วันที่ 9 เดือน 10 งานประชันเทพธิดาบุปผางามสะพรั่งผู้คนต่างพากันหลั่งไหลเข้ามาในเมืองซินฮุยแคว้นหนานเจียง บัดนี้โรงเตี๊ยมและที่พักแน่นขนัดเต็มไปด้วยผู้คนองค์ชายทั้งสามต่างก็รีบไปจับจองที่นั่งในหอหรูอี้เร็วกว่าผู้ใด!องค์รัชทายาทอวิ๋นเทียนเหอและองค์ชายหยางหย่วนแห่งแคว้นหนานเจียงเสร็จมาถึงแล้ว! ขันทีที่ตามเสร็จประกาศหน้าหอหรูอี้ สือเนียงและเจ้าหอรีบออกไปต้อนรับ ภายในหอหรูอี้ทุกคนยืนขึ้นต้อนรับและนั่งลงหลังจากองค์รัชทายาทนั่งลงแล้วบนเวทีมีการแสดงจากนักระบำให้ดูฆ่าเวลาก่อนการประกวด ครู่ต่อมา! ชิงเฟิงองค์รักษ์เงาขององค์รัชทายาทอันซื่อ รีบเดินเข้ามากระซิบที่ข้างหูของอันซื่อ จากนั้นก็รีบร้อนออกไป!พึบ! เสียงกางพัดของอันซื่อ เค้าโบกพัดเข้าหาตัวเบาๆ จากนั้นก็กระซิบที่ข้างหูต้วนอี้โดยเอาพัดขึ้นปิดไว้แบบพองาม“เราต้องรีบกลับกันแล้ว องค์หญิงรองหนิงเอ๋อ กับองค์หญิงสามจิ่งเสียนแห่งหนานตูกำลังมา” อันซื่อพูดข้างหูต้วนอวี้ด้วยเสียงแผ่วเบา ต้วนอวี้เบิ่งตากว้าง! มีอาการตกใจกับข่าวนี้ไม่น้อยหากมีผู้ใดรู้ว่าบัดนี้องค์ชายรัชทายาทและองค์ชายทั้งสี่พระองค์แห่งแคว้นฉี่ มาอยู่รวมตัวกันในดินแดนแคว้นศัตรู! จะต
บัดนี้องค์รัชทายาทอันซื่อและองค์ชายต้วนอวี้กลับถึงหนานฉี่อย่างปลอดภัยแล้ว!แม่ทัพเกราะทองฟางหมิ่นเฉียนยังคงประจำการในค่ายอี้ชาง ฟื้นฟูร่างกายหายเป็นปกติแล้ว ต้วนอวี้ส่งข่าวเรื่องคุณหนูฟางเฟ่ยเย่ให้แม่ทัพทราบแล้วเช่นกันลั่วซือหาทางลักรอบไปหาเฟ่ยเย่ในห้องพัก จากวันที่ประกวดวันนั้นจนถึงวันนี้นางสลบไปสามวันเต็มๆ ลั่วซือแอบมาตรวจดูอาการนางทุกวันถ่ายทอดพลังให้และขอกัดแขนนางบางวันที่อาการหนอนมัจจุราชกำเริบเฟ่ยเย่รู้สึกตัวได้สติแล้ว ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง“มีราชองค์การ จากองค์ฮ่องเต้ถึงแม่นางจูจินหลาง” ขันทีป่าวประกาศเรียกที่ห้องโถงหอหรูอี้สือเนียงรีบเข้ามาประคองแขนของเฟ่ยเย่ในนามจูจินหลาง เดินไปถึงห้องโถงแล้วค่อยๆ นั่งคุกเข่าลง คนในห้องโถงต่างก็นั่งคุกทั้งหมดเพื่อรอฟังประกาศราชองค์การเนื้อความในราชองค์การ..!บัดนี้งานคัดเลือกเทพธิดาบุปผาได้สำเร็จลุล่วง จึงได้ผู้ที่มีความสามารถทำให้ดอกไม้นานาของแคว้นหนานเจียงผลิบาน อีกทั้งยังมีใบหน้างดงามราวนางฟ้า มีกิริยาวาจา และท่วงท่างามสง่า เราจึงขอแต่งตั้งเทพธิดาบุปผาคนใหม่ “จูจินหลาง” เป็นเทพธิดาบุปผา ประจำตำหนักหอดาราดาว“ ให้เทพธิดาจูจินหลางเข้าพัก
จูจินหลางใช้พลังมากเกินไปทำให้สลบไสลไปสามวันเต็มๆ นางค่อยฟื้นได้สติลืมตามองไปรอบๆ ห้องที่ไม่คุ้นเคย “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” องค์รัชทายาทอวิ๋นเทียนเหอถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่เป็นไรแล้วเพคะ! แค่ใช้พลังมากไป“ จูจินหลางกล่าวหลังจากที่นางฟื้นขึ้นมาถึงได้รู้ว่าตลอดสามวันที่ผ่านมานางอยู่ในตำหนักขององค์รัชทายาทมาตลอดยามจื่อ! จูจินหลางสวมชุดดำมีผ้าคลุมปิดหน้าไปที่หอเก็บตำราหลวงอีกครั้งคราวนี้ไม่มีผู้ใดขัดขวาง นางได้แผนที่ราชวังมาแล้ว จึงเริ่มค้นหาจากตำหนักทางทิศตะวันออก นางปีนขึ้นหลังคาและค่อยๆเปิดแผ่นกระเบื้องหลังคาดูความเคลื่อนไหวของคนภายในตำหนักต่างๆที่นี่เป็นตำหนักหยงฉิ่ง ไทฮองไทเฮา ทรงประชวร จูจินหลางได้ยินลมหายใจที่ไม่สม่ำเสมอและมีอาการไอเป็นระยะ นางฟังอาการอยู่สักพักเจ้าของตำหนักนี้คือใครกัน ฟังจากเสียงลมหายใจแล้วเหมือนจะโดนพิษ? นางนึกในใจ ที่นี่คงไม่ใช่ที่คุมขังพี่ซานอี้เป็นแน่!ตามหาในวังแห่งนี้มาหลายตำหนักแล้วก็ยังไม่เจอ! ข้าคงต้องแอบสืบความจากใครสักคน ว่าแล้วก็นึกถึงองค์รัชทายาทอวิ๋นเทียนเหอขึ้นมา หลายวันมานี้ได้องค์รัชทายาทช่วยไว้หลายครั้ง จึงรอดพ้นจากนักฆ่าพวกนั้นมาได้! นางเดิ
จูจินหลางได้รับอนุญาตให้ออกนอกวัง ด้วยคำกล่าวอ้างของนางคือต้องการไปแช่น้ำพุร้อนเพื่อเสริมสร้างพลัง ที่เขาเมิ่งซาน แต่อันที่จริงนางอยากพบลั่วซือต่างหาก!จูจินหลางเตรียมตัวออกเดินทางโดยไม่มีผู้ติดตามเนื่องจากการไปในครั้งนี้ต้องขึ้นไปถึงยอดเขาเมิ่งซานจึงจะเจอบ่อน้ำพุร้อน และผู้ที่ขึ้นไปได้จึงต้องเป็นผู้ฝึกวรยุทธ หรือมีพลังจิตที่เข้มแข็งเท่านั้น!ถึงแม้นองค์รัชทายาทอวิ๋นเทียนเหอจะเป็นห่วงนางมากเพียงใดแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้!เฟ่ยเย่นัดกับลั่วซือที่บริเวณตีนเขาเมิ่งซาน ด้วยการขึ้นเขาครั้งนี้มันไม่ได้ง่าย“คาราวะท่านพี่ลั่วซือ“ ฟางเฟ่ยเย่ทำความเคารพ ยามพบหน้า”ไม่ต้องมากพิธี” ลั่วซือจับต้นแขนนางทั้งสองข้างยกให้ตัวยืนขึ้น“ท่านพี่ ข้าเจอพี่ซานอี้แล้ว แต่เค้าตาบอด ถูกพิษและร่างกายอ่อนแอ ข้าได้บอกข่าวนี้ไปยังพี่อันซื่อกับพี่ต้วนอวี้แล้ว“ เฟ่ยเย่รายงานสถานะการณ์ต่างๆให้ลั่วซือฟังทั้งหมด“ดูเจ้าสนิทกับองค์ชายทั้งสามมากนะ“ น้ำเสียงลั่วซือปนความน้อยใจอยู่นิดหน่อย”ก็แน่ล่ะสิ ข้าเป็นถึง...สหายร่วมเรียนขององค์หญิงเหยียนหลินนี่นา“ เฟ่ยเย่หันหน้ามายิ้มให้ลั่วซือ”ไปเถอะหนทางขึ้นเขาลำบากมาก เดี๋ยวจะค่ำ
“เจ้าหาเสี่ยวเป่าอยู่ใช่หรือไม่?” ท่านอาจารย์ถามเฟ่ยเย่“ท่านรู้ความลับนี้ได้อย่างไร?” เฟ่ยเย่มีท่าทีตกใจท่านอาจารย์พูดต่อว่า เสี่ยวเป่าอายุครบหนึ่งหมื่นปีแล้ว เค้าจำศีลจนสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้แล้วเพียงแต่ตอนนี้ยังต้องใช้เวลา เดิมทีเสี่ยวเป่าเป็นบุตรของเทพมังกรยิ่งหรง ข้าก็หวังว่าเค้าจะสง่างามเหมือนพ่อของเค้า“ตอนนี้เค้าอยู่ไหนหรือเจ้าคะ” เฟ่ยเย่ตื่นเต้นดีใจ“อยู่ที่บ่อน้ำพุร้อนด้านหลังเขา ข้าได้กางเขตอาคมป้องกันการรบกวนให้เค้า แต่เจ้าเข้าไปได้” ท่านอาจารย์พูดเชิงอนุญาต“งั้นข้าจะไปหาเสี่ยวเป่าก่อนนะเจ้าคะ!” ว่าแล้วเฟ่ยเย่ก็ไม่สนใจสิ่งใด รีบลุกออกไปตามหาเสี่ยวเป่า ทิ้งความงงงวยให้ลั่วซือที่บ่อน้ำพุร้อน บนเขาเมิ่งซาน“เสี่ยวเป่า..เสี่ยวเป่า” น้ำเสียงเรียกที่คุ้นเคย กลิ่นนี้ที่คุ้นเคย ซึ่งเสี่ยวเป่าจำได้ดี แต่ตอนนี้เสี่ยวเป่าแปลงกายเป็นคนได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ครึ่งตัวส่วนล่างยังคงเป็นหางมังกรสีดำคลับ จึงต้องอาศัยแช่ในน้ำพุร้อนเพื่อเสริมพลังเมื่อเฟ่ยเย่เดินมาถึงบ่อน้ำพุร้อน ก็เห็นเงาคนผู้หนึ่งอยู่ในบ่อน้ำพุนั่น เฟ่ยเย่จึงก้าวขาลงไปในบ่อเพื่อไปดูให้แน่ว่าใช่เสี่ยวเป่าหรือไม่ห
หลายวันต่อ! ฟางเฟ่ยเย่ต้องเดินทางกลับเข้าวังของแคว้นหนานเจียง เพื่อช่วยองค์ชายซานอี้ส่วนลั่วซือกราบลาอาจารย์เดินทางไปยอดเขาเสียบดาบ เพื่อตามหาอาวุธประจำกาย แล้วจึงกลับไปหนานฉี่ด้วยเหตุที่ได้ข่าวไม่ค่อยสู้ดีเกี่ยวกับกองทัพขององค์รัชทายาทอันซื่อ และองค์ชาย ต้วนอวี้ส่วนทางเสี่ยวเป่ายังคงอยู่ที่บ่อน้ำผุร้อนต่อไปเมื่อเฟ่ยเย่กลับถึงวังของหนานเจียงก็กลับมาใช้ชื่อของจูจินหลาง นางเข้ากราบทูลองค์ฮ่องเต้ถึงการกลับมาของนาง ตอนนี้นางมาหยุดที่หน้าตำหนักหยางซินขันทีของวังหยางซินรีบวิ่งไปรายงานองค์รัชทายาท ”เทพธิดาจูจินหลางขอเข้าเฝ้า พะยะฮ่า“”รีบเชิญเข้ามาเร็ว“ องค์รัชทายาทมีน้ำเสียงดีใจปนตื่นเต้น”หม่อมชั้นจูจินหลางถวายบังคมองค์รัชทายาท“ จูจินหลางย่อคำนับอย่างรู้มารยาท”มานั่งนี่เถอะ“ องค์รัชทายาทอวิ๋นเทียนเหอกวักมือเรียกนางไปนั่งข้างๆ โต๊ะที่ทรงพระอักษร”เจ้าสบายดีหรือไม่?“ อวิ๋นเทียนเหอ มองเพ่งพินิจไปทั่วตัว”หม่อมชั้นสบายดีเพคะ ถึงตอนนี้หากหม่อมชั้นใช้พลังทำให้ดอกไม้เบ่งบาน ก็ไม่เป็นไรแล้ว เพคะ“ จูจินหลางกล่าวอย่างยิ้มๆ”เรายินดีด้วยนะ เจ้าทำได้แล้ว จะได้ไม่มีผู้ใดกังขาเจ้าอีก““หม่อมชั้น
สองวันต่อมา!จูจินหลางมาขอเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทอวิ๋นเทียนเหอ พระองค์ดีใจเป็นอย่างยิ่ง หลังจากวันนั้นพระองค์ยังมีเรื่องค้างคาใจอยู่มากมาย!“ถวายบังคมองค์รัชทายาทเพคะ” จูจินหลางถวายความเคารพ“ลุกขึ้นเถอะ” องค์รัชทายาทอวิ๋นเทียนเข้าไปประคองแขน และยิ้มให้จูจินหลางอย่างนุ่มนวล“ขอหม่อมชั้นตรวจดูอาการของพระองค์หน่อยนะเพคะ” จูจินหลางเปลี่ยนเป็นจับแขนองค์รัชทายาทอวิ๋นเทียนเหอประคองให้ไปนั่งแทน จากนั้นจูจินหลางก็ถลกแขนเสื้อขององค์รัชทายาทอวิ๋นเทียนเหอเล็กน้อยและใช้ปลายนิ้วมือกดที่จุดชีพจร ตรวจอาการอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันมายิ้มให้องค์รัชทายาท “ชีพจรปกติ พระองค์รู้สึกเจ็บปวดตรงไหนหรือไม่ เพคะ” จูจินหลางเอ่ยถาม“เราไม่ได้เจ็บตรงไหน แต่เราคิดถึงเจ้ามาก” องค์รัชทายาทอวิ๋นเทียนเหอพูดโพล่งความในใจออกมา!จูจินหลางมิได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่ยิ้มเขินอายรักษากิริยาอยู่ในที“เอ่อ..เมื่อสองวันก่อนหม่อมชั้นลืมของไว้ที่ตำหนักหยางซิน วันนี้จึงมาขอคืน เพคะ“ จูจินหลางอมยิ้มน้อยๆ แต่องค์รัชทายาทอวิ๋นเทียนเหอ พอได้ยินคำว่าสองวันก่อน ก็หน้าแดง หูแดงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เริ่มมีอาการเขินอายจนเห็นได้ชัด“อืม..เอ่อ..มีสิ่งใ
ผ้าแพรเทพบินกลับคืนสู่เจ้าของแล้ว!เฟ่ยเย่พาซานอี้เดินทางขึ้นเขาเมิ่งซาน“เจ้าจะพาข้าไปที่ใด” ซานอี้เอ่ยถามทำลายความเงียบ“เขาเมิ่งซาน” จริงสิตอนนี้ซานอี้ตามองไม่เห็นแล้ว นางจึงจับมือซานอี้ให้กะชับมากขึ้นตลอดการเดินทาง“เจ้าไม่มีคำอธิบายเกี่ยวกับองค์รัชทายาทของหนานเจียงเลยหรือ?”ซานอี้สงสัย“ไม่มี! ที่สำคัญตอนนี้คือพาท่านไปรักษาดวงตาให้หาย“ เฟ่ยเย่ตอบสั้นๆเขาเสียบดาบ! ลั่วซือทางเดินมาถึงเขาเสียบดาบด้วยความลำบาก ที่นี่! เป็นสุสานอาวุธของเหล่าบรรดาจอมยุทธ ที่สิ้นชีพไปแล้ว อาวุธที่สุสานเขาเสียบดาบแห่งนี้รอคอยผู้เป็นเจ้านายคนใหม่!ลั่วซือเข้าไปยังใจกลางหุบเขาทำสมาธิแล้วดึงดาบทีละเล่ม เจอดาบดึงดาบ เจอกระบี่ดึงกระบี่ จนในที่สุดลั่วซือก็ดึง “ดาบวารีไหล” ของซืออู๋ตู้ครั้นมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ออกมาได้สำเร็จ! เทพอัคคีฉงหลีนั่งทำสมาธิรู้ได้ด้วยญาณว่าลั่วซือได้ดึงดาบวารีไหลออกมาจากเขาเสียบดาบสำเร็จแล้ว การครอบครองดาบวารีไหลนั้นไม่ง่ายแต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้! ท่านอาจารย์ลืมตาขึ้น เบื้องหน้าตนคือเฟ่ยเย่กับซานอี้พึ่งขึ้นมาถึงยอดเขาเมิ่งซานพอดี”กราบท่านอาจารย์“ เฟ่ยเย่ลุกเข่ากราบคาราวะอาจาย์ ซานอี้ก
องค์ชายอันซื่อ องค์ชายซานอี้ และองค์หญิงหว่านชิงกลับมาถึงซีเยียน ระหว่างทางได้รับสาสน์ที่ต้วนอวี้ส่งมาอันซื่อจึงเร่งเดินทางโดยมิได้หยุดพัก เมื่อมาถึงจึงได้เรียกให้มารวมตัวกันที่ตำหนักซีเยียน เพื่อประชุมหารือการช่วยองค์ชายลั่วซือและการแลกเปลี่ยนจากเป่ยเยียนแต่ซีอินไม่อาจสงบใจรออะไรได้เมื่อนางรู้ว่าอวิ๋นเทียนเหอสิ้นพระชนม จึงอยากไปดูให้เห็นกับตาถึงแม้จะรู้ว่ากำลังเดินเข้าไปติดกับดักก็ตาม!ขันทีน้อยนายหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นมาจากตำหนักชิงเหยา”ทูลฝ่าบาท! องค์หญิงซีอินกับองค์รักษ์อวี่หลงไม่ได้อยู่ในตำหนักชิงเหยา พะยะค่ะ กะหม่อมให้คนตามหาจนทั่วแล้ว แต่ก็ไม่พบ พะยะค่ะ“ ”จะไปที่ใดได้เล่า ส่งคนออกตามหาให้ทั่วซีเยียน“ ต้วนอวี้ออกคำสั่งทหาร ในใจเค้ารู้ดีว่าซีอินนั้นภายนอกจะดูสุขุมใจเย็น แต่แท้จริงแล้วเป็นคนที่วู่วามเพียงใด!ขณะเดียวกันอวี่หลงมังกรเทพนั้น ไม่เคยขัดใจองค์หญิงของเค้ามาก่อนและจะคอยติดตามซีอินไปทุกหนแห่ง ครั้งนี้ก็เช่นกันเค้ากลายร่างเป็นมังกรพาซีอินเหาะมาที่กำแพงเมืองเป่ยเยียนค่อยบินลงต่ำๆ และกลายร่างเป็นมนุษย์ทั้งสองกระโดดลงไปที่บนกำแพงเมืองเป่ยเยียนซึ่งมีทหารยื่นเฝ้าประจำการอยู่ตามจ
ต้วนอวี้แล้วจี้เฉินกับเหล่าองค์รักษ์กลับถึงซีเยียนอย่างปลอดภัย และได้นำศพองค์ชายจิ่วมิ่งเย่ลู่กลับมารีบจัดแจงหาช่างทำแท่นน้ำแข็งและห้องเย็นรักษาสภาพศพ!ซิ่วอิงสลบไหลไปสามวันเต็มๆ จึงค่อยฟื้นขึ้นมาได้ยาบำรุงจากหมอหลวงประกอบกับร่างกายที่แข็งแกร่งฝึกวรยุทธตั้งแต่เด็กทำให้ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เค้าจึงออกตามหาซีอิน@ ณ แคว้นหนานฉี่เมื่อองค์รัชทายาทอันซื่อได้รับข่าวการถูกจับคุมของฮ่องเต้อวิ๋นเทียนเหอและองค์ชายลั่วซือ ทำอันซื่อร้อนอกร้อนใจจนต้องรีบกลับซีเยียน ครั้งนี้องค์หญิงหว่านชิงและองค์ซานอี้ก็ตามเสด็จองค์รัชทายาทอันซื่อไปซีเยียนด้วยเช่นกัน ทางฮ่องเต้หนานฉี่ได้ให้การสนับสนุนกำลังทหารอีกหนึ่งแสนนายตามไปซีเยียนในครั้งนี้ด้วย@ ณ สระวังน้ำเย็นอาการของซีอินหายดีแล้วกำลังจะเดินทางออกจากสระวังน้ำเย็น เสียงดังสวบ!สาบ!สวบ!สาบ เป็นเสียงแวกหญ้า ซีอินมองไปทางต้นเสียงนั้นผู้ที่มาคือซิ่วอิง!“ถวายบังคมองค์หญิง” ซิ่วอิงรีบเข้ามาทำความเคารพซีอิน“เจ้ามาได้อย่างไร แล้วฝ่าบาทล่ะ”ซีอินมีสีหน้าแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด“ซิ่วอิงสมควรตาย ตอนนี้ฝ่าบาทถูกจับตัวไปพะยะค่ะ แต่ฝากให้ซิ่วอิงมาทูลองค์หญิงว่าดูแลตัวเ
ณ กระโจงพักของฮ่องเต้หนานเจียงซิ่งอิงที่สลับตัวปลอมเป็นฮ่องเต้อวิ๋นเทียนยังคงนั่งทำหน้าที่ได้ดี มิได้มีผู้ใดจับได้ และแล้วกระโจมก็เปิดออก มีเงาร่างคนผู้หนึ่งสวมชุดดำเข้าไปภายในกระโจม เมื่อซิ่วอิงเห็นก็เบิกตาและยิ้มกว้างทันที“พระองค์กลับมาอย่างปลอดภัยช่างดีจริงๆ”ซิ่ว อิงรีบเดินเข้ามาสำรวจตรวจร่างกายอวิ๋นเทียนใกล้ๆ อวิ๋นเทียนเหออมยิ้มอย่างอารมณ์ดีหมุนตัวตามแรงมือของซิ่วอิงไปมา“อารมณ์ดีเพียงนี้ เจอนางแล้วใช่หรือไม่ พระเจ้าข้า”ซิ่วอิงถามอย่างรู้ทัน ส่วนอวิ๋นเทียนเหอไม่ตอบได้แต่อมยิ้มและพยักหน้ารับ“ฝ่าบาทเปลี่ยนฉลองพระองค์ก่อนเถอะ ข้าไม่อยากอยู่ในชุดนี้แล้ว” ซิ่วอิงเร่งรัดอวิ๋นเทียนเหอ“ฮ่าๆๆ เจ้าอยู่ในชุดนี้ดูดีเชียวนะ“อวิ๋นเทียนเหอหยอกล้อซิ่วอิงอย่างอารมณ์ดี”โธ่! ฝ่าบาทอย่าทรงแกล้งซิ่วอิงเลย” ซิ่วอิงโค้งคำนับอวิ๋นเทียนเหอเชิงขอร้อง ซิ่วอิงอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าฝ่าบาทของเค้าอารมณ์ถึงเพียงนี้ก็พอจะเดาได้ว่าคงมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นกับอวิ๋นเทียนเหออย่างแน่นอน!เมื่อลั่วซือนำกองทัพที่สมทบมาถึงฮ่องเต้อวิ๋นเทียนเหอกับองค์ชายลั่วซือก็เร่งบุกโจมตีประตูทางเข้าเป่ยเหยียนทันที ไม่นานทั้งสองก็ส
ณ กระโจงพักของฮ่องเต้หนานเจียง“ข้าเดินทางจากทางเหนือมาจนซีเยียนแล้ว ข้ายังไม่เจอซีอินเลย ซิ่วอิงเจ้าไปตามหาซีอินบอกนางว่าอยากพบนางได้หรือไม่“ ฮ่องเต้อวิ๋นเทียนสั่งความองค์รักษ์ส่วนตัว”ตอนนี้สถานะการณ์รบคับขันยิ่งนัก พระองค์ใจเย็นๆก่อนเถอะ หากเรารบชนะฝ่าบาทคงได้เจอได้แน่นอน พะยะค่ะ“ ซิ่วอิงท้วงติง”ซิ่วอิงข้ากับเจ้าเติบใหญ่มาด้วยกัน เจ้าอยู่เคียงข้ามาตั้งแต่เด็ก เจ้าเข้าใจข้ามากที่สุดใช่หรือไม่“อวิ๋นเทียนเหอถอนหายใจออกมาเบาๆ”ซิ่วอิงสมควรตาย ซิ่วอิงจะไปทำตามรับสั่งเดี๋ยวนี้พระองค์ดูแลรักษาพระวรกายให้ดีๆ นะ พะยะค่ะ“ ซิ่วอิงลำบากใจยิ่งนักณ ตำหนักวังซีเยียนลั่วซือมาขอเข้าเฝ้าอ๋องต้วนอวี้และองค์รัชทายาทอันซื่อ”ถวายบังคมท่านพี่ทั้งสอง“ ลั่วซือทำความเคารพ”ลุกขึ้นเถอะน้องสี่ ไม่ต้องมากพิธี” อันซื่อกล่าวกับน้องชาย“เจ้ามีเรื่องอันใดใช่หรือไม่?”อ๋องต้วนอวี้เอ่ยถามน้องชาย“ทูลท่านพี่ทั้งสอง ตอนนี้สถานะการณ์หนานเจียงบุกโจมตีเป่ยเยียนไม่สู้ดี หลายวันมานี้ไม่สามารถบุกเข้าไปในเป่ยเยียนได้ อีกทั้งทหารเป่ยเหยียนมีจำนวนมาก ข้าเกรงว่า..“ลั่วซือเหมือนจะมีบางคำพูดที่จุกอยู่ในอกพูดออกมาลำบาก”ข้ากับท
ณ แคว้นหนานเจียงบัดนี้องค์รัชทายาทหยางหย่วนกลับถึงหนานเจียงเรียบร้อยแล้ว แต่องค์หญิงหว่านชิงและองค์ชายซานอี้มิได้ตามเสด็จกลับไปด้วย ยังคงอยู่ที่แคว้นหนานฉี่ เพื่อฟังข่าวและติดตามความเคลื่อนไหวของพ่อมดเป่ยเยียนอยู่ตลอด“ถวายบังคมเสด็จพี่“ หยางหย่วนเมื่อมาถึงก็รีบเข้าเฝ้าฮ่องเต้อวิ๋นเทียนเหอที่ห้องทรงพระอักษรทันที”ลุกขึ้นเถอะหย่วนเอ๋อร์ ห้องนี้ไม่มีใคร ไม่ต้องมากพิธี“ อวิ๋นเทียนเหอกล่าวกับน้องชาย”ขอบพระทัย พระเจ้าข้า” หยางหย่วนกล่าวขอบคุณและนั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้างอย่างคุ้นเคย“เราร้อนใจมาหลายวัน เห็นเจ้าวันนี้เราก็ค่อยคลายกังวลได้บ้าง มีสิ่งใดจะเล่าให้เราฟังหรือไม่ เราอยากรู้จากปากของเจ้า“ อวิ๋นเทียนเหอซักถามหยางหย่วนหยางหย่วนจึงเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้อวิ๋นเทียนฟังอีกครั้งหนึ่ง “ที่เจ้าเล่ามาเหมือนกันกลับที่ซีอินเคยกล่าวไว้แล้ว หากไม่มีทางอื่น เหลือแค่ต้องปลิดชีพพ่อมดนั่น การสลับร่างคืนจึงจะสำเร็จ เราก็จะยกทัพบุกเป่ยเยียนสักคร้้ง“ อวิ๋นเทียนเหอกล่าวด้วยความโกรธ!ท้องพระโรง ณ แคว้นหนานฉี่“มีราชสาสน์จากฮ่องเต้อวิ๋นเทียนเหอ แคว้นหนานเจียง ขอยกทัพผ่านหนานฉี่ไปบุกตีแคว้นเป่ยเยียน พะยะค
เมืองซีเยียน“องค์รัชทายาทอันซื่อและองค์หญิงซีอิน! เสด็จมาถึงแล้ว พะยะค่ะ!” ขันทีกล่าวรายงานต่อเจ้าเมืองอ๋องอวี้ “อาอวี้!” อันซื่อเดินเข้าไปสวมกอดน้องชายตบหลังเบาๆ แสดงถึงความรักที่มีต่อกัน“ทำไมท่านทั้งสองถึงมาด้วยกันได้” อ๋องอวี้สงสัย“มีเรื่องยุ่งยากกับเจ้าสาม ข้ากับซีอินจึงมาช่วยเจ้า” อันซื่อจึงเล่าสถานการณ์การสลับร่างให้ต้วนอี้ได้รับรู้“อย่างนี้เจ้าสามก็ลำบากแล้ว แล้วเรื่องการหมั้นหมายเจ้าสามก็ยินยอมด้วยงั้นรึ?“ ต้วนอวี้ซักถามต่อ”เจ้าตัวไม่ยินยอมแต่จะมีทางไหนแก้ไขได้รึ? ตัวสลับกันแบบนั้น ราชโองการหมั้นก็ออกประกาศทั่วแล้ว“ ที่ทะเลสาบซางไห่ เมืองซีเยียนพ่อมดเป่ยเยียนกำลังใช้พลังจิตหาลูกแก้ววิญญาน แต่มังกรเทพ อวี่หลงที่ตามอารักษ์ขาองค์หญิงซีอินมาซีเยียนด้วยนั้นกลับรู้สึกกระวนกระวายใจ เหมือนถูกกระตุ่นด้วยอะไรบางอย่าง จนทำให้ต้องกลายร่างเป็นมังกรเหินขึ้นสู่ฟ้าเหาะวนไปวนมา จนมาถึงที่ทะเลสาบซางไห่ ลูกแก้ววิญญาณนั้นค่อยๆ ลอยตัวขึ้นจากทะเลสาบอย่างช้า พ่อมดร่ายคาถาพยายามจะสะกดลูกแก้ววิญญาน ซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้มังกรเทพอวี่หลงเป็นอย่างมากอ่าาาาาาาาาา! มังกรอวี่หลงแผดเสียงร้องด้วยคว
อวี่หลงกายร่างเป็นมังกรพาซีอินเหาะไปพบเทพ อัคคีฉงหลีที่เขาเมิ่งซาน เล่าเรื่องการสลับร่างของพ่อมดเป่ยเยียนให้ท่านอาจารย์ฟัง เทพอัคคีฉงหลีกล่าวว่าหากจะให้แก้คาถาสลับร่างผู้ร่ายคาถาต้องเป็นผู้แก้เท่านั้นหรือไม่ก็ตายจากไปคาถาจะสลายหายไปเอง!ซีอินและอวี่หลงจึงแวะไปหาฮ่องเต้อวิ๋นเทียนเหอณ ห้องทรงพระอักษร หนานเจียง“ฝ่าบาท! องค์หญิงซีอินมาขอเข้าพบเป็นการส่วนพระองค์ พะยะค่ะ” องค์รักษ์ซิ่วอิงกล่าวรายงาน ทำให้อวิ๋นเทียนเหอ แปลกใจอยู่ไม่น้อย“นางมากับใคร ทำไมข้าถึงไม่รู้ล่วงหน้าเลย” ฝ่าบาทสงสัย“องค์หญิงมากับองค์รักษ์เพียงแค่สองคนเท่านั้น พะยะค่ะ” ซิ่วอิงกราบทูลฝ่าบาท“รีบเชิญเร็วเข้า” ฝ่าบาทมีท่าทีตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ซีอินเดินเข้ามาในห้องทรงพระอักษรเพียงลำพัง ซิ่วอิงกับอวี่หลงค่อยเฝ้าอยู่หน้าห้อง“ถวายบังคับ ฝ่าบาท ขอให้อายุยืนหมื่นๆปี เพคะ!” ซีอินเมื่อเดินไปถึงหน้าโต๊ะทรงงานก็ทำความเคารพฝ่าบาท อวิ๋นเทียนเหอเงยหน้ามองซีอินและยิ้มให้ด้วยความดีใจ ฝ่าบาทเดินมาพยุงซีอินให้ลุกขึ้น“ไม่ต้องมากพิธี ตามสบายนะ เราดีใจมากที่ได้เจอเจ้า ได้ยินมาว่าเจ้าเป็นองค์หญิงซีอินแล้ว เหมาะสมยิ่งนัก“ อวิ๋นเทียนเห
เช้าวันต่อมาหว่านชิงที่อยู่ในร่างซานอี้ค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาตื่นนางพยายามพยุงร่างลุกขึ้นนั่งด้วยศรีษะอันอึ้งจำแทบไม่ได้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น มองไปทางตั่งนั่งไม้พบลั่วซือกำลังนอนหลับอยู่“อ๊ายยย! เจ้าๆ มานอนในห้องข้าได้อย่างไร” หว่านชิงร้องความตกใจ และยิ่งตกใจไปมากกว่าคือน้ำเสียงที่เปล่งออกมาไม่ใช่เสียงนาง นางรีบก้มมองดูตัวเองจับหน้าตัวเองทันที”กรี๊ดดดดดด! นี่ไม่ใช่ข้า นี่ไม่ใช่ข้า“ หว่านชิงในร่างซานอี้แผดเสียงร้องลั่น ทำให้ลั่วซือสะดุ้งตื่นรีบวิ่งเข้ามาใกล้”พี่สาม! เจ้าเป็นอะไรไป เจ้าอย่ามัวแต่ร้องสิ เจ้าพูดสิ!” ลั่วซือจับไหล่ซานอี้เขย่าเบาๆ“ข้าไม่ใช่พี่สามของเจ้า ข้าคือหว่านชิง” หว่านชิงในร่างซานอี้ยังคงร้องไห้ลั่นชั่วครู่ต่อมา ปัง! ปัง! ปัง! เสียงทุบประตูดังขึ้น“เปิดประตู! ข้าบอกให้เปิดประตู”เสียงของซานอี้ในร่างหว่านชิงเร่งให้เปิดประตูห้องพักซานอี้ ลั่วซือจึงเดินไปเปิดประตู เมื่อประตูเปิดออกซานอี้ในร่างหว่านชิงรีบเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเตียงที่หว่านชิงในร่างซานอี้นั่งอยู่ และเมื่อทั้งสองได้เจอหน้ากัน ” เจ้า!“ ต่างฝ่ายต่างทำอะไรไม่ถูก”เจ้า! เจ้าคืนร่างข้ามานะ“ ซานอี้ในร่างหว่านช
ณ ตำหนักลี่ถิง“องค์รัชทายาทเสด็จ! พะยะค่ะ“ เสียงขันทีหน้าตำหนักลี่ถิงรายงาน ซีอินจึงรีบเดินออกไปต้อนรับ พร้อมทำความเคารพ”เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ที่นี่อยู่สบายดีหรือไม่?“ อันซื่อทักทายยิ้มแย้ม”อยู่สบายดี เพคะ“ ซีอันตอบกลับ”ข้านำต้นอิงฮวา มาปลูกให้เจ้า หลายต้นเลย และนำคนงานมาทำชิงช้าให้น้องหญิงด้วย“อันซื่อพูดอย่างมีไมตรีและเรียกซีอินว่าน้องหญิง”ขอบพระทัยท่านพี่ เพคะ! เชิญเข้ามานั่งดื่มชาก่อน เพคะ!” อันซื่อเดินเข้าไปนั่งในห้องโถงของตำหนักลี่ถิง นั่งจิบน้ำชาเงียบๆ“น้องหญิงเจ้าจะไปหนานเจียงเมื่อใดรึ” อันซื่อเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้น“ต้องถามทางองค์รัชทายาทหยางหย่วนว่าพร้อมเมื่อใด เพคะ” อันซื่อและซีอินคุยกันได้สักพักเสียงขันทีหน้าตำหนักก็ดังขึ้นอีกครั้ง“องค์ชายซานอี้และองค์ชายลั่วซือเสด็จ พะยะค่ะ” เมื่อทั้งสองหันไปมองที่ต้นเสียงก็ปรากฏว่าองค์ชายทั้งสองที่พึ่งมาถึงเดินเข้ามาในห้องโถงของตำหนักลี่ถิงแล้ว ซานอี้กับลั่วซือชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นอันซื่อนั่งอยู่ก่อนแล้ว“ถวายบังคมเสด็จพี่ พระข้าเจ้า” ซานอี้กับลั่วซือทำความเคารพองค์รัชทายาทอันซื่อ“ท่านพี่ทั้งสองเชิญนั่งก่อน” ซีอินเชิญแขกผู้มาใ