เมื่อได้ยินเสียงปังในโทรศัพท์ ฟางอวี่เจิ้งก็สะดุ้งเช่นกัน เขารีบวางสายแล้วหันตัววิ่งกลับไปยังห้องพักโดยสาร“น้องฉู่ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”ฟางอวี่เจิ้งเล่าคำพูดของเฉียวเทียนฉี่เมื่อครู่นี้ออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ฉู่เฉินหัวเราะหยันแล้วเอ่ยว่า “ฮึ ถ้าเกิดผมเดาไม่ผิด ตอนนี้ผู้อาวุโสเฉียวน่าจะมีเลือดไหลออกจากปากแล้ว”เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ ฉู่เฉินก็หันหน้าไปมองสีท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยอย่างใคร่ครวญว่า “อย่างมากอีกหนึ่งชั่วโมงก็จะกระแกเลือดคำใหญ่แล้ว”“ก่อนพลบค่ำพระอาทิตย์ตกดิน ถ้าเกิดไม่ดำเนินการช่วยเหลืออย่างถูกต้อง ขอเพียงตะวันลับฟ้าก็สามารถฝังนายท่านใหญ่ลงดินไปสู่สุคติได้เลย” ซี้ด!เมื่อคำพูดนี้ออกมา จางหลิงที่เพิ่งเอนตัวนอนเข้าไปอยู่ในสนามเพลาะเดียวกับฉู่เฉินก็มองไปทางฉู่เฉินด้วยความไม่อยากจะเชื่อจริง ๆถ้าเกิดบอกว่าวิชาแพทย์ของคนเรามีระดับ ฉู่เฉินจะต้องอยู่ระดับสูงสุดอย่างแน่นอน ควบคุมการเกิดแก่เจ็บตายของคนได้ในพริบตา เป็นตัวตนที่เหมือนกับเทพเซียนจริง ๆ หลี่จิงจิงเองก็มองฉู่เฉินด้วยความไม่อยากจะเชื่อเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “คุณฉู่ คุณคาดการณ์อาการป่วยของผู้อาวุโสเฉียวได้เป็น
“ฉู่เฉิน นายท่านใหญ่ใกล้จะไม่ไหวแล้ว ไม่ว่าตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่ ผมให้เวลาคุณยี่สิบนาที รีบกลับมารักษานายท่านใหญ่เดี๋ยวนี้!”เฉียวเทียนฉี่ใช้น้ำเสียงที่ไม่อนุญาตให้สงสัยออกคำสั่งอย่างเย็นชา“ขอโทษด้วยครับ ผมไม่ว่าง”ฉู่เฉินพูดจบก็โอบเอวบางของหลี่จิงจิงอีกครั้ง ก่อนจะพูดกับเนื้อขาปูในจานข้าง ๆ ว่า “ผมอยากกินปูที่มือเรียวสวยถือให้” “แหม คุณนี่แย่จริง ๆ ฉันกำลังถือโทรศัพท์อยู่ ยังมีมือที่สามมาแกะขาปูให้คุณที่ไหนกัน?” หลี่จิงจิงกล่าวพลางแค่นเสียงอย่างแง่งอน“งั้นก็วางสายสิ”ฉู่เฉินเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจวินาทีต่อมา เฉียวเทียนฉี่ที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟยังไม่ทันได้ระบายโทสะออกมา ก็มีเสียงสายไม่ว่างดังมาจากปลายสาย ตัดสายของเขาจริง ๆ เหรอเนี่ย?!ดวงหน้าของเฉียวเทียนฉี่แดงฉานเพราะความโกรธจัด!“บังอาจ! บังอาจ!”เฉียวเทียนฉี่ปากสั่น ตวาดอย่างเกรี้ยวกราดด้วยสีหน้าบึ้งตึง “แค่แพทย์แผนจีนตัวเล็ก ๆ กล้าตัดสายฉันเนี่ยนะ?!”วินาทีถัดมา เฉียวเทียนฉี่โทรศัพท์ไปอีกครั้ง“พูดมา!” ฉู่เฉินกินเนื้อขาปูไปด้วย เอ่ยพลางเคี้ยวเสียงดังไปด้วย “เมื่อกี้คุณได้ยินที่ผมพูดไหม ผมบอกว่านายท่านใหญ่ของบ้านเ
นั่นคือเฉียวเทียนฉี่เลยนะฉู่เฉินสามารถทำให้เฉียวเทียนฉี่พูดจาอ่อนน้อมได้ แถมยังแล่นมาตั้งหลายสิบกิโลเมตรเพื่อมารับเขาด้วยตัวเอง นี่เป็นปาฏิหาริย์จริง ๆ หลี่จิงจิงกับจางหลิงยิ่งนับถือฉู่เฉินราวกับมีตัวตนประหนึ่งเทพเจ้าต้องรู้เอาไว้ว่าในสายตาของพวกเธอ ฟางอวี่เจิ้งก็สูงเกินเอื้อมแล้ว เป็นตัวตนที่เหมือนกับท้องฟ้าแล้ว ส่วนเฉียวเทียนฉี่ นั่นเป็นตัวตนที่พวกเขาไม่มีวันได้สัมผัสไปชั่วชีวิต ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าฉู่เฉิน คนแบบนี้ก็ถูกขัดเกลาจนต้องยอมจำนนส่วนฉู่เฉินตอนนี้เพิ่งอายุยี่สิบกว่าปี อนาคตของเขาในวันข้างหน้าไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง ต่อให้เป็นเพียงคนรักข้างกายเขา ผลประโยชน์ที่ตนได้รับก็นับไม่หวาดไม่ไหวแล้ว.....อีกทางด้านหนึ่ง เฉียวเทียนฉี่กำลังจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย พูดกับหลูไคซานว่า “ เตรียมรถ ไปที่ท่าเรือตะวันออก!” หลูไคซานพยักหน้าหนัก ๆ แล้วพูดว่า “ครับ!”ผ่านไปไม่นาน เฉียวเทียนฉี่ก็เข้าไปนั่งในรถ เมื่อรถค่อย ๆ แล่นออกไป หลิ่วหรูเยียนกับมารดาที่รอคอยอยู่ตรงหน้าประตูด้วยความวิตกกังวลกำลังคิดจะเข้ามาขวางรถของเฉียวเทียนฉี่ หลูไคซานที่นั่งอยู่บนที่นั่งข้างคนขับก็ตวาดอย่
ฉู่เฉินงั้นเหรอ?ไม่มีทางเด็ดขาด นั่นมันคือรถของผู้ว่าการเฉียวนะ ฉู่เฉินมีสิทธิ์อะไรมานั่ง?“ลูกคงตาฝาดไปเอง ลูกลองคิดดูให้ดีรถของผู้ว่าการใครจะนั่งก็ได้งั้นเหรอ?”หลิ่วชิงเหอจ้องมองไปยังไฟท้ายรถ กล่าวขึ้นมาด้วยความคิดเมื่อได้ยินดังนั้น หลิ่วชิงเหอก็ถอนหายใจยาวๆ ออกมาด้วยความโล่งใจ เธอน่าจะมองผิดไปจริงๆ ใช่ไหม?......อีกด้านหนึ่ง รถเคลื่อนที่ไปถึงข้างในประตูของบ้านใหญ่จึงจะหยุดลง หลังจากลงจากรถแล้ว เฉียวเทียนฉี่ก็พูดอย่างเกรงอกเกรงใจกับฉู่เฉินว่า “คุณฉู่เชิญทางนี้ครับ”ฉู่เฉินพยักหน้าลงเล็กน้อย ย่างก้าวเดินไปยังห้องนอนของนายท่านใหญ่เมื่อเห็นว่าเฉียวเทียนฉี่เชิญฉู่เฉินกลับมาอีกครั้ง เฉียวซูอวี่ก็ยังคงกอดอกมีสีหน้าที่ไม่พอใจ พร้อมทั้งจ้องเขม็งไปที่ฉู่เฉิน คนที่ไม่เคยแม้แต่เรียนการแพทย์มา จะมีความสามารถมากมายขนาดไหนกันเชียว?มันเป็นเพียงกลอุบายของนักต้มตุ๋น เธอไม่เชื่อหรอกนะว่าฉู่เฉินจะช่วยชีวิตนายท่านใหญ่ไว้ได้เนื่องจากมีเฉียวเทียนฉี่อยู่ข้างๆ เธอจึงไม่มีได้พูดอะไรให้มากความ และทำได้เพียงจ้องมองอย่างเย็นชาจากด้านข้างเท่านั้น“คุณฉู่ครับ พ่อผมเขา...”ระหว่างที่เฉียวเทีย
เฉียวเทียนฉี่ถึงกับตกใจในการกระทำของฉู่เฉิน ตกใจจนเหงื่อเย็นไหลพลั่ก!เศษกระสุนที่ตกลงบนเหรียญจักรพรรดิทั้งห้ายังคงมีเศษชิ้นส่วนเนื้อติดอยู่ด้วย เป็นไปได้จริงหรือที่ฉู่เฉินดึงมันออกมาจากร่างกายของนายท่านใหญ่โดยผ่านทางอากาศ?“ผู้ว่าการเฉียว ลองดูสิครับ นี่คือเศษกระสุนที่อยู่ในร่างกายของนายท่านใหญ่” ฉู่เฉินยกมือขึ้นมาจากชามน้ำ หยิบเศษกระสุนออกมา ยื่นให้กับเฉียวเทียนฉี่ที่กำลังงงเป็นไก่ตาแตกเฉียวเทียนฉี่กลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่ เขาถามขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อว่า “คุณฉู่ นี่... นี่มันออกมาจากร่างกายของพ่อผมจริงๆ เหรอครับ? แต่ว่า...”เขาไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าในโลกนี้มันจะมีการเอาสิ่งของออกมาผ่านอากาศแบบนี้ด้วย“ที่จริงนี่ก็ถือว่าเป็นแพทย์แผนจีนแขนงหนึ่ง เรียกว่าวิชาจู้โหยว”“เพียงแต่ว่าในตอนนี้คนที่ใช้วิชาแพทย์แผนจีนแขนงนี้ได้นั้นน้อยลงไปแล้ว ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าตกใจขนาดนั้นนะครับ”ฉู่เฉินพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเฉียวซูอวี่ที่ยืนอึ้งอยู่กับที่ไปอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็กล่าวขึ้นมาด้วยความเย็นชาว่า “แกน่ะหยุดหลอกลวงได้แล้ว เศษกระสุนบ้าบออะไรที่ออกจากร่างของพ่อฉัน เห็นได้ชัดๆ เลยว่าแกใ
เมื่อได้ยินเสียงแหลมๆ ข้างหลังเขา ฉู่เฉินขมวดคิ้วและหันไปมองเมื่อเห็นหลิ่วหรูเยียนและหลิ่วชิงเหอสองแม่ลูก เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วและพูดว่า “ทำไมจะเป็นฉันล่ะ?”ขณะที่เขาพูด ฉู่เฉินเหลือบมองสองแม่ลูกที่สวมเสื้อกาวน์และพูดว่า “มีปัญหากับฟางอวี่เจิ้งแล้ว ยังมีหน้าใช้เส้นสายแอบมาหาเฉียวเทียนฉี่ลับๆ แบบนี้เหรอ?”ขณะที่เขาพูด สายตาของฉู่เฉินก็จับจ้องไปที่สะโพกที่งดงามของผู้หญิงสองคนเมื่อเห็นแววตาร่าเริงของฉู่เฉิน ใบหน้าของหลิ่วชิงเหอ ก็ซีดลงด้วยความโกรธ เธอจึงก้าวไปข้างหน้าหลิ่วหรูเยียนเพื่อขวางทาง และตะโกนอย่างเย็นชาว่า “ฉู่เฉิน แกมันไอ้สัตว์เดรัจฉาน แกกำลังพูดจาบ้าบออะไรอยู่!”ใช้เส้นสายงั้นเหรอ?พวกเธอมาขอความช่วยเหลือจากผู้ว่าการเฉียวเกี่ยวกับเรื่องทางการ ผู้ว่าการเฉียวไม่ได้เป็นคนแบบนั้นสักหน่อยหลิ่วหรูเยียนอดไม่ได้ที่จะหันศีรษะไปมองที่ลานใหญ่ของตระกูลเฉียว จากนั้นก็มองไปที่ฉู่เฉิน และคิดหาความเป็นไปได้ทันทีฉู่เฉินคงไม่ได้มาแย่งชิงธุรกิจจัดหาอุปกรณ์การแพทย์หรอกใช่ไหม?เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ หลิ่วหรูเยียนก็อดไม่ได้ที่จะก้าวไปข้างหน้าและพูดว่า “ฉู่เฉินหยุดแพร่ข่าวลือได้แล้ว ฉั
ฮ่าๆๆ...เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉู่เฉินก็อดหัวเราะเสียงดังไม่ได้ “แม้แต่เฉียวเทียนฉี่ก็ต้องทำตามความปรารถนาของฉัน”อะไรนะ?!เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลิ่วหรูเยียนและหลิ่วชิงเหอต่างก็ตกตะลึง แต่วินาทีต่อมา ทั้งสองแม่ลูกก็หัวเราะกันจนน้ำตาไหลเป็นเรื่องจริงที่โลกนี้มีผู้คนมากมาย ฉู่เฉินรู้หรือไม่ว่าเฉียวเทียนฉี่คือใคร ?เฉียวเทียนฉี่ ผู้ว่าการเจียงจงผู้มีชื่อเสียงจะต้องทำตามความปรารถนาของฉู่เฉินงั้นเหรอ?“ฉู่เฉิน ฉันว่าแกยังฝันอยู่ใช่ไหม? กลางวันแสกๆ พูดจาเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย!”ถ้าเป็นเรื่องอื่นหลิ่วชิงเหออาจเชื่อ แต่เธอจะไม่เชื่อเลยว่าเฉียวเทียนฉี่จะต้องทำตามความปรารถนาของฉู่เฉิน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม!หลิ่วหรูเยียนมองฉู่เฉินราวกับว่าเขาเป็นตัวตลกและพูดว่า “แกรู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคำพูดของแกไปถึงหูของผู้ว่าการเฉียว?”“บริษัทเล็กๆ ของแกจะถูกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปิดลงภายในระยะเวลาไม่ถึงสามวัน”“จะพูดจาโอ้อวดอะไรก็ไม่เข้าใจให้ถ่องแท้เสียก่อน นี่โอ้อวดเกี่ยวกับผู้ว่าการอีก ฉันว่าแกคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม!”หากต้องการฆ่าฉู่เฉิน เฉียวเทียนฉี่ไม่มีความสามารถขนาดนั้น ก็ในเมื่อความส
ฉู่เฉินส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ผู้ว่าการเฉียว คุณไม่จำเป็นต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้ครับ เห็นแก่หน้าของเลขาหลู เรื่องค่ารักษาผมขอไม่รับนะครับ”เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลูไคซานก็ตกตะลึงชั่วขณะและเฉียวเทียนฉี่มองไปที่หลูไคซานด้วยท่าทางสับสนอย่างสิ้นเชิงเป็นไปได้ไหมว่าหมอเทวดาฉู่เฉินไม่ใช่คนที่ฟางอวี่เจิ้งหามาเอง แต่เป็นคนที่หลูไคซานหามา?ถ้าเป็นเรื่องจริง เฉียวเทียนฉี่คงติดหนี้บุญคุณหลูไคซานอย่างมาก!อย่างไรก็ตาม เมื่อไตร่ตรองดูแล้ว หากฟางอวี่เจิ้งและเจียงไห่ตงรู้จักฉู่เฉินมาก่อน พวกเขาคงไม่แนะนำเขาให้ตระกูลเฉียวรู้จักหรอกเมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านี้ สายตาของเฉียวเทียนฉี่ที่จ้องมองหลูไคซานก็เต็มไปด้วยความขอบคุณเมื่อเห็นหลูไคซานตกตะลึง ฉู่เฉินก็ขยิบตาให้เขา และหลูไคซานก็พยักหน้าซ้ำๆ ให้กับเฉียวเทียนฉี่ราวกับตื่นจากความฝันและกล่าวว่า “ผู้ว่าการเฉียว เป็นผมเอง... ผมแนะนำปรมาจารย์ฉู่ให้ทราบถึงสถานการณ์ที่นายท่านใหญ่เฉียวป่วย”“เอ่อ... ปรมาจารย์ฉู่เคารพนายท่านใหญ่เฉียวที่ทุ่มเทและเสียสละเพื่อประเทศชาติ ดังนั้นเขา... เขาจึงตัดสินใจช่วยใช่ไหมครับปรมาจารย์ฉู่?"ฉู่เฉินพยักหน้าเล็กน้อยกล่าวขึ้นม
แม้ว่าฉู่เฉินจะมีมรดกของมังกรเฒ่า แต่เวลานี้เขาตกอยู่ท่ามกลางอาคมประตูกลมหัศจรรย์โดยสิ้นเชิงแล้วตั้งแต่โบราณมาวิชาประตูกลมหัศจรรย์ก็คือวิชาลี้ลับที่แย่งชิงพลังจากฟ้าเพื่อสร้างโชค ลึกลับอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อเห็นใต้เท้าของฉู่เฉินเกิดเป็นน้ำวน “กินคน” เสิ่นเจี้ยนเฟิงรีบตะโกนเสียงดังบอกเกาเซิ่งอี้ว่า “รีบไปเร็วเข้า! ที่นี่กำลังจะถล่มแล้ว!”เมื่อสิ้นเสียงพูด เสิ่นเจี้ยนเฟิงก็พุ่งปราดออกไป เกาเซิ่งอี้เองก็ไม่สนใจอาการบาดเจ็บบนร่างกาย รีบทะยานออกไปอย่างรวดเร็วโครม!วินาทีต่อมา ทั่วทั้งห้องโถงถล่มลงไปจริง ๆ เกิดเป็นหลุมลึกที่มองไม่เห็นพื้นขึ้นมาที่ใต้ดินโครมคราม!ชั่วขณะหนึ่ง อาณาเขตคฤหาสน์กว่าครึ่งคล้ายกับอยู่ท่ามกลางทรายดูดในทะเลทราย แม้แต่ตัวคฤหาสนทั้งหลังก็จมลงไปในหลุมลึกเช่นกันส่วนฉู่เฉินก็จมลงไปสู่ใต้ดินตามคฤหาสน์ไปเช่นเดียวกัน“ฮ่า ๆๆ...”เสิ่นเจี้ยนเฟิงเห็นฉู่เฉินโดนฝังลึกอยู่ในใต้ดินแล้ว เขาก็อดแหงนหน้าหัวเราะเสียงดังไม่ได้แล้วพูดว่า “ไอ้เด็กไม่รู้ความ ยังกล้าอวดดีต่อหน้าพวกเราอีกเหรอ? นี่ก็คือจุดจบของแก!”จางจิ่งหลงมองคฤหาสน์ที่โดนฝังลึกอยู่ในใต้ดินแวบหนึ่ง ก่อนจ
ฉู่เฉินกลับไม่สนใจเขาเลย เพราะว่าจางจิ่งหลงที่อยู่ข้างหลังเขาก็ออกหมัดสังหารเข้ามาเช่นกัน“ลองดูหมัดมังกรดำของฉัน!”ฟิ้ว!สายลมรุนแรงที่ขนาบโดยหมอกดำพุ่งตรงมาที่กลางหลังของฉู่เฉิน“ตายซะ!”ในขณะเดียวกัน เกาเซิ่งอี้พุ่งกายหลายครั้งราวกับภูตผีจนมาถึงด้านหลังของฉู่เฉิน เขายกฝ่ามือดำทะมึนขึ้นมาก่อนจะฟาดตรงไปที่เอวของฉู่เฉินถึงแม้ว่าฉู่เฉินจะพุ่งตัวหลบหมัดมังกรดำของจางจิ่งหลงแล้ว แต่เขาก็รับหมัดของเกาเซิ่งอี้ไปเต็ม ๆผัวะ!ลอบโจมตีสำเร็จ เกาเซิ่งอี้ยกมุมปากเล็กน้อย เผยรอยยิ้มหยันออกมาสุดท้ายฉู่เฉินก็ยังเด็กเกินไป ไม่เคยผ่านประสบการณ์ต่อสู้ตะลุมบอนเช่นนี้มาก่อนขอเพียงเขาโดนฝ่ามือนี้ แค่ไอชั่วร้ายด้านในก็เพียงพอเปลี่ยนให้ฉู่เฉินกลายเป็นน้ำเลือดน้ำหนองแล้วอย่างไรก็ตาม วินาทีถัดมา รอยยิ้มของเขาก็แข็งค้างโดยสิ้นเชิงฉู่เฉินถูกเขาซัดฝ่ามือใส่เอว ไม่เพียงไม่ล้มลงคาที่ แต่ว่าลมปราณกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยราวกับว่าไอชั่วร้ายของเขาไม่ได้สร้างความเสียหายใด ๆ ให้กับฉู่เฉินเลย ตรงกันข้ามยังเป็นยาบำรุงให้ฉู่เฉินแทนเวรเอ๊ย!นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?ต้องรู้เอาไว้ว่า วิชาที่เขาฝึกฝนคือ
เมื่อไอชั่วร้ายแผ่กระจายออกมา อุณหภูมิรอบด้านพลันลดฮวบลงถึงจุดเยือกแข็งในพริบตา เวลานี้เอง ผู้ทรงอิทธิพลมากมายที่อยู่ด้านล่างเวทีพากันส่ายหน้า แปดเก้าในสิบส่วนคิดว่าฉู่เฉินจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยแล้วถูกยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานสามคนล้อมเอาไว้ แม้ว่าร่างกายของฉู่เฉินเป็นเหล็ก จะบดขยี้ตะปูหลายเล่มได้เหรอ?ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เป็นเกาเซิ่งอี้ที่มีความสามารถอ่อนด้อยที่สุดในหมู่ทั้งสามคนก็ไม่ใช่ว่าจะจัดการได้ง่ายเหมือนกัน“คนแซ่ฉู่ ต่อให้ฉันต้องตายก็จะให้แกตายไปเป็นเพื่อนด้วย”ทางด้านข้าง ฉีอวี่ไท่ที่นอนประคับประคองชีวิตอยู่บนเสาปูนมาตลอด ไอเป็นเลือดไปพลาง เอ่ยพร้อมกับหัวเราะหยันติดต่อกันไปพลางเวลานี้เอง เขารู้ว่าอวัยวะภายในของตัวเองถูกฉู่เฉินทำลายจนหมดแล้ว ต่อให้ฉู่เฉินไม่ฆ่าเขา เขาก็มีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แต่พอเขาเห็นฉู่เฉินโดนยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานสามคนรุมโจมตี ดวงตาก็เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งส่วนผู้ทรงอิทธิพลมากมายที่ชมความคึกคัก เวลานี้ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความอันตรายเลยพากันถอยออกไปจากห้องโถง หลบออกไปไกลถึงอย่างไรยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานสี่คนต่อสู้กัน ต่อให้
“ไอ้หนู แกล้าดีนักนะ!”จางจิ่งหลงถลึงตาสองข้างอย่างเกรี้ยวกราด เดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าว จ้องมองฉู่เฉินอย่างขุ่นเคืองเกาเซิ่งอี้ก็ลุกขึ้นมาช้า ๆ แล้วเอ่ยด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มเย็นชาว่า “ฉู่เฉิน แกโอหังเกินไปหน่อยแล้วมั้ง? ต่อให้อาจารย์ของแกมาก็ไม่กล้าท้าทายพวกเราสามคนพร้อมกันหรอก!”เสิ่นเจี้ยนเฟิงลุกขึ้นมาเช่นกันแล้วกล่าวว่า “เจ้าหนุ่ม เปิดเผยความสามารถมากเกินไป บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะ”ถังเทียนอวี่เป็นอัจฉริยะของตระกูลถังจริง ๆ แต่ถึงอย่างเขาก็มีแค่พลัง ไม่มีประสบการณ์ต่อสู้จริงเท่าไหร่นัก แต่พวกเกาเซิ่งอี้กับจางจิ่นหลงไม่เหมือนกันตลอดทางมาเดินมานี้ มีใครบ้างที่ไม่ได้ผ่านศึกมานับร้อย?เมื่อเทียบกันแล้ว ความสามารถอันน้อยนิดของถังเทียนอวี่ไม่นับว่าเป็นอะไรเลยพูดได้ว่า ถึงแม้จะอยู่ระดับสร้างรากฐานชั้นสี่เหมือนกัน แต่ถังเทียนอวี่สองคนก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจางจิ่งหลงยิ่งไม่ต้องพูดถึงจางจิ่งหลงกับเสิ่นเจี้ยนเฟิงที่เป็นยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานชั้นสี่นอกจากนี้ เกาเซิ่งอี้ก็อยู่ห่างจากระดับสร้างรากฐานชั้นสี่แค่ก้าวเดียวเท่านั้น“เดิมทีฉันไม่อยากเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็ก ขอเพียงแกย
พรวด!คราวนี้ เจ็บมากเกินไปแล้วถังเทียนอวี่อ้าปากกว้างกระอักเลือดคำโตโดยที่มีเศษอวัยวะภายในปะปนอยู่ด้วยออกมาแม้แต่แสงสีทองบนร่างของเขาสายนั้นก็หมองหม่นลงไปในพริบตาเวลานี้ถังเทียนอวี่รู้สึกแค่ว่าเหมือนอวัยวะภายในเคลื่อนที่หมดแล้ว เจ็บจนเส้นเลือดบนหน้าผากของเขาปูดโปนขึ้นมา อ้าปากกว้าง ทว่าร้องโหยหวนไม่ออกแม้แต่นิดเดียว“นี่ก็คืออัจฉริยะของตระกูลถังเหรอ?”ฉู่เฉินใช้เท้าเหยียบใบหน้าของถังเทียนอวี่ แล้วขยี้กับพื้นไม่หยุด ก่อนจะหัวเราะหยันแล้วพูดว่า “ต่อให้เป็นหมูก็ยังเก่งกว่าอัจฉริยะแบบนี้อีกมั้ง?” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หางตาของถังเทียนอวี่ก็แทบจะเบิกโพลง เขากัดฟันแน่น ปรายตามองฉู่เฉินพลางเอ่ยว่า “นะ...นายกล้าดูถูก...”“ผัวะ!”ฉู่เฉินเตะเข้าที่ปากของถังเทียนอวี่ จากนั้นก็หัวเราะหยันแล้วเอ่ยว่า “ผมดูถูกตระกูลถังของคุณแล้ว คุณจะทำอะไรผมได้? ผมดูถูกคุณแล้ว คุณจะทำอะไรได้?”ถังเทียนอวี่โกรธจนตัวสั่นเทิ้มไม่หยุด แต่ก็เป็นเหมือนกับที่ฉู่เฉินพูดไว้ ตันเถียนของเขาถูกฉู่เฉินเตะจนแตกไปหมดแล้ว เขายังจะทำอะไรได้อีก?เวลานี้ บรรดาผู้ทรงอิทธิพลที่อยู่รอบด้านต่างมองไปทางฉู่เฉินด้วยสายตาที่เ
บรรดาผู้ทรงอิทธิพลที่นั่งใกล้หน้าประตูมากมาย เห็นกับตาว่าแม้แต่รถกอล์ฟก็ถูกอัดจนผิดรูปไปแล้ว พวกเขาก็รีบถอยไปทางมุมกำแพง กลัวว่าจะต้องตายอย่างอนาถโดยไร้ความผิดส่วนหมัดของถังเทียนอวี่นี้ก็มีอานุภาพสะเทือนฟ้าดินจริง ๆพูดได้ว่าเป็นการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ฉู่เฉินเคยพบเจอนับตั้งแต่ที่เข้าวงการมาถึงอย่างไรตระกูลถังก็เป็นตัวตนที่กดขี่ทั้งเมืองได้ด้วยตระกูลเดียว ไม่ว่าจะเป็นวรยุทธ์หรือความสามารถของตัวถังเทียนอวี่เอง สำนักเล็ก ๆ ระดับล่างอย่างสำนักเสวียนเทียนกับสำนักอวี้ซือไม่อาจเทียบได้เลยพูดได้ว่าสำนักเล็ก ๆ ทั้งสองนั้นเป็นเพียงเศษธุลีที่ลอยวนเวียนอยู่ขอบโลกแห่งการหยั่งรู้เท่านั้นแต่ตระกูลถังกลับไม่เป็นเช่นนั้น ตัวตนที่สามารถสยบทั้งเมืองได้ด้วยพลังอำนาจของตระกูล มีใครบ้างที่ไม่ได้มาจากสำนักใหญ่ ครอบครองวิชาชั้นสูงเป็นมรดกตกทอด?เวลานี้เอง ภายในดวงตาของถังเทียนอวี่เต็มไปด้วยจิตสังหารเย็นเยียบ แทบอยากจะต่อยฉู่เฉินให้เนื้อแหลกละเอียดในหมัดเดียวเมื่อเห็นเขาจะลงมือสังหารฉู่เฉินจริง ๆ เกาเซิ่งอี้ที่นั่งอยู่บนที่สูงรีบเอ่ยปากกล่าวว่า “หลานถัง ห้ามต่อยเขาให้ตายในหมัดเดียวเด็ดขาด
เธอไม่อยากเอาชีวิตเล็ก ๆ ของตัวเองไปทิ้งตอนนี้ที่หลิ่วหรูเยียนยังอยู่กับฉู่เฉินไม่ไปไหน ก็เพราะต้องการใช้ประโยชน์จากเขา ให้ช่วยพวกเธอสองแม่ลูกก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ก็เท่านั้น ไม่ตายเป็นเพื่อนฉู่เฉินแน่!“ฉู่เฉิน คนพวกนี้ไม่ใช่คนธรรมดาเลยนะ หรือว่านายจะลองยอมรับปากพวกเขาไปก่อนดีไหม ถึงยังไง...”ไม่รอให้หลิ่วหรูเยียนพูดจบ ฉู่เฉินก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะพูดขัดขึ้นมา “พวกมันเคยเป็นใครมาก่อนฉันไม่รู้ แต่อีกไม่นาน เดี๋ยวพวกมันก็จะเป็นศพแล้ว”ซี้ด!ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ บรรดานักธุรกิจทรงอิทธิพลหลายคนที่นั่งอยู่รอบ ๆ ถึงกับสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจติด ๆ กันชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านล่างแถวหน้าสุดก็ลุกขึ้นยืน และพูดกับฉู่เฉิน “นี่น้องชาย แกรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอยู่กับใคร?”“คนที่อยู่ตรงนั้นน่ะ คือปรมาจารย์เสิ่น บุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดของตระกูลผู้บำเพ็ญพรตแห่งปินเฉิง!”“ส่วนท่านผู้อาวุโสท่านนี้ คือผู้นำตระกูลจางแห่งเซียงเฉิงเชียวนะ!”“แล้วก็ยังท่านผู้นั้นอีก เขาคือถังเทียนอวี่อัจฉริยะของตระกูลถังแห่งอวิ๋นเฉิง!“มีท่านไหนบ้างที่สามารถเทียบเคียงกับคนแบบฉันและแกได้? เอ
“แม่คุณแซ่อะไรเหรอ?”ฉู่เฉินหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะมองเกาเซิ่งอี้ด้วยแววตาแข็งกร้าว“แก! แกหมายความว่าอะไร?”ใบหน้าของเกาเซิ่งอี้แฝงไปด้วยความเยือกเย็น เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะจ้องฉู่เฉินตาเขม็ง“คุณสั่งให้ผมมอบหยกโลหิตกิเลนให้คุณ ผมก็ต้องยอมมอบให้คุณง่าย ๆ? แล้วถ้าผมบอกให้คุณมอบชีวิตให้ผม คุณจะยอมปาดคอฆ่าตัวตายไหม?”ฉู่เฉินพูดออกมาด้วยสีหน้าหยันเกาเซิ่งอี้หายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับความโกรธในใจเอาไว้ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “นี่ไอ้หนุ่ม แกไม่รู้คุณสมบัติที่แท้จริงของหยกโลหิตกิเลนด้วยซ้ำ ถ้าแกมีมันอยู่ในมือ ก็ถือเป็นการทำลายสมบัติที่มีค่าและยังจะนำพาปัญหายิ่งใหญ่ตามมาอีก”“การให้แกมอบหยกโลหิตกิเลนให้ฉัน ก็เพราะหวังดีต่อแกนะ”ฉู่เฉินพยักหน้าอย่างหนักแล้วพูดว่า “พูดได้มีเหตุผลดีจริง ๆ”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของถังเทียนอวี่และคนอื่น ๆ ก็ปรากฏความเย้ยหยันออกมา เพราะยังไงสุดท้ายแล้วฉู่เฉินก็ต้องยอมศิโรราบอยู่ดีไม่ใช่หรือไง?แต่ในวินาทีถัดมา ไม่ใช่แค่ถังเทียนอวี่และคนอื่น ๆ เท่านั้น แม้แต่เกาเซิ่งอี้เองก็ถึงกับหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธ เพราะคำพูดต่อมาของฉู่เฉิน“ความจ
บางทีสักวันหนึ่ง เธออาจจะสามารถเหยียบผู้ชายเฮงซวยพวกนี้ให้จมดินได้ในตอนนี้ คนที่ตกใจมากที่สุดก็ยังเป็นฉีอวี่ไท่ ความจริงแล้ว ฉีอวี่ไท่เป็นคนเดียวในรุ่นที่สองของตระกูลฉีที่มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ตั้งแต่เด็ก อีกทั้งยังเคยกราบอาจารย์เก่ง ๆ หลายคนตอนที่ตระกูลฉีมาพึ่งพิงเกาเซิ่งอี้ เขาก็มีพลังระดับปรมาจารย์แล้ว และหลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหลายปี ประกอบกับทรัพยากรจำนวนมากที่เกาเซิ่งอี้มอบให้ เขาจึงประสบความสำเร็จเหมือนในวันนี้แต่ฉู่เฉินกลับสามารถใช้ลูกเตะเดียวทำลายพลังของเขา สะเทือนอวัยวะภายในร่างของเขาจนเละอย่างน้อยสิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นว่า ฉู่เฉินต้องเป็นยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานอย่างแน่นอนในความทรงจำของเขา ตระกูลฉู่แห่งเจียงจง ไม่มีพื้นฐานด้านการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย และในช่วงเวลาสามปีที่พ่อแม่ของฉู่เฉินหายสาบสูญไป ฉู่เฉินก็อยู่ในสภาพ เกือบตายตลอดเวลาอย่าว่าแต่การฝึกวรยุทธ์หรือบำเพ็ญพรตเลย แม้แต่การลุกขึ้นยืนและเดิน สำหรับฉู่เฉินแล้ว นี่เป็นเพียงความฝันที่ไม่สามารถเป็นความจริงได้ในเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่เดือน ทำไมฉู่เฉินถึงเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้?เมื่อครู่เขาได้ทำการยืนยันหล