“เฟลิเป้ ฉันไม่ได้รักคุณแล้ว”คำกล่าวนั้นแทงทะลุหัวใจของเฟลิเป้ และในทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่กระจายไปทั่วแผ่นหลังของเขา มันราวกับว่าบางอย่างได้แตกสลายภายในร่างกายของเขาเคธี่ผลักมือของเฟลิเป้ออกอย่างแน่วแน่โดยไม่มีร่องรอยของความปรารถนาในสายตาเธอ “เฟลิเป้ คุณทำให้ฉันผิดหวังมาก ฉันจะชดใช้ให้คุณสำหรับการสนับสนุนในช่วงสิบปีที่ผ่านมา จากนี้เป็นต้นไป จะไม่มีการติดค้างระหว่างเราสองคนอีกต่อไป”เธออยากที่จะหันหลังและจากไปในตอนที่จู่ ๆ เธอก็นึกบางอย่างขึ้นได้เธอมองชายคนนั้นที่กำลังยืนอยู่ที่จุดเดิมด้วยท่าทีที่เคร่งขรึม “อย่าพยายามทำอะไรกับคู่หมั้นของฉันอีก ถ้าไม่อย่างนั้น ฉันจะส่งวิดีโอให้กับตำรวจ”สายตาของเฟลิเป้มืดมนเมื่อเข้าได้ยินเช่นนี้ เขาจ้องไปที่แผ่นหลังของเคธี่อย่างเยือกเย็น “เคธี่ จอร์แดน คุณกำลังขู่ผมเพื่อผู้ชายอีกคนงั้นเหรอ?”เคธี่หยุดและตอบกลับอย่างเยือกเย็นว่า “สำหรับฉันแล้ว ตอนนี้คุณก็เป็นแค่คนนอก”เฟลิเป้เพ่งมองเรือนร่างของเคธี่อย่างไม่อยากเชื่อ ไฟของความโกรธและความอิจฉาริษยากำลังเผาไหม้อย่างรุนแรงในววตาของเขา‘เคธี่ คุณกล้าดียังไงถึงทรยศผมเพื่อ
เมื่อเมเดลีนได้ยินเช่นนั้น เธอก็รู้ว่าเธอกำลังมีปัญหาอย่างไรก็ตาม ระหว่างผู้ชายและผู้หญิงนั้นมีความแตกต่างในเรื่องแรงอยู่ หลังจากที่เมเดลีนถูกโยนเข้าไปในรถตู้ มันก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อบอดี้การ์ดเห็นเช่นนี้ พวกเขาก็รีบไล่ตามรถตู้คันนั้นไปและโทรหาเฟลิเป้ “คุณวิทแมน ใครบางคนลักพาตัวคุณเอวลีนไป!”“อะไรนะ?” เฟลิเป้เริ่มรู้สึกกังวล ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้รับอีกสายหนึ่งหลังจากที่เหลือบมอง เขาก็รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในทันทีเขารับสายโทรศัพท์นั้น และจากปลายสาย เขาก็ได้ยินเสียงที่เย่อหยิ่งของชายคนหนึ่ง“คุณวิทแมน ผมสงสัยว่าคุณพอจะมีเวลามาดื่มชากับผมสักแก้วไหม? ผมได้เตรียมชาดำที่ดีที่สุดให้กับคุณเลยนะ”“แกให้คนของแกลักพาตัวเอวลีนไปใช่ไหม?”“ผมแค่กำลังเชิญเธอมาร่วมดื่มชากับผม แล้วผมก็กำลังเชิญคุณเหมือนกันหนิ ใช่ไหมครับ คุณวิทแมน?” เสียงของชายคนนั้นดูอวดดีเฟลิเป้กล่าวอย่างเยือกเย็น “ฉันจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้ อย่าทำร้ายเธอ ไม่อย่างนั้น ฉันจะทำให้แกชดใช้อย่างสาสม”“งั้นก็เร็วเข้า ไม่อย่างนั้น ผมก็สัญญาไม่ได้ว่าผมจะสามารถหยุดตัวเองจากการทำอะไรบางอย่างกับเธอได้นะครับ”หลังจากที่ชายคนน
“คุณวิทแมน ถ้าคุณไม่ยอมรับกับข้อตกลงนี้ละก็ งั้นผมก็เกรงว่าผลงานศิลปะชิ้นโบว์แดงชิ้นนี้คงไม่สามารถเดินออกไปจากประตูนี้ได้ ใช่ไหม คนสวย?”เมเดลีนไม่อยากที่จะช่วยพวกเขาสักคน หลังจากที่เธอมองไปที่ท่าทีที่เย่อหยิ่งของชายคนนั้นและสีหน้าที่มืดมนของเฟลิเป้คนเดียวที่เธออยากจะช่วยในตอนนี้คือตัวเธอเองและเจเรมี่ในขณะที่เฟลิเป้กำลังลังเล เมเดลีนก็ยืนขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เจิดจ้า “ใครบอกว่าฉันกำลังจะเดินออกจากประตูนี้งั้นเหรอ?”เมื่อเมเดลีนกล่าวเช่นนั้น เฟลิเป้และฟาเบียนก็ตกตะลึงชายทั้งสองมองที่ใบหน้าอันยิ้มแย้มของเธอ สายตาของพวกขาเต็มไปด้วยความสงสัยและความประหลาดใจ“เอวลีน คุณกำลังพูดเรื่องอะไร? คุณอยากจะอยู่ที่นี่ใช่ไหม?” เฟลิเป้ไม่อยากเชื่อเมเดลีนเพ่งมองไปที่เฟลิเป้อย่างเยือกเย็นก่อนที่หันสายตาคู่สวยไปที่หน้าของฟาเบียน “เขาปฎิบัติกับฉันที่นี่อย่างดีมากจนฉันไม่อยากจากไปเลย”แววตาของฟาเบียนเป็นประกายในขณะที่เขายิ้มเยาะ “คุณพูดจริงเหรอ?”“แน่นอนสิ” เมเดลีนมองอย่างเย่อหยิ่งไปที่เฟลิเป้ สีหน้าของเขาเริ่มมืดมนขึ้นเรื่อย ๆ “ฉันไม่อยากอยู่กับผู้ชายคนนี้อีกต่อไปแล้ว ถ้าคุณมีทักษะและความสามารถ งั
เคธี่สังเกตเห็นการกระทำบางอย่างที่ผิดปกติไปของเฟลิเป้เมื่อเขาพูดแบบนั้น ทว่าเมื่อสมองของเธอเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้นและกำลังจะเขาผลักออกไป เฟลิเป้ก็ได้โอบรัดเอวของเธอเอาไว้“คุณทำอะไรน่ะ? เฟลิเป้” เคธี่ขัดขืน แต่เธอไม่สามารถต้านทานแรงของเฟลิเป้ได้เลยดวงตาทั้งคู่ของเฟลิเป้สะท้อนให้เห็นพายุซึ่งโหมกระหน่ำอยู่ภายใน เมื่อเขามองเคธี่ซึ่งกำลังดิ้นรนขัดขืนเธอไม่เคยขัดขืนเขาได้ไม่เคยเลย!เขาเหวี่ยงเธอไปบนโซฟาด้วยความเกรี้ยวกราด ความเป็นสุภาพบุรุษของเขาในขณะนั้นได้มลายหายไปอย่างสิ้นเชิงเคธี่ขมวดคิ้วด้วยความเจ็บ และจับแขนของเฟลิเป้ไว้แน่นเธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าผู้ชายคนนี้จะทำเช่นนี้กับเธอน้ำตาของเคธี่ไหลพรากอาบแก้มของเธอ ขณะที่แววตาของเฟลิเป้เย็นชามืดมัวลง จากนั้นเขาก็บีบใบหน้าที่งดงามของเธอไว้ “ตอนนี้เธอจำได้หรือยัง? หา?”เคธี่หลับตาของเธอลงและปฏิเสธที่จะมองหน้าเขาคนนั้นที่ลึก ๆ แล้วเธอยังรักเขาอยู่เธอมองไม่เห็นความคลุ้มคลั่งภายใต้แววตาของเฟลิเป้ และในสายตาของเฟลิเป้ เขาแน่ใจว่าเคธี่หมดความรู้สึกกับเขาแล้ว“มองหน้าฉัน” เขาบอกให้เธอลืมตามองมาที่เขา สายตาของเขาไร้แววแสง “เธอเกล
ใบหน้าสง่างามและหล่อเหลาของเขาเริ่มมืดครึ้ม “เจเรมี่ นายทำอะไรกับเคธี่? ทำไมเธอถึงเชื่อฟังนายขนาดนั้น? นี่นายจะพรากทุกอย่างไปจากฉันเลยใช่ไหม ทั้งผู้หญิง ทั้งอาชีพของฉัน?”เจเรมี่เอนตัวนอนลงบนเตียงโดยที่ไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด “ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสิ่งของ สักวันหนึ่งก็ต้องพลัดพรากจากไปในไม่ช้าก็เร็วนี้อยู่ดี เฟลิเป้ ตอนนั้นเคธี่รักนายมากนะ แต่นายต่างหากที่ไม่ได้ทะนุถนอมเธอเลย”เฟลิเป้เหมือนได้ยินเรื่องตลก “แล้วนายล่ะ ตอนนั้นายทะนุถนอมเอวลีนรึเปล่า? ทำไมเธอถึงยังไม่ยอมปล่อยเศษเดนอย่างนายที่ทำให้เธอเกือบตายไปสักทีก็ไม่รู้?”เจเรมี่เบิกตาเรียวของเขาออกกว้างและมองเฟลิเป้ด้วยสีหน้าเย็นชา “เราสองคนต่างก็เป็นเศษเดนเหมือนกันล่ะนะ แต่อย่างน้อยฉันก็ยังรู้ตัวดี แล้วนายล่ะ? หลังจากที่รู้ว่าเคธี่ฆ่าตัวตายเพราะนาย นายเคยรู้สึกผิดสักนิดบ้างไหม? ไม่เลย ถ้านายสำนึกจริง นายคงไม่มายุ่งกับภรรยาฉันหรอก”“ภรรยาของนายเหรอ?” เฟลิเป้ถอนหายใจ “ภรรยานายตอนนี้คงอยู่กับผู้ชายอื่นแล้วล่ะ”เจเรมี่ลุกขึ้นนั่งทันที และนั่นทำให้บาดแผลของเขาถูกรั้งตึงไว้ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ “เฟลิเป้ เมื่อกี้นายว่ายังไงนะ? นายทำอะไรกับ
เมเดลีนรู้สึกได้ว่าเจเรมี่กดดันเธอ ดังนั้น เธอจึงจับมือเขาไว้ “เจเรมี่ คุณเชื่อใจฉันไหม?”"ผมเชื่อใจคุณ" เขาไม่ลังเลใจก่อนจะตอบเธอพร้อมแววตาที่อ่อนโยน “แต่ลินนี่ ให้ผมได้แบ่งเบาสิ่งที่คุณแบกไว้นะ”เมเดลีนบอกเขาหลังจากที่เธอรู้สึกถึงความจริงใจของเขาว่า “เจเรมี่ ทุกอย่างจะได้รับการดูแลในไม่ช้า คุณแค่ต้องรู้ว่าเหตุผลที่ฉันเย็นชาใส่คุณ เพราะฉันมีปัญหาบางอย่างที่ต้องเก็บเป็นความลับ”เจเรมี่กำลังสับสน จากนั้นเขาก็ถามว่า “ลินนี่ ทำไมคุณไม่บอกความจริงกับผมล่ะ?”“ฉันไม่อยากเสี่ยง” เมเดลีนห้ามใจตัวเองที่อยากจะบอกเขาว่าลิเลียนยังมีชีวิตอยู่ “ฉันไม่สามารถเสี่ยงบอกเรื่องนี้ได้”เจเรมี่ไม่กล้าถามอีก หลังจากเห็นความมุ่งมั่นในสายตาของเมเดลีนเขาจับมือของเมเดลีน และวางมันไว้ใกล้กับริมฝีปากของเขาก่อนที่จะจูบมัน “แค่นี้ก็พอแล้วที่รู้ว่ามีเหตุผลอื่นที่บอกว่าทำไมคุณถึงเพิกเฉยและเย็นชากับผมนัก”“เมื่อคุณรู้ความจริงคุณจะมีความสุขค่ะ” เมเดลีนยิ้มเธอเชื่อว่าถ้าเจเรมี่รู้ว่าลูกสาวของพวกเขายังมีชีวิตอยู่ เขาก็จะดีใจมาก ๆแม้ว่าลิเลียนจะไม่เคยเรียกเขาว่า 'แด๊ดดี้' มาก่อน และเธอไม่รู้ว่าเขาเป็นพ่อที่แท้จ
เมเดลีนอยากมีช่วงเวลาดี ๆ กับชายผู้นี้หลังจากรู้ถึงความยากลำบากทั้งหมดที่เขาเจอมา แต่ราวกับว่าเขาเริ่มจะความคุมตัวเองไม่ได้เมเดลีนลืมตาขึ้นและจับมือเขา “เรายังพอมีเวลาอยู่ ดังนั้นอย่ารีบร้อนทำอะไรตอนนี้เลยนะคะ”เจเรมี่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แต่เขาก็ไม่สามารถขัดต่อคำขอร้องของเมเดลีนได้เช่นกัน ดังนั้น เขาจึงทำได้แค่กอดเธอและเข้านอน…เฟลิเป้ไม่รู้ว่าเมเดลีนอยู่ในห้องของเจเรมี่เขาคิดว่าเมเดลีนยังอยู่ที่บ้านของฟาเบียนฟาเบียน จอห์นสันเฟลิเป้รู้สึกรังเกียจชายคนนั้นอย่างหาใดเปรียบไม่ใช่เพียงเพราะว่าเมเดลีนเข้าข้างฟาเบียน แต่เป็นเพราะเคธี่ถูกทำให้เสียโฉมโดยสเตเจี่ยน จอห์นสันเขาดึงลิ้นชักออกแล้วหยิบอัลบั้มออกมาอัลบั้มเต็มไปด้วยรูปถ่ายของเคธี่มันคือภาพถ่ายทั้งหมดของเธอตั้งแต่ตอนที่เขาอุปการะเธอครั้งแรก จนถึงวันที่เธอสำเร็จการศึกษา รูปภาพทั้งหมดของเธอถูกเก็บไว้ในอัลบั้มนี้เคธี่ดูอ่อนหวานและไร้เดียงสา ทำให้คนอื่นรู้สึกว่าเป็นเด็กดี อย่างไรก็ตาม บุคลิกของเธอตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงด้วยบุคลิกของเธอ เธอไม่เคยปิดบังความรู้สึกที่มีต่อเฟลิเป้เลยเฟลิเป้มองไปยังหญิงสาวที่กำลังยิ้
เจเรมี่รู้ว่าเขาไม่สามารถซ่อนความลับจากเธอได้อีกต่อไป ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่พยักหน้ายอมรับ ตรงกันข้ามเขาอธิบายอย่างนุ่มนวลว่า “ลินนี่ มันไม่ได้แย่อย่างที่คุณคิด มันก็แค่...”"อะไรเหรอ?"“อาการป่วยของคุณมีการกลับมาเป็นซ้ำ” เจเรมี่รู้สึกว่าคำพูดเหล่านั้นมันช่างยากพูดเหลือเกินกลับมาเป็นซ้ำ?เมเดลีนจำได้ว่าเธอป่วยยังไงในตอนที่เธอมีแจ็คสันเมื่อเธอคิดถึงมันเธอก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ยังสดใหม่เธอสัมผัสท้องของเธอเบา ๆ และในที่สุดก็เข้าใจว่าทำไมเจเรมี่ถึงยืนกรานที่จะให้เธอทำแท้ง“ลินนี่ อย่ามองโลกในแง่ร้ายเกินไป ผมถามหมอแล้ว ตราบเท่าที่คุณผ่าตัดคุณก็จะสบายดี คุณมีโอกาสฟื้นตัวเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนะ”เขาจับมือเธอและรู้สึกสำนึกผิด ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาฝืนยิ้มให้เธอ“ลินนี่ จริง ๆ แล้ว… จริง ๆ แล้ว ไม่เป็นไรหรอกนะ แม้ว่าเราจะมีแค่แจ็คสัน ผมไม่อยากเห็นคุณทุกข์ทรมานอีกแล้ว หมอบอกว่าอาจเป็นเพราะสภาพร่างกายของคุณ ตราบใดที่คุณไม่ตั้งครรภ์ คุณก็จะไม่มีปัญหานี้อีก”เมื่อเมเดลีนได้ยินเช่นนั้น เธอก็เงยหน้าขึ้นมองเขา“จริง ๆ แล้วเองก็คุณต้องการเด็กคนนี้ด้วย ใช่ไหม?”ดวงตาของเจเรมี่มั่นค
อดัมไม่ได้ให้เชอร์ลี่ย์เข้ามาด้วย ในขณะที่เขาพาทั้งเมเดลีนและเจเรมี่เข้ามาในห้องทำงานตัวเองห้องนั้นกว้างขวางและตกแต่งภายในอย่างหรูหรากว่าที่เห็นในโรงพยาบาล มีอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ดูค่อนข้างล้ำสมัยวางอยู่รอบ ๆเมเดลีนยืนอยู่ข้าง ๆ เฝ้าดูอดัมทำการทดสอบต่าง ๆ กับเจเรมี่ในที่สุดอดัมก็เก็บตัวอย่างเลือดจากเจเรมี่มาวางบนอุปกรณ์เพื่อทำการวินิจฉัยทันทีเธอรู้สึกกระวนกระวายใจในระหว่างที่รอถึงอย่างนั้นเธอก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าสีของตัวอย่างเลือดเจเรมี่ไม่ได้เข้มอย่างที่เคยเป็น ซึ่งนั่นอาจจะเป็นสัญญาณที่ดีประมาณสิบนาทีต่อมา ผลก็ออก“ทุกอย่างโอเคไหมอดัม?” เมเดลีนเอ่ยถาม“ไม่ต้องกังวลลินนี่ อาการผมจะดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน” เจเรมี่จับมือของเธอไว้แล้วปลอบโยน“ถ้าคุณอาการดีขึ้นมากแล้วทำไมวันนั้นคุณถึงทรุดลงกะทันหันแบบนั้นล่ะ?” เธอยังคงเอ่ยอย่างวิตกอดัมไม่ได้พูดอะไร เขาไล่สายตาผ่านรายงานวินิจฉัยสองครั้ง ก่อนจะมีแววตาเป็นประกาย ทว่าในไม่ช้าก็ต้องหายไป“ทุกอย่างดูดีทีเดียว ไม่มีอะไรผิดปกติ” อดัมพูดขณะที่มองเมเดลีน “ไม่ต้องกังวลมากไป เขากำลังค่อย ๆ ฟื้นตัวน่ะ”ได้ยินอย่างนั้นเมเดลีนก็ถอนหายใจโล่งอก
เมเดลีนเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกันที่เห็นใครบางคนลงมาจากรถ “เชอร์ลี่ย์ ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่?”เชอร์ลี่ย์ยิ้มอย่างเป็นมิตร “ฉันบอกว่าจะกลับบ้านไม่ใช่เหรอคะ นี่บ้านฉันน่ะ”เมเดลีนชี้ไปที่วิลล่าขนาดเล็กข้างหน้า “นี่คือบ้านของคุณเหรอคะ?”“ค่ะ ที่นี่คือบ้านของฉัน” เชอร์ลี่ย์พยักหน้าอย่างมั่นใจ จากนั้นเธอก็เดินไปหาอดัมด้วยท่าทางจริงจัง “อดัม พี่สาวกลับบ้านทั้งทีทำไมดูไม่มีความสุขเลยล่ะ”ข้อมูลใหม่นั้นทำให้เมเดลีนรู้สึกงุนงง “เชอร์ลีย์ คุณเป็นพี่สาวของอดัมเหรอคะ?”“ค่ะ ฉันเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของเขา เรามีพ่อและแม่คนเดียวกัน” เชอร์ลี่ย์แตะไหล่ของอดัมเบา ๆ แล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย “อดัม ทำไมไม่แนะนำเพื่อนให้ฉันรู้จักเลยล่ะ?”อดัมได้ยินอย่างนั้นก็ฝืนยิ้มออกมาเบา ๆ “ฉันไม่จำเป็นต้องแนะนำหรอก เพราะดูเหมือนทุกคนจะรู้จักกันอยู่แล้ว” เขาก้าวไปข้างหน้าราวกับว่าเขาจงใจหลีกเลี่ยงเชอร์ลี่ย์ “เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ”เชอร์ลี่ย์ยิ้มอย่างสดใส "ฉันไม่ได้อยู่บ้านมาหลายปี ฉันก็ควรจะได้ชื่นชมบ้านหลังนี้ที่เคยอยู่บ้างนะ”ขณะที่พูดเธอก็เดินนำเข้าไปในบ้านก่อนอดัมเชิญเมเดลีนและเจเรมี่เข้าไป “เข้ามาสิ”เมเดลีนพยักห
อดัมอึ้งไปครู่หนึ่ง “ว่าไงนะ? คุณกำลังพูดอะไร? คุณเป็นใคร? เอวลีนอยู่ไหน?”“จำฉันไม่ได้แล้วเหรอ? คุณก็เหมือนพ่อแม่ของคุณนั่นแหละอดัม ไร้หัวใจและโหดร้าย” เชอร์ลี่ย์ล้อเลียนอย่างเย็นชาอดัมเงียบไปชั่วครู่ก่อนสุดท้ายเขาจะตอบสนองกลับมา“เธอเองเหรอ” ราวกับว่ามีบางอย่างมากระตุ้นภายในใจเขาตกตะลึงปนประหลาดใจ“ใช่ ฉันเอง” เชอร์ลี่ย์ตอบอดัมอย่างไม่ลังเล “เดี๋ยวเร็ว ๆ นี้เราก็คงได้พบกัน แม้ว่าฉันไม่คิดว่านายจะตั้งตารอฉันหรอกใช่ไหม?”อดัมเงียบไปก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ทำไมเป็นเป็นเธอที่รับโทรศัพท์? เอวลีนอยู่ที่ไหน? เจเรมี่เป็นยังไงบ้าง?”คนฟังเอ่ยอย่างเย้ยหยัน “ฉันไม่ได้บอกหรอกเหรอ? ว่าเดี๋ยวเขาก็ตายแล้ว ภรรยาที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็จะต้องใจสลายไปด้วยน่ะ”“พูดบ้าอะไรเนี่ย! เขาไม่มีทางตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตได้!” น้ำเสียงของอดัมเอ่ยออกมาด้วยความตื่นตระหนก “ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอเล่นแบบนี้แน่!”อดัมรีบวางสายรอยยิ้มของเชอร์ลี่ย์กว้างขึ้นในขณะที่จ้องหน้าจอที่ค่อย ๆ หรี่แสงลงช้า ๆ“เป็นใครกันถึงมาห้ามไม่ให้ฉันเล่นน่ะอดัม? เป็นตัวแทนของคนสองคนนั้นที่ตายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อนงั้นเหรอ? ฮึ”เธอเย้ยหยันแ
“เจเรมี่!”เมเดลีนพบว่าไม่สามารถทนรออยู่หน้าห้องน้ำได้อีกต่อไป เธอเปิดประตูแล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ สิ่งที่เห็นคือเจเรมี่ที่มีสีหน้าโกรธเกรี้ยวและเย็นชา ขณะที่ร่างของเชอร์ลี่ย์ล้มลงข้างอ่างอาบน้ำเมเดลีนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอก็รีบเช็คก่อนว่าเจเรมี่เป็นอย่างไรบ้าง แต่ด้วยความมีมารยาทเธอจึงรีบเข้าไปหาและพยุงเชอร์ลี่ย์เธอเพิ่งเอื้อมมือออกไป แต่โดนเจเรมี่จับแขนไว้แน่น เขาจับไว้แรงมากจนเธอรู้สึกเจ็บ“อย่าไปแตะต้องตัวเธอ”เจเรมี่เอ่ยเสียงเย็นสุดขีด“เจเรมี่?” เมเดลีนมองแววตาที่เฉียบคมของเขา “คุณโอเคไหม เจเรมี่? เกิดอะไรขึ้น ทำไมเชอร์ลี่ย์…” “ไม่ต้องกังวลค่ะ คุณนายวิทแมน ฉันไม่เป็นไร” เชอร์ลี่ย์จับข้างอ่างขณะที่ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง เธอชำเลืองมองสายตาเย็นชาของเจเรมี่จากหางตาก่อนจะหันไปยิ้มให้เมเดลีน“เจเรมี่ไม่ต้องการให้คุณสัมผัสฉันเพราะฉันทำเข็มหักโดยไม่ตั้งใจน่ะค่ะ มันคงจะแย่ถ้าคุณได้รับบาดเจ็บเพราะความผิดพลาดที่ไม่เป็นมืออาชีพของฉัน”จากนั้นเมเดลีนก็เห็นเข็มเล็ก ๆ หักยื่นออกมาจากแขนของเชอร์ลี่ย์หญิงสาวดึงเข็มออกมาอย่างใจเย็นโดยที่คิ้วเรียวของเธอไม่แม้แต่จะขยับเข้าหากัน“เจเร
เธอสัมผัสแขนของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล เพราะอุณหภูมิจากร่างกายของเจเรมี่ไม่เพิ่มขึ้นเลย “อุณหภูมิร่างกายของเขาต่ำเพราะเขาแช่น้ำแข็งน่ะค่ะ” เสียงของเชอร์ลี่ย์ดังขึ้นจากด้านหลังเมื่อหันไปมองเมเดลีนก็เห็นเชอร์ลี่ย์ค่อย ๆ เดินเข้ามาพร้อมเข็มฉีดยาในมือของเธอ“คุณช่วยรอข้างนอกได้ไหมคะคุณนายวิทแมน? ฉันไม่ชอบให้ใครมาเฝ้าเวลาต้องรักษาคนไข้น่ะค่ะ”เมเดลีนเข้าใจและลุกขึ้น แต่เจเรมี่จับมือเธอไว้เสียก่อน“อย่าไปนะลินนี่”“ไม่เป็นไรเจเรมี่ ให้เชอร์ลี่ย์ฉีดยาให้คุณแล้วคุณจะไม่เป็นไร โอเคไหม?” เมเดลีนเอ่ยราวกับว่าเขาเป็นเด็ก ก่อนจะปล่อยมือ“ขอบคุณนะคะ เชอร์ลี่ย์”“ด้วยความยินดีค่ะ ฉันยินดีที่ได้ช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือค่ะ” เชอร์ลี่ย์ยิ้มเล็กน้อยเมเดลีนได้ยินอย่างนั้นก็ไม่คิดมากก่อนจะเดินออกไปเธอมองเจเรมี่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนปิดประตู เห็นแววของเขาเริ่มมีสีแดงจาง ๆเขากำลังมองเธออย่างอ้อนวอนจู่ ๆ เมเดลีนก็รู้สึกว่าอยากจะเข้าไปอยู่ข้าง ๆ เขา แต่เชอร์ลี่ย์ก็หันกลับมาตรวจสอบว่าเมเดลีนออกไปจากห้องน้ำหรือยังตอนนั้นเองที่เมเดลีนเห็นรูปร่างสมส่วนของเชอร์ลี่ย์ซึ่งเปียกโช
เมเดลีนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งขณะที่ชำเลืองไปมองประตูห้องน้ำที่ปิดแน่น“อีกนิดเดียวมันก็จะจบแล้วเจเรมี่ อดทนอีกนิด“คุณจะปลดปล่อยความเจ็บปวดได้เหมือนที่ผ่านมาไง“ฉันเป็นหมอของคุณ แต่ฉันก็เป็นเพื่อนคุณด้วย ฉันช่วยคุณได้ อา…”เมเดลีนได้ยินเสียงของเชอร์ลี่ย์ดังออกมาไม่หยุดจนกระทั่งเธอกระซิบด้วยน้ำเสียงลุ่มหลงเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นเหตุการณ์ภายในห้องน้ำก็เงียบลงพนักงานมองไปที่ห้องน้ำด้วยสายตาแปลก ๆ ก่อนที่จะหันไปพูดกับเมเดลีน“ผมเอาน้ำแข็งไปไว้ในห้องน้ำหมดแล้วครับ คุณนายวิทแมน ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมติดต่อเราได้เลยนะครับ”แล้วเมเดลีนก็ได้สติกลับคืนมาสู่ความจริง “ขอบคุณค่ะ”“ด้วยความยินดีครับ” พนักงานยิ้มเล็กน้อยและจากไปเมเดลีนลากกระเป๋าเดินทางของเชอร์ลี่ย์ไปที่ห้องน้ำ เมื่อเอื้อมมือไปเปิดประตูก็พบว่าประตูถูกล็อคจากด้านใน“ฉันเอาของขึ้นมาให้แล้วนะคะ เจเรมี่เป็นยังไงบ้าง?” เมเดลีนถามในขณะที่ไม่มีเสียงตอบรับมาจากข้างใน“เชอร์ลี่ย์? เชอร์ลี่ย์? เจเรมี่! เจเรมี่!" เธอเริ่มตื่นตระหนก และไม่สามารถทนต่อความเงียบในขณะนี้ได้อีกต่อไปก๊อก ก๊อก ก๊อก เธอเคาะประตูซ้ำ ๆ จนข้อนิ้วเริ่มแดง“
เมเดลีนขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว ขณะที่ก้าวออกไปเธอก็เห็นใครบางคนที่คุ้นเคยอยู่ตรงทางเดิน“เชอร์ลี่ย์?” เมเดลีนเรียกออกมาอย่างลังเลผู้หญิงที่เดินห่างออกไปเล็กน้อยหยุดเดินแล้วหันมามอง “ใช่ ฉันเองค่ะ คุณนายวิทแมน” เชอร์ลี่ย์ยิ้มและอธิบาย “ฉันลืมของบางอย่างไว้ในห้อง ก็เลยกลับมาหยิบ”เมเดลีนวิ่งไปหาเชอร์ลี่ย์ ผู้หญิงคนนี้ไม่ต่างจากผู้ช่วยชีวิตของเธอในขณะนี้“พิษในร่างกายของเจเรมี่กำเริบกะทันหัน คุณเคยรักษาเขาใช่ไหมเชอร์ลี่ย์? คุณน่าจะช่วยเขาได้อีกครั้ง! ได้โปรดเถอะค่ะ ตอนนี้เขากำลังเจ็บปวดมาก!”ในตอนนั้นสีหน้าของเชอร์ลี่ย์ก็เริ่มเป็นกังวลขึ้นมา “ตอนนี้เจเรมี่อยู่ที่ไหนคะ?”“ในห้องค่ะ!”“รีบพาฉันไปที่นั่นเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!” เชอร์ลี่ย์รีบเดินตามเมเดลีนไปเมื่อเข้าไปในห้องเมเดลีนก็เห็นว่าเจเรมี่สามารถลุกขึ้นนั่งพิงกับเตียงได้แล้ว เธอจึงรีบวิ่งไปหาเขาทันที “คุณจะไม่เป็นไรเจเรมี่ เชอร์ลี่ย์บังเอิญกลับมาที่โรงแรมเพราะลืมของเอาไว้ เธอสามารถช่วยคุณได้แน่!”เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาคมกริบก็หรี่ลง และเมื่อเห็นเชอร์ลี่ย์เดิยเข้ามาหา เขาก็ขยับตัวออกอย่างรังเกียจเชอร์ลี่ย์เองก็เห็นความไม่พ
เมเดลีนวิ่งออกจากห้องน้ำและเห็นเจเรมี่นอนกองอยู่บนพื้นข้างเตียง“เจเรมี่!”เธอรีบวิ่งไปคุกเข่าลงข้าง ๆ เขาอย่างลนลาน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันราวกับว่าเขากำลังทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส หัวใจของเมเดลีนเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก“เกิดอะไรขึ้นน่ะเจเรมี่? ยาพิษออกฤทธิ์อีกแล้วใช่ไหม?”เธอดึงไหล่ของเจเรมี่เพื่อให้เขาพิงมาที่ตัวเธอหากทำได้เธอก็อยากจะพาเขาไปที่เตียง แต่เธอกลับไม่แข็งแรงพอ“เกิดอะไรขึ้น? อดัมบอกเองนี่ว่ามันจะเกิดขึ้นไม่บ่อย แล้วทำไมตอนนี้อาการของคุณกำเริบขึ้นมาอีกแล้ว”เมเดลีนกระวนกระวายขณะที่น้ำตาเริ่มไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ และหยดน้ำตาใส ๆ ของเธอก็ตกลงบนใบหน้าของเจเรมี่“ไม่ต้องกังวลลินนี่” เจเรมี่พูดผ่านความเจ็บปวด พลางเอื้อมมือไปลูบแก้มของเธอเบา ๆ “ผมชินกับความเจ็บปวดแล้ว มันจะเจ็บไม่นาน เดี๋ยวผมก็อาการดีขึ้น”เขาปลอบโยนในขณะที่คลี่ยิ้มเพื่อคลายความกังวลของอีกฝ่ายแต่ยิ่งเจเรมี่คำนึงถึงอารมณ์ความรู้สึกของเธอมากเท่าไหร่ หัวใจของเมเดลีนก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น“อดัม ฉันจะโทรหาอดัม เขารู้ว่าต้องทำยังไง!” เมเดลีนรีบควานหาโทรศัพท์แล้วโทรหาอดัมทันทีแต่กลับไม่มีใครรับ
“สำหรับฉัน?” เมเดลีนรับของขวัญมาด้วยความสับสน ก่อนจะเห็นว่ามีข้อความติดมาด้วยในข้อความเขียนเอาไว้ว่า : [ฉันรีบไปหน่อยก็เลยไม่มีเวลาหาของขวัญสำหรับการเจอกันที่ดีกว่านี้ให้คุณ แต่หวังว่าคุณจะชอบสิ่งนี้นะคะ] ลงชื่อเชอร์ลี่ย์นี่เป็นของขวัญหลังจากพบกันครั้งแรกจากเชอร์ลี่ย์งั้นเหรอ?เมเดลีนรู้สึกประหลาดใจ “คุณมีข้อมูลติดต่อเชอร์ลี่ย์ไหมเจเรมี่? ฉันอยากจะขอบคุณเธอ”“ไม่” เจเรมี่ตอบห้วน ๆ “ไปกันเถอะ ส่วนอันนี้ก็ฝากพนักงานเอาไว้ที่นี่”“ทำแบบนั้นมันจะไม่ดูเสียมารยาทไปเหรอคะ?” เมเดลีนครุ่นคิดและตัดสินใจเอาของสิ่งนั้นกลับไปที่ห้องด้วยในที่สุด เจเรมี่ไม่พูดอะไรมากแล้วกลับไปที่ห้องพร้อมเมเดลีนระหว่างทางกลับเธอเปิดกล่องแล้วพบชุดอโรมาเทอราพีข้างในรูปร่างของขวดนั้นเป็นรูปงูดูแปลกตาเมเดลีนที่ไวต่อกลิ่นและเชี่ยวชาญด้านการผสมน้ำหอม เธอจึงลองดมดูแต่นอกจากกลิ่นปกติที่เคยดมแล้ว เธอสังเกตว่าสิ่งนี้มีกลิ่นบางอย่างที่เธอไม่เคยได้กลิ่นจากที่ไหนมาก่อนอยู่ด้วย“วางมันลงแล้วไปกันเถอะ ลินนี่ เดี๋ยวแผนวันนี้เราพังหมดนะ” น้ำเสียงราวกับว่าเจเรมี่กำลังเตือนเธอ เขาดูเกลียดของขวัญชิ้นนี้จริง ๆคำพูดของ