นางนอนหันหลังให้กับเขา ก่อนที่ร่างหนาจะโอบนางเอาไว้ปากก็คอยซุกไซ้ไปทั่วหลัง คอและไหล่ของนางไม่หยุด“เหยาเหยา ตกลงว่าเจ้ากับบุรุษผู้นั้น เป็นอะไรกันแน่”“เขาเป็นอาจารย์อาของข้า เป็นผู้สอนวิชาเรียกสัตว์ และเคล็ดวิชาดัชนีพิฆาตมารให้”“ดัชนีพิฆาตมาร เขาคงมิใช่ผู้อาวุโสฮ่าวหรอกใช่หรือไม่ เคล็ดวิชานี้หายสาบสูญไปนานแล้ว”“ท่านรู้จักอาจารย์อางั้นหรือ”“เขาชื่อฮ่าวเซียวผิงใช่หรือไม่”“ไม่ใช่เจ้าค่ะ”“ถ้าเช่นนั้นก็คนละคน แต่แซ่เดียวกัน หรือว่าเขาเป็นทายาทของอาวุโสฮ่าว เห็นบอกว่าเขาอายุไม่มาก เหยาเหยา แล้วเจ้ารู้สึกอะไรกับเขาหรือไม่”“….”“เหตุใดเจ้าไม่ตอบข้า เหยาเหยา หรือว่าเจ้า”เขาดึงตัวนางหันมา ก่อนจะจับหน้านางให้มาสบตากับเขา นางหลบสายตาก่อนจะเบี่ยงตัวหนีเขา“หรือว่าเจ้า ครั้งก่อนที่พูดถึงเขาที่เนินเขานั่น เจ้าจะบอกว่า เจ้ามีใจให้กับบุรุษแซ่ฮ่าวผู้นั้นงั้นหรือ”“ท่านมาเพื่อต้องการทราบเรื่องนี้หรือเพคะองค์ชาย”“ใช่ ข้าอยากรู้ นี่เจ้า…”“ใช่เพคะ หม่อมฉันชอบเขา ชอบมานานตั้งแต่อาจารย์สอนวิชาหม่อมฉันแล้ว และคิดว่าเขาคือบุรุษที่สงบ สง่างามและน่าเกรงขาม ในสายตาหม่อมฉัน ไม่เคยเห็นผู้ใดที่ดีกว่าอาจาร
ไป๋ซินเหยามองตามหลังลู่จื่อหยางที่เดินออกไปด้วยความรู้สึกเจ็บแปลกๆ ที่หัวใจ แต่เป็นนางที่เป็นคนตัดความสัมพันธ์นี้เอง ตอนนี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะเสียใจสองวันก่อนการประลองวันนี้สำนักฉีกวงและอีกห้าสำนักต่างมาร่วมกันเพื่อรอรับเสด็จองค์ไท่จื่อที่จะเดินทางมาเพื่อเปิดการแข่งขันการประลอง ไป๋ซินเหยาที่ยืนข้างๆ อาจารย์ลี่คุณและอีกด้านหนึ่งคือลู่จื่อหยาง ด้านหลังพวกเขาไปเป็นศิษย์ของสำนักเพ่ยเฉิง และอีกฝั่งคือบรรดาอาจารย์และศิษย์ห้าสำนักที่เหลือ“นี่ คนที่ยืนข้างๆ อาจารย์ของเพ่ยเฉิงคือผู้ใดกันหรือ”“ไม่รู้ แต่งดงามมากเลยว่าหรือไม่”“พวกท่านเงียบๆ กันหน่อย ศิษย์พี่ สำรวมเสียบ้าง ก็แค่สตรีคนเดียว จะอะไรนักหนา”“แค่สตรีงั้นหรือ แล้วเหตุใดสำนักเราไม่ทำให้บุรุษอื่นเหลียวมองได้เช่นนางกันเล่า นี่ถงถงเจ้ามองดูรอบๆ สิ สายตาบุรุษส่วนใหญ่พวกเขามองไปที่ใดกัน”ถงถงศิษย์ของสำนักตงหูมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าพวกบุรุษจากสำนักต่าง ๆ ล้วนแต่มองมาที่สตรีผู้นั้นจริง ๆ จนนางต้องหันไปมองตามสายตาเหล่านั้นก็ต้องยอมรับว่านางงดงามดั่งว่าจริง ๆ“ข้าเห็นด้วยกับท่าน นางงดงามจริง ๆ”“ใช่ไหมเล่า เจ้าดูสิแต่ว่านางมิได้อยู่ด้านหลังที่ศิษย์
ไป๋ซินเหยาเดินออกมาจากห้องของลู่จื่อหยางพร้อมกับรีบปาดน้ำตาอย่างรวดเร็วก่อนที่ใครจะเห็นเข้า ระหว่างทางเดินกลับ นางพบว่ามีศิษย์หญิงต่างสำนักคนหนึ่งนั่งกุมข้อเท้าอยู่ที่พื้นจึงรีบวิ่งไปหา“แม่นาง เจ้าเป็นอะไรหรือไม่”ถงถงเงยหน้าผู้ถาม และต้องตกใจเมื่อเห็นไป๋ซินเหยา ยิ่งมองใกล้ๆ กลับรู้สึกว่าแม่นางผู้นี้ช่างงดงามกว่าที่เห็นตอนแรกยิ่งนัก“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ไม่ทันระวังเลยถูกตะขาบกัดเอาเจ้าค่ะ”“ที่พักข้าอยู่ตรงนี้ เจ้าตามข้ามาทำแผลก่อนเถิด หากไม่หายทันงานประลองจะแย่เอา”“แม่นาง แต่ว่าข้า…”“เจ้าไม่ต้องกลัวหรอก ข้ามิใช่ศัตรูของเจ้าหรอก มาเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ ข้ามียารักษาแมลงพวกนี้”ถงถงยอมให้ไป๋ซินเหยาพยุงไปที่เรือนหลังน้ำตก ถงถงพบว่าที่นี่ช่างร่มรื่นย์และอากาศเย็นสบายจนไม่อยากกลับเลย นางนั่งรอที่ระเบียง หลังจากนั้นซินเหยาก็รีบวิ่งเข้าไปเอายามาให้พร้อมผ้าพันแผล“แม่นาง นี่ยา เจ้าใช้ทาบริเวณที่ถูกกัด ช่วงนี้ฝนตก อากาศชื้น สัตว์พวกนี้ชอบออกมา เจ้าต้องระวังตัวหน่อย”“ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่าน ..เอ่อ..”“ข้าไป๋ซินเหยา เรียกว่าซินเหยาก็ได้ แล้วเจ้าล่ะ ชื่ออะไรมาจากสำนักใดหรือ”“ข้าน้อยชื่อถงถงเข้าค่ะ ม
ลู่จื่อหยางเดินกำถุงหอมในมือกลับไปที่ห้องพักของเขาก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกรอบ เขาไม่สามารถสลัดสายตาของนางที่หันมามองเขาด้วยความน้อยใจ เสียใจตอนที่เขาผลักนางออกไปได้เขาจึงตั้งใจจะเดินไปเพื่อขอบคุณและขอโทษนางจึงได้เห็นว่านางทำถุงหอมตกเอาไว้ แต่เมื่อไปถึง กับเห็นว่านางกำลังสนทนากับบุรุษต่างสำนักหลายคนกับศิษย์น้องที่เรือนพัก“เจ้ามันคนไม่รู้จักพอ ไป๋ซินเหยา ข้าไม่จำเป็นต้องมีเยื่อใยใดๆ กับเจ้าอีกต่อไป”เขาโยนถึงหอมนั่นไปที่โต๊ะ และล้มตัวลงนอนพักอีกรอบ ไข้เขาเริ่มลดลงเมื่อเช็ดตัวและดื่มยาที่นางยกมาให้ แต่ด้วยความที่นอนมากไปทำให้เขานอนต่อไม่ได้ ร่างกายที่ผ่านการฝึกยุทธมาทำให้เขาหายป่วยได้รวดเร็ว ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบถุงหอมที่โยนทิ้งไว้บนโต๊ะ มาสอดเอาไว้ที่ใต้หมอนและเดินออกไปจากห้องเพื่อไปหาองค์ไท่จื่อ“ดีขึ้นแล้วหรือ เหตุใดรีบลุกขึ้นมาล่ะ”“ดีขึ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”องค์ไท่จื่อหันไปมองสีหน้าของจื่อหยางที่บอกว่าดีขึ้น แต่ดูท่าทางเขายังคงหงุดหงิดอยู่“สีหน้าก็ดูดีขึ้นอยู่หรอก แต่เหตุใดดูเจ้าจะอารมณ์ไม่ดีล่ะ”“ไม่มีอะไรพ่ะย่ะค่ะ ท่านดูอะไรอยู่”“กำหนดการวันเปิดประลองน่ะ น่าสนใจดีนะ เจ้าไม่อยากลองหน่อยหร
“ผู้อาวุโส นี่ท่าน…”“ตาข้ามิได้บอด แต่ข้าอยากเตือนท่านหน่อย เรื่องบางเรื่องก็รอมิได้ คนบางคนหากไม่แย่งชิงก็ไม่ได้มา"“ข้ามิได้คิดอะไรกับท่านหญิงขอรับ ข้ามีคนในใจอยู่แล้ว เพียงแต่นาง….”“คุณชาย ไม่สิ องค์ชายแปด ความจริงใจเท่านั้นที่จะเอาชนะทุกสิ่งได้ ข้าหวังว่าท่านจะเลือกได้ถูกนะ”“แต่ว่า คนในใจของนาง มิใช่ข้า”“เรื่องบางเรื่องอาจจริง เรื่องบางเรื่องก็ไม่จริง ท่านจะแยกไม่ออกเชียวหรือ ลองใช้ใจสัมผัสดูสิ เอาล่ะ ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อน เรื่องเวทีก็ฝากท่านด้วยก็แล้วกันนะคุณชายลู่”“ผู้อาวุโสโปรดวางใจข้าจะจัดการให้ขอรับ”“พี่ซินเหยา ได้ข่าวว่าพี่ถูกเสาเวทีล้ม เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”ถงถงวิ่งมาด้วยความตกใจขณะที่สืออ้ายที่กำลังพันแผลให้ซินเหยาตกใจไปด้วย“ถงถง ข้าตกใจหมดเลย มาไม่ให้สุ้มให้เสียง”“ขอโทษทีสืออ้าย นี่ต้องพันทั้งแขนเชียวหรือ แล้วนิ้วท่าน…”“ไม่เป็นไร แค่ดามนิ้วเอาไว้น่ะ เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก อย่างมากข้าก็แค่ไม่ลงสนามเท่านั้น”“ซินเหยา ข้าเอายามาให้เจ้า ยานี่ช่วยรักษาแผลกระดูกได้ผลชะงัดนัด”“ขอบคุณพี่อี้หานเจ้าค่ะ แต่ว่าสืออ้ายทายาและพันแผลให้ข้าแล้ว เอาไว้ข้าจะทาพรุ่งนี้นะเจ้าคะ”“เสา
“เหยาเหยา เดิมทีข้าแค่จะเอายามาให้เจ้า ไม่คิดว่าเจ้าจะ…อย่าโทษข้าเลยนะ ใครให้เจ้าเชื้อเชิญข้าเองเล่า”เขาเริ่มซุกไซ้ซอกคอก่อนจะใช้ลิ้นนั้นค่อยๆ สำรวจเรือนกายของนางที่เริ่มบิดตัวไปมารับสัมผัสของเขาทั้ง ๆ ที่กึ่งหลับกึ่งตื่นเพราะฤทธิ์ยา“อาา อุ่นจัง อื้มมมม”“เหยาเหยา ยังหนาวอยู่หรือไม่”เขาถอดเสื้อผ้าออกหมดแล้วพร้อมกับเสื้อผ้าของนางที่หลุดลุ่ยออกมาก่อนที่จื่อหยางจะส่งพวกมันไปกองรวมกันที่ข้างเตียงอย่างไม่สนใจ มือของเขาประคองเต้างามทั้งสองเอาไว้ในมือประสานงานกับลิ้นที่โลมเลียไปทั่วอย่างกระหาย“อาา เหยาเหยา เจ้าช่างยั่วยวนนัก”“อาาา อืมมม จื่อหยาง พี่จื่อหยางง อาาา อย่าทิ้งข้า อื้มมม”“ไม่ ข้าไม่เคยทิ้งเจ้า เจ้าต่างหากที่ใจร้ายกับข้า เหยาเหยา เจ้ารักข้าหรือไม่”“อื้มม อ๊าา คนใจร้าย ท่านมีคู่หมั้นแล้ว ท่านทิ้งข้า ท่านทำ ฮือออ..ท่านทำร้ายข้า ท่านทำ ฮืออ”คนตัวเล็กโวยวายพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาพรมจูบไปที่ปลายหางตาเพื่อซับน้ำตาที่ทั้งเค็มและขมเข้าไป นี่เองคือความรู้สึกของนาง ซินเหยาแค่รู้สึกว่าเรื่องของเขาทั้งสองไม่มีทางเป็นไปได้เพราะมีท่านหญิงอยู่“เหยาเหยา เพียงแค่เจ้าบ
“ท่านพี่จื่อหยาง นี่ท่าน…”“องค์ไท่จื่อเสด็จ…”จื่อหยางลุกขึ้นพร้อมๆ กับทุกคนในสนามประลองเมื่อขบวนเสด็จมาถึงโดยที่ไม่สนใจหยุนเซียนอีก ไม่มีประโยชน์ที่จะต่อปากต่อคำกับนางเมื่อพิธีการต่างๆ ผ่านไป ก็ถึงเวลาที่ทุกสำนักจะเริ่มทำการจับสลากเพื่อเลือกคู่ประลอง โดยแพ้คัดออกจนได้ผู้ชนะเป็นคนสุดท้ายที่ไร้พ่าย“คู่แรก สำนักซินอี้ กับ ฉีกวง”ผ่านการประลองไปเกือบห้าคู่ ก่อนที่ต้องหยุดลงเพราะพายุฝนจึงได้ทำการหยุดชั่วคราวและให้ทุกสำนักกลับเรือนพัก และมาประลองต่อในวันพรุ่งนี้“พี่อี้หาน ท่านเยี่ยมมากเลย กระบวนท่าที่ท่านซัดใส่สำนักซินอี้ท่าเดียวจบนั่น”“โชคดีที่ฝนตกก่อน มิเช่นนั้นเขาอาจจะแย่เอาได้”"แต่อย่างไรก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ไป เขาเองก็พอจะรู้ว่าสู้ไม่ได้แต่แรกแล้วล่ะ พี่อี้หาน ข้าชักกลัวท่านเสียแล้วสิขอรับ"“พี่จินเย่ถ่อมตัวเกินไป ฝ่ามือท่านที่จัดการกับสุ่ยอี้จากอ้ายเฟยก็ไม่ธรรมดา วันนี้ข้าเลื่อมใสท่านจริงๆ”“ดีเลย วันนี้พวกท่านชนะมาทั้งคู่ มา ใช้ชาแทนสุรา ดื่มฉลองให้พวกท่านกับชัยชนะรอบแรก ดื่ม"""ดื่ม""ค่ำคืนนี้ยังคงมีฝนตกอยู่ ทำให้ไป๋ซินเหยานอนไม่หลับ คิดทบทวนเรื่องเมื่อคืนนี้ ตกลงเป็นเรื่อง
ไป๋ซินเหยากะพริบตาถี่ ๆ ก่อนจะหันไปที่คนข้างๆ ซึ่งได้หายไปแล้วพร้อมกับสายฝนในยามเช้าที่หยุดตกสนิทแล้วเช่นกัน นางก้มลงมองร่างของตัวเองที่สวมชุดนอนเรียบร้อยเช่นเคย“หากไม่รู้ข้าก็คงคิดว่าฝันไปจริง ๆ จื่อหยาง คืนนี้ข้าจะบอกท่านทุกอย่าง”ซินเหยาเดินไปอาบน้ำเพื่อไปลานประลองเช่นเดียวกับเมื่อวาน วันนี้เป็นอี้หานและจินเย่ที่มารับนางไปกินข้าวเช้าและเดินไปที่ลานประลองด้วยกัน ซินเหยามองไปยังที่นั่งของลู่จื่อหยาง ที่ยังคงมีเป่าหยุนเซียนนั่งอยู่ข้างๆ วันนี้นางตั้งใจมองไปที่เขา แต่เขามิได้หันกลับมามองนาง จนอาจารย์เรียก นางจึงหันไปคุยกับอาจารย์ลี่คุณ“อาจารย์ ตกใจหมดเลยเจ้าค่ะ ท่านมีอะไรหรือเจ้าคะ”“แผลเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง ดีขึ้นหรือยัง”“ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ ดีพอที่จะประลองได้แล้วเจ้าค่ะ”“อย่าพึ่งๆๆ ข้าไม่อยากหามเจ้าลงจากเวทีให้อับอาย นั่งดูเฉยๆ ไปก่อน ยังไม่ถึงเวลา”“อาจารย์ ท่านปรามาสข้าเกินไปนะเจ้าคะ”“ไป วันนี้ไปนั่งกับข้า เอา พวกเจ้าน่ะ ไปเตรียมตัวกันได้แล้ว”“ขอรับอาจารย์”ไป๋ซินเหยาเดินไปนั่งข้างๆ อาจารย์ ซึ่งถัดจากอาจารย์ลี่คุณคือลู่จื่อหยาง เขาเพียงลอบมองนางตอนที่นางเดินผ่านไปเท่านั้น เป่า
จื่อหยางรีบลุกขึ้นจากตักของซินเหยาที่เขากำลังนอนหนุนอย่างสบาย และหันมากอดนางแทน“ข้าก็ไม่ได้อยากโกหกเจ้านะ เพียงแต่เหตุการณ์บางอย่างทำให้ข้าบอกเจ้าไม่ได้ หากบอกเจ้าไป เรื่องบางเรื่องอาจจะไม่เป็นเช่นนี้ ไหนเจ้าบอกว่าไม่โกรธข้าแล้วอย่างไรเล่า”“ข้าก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำ เป็นท่านที่ร้อนตัวออกมาเอง”“ก็ได้ๆ ข้าผิดเองๆ ทุกเรื่องเลย ข้าผิดแต่เพียงผู้เดียว”“แล้วหลังจากนั้นเล่าเพคะ”“จากนั้น เซว่านชิงก็เอาขวดยานั่นมาให้ข้ากับเสด็จพี่ตรวจดู พบว่ามันเป็นยาพิษ พวกเราเลยสลับขวดใหม่และซ้อนแผนนาง ทำให้เซว่านชิงทำเหมือนทำตามแผนของนาง ข้ารู้ว่านางกำนัลนั่นเป็นคนของหยุนเซียน นางต้องฟ้องแน่ และก็อย่างที่เจ้าเห็นนั่นแหละ”“มีเพียงข้าคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องแผนการนี้”“นั่นเพราะพวกเราไม่มีเวลาบอกกับเจ้า เซว่านชิงเองก็บอกเจ้าไม่ได้เพราะนางกำนัลสองคนนั้นจับตาดูพวกเจ้าอยู่ นางจึงทำได้เพียงทำตามแผนเท่านั้น”“ท่านไม่เชื่อว่าข้าจะเป็นคนทำตั้งแต่แรก”“ข้าไม่มีทางเชื่ออยู่แล้ว เจ้าไม่ใช่คนแบบนั้น และคงไม่โง่ขนาดที่จะวางยาพิษอย่างโจ่งแจ้งแบบนั้น ดูก็รู้ว่าเรื่องนี้ต้องมีคนใส่ร้ายเจ้าแน่ ๆ”“ขอเพียงพระองค์เชื่อ หม่อม
“ข้ากลัวว่าเจ้าจะปฏิเสธข้า ไม่ยอมรับข้า เจ้าเป็นคนรักอิสระดั่งนกที่โบยบินอยู่บนท้องนภาที่ยิ่งใหญ่ แต่ตัวข้าคือพญาอินทรีที่ต้องคอยเฝ้ามองสรรพสิ่ง คอยจัดการกับสิ่งที่ไม่ถูกต้องและกำจัดเหยื่อที่มารุกราน ข้ากลัวว่าหากเจ้าไม่รักข้าก่อน ข้าจะไม่สามารถกุมหัวใจเจ้าได้ เจ้าจะโบยบินจากข้าไป นั่นคงทำให้ข้าไม่มีแรงที่จะมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป”“แต่อย่างไรพระองค์ก็ต้องเลือก และสิ่งที่เลือกก็ช่างยิ่งใหญ่ แม้จะไม่มีหม่อมฉัน พระองค์ก็ยืนหยัดเพื่อราษฎรได้นะเพคะ”“เมื่อก่อนได้ แต่ตอนนี้ข้าไม่แน่ใจ เหยาเหยา เจ้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตข้า ตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้ที่หัวใจข้าถูกเจ้าขโมยมันไปจนหมดสิ้น ข้าไม่เป็นตัวของตัวเอง ข้าผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด กลับกลัวว่าเจ้าจะไม่พอใจ อารมณ์เจ้าขึ้นๆ ลงๆ ก็ทำให้ข้ากลัวจนทำอะไรน่าอับอายมากมาย ข้ามักจะทำตัวไม่ถูกเวลาที่อยู่ต่อหน้าเจ้า นึกๆ ไปแล้ว พอเป็นเรื่องของเจ้า ข้ารู้สึกว่าข้าเป็นเพียงแค่ลูกนกหัดบินเท่านั้น และไม่รู้ตัวว่าเมื่อไหร่ ที่ขาดเจ้าไม่ได้ รู้แต่ว่าตอนนี้ อีกครึ่งชีวิตที่เหลือของข้า อยากจะอยู่กับเจ้าตลอดไป”“พระองค์พูดเช่นนี้ ต้องการให้หม่อมฉันยกโทษให้งั
ไป๋ซินเหยาหันมามองหน้าเว่ยจื่อหยางด้วยความตกใจเช่นกัน เรื่องนี้เขาไม่เคยบอกนางมาก่อน ฐานะที่แท้จริงของเขาพึ่งมาเปิดเผยวันนี้ นางหันไปมองที่ท่านอา ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะรู้ก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว“ที่แท้พระองค์เฝ้าระวังมาโดยตลอด พระองค์ระแวงกระหม่อมมาโดยตลอด หึ นี่คือสิ่งตอบแทนข้ารับรับใช้ที่ซื่อสัตย์”“ซื่อสัตย์ ท่านยังกล้าพูดว่าท่านซื่อสัตย์เช่นนั้นหรือ ท่านอาศัยเอาความบาดหมางของพระชายารองหลิวอ๋อง ยุยงให้แม่ทัพหลิงร่วมมือกับท่านเพื่อจะก่อกบฏแบ่งแยกดินแดน ยังดีที่เสด็จพี่ข้าเชี่ยวชาญการทูต สามารถเกลี้ยกล่อมให้แม่ทัพหลิงล้มเลิกความคิดนี้ได้ คิดว่าท่านจะหยุด แต่ไม่เลย ท่านกลับหาเรื่องใช้บุตรสาวคิดแผนการร้าย จะป้ายสีให้พระสนมกับองค์หญิงแคว้นเหวยหน่วนมีความผิดเพื่อยุยงให้แคว้นเหวยหน่วนก่อสงครามและท่านก็จะเป็นนกขมิ้นที่ตามเก็บผลประโยชน์ในภายหลัง ท่านยังกล้าพูดว่าท่านเป็นขุนนางซื่อสัตย์ ท่านไม่อายปากบ้างหรือ”“ฮ่าๆๆ องค์ชาย ไม่ ไม่สิ องค์ไท่จื่อ แม้แต่เรื่องนี้ท่านก็สืบรู้จนหมด นับถือจริงๆ ที่แท้ พวกท่านเดินทางไปเจียงหยางเพราะเรื่องแม่ทัพหลิงนี่เอง ถึงว่า เขาไม่คิดจะติดต่อข้ามาอีกเลย ข้าคิดว่าทอ
ฝ่าบาทเป็นผู้สั่งการเองโดยไม่รอให้เสนาบดีเป่าร้องขอชีวิตบุตรสาว เขาเองก็คงไม่ได้อยากทำเช่นนั้น การเก็บบุตรสาวที่ทำให้ชื่อเสียงของสกุลเป่าเสื่อมเสียเอาไว้เป็นเรื่องที่ไม่มีอยู่ในความคิดของเขา ตัดเนื้อร้ายออก อย่างไรก็ยังดีกว่าที่เสียหายทั้งตระกูล“หมอหลวง อาการฮองเฮาเป็นเช่นไรบ้าง”“ทูลฝ่าบาท ฮองเฮาปลอดภัยดี ชีพจรเต้นคงที่ ราวกับว่าพระองค์กำลังพักผ่อนอยู่ ทางที่ดีปล่อยให้พระองค์นอนพักผ่อนอย่าให้ผู้ใดไปรบกวนจะเป็นการดีพ่ะย่ะค่ะ”“เรื่องนี้ก็ฝากให้พวกท่านจัดการก็แล้วกัน”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”หมอหลวงออกไปแล้ว พระสนมโม่เฟยเองก็ถูกสั่งให้ไปพักพร้อมกับองค์หญิงเซว่านชิง ตอนนี้เหลือเพียงฝ่าบาท องค์ชายทั้งสอง เสนาบดีเป่า ไป๋ซินเหยาและหลิวอ๋องที่อยู่ในกระโจม“ไป๋ซินเหยา เรื่องนี้ต้องขอโทษเจ้าที่ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม”“ฝ่าบาทอย่าได้ทรงกังวลเพคะ เพียงเรื่องคลี่คลายได้หม่อมฉันก็ไม่ติดใจเอาความแล้วเพคะ”“ฝ่าบาท บุตรีกระหม่อมอายุยังน้อย ที่ทำไปก็เพราะอารมณ์ชั่ววูบ หวังว่าฝ่าบาทจะไม่ลงโทษนางมากเกินไปพ่ะย่ะค่ะ”“หึ เสนาบดีเป่า ท่านบอกว่านางอายุน้อย ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่ที่นางจะเอาชีวิตคือฮ
“เป่าหยุนเซียน แล้วที่เจ้าโวยวายว่าฮองเฮาถูกวางยาพิษและกล่าวโทษผู้อื่นนี่มันอย่างไรกัน ข้าต้องการคำอธิบาย”ฝ่าบาทหันมาถามเอาความกับหยุนเซียนที่นั่งคุกเข่าสั่นอยู่กับพื้น“ฝ่าบาท คิดว่านางคงตกใจเพราะนางนั่งอยู่กับฮองเฮาและคงตกใจเมื่อเห็นว่าฮองเฮาล้มลง จึงคิดว่านางถูกพิษพ่ะย่ะค่ะ”เป่าอี้หยวนเป็นผู้แก้ต่างให้บุตรสาวเพื่อให้นางได้พ้นข้อกล่าวหาโง่ๆ นี้ หากไม่ใช่นางที่โวยวายทำแตกตื่น เรื่องนี้คงมิได้ลุกลามเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้“งั้นหรือ แล้วเหตุใดนางถึงได้กล่าวโทษไป๋ซินเหยากับองค์หญิงทันทีที่คิดว่าฮองเฮาโดนยาพิษเล่าท่านเสนาบดี”“เรื่องนี้ข้าคิดว่าข้าอธิบายได้เพคะ”เซว่านชิงเดินก้าวออกมาเผชิญหน้ากับเป่าหยุนเซียนที่นั่งส่ายหน้าร้องขอความเห็นใจจากเซว่านชิงอยู่ แต่ตอนนี้นางเห็นธาตุแท้ของเป่าหยุนเซียนแล้ว เมื่อหลอกใช้นางแล้วยังจะโยนความผิดให้นางและเสด็จอาที่เป็นพระสนมรับเคราะห์ไปด้วยเพื่อให้ตนเองได้พ้นผิด“องค์หญิง เจ้าหมายความว่าเช่นไร”“ทูลฝ่าบาท ก่อนหน้านั้นเป็นท่านหญิงผู้นี้ที่เข้ามาทำตัวสนิทสนมกับหม่อมฉันและพระสนมเพื่อยุให้หม่อมฉันทำร้ายแม่นางไป๋เพคะ รวมถึงเหตุการณ์วันนี้...”“องค์หญิง ท่
เป่าหยุนเซียนเมื่อถูกถามเช่นนี้ก็เริ่มโวยวายและลนลานจนต้องตะโกนใส่เขา“ก็ข้าอยู่ใกล้พระองค์ที่สุด เห็นทุกเหตุการณ์ ฮองเฮามิได้เสวยสิ่งใดนอกจากชาที่ไป๋ซินเหยานำมาถวาย มีพยานรู้เห็นมากมาย องค์ชายแปด หากพระองค์ต้องการปกป้องนางข้าก็ไม่ว่า แต่อย่าหลับหูหลับตาเชื่อว่านางไม่มีความผิดเช่นนี้ มันดูไม่ยุติธรรมเลยเพคะ”“องค์ชายแปด เรื่องนี้เพียงแค่เรานำชาที่นางชงให้ฮองเฮาเสวยมาตรวจสอบดูก็จะรู้ พระองค์กล้าหรือไม่”“ท่านเสนาบดี ดูท่านเองก็จะมั่นใจมากเหลือเกินว่าในชานั้นมีสิ่งผิดปกติสินะ”“หมอหลวง ไปนำชาที่เหลือมาตรวจสอบ เราต้องการรู้ผลตอนนี้เลย”ฝ่าบาทเป็นผู้ออกคำสั่ง เว่ยจื่อหยางสบตากับเสนาบดีเป่าอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด หมอหลวงนำเอาใบชาที่เหลือมานั่งตรวจสอบดูและรีบทูลฝ่าบาทให้ทรงทราบ“กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมตรวจสอบใบชาที่พระชายาหลิวอ๋องเอามาเสร็จเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“ว่าอย่างไร มีอะไรผิดปกติหรือไม่ รีบพูดมา!!”ฝ่าบาทเองก็อยากจะทราบความเป็นจริง พระองค์ไม่คิดว่าครอบครัวของหลิวอ๋องแม้ว่าจะมีเรื่องบาดหมางกับฮองเฮาเพียงใดก็คงมิกล้าจะลอบวางยาพิษอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้เป็นแน่“กราบทูลฝ่าบาท ชานี้…. ไม่มีส
นางกำนัลทยอยยกน้ำชาและของว่างมาวางให้พวกท่านหญิงที่นั่งอยู่ด้านใน ซึ่งแยกออกมาจากกระโจมของบุรุษ เพื่อเป็นการพบปะของบรรดาพระสนมและพระชายาของขุนนางที่ได้เข้าร่วมงานในวันนี้“ฮองเฮาเพคะ เห็นว่าวันนี้ชาที่นำมาเป็นชาของพระชายาหลิวอ๋องที่นำมาจากเจียงหยางเชียวนะเพคะ พระองค์ลองเสวยดูเพคะ”“เช่นนั้นหรือ พระชายาช่างใส่ใจเสียจริง”“ขอบพระทัยเพคะฮองเฮา หม่อมฉันเพียงเห็นว่าชาที่นั่นรสชาติดี จึงอยากนำมาถวายในโอกาสสำคัญนี้เพคะ”“ยอดเยี่ยม หากข้ามิได้ลองคงน่าเสียดายแย่ ยกมาสิ”ไป๋ซินเหยาเป็นผู้ชงชานั้นในกระโจมตามหลักวิธีการชงชาโบราณที่มารดานางได้สอนมา ท่วงท่าที่นางเริ่มทำตั้งแต่คั่วใบชาและชงออกมาช่างงดงาม เหล่าบรรดาพระสนมและฮูหยินของเหล่าขุนนางล้วนแต่ชื่นชมนาง ไม่เว้นแม่แต่ฮองเฮาและพระสนมโม่เฟย เมื่อนางเริ่มชงชา กลิ่นชานั้นก็หอมอบอวลในกระโจมทำให้ผู้ที่นั่งอยู่รู้สึกผ่อนคลายแม้ยังมิได้ลิ้มลองเมื่อชาถูกรินสู่กา ไป๋ซินเหยาจึงให้นางกำนัลยกไปถวายให้ฮองเฮาที่นั่งรออยู่เป็นผู้ชิมเป็นคนแรก“ฮองเฮาเพคะ ลองเสวยสิเพคะ”“ท่านหญิงเป่า เหตุใดเจ้าดูตื่นเต้นกว่าข้าเสียอีก เจ้าจะลองดื่มกับข้าหรือไม่”“ไม่ๆๆๆ เพคะ ห
“เปล่านะ ข้าบาดเจ็บจริงๆ แต่ไม่ได้เจ็บมาก ยาที่เจ้าต้มมาได้ผลดีมากต่างหาก”“เอามือของท่านออกไปเลย มิเช่นนั้นข้าจะกลับห้อง”เขากระชับกอดนางพร้อมกับใช้ขาเกี่ยวรัดนางเอาไว้ไม่ให้นางขยับหนี กว่าเขาจะทำให้นางยอมคืนดีด้วยและยอมอยู่กับเขาจนถึงตอนนี้ช่างเป็นเรื่องที่เหนื่อยยิ่งกว่าคุมทหารทั้งกองทัพเสียอีก“เหยาเหยา เรามาต่อเรื่องของเราจากบนรถม้านั่นดีหรือไม่”“ท่านบอกว่าจะไม่รังแกข้า ตอนนี้ท่านน่าจะง่วงแล้วมิใช่หรือ”ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ไหนท่านหมอบอกว่ายานี้กินแล้วจะทำให้ง่วงเพลียและหลับทันทีอย่างไรเล่า แต่ดูท่าทางมือที่เลื้อยลุกลามไปทั่วเช่นนี้ มันไม่เหมือนคนที่บาดเจ็บหนักเลยสักนิด“จื่อหยางท่านจะหยุดหรือไม่หยุ….”“อืมมม หวานจัง..”ซินเหยาหลงกลหันมาเขาจับนางได้ก็ประกบปากอิ่มนั้นทันทีพร้อมกับไม่รั้งรอที่จะล้วงชิมความหวานในปากนั้นอย่างกระหายซินเหยาเองตอนนี้ก็เริ่มปล่อยอารมณ์ไปตามเขา นางรู้ดีว่ายิ่งห้ามก็เหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะทำให้เขาหาเรื่องนางได้มากขึ้นเท่านั้น นางเริ่มจูบเขาตอบจนนางรู้สึกว่าสัมผัสนั้นเริ่มอ่อนลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง….“จื่อหยาง องค์ชาย…เฮ้อ ออกฤทธิ์เสียที”นางห่มผ
องค์ชายแปดเดินเข้าไปในห้องที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เป็นอย่างดีสำหรับเขา เมื่อเขานั่งอยู่ที่เตียง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เป็นสาวใช้สองคนที่ยกอาหารมาให้เขา“ทูลองค์ชาย ท่านอ๋องให้ยกข้าวต้มมาให้พระองค์ หลังจากนั้นจะยกยามาให้เพคะ”“ขอบใจพวกเจ้ามาก”เขาเดินไปที่โต๊ะอาหารตอนนี้มือขวาที่ถนัดถูกพันผ้าเอาไว้จึงทำให้ยกช้อนลำบาก เมื่อต้องตักข้าวกินเอง ยังไม่ทันที่เขาจะตักข้าว เสียงประตูก็เปิดอีกครั้ง ไป๋ซินเหยายกยามาให้เขา นางเห็นว่าเขากำลังพยายามตักข้าว นางจึงนำถ้วยยาวางลงและนั่งข้างๆ เขา ดึงช้อนที่มือเขามาอย่างแรง เขาจึงร้องเจ็บแต่นางก็ยังไม่ยอมคุยกับเขาสักคำ“เหยาเหยา ข้าขอโทษที่ไม่บอกเจ้าเรื่องโจรป่า”นางป้อนข้าวเขา แต่ก็ยังไม่พูดอะไรออกมา ทำเพียงป้อนข้าวเขาต่อไปเรื่อย ๆ“เอ่อ…ที่ให้ท่านอากับเซียวจุนไปช่วยข้าเพราะข้ามีเหตุผล เหยาเหยา คุยกับข้าหน่อยสิ”ข้าวต้มถูกป้อนจนเกือบหมดจนเขายกมือพอแล้ว นางจึงเทน้ำให้เขา เมื่อเขาดื่มจนหมด นางจึงหยิบถ้วยยาส่งให้เขา องค์ชายแปดจึงดื่มรวดเดียวหมดโดยไม่ปริปากบ่นสักคำด้วยความเกรงกลัวว่าคนตรงหน้าจะเริ่มดุเขา“ข้ากินหมดแล้ว”ไป๋ซินเหยายกชามข้าวและยาใส่ถาดเตรียมจ