ฉินเหยี่ยนเย่ว์หยิบหูฟังแพทย์ขึ้นมา ตรวจการเต้นหัวใจ รวมถึงอาการของอวี้เอ๋อร์เมื่อได้ยินการเต้นหัวใจที่มีเรี่ยวแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียดขั้นตอนตั้งแต่แช่แข็งมาจนถึงฟื้นคืนชีพนี้ ไม่ว่าจะมองอีกกี่ครั้งล้วนราวกับกำลังฝันไปล้มล้างความรู้ทางการแพทย์ไปโดยสิ้นเชิงไร้สาระเกินไป และน่า
“แน่นอน” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ถูแหวนบนมือแม้ว่ายากจะเชื่อทว่า หินจันทราวัตถุเช่นนี้ อยู่เหนือจินตนาการจริง ๆหรือแม้กระทั่ง การที่นางสามารถมายังโลกใบนี้ได้ ก็เป็นเพราะพลังงานของหินจันทราจีอู๋เยียนไม่ค่อยเชื่อเท่าใดนัก “อาศัยเพียงวงแหวนเล็ก ๆ วงหนึ่ง ทำได้หรือ?”ฉินเหยี่ยนเย่ว์ถอนหายใจ “ข้ามิอาจอธิบายให
“ข้าจะนับถึงสาม เก็บกลิ่นอายสังหารของท่านเสีย ข้าไม่รังเกียจที่จะตายหรอกนะ ถึงอย่างไรก็มีอวี้เอ๋อร์ตายไปพร้อมข้าอยู่แล้ว ข้ามิได้เสียเปรียบแต่อย่างใด”“สาม” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ไอออกมาหนึ่งคำกลิ่นอายสังหารที่จีอู๋เยียนปล่อยออกมาถูกตงฟางหลีกำบังไว้เป็นส่วนใหญ่ก็ตาม หากนางยังคงได้รับผลกระทบไปด้วยสีหน้าขอ
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ผ่านไปครู่หนึ่ง จีอู๋เยียนก็เอ่ยถามเสียงเข้ม“ปฏิกิริยาปฏิเสธน่ะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดเสียงทุ้มต่ำ“ปฏิกิริยาปฏิเสธหรือ?”“ข้าไม่รู้ว่าจะอธิบายให้ท่านฟังอย่างไร” นางพรูลมหายใจปฏิกิริยาปฏิเสธเดิมเป็นคำศัพท์ทางชีววิทยาซึ่งก็คือยามที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ เซลล์ที่เ
สองมือของจีอู๋เยียนพันเกี่ยวกันไปมา ก่อนจะใช้นิ้วโป้งออกแรงกดที่หน้าผาก“อวี้เอ๋อร์...ขอร้องท่านล่ะ พยายามอีกครั้งเถอะ”เขาภาวนาเสียงพึมพำความเหี้ยมโหดในสีหน้านั้นลดลง และมีความหวังเพิ่มขึ้นฉินเหยี่ยนเย่ว์ตรวจร่างกายให้อวี้เอ๋อร์อีกหนึ่งรอบสถานการณ์ที่อวี้เอ๋อร์กำลังเผชิญในเวลานี้ คล้ายกับที่นาง
“ข้าสามารถควบคุมหินจันทราของข้าได้ เป็นเพราะว่าความคิดและร่างกายของข้าทั้งหมดประสานกับหินจันทรา”นางวาดวงกลมสองวงลงบนกระแสน้ำวน “หินจันทราในร่างกายของอวี้เอ๋อร์มีอยู่ไม่มาก ทำได้เพียงฝืนประคองนางให้อยู่ในสภาพมีชีวิตต่อไปได้”“หลังจากที่มอบแหวนที่มีหินจันทราให้นาง แหวนก็ได้ทำลายสมดุลเดิม หากแต่หินจัน
ตงฟางหลีกุมมือของนางแน่นอย่างควบคุมตนเองไม่ได้ออกแรงมากไปเล็กน้อย กุมแน่นจนฉินเหยี่ยนเย่ว์รู้สึกเจ็บเขารู้สึกหนักอึ้งอยู่ในก้นบึ้งหัวใจคนโง่คนนี้ ชัดเจนมากว่ากำลังฝืนให้ตนเองเข้มแข็ง!นางพูดง่ายปานนั้น หากในทางปฏิบัติจริง ๆ กลับทำได้ค่อนข้างยากถึงอย่างไร เขาก็ฟังทั้งหมดไม่เข้าใจอยู่แล้ว“ไม่ต้อง
“พี่เจ็ด ท่านยืนอยู่ตรงนั้นห้ามขยับเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์รู้สึกได้ถึงจุดประสงค์ของตงฟางหลี ก็พูดตะคอก “เชื่อฟังสิเพคะ”“ยัยหนู เจ้าไม่ใช่คู่ต่อกรของเขา” นัยน์ตาของตงฟางหลีก็แดงก่ำขึ้นมาเช่นเดียวกัน“เชื่อฟัง แล้วอย่าขยับเพคะ”“ยัยหนู!”“หากท่านกล้าเข้ามา หม่อมฉันก็จะไม่สนใจท่านแล้ว” ในน้ำเสียงเย็นชาข
“ศิษย์พี่ไม่รู้”“เขาเองก็เป็นศิษย์ของนักพรตเต๋าเทียนหลิงเหมือนกัน” ตงฟางหลีพูด“ท่านโง่หรือเปล่า?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดอย่างขุ่นเคือง “ศิษย์พี่มิใช่ผู้ที่ปรับตัวกับหินจันทราได้เสียหน่อย ต่อให้ได้แหวนไปก็ไร้ประโยชน์ เขาไม่สามารถเข้ามาในโรงพยาบาลแห่งนี้ได้ ย่อมไม่มีทางเข้าใจพวกนี้”ตงฟางหลีครุ่นคิด พลั
ตงฟางหลีเลิกคิ้วขึ้นสูงนัยน์ตาน่ามองเปล่งประกายแสงดาวระยิบระยับหากทำเช่นนั้นแล้วสามารถมาถึงที่แห่งนี้ได้ สามารถมองเห็นนางได้ เขาจะต้องทำให้มากขึ้นถึงจะถูกต้องฉินเหยี่ยนเย่ว์มองสีหน้าของเขา ก็รู้แล้วว่าเขากำลังคิดเรื่องไม่ดีอันใดอยู่นางหยิกใบหน้าหล่อเหลาของเขา “ท่านเพลา ๆ ลงหน่อย อย่าเอาแต่คิดเรื
การตกแต่งแปลกประหลาดยิ่ง และทั้งหมดเป็นของที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน“พี่เจ็ด ท่านใช้ได้เลยนี่เพคะ” ช่วงเวลาที่กำลังตื่นตะลึงอยู่นั้น เสียงคุ้นหูเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นตงฟางหลีรีบหันไปมอง เห็นเพียงฉินเหยี่ยนเย่ว์นั่งบนเก้าอี้ด้วยใบหน้าบึ้งตึง“ท่านลงมือกับหม่อมฉันที่อยู่ในสภาพนั้นได้อย่างไร?” นางขบเขี้ยว
ตงฟางหลีอุ้มฉินเหยี่ยนเย่ว์กลับไปที่เตียงฉินเหยี่ยนเย่ว์ดูเหมือนจะตกใจกลัว ขณะที่ร้องไห้ก็พลางส่ายหน้าเฮยตั้นคิดว่าตงฟางหลีกำลังรังแกนาง ขนตั้งชัน และส่งเสียงขู่คำรามออกมาจากในลำคอมันจ้องเขม็ง พร้อมที่จะโจมตีตงฟางหลีได้ทุกเมื่อ“เฮยตั้น เจ้าอย่ามายุ่ง นี่เป็นเรื่องของพวกเราสองคน ไม่เกี่ยวกับเจ้า”
ตงฟางหลีรู้สึกไปไม่ถูกเล็กน้อยยังไม่ถึงเวลาอย่างที่คิด และเหยี่ยนเย่ว์ก็ยังไม่ฟื้นตัวดีด้วยตงฟางหลียังมีเรื่องที่ต้องทำเขาเอนตัวนอนอยู่สักพักหนึ่ง อยากจะออกไปอย่างเงียบ ๆทันทีที่ออกไป ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็แสดงสีหน้าน้อยใจสีหน้าที่แสดงออกมานั้น ตงฟางหลีก็ไม่มีทางรับมือได้เลย“เหยี่ยนเย่ว์ รอเจ้าตื่น
ดวงตาของตงฟางหลีเบิกกว้างปรากฏน้ำค้างจาง ๆ และความอบอุ่นเล็กน้อยฉินเหยี่ยนเย่ว์เป็นเหมือนเด็กทารกที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับโลกใบนี้เลย ทั้งโง่เขลาและน่ารักนางสัมผัสใบหน้าของตงฟางหลี ราวกับว่าได้รับของเล่นสนุก ๆ“เหยี่ยนเย่ว์!” ใบหน้าของตงฟางหลีเปลี่ยนเป็นมืดทะมึนยัยหนูคนนี้ แม้นสภาพจิตใจจะกลายเป็
ในที่สุดตงฟางหลีก็สงบลง และพูดคุยกับฉินเหยี่ยนเย่ว์อยู่สักพักในคราแรกฉินเหยี่ยนเย่ว์อยู่เฉย ๆ ก็น่ารัก ไม่รู้ว่าจะตอบกลับอย่างไรภายใต้การชี้นำอย่างอดทนของเขา นางจึงมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจับความหมายของคำง่าย ๆ บางคำได้อย่างรวดเร็วราวกับเป็นเด็กที่กำลังพูดอ้อแอ้ตงฟางหลีรู้สึกว่าวิธีการของลู่จิ
“นี่ก็พูดยาก” ลู่จิ้นกล่าว “แต่ข้าคิดว่านี่ไม่เกี่ยวอะไรกับความทรงจำ”“เจ้าไม่สามารถพูดได้หรอกว่า ถ้าใบไม้ของต้นไม้ร่วงหล่น และในปีหน้าใบใหม่เติบโต ต้นไม้นี้จะกลายเป็นต้นไม้อีกต้นหรือไม่? รูปลักษณ์ในตอนนี้ของศิษย์น้องหญิงก็เหมือนกับเป็นต้นกล้าใหม่ เมื่อต้นกล้าค่อย ๆ เติบโตขึ้น ศิษย์น้องหญิงก็ยังคงเป
ลู่จิ้นเอาพู่กันแตะปลายคาง ราวกับกำลังครุ่นคิดอย่างจริงจัง “ข้ามีชีวิตเกินร้อยปีแล้ว ยังไม่เคยพบเห็นสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย”ตงฟางหลีหัวเราะเยาะ “ร้อยปีกว่านี้ท่านใช้ชีวิตไร้ประโยชน์เช่นสุนัขมาตลอดหรือ?”ใบหน้าของลู่จิ้นซีดลงทันใด “เจ้าเจ็ด เจ้ากำลังหาเรื่องใช่หรือไม่? ถ้าเจ้ามีความสามารถก็มาอธิบา