สาวใช้ร่ายรำ ม่านซือซือดึงสติตนกลับคืน แม้ความหวานล้ำที่เกิดขึ้นกับจ้าวเล่อซีจะทำให้นางอิ่มเอมใจ แต่สุดท้ายชายผู้นั้นก็เป็นปีศาจร้าย เขาส่งนางมาพร้อมสตรีเรือนอื่นๆ เพื่อรับใช้ชายอื่นและการมาถึงของจักรพรรดิเทียนฉางและเหล่าองค์ชายล้วนปกปิดเป็นความลับ พวกเขาแต่งตัวเป็นสามัญชน แต่กระทั่งท่าทางและคำพูดจาก็บ่งบอกว่าอยู่ในรั้วในวังมากกว่าเป็นคนร่ำรวยทั่วไปการแสดงถูกจัดขึ้นตรงกลาง มีทั้งร่ายรำ ดีดพิณ และขับร้อง แต่ทั้งหมดไม่ได้ทำให้จักรพรรดิเทียนฉางสนใจ กระทั่งหลิวฟ่านออกมากับสุนัขตัวโตสองตัว ทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นั้นต่างประหลาดใจ“เป็นการแสดงเล็กๆ น้อยๆ จากคณะละครของเรา เชิญทุกท่านสำราญใจนับแต่นี้” เหม่ยหลานที่ทำหน้าที่ควบคุมจัดการการร่ายรำในคืนนี้อธิบาย และกิริยานางคล้ายแม่เล้าในหอนางโลมม่านซือซือคาดไม่ถึงว่าหลิวฟ่านจะเลือกใช้การแสดงเร่าร้อนซึ่ง น่าตื่นใจเพียงนี้ อีกทั้งในโถงรับรองบนเรือถูกจุดธูปหอม พร้อมเครื่องดื่มที่ผสมสมุนไพรลึกลับที่เพิ่มกำหนัดให้แก่บุรุษสุนัขตัวโตขนสีดำขลับเข้ามาคลอเคลียหลิวฟ่าน และนางแยกขา กว้าง กว้างพอให้ทุกคนที่นั่งอยู่ต่างส่งเสียงหายใจรุนแรงดวงตากลมโตของม่าน
รัชทายาทเงา ม่านซือซือยังไม่ทันหายตกใจ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรวดเร็วไปหมด นางถูกส่งตัวขึ้นรถม้า จากนั้นมีชายตัวโตอุ้มขึ้นไปยังหอสูง เมื่อกวาดตามองให้รอบตัวหญิงสาวต้องสั่นเทิ้มอย่างควบคุมตนเองไม่ได้นางกลัวความสูงเยี่ยงนั้นรึ ความรู้สึกนี้ครอบงำร่างกายอย่างรุนแรง และหอแห่งนี้สูงมาก อีกฝั่งเป็นหน้าผามองลงไปเห็นน้ำทะเลลึก!สถานที่แห่งนี้ทำให้ม่านซือซือคล้ายตกเข้าไปอยู่ในอดีต นางกลัวระคนสับสน ขณะเดียวกันหูได้ยินคำพูดของหญิงรับใช้ที่ดังอยู่ไม่ห่าง“นั่นต้องเป็นเขา องค์รัชทายาทมู่จิ้น” คนที่กล่าวแสดงสีหน้าว่าปลาบปลื้มบุรุษผู้นั้นเหลือเกิน“เอ เท่าที่ข้ารู้ เขาเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว” อีกนางแย้งขัด“ฮึ... มันเป็นแผนของมเหสีเหออี้ แต่อย่าได้คิดสิ่งใดให้ปวดหัวดูท่าแล้ว ยามนี้เขาไม่ใช่คนที่จะขึ้นมาเป็นใหญ่แน่” สตรีนางแรกกล่าวถูกต้อง อีกทั้งเหออี้เกลียดลูกชายคนนี้ ด้วยมีความละม้ายจ้าวอี้คังราวกับเป็นคนคนเดียวกัน “ทำไมถึงกล่าวเช่นนั้น”“เจ้าลืมไปแล้วรึ ในอดีตกุ้ยเฟยผิงเสียนคลอดองค์ชายน้อยออกมา และราชโองการเขียนไว้ว่า องค์ชายที่เกิดจากกุ้ยเฟยผิงเสียนคือรัชทายาทที่แท้จริง ยกเว้นเสียแต่ว่าเขาเสียชีวิตถ
สายเลือดอำมหิต จ้าวเล่อซีปวดศีรษะอย่างฉับพลัน อาการเช่นนี้ทำให้เขาตระหนักว่าพิษที่อยู่ในร่างกายคงกำเริบอีกหน มันคือพิษที่ชาวเผ่าเยว่หลางปรุงขึ้น เรื่องนี้เขารู้จากแม่ทัพถานปิงซึ่งบอกว่าคนที่วางยาเขา รวมถึงคนชั่วที่อยู่นอกกำแพงเมืองแม้จะตายเป็นผีแล้วก็ยังนับเป็นศัตรู และเขาต้องคิดบัญชีแค้นพวกมันอย่างสาสม!ชายหนุ่มบีบขมับตน และพยายามขับเหงื่อออกมาให้มากที่สุด มันช่วยให้เขาคลายความปวดศีรษะซึ่งเหมือนจะระเบิดเสียให้ได้ ยามนี้เขาคิดถึงตำรับยาประหลาดที่ถูกปรุงขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือสตรีที่ต้องกลายเป็น ‘มนุษย์โอสถ’หญิงสาวจะถูกจับขังไว้ในแจกันใบยักษ์ แล้วป้อนด้วยสมุนไพรลึกลับ ก่อนจะกรีดเลือดสดๆ ให้เขาดื่มบำรุงร่างกาย สุดท้ายก็ควักหัวใจนางให้เขากิน!ถึงเขาจะโหดเหี้ยม แต่ไม่อาจเห็นชีวิตผู้บริสุทธิ์เป็นผักปลา ดังนั้นเรือนทั้งสิบสองหลังที่เขาดูแลอยู่ ฉากหน้าอาจป่าเถื่อน ทั้งวิปริต ทว่ามันเป็นการคัดเลือกว่าคนที่จะอยู่ภายใต้การดูแลของเขาแกร่งกล้า อีกทั้งไม่กลัวความตาย และยอมถวายชีวิตเพื่อเขา พวกนางต้องลุกขึ้นต่อสู้เพื่อที่จะไม่ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนในครอบครัวอย่างเช่นในอดีตระหว่างนั้น ดวงต
คุณชายท่านต้องอยู่กับข้า ยามนั้นขันทีข้างกายเขาโผล่ออกมาจากที่ซ่อน อาเฟยมีสีหน้าหวั่นวิตก เป็นเพราะเขารู้ว่าการเดินทางมาเมืองหลวงครั้งนี้ของจ้าวเล่อซีต้องเดิมพันด้วยหลายสิ่ง มันเป็นการเสี่ยงอันตราย อีกทั้งใครบางคนอาจไม่ซื่อ ไม่ยอมทำตามข้อตกลง และนั่นอาจทำให้ชีวิตขององค์ชายใบ้ตกอยู่ระหว่างความเป็นและความตายอาเฟยสูดลมหายใจลึก อย่างไรเขาก็ไม่อาจปล่อยให้ผู้เป็นนายทำสิ่งที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของตน“คุณชาย เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าสมควรไปช่วยแม่นางซือซือแทนท่านก็แล้วกัน”‘ความคิดนั้นช่างอับจนปัญญา เจ้าอยู่ดูแลทางนี้ เหม่ยหลานคงรับมือคนเดียวไม่ได้’ จ้าวเล่อซีรู้ดี ถึงเหม่ยหลานมีมือสังหารหลายคนช่วยเหลือ แต่เขาไว้ใจขันทีหนุ่มมากกว่าใคร“เช่นนั้น คุณชายโปรดระวังความปลอดภัย”ชายหนุ่มพยักหน้า และกำชับว่า ‘อย่าให้ใครออกจากเรือได้โดยเฉพาะอาของข้า เขาคือคนที่ต้องออกแรงมากหน่อย มิเช่นนั้นเรื่องนี้อาจไม่สำเร็จ’ขันทีหนุ่มสูดลมหายใจลึก อย่างไรเสียจ้าวเทียนฉางก็คือบุรุษที่เขามีใจให้ อีกฝ่ายควรตายในเงื้อมมือเขา ซึ่งย่อมดีกว่าสิ้นชีพด้วยคมดาบผู้อื่น “รับทราบคุณชาย”จากนั้น จ้าวเล่อซีกับทหารฝีมือดีของเขาห
“คุณชายจ้าว ข้าจะส่งเสริมให้ท่านหูหนวกและเป็นใบ้อย่างสมบูรณ์ หน้ากากผีก็ไม่จำเป็นต้องใช้ มู่จิ้นผู้นี้จะกรีดหน้าท่านให้มีบาดแผลเหวอะหวะ จนไม่มีผู้ใดอยากมองอีก”‘หากเจ้ามีฝีมือ จงก้าวเข้ามา อย่าได้เก่งแต่ปาก’“เหตุใดข้าต้องลงมือเอง ในเมื่อลูกสมุนข้ามีมากมาย”มู่จิ้นว่าจบก็สั่งให้คนของเขาออกมาจากที่ซ่อน แล้วเข้าไปรุมทำร้ายจ้าวเล่อซีราวกับเป็นพวกหมาหมู่ร่างสูงใหญ่คำรามเสียงดัง และจัดการศัตรูชั่วอย่างบ้าคลั่งหลายครั้งเขาเกือบพลาดพลั้งเพราะพวกมันเอาแต่แว้งกัด นอกจากนั้นยังเล่นทีเผลอเพื่อหวังใช้พิษร้ายกาจกับจ้าวเล่อซีเมื่อเขาวาดดาบในมือออกไปฟันร่างตรงหน้าอย่างรวดเร็ว และจ้าวเล่อซีต้องขมวดคิ้วมุ่น ร่างเหล่านั้นกลับเป็นสตรีในชุดเสื้อผ้าโปร่งบาง ที่เขาเห็นเช่นนั้นเกิดจากเขาถูกยาหลอนประสาทเล่นงาน“เหตุใดถึงยั้งมือเล่า” มู่จิ้นหัวเราะขบขันจ้าวเล่อซีเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงกว่าเดิมเพราะเสียงกรีดร้องของสตรีเหล่านั้น พร้อมเลือดสดๆ ของพวกนางที่พุ่งมาเปรอะเนื้อตัวเขา กระทั่งเขาหันไปอีกด้านหวังจะป้องกันตัวจากอาวุธมีคม ร่างอรชรของสตรีผู้หนึ่งก็โผเข้ามาหาเขา เนื้อตัวสตรีผู้นั้นสั่นเทา น้ำตาไหลนองหน้า จว
เชื่อใจข้าหรือไม่ ม่านซือซือสัมผัสที่ใบหน้าของจ้าวเล่อซี ก่อนพบว่าใบหน้าเขาซีดลงเรื่อยๆ ทว่าเขากลับยกยิ้มตรงมุมปากราวกับไม่ได้หวาดหวั่นต่อสิ่งที่เผชิญหน้าอยู่‘มีสิ่งใดให้กังวล...’ชายหนุ่มเอ่ยจบจึงขยับตัว เขาพยายามจับมือเรียวของนางที่เปรอะด้วยคราบเลือด แล้วนำมาวางไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายของตน“คุณชายจ้าว เราไม่มีเวลาแล้ว ต้องรีบออกจากที่นี่” หญิงสาวบอกชายหนุ่ม ขณะนั้นควันไฟพวยพุ่งหนาตา และไฟร้อนก็เผาไหม้จากทุกทิศทาง ทั้งหมดเป็นเพราะมู่จิ้นวางเพลิงเอาไว้ ซึ่งเปลวไฟเผาไหม้ข้าวของจนเสียหายหนัก อีกทั้งมีเสียงระเบิดตูมตาม ควันดังกล่าวผสมด้วยพิษร้ายแรง มันกำลังหลอกหลอนประสาททุกคน‘ข้ารู้ เจ้ากลัวหรือไม่’“มีคุณชายอยู่ด้วย ข้าไม่หวั่นต่อสิ่งใด”‘หึๆ นั่นคงเป็นเพราะข้าอันตรายกว่าทุกสิ่งกระมัง’จ้าวเล่อซีว่าจบจึงรวบรวมพลัง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เวลานั้น คนของเขาที่ยังรอดชีวิตเตรียมกระโดดลงจากหอแห่งนั้น ด้วยไฟลุกลามจากด้านล่าง หากต้องฝ่าความร้อนและเปลวเพลิงลงไป หากไม่ขาดอากาศหายใจคงถูกเผาทั้งเป็น ‘มู่จิ้น มันรอดตายได้หลังจากตกลงจากหอสูงนี้เมื่อหลายปีก่อน และข้ากับเจ้าก็เช่นกัน เราต้องมีชีวิตส
ข้าทำเจ้าลำบากแล้ว จ้าวเล่อซีวางร่างอรชรบนฟูกหนานุ่ม เขานั่งอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน คราแรกที่เขากับนางกระโดดลงจากหอสูงเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เพราะมีมือสังหารดักซุ่มอยู่และระดมยิงลูกธนูไฟใส่พวกเขา นั่นจึงเป็นสาเหตุให้เขาเสียหลัก เกือบพาม่านซือซือจมหายสู่กลางแม่น้ำลึก!หญิงสาวกอดชายหนุ่มแน่น นางหวาดกลัวจับจิต แต่ปากพร่ำพูดให้เขาทิ้งนางเสีย“คุณชายปล่อยข้า ซือซือ...ไม่มีค่าพอให้ต้องห่วงใย” นางผลักหน้าอกแกร่ง แล้วดิ้นรนเพื่อให้จ้าวเล่อซีสลัดนางทิ้งไป “หากยังมีวาสนาต่อกัน แม้ตายเป็นผีข้าก็จะตามไปรับใช้คุณชายเช่นเดิม”จ้าวเล่อซีหัวเราะหึๆ และเอ่ยเสียงขรึม ฝ่ากระแสลมแรงและระลอกคลื่นน้ำ ‘กล่าวได้ดี ชีวิตและวิญญาณเจ้าคือทาสของข้า เช่นนั้นสิ่งที่เจ้าปรารถนานับว่าประเสริฐที่สุด’ กล่าวจบเขาจึงตัดสินใจสกัดจุดให้ม่านซือซือ สิ้นฤทธิ์ลงเสีย มิเช่นนั้นทั้งเขาและนางอาจต้องทิ้งชีวิตไว้ในผืนน้ำลึกทั้งคู่พอเขาพานางขึ้นฝั่งได้ จ้าวเล่อซีต้องออกแรงอย่างหนักเพื่อเอาตัวรอดจากพวกหมาลอบกัด คราวนี้พวกที่เขาต้องเผชิญหน้ามีฝีมือคล้ายทหารที่ถูกฝึกมาอย่างดี อีกทั้งยังตั้งค่ายกลด้วยความชำนาญ มองปราดเดียวก็รู้ว่าไ
ปรารถนาตั้งครรภ์ให้มังกร หลังจากตื่นขึ้นมาในห้องนอนแปลกตา ม่านซือซือก็พยายามจับต้นชนปลายเรื่องต่างๆ เข้าด้วยกัน ทว่าผ่านไปนานเกือบหนึ่งก้านธูปดับ นางยังไม่อาจไขสิ่งใดให้กระจ่างใจไม่ใช่ว่านางไม่เคยร่วมรักกับจ้าวเล่อซี แต่ภาพที่เกิดขึ้นทั้งหมดช่างรัญจวนใจและสร้างความสุขแก่นาง อีกทั้งนางได้ยินคำหวานจากเขา จ้าวเล่อซีมิได้มีเสียงเหมือนสัตว์ป่าดุร้าย น้ำเสียงเขาทุ้มน่าฟังและยังเอ่ยชมนางไม่ขาดปากหรือว่าบุตรมังกรผู้นั้นไม่ได้เป็นใบ้!?!เรื่องนี้ไยนางถึงไม่ล่วงรู้มาก่อน ทั้งที่มีสัญญาณบอกเหตุหลายครั้ง หูเขาได้ยินเสียงดีเยี่ยม มันออกจะดีเกินไปเสียด้วยซ้ำ ผิดแต่เสียงของเขาเท่านั้นที่ชวนให้พรั่นพรึง และนั่นจึงเป็นเหตุให้เขาไม่ต้องการเอื้อนเอ่ยคำใดให้หลุดลอดจากริมฝีปากบางสีสดและภาพที่หญิงสาวพอจะจำได้ก็คือ จ้าวเล่อซีพิศร่างกายของม่านซือซือ และยิ้ม ยิ้มหล่อเหลาเหลือเกิน“มองเช่นนี้ ข้าคงละลายเป็นแน่แท้” นางเอ่ยท้วงด้วยความเอียงอาย“หึๆๆ ซือซืองามเช่นนี้ ข้าจะละสายตาได้อย่างไร หน้าอกคู่งาม ผิวขาวละเอียด และริมฝีปากเจ้าทำให้ข้าคะนึงหาทุกเช้าค่ำ” จ้าวเล่อซีปากหวานเหลือเกิน คำพูดเขาก็ทำให้นางอ่อนระท
ปรารถนาตั้งครรภ์ให้มังกร หลังจากตื่นขึ้นมาในห้องนอนแปลกตา ม่านซือซือก็พยายามจับต้นชนปลายเรื่องต่างๆ เข้าด้วยกัน ทว่าผ่านไปนานเกือบหนึ่งก้านธูปดับ นางยังไม่อาจไขสิ่งใดให้กระจ่างใจไม่ใช่ว่านางไม่เคยร่วมรักกับจ้าวเล่อซี แต่ภาพที่เกิดขึ้นทั้งหมดช่างรัญจวนใจและสร้างความสุขแก่นาง อีกทั้งนางได้ยินคำหวานจากเขา จ้าวเล่อซีมิได้มีเสียงเหมือนสัตว์ป่าดุร้าย น้ำเสียงเขาทุ้มน่าฟังและยังเอ่ยชมนางไม่ขาดปากหรือว่าบุตรมังกรผู้นั้นไม่ได้เป็นใบ้!?!เรื่องนี้ไยนางถึงไม่ล่วงรู้มาก่อน ทั้งที่มีสัญญาณบอกเหตุหลายครั้ง หูเขาได้ยินเสียงดีเยี่ยม มันออกจะดีเกินไปเสียด้วยซ้ำ ผิดแต่เสียงของเขาเท่านั้นที่ชวนให้พรั่นพรึง และนั่นจึงเป็นเหตุให้เขาไม่ต้องการเอื้อนเอ่ยคำใดให้หลุดลอดจากริมฝีปากบางสีสดและภาพที่หญิงสาวพอจะจำได้ก็คือ จ้าวเล่อซีพิศร่างกายของม่านซือซือ และยิ้ม ยิ้มหล่อเหลาเหลือเกิน“มองเช่นนี้ ข้าคงละลายเป็นแน่แท้” นางเอ่ยท้วงด้วยความเอียงอาย“หึๆๆ ซือซืองามเช่นนี้ ข้าจะละสายตาได้อย่างไร หน้าอกคู่งาม ผิวขาวละเอียด และริมฝีปากเจ้าทำให้ข้าคะนึงหาทุกเช้าค่ำ” จ้าวเล่อซีปากหวานเหลือเกิน คำพูดเขาก็ทำให้นางอ่อนระท
ข้าทำเจ้าลำบากแล้ว จ้าวเล่อซีวางร่างอรชรบนฟูกหนานุ่ม เขานั่งอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน คราแรกที่เขากับนางกระโดดลงจากหอสูงเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เพราะมีมือสังหารดักซุ่มอยู่และระดมยิงลูกธนูไฟใส่พวกเขา นั่นจึงเป็นสาเหตุให้เขาเสียหลัก เกือบพาม่านซือซือจมหายสู่กลางแม่น้ำลึก!หญิงสาวกอดชายหนุ่มแน่น นางหวาดกลัวจับจิต แต่ปากพร่ำพูดให้เขาทิ้งนางเสีย“คุณชายปล่อยข้า ซือซือ...ไม่มีค่าพอให้ต้องห่วงใย” นางผลักหน้าอกแกร่ง แล้วดิ้นรนเพื่อให้จ้าวเล่อซีสลัดนางทิ้งไป “หากยังมีวาสนาต่อกัน แม้ตายเป็นผีข้าก็จะตามไปรับใช้คุณชายเช่นเดิม”จ้าวเล่อซีหัวเราะหึๆ และเอ่ยเสียงขรึม ฝ่ากระแสลมแรงและระลอกคลื่นน้ำ ‘กล่าวได้ดี ชีวิตและวิญญาณเจ้าคือทาสของข้า เช่นนั้นสิ่งที่เจ้าปรารถนานับว่าประเสริฐที่สุด’ กล่าวจบเขาจึงตัดสินใจสกัดจุดให้ม่านซือซือ สิ้นฤทธิ์ลงเสีย มิเช่นนั้นทั้งเขาและนางอาจต้องทิ้งชีวิตไว้ในผืนน้ำลึกทั้งคู่พอเขาพานางขึ้นฝั่งได้ จ้าวเล่อซีต้องออกแรงอย่างหนักเพื่อเอาตัวรอดจากพวกหมาลอบกัด คราวนี้พวกที่เขาต้องเผชิญหน้ามีฝีมือคล้ายทหารที่ถูกฝึกมาอย่างดี อีกทั้งยังตั้งค่ายกลด้วยความชำนาญ มองปราดเดียวก็รู้ว่าไ
เชื่อใจข้าหรือไม่ ม่านซือซือสัมผัสที่ใบหน้าของจ้าวเล่อซี ก่อนพบว่าใบหน้าเขาซีดลงเรื่อยๆ ทว่าเขากลับยกยิ้มตรงมุมปากราวกับไม่ได้หวาดหวั่นต่อสิ่งที่เผชิญหน้าอยู่‘มีสิ่งใดให้กังวล...’ชายหนุ่มเอ่ยจบจึงขยับตัว เขาพยายามจับมือเรียวของนางที่เปรอะด้วยคราบเลือด แล้วนำมาวางไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายของตน“คุณชายจ้าว เราไม่มีเวลาแล้ว ต้องรีบออกจากที่นี่” หญิงสาวบอกชายหนุ่ม ขณะนั้นควันไฟพวยพุ่งหนาตา และไฟร้อนก็เผาไหม้จากทุกทิศทาง ทั้งหมดเป็นเพราะมู่จิ้นวางเพลิงเอาไว้ ซึ่งเปลวไฟเผาไหม้ข้าวของจนเสียหายหนัก อีกทั้งมีเสียงระเบิดตูมตาม ควันดังกล่าวผสมด้วยพิษร้ายแรง มันกำลังหลอกหลอนประสาททุกคน‘ข้ารู้ เจ้ากลัวหรือไม่’“มีคุณชายอยู่ด้วย ข้าไม่หวั่นต่อสิ่งใด”‘หึๆ นั่นคงเป็นเพราะข้าอันตรายกว่าทุกสิ่งกระมัง’จ้าวเล่อซีว่าจบจึงรวบรวมพลัง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เวลานั้น คนของเขาที่ยังรอดชีวิตเตรียมกระโดดลงจากหอแห่งนั้น ด้วยไฟลุกลามจากด้านล่าง หากต้องฝ่าความร้อนและเปลวเพลิงลงไป หากไม่ขาดอากาศหายใจคงถูกเผาทั้งเป็น ‘มู่จิ้น มันรอดตายได้หลังจากตกลงจากหอสูงนี้เมื่อหลายปีก่อน และข้ากับเจ้าก็เช่นกัน เราต้องมีชีวิตส
“คุณชายจ้าว ข้าจะส่งเสริมให้ท่านหูหนวกและเป็นใบ้อย่างสมบูรณ์ หน้ากากผีก็ไม่จำเป็นต้องใช้ มู่จิ้นผู้นี้จะกรีดหน้าท่านให้มีบาดแผลเหวอะหวะ จนไม่มีผู้ใดอยากมองอีก”‘หากเจ้ามีฝีมือ จงก้าวเข้ามา อย่าได้เก่งแต่ปาก’“เหตุใดข้าต้องลงมือเอง ในเมื่อลูกสมุนข้ามีมากมาย”มู่จิ้นว่าจบก็สั่งให้คนของเขาออกมาจากที่ซ่อน แล้วเข้าไปรุมทำร้ายจ้าวเล่อซีราวกับเป็นพวกหมาหมู่ร่างสูงใหญ่คำรามเสียงดัง และจัดการศัตรูชั่วอย่างบ้าคลั่งหลายครั้งเขาเกือบพลาดพลั้งเพราะพวกมันเอาแต่แว้งกัด นอกจากนั้นยังเล่นทีเผลอเพื่อหวังใช้พิษร้ายกาจกับจ้าวเล่อซีเมื่อเขาวาดดาบในมือออกไปฟันร่างตรงหน้าอย่างรวดเร็ว และจ้าวเล่อซีต้องขมวดคิ้วมุ่น ร่างเหล่านั้นกลับเป็นสตรีในชุดเสื้อผ้าโปร่งบาง ที่เขาเห็นเช่นนั้นเกิดจากเขาถูกยาหลอนประสาทเล่นงาน“เหตุใดถึงยั้งมือเล่า” มู่จิ้นหัวเราะขบขันจ้าวเล่อซีเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงกว่าเดิมเพราะเสียงกรีดร้องของสตรีเหล่านั้น พร้อมเลือดสดๆ ของพวกนางที่พุ่งมาเปรอะเนื้อตัวเขา กระทั่งเขาหันไปอีกด้านหวังจะป้องกันตัวจากอาวุธมีคม ร่างอรชรของสตรีผู้หนึ่งก็โผเข้ามาหาเขา เนื้อตัวสตรีผู้นั้นสั่นเทา น้ำตาไหลนองหน้า จว
คุณชายท่านต้องอยู่กับข้า ยามนั้นขันทีข้างกายเขาโผล่ออกมาจากที่ซ่อน อาเฟยมีสีหน้าหวั่นวิตก เป็นเพราะเขารู้ว่าการเดินทางมาเมืองหลวงครั้งนี้ของจ้าวเล่อซีต้องเดิมพันด้วยหลายสิ่ง มันเป็นการเสี่ยงอันตราย อีกทั้งใครบางคนอาจไม่ซื่อ ไม่ยอมทำตามข้อตกลง และนั่นอาจทำให้ชีวิตขององค์ชายใบ้ตกอยู่ระหว่างความเป็นและความตายอาเฟยสูดลมหายใจลึก อย่างไรเขาก็ไม่อาจปล่อยให้ผู้เป็นนายทำสิ่งที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของตน“คุณชาย เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าสมควรไปช่วยแม่นางซือซือแทนท่านก็แล้วกัน”‘ความคิดนั้นช่างอับจนปัญญา เจ้าอยู่ดูแลทางนี้ เหม่ยหลานคงรับมือคนเดียวไม่ได้’ จ้าวเล่อซีรู้ดี ถึงเหม่ยหลานมีมือสังหารหลายคนช่วยเหลือ แต่เขาไว้ใจขันทีหนุ่มมากกว่าใคร“เช่นนั้น คุณชายโปรดระวังความปลอดภัย”ชายหนุ่มพยักหน้า และกำชับว่า ‘อย่าให้ใครออกจากเรือได้โดยเฉพาะอาของข้า เขาคือคนที่ต้องออกแรงมากหน่อย มิเช่นนั้นเรื่องนี้อาจไม่สำเร็จ’ขันทีหนุ่มสูดลมหายใจลึก อย่างไรเสียจ้าวเทียนฉางก็คือบุรุษที่เขามีใจให้ อีกฝ่ายควรตายในเงื้อมมือเขา ซึ่งย่อมดีกว่าสิ้นชีพด้วยคมดาบผู้อื่น “รับทราบคุณชาย”จากนั้น จ้าวเล่อซีกับทหารฝีมือดีของเขาห
สายเลือดอำมหิต จ้าวเล่อซีปวดศีรษะอย่างฉับพลัน อาการเช่นนี้ทำให้เขาตระหนักว่าพิษที่อยู่ในร่างกายคงกำเริบอีกหน มันคือพิษที่ชาวเผ่าเยว่หลางปรุงขึ้น เรื่องนี้เขารู้จากแม่ทัพถานปิงซึ่งบอกว่าคนที่วางยาเขา รวมถึงคนชั่วที่อยู่นอกกำแพงเมืองแม้จะตายเป็นผีแล้วก็ยังนับเป็นศัตรู และเขาต้องคิดบัญชีแค้นพวกมันอย่างสาสม!ชายหนุ่มบีบขมับตน และพยายามขับเหงื่อออกมาให้มากที่สุด มันช่วยให้เขาคลายความปวดศีรษะซึ่งเหมือนจะระเบิดเสียให้ได้ ยามนี้เขาคิดถึงตำรับยาประหลาดที่ถูกปรุงขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือสตรีที่ต้องกลายเป็น ‘มนุษย์โอสถ’หญิงสาวจะถูกจับขังไว้ในแจกันใบยักษ์ แล้วป้อนด้วยสมุนไพรลึกลับ ก่อนจะกรีดเลือดสดๆ ให้เขาดื่มบำรุงร่างกาย สุดท้ายก็ควักหัวใจนางให้เขากิน!ถึงเขาจะโหดเหี้ยม แต่ไม่อาจเห็นชีวิตผู้บริสุทธิ์เป็นผักปลา ดังนั้นเรือนทั้งสิบสองหลังที่เขาดูแลอยู่ ฉากหน้าอาจป่าเถื่อน ทั้งวิปริต ทว่ามันเป็นการคัดเลือกว่าคนที่จะอยู่ภายใต้การดูแลของเขาแกร่งกล้า อีกทั้งไม่กลัวความตาย และยอมถวายชีวิตเพื่อเขา พวกนางต้องลุกขึ้นต่อสู้เพื่อที่จะไม่ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนในครอบครัวอย่างเช่นในอดีตระหว่างนั้น ดวงต
รัชทายาทเงา ม่านซือซือยังไม่ทันหายตกใจ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรวดเร็วไปหมด นางถูกส่งตัวขึ้นรถม้า จากนั้นมีชายตัวโตอุ้มขึ้นไปยังหอสูง เมื่อกวาดตามองให้รอบตัวหญิงสาวต้องสั่นเทิ้มอย่างควบคุมตนเองไม่ได้นางกลัวความสูงเยี่ยงนั้นรึ ความรู้สึกนี้ครอบงำร่างกายอย่างรุนแรง และหอแห่งนี้สูงมาก อีกฝั่งเป็นหน้าผามองลงไปเห็นน้ำทะเลลึก!สถานที่แห่งนี้ทำให้ม่านซือซือคล้ายตกเข้าไปอยู่ในอดีต นางกลัวระคนสับสน ขณะเดียวกันหูได้ยินคำพูดของหญิงรับใช้ที่ดังอยู่ไม่ห่าง“นั่นต้องเป็นเขา องค์รัชทายาทมู่จิ้น” คนที่กล่าวแสดงสีหน้าว่าปลาบปลื้มบุรุษผู้นั้นเหลือเกิน“เอ เท่าที่ข้ารู้ เขาเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว” อีกนางแย้งขัด“ฮึ... มันเป็นแผนของมเหสีเหออี้ แต่อย่าได้คิดสิ่งใดให้ปวดหัวดูท่าแล้ว ยามนี้เขาไม่ใช่คนที่จะขึ้นมาเป็นใหญ่แน่” สตรีนางแรกกล่าวถูกต้อง อีกทั้งเหออี้เกลียดลูกชายคนนี้ ด้วยมีความละม้ายจ้าวอี้คังราวกับเป็นคนคนเดียวกัน “ทำไมถึงกล่าวเช่นนั้น”“เจ้าลืมไปแล้วรึ ในอดีตกุ้ยเฟยผิงเสียนคลอดองค์ชายน้อยออกมา และราชโองการเขียนไว้ว่า องค์ชายที่เกิดจากกุ้ยเฟยผิงเสียนคือรัชทายาทที่แท้จริง ยกเว้นเสียแต่ว่าเขาเสียชีวิตถ
สาวใช้ร่ายรำ ม่านซือซือดึงสติตนกลับคืน แม้ความหวานล้ำที่เกิดขึ้นกับจ้าวเล่อซีจะทำให้นางอิ่มเอมใจ แต่สุดท้ายชายผู้นั้นก็เป็นปีศาจร้าย เขาส่งนางมาพร้อมสตรีเรือนอื่นๆ เพื่อรับใช้ชายอื่นและการมาถึงของจักรพรรดิเทียนฉางและเหล่าองค์ชายล้วนปกปิดเป็นความลับ พวกเขาแต่งตัวเป็นสามัญชน แต่กระทั่งท่าทางและคำพูดจาก็บ่งบอกว่าอยู่ในรั้วในวังมากกว่าเป็นคนร่ำรวยทั่วไปการแสดงถูกจัดขึ้นตรงกลาง มีทั้งร่ายรำ ดีดพิณ และขับร้อง แต่ทั้งหมดไม่ได้ทำให้จักรพรรดิเทียนฉางสนใจ กระทั่งหลิวฟ่านออกมากับสุนัขตัวโตสองตัว ทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นั้นต่างประหลาดใจ“เป็นการแสดงเล็กๆ น้อยๆ จากคณะละครของเรา เชิญทุกท่านสำราญใจนับแต่นี้” เหม่ยหลานที่ทำหน้าที่ควบคุมจัดการการร่ายรำในคืนนี้อธิบาย และกิริยานางคล้ายแม่เล้าในหอนางโลมม่านซือซือคาดไม่ถึงว่าหลิวฟ่านจะเลือกใช้การแสดงเร่าร้อนซึ่ง น่าตื่นใจเพียงนี้ อีกทั้งในโถงรับรองบนเรือถูกจุดธูปหอม พร้อมเครื่องดื่มที่ผสมสมุนไพรลึกลับที่เพิ่มกำหนัดให้แก่บุรุษสุนัขตัวโตขนสีดำขลับเข้ามาคลอเคลียหลิวฟ่าน และนางแยกขา กว้าง กว้างพอให้ทุกคนที่นั่งอยู่ต่างส่งเสียงหายใจรุนแรงดวงตากลมโตของม่าน
ม่านซือซือนั่งอยู่ในเรือที่ตกแต่งภายในอย่างสวยงาม คืนนี้นางอวดเนื้อหนังมากกว่าปกติ มีผ้าผืนบางๆ ปกปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งเอาไว้ กระนั้นความงามก็เป็นที่ต้องตาถูกใจผู้ชายแทบจะทุกคน ผิดแต่นางดูเศร้าสร้อยอยู่สักหน่อย และจิตใจไม่ใคร่อยู่กับเนื้อตัว สถานที่อันโอ่อ่าบนเรือลำใหญ่มีไว้สำหรับใช้เริงสวาท ซึ่งคืนนี้มีคณะทูตจากต่างแคว้นมาดื่มฉลองกัน และสุดท้ายย่อมจบลงด้วยการอุ่นเตียงกับเหล่าสาวงามที่ถูกคัดเลือกมาจากหลายที่ “ซือซือ เจ้าดูตื่นเต้นจนเกินไป” หลิวฟ่านว่าแล้วก็ยิ้มหวานให้กับชายร่างหนาที่กำลังมองนางด้วยสายตาหยาดเยิ้ม“ข้าคิดไม่ถึงว่าต้องมาอยู่ที่นี่” ม่านซือซือเอ่ยแล้วก็น้อยใจจ้าวเล่อซีไฉนทำกับนางได้ ถึงนางเป็นเพียงสาวใช้ของเขา แต่หลายวันที่ผ่านมากลับเป็นเขาที่ทำให้นางหวั่นไหว“โถ เจ้ามันโง่เขลา การมีชีวิตอยู่ภายใต้อำนาจของคฤหาสน์สัตตบงกชไม่ได้หอมหวานนักหรอก แต่มันก็ช่วยให้เรามีโอกาสได้แก้แค้นคนที่ทำให้เราต้องตกอยู่ในชะตากรรมเลวร้ายได้”“แต่ข้าไม่คิดแค้นใคร ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะข้ากระทำตัวเองทั้งนั้น” ม่านซือซือตอบหลิวฟ่าน และมันคือความจริง นางจะแค้นใครได้ เอี๊ยะถังรึ ก็เปล่า ส่วนม่านฮูหย