล่อยให้พวกนั้นตายไปต่อหน้าต่อตา!”จ้านเฉิงอิ้นกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าจับตาดูต่อไป หากพวกมันบุกเข้ามา ให้ใช้ระเบิดไล่ต้อน”“รับทราบ ท่านแม่ทัพ!”จ้านเฉิงอิ้นปิดวิทยุสื่อสารก่อนหน้านี้ เขาคิดว่ากองทัพธงเหลืองกับเผ่าหมานม่อเป่ยมีพันธมิตรอันแน่นแฟ้นเมื่อชนเผ่าป่าเถื่อนจับผู้คนมากินเป็นอาหาร และสังหารประชาชนแคว้นต้าฉี่ แต่กองทัพธงเหลืองกลับทำเป็นไม่เห็นเสียอย่างนั้นแต่ดูจากสถานการณ์ตอน

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status