Share

บทที่ 67

Author: เซียงปู้อี๋
การที่หลี่ถิงเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเธอทำให้เวินหนี่อดยิ้มไม่ได้ “เธอทำราวกับว่าฉันกับประธานเย่คบกันอย่างนั้นแหละ”

หลี่ถิงไม่รู้ว่าตนคิดไปเองหรือเปล่า แต่เธอรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นดูคลุมเครือ

“ประธานเย่เค้าสนใจพี่จริง ๆ นะคะ” หลี่ถิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “บางทีพี่อาจไม่รู้สึก แต่คนรอบข้างสัมผัสได้อย่างชัดเจน จะให้ลู่ม่านเซิงเข้ามาแทรกกลางทำลายความสัมพันธ์ของพวกพี่ไม่ได้นะคะ”

ในความเห็นของเธอ เวินหนี่เหมาะสมกับเย่หนานโจวที่สุด

“ยัยเด็กคนนี้ อย่าเลือกข้างสุ่มสี่สุ่มห้า” เวินหนี่ดีดหน้าผากหลี่ถิงเบา ๆ “ฉันกับประธานเย่ไม่ได้เป็นอะไรกัน เธอเองก็อย่าไปฟังเรื่องเหลวไหลจากคนอื่นเยอะ ประธานเย่จะคบกับใครก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน อย่าพูดอะไรแบบนี้อีก หากคนอื่นมาได้ยินเข้าเดี๋ยวก็พูดกันไปเรื่อย”

หลี่ถิงลูบหน้าผากตัวเองไปมา “ฉันจะไม่บอกใครค่ะ แล้วฉันก็ไม่ได้ไปฟังเรื่องเหลวไหลมาจากคนอื่นมาถึงได้มาพูดเรื่องนี้กับพี่ด้วยค่ะ”

แม้ว่าทั้งบริษัทจะลือกันว่าเวินหนี่ใช้วิธีสกปรกเพื่อไต่เต้าขึ้นสู่ที่สูง แต่เธอก็ไม่เชื่อเลยสักนิดเดียว

หลี่ถิงรู้จักเวินหนี่ดี เวินหนี่เป็นคนอ่อนโยน เที่ยงต
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Sawarost Sontijai
ถังเยาเป็นเพื่อนที่น่ารักมาก
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 68

    “เปล่านะ ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น เธอยังไม่รู้จักฉันอีกเหรอ? ฉันจะโทษเธอได้ยังไง” เวินหนี่กำหมัดแน่นครั้งแล้วครั้งเล่า “เพียงแต่การแต่งงานครั้งนี้มันเป็นการแต่งงานตามสัญญามาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”“อะไรนะ?” ถังเยาตาโตด้วยความตกใจก่อนจะลุกขึ้นยืน “เธอไม่เคยบอกฉันเรื่องนี้เลย แล้วทำไมเย่หนานโจวถึงต้องทำสัญญาแต่งงานกับเธอด้วย นี่มันไม่ถูกต้องเลยสักนิด!”เวินหนี่ตอบ “ฉันเคยบอกเธอแล้ว เพราะคุณปู่เย่ท่านเอ็นดูฉัน ถึงได้ให้ฉันแต่งงานกับเย่หนานโจว ส่วนฉันยอมแต่งงานกับเขาก็เพราะไม่มีทางเลือก”ในตอนนั้นถังเยายังไม่ทันได้คิดถึงเรื่องนี้เธอรู้ว่าเวินหนี่ชอบเย่หนานโจวและแอบรักเขามาตั้งนานแต่ก็ไม่เคยคิดจะแต่งงานกับเขาเลยแล้วทำไมจู่ ๆ ถึงแต่งงานกับเขาที่แท้มันก็มีเหตุผลนี่เอง“ฉันขอพักหายใจก่อน” ถังเยายังไม่ฟื้นจากความตกใจ “เธอกับเย่หนานโจวแต่งงานกันตามสัญญา แถมเป็นความเห็นของคุณปู่ตระกูลเย่ เย่หนานโจวไม่ได้ชอบเธอ เขาแต่งงานกับเธอตามความต้องการของคุณปู่…”“แต่มันก็ไม่ถูกอยู่ดี เย่หนานโจวเป็นคนที่เชื่อฟังครอบครัวซะที่ไหน? อีกอย่างเขายังมีคนรักในใจอยู่แล้วด้วย เขาจะยอมเชื่อฟังแล้วแต่งงานกับเธอได้ย

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 69

    “ถ้าพวกคุณมัวชักช้าล่ะก็จบไม่สวยแน่!”นี่เป็นเสียงของเสี่ยวหยวนผู้ช่วยของลู่ม่านเซิง เธอมองไปที่คนอื่นอย่างเหนือกว่า เมื่อพูดถึงขนาดนี้แล้วแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าทำให้เธอขุ่นเคือง ดังนั้นผู้จัดการร้านจึงตอบกลับไปความเคารพ “ได้ค่ะ ทางเราจะตั้งใจแก้กระโปรงให้คุณลู่อย่างสุดฝีมือแน่นอนค่ะ”“พรุ่งนี้เป็นงานฉลองการประมูลเพื่อการกุศลที่เย่กรุ๊ปให้ความสำคัญมากที่สุด พี่เซิงต้องสวมเดรสชุดนี้ เพราะฉะนั้นแก้ให้ทันก่อนวันพรุ่งนี้ด้วย!” ผู้ช่วยกล่าวอีกครั้งผู้จัดการร้านรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย เพราะแก้เดรสตัวนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วแต่ก็ถูกส่งกลับมาอีกทุกครั้ง ตลอดระยะเวลาในการทำงานมาหลายปี เธอไม่เคยจริงจังและระมัดระวังเท่านี้มาก่อนเลยหลังจากแก้ไปแล้วหลายรอบและคิดว่ามันโอเคแล้ว เธอก็ไม่คิดเลยว่าจะถูกส่งกลับมาอีก ผู้จัดการร้านกล่าว “เราส่งชุดเดรสไปให้หลายวันแล้ว พวกคุณพึ่งจะเอามาส่งคืน เดรสตัวนี้เป็นงานทำมือ หากต้องการแก้ไขจะต้องปักด้วยมือเท่านั้น เกรงว่าคงจะแก้ไม่ทันค่ะ”เมื่อผู้ช่วยได้ยินแบบนั้นก็พูดกลับไปเสียงเย็น “ถ้าอย่างนั้นพวกคุณก็หยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ แล้วมาแก้เดรสให้พี่เซิงก่อน พว

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 70

    เมื่อได้ยินแบบนั้น ถังเยาก็ตกตะลึงและมองไปที่เวินหนี่ “งั้นก็หมายความว่าการเปิดเผยความสัมพันธ์กับเย่หนานโจวในครั้งนี้ก็เพื่อปูทางให้ตัวเองสินะ เป็นความคิดที่ฉลาดจริง ๆ!”“หากเธอมีคนหนุนหลังที่ดีอย่างเย่หนานโจว ไม่ว่าจะทำอะไรก็ราบรื่น เธอจะไม่พึ่งพาเขาหรือไง” เวินหนี่พูดตามความเป็นจริง ไม่ว่าใครก็ต้องฉวยโอกาสนี้เอาไว้หากพลาดไปก็จะไม่มีโอกาสแบบนี้อีกถังเยาโกรธจนแทบบ้า “จะปล่อยให้ยัยนั่นลอยตัวอย่างราบรื่นได้ยังไงกัน!”พวกเธอเดินเข้าไปด้านใน“โอ้ คุณถัง คุณเวิน”ผู้จัดการร้านกังวลมากจนไม่รู้จะจัดการยังไงแล้ว หลังจากเห็นพวกเธอก็เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม “ยินดีต้อนรับค่ะ”ผู้จัดการร้านรู้จักถังเยาผู้จัดการร้านคนนี้เป็นนักออกแบบที่มีชื่อเสียงและถือว่าเป็นเพื่อนร่วมสายงานของถังเยาด้วย เสื้อผ้าที่เธอออกแบบได้ปรากฏในแฟชั่นรายสัปดาห์อันทรงเกียรติมากมายเธอมีชื่อเสียงในวงการแฟชั่น และมีคนดังหลายคนใส่ชุดที่เธอออกแบบไปเดินพรมแดงถังเยาพูดขึ้น “เรามาดูเดรสน่ะ เวินหนี่ชุดหนึ่ง ของฉันชุดหนึ่ง ขอผ้าเนื้อดีสวย ๆ และต้องมีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะชุดสำหรับเวินหนี่!”ผู้จัดการร้านยิ้มแล

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 71

    เวินหนี่ชอบชุดนี้มากตั้งแต่แรกเห็นเธอไปที่ห้องลองชุดถังเยารออยู่ใกล้ ๆ และเลือกชุดของตัวเองไปพลาง ๆ เมื่อเวินหนี่เดินออกมา ถังเยาก็หันกลับไป ก่อนจะเห็นเวินหนี่ที่ดูสวยสง่า สีหน้าของเธอเรียบเฉยแต่ก็งดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ทำเอาถังเยาตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะปรบมือ “เวินหนี่ เธอทำให้ฉันได้เปิดโลก เธอสวยมากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!”ผมของเวินหนี่สยาย ผิวของเธอขาวมากและชุดสีแดงก็ช่วยขับผิวทำให้สว่างมากยิ่งขึ้น ตัวชุดท่อนบนโอบรับหน้าอกที่สมบูรณ์แบบของเธอ บวกกับเอวบาง ๆ นั้นกลายเป็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่สง่างาม ชายกระโปรงปักด้วยดอกกุหลาบเย็บมืออย่างปราณีต และสิ่งที่สมบูรณ์สำหรับชุดนี้ก็คือมันไม่แย่งความโดดเด่นของผู้ที่สวมใส่ แถมยังแสดงความอวบอิ่มและความอ่อนโยนของผู้หญิงได้อย่างเต็มที่เธอมองเวินหนี่ที่ดูเหมือนดอกกุหลาบที่งดงามท่ามกลางขวากหนามดอกไม้เติมเต็มคน ส่วนคนก็มีความสวยงามมากยิ่งกว่าดอกไม้ นิยามนี้มันเป็นแบบนี้นี่เองสินะเวินหนี่ยืนอยู่หน้ากระจกและรู้สึกว่าตัวเองดูแตกต่างออกไป เธอดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น “ฉันก็คิดว่าไม่เลวเหมือนกัน”ผู้จัดการเพิ่งจะเดินกลับมา เป็นเวลาเดียวกับที่เวิน

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 72

    เธอเคาะประตู“เข้ามา!” น้ำเสียงของเย่หนานโจวเรียบนิ่งเวินหนี่เดินเข้าไปเห็นเย่หนานโจวกำลังดูคอมพิวเตอร์ ช่วงนี้เขากำลังยุ่งอยู่กับเตรียมงานฉลองแต่ก็ยุ่งอยู่ที่บริษัทมากพอแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะยุ่งอะไรอีกหลังจากกลับมาที่บ้าน เย่หนานโจวเงยหน้าขึ้นเหลือบมองเธอ “มีอะไร?”เวินหนี่พูดขึ้น “พรุ่งนี้เป็นงานประจำปีของเย่กรุ๊ป ฉันจะเข้าร่วมด้วยนะคะ”สิ่งนี้ดึงดูดความสนใจของเย่หนานโจว สายตาของเขาจับจ้องไปที่เธอ“ฉันจำได้ว่าเธอไม่ชอบเข้าร่วมกิจกรรมพวกนี้ไม่ใช่เหรอ”เธอไม่ชอบเข้าร่วมกิจกรรมประเภทนี้เพราะรู้สึกว่ามันดึงดูดสายตามากเกินไปและเธอก็ไม่ค่อยชอบความครึกครื้นวุ่นวายเมื่อก่อนเธอคิดว่ามันไม่จำเป็นแต่ตอนนี้เธอคิดว่ามันจำเป็นแล้วเวินหนี่ยิ้มแล้วตอบไปว่า “คนเราเปลี่ยนแปลงได้เสมอ”“เข้าใจแล้ว” เย่หนานโจวพูดต่อ “ฉันจะให้คนเตรียมชุดไว้ให้”“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเตรียมไว้แล้ว”เวินหนี่เตรียมพร้อมแล้ว เธอมองเขาอีกครั้งก่อนจะเสริมขึ้นอีกว่า “ฉันรูดการ์ดของคุณไปนะ”พูดจบเวินหนี่ก็เดินออกไป เย่หนานโจวนิ่งอยู่นานแต่การที่เธอใช้เงินของเขา มันกลับทำให้ริมฝีปากเขายกยิ้มขึ้น…แขกผู้มีเกียรติห

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 73

    เสียงนั้นดังมากจนทุกคนได้ยินจางจื่อฉียิ้มและดื่มน้ำมะนาวในมือ ดูเหมือนจะพอใจกับผลลัพธ์นี้เธอไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับลู่ม่านเซิง แต่เธอก็รู้ว่าช่วงนี้คนที่แย่งทรัพยากรของเธอไปคือลู่ม่านเซิงและลอบจดจำเรื่องนี้ไว้ในใจ สำหรับการต่อสู้ในวงการบันเทิง เรื่องพวกนี้ไม่ได้มีค่าอะไรเลยแม้แต่ลู่ม่านเซิงที่ต้องการสวมชุดระดับไฮเอนด์ ก็ยังมาลัดคิวเธอ ซึ่งมันถือว่ามากเกินไปหน่อยการที่ลู่ม่านเซิงไม่ได้สมดั่งใจ เธอเองก็ถือว่าได้ระบายความโกรธด้วย ผู้จัดการร้านอยู่ด้านใน อย่าพูดถึงเรื่องแก้เสร็จเลย เพราะต่อให้แก้เสร็จแล้ว ก็ใช่ว่าลู่ม่านเซิงจะพอใจ และสุดท้ายคนโดนด่าก็คือเธออยู่ดี เธอเพียงแค่ยอมรับความจริง “เราพยายามที่สุดแล้วค่ะ…”“พยายามอะไร ฉันเห็นว่าทุกคนต่างก็แต่งตัวดีกันทั้งนั้น มีเพียงชุดของพี่เซิงที่ยังแก้ไม่เสร็จ คุณจงใจสินะ!”“นี่คุณกำลังกล่าวหาฉันนะคะ”เมื่อได้ยินพวกเธอทะเลาะกัน ลู่ม่านเซิงจึงเดินออกมาและถามด้วยใบหน้าใจดี “เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้ทะเลาะกันล่ะ”ผู้ช่วยของเธอพูดขึ้น “พี่เซิง ชุดเดรสของพี่ยังแก้ไม่เสร็จเลยค่ะ อีกเดี๋ยวพี่ต้องใส่มันแล้ว วันนี้มีคนมาร่วมงานตั้งมากมาย ถ้า

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 74

    ผู้ช่วยของลู่ม่านเซิงทราบข่าวและกระซิบที่ข้างหูเธอ “พี่เซิงคะ ฉันได้ยินมาว่าเป็นเวินหนึ่ค่ะ เธอคือคนที่ก่อปัญหา!”สายตาของเธออดไม่ได้ที่จะหันไปหาเวินหนี่เวินหนี่กำลังพูดคุยอยู่กับถังเยา และเทียบกระโปรงในมือ สิ่งนี้ทำให้ลู่ม่านเซิงไม่พอใจเป็นอย่างมาก เธอเดินเข้าไปหาเวินหนี่แล้วพูดว่า “เวินหนี่ เป็นเธอนี่เอง พอรู้ว่าฉันจะเข้าร่วมงานฉลองเลยอยากทำให้ฉันอับอายงั้นเหรอ?”เมื่อเห็นว่าเวินหนี่กำลังแต่งหน้าและแต่งตัว เธอจึงยิ้มเยาะ “อะไรกัน คิดอยากจะลองแข่งขันกับฉันหรือว่าอยากทำให้เย่หนานโจวหันมามองสักครั้ง?”เวินหนี่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ โดยที่ช่างแต่งหน้าของถังเยากำลังทำผมให้เธอ เธอมองท่าทางหยิ่งผยองของลู่ม่านเซิงผ่านกระจกลู่ม่านเซิงแสดงท่าทางดุร้ายเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอเท่านั้นเวินหนี่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอ แต่พูดขึ้นอย่างเย็นชา “เธอเดามั่วเองเก่งจังเลยนะ ฉันแต่งตัวก็เพื่อความพึงพอใจของตัวเองต่างหาก”“ทำมาเป็นพูดดี แล้วทำไมเธอต้องทำลายการแก้ชุดของฉันด้วย” ลู่ม่านเซิงพูดด้วยเสียงอันดัง “เพราะเธอได้ยินเสี่ยวหยวนคุยเกี่ยวกับการแก้ชุดของฉันกับอาจารย์หลี่ก็เลยไม่พอใจ จึงวางแผนทำลายฉันล

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 75

    สิ่งนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึงและหายใจเข้าดังเฮือกและทำให้จางจื่อฉีได้เปิดโลก“เวินหนี่ เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง คนที่เธอตบคือลู่ม่านเซิงนะ!” เพื่อนร่วมงานของเธอตกใจมากลู่ม่านเซิงโดนตบจนหน้าหันและตกตะลึงไปหลายวินาทีเวินหนี่พูดขึ้น “เธอตบถังเยาก่อน ทำยังไงก็ได้อย่างงั้นและนี่คือสิ่งที่ฉันตอบแทนเธอ!”ผู้ช่วยรู้สึกตกตะลึง เมื่อได้สติเธอก็ผลักเวินหนี่ออกไปทันที “เธอบ้าไปแล้วเหรอ กล้าดียังไงมาตบพี่เซิง …”เวินหนี่ตบผู้ช่วยอีกคนด้วยหลังมือ “ไม่มีมารยาท เพราะลู่ม่านเซิงมีผู้ช่วยที่ชอบก่อปัญหาแบบเธอ ถึงไม่แปลกใจที่จะถูกคนอื่นตบ!”“เธอ...เวินหนี่ เธอ...”เมื่อผู้ช่วยเห็นว่าเวินหนี่ดูไม่เกรงกลัวเลย จึงโกรธมากจนพูดไม่ออกลู่ม่านเซิงปิดแก้ม หลั่งน้ำตา แล้วพูดขึ้นเบา ๆ “เสี่ยวหยวน ช่างเถอะ เราจะทำให้เธอขุ่นเคืองไม่ได้…”“ทำให้ขุ่นเคืองไม่ได้?”เย่ซูเฟินรีบเข้ามา เมื่อเธอเห็นลู่ม่านเซิงถูกตบ เธอก็โกรธขึ้นมาทันที “เวินหนี่เธออีกแล้วเหรอ ครั้งนี้ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม เธอรังแกเซิงเซิงลับหลังฉันกับเย่หนานโจว เธอเป็นแค่เลขาของเย่หนานโจว คิดว่าตัวเองเป็นหงส์หรือยังไง เซิงเซิงคือว่าที่ลูก

Latest chapter

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 520

    อาจ้านตอบว่า “ช้าอีกหน่อยแล้วกัน สถานที่เดิม”หญิงผมแดงยิ้มอย่างมีเลศนัย “ได้เลย ฉันจะรอคุณตรงเวลานะ”พูดจบหญิงผมแดงก็รีบเดินออกจากบริเวณของเขาไป พอเธอจากไปแล้ว อาจ้านก็ค่อย ๆ เอาหัวใจของสัตว์กลับใส่ที่เดิม จากนั้นเขาก็เย็บปิดแผลอย่างประณีต แม้ว่าเมื่อครู่จะดูโหดร้ายเลือดสาดสักแค่ไหน แต่ในตอนนี้หัวใจของสัตว์นั้นก็ยังสามารถเต้นได้อีกครั้งเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว อาจ้านถอดถุงมือที่เปื้อนเลือดออก ล้างมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและสบู่หลายรอบ จนกระทั่งไม่เหลือกลิ่นใด ๆ แล้วจึงออกไป เขาขับรถมุ่งหน้าไปยังฟาร์มที่หน้าประตูมีคนยืนเฝ้าอยู่ พอเห็นรถของอาจ้านเข้ามาก็รีบเปิดประตูให้เข้าไป ด้านในฟาร์มมีการปลูกดอกไม้บางชนิดตกแต่งไว้ แต่มีเพียงสตรอเบอร์รีเท่านั้นที่เป็นพืชหลักของฟาร์มสตรอเบอร์รีในแปลงไม่ได้ถูกเก็บไปขาย หลายลูกปล่อยให้เน่าอยู่บนพื้น อาจ้านลงจากรถ สายตาเขาเหลือบมองทุ่งสตรอเบอร์รีที่ได้รับการดูแลมาอย่างดีอย่างพอใจ บนใบหน้าจึงเผยรอยยิ้มจาง ๆผู้คุมหน้าประตูส่งตะกร้าให้ อาจ้านรับตะกร้ามาแล้วเดินตรงเข้าสู่แปลงสตรอเบอร์รี ทุ่งเบื้องหน้าเต็มไปด้วยผลสตรอเบอร์รีที่สุกงอมจนเป็นส

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 519

    [ฉันว่าคุณพูดถูกนะ เทียบกันแล้วฉันชอบคลิปสั้นของจางจื่อฉีมากกว่า ชอบบทของเธอในละครเรื่องนั้นจริงๆ!]ใบหน้าของลู่ม่านเซิงแทบเปลี่ยนเป็นสีเขียวด้วยความโกรธคนพวกนี้พูดบ้าอะไรกัน! บอกว่าจางจื่อฉีถ่ายได้ดีกว่าเธออย่างนั้นหรือ? เป็นไปได้ยังไง! เธอหน้าตาสวยกว่าจางจื่อฉีตั้งเยอะผู้ช่วยของเธอที่อยู่ข้าง ๆ เห็นยอดไลค์ในคลิปสั้นของจางจื่อฉีพุ่งทะลุสิบล้านแล้ว จึงพูดจาดูถูกขึ้นมาทันที “พวกชาวเน็ตเขียนอะไรกัน เห็น ๆ อยู่ว่าคุณเซิงสวยกว่า จางจื่อฉีน่ะอาศัยแค่กระแสความทรงจำ ไม่ได้มีความสามารถจริงจังอะไรเลย แถมดันไปถ่ายคลิปสั้นแบบนี้อีก มันเป็นสิ่งที่คนธรรมดาเขาเล่นกันทั้งนั้น ดาราจะไปโพสต์คลิปบนแอปแบบนี้ได้ยังไง ไร้เกียรติมาก!”ผู้ช่วยของเธอดูถูกวิธีการนี้มาก เพราะส่วนใหญ่ดาราที่โพสต์บนแอปสั้นมักจะเป็นพวกที่ไม่ค่อยดัง พยายามหารายได้จากตรงนี้ เธอจึงไม่สนใจสิ่งนี้เลย“อ๊า!” ลู่ม่านเซิงโมโหถึงกับปามือถือลงพื้น!ผู้ช่วยที่ตอนแรกตั้งใจจะปลอบเธอ ถึงกับหน้าซีดเมื่อเห็นลู่ม่านเซิงปามือถือด้วยความโกรธ “คุณเซิง…”ลู่ม่านเซิงโกรธจนตาแดงก่ำ “ทำไมยอดไลค์ของจางจื่อฉีถึงได้ถึงสิบล้าน มีคนชอบเธอตั้งมา

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 518

    ทางด้านลู่ม่านเซิงก็กำลังถ่ายทำเช่นกันเธอแต่งกายสไตล์ย้อนยุคแบบเดียวกับจางจื่อฉี“ดีมากเลย เซิงเซิง สวยมาก!” ช่างภาพกล่าวพลางถ่ายจากหลายมุม“มุมนี้ดูดีมาก ได้ภาพสวยเลย!”ช่างภาพชมเธอไม่หยุดระหว่างถ่ายทำลู่ม่านเซิงเองก็มั่นใจในตัวเองสูง เธอตั้งใจถ่ายมาก เพราะรู้ดีว่าเสน่ห์และความงามของเธอเหนือกว่าจางจื่อฉี ซึ่งในวงการบันเทิงแล้ว ความงามถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่ง หลายคนดังได้จากเพียงรูปลักษณ์เธอเองก็แสดงละครได้ดี แถมยังมีหน้าตาที่โดดเด่น จึงมั่นใจว่าจะเอาชนะจางจื่อฉีได้แน่นอนจริง ๆ แล้วเป้าหมายของเธอไม่ใช่จางจื่อฉี แต่เป็นเวินหนี่เธอจงใจไม่ให้ความร่วมมือกับจางจื่อฉีเพื่อโค่นล้มเวินหนี่ หากเธอชนะจางจื่อฉีได้ ก็จะถือว่าชนะเวินหนี่ด้วยและหากชนะครั้งนี้ก็จะมีครั้งต่อไปเมื่อดูภาพถ่ายของตัวเอง เธอก็พึงพอใจมาก เชื่อมั่นว่าจะขึ้นเทรนด์ในโลกออนไลน์ได้“รีบปล่อยภาพนี้ไปให้เร็วที่สุดนะ ใช้ความร้อนแรงของงานในวันนี้ให้เต็มที่” ลู่ม่านเซิงสั่ง“แน่นอนครับ คาดว่าค่ำนี้น่าจะได้เห็นกันแล้ว!”ริมฝีปากของลู่ม่านเซิงเผยรอยยิ้มมั่นใจ คิดว่าความสำเร็จอยู่ในมือเธอแล้วค่ำวันนั้น สื่อ

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 517

    เธอยังคงเป็นคนของบริษัทเย่หนานโจว หากเกิดปัญหาอะไรขึ้น บริษัทก็ย่อมต้องคุ้มครองเธออยู่แล้ว ช่วงนี้ยังมีข่าวมากมายที่ออกมาช่วยลบล้างข่าวเสียของลู่ม่านเซิงอีกด้วยเวินหนี่มองลู่ม่านเซิงในชุดนี้อย่างเย้ยหยัน “เลียนแบบจนได้ดี มันสนุกมากไหม?”คำพูดนี้จี้จุดของลู่ม่านเซิง แต่คราวนี้เธอไม่สนใจ เธอต้องการชนะเสียครั้งหนึ่ง จึงยิ้มตอบอย่างมั่นใจ “เวินหนี่ เธอไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิง จะไปรู้ได้ยังไงว่าอะไรที่คนดูชอบ คนที่สวยก็ย่อมมีคนติดตามมากกว่า หรือเธอว่าไม่จริง?”ความหมายก็คือเธอเชื่อว่าตัวเองสวยกว่าจางจื่อฉี แต่แม้ว่าลู่ม่านเซิงจะพูดอย่างนั้น จางจื่อฉีก็มีฝีมือการแสดงที่เหนือกว่า ความเป็นนักแสดงมืออาชีพทำให้ไม่จำเป็นต้องแข่งขันกันเรื่องความสวยจางจื่อฉียืนอยู่อย่างสงบ สีหน้าเยือกเย็น ไม่คิดจะโต้เถียงใด ๆ กับลู่ม่านเซิง ราวกับไม่อยากเสียเวลาถกเถียงกับเธอเลยเวินหนี่ก็ไม่ได้สนใจจะโต้แย้งอะไรในเรื่องนี้ เธอเอ่ยขึ้นเพื่อให้ลู่ม่านเซิงเข้าใจอย่างชัดเจนว่า การพึ่งพาคนอื่นนั้นไม่ได้ยั่งยืน “ในเมื่อเธอชอบนัก ก็เอาไปเถอะ จางจื่อฉีไม่ใช่ว่าจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่ได้ใช้ที่นี่”พอเห็นเวินหนี่รู

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 516

    เวินหนี่ถ่ายรูปให้จางจื่อฉีไปหลายรูป แม้เธอจะไม่ใช่คนที่โดดเด่นเพราะความสวยงาม แต่ด้วยฝีมือการแสดงของเธอที่ยอดเยี่ยม ก็ทำให้นักแสดงชายหลายคนมีชื่อเสียงได้เช่นกัน ความไม่ถือตัวและความเป็นกันเองของจางจื่อฉีเป็นสิ่งที่เวินหนี่ชื่นชมเมื่อการแสดงแฟชั่นโชว์เกือบสิ้นสุดลง เวินหนี่เดินหาช่างภาพเพื่อนำไปถ่ายภาพเสร็จสมบูรณ์พอเสี่ยวอิ่งเห็นจางจื่อฉี เธอก็ร้องกรี๊ดออกมาด้วยความตื่นเต้น “จางจื่อฉี! ฉันได้เจอตัวจริงแล้ว!”เวินหนี่เห็นเสี่ยวอิ่งมีปฏิกิริยาขนาดนี้ก็อดแซวไม่ได้ “ตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ?”เสี่ยวอิ่งตอบอย่างไม่ลังเล “แน่นอนสิ! ฉันดูละครที่เธอเล่นมาตั้งหลายเรื่อง นี่มันเหมือนฝันไปเลย ฉันได้เจอไอดอลของฉัน ฉันชอบเธอมาก ๆ เลยล่ะ!”จางจื่อฉียิ้มแล้วเดินเข้ามาทักทาย “สวัสดี ฉันคือจางจื่อฉีค่ะ” เธอเอื้อมมือออกไปจับมือกับเสี่ยวอิ่งเสี่ยวอิ่งมองมือของจางจื่อฉีด้วยความตื่นเต้น ราวกับอยู่ในความฝัน เธอจับมือจางจื่อฉีแล้วพูดอย่างซาบซึ้งจนแทบร้องไห้ “นี่ฉันฝันไปหรือเปล่า? ฉันดูละครที่คุณแสดงมาทุกเรื่องเลยนะคะ ฉันรู้ประวัติของคุณด้วย คุณมาจากต่างจังหวัดแล้วต่อสู้ในวงการบันเทิงตั้งนาน ฉ

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 515

    เมื่อเปรียบเทียบความสามารถของลู่ม่านเซิงในการสร้างกระแสดังในทางลบ กับความหยิ่งในศักดิ์ศรีของจางจื่อฉีที่ปฏิเสธไม่รับเล่นบทละครที่ไม่ได้คุณภาพแล้ว เวินหนี่ก็รู้สึกได้ถึงความจริงที่ว่าในวงการบันเทิงยุคนี้ ทุกอย่างเกิดขึ้นและดับลงอย่างรวดเร็ว นักแสดงหน้าใหม่ผลัดเปลี่ยนมาแทนที่อย่างรวดเร็ว ขณะที่คนเก่าก็ถูกลืมไปได้ง่ายบางคนอาจโด่งดังจากละครเรื่องเดียว แต่ถ้าไม่มีผลงานต่อไปคอยสนับสนุนจากคนดังแถวหน้าก็อาจตกไปเป็นระดับล่างได้ในพริบตา การแข่งขันในวงการนี้โหดร้ายและไร้ปรานี ต่อให้เวินหนี่ไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิงเอง เธอก็ยังเห็นความเป็นจริงเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนแม้การเล่นละครที่ด้อยคุณภาพจะทำให้ชื่อเสียงไม่ดี แต่ถ้ามันสามารถเรียกความสนใจจากผู้คนได้ นักแสดงคนนั้นก็สามารถนับเป็น ‘สินค้าทางการตลาด’ ที่ประสบความสำเร็จแล้วเวินหนี่มองจางจื่อฉีและพูดว่า “คุณเป็นนักแสดงที่ดีค่ะ ไม่ใช่แค่ฝีมือการแสดงที่ดี แต่ยังไม่ยอมตามกระแสแบบทั่วไป คนที่เป็นแบบนี้หาได้ยากมาก ขอให้เชื่อเถอะค่ะว่าสักวันคุณจะต้องโด่งดังแน่นอน”จางจื่อฉีรู้สึกดีใจเมื่อได้ยินคำชมจากเวินหนี่ เธอจึงยิ้มและพูดด้วยความขอบคุณ “ตอนน

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 514

    นักข่าวที่มางานนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พวกเธอ เพราะสื่อออนไลน์พัฒนาไปไว ทุกคนต่างก็พยายามเป็นคนแรกในการปล่อยข่าว รายงานแรกที่แม่นยำที่สุดย่อมได้เรตติ้งดีที่สุดแม้งานเดินแบบเวทีทีสเตจนี้จะไม่ใช่ข่าวใหญ่ แต่การถ่ายทอดสดก็ทำให้ทุกสื่อแข่งกันเพื่อเป็นอันดับหนึ่งของกระแสบนรันเวย์ตอนนี้มีนางแบบเดินอยู่บ้างแล้ว บรรดาดาราหลายคนก็อยู่ที่นั่งฝั่งผู้ชม เวินหนี่กำลังมองหามุมที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพ“คุณเวิน”ทันใดนั้นเสียงเรียกเธอก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เวินหนี่หันกลับไปก็พบว่าจางจื่อฉีกำลังยืนอยู่ตรงนั้น เธอเหลือบมองไปรอบ ๆ เห็นแต่ทีมงานและดาราที่อยู่ด้านใน“คุณจาง ทำไมคุณถึงออกมาอยู่ตรงนี้คะ?”จางจื่อฉีตอบอย่างเป็นกันเอง “ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณจางหรอก เรียกว่าจื่อฉีก็พอ”เวินหนี่รู้สึกดีกับอีกฝ่ายอยู่แล้ว “ทำไมคุณถึงออกมาอยู่ตรงนี้ล่ะคะ? เข้าไปด้านในเถอะนะ ตรงนี้มีแต่ทีมงาน เดี๋ยวถ้าโดนนักข่าวรุมถ่ายจะลำบากเอานะคะ!”เวินหนี่รู้ดีว่าพวกนักข่าวนั้นดุดันแค่ไหน การที่จางจื่อฉีออกมาแบบนี้อาจทำให้เธอเสี่ยงต่ออันตรายได้จางจื่อฉีไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไร เธอมองไปยังพวกนักข่าวและช่างภาพที่กำล

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 513

    เย่หนานโจวหัวเราะเย็นชา “เคยเห็นการยินยอมพร้อมใจแบบนี้ด้วยหรือไง?”ปลายสายถึงกับเงียบ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ก็ในเมื่อทุกคนเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ก็ควรจะรับผิดชอบตัวเอง ไม่ถึงกับถูกหลอกกันง่าย ๆ เขารู้สึกว่าเย่หนานโจวกังวลเกินไปแต่พอคิดอีกที คงเป็นเพราะความห่วงใยที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ จึงเข้าใจได้ว่าความกังวลของเย่หนานโจวก็มีเหตุผลอยู่เย่หนานโจวเปิดม่านหน้าต่างออก มองออกไปข้างนอก ดวงตาสีเข้มเต็มไปด้วยความกังวลใจ "เธอแทบไม่ได้ใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนเลย ถ้ามีใครสักคนเข้ามาหว่านล้อมไม่กี่คำแล้วเธอดันหลงเชื่อขึ้นมาล่ะ? มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย"ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น เขาจะประมาทไม่ได้เลยแม้แต่น้อยหลังจากวางสาย เย่หนานโจวเดินกลับไปที่ห้องเปลี่ยนชุด เวินหนี่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยและเดินออกมาพอดี เห็นเขาเดินเข้ามาตรงเวลา เธอจึงหยิบไดร์เป่าผมขึ้นมา “ฉันจัดการเองได้”เย่หนานโจวไม่คัดค้าน แต่จ้องมองเธอแล้วกล่าวว่า “ฉันต้องไปทำธุระสักพัก คราวหน้าค่อยมาใหม่แล้วกัน”“ค่ะ” เวินหนี่พูดขณะเป่าผม โดยไม่หันไปมองเขาเมื่อจัดการเสร็จเรียบร้อย เวินหนี่เดินออกมาพร้อมกับเย่หนานโจว“หน

  • บทพิสูจน์รักฉบับท่านประธาน   บทที่ 512

    เย่หนานโจวมองเวินหนี่ด้วยสายตาที่จับจ้องไปยังเธอไม่วางตาโดนมองแบบนี้แล้ว เวินหนี่ก็เริ่มรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย “ว่ายน้ำเสร็จแล้วหรือยังคะ? ถ้าเสร็จแล้ว ช่วยปล่อยให้ฉันออกไปจะได้ไหม?”เย่หนานโจวสบตาเธอด้วยแววตาที่ลึกล้ำขึ้นทุกที “เธอไม่ได้โกหกฉันแน่นะ?”เวินหนี่ใจเต้นแรง รู้สึกเหมือนร่างกายถูกพันธนาการไว้ด้วยเส้นเชือกที่มองไม่เห็น เธอจึงเงยหน้าขึ้นจ้องตาเขากลับ “ฉันไม่ได้โกหก”เย่หนานโจวขมวดคิ้วเล็กน้อย ค่อย ๆ คลายมือที่จับเธอไว้ แล้วพูดเสียงต่ำ “เธอโกหกฉันมาแล้วครั้งหนึ่ง ฉันจะไม่ยอมให้เธอโกหกอีกเป็นครั้งที่สอง”เวินหนี่นิ่งเงียบ ตอนนี้ในสถานการณ์ระหว่างพวกเขา ไม่ว่ามันจะเป็นการโกหกหรือไม่ ก็แทบไม่มีความสำคัญอะไรอีกแล้ว การปกป้องตัวเองด้วยการโกหกก็เป็นเรื่องหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เย่หนานโจวไม่ทำให้เธอลำบากใจไปมากกว่านี้ เขาปล่อยให้เธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องเปลี่ยนชุดที่เตรียมไว้ให้เวินหนี่เดินเข้าไปข้างในทันที แล้วเลขาหญิงก็ตามเข้ามาพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่ในมือ เป็นชุดกีฬาที่สวมใส่สบายและโปร่ง “คุณเวินคะ นี่เป็นชุดที่ท่านประธานเตรียมไว้ให้ค่ะ”เวินหนี่ทั้งตัวเปียกชุ่มไปหม

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status