เมื่อหวังหยวนเอ่ยคำถามนี้จบลง เชียนหลงก็ชะงักไปครู่หนึ่งนางไม่รู้ว่าเหตุใดหวังหยวนถึงได้ถามคำถามนี้ขึ้นมาในทันใด!ต้องรู้ก่อนว่าคำว่าชีวิตนั้นเป็นคำถามที่ยากที่สุดในยุคสมัยนี้แล้ว! เกรงว่าจะหาผู้ที่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนได้ยากนัก!แต่เชียนหลงเป็นคนฉลาด นางรู้ว่าเนื่องจากหวังหยวนถามคำถามนี้ขึ้นมา ทั้งยังถามในเวลานี้ด้วยแล้ว ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องตรงหน้าเป็นแน่!ดังนั้น...นางจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “คุณชาย ชีวิตนั้นยากเกินกว่าจะบรรยายได้ หากให้ข้ากล่าว… อาจจะกล่าวได้ว่าการได้อยู่อย่างสุขสบายนั้นสำคัญที่สุด”เมื่อเชียนหลงกล่าวจบ หวังหยวนก็ชะงักไปครู่หนึ่งสตรีผู้นี้กล่าวคำพูดที่ค่อนข้างลึกซึ้งเหมือนเขาไม่มีผิด!แต่ตัวเขานั้นมีประสบการณ์จากชาติก่อน จึงมีความคิดเช่นนี้ในชาติก่อนเขาใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับการเล่าเรียน ไม่ทันได้เสพสุขก็ตายไปเสียแล้วโชคดีที่ในชาตินี้มีจิตสำนึกจากชาติก่อนติดสอยห้อยตามมาด้วย ถึงรู้สึกว่าชาติก่อนของตนนั้นขาดทุนมากชาตินี้จึงต้องเสพสุขให้เต็มที่ทว่าเชียนหลงผู้นี้...เหตุใดจึงมีแนวคิดเช่นนี้ได้?ตามเหตุผลแล้วนางน่าจะชอบเ
พวกเขามาถึงหมู่บ้านอย่างรวดเร็วพร้อมส่งเสียงคำรามเมื่อเห็นหวังหยวน และลูกชายของเขาที่ถูกจับมัดแขวนอยู่!“ไอ้สารเลว! ไอ้ชาติหมา ปล่อยลูกชายข้าเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าฆ่าเจ้าแน่!”กวนเจิ้นสยงผู้เป็นหัวหน้าตระกูลกวนแค่นเสียงคำรามเบื้องหลังมีคนกว่าร้อยคนชักดาบใหญ่ออกมา บรรยากาศก้าวร้าวรุนแรงมาก!ชาวบ้านต่างตกใจกลัว วิ่งเตลิดด้วยความขวัญผวา!“ท่านพ่อ ช่วยข้าด้วย... ต้องฆ่าไอ้สุนัขตัวนี้ให้ได้ รวมถึงนังหญิงชั่วเหล่านี้ด้วย ต้องฆ่าให้หมด!”กวนเสี่ยวไห่พูด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น!หวังหยวนได้ยินคำกล่าวเช่นนี้ก็เพียงแค่ยิ้มรับ ต่างจากชาวบ้านที่กลัวมากจนคุกเข่าลงกับพื้น“นายท่านกวน ได้โปรดเถิด... อย่าทำร้ายพวกเรา!”“ใช่แล้ว... นายท่าน ได้โปรด...”พวกเขากลัวมาก หวาดกลัวอย่างที่สุด!“หึ! พวกเจ้าสมควรตายทั้งนั้น!”“ไอ้หนุ่ม เจ้าเป็นใคร กล้าแทรกแซงเรื่องกิจการภายในมณฑลงั้นหรือ? ไม่รู้หรือว่าที่นี่ข้าคือสวรรค์!”เขาเยาะเย้ยและเอ่ยด้วยความโกรธเมื่อหวังหยวนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่า“เจ้าคือสวรรค์หรือ? ช่างน่าขัน!”ที่เมืองหลิงแห่งนี้ไม่มีสวรรค์ ชาวบ้านต่างหากที่เป็นสวรรค์!หาก
ผู้คนกว่าห้าสิบคนนั้นตายอย่างรวดเร็วเกินไป!รวดเร็วเสียจนหลายคนยังตั้งตัวไม่ทัน!พวกเขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น!เหตุใดคนเหล่านั้นจึงตายได้!เหตุการณ์นี้ทำให้แม้แต่ชาวบ้านในหมู่บ้านก็ยังตกใจจนพูดไม่ออก พวกเขาหวาดกลัวมาก!กวนเจิ้นสยงก็ไม่คาดคิดว่าคนของตนเองกว่าห้าสิบคนจากร้อยคนจะถูกปลิดชีวิตได้ในชั่วพริบตา!นี่มัน...นี่มันเกิดอะไรขึ้น เขาไม่อยากจะเชื่อเลย!สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ หวังหยวนเพียงแค่ยกยิ้มจากนั้นก็มีคนสิบคนค่อย ๆ เดินออกมาจากบริเวณโดยรอบในมือของพวกเขานั้นถือปืนคาบศิลา!สิบคน!เผชิญหน้ากับร้อยคน ในพริบตาเดียวก็ฆ่าคนไปได้แล้วถึงห้าสิบคน!วิธีการเช่นนี้คงทำให้พวกเขาคาดไม่ถึง!แต่หวังหยวนรู้ว่านี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น!“เจ้า... เจ้าเป็นใคร!”กวนเจิ้นสยงตกใจจนพูดไม่ออก ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง!“ข้าก็คือ... หวังหยวน!”หวังหยวนตะคอกออกมาดังลั่น น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว!เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น ทุกคนก็ตกใจจนพูดไม่ออก!พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนผู้นี้...คือหวังหยวน!เจ้าผู้ครองเมืองหลิง!ผู้ที่ประกาศนโยบายใหม่ ซึ่งใ
หวังหยวนไม่ต้องการปล่อยคนประเภทนี้ไว้ให้เป็นภัยแก่เมืองนี้!แม้ว่าจะดูโหดเหี้ยมและไร้มนุษยธรรมเกินไป หวังหยวนก็จะไม่ใจอ่อน!เขาจะต้องฆ่าคนชั่วเหล่านี้!ให้เขาได้รู้ว่านี่คือสิ่งที่เขาควรได้รับ!กวนเจิ้นสยงตกใจจนพูดไม่ออก รีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที“คุณชายหวัง... ข้าผิดไปแล้ว... ข้าผิดไปแล้ว... ท่านโปรดเมตตาด้วย ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด!”กวนเจิ้นสยงหวาดกลัวแทบสิ้นสติ!ชื่อเสียงของหวังหยวนนั้นเขารู้ดี แม้แต่ต้าเย่ ต้าเป่ยก็ยังไม่สามารถจัดการกับเขาได้ แล้วขุนนางอำนาจน้อยนิดในดินแดนเล็กๆ แห่งนี้เช่นเขาจะจัดการอะไรได้?“ไว้ชีวิตเจ้าหรือ? ตลกสิ้นดี!”“แล้วเจ้าเคยคิดจะไว้ชีวิตพวกเขาบ้างหรือไม่!”หวังหยวนตะคอกอย่างดุดัน!สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ก็คือการข่มขวัญทุกคน ไม่ใช่แค่ฆ่าเขาเท่านั้น แต่ยังต้องให้ทุกคนตระหนักไว้ด้วย!ว่าห้ามไม่ให้ผู้ใดกดขี่ข่มเหงชาวบ้าน!ให้เคารพกฎหมาย!นั่นคือหนทางที่ถูกต้อง!หลังจากที่หวังหยวนพูดจบ เขาก็พ่นลมหายใจออกมาจากนั้นก็โบกมือ!เสียงปืนก็ดังขึ้นอีกครั้ง ในพริบตาทุกคนก็ถูกสังหารจนหมดสิ้น!หวังหยวนยิ่งหยิบปืนพกออกมาจ่อไปที่กวนเสี่ยวไห่และผู้ใหญ่บ้านด
เมื่อต้าหู่เห็นเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ จึงหยุดมือทันที ไม่ได้จัดการกับพวกเขาต่อเขาเดินเข้าไปหาเด็กกลุ่มนี้ทีละก้าว แล้วถามด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้งว่า “พวกเจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงมาเป็นโจรที่นี่?”เด็กหลายคนตัวสั่นสะท้านด้วยความกลัวจนแทบขวัญกระเจิง!พวกเขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นโดยไม่รู้ตัว และพยายามถอยหลังหนีไปเรื่อย ๆ เห็นได้ชัดว่าต้าหู่ดูเหมือนจะไม่คิดจะจัดการกับพวกเขาต่อไปแล้ว แต่กลับถามถึงที่มาของพวกเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ทำให้เด็กคนหนึ่งที่น่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม จู่ ๆ ก็ตาแดงก่ำแล้วน้ำตาไหลพราก“พวกเรา... พวกเราเป็นคนเขตหลิน...”“เขตหลินหรือ?”หลังจากที่ต้าหู่ได้ทราบที่มาของพวกเขา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที ก่อนหันกลับไปมองหวังหยวนโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็มองไปที่เด็ก ๆ เหล่านี้แล้วถามกลับไปอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจังว่า “แล้วอย่างไรต่อ?”เด็กโตซึ่งเป็นหัวหน้าปาดน้ำตาบนใบหน้า เขาอดกลั้นสะอื้นไม่อยู่ขณะพูดด้วยเสียงเบาว่า “พวกเราไม่มีพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ต้องพึ่งพาอาศัยกันมาตั้งแต่เด็ก และไม่รู้ว่าจะไปหาเงินได้จากที่ไหน...”“พวกเราเคยตั้งแผงขายของ แต่ก็ถูกไล่และยังถูกขโมยของไปด้วย
จู่ ๆ สีหน้าของเด็กหนุ่มที่ดูโตที่สุดก็พลันเปลี่ยนไปกลายเป็นเคียดแค้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ ขณะกัดฟันเล่าด้วยความเกลียดชังว่า “หากไม่ใช่เพราะหัวหน้าเขตหลิน พวกเราคงไม่กลายเป็นเช่นนี้หรอก!”เมื่อหวังหยวนเห็นเด็กหนุ่มโกรธมากก็ยิ่งมีสีหน้าจริงจังขึ้นแล้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เจ้าเล่ามาให้ละเอียด!”เด็กหนุ่มปาดน้ำตาบนใบหน้า ดวงตาของเขาฉายแววคับข้องใจและเกลียดชัง ขณะกำหมัดแน่นพูดด้วยเสียงเย็นชาว่า “หัวหน้าเขตหลินเป็นผู้มีอำนาจจอมฉ้อฉลรายใหญ่!”“เปรี้ยง”หวังหยวนรู้สึกราวกับว่าในหัวของเขามีเสียงฟ้าผ่าดังขึ้นดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ จึงถามด้วยความสงสัยว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”เด็กหนุ่มเช็ดน้ำตาบนใบหน้าอย่างแรง เขาเกร็งกำปั้นแน่นแล้วพูดด้วยเสียงหนักแน่นว่า “เขาเป็นหัวหน้าเขต แต่สิ่งที่เขาทำล้วนเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของเขาทั้งนั้น!”“เขาไม่เพียงแต่ยึดที่ดินของชาวบ้านในเขตทั้งหมด แต่ยังยึดแรงงานชาวบ้านและโรงงานทั้งหมดอีกด้วย!”“อะไรนะ มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ!”สีหน้าของหวังหยวนเปลี่ยนไปในทันที หากหัวหน้าเขตหลินทำเรื่องเช่นนี้ ชาวบ้านก็คงจะต้องทุกข์ยา
เมื่อหวังหยวนได้ฟังคำบอกเล่าเหล่านี้ก็ตกใจอย่างมาก!เดิมทีเขาคิดว่าตระกูลกวนแห่งเมืองจวิ้นนั้นชั่วร้ายไร้ยางอายมากแล้ว!แต่ไม่คิดเลยว่าหัวหน้าเขตหลินผู้นี้จะเลวร้ายยิ่งกว่า!การปฏิรูปนโยบายใหม่นั้นไม่เป็นความเท็จ แต่เขากลับแอบอ้างว่าได้ปฏิบัติตามแล้ว และได้กักขังผู้คนทั้งเมืองไว้!ช่างเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิตเสียจริง!“ดังนั้นพวกข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะเป็นโจรปล้นสะดมอยู่เช่นนี้ แม้จะไม่อยากทำ แต่ก็... ไม่มีทางเลือก!”เมื่อเด็กหนุ่มทั้งหลายกล่าวจบ หวังหยวนก็ถอนหายใจดูเหมือนว่า...เขาจะคิดง่ายเกินไปเสียแล้ว เดิมทีเขาคิดว่าหากได้มอบนโยบายใหม่ให้แล้ว คนเหล่านี้จะต้องบริหารได้ดีขึ้น!แต่ใครจะรู้ว่าคนเหล่านี้จะเป็นพวกกินคนไม่คายกระดูก!“ดูท่าจะต้องใช้กำลังเสียแล้ว!”หวังหยวนสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความโกรธเคือง!หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ แม้ว่าเมืองหลิงจะไม่ใหญ่โตนัก แต่เขตต่าง ๆ ก็ไม่เล็กเลย เกรงว่าเขตเหล่านี้คงมีปัญหาไม่มากก็น้อย!หวังหยวนจึงตัดสินใจที่จะเริ่มต้นจากต้นตอ!“ต้าหู่ เรียกเกาเล่อมา”หวังหยวนกล่าวจบ ต้าหู่ก็ส่งจดหมายด้วยนกพิราบสื่อสาร ครึ่งวันต่อม
หวังหยวนย่อมรู้เรื่องราวในราชสำนักเมืองหวงเป็นอย่างดี แต่สำหรับเรื่องในวังหลัง เขากลับไม่รู้มากนัก!หลังจากที่ฮ่องเต้องค์ก่อนแห่งเมืองหวงสวรรคต เซียวฉู่ฉู่ก็ได้ปกครองเมืองหวงมาหลายปีแล้ว วังหลังก็สงบสุข ไม่มีการแย่งชิงอำนาจกันแต่อย่างใด!แล้วจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร!“พี่หยวน ฮ่องเต้ก่อนมีพระสนมหลายองค์ แต่ที่ทรงโปรดปรานที่สุด นอกจากไทเฮาก็คืออันกุ้ยเหริน และเจิ้งกุ้ยเหริน!”“ข้าไม่รู้จักกุ้ยเหรินทั้งสองนี้มากนัก แต่ผู้ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับไทเฮาก็คือเจิ้งกุ้ยเหริน ส่วนอันกุ้ยเหรินนั้นมีความขัดแย้งกันบ้าง”“เพียงแต่... นางไม่น่าจะมีเหตุผลพอที่จะลอบปลงพระชนม์ไทเฮาได้!”“พี่หยวน... เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะไม่ใช่กุ้ยเหรินทั้งสองนี้?”เมื่อหวังหยวนได้ฟังเช่นนี้ก็พ่นลมหายใจอย่างเย็นชาเรื่องนี้ไม่สามารถสืบสวนได้อย่างชัดเจนนัก แต่ว่า...หากเซียวฉู่ฉู่เป็นเช่นนี้ เมืองหวงคงต้องเกิดความวุ่นวายเป็นแน่!และความวุ่นวายครั้งนี้อาจยิ่งใหญ่กว่าต้าเย่เสียอีก!อ๋องทั้งสามถูกเซียวฉู่ฉู่ปราบปรามได้ก็คงไม่มีอะไรผิดปกติ!เพราะพวกเขาล้วนเป็นพี่น้องของฮ่องเต้องค์ก่อน ย่อมเต็มใจที่จะช่วย
แต่ทั้งหมดนี้นั้น นับว่าเป็นความดีความชอบของปู่ของไฉจวิ้นด้วย หากไม่ใช่เพราะมีปู่ช่วยเหลืออยู่ข้าง ๆ และใช้ชีวิตอยู่ในป่ามาหลายปี แล้วเขาจะมีพละกำลังแข็งแกร่งเพียงนี้ได้อย่างไร?เมื่อไฉจวิ้นยกติ่งใหญ่ขึ้น ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ก็ทยอยแสดงความสามารถของตนน่าเสียดาย ในท้ายที่สุดผู้ที่สามารถยกติ่งใหญ่ขึ้นได้ นอกจากไฉจวิ้นแล้วมีเพียงชาวต่างชาติที่มาจากต่างแดนเท่านั้นเสียงปรบมือดังกึกก้องจากข้างล่างเวที “คนผู้นี้มีความสามารถยิ่งนัก”หวังหยวนกอดอกมองชาวต่างชาติผู้นั้น พลางกวักมือเรียกเกาเล่อในชั่วพริบตา เกาเล่อก็มาอยู่ข้างกายหวังหยวน แต่สีหน้ากลับดูตึงเครียด“คนผู้นั้นคือชาวต่างชาติที่เจ้าเพิ่งพูดถึงหรือ?”หวังหยวนชี้ไปที่อีกคนบนเวที แล้วเอ่ยถามเกาเล่อพยักหน้า จากนั้นก็ขมวดคิ้วเอ่ยว่า “คนผู้นี้มีที่มาไม่ธรรมดา ก่อนหน้านี้ข้าได้บอกข้อมูลของเขาให้ท่านทราบแล้ว คนผู้นี้มีชื่อว่าดาร์เนล ว่ากันว่ามีพละกำลังมหาศาลตั้งแต่เด็ก และเคยต่อยเสือร้ายตายด้วยหมัดเดียว!”“เดิมทีคิดว่าทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องเล่า ตอนนี้ดูเหมือนว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องโกหก...”สามารถยกติ่งใหญ่หนักห้าร้อยชั่งได้ นั่นก็
เขามีความมั่นใจในตัวน้องชายคนนี้ก่อนหน้านี้ หวังหยวนเคยเห็นความสามารถของไฉจวิ้นมาก่อน อย่าว่าแต่จะหาผู้ที่เทียบเทียมเขาในบรรดาคนรุ่นเดียวกันได้ยากเลย แม้แต่คนที่อายุมากกว่าเขาก็ยังไม่มีใครมีพละกำลังเท่าเขา!ยิ่งไปกว่านั้น หวังหยวนเองก็ยังไม่รู้ขีดจำกัดของไฉจวิ้น!ดูท่าแล้ววันนี้คงมีเรื่องสนุกให้ชมกันเกาเล่อกลับเอ่ยว่า “ข้าเห็นว่าไม่เป็นเช่นนั้น คนที่อยู่ข้างกายไฉจวิ้นล้วนไม่ใช่คนธรรมดา! หนึ่งในนั้นมาจากต่างแดน คนผู้นี้มีชื่อเสียงมานาน ว่ากันว่าสามารถยกหินใหญ่หนักสองร้อยจินได้ด้วยมือเดียว!”“หากใช้สองมือ คาดว่าของหนักห้าร้อยจินก็คงไม่คณนามือขอรับ!”นี่...หวังหยวนกลืนน้ำลาย คนเหล่านี้กินหินเป็นอาหารกันหรืออย่างไร?ฝึกฝนร่างกายจนแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เลยหรือ?อย่าว่าแต่ยกของหนักห้าร้อยจินเลย แม้แต่สองร้อยห้าสิบจิน เขาก็ยังยกไม่ขึ้น!“รอดูไปก่อน ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าศักยภาพของไฉจวิ้นมีขีดจำกัดอยู่ที่ใด”“เจ้าจำไว้ว่าต้องไปเตือนเขาด้วยว่าอย่าได้มุทะลุดุดัน!”“เขายังเด็กนัก ภายภาคหน้ายังมีโอกาสอีกมากที่จะพิสูจน์ตนเอง หากได้รับบาดเจ็บเพราะเรื่องนี้แล้วนั้น ย่อมไม่คุ้มค่า”ห
ดูท่าแล้ว เกาเล่อคงจะทุ่มเทไปไม่น้อยเลย!เดินชมอยู่ราวหนึ่งชั่วยาม หวังหยวนจึงพาหลิ่วหรูเยียนกลับไปยังห้องโถง “คืนนี้พวกเราพักที่นี่ ดีหรือไม่?”แม้ว่าเมืองอู่เจียงจะอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านต้าหวัง แต่ก็ยังมีระยะทางที่ต้องใช้เวลาอีกหนึ่งวันหลายวันมานี้ หวังหยวนและคนอื่น ๆ เดินทางมาโดยตลอด ย่อมต้องพักผ่อนให้เต็มที่หลิ่วหรูเยียนรีบพยักหน้า พลางเอ่ยอย่างสมเหตุสมผลว่า “หากสามารถอยู่ที่นี่ได้ย่อมเป็นเรื่องดี!”“ที่นี่น่าสนุกกว่าเผ่าทางเหนือมาก!”หวังหยวนส่ายหน้ายิ้มขื่นเห็นได้ชัดว่าแต่งงานเป็นภรรยาผู้อื่นแล้ว อีกไม่นานก็จะกลายเป็นแม่คน แต่กลับยังคงทำตัวเหมือนเด็กน้อย!น่าสนใจ ช่างน่าสนใจยิ่งนัก!“จริงสิ ไฉจวิ้นเล่าหายไปไหน?”หวังหยวนมองไปรอบ ๆ แต่กลับไม่เห็นร่องรอยของไฉจวิ้นเขาจำได้อย่างชัดเจนว่าทุกคนเข้ามาในหอไร้เทียมทานพร้อมกัน แต่ไม่รู้ว่าไฉจวิ้นหายไปตอนไหน?“คงจะออกไปเที่ยวเล่นกระมัง?”“ท่านก็อย่าไปใส่ใจน้องชายคนนี้ของท่านเลย เขายังเป็นเด็ก การเล่นสนุกคือสัญชาตญาณของเขา!”หลิ่วหรูเยียนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจช่างเป็นพวกเดียวกันโดยแท้!ทันใดนั้น ทหารองครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านข้างก
หอไร้เทียมทานตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองอู่เจียง ปกติแล้วแม้ว่าที่นี่จะรกร้าง แต่ก็เงียบสงบยิ่งนักแต่หลังจากที่หอไร้เทียมทานได้ก่อสร้างขึ้น ที่นี่มีผู้คนมากมายเมื่อมองออกไป รอบนอกของหอไร้เทียมทานมีชาวบ้านมากมายยืนชมอยู่ ยามนี้กำลังพูดคุยกันถึงเรื่องราวบางอย่างอย่างไรเสีย พวกเขาก็เพิ่งเคยเห็นสถาปัตยกรรมอันสวยงามยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก!หอไร้เทียมทานมีพื้นที่กว้างใหญ่ เพียงแค่มองผ่านประตูใหญ่ก็สามารถมองเห็นภาพภายในได้อย่างง่ายดาย ต้องยอมรับว่าความโอ่อ่านี้ไม่ด้อยไปกว่าวังหลวงเลย!แม้แต่หวังหยวนยังอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง“เจ้าใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนไม่ใช่หรือ?”“เหตุใดจึงสามารถสร้างพระราชวังที่ยิ่งใหญ่เพียงนี้ได้?”หวังหยวนมองเกาเล่อด้วยความสงสัยเกาเล่อตอบด้วยรอยยิ้มว่า “นั่นก็เพราะคนผู้นี้ที่อยู่ข้างกายข้าขอรับ!”ขณะที่พูดคุยกัน เกาเล่อแนะนำคนผู้หนึ่งให้หวังหยวนรู้จัก คนผู้นั้นสวมชุดผ้าป่าน ผิวสีคล้ำ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มซื่อ“นี่คือช่างเทวดาอันดับหนึ่งใต้หล้า ความเร็วในการก่อสร้างเร็วกว่าช่างทั่วไปมาก!”“ภายใต้การนำของเขา พระราชวังนี้ไม่เพียงแต่มีคุณภาพ ยังสร้างเสร็จอย
ตอนนี้หวังหยวนกลับพูดจาเยาะเย้ยเช่นนี้ นางจะไม่โกรธได้อย่างไร?“ดีนัก!”“พวกเราเพิ่งจะอยู่ร่วมกันไม่ถึงครึ่งปี ท่านก็เริ่มรังเกียจข้าแล้วหรือ?”“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ให้ข้าไปตอนนี้เลยแล้วกัน!”“ถือเสียว่าพวกเราไม่เคยรู้จักกัน!”หลิ่วหรูเยียนยังคงแข็งกร้าวเช่นเดิม พูดจบนางก็ลุกขึ้น เตรียมจะกระโดดลงจากรถม้าหวังหยวนรีบคว้าแขนของหลิ่วหรูเยียนไว้ พลางเอ่ยขอโทษอย่างอ่อนโยนว่า “ข้าพูดผิดไป เจ้าเป็นคนใจกว้าง อย่าได้ถือสาข้าเลย!”“อีกอย่าง ต่อให้ร่างกายของเจ้าจะมีรอยแผลเป็น แล้วจะเป็นอย่างไร? ใจของข้าก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง!”“ข้ารู้ดีว่ารอยแผลเป็นบนร่างกายของเจ้าเกิดขึ้นเพราะข้า หากไม่มีรอยแผลเป็นนี้ บางทีข้าอาจจะลืมเลือนความดีของเจ้าที่มีต่อข้า แต่หากรอยแผลเป็นนี้ยังคงอยู่ ย่อมทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้น!”“อย่างน้อยก็ทำให้ข้าจดจำความดีของเจ้าได้ตลอดไป!”หลิ่วหรูเยียนพ่นลมหายใจ แต่ในใจกลับรู้สึกยินดีนางรู้ดีว่าหวังหยวนไม่ใช่คนอกตัญญู ไม่เช่นนั้นในคืนนั้นนางคงไม่ยืนหยัดต่อสู้เต็มที่อยู่เคียงข้างหวังหยวน!ความทุ่มเทถือว่าได้รับผลตอบแทน!หลายวันผ่านไป หวังหยวนและพรรคพวกได้เดินทางมาถึงเชิงเขา
ครึ่งเดือนผ่านไป เนื่องจากเกาเล่อได้รวบรวมช่างฝีมือมามากมาย การก่อสร้างหอไร้เทียมทานจึงคืบหน้าไปอย่างรวดเร็วยามนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วคาดว่าอีกครึ่งเดือน หอไร้เทียมทานก็จะสร้างเสร็จสมบูรณ์!และในช่วงเวลานี้ อาการของหลิ่วหรูเยียนค่อย ๆ ดีขึ้น หวังหยวนได้ติดต่อกับคนของหมู่บ้านต้าหวัง เพื่อทำให้ทุกคนสบายใจตั้งแต่หลิ่วหรูเยียนล้มป่วย หวังหยวนนั้นไม่มีแก่ใจจะทำสิ่งใด ไม่ได้ติดต่อกับคนของหมู่บ้านต้าหวัง ซึ่งทำให้ต้าหู่และเอ้อหู่สองพี่น้องร้อนใจยิ่งนัก!ยามนี้เมืองหลิงอยู่ภายใต้การปกครองของพวกเขาทั้งสอง แม้ว่าจะมีถงจื่อเจี้ยนและคนอื่นช่วยเหลือ แต่ทั้งสองนั้นเป็นห่วงความปลอดภัยของหวังหยวนมากกว่าแม้ว่าพวกเขาทั้งหลายจะไม่ใช่พี่น้องร่วมสายเลือด แต่ก็รักใคร่กันยิ่งกว่าพี่น้อง!แม้ว่ายามนี้จะมีอำนาจอยู่ในมือ แต่สำหรับพวกเขาแล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่สำคัญ!ขอเพียงพี่น้องได้อยู่ร่วมกัน ต่อให้ต้องสูญเสียแผ่นดินไป แล้วจะมีความหมายอะไร?เวลาผ่านไปครึ่งเดือน ทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง และในช่วงครึ่งเดือนนี้ หอไร้เทียมทานสร้างเสร็จสมบูรณ์ หวังหยวนออกจากเผ่าแล้ว ยามนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังเม
หากจะกล่าวให้ยิ่งใหญ่ขึ้นก็เพื่อปวงประชา!ดินแดนทั้งเก้าได้กลับคืนสู่ความสงบสุขได้ก็เพราะเขา เขาจึงต้องการให้ความสงบสุขนี้คงอยู่สืบไป ปวงประชาจะได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขตลอดกาล!“ไม่ทราบว่าท่านหมอเทวดาอันมีความคิดเห็นเช่นไร?”หวังหยวนเอ่ยถามอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาของเขา อันจูหมิงจึงรีบโบกมือเอ่ยว่า “ในเมื่อมีเรื่องดีเช่นนี้ มีหรือที่ข้าจะไม่เข้าร่วม? ข้าจะต้องมีที่นั่งในหอไร้เทียมทานนี้อย่างแน่นอน! ถือว่าเป็นการพิสูจน์ความสามารถของข้าด้วยก็แล้วกัน!”“อีกอย่าง ข้ารู้ว่าท่านมีชื่อเสียงไปทั่วทั้งดินแดนทั้งเก้า ปวงประชาต่างเคารพท่านราวกับเป็นฮ่องเต้ แม้แต่คนของอาณาจักรต้าเป่ยก็คิดเช่นนั้น!”“หอไร้เทียมทานย่อมต้องเจริญรุ่งเรืองภายใต้การดูแลของท่าน แล้วชื่อเสียงของข้าก็จะยิ่งโด่งดัง!”“เรื่องดีเช่นนี้ มีหรือที่ข้าจะพลาด?”คิดไม่ถึงว่าอันจูหมิงจะตอบรับอย่างง่ายดาย!หวังหยวนยินดียิ่งนัก “เช่นนั้นต้องขอบคุณท่านหมอเทวดาอันที่ให้เกียรติ!”เมื่อได้หมอเทวดาอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้าเข้าร่วม คาดว่าอีกไม่นานหอไร้เทียมทานนี้ก็จะสามารถรวบรวมผู้มีความสามารถไว้ได้มากมายแน
“รับความไว้วางใจจากผู้อื่น ต้องรักภักดีต่องานของผู้อื่น”อันจูหมิงหยิบขวดยาออกมาจากอกเสื้อ พลางเอ่ยขึ้นว่า “นี่คือยาเม็ดที่ข้าปรุงให้ฮูหยิน ทานวันละหนึ่งเม็ด หลังอาหารเย็น ในนี้มียาสามสิบเม็ด หนึ่งเดือนต่อมา ฮูหยินก็จะหายดี!”หลังจากที่หวังหยวนและคนอื่น ๆ กลับมาเมื่อวาน ก็ให้เกาเล่อนำดอกหน้าผาชันมามอบให้อันจูหมิงเขาทำได้เพียงนำดอกหน้าผาชันกลับมา ส่วนการนำมาใช้เป็นยานั้นต้องอาศัยความสามารถของอันจูหมิงอีกทั้งอันจูหมิงก็ไม่ดื่มสุราเลย เพียงคืนเดียว ยาเม็ดนี้ก็ปรุงเสร็จ!“ยังต้องกินยาอีกหรือ?”หลิ่วหรูเยียนเดินมาด้วยสีหน้าจนใจ เมื่อเห็นขวดยาอันสวยงามประณีตก็ไม่รู้สึกสนใจแม้แต่น้อยเนื่องจากนางยังมีบาดแผล ทุกวันนี้จึงต้องดื่มยามากมาย ทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายคิดไม่ถึงเลยว่าอาการป่วยของนางยังไม่หายดี แต่ปริมาณยากลับเพิ่มขึ้น ช่างน่าเจ็บใจนัก!หวังหยวนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “นี่คือสิ่งที่พวกเราแลกมาด้วยชีวิต เจ้าต้องกินให้ดี ไม่เช่นนั้นทั้งข้า เกาเล่อ และเฉินอวิ่นจะเสียแรงเปล่า”“เกิดอะไรขึ้น?”หลิ่วหรูเยียนเอ่ยถามด้วยความสงสัยส่วนอันจูหมิงที่อยู่ด้านข้างโบกมือ เมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ
หวังหยวนใช้นิ้วเคาะเบา ๆ ที่หน้าผากของตน จากนั้นก็เอ่ยถามขึ้นส่วนเกาเล่อยกยิ้ม แล้วเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “นี่ก็เป็นเรื่องง่าย หากต้องการจะได้รับฉายาไร้เทียมทานย่อมต้องไปให้ถึงจุดสูงสุดของด้านนั้นๆ ต่อให้มีผู้เชี่ยวชาญมาสองคน พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องรับไว้ทั้งหมด สู้ให้พวกเขาทั้งสองประลองฝีมือกัน ผู้ใดแข็งแกร่งกว่า ผู้อ่อนแอกว่า ย่อมรู้ได้ในพริบตา!”“ท่านผู้นำคิดเห็นเช่นไรขอรับ?”หวังหยวนตบมือ เขาจะปฏิเสธได้อย่างไร?เขาก็คิดเช่นนี้เหมือนกันไม่ใช่หรือ?หากสามารถรวบรวมผู้ที่ไร้เทียมทานเหล่านี้มาอยู่เคียงข้างได้ เขาสามารถจินตนาการถึงภาพนั้นได้แล้ว!ต่อให้ภายภาคหน้าเขาจะไม่ได้เป็นเจ้าผู้ครองเมืองหลิงอีกต่อไป เพียงแค่หอไร้เทียมทานก็สามารถทำให้ผู้คนทั่วหล้ายังคงเคารพเขา และปกป้องแผ่นดินให้สงบสุขได้ด้วย!“ดื่มสุรา! ดื่มสุรา!”หวังหยวนอารมณ์ดียิ่งนัก เขายกจอกสุราขึ้น พลางโบกมือให้กับทุกคน ทุกคนจึงดื่มสุราตามเฉินอวิ่นไม่ได้ทำตัวเป็นคนนอก ในไม่ช้าก็สามารถเข้ากับทุกคนได้ดี ผู้ที่มีความสัมพันธ์อันดีที่สุดกับเขาคือไฉจวิ้นแม้ว่าไฉจวิ้นจะอายุน้อยกว่าเขามาก แต่ไฉจวิ้นมีนิสัยห้าวหาญ อีกทั้งยังไม่