“บ้า! ใครกลัวนาย ไม่กลั๊ว” คนพูดใช้เสียงสูงเข้าข่ม “เอ๊ะ ไม่กลัวทำไมเสียงสั่นล่ะครับคุณหนู” คนพูดกระตุกยิ้ม สายตาพราวระยับไม่น่าวางใจนั่นจ้องมองเรือนร่างของเธอไล่ตั้งแต่ปลายเท้าจนมาหยุดที่ใบหน้าสวยหวานที่ตื่นตระหนก ผู้หญิงอะไรน่ารักน่ารังแกเป็นบ้า“จะออกไปดีๆ หรือจะให้ฉันร้องให้คนช่วย”“ตามใจสิ อยากมีพยานมายืนยันความใคร่ของเราก็แหกปากดังๆ เลย” ชายหนุ่มยุส่งพลางยักไหล่ไม่ยี่หระ“คนหน้าด้าน! ก็ได้ ถ้านายไม่ไปฉันไปเอง” หญิงสาวก้าวพรวดไปที่ประตู แต่ยังช้ากว่าชายหนุ่มที่พุ่งเข้ารวบเอวคอดของเธอไว้อย่างว่องไว“ว้าย...ปล่อยนะ!” วิศราพยายามดิ้นรนเอะอะ เมื่อถูกร่างยักษ์รวบตัวเข้ามากอด“ไม่ปล่อย อา...ตัวหอมจัง” ปลายจมูกโด่งฝังที่ข้างแก้มขาวใสสองครั้งติดกัน“อ๊าย...กล้าดียังไงมาหอมแก้มฉัน ช่วยด้วย...อุ๊บ!” ร้องได้เพียงเท่านั้นก็ถูกเรียวปากอุ่นร้อนทาบทับดูดกลืนเสียงของเธอจนหมด ปราบดาจูบซับความหอมหวานจากปากน้อยๆ จนพอใจ ก่อนลากไล้มาที่ลำคอระหงราวกับต้องมนตร์ ทำเอาหญิงสาวถึงกับขนลุกเกรียว ร่างกายแข็งทื่อ ถึงจะเก่งอย่างไรเธอก็เป็นเพียงผู้หญิงที่ไร้เดียงสาเรื่องระหว่างชายหญิงแบบนี้ปราบดากระตุกยิ้มร้า
“สวย...สวยเหลือเกิน สวยน่าชิมไปทั้งตัว” เขาก้มลงไปจูบอีกทีที่ติ่งหูเล็กๆ และลำคอระหงที่หอมกรุ่น ก่อนพรมจูบอีกครั้งที่เนินอกอวบอิ่มแสนสวยทำเอาเธอถึงกับผวาเยือก ร่างอ่อนระทวยแทบจะล้มตัวลงนอน แต่ชายหนุ่มกลับประคองเธอให้นั่ง เพราะตั้งใจจะสอนบทเรียนรักแรกให้เธอเสียก่อน เขาพรมจูบประทับตราทุกสัดส่วนแสนเย้ายวนของเธอราวกับประกาศความเป็นเจ้าของกลายๆ จนมาสิ้นสุดที่จุดกึ่งกลางลำตัววิศราผวาสุดตัว รีบเบือนหน้าหนีอย่างเขินอายระคนตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะได้พบ ใจหนึ่งอยากจะจิ้มตาคู่นั้นให้บอดรู้แล้วรู้รอดไปที่บังอาจทำให้เธอขายหน้าแบบนี้ แต่อีกใจกลับโลดทะยานอย่างอยากรู้อยากลองตามประสาวัยคะนอง พร้อมกับที่นึกค่อนอีกฝ่ายในใจจ้องอะไรอยู่ได้ คนเขินจะตายอยู่แล้ว ขาเรียวงามพยายามเบียดบังส่วนพึงสงวนของตนอย่างอึดอัด ก่อนสะดุ้งเมื่อมืออุ่นๆเอื้อมมาจับต้นขาเธอไว้เบาๆ “อุ๊ย...ไม่เอา ส้มกลัว” หญิงสาวร้องหน้าตาตื่นตระหนกเมื่อเรียวขาสวยถูกอีกฝ่ายผลักเบาๆ ให้แยกจากกัน อาการนั้นทำให้อีกฝ่ายเอ็นดูในความไร้เดียงสาของเธอยิ่งขึ้น“ชู่...อย่ากลัว ไม่เจ็บอย่างที่คิดหรอก” เขาโน้มตัวไปจูบเบาๆ ที่หน้าท้องเรียบไร้ไขมัน ก่อนส
ปราบดายิ้มร่า พลางหอมแก้มนวลใสแรงๆ อย่างจงใจยั่ว เขาต้องการให้เธอร้องขอออกมา ต้องการให้เธอยอมลดความพยศโดยการเอ่ยปากร้องขอให้เขาเติมเต็มความสุขสุดยอดให้เธอด้วยตัวเอง “บอกมาสิว่าต้องการอะไร อยากให้พี่ทำอะไรให้” หญิงสาวตาโต หน้าแดงระเรื่อใครจะไปใจกล้าหน้าด้าน เอ่ยปากร้องขอในเรื่องน่าอายแบบนั้นออกมาได้เล่า ให้บอกเขาหรือว่าเธอต้องการความสุขรัญจวนจากเขา ในเมื่อเธอเสียหายไปแล้วก็อยากให้เขาพาเธอไปให้สุดฝั่งฝันอันแสนหวานระทึกใจสักครั้ง แต่หมอนี่กลับแกล้งทิ้งเธอไว้กลางทางเสียนี่ มันช่างน่าโมโหนัก“ไม่...” วิศรากัดฟันแน่นระงับอารมณ์สับสนต่างๆ ที่พลุ่งพล่านในร่างกาย เรื่องอะไรเธอจะเอ่ยปากร้องขอให้เสียศักดิ์ศรีกับคนที่แสนชังน้ำหน้าอย่างเขา “หึ! ไม่เหรอ...” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย “ก็ตามใจ ถ้าอยากอารมณ์ค้างแบบนี้ทั้งคืนก็แล้วแต่เธอนะเด็กน้อย”ว่าแล้วร่างสูงใหญ่ก็ลุกขึ้นคว้าผ้าขนหนูโยนคลุมร่างกายเปลือยเปล่าของเธอ ก่อนทำให้สิ่งที่วิศราแทบหัวใจวายตาย เมื่อจู่ๆ คนตรงหน้าก็เปลื้องผ้าของตนปลดปล่อยความเป็นชายออกมาต่อหน้าต่อตาเธอ สิ่งที่เห็นเมื่อบ่ายขยายขนาดมากกว่าที่เคยเห็น หญิงสาวแทบลืมหายใจ รู้สึกลำ
“อ๊ายยย...” หญิงสาวผวาอีกครั้ง เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวสอดเข้ามาทักทายสร้างความปั่นป่วนภายในร่างกายแสนหวานล้ำ เสียงครางพร่าเร่งเร้าให้ปราบดารู้สึกอยากปลดปล่อยความต้องการในร่างสวยๆ ของเธอ และไม่รอช้าเมื่อเขาเห็นถึงความพรั่งพร้อมของอีกฝ่าย ชายหนุ่มรีบจัดการแทรกกายแกร่งเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว“โอ๊ย! เจ็บ...” เสียงหวานหวีดร้องอย่างแสนทรมาน เพราะถูกความใหญ่โตของเขาเล่นงานจนจุกร้าวระบม แม้ว่ากายแกร่งจะเข้ามาได้เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น ปราบดาหยุดเคลื่อนไหวเพื่อให้เธอได้ปรับตัวกับขนาดของเขาเสียก่อน มือใหญ่เอื้อมไปฟอนเฟ้นทรวงอกกลมกลึง พร้อมกับอุ้งปากร้อนๆ ที่ครอบลงมาบนปลายยอดสีชมพูสวยทั้งดูดและดึงสลับกัน เพื่อช่วยคลายความเสียวซ่านให้แม่สาวน้อยไร้เดียงสา จนเธออดไม่ได้ต้องส่งเสียงครางออกมา“อา...”ร่างบางโก่งราวคันศรเมื่อถูกเขาล่อหลอกให้ตายใจ พร้อมกับดันร่างแกร่งให้คืบคลานเข้าไปทีละนิดๆ อย่างยากเย็น ช่องทางรักที่แสนคับแน่นของวัยสาวทำให้ชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์ต้องใจเย็นมากที่สุด“ฮือ...เจ็บ เอามันออกไป ฮึก...”“ทนหน่อยนะ อีกเดี๋ยวจะไม่เจ็บแล้ว” เสียงพร่ากระซิบปลอบเบาๆ ด้วยความรู้สึกยินดีปรีดาลึกๆ
“พ...พี่ปราบ...ได้โปรด...อย่าแกล้งเลยนะ ช่วยที...”ชายหนุ่มยิ้มกริ่มอย่างสมใจ ก่อนตอบสนองความต้องการของเธออย่างเต็มใจและลึกล้ำกว่าที่เคย เสียงครางหวานช่วยเร่งปฏิกิริยาความต้องการของเขาให้โลดทะยานไปถึงขีดสุด วิศราทั้งเร่าร้อนและหวานละมุนไปทั้งเนื้อทั้งตัว เธอเหมือนไวน์ชั้นยอดรสนุ่มลิ้นที่เขาไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อน แต่แม่สาวหัวดื้อคนนี้กลับทำให้เขาได้รับความสุขมากกว่าทุกคนที่เขาเคยผ่านมาปราบดาตักตวง เรียกร้อง และปรนเปรอให้อย่างไม่หวงวิชา ทำเอาเธอแทบคลั่งยอมปล่อยกายให้เขาล่วงล้ำพาดำดิ่งแหวกว่ายในห้วงนทีเสน่หาอันแสนหวาน จนบทเพลงรักแสนเร่าร้อนดำเนินไปสุดปลายทาง เมื่อสองหนุ่มสาวจูงมือกันไขว่คว้าดวงดาวบนฟ้าที่ระเบิดพร่างพราวในวินาทีต่อมาได้สำเร็จ ลำแขนกำยำตวัดรั้งร่างงามเข้ามากอดกระชับแนบแน่นอย่างมีความสุข“คนเก่งของพี่ปราบ”เสียงกระซิบนุ่มหูนั้นราวกับน้ำทิพย์ทำให้หญิงสาวเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ลืมความเกลียดชังไปชั่วขณะ ดวงตาที่หลับพริ้มลงอย่างเหนื่อยอ่อนหลังพบกับความสุขครั้งแรกของวัยสาวทำให้ปราบดารู้สึกเอ็นดูศัตรูสาวตัวร้ายขึ้นมานิดหนึ่ง เขาจูบที่เปลือกตาคู่นั้นอย่างแผ่วเบา “เหนื่อยแล้วเห
หลังจากวันนั้นมา วิศราก็ไม่ได้พบหน้าคนที่เธอเกลียดอีกเลย เขาหายเงียบไปทั้งๆ ที่อยู่บ้านเดียวกับเธอ หญิงสาวไม่กล้าถามคนในบ้านว่าเขาไปไหน ห้องพักของเขาปิดสนิท รถเขาไม่อยู่ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะตายไปแล้วก็เป็นได้ และถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเธอจะดีใจมาก หญิงสาวนึกแช่งอย่างแสนแค้นยิ่งคิดถึงความดิบเถื่อนของเขาที่ทำให้ครั้งแรกของเธอระบมไปทุกส่วนจนไข้ขึ้นในวันถัดมา และยังฝากรอยแดงไว้ทั่วเรือนร่างราวกับถูกประทับตรามลทิน แม้อยากจะลืมเลือน แต่ภาพการกระทำอันวาบหวามยิ่งตอกย้ำความสูญเสียที่ไม่อาจบอกกับใครได้แม้แต่คนใกล้ชิดอย่างนางรื่นรมย์ หรือบิดาสุดที่รักที่ตอนนี้เห็นคนอื่นสำคัญกว่าลูกสาวคนนี้ไปแล้ว หญิงสาวคิดอย่างน้อยใจจนกระทั่งครบกำหนดกลับจากญี่ปุ่นของวิศรุต วิศรายังคงมึนตึงกับบิดาของตน เธอพยายามเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในห้องนอนเป็นส่วนใหญ่ ของฝากต่างๆ จากญี่ปุ่นยังคงวางกองไว้ที่เดิมโดยที่เจ้าของไม่ได้แตะต้อง“ส้มไม่สบายหรือเปล่าลูก ทำไมหน้าซีดๆ” คนเป็นพ่อซักถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นอาการซีดเซียวผิดปกติของลูกสาวในเช้าวันหนึ่ง“เปล่าค่ะ ส้มสบายดี” หญิงสาวตอบเสียงแข็ง ไม่ยอมเบนสายตามองไปทางผู้เป็นแม่เลี้
“ไงเรา หายหน้าหายตาไปไหนมา ตั้งแต่กลับจากญี่ปุ่นพี่แทบไม่เห็นหน้าเลย” วิศรุตทักทายน้องชายภรรยาด้วยหน้าตาแจ่มใส โดยไม่ทันสังเกตว่าอีกฝ่ายไม่ได้สบตาเขาตรงๆ ยามตอบเหมือนเช่นทุกที“ช่วงนี้ผมยุ่งๆ น่ะครับพี่วิศ พอดีมีงานเข้ามามากเลยต้องกลับดึกเกือบทุกวัน” คำตอบนั้นราวกับบอกเผื่อไปยังใครอีกคนด้วย แต่เธอกลับทำคอแข็งไม่สนใจจนน่าหงุดหงิด “ที่จริงไม่เห็นต้องไปหางานให้เหนื่อยเลย ทำไมไม่เข้าไปช่วยงานพี่ที่บริษัทล่ะ เอาไหม เดี๋ยวพี่ให้เขาหาตำแหน่งดีๆ ให้” วิศรุตถามอย่างอารมณ์ดี เขาต้องการคนหนุ่มไฟแรงและเก่งอย่างปราบดามาเป็นกำลังสำคัญอยู่แล้ว“ผมไม่ค่อยชอบนั่งออฟฟิศนี่ครับ อีกอย่างผมชอบงานที่ทำตอนนี้มากกว่าด้วย อิสระดี” “ชอบงานหรือชอบสาวๆ ที่ทำงานด้วยจ๊ะน้อง เอาให้แน่นะ ฮึ...ได้ข่าวน้องชายพี่เนื้อหอมออกนี่ ผู้หญิงแทบจะตบตีแย่งชิงกันตาย” ปุริมากระเซ้ายิ้มๆงานของปราบดาคือช่างภาพอิสระที่ส่วนใหญ่รับงานถ่ายแบบให้แก่นิตยสารดังๆ และรับงานนอกตามแต่ที่เขาพอใจจะทำเท่านั้น แต่ด้วยฝีมือฉกาจ แถมหน้าตาอันหล่อเหลามีเสน่ห์ของเขาจึงมักดึงดูดสาวๆ ให้อยากทำความรู้จักอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษเสมอ หลายครั้งที่ปราบดาถูก
ปราบดาแอบยิ้มที่เอาชนะความดื้อของอีกฝ่ายได้ เขาเปิดประตูรถด้านหน้าให้เธอนั่ง แต่วิศรากลับชิงเปิดประตูขึ้นไปนั่งด้านหลังเสียก่อน“ผมไม่ใช่คนขับรถของคุณ เชิญมานั่งข้างหน้า” ปราบดาเอ่ยเสียงเข้มนอกจากไม่ทำตามคำสั่ง หญิงสาวยังเชิดหน้าทำหูทวนลมอีกด้วย หึ อยากอาสาเอง เธอไม่ได้ขอสักหน่อย งั้นก็ทำหน้าที่คนขับไปแล้วกันเถอะ เจ้าของรถได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ ในความดื้อรั้นของอีกฝ่าย แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะมีสายตาแม่บ้านที่เดินตามประกบมาส่งนายสาวจับจ้องอยู่ เขาจึงต้องจำใจทำหน้าที่พลขับอย่างช่วยไม่ได้บรรยากาศในรถเงียบจนน่าอึดอัด เสียงเพลงคลอเบาๆ ไม่ได้ช่วยให้วิศราอารมณ์ดีขึ้น เธอทำเป็นมองไม่เห็นสายตาที่คอยแอบจ้องมองผ่านกระจกมองหลังบ่อยๆ จนน่ารำคาญคู่นั้นไม่รู้จะมองทำไมบ่อยๆ อึดอัดจะแย่อยู่แล้ว...“เรื่องวันนั้น...”จู่ๆ เสียงเข้มก็กระชากเธอออกจากความเป็นส่วนตัวจนได้ วิศราขยับนั่งหลังตรงอย่างระมัดระวัง“คุณเป็นยังไงบ้าง”ดูเถอะ เธอกำลังจะทำเป็นลืมๆ อยู่แล้วเชียว แต่เขากลับลากเธอให้กลับมาหวนนึกถึงเหตุการณ์บ้าๆ นั่นอีกจนได้“เรื่องไร้สาระฉันไม่ชอบจำให้รกสมองหรอก...”คนฟังชะงักกึก ดวงตาวาวโรจน์เหลือบมองสบต
“กลับโต๊ะกันเถอะ!” ชายหนุ่มตัดบทเสียงเรียบ ไม่แสดงอาการใดออกมา ทั้งที่ในหัวใจยามนี้กำลังหงุดหงิดและเดือดพล่านราวกับกองไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างเป็นจุณได้ฝากไว้ก่อนเถอะ ยายตัวแสบ! ผู้จัดการร้านเดินนำแขกพิเศษระดับวีวีไอพีไปนั่งที่โต๊ะริมน้ำที่วิวดีที่สุดของร้าน พร้อมแนะนำเมนู และรับออร์เดอร์ด้วยตัวเอง จากที่คิดว่าจะมานั่งกินนั่งเมาท์กันสบายๆ เลยกลายเป็นว่าหนุ่มสาวทั้งสองจำต้องกลายเป็นที่ถูกจับตาในฐานะบุคคลสำคัญไปเลย“บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะว่าเมื่อกี้มันอะไรกัน” พอสบโอกาสที่ได้อยู่ตามลำพังยุทธนาก็หันมาซักฟอกเสียงเขียว“อะไร”“จะอะไรซะอีกล่ะ ก็ไอ้ท่าทางหยิ่งยโสกับคำพูดกวนประสาทของแกเมื่อกี้ไง กาฟ่งกาฝากมันคืออะไรกัน ฉันงงไปหมดแล้วเนี่ย ไปเหวี่ยงใส่ชาวบ้านเขาแบบนั้นทำไมยะ”“ก็ไม่มีอะไรนี่” หญิงสาวยักไหล่ ปฏิเสธหน้าตาเฉย“จะไม่มีได้ยังไง ก็ฉันเห็นกับตาได้ยินกับหู แล้วไหนยังจะมาเรียกฉันว่าที่ร้งที่รักให้ขนลุกอีก คืออะไรยะ”“ก็แค่หมั่นไส้ ไม่ถูกชะตาคนบางคนเท่านั้น”“ไม่ถูกชะตาเนี่ยนะ แล้วแกไปรู้จักกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้ไปเขม่นเขาแบบนั้น”“จะถามอีกนานไหมคุณยอร์ช ถ้าไม่หิวไม่กินฉันจะได้
“ไม่ว่าหรอกครับ ผมเข้าใจดีว่าคนบางคนก็ชอบยึดติดกับอะไรเดิมๆ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่บางทีผมว่าอะไรที่มันเดิมๆ ก็น่าเบื่อนะครับ” ชายหนุ่มมองร่างอรชรของคนตรงหน้า ก่อนกระตุกยิ้มมุมปากยั่วโมโห “บางทีการได้ลองของแปลกใหม่ คบคนใหม่ๆ หรือชิมรสชาติใหม่ๆ ดูบ้าง ก็อาจจะทำให้ชีวิตเรามีสีสันขึ้นก็ได้นะครับ แต่ถ้าคุณไม่กล้า...ผมก็เข้าใจ”“ไม่ใช่ไม่กล้าหรอกค่ะ แต่ฉันแค่ไม่ชอบทำตัวเป็น ‘กาฝาก’ ที่ชอบเอาเปรียบหรือทำลายความสุขคนอื่นต่างหาก!”คำว่ากาฝากนั้นทำให้ปราบดาสะอึก หน้าชาเหมือนถูกตบ ตาคมที่ตวัดมองคนอวดดีวาววับ“หวังว่าเหตุผลเท่านี้คงเพียงพอที่จะทำให้ฉันไม่ควรจะอยู่ร่วมโลก เอ๊ย! ร่วมโต๊ะเดียวกับคุณสองคนนะคะ”นัยน์ตาคมกล้าวาวโรจน์ห้ำหั่นกับดวงตาคู่งามที่แข็งกร้าวแบบสู้ไม่ถอย บอกให้รู้ว่าวิศราในวันนี้ไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาที่จะยอมให้ใครมาข่มเหงรังแกได้ง่ายๆ และแน่นอนว่าชายหนุ่มย่อมรับรู้ความนัยที่อีกฝ่ายต้องการสื่อกับเขาโดยตรง ในขณะที่คนไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกสองคนถึงกับอึ้งตะลึงงันยุทธนายิ้มค้าง หันขวับไปมองใบหน้าสวยหวานที่ดูเย็นชาของเพื่อนสาวอย่างแปลกใจ พอได้สติก็แอบสะกิดปรามเบาๆ ส่วนพรีมโรสเองก็ฝืน
“ก็เออสิยะ รอแกคุยกับหวานใจตั้งนาน ฉันหิวจะแย่แล้ว เมื่อตอนกลางวันกินไปนิดเดียวเอง เห็นเขาว่าที่โรงแรมนี้มีห้องอาหารไทยอร่อยระดับมิชลินสตาร์ แถมตั้งอยู่ริมน้ำวิวดีด้วย เราไปโซโลกันหน่อยไหม หรือจะไปร้านอื่นดี ว่าไง แกอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมล่ะ”พอเอ่ยถึงอาหารทำให้หญิงสาวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอเองก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องมาหลายชั่วโมงแล้วตั้งแต่ลงจากเครื่องบิน เพราะมัวแต่กังวลเกี่ยวกับอาการของบิดาสุดที่รัก“ฉันกินอะไรก็ได้”“เริ่ดค่ะ! ถือว่ามื้อนี้เป็นการต้อนรับแกกลับเมืองไทยครั้งแรกในรอบห้าปี ฉะนั้นมื้อนี้แกต้องเป็นเจ้ามือ!”คนถูกยัดเยียดตำแหน่งหันขวับ “ไอ้ยุทธ!”เจ้าของชื่อลอยหน้ายิ้มแป้น “เป็นอันว่าตกลง! งั้นขอฉันไปเติมแป้งแป๊บนะ เผื่อเจอเนื้อคู่หล่อๆ รวยๆ จะได้ไม่เสียโอกาสเหมือนใครบางคน”คนโดนแขวะส่งค้อนให้เพื่อนตัวแสบอย่างหมั่นไส้ร้านอาหารไทยที่ว่าเป็นไปตามที่ยุทธนาโฆษณาไว้ คือบรรยากาศดี และอาหารอร่อยเลิศรสการันตีด้วยมิชลินสตาร์ที่ทั่วโลกต่างยอมรับ จะติดก็ตรงที่คนเยอะไปหน่อยแม้ว่าจะเป็นวันธรรมดา ทันทีที่หญิงสาวสวยรูปร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสั้นสีฟ้าเทอร์คอยส์เรียบหรูแต่ดูแพงและมีสไตล์เ
“เอาเถอะ ผมยอมให้คุณดูตลอดชีวิตเลยก็ได้”แก้มนวลร้อนผ่าว แต่พยายามข่มใจไม่ให้รู้สึกรู้สากับคำหวานและแววตาอ่อนโยนจริงใจที่ส่งมาให้“งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ ไว้พบกันค่ะ”“แล้วพบกันครับ...”วิศรากดวางสายด้วยหัวใจที่พองฟูและหม่นหมองในคราวเดียวกัน“อะไรยะ อุตส่าห์ได้คุยกับหวานใจ ทำไมทำหน้าเหมือนโลกจะถล่มแบบนั้นล่ะ ไหนบอกอาการหมอซิ คิดอะไรไม่เข้าท่าอีก...”“คิดว่าตัวเองเป็นคนใจร้ายมั้ง”“ต๊ายยย เพิ่งรู้ตัวเหรอยะหล่อน ชาวบ้านเขารู้กันทั่วทั้งบางตั้งนานละ นอกจากจะใจร้ายแล้วยังจะเลือดเย็นไร้หัวใจด้วย”“นังยุทธ!” คนถูกหลอกด่าแบบรู้ตัวค้อนตาคว่ำใส่“รึไม่จริง ก็เถียงมาสิยะ มีอย่างเรอะ ผู้ชายเขาอุตส่าห์แจกขนมจีบเป็นเข่งๆ ตั้งหลายปีดีดัก ทั้งจีบทั้งอ่อยสารพัดวิธี แม่คุณก็ยังทำเล่นองค์ เป็นฉันหน่อยไม่ได้ เจ้าชายอลันรูปหล่อเสร็จโจรนานแล้ว”“พูดจาน่าเกลียด ฉันจะทำแบบนั้นได้ยังไง เขาเป็นเจ้านายเรานะยะ อีกอย่างฉันไม่อยากเห็นแก่ตัวรั้งอนาคตคนดีๆ แบบเขาไว้ แกก็รู้ว่าอดีตของฉันไม่ได้สวยงาม บาดแผลบางอย่างถึงมันจะจางไปตามกาลเวลาได้ แต่มันก็ไม่หายไป...” ปลายเสียงสั่นเครือทำให้คนฟังอึ้งไปชั่วขณะเมื่อเผลอสะกิดปมในใ
“อ้าว ถ้าไป ขากลับพรีมก็จะได้ซื้อขนมอร่อยๆ ไปฝากพี่สาวคุณแล้วก็เจ้าลูกปลาน้อยของพรีมด้วยไงคะ ไม่ได้เจอหลานตั้งหลายวันแล้ว คิดถึงจะแย่” พรีมโรสยิ้มอ่อนหวาน นี่เป็นอีกจุดที่ทำให้เธอชนะใจชายหนุ่มได้สำเร็จ ปราบดาเป็นคนรักพี่สาวและหลานสาวมาก หากเธออยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขา เธอก็ต้องรักคนทั้งสองด้วย ซึ่งที่ผ่านมาหญิงสาวก็ทำได้ดีพอสมควรทีเดียว“ตามใจคุณ ยายลูกปลาก็บ่นถึงน้าพรีมอยู่เหมือนกัน”“งั้นเราไปกันเลยไหมคะ” นางแบบสาวสอดมือเข้ามากุมมือแฟนหนุ่มไว้ โดยไม่ทันสังเกตแววตาเข้มขรึมของอีกฝ่ายที่แอบเหลือบมองไปทางลิฟต์ตัวนั้นอีกครั้งพลางถอนใจเบาๆ ก่อนยอมให้แฟนสาวจูงมือออกไปเอาเถอะ อย่างน้อยเขาก็ได้รู้แล้วว่าเธอพักห้องไหน ยังไงเขาก็ไม่ปล่อยให้เธอหนีไปได้อีกครั้งแน่นอน!“ฮัดเช้ย!” เสียงจามสนั่นทำให้บทสนทนาอย่างออกรสสะดุดลง “แหม สงสัยมีหนุ่มที่ไหนคิดถึงรึเปล่าน้า” ยุทธนาหรี่ตาแซวเพื่อนสาว“หรือไม่ก็คงมีใครกำลังนินทาอยู่ เฮ้อ...”“อะไรทำไมยะ มาถอนหายใจเฮือกๆ หนักอกหนักใจอะไรนักหนา หรือคิดถึงเรื่องพ่ออีก”“อืม...”“ไม่เอาน่า ก็บอกแล้วไงว่าพ่อแกอยู่ในมือหมอที่เก่งที่สุด ฉันเชื่อว่าท่านต้องปล
“คะ อ๋อ...ใช่ค่ะ” พนักงานต้อนรับเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “ไม่ทราบมีอะไรให้ดิฉันช่วยหรือเปล่าคะ”“คือว่า...ผมเป็นเพื่อนของเธอน่ะครับ” คำนั้นทำให้คนฟังไม่ติดใจสงสัย เพราะสตรีสาวสวยที่ทางผู้บริหารเบื้องบนได้กำชับให้ดูแลเป็นพิเศษระดับซูเปอร์วีวีไอพีก็เพิ่งมีเพื่อนชายมารอพบไปหยกๆ และชายหนุ่มที่มาใหม่นี่แม้จะมีลุคเซอร์ๆ กว่าคนแรกสักหน่อย แต่ก็ท่าทางดูดี สุภาพ แถมยังหล่อเท่เหมือนดาราหนังมากกว่าพวกสิบแปดมงกุฎ“คุณต้องการให้ทางเราโทร. ขึ้นไปแจ้งเธอไหมคะ”ปราบดานิ่งครุ่นคิด แน่นอนว่าถ้าโทร. ขึ้นไปแจ้งผู้หญิงคนนั้นคงไม่ยอมลงมาหรอก เผลอๆ เขาจะโดนไล่ตะเพิดเสียอีก และหากถามตรงๆ พนักงานสาวตรงหน้าคงไม่ยอมบอกเลขห้องพักของลูกค้าง่ายๆ แน่นอน “อย่าเพิ่งบอกเธอนะครับ คือ...พอดีผมกะว่าจะทำเซอร์ไพรส์ต้อนรับเธอนิดหน่อย” คนพูดแอบขยิบตานิดๆ อย่างคนขี้เล่นเพื่อให้สมบทบาท แล้วก็ได้ผล ดูเหมือนว่าพนักงานสาวจะคลายความระแวงสงสัย“แล้วคุณต้องการให้ทางเราช่วยยังไงดีคะ”“อืม...งั้นเอาอย่างนี้ดีกว่า รบกวนคุณช่วยเช็กอินห้องที่ติดกันหรือใกล้กับห้องคุณวิศราให้ผมห้องหนึ่งได้ไหมครับ”“ห้องที่อยู่ติดกันกับห้องคุณวิศราเป็นห้องสูทนะค
“ผู้ชายค่ะ แต่ไม่ได้แจ้งชื่อ คือ...ดิฉันถามแล้วนะคะ แต่เขาไม่ยอมบอก บอกแต่ว่าจะนั่งรอจนกว่าคุณจะมา”คำตอบยิ่งทำให้งุนงงหนัก เพราะการมาเมืองไทยของเธอเป็นการมาชนิดที่เรียกว่ากะทันหัน และไม่ได้บอกใครแม้แต่คนที่ทำงานหรือที่บ้าน แล้วใครกันที่ได้ข่าวไวขนาดนี้ หรือว่า...“อ้าว...นั่นไงคะ เขาเดินมาพอดี”วิศราหันขวับทันที ก่อนที่ดวงตาเรียวงามจะค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น เมื่อได้เห็นร่างอันคุ้นตาของชายหนุ่มที่เดินตรงมาชัดๆ กว่าจะทันรู้ตัวเธอก็ถูกดึงเข้าไปสู่อ้อมแขนของอีกฝ่ายเสียแล้ว“เซอร์ไพรส์จ้า...” คำนั้นมาพร้อมกับการทักทายด้วยปลายจมูกที่ชนข้างแก้มทั้งสองของเธออย่างคนคุ้นเคย“แยมมี่! มาได้ยังไงน่ะ”“มีนกฮูกด่วนส่งข่าวมาที่ฮอกวอตส์น่ะสิจ๊ะว่ามาดามจะเสด็จกลับวันนี้ ไงยะ...กลับเมืองไทยมาไม่คิดจะบอกกันสักคำเลยนะ นี่แกยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่หรือเปล่าเนี่ย” ยุทธนาแยกเขี้ยวให้เพื่อนซี้“มาด่วนน่ะสิ เลยไม่ทันได้บอกใคร พอรู้ข่าวเรื่องคุณพ่อ จองตั๋วเครื่องบินได้ก็รีบบินมาเลย”“เออจริงสิ แล้วนี่อาการคุณลุงเป็นไงบ้าง คุณหมอว่าไง”“เพิ่งผ่าตัดเสร็จ ยังไม่ฟื้นเลย หมอบอกรอดูอาการก่อน ตอนนี้อยู่ไอซียู ยังเยี่ยมไม
‘เด็กคนนั้นคลอดแล้ว...ในที่สุดพ่อของฉันก็มีลูกคนใหม่กับผู้หญิงคนนั้น เขากำลังมีความสุขกับครอบครัวใหม่ที่ไม่มีฉันรวมอยู่ด้วย ฉันไม่เหลือใครอีกแล้ว ไม่เหลือใครเลย...’เสียงอ่อนล้าเจือรอยสะอื้นของอีกฝ่ายบีบหัวใจคนฟังให้อ่อนยวบ อลันลูบแผ่นหลังของเธอเบาๆ อย่างปลอบขวัญ‘ใครว่าไม่เหลือล่ะ’ มือใหญ่จับมือเรียวงามมาวางลงที่หน้าท้องนูนเบาๆ ‘นี่ไง กำลังใจของคุณอยู่ในนี้แล้วคุณก็ยังมีผมอยู่อีกทั้งคน ผมจะอยู่เคียงข้างคุณกับลูกเสมอนะ อ้อ! แล้วคุณก็ยังมียอร์ชชี่เพื่อนรักของคุณอีกคนด้วยไง อย่าพูดให้เขาได้ยินเชียวละว่าไม่มีใคร ไม่งั้นคุณได้หูดับไปทั้งวันแน่ๆ’ คนพูดหัวเราะเบาๆ เมื่อเอ่ยถึงเพื่อนรักของเธอที่เขามองออกในที่สุดว่าอีกฝ่ายมีรสนิยมที่แท้จริงเช่นไร ทว่าอลันก็ไม่เคยรังเกียจ ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่คิดจะจับเขากินตับแทนมื้อค่ำ‘พวกเราจะอยู่ข้างๆ คุณเสมอ และเราจะผ่านทุกอย่างไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือร้ายก็ตาม ผมสัญญา’คำสัญญาที่ออกจากปากของเขาทำให้คนฟังอบอุ่นในใจ คลายความเศร้าลงได้บ้างทว่ายามนี้เจ้าของคำสัญญาอยู่ห่างไกลถึงอีกซีกโลก ทำให้หัวใจดวงน้อยเคว้งคว้างเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูตามลำพัง
“เอ๊ะ! คะ...คุณส้ม!”ราวกับสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาที่ร่าง รอยยิ้มเอ็นดูมลายหายไปจากใบหน้าสวยหวานในชั่วพริบตาหลายปีที่ไม่ได้พบกันดูเหมือนว่าจะไม่ได้ทำให้ผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด ‘ปุริมา’ แม่เลี้ยงที่เธอแสนชิงชังยังคงสาวและสวยสง่าไม่ต่างจากวันนั้น ไม่สิ! คนตรงหน้าดูดีกว่าวันนั้นด้วยซ้ำ แน่ละ ในเมื่อบิดาของเธอทั้งรักและทะนุถนอมอีกฝ่ายยิ่งกว่าอะไรดี ดวงตาคู่งามฉาบด้วยไอเย็นเยียบยามมองไปยังร่างป้อมของเด็กหญิงวัยสี่ขวบในชุดนักเรียนอนุบาลน่ารัก ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อนึกถึงสถานะของเด็กน้อยตรงหน้าที่เธอไม่อยากจะยอมรับน้องสาวต่างแม่!‘ฮัลโหล...ส้มเหรอลูก รู้ไหมว่าตอนนี้ลูกมีน้องสาวแล้วนะ เดี๋ยวพ่อส่งรูปน้องไปให้ดูในไลน์ น้องน่ารักมากๆ แก้มยุ้ยเหมือนลูกตอนเด็กๆ เลย...’เสียงที่ทั้งเห่อทั้งตื่นเต้นของบิดากระชากหัวใจคนเป็นลูกให้ด่ำดิ่งสู่ห้วงอเวจีทันใดดวงตาหวานเจือเศร้าทอดมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มีภาพครอบครัวสุขสันต์ของบิดาตนเอง พร้อมด้วยสมาชิกตัวน้อยคนใหม่ที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่ถึงสัปดาห์ในอ้อมแขนของวิศรุตอย่างเหม่อลอยน้องสาว! ในที่สุดเธอก็ได้น้องสาวต่างแม่ และกลายเป็นหมา