ครั้นฉินเหยี่ยนเย่ว์อยากจะมองออกไป นางรู้สึกถึงคำเตือนอันน่ากลัวของจีอู๋เยียน จึงหดตัวกลับมา เพียงคลุมร่างกายด้วยหนังเสือดาวแล้วปิดเปลือกตาลงตงฟางหลีค้นหาบริเวณใกล้เคียงเป็นเวลานาน หลังจากไร้ผลลัพธ์จึงพาทุกคนล่าถอยฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้ยินเสียงกีบม้าห่างออกไปเรื่อย ๆ หัวใจบีบรัดแน่นนางหวังสุดหัวใจว่า
“ออกเดินทางได้หรือยัง?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ฮึดอยู่ในใจ “จีอู๋เยียน เจ้าพูดคำไหนคำนั้นกระมัง?”“ย่อมเป็นเช่นนั้น” จีอู๋เยียนปรับเชือกนิดหน่อย และก้าวขึ้นไปด้านบน “ขึ้นมา”“ของสิ่งนี้จะไหวหรือ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์รู้สึกว่าที่ลากเลื่อนนี้ไม่น่าเชื่อถือและไม่แข็งแรงอย่างยิ่งนางลองเหยียบมัน หมาป่าหิมะสองตัวที่
จีอู๋เยียนไม่สนใจนาง เหยียบลงแผนภาพปาเจิ้นบนพื้นสองสามครั้ง บานประตูเปิดจากตรงกลางแท่นบูชาใต้ประตูบานนั้นมีบันไดคดเคี้ยวลงไป“ลงมา” เขาพูดน้ำเสียงเย็นชาฉินเหยี่ยนเย่ว์เห็นว่าเขาไม่ได้เปิดแท่นบูชายัญ จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่เมื่อเห็นว่าเขากำลังเดินลงไปอีกครั้ง หัวใจก็เต้นแรงขึ้นอีกของสิ่งนี้ด
“นางอยู่ที่นี่มานานเท่าใดแล้ว” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยปากถามจีอู๋เยียนคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง “ประมาณแปดปี”“แปดปีรึ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์อุทาน “จีอู๋เยียน เจ้าหาปัญหาใส่ตัวหรือไร?”ปลุกศพที่เก็บไว้นานแปดปีให้ตื่นขึ้นมา นี่เป็นเรื่องที่มนุษย์สามารถทำได้หรือ?แม้แต่เทพเซียนต้าหลัวก็ยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!จีอู๋
“ข้าจึงเข้าหาไป๋หลินยวน ล่อถามวิธีกินยาลูกกลอน และเอายาลูกกลอนไป” จีอู๋เยียนกล่าว “หลังจากกินไปแล้ว ดูเหมือนนางจะหลับไปเลย”“ข้ารอด้วยความกลัวมาหนึ่งเดือน นางไม่ตาย รอสามเดือนนางยังคงไม่ตาย ครึ่งปี หนึ่งปีนางยังมีชีวิตอยู่”“ยังมีชีวิตอยู่ แนวคิดคืออันใดกัน?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ถาม“นางยังหายใจอยู่ เล็บ
“ช่างเป็นเรื่องราวที่เกร่อมาก” ฉินเหยี่ยนเย่ว์บ่นในใจเงียบ ๆ ทว่าปากกลับไม่กล้าพูดออกมานางปรบมือ “เรื่องราวระหว่างพวกเจ้าสองคนช่างซาบซึ้งกินใจยิ่งนัก ใครได้ยินก็ต่างน้ำตาตก ความงามแสนสะท้าน”จีอู๋เยียนเหลือบมองนาง “จอมปลอม”ฉินเหยี่ยนเย่ว์ถูกจับไต๋ได้ ก่อนจะหัวเราะแห้งสองเสียงหลังจากที่จีอู๋เยียนใ
จีอู๋เยียนแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรอุณหภูมิของน้ำพุร้อนค่อนข้างสูง หลังจากที่อุณหภูมิของเด็กหญิงตัวน้อยเพิ่มสูงขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อยทว่า ยังคงอยู่ในสภาวะหลับลึก“สิ่งที่เจ้าชิงมาจากไป๋หลินยวนน่าจะเป็นยาพิษชนิดหนึ่ง” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดขึ้นสำหรับคนทั่วไปมันเป็นยาพิษ แต่สำหรับแ
“ข้าคาดเดาไว้มิผิด เลือดดำนี้เป็นฤทธิ์ร้อน เมื่อวานยามที่พวกเราล้อมรอบกองไฟด้วยกัน เนื่องจากอุณหภูมิสูง ดังนั้นเลือดดำจึงแข็งตัวได้อย่างรวเร็ว” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ถอนหายใจ “ร่างกายของแม่นางอวี้เอ๋อร์เย็นเฉียบ เลือดดำจึงมิได้แข็งตัวตามไปด้วย”ยาพิษก็คือยาถอนพิษ นี่จึงจะสอดคล้องกับอุปนิสัยของไป๋หลินยวนนา
ประมาทไปชั่วขณะ ก็ถูกพวกเขาแอบฟังเสียแล้วตงฟางหลีกวาดสายตาเย็นชามองพวกเขาครั้นเฟยอิ่งเห็นว่าเรื่องถูกเปิดโปงแล้ว ก็ไม่กล้าปากแข็ง รีบคุกเข่าลงทันที “ขอท่านอ๋องโปรดลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ลู่ซิวอับจนคำพูดกับตู้เหิงจอมปากสว่างมาก จึงตบเขาไปอย่างแรง “ท่านอ๋อง ท่านอย่าไปฟังที่ตู้เหิงพูดโม้เลยพ่ะย่ะค่ะ ตอน
ตอนที่ตงฟางหลีตื่นขึ้นมาตู้เหิงกำลังนอนคว่ำอยู่ข้างกายเขา ร้องไห้ออกมาด้วยความเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ด้านหลังตู้เหิงนั้น คือเฉียนชิงหยางและเฟยอิ่งที่มาทันทีหลังจากทราบข่าว รวมถึงลู่ซิวที่ถูกลากมาอย่างรีบร้อนคนทั้งห้องล้วนจับจ้องไปที่เตียงตงฟางหลีใบหน้าทะมึนประหนึ่งก้อนถ่านก่อนผล็อยหลับเขา
อำนาจของเงามีมากเพยงใด เขารู้ดีอยู่แก่ใจสกุลโจวที่ควบคุมอำนาจมากมาย ไม่มีวันเป็นฝ่ายถอยไปเองแน่นอนทว่า ในยามนี้เงาก็ถูกควบคุมอยู่ในกำมือของอ๋องอี๋หยางในระหว่างนี้จะต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างแน่นอน“หม่อมฉันมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีบางอย่าง” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูด “ในบันทึกเล่มนี้บอกว่าขุนนางสกุลโจวคน
“สมุดบันทึกที่พวกศิษย์พี่ลู่จิ้นเก็บรักษา ส่วนใหญ่เป็นกรณีตัวอย่างของการรักษา น่าจะเป็นบันทึกที่ท่านปู่บันทึกไว้ทันที ไม่มีประโยชน์อะไรมาก”“แต่บันทึกที่จงใจทิ้งไว้ที่นี่ต่างออกไป ด้านในได้บันทึกของที่หม่อมฉันไม่รู้จักไว้อีกมาก และยังมีเบาะแสที่มีคุณค่ามากอีกจำนวนหนึ่งด้วยเพคะ”ฉินเหยี่ยนเย่ว์ลากตงฟ
“ศิษย์พี่ไม่รู้”“เขาเองก็เป็นศิษย์ของนักพรตเต๋าเทียนหลิงเหมือนกัน” ตงฟางหลีพูด“ท่านโง่หรือเปล่า?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดอย่างขุ่นเคือง “ศิษย์พี่มิใช่ผู้ที่ปรับตัวกับหินจันทราได้เสียหน่อย ต่อให้ได้แหวนไปก็ไร้ประโยชน์ เขาไม่สามารถเข้ามาในโรงพยาบาลแห่งนี้ได้ ย่อมไม่มีทางเข้าใจพวกนี้”ตงฟางหลีครุ่นคิด พลั
ตงฟางหลีเลิกคิ้วขึ้นสูงนัยน์ตาน่ามองเปล่งประกายแสงดาวระยิบระยับหากทำเช่นนั้นแล้วสามารถมาถึงที่แห่งนี้ได้ สามารถมองเห็นนางได้ เขาจะต้องทำให้มากขึ้นถึงจะถูกต้องฉินเหยี่ยนเย่ว์มองสีหน้าของเขา ก็รู้แล้วว่าเขากำลังคิดเรื่องไม่ดีอันใดอยู่นางหยิกใบหน้าหล่อเหลาของเขา “ท่านเพลา ๆ ลงหน่อย อย่าเอาแต่คิดเรื
การตกแต่งแปลกประหลาดยิ่ง และทั้งหมดเป็นของที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน“พี่เจ็ด ท่านใช้ได้เลยนี่เพคะ” ช่วงเวลาที่กำลังตื่นตะลึงอยู่นั้น เสียงคุ้นหูเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นตงฟางหลีรีบหันไปมอง เห็นเพียงฉินเหยี่ยนเย่ว์นั่งบนเก้าอี้ด้วยใบหน้าบึ้งตึง“ท่านลงมือกับหม่อมฉันที่อยู่ในสภาพนั้นได้อย่างไร?” นางขบเขี้ยว
ตงฟางหลีอุ้มฉินเหยี่ยนเย่ว์กลับไปที่เตียงฉินเหยี่ยนเย่ว์ดูเหมือนจะตกใจกลัว ขณะที่ร้องไห้ก็พลางส่ายหน้าเฮยตั้นคิดว่าตงฟางหลีกำลังรังแกนาง ขนตั้งชัน และส่งเสียงขู่คำรามออกมาจากในลำคอมันจ้องเขม็ง พร้อมที่จะโจมตีตงฟางหลีได้ทุกเมื่อ“เฮยตั้น เจ้าอย่ามายุ่ง นี่เป็นเรื่องของพวกเราสองคน ไม่เกี่ยวกับเจ้า”
ตงฟางหลีรู้สึกไปไม่ถูกเล็กน้อยยังไม่ถึงเวลาอย่างที่คิด และเหยี่ยนเย่ว์ก็ยังไม่ฟื้นตัวดีด้วยตงฟางหลียังมีเรื่องที่ต้องทำเขาเอนตัวนอนอยู่สักพักหนึ่ง อยากจะออกไปอย่างเงียบ ๆทันทีที่ออกไป ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็แสดงสีหน้าน้อยใจสีหน้าที่แสดงออกมานั้น ตงฟางหลีก็ไม่มีทางรับมือได้เลย“เหยี่ยนเย่ว์ รอเจ้าตื่น