ม่านซือซือนั่งอยู่ในเรือที่ตกแต่งภายในอย่างสวยงาม คืนนี้นางอวดเนื้อหนังมากกว่าปกติ มีผ้าผืนบางๆ ปกปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งเอาไว้ กระนั้นความงามก็เป็นที่ต้องตาถูกใจผู้ชายแทบจะทุกคน ผิดแต่นางดูเศร้าสร้อยอยู่สักหน่อย และจิตใจไม่ใคร่อยู่กับเนื้อตัว สถานที่อันโอ่อ่าบนเรือลำใหญ่มีไว้สำหรับใช้เริงสวาท ซึ่งคืนนี้มีคณะทูตจากต่างแคว้นมาดื่มฉลองกัน และสุดท้ายย่อมจบลงด้วยการอุ่นเตียงกับเหล่าสาวงามที่ถูกคัดเลือกมาจากหลายที่ “ซือซือ เจ้าดูตื่นเต้นจนเกินไป” หลิวฟ่านว่าแล้วก็ยิ้มหวานให้กับชายร่างหนาที่กำลังมองนางด้วยสายตาหยาดเยิ้ม“ข้าคิดไม่ถึงว่าต้องมาอยู่ที่นี่” ม่านซือซือเอ่ยแล้วก็น้อยใจจ้าวเล่อซีไฉนทำกับนางได้ ถึงนางเป็นเพียงสาวใช้ของเขา แต่หลายวันที่ผ่านมากลับเป็นเขาที่ทำให้นางหวั่นไหว“โถ เจ้ามันโง่เขลา การมีชีวิตอยู่ภายใต้อำนาจของคฤหาสน์สัตตบงกชไม่ได้หอมหวานนักหรอก แต่มันก็ช่วยให้เรามีโอกาสได้แก้แค้นคนที่ทำให้เราต้องตกอยู่ในชะตากรรมเลวร้ายได้”“แต่ข้าไม่คิดแค้นใคร ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะข้ากระทำตัวเองทั้งนั้น” ม่านซือซือตอบหลิวฟ่าน และมันคือความจริง นางจะแค้นใครได้ เอี๊ยะถังรึ ก็เปล่า ส่วนม่านฮูหย
สาวใช้ร่ายรำ ม่านซือซือดึงสติตนกลับคืน แม้ความหวานล้ำที่เกิดขึ้นกับจ้าวเล่อซีจะทำให้นางอิ่มเอมใจ แต่สุดท้ายชายผู้นั้นก็เป็นปีศาจร้าย เขาส่งนางมาพร้อมสตรีเรือนอื่นๆ เพื่อรับใช้ชายอื่นและการมาถึงของจักรพรรดิเทียนฉางและเหล่าองค์ชายล้วนปกปิดเป็นความลับ พวกเขาแต่งตัวเป็นสามัญชน แต่กระทั่งท่าทางและคำพูดจาก็บ่งบอกว่าอยู่ในรั้วในวังมากกว่าเป็นคนร่ำรวยทั่วไปการแสดงถูกจัดขึ้นตรงกลาง มีทั้งร่ายรำ ดีดพิณ และขับร้อง แต่ทั้งหมดไม่ได้ทำให้จักรพรรดิเทียนฉางสนใจ กระทั่งหลิวฟ่านออกมากับสุนัขตัวโตสองตัว ทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นั้นต่างประหลาดใจ“เป็นการแสดงเล็กๆ น้อยๆ จากคณะละครของเรา เชิญทุกท่านสำราญใจนับแต่นี้” เหม่ยหลานที่ทำหน้าที่ควบคุมจัดการการร่ายรำในคืนนี้อธิบาย และกิริยานางคล้ายแม่เล้าในหอนางโลมม่านซือซือคาดไม่ถึงว่าหลิวฟ่านจะเลือกใช้การแสดงเร่าร้อนซึ่ง น่าตื่นใจเพียงนี้ อีกทั้งในโถงรับรองบนเรือถูกจุดธูปหอม พร้อมเครื่องดื่มที่ผสมสมุนไพรลึกลับที่เพิ่มกำหนัดให้แก่บุรุษสุนัขตัวโตขนสีดำขลับเข้ามาคลอเคลียหลิวฟ่าน และนางแยกขา กว้าง กว้างพอให้ทุกคนที่นั่งอยู่ต่างส่งเสียงหายใจรุนแรงดวงตากลมโตของม่าน
รัชทายาทเงา ม่านซือซือยังไม่ทันหายตกใจ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรวดเร็วไปหมด นางถูกส่งตัวขึ้นรถม้า จากนั้นมีชายตัวโตอุ้มขึ้นไปยังหอสูง เมื่อกวาดตามองให้รอบตัวหญิงสาวต้องสั่นเทิ้มอย่างควบคุมตนเองไม่ได้นางกลัวความสูงเยี่ยงนั้นรึ ความรู้สึกนี้ครอบงำร่างกายอย่างรุนแรง และหอแห่งนี้สูงมาก อีกฝั่งเป็นหน้าผามองลงไปเห็นน้ำทะเลลึก!สถานที่แห่งนี้ทำให้ม่านซือซือคล้ายตกเข้าไปอยู่ในอดีต นางกลัวระคนสับสน ขณะเดียวกันหูได้ยินคำพูดของหญิงรับใช้ที่ดังอยู่ไม่ห่าง“นั่นต้องเป็นเขา องค์รัชทายาทมู่จิ้น” คนที่กล่าวแสดงสีหน้าว่าปลาบปลื้มบุรุษผู้นั้นเหลือเกิน“เอ เท่าที่ข้ารู้ เขาเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว” อีกนางแย้งขัด“ฮึ... มันเป็นแผนของมเหสีเหออี้ แต่อย่าได้คิดสิ่งใดให้ปวดหัวดูท่าแล้ว ยามนี้เขาไม่ใช่คนที่จะขึ้นมาเป็นใหญ่แน่” สตรีนางแรกกล่าวถูกต้อง อีกทั้งเหออี้เกลียดลูกชายคนนี้ ด้วยมีความละม้ายจ้าวอี้คังราวกับเป็นคนคนเดียวกัน “ทำไมถึงกล่าวเช่นนั้น”“เจ้าลืมไปแล้วรึ ในอดีตกุ้ยเฟยผิงเสียนคลอดองค์ชายน้อยออกมา และราชโองการเขียนไว้ว่า องค์ชายที่เกิดจากกุ้ยเฟยผิงเสียนคือรัชทายาทที่แท้จริง ยกเว้นเสียแต่ว่าเขาเสียชีวิตถ
สายเลือดอำมหิต จ้าวเล่อซีปวดศีรษะอย่างฉับพลัน อาการเช่นนี้ทำให้เขาตระหนักว่าพิษที่อยู่ในร่างกายคงกำเริบอีกหน มันคือพิษที่ชาวเผ่าเยว่หลางปรุงขึ้น เรื่องนี้เขารู้จากแม่ทัพถานปิงซึ่งบอกว่าคนที่วางยาเขา รวมถึงคนชั่วที่อยู่นอกกำแพงเมืองแม้จะตายเป็นผีแล้วก็ยังนับเป็นศัตรู และเขาต้องคิดบัญชีแค้นพวกมันอย่างสาสม!ชายหนุ่มบีบขมับตน และพยายามขับเหงื่อออกมาให้มากที่สุด มันช่วยให้เขาคลายความปวดศีรษะซึ่งเหมือนจะระเบิดเสียให้ได้ ยามนี้เขาคิดถึงตำรับยาประหลาดที่ถูกปรุงขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือสตรีที่ต้องกลายเป็น ‘มนุษย์โอสถ’หญิงสาวจะถูกจับขังไว้ในแจกันใบยักษ์ แล้วป้อนด้วยสมุนไพรลึกลับ ก่อนจะกรีดเลือดสดๆ ให้เขาดื่มบำรุงร่างกาย สุดท้ายก็ควักหัวใจนางให้เขากิน!ถึงเขาจะโหดเหี้ยม แต่ไม่อาจเห็นชีวิตผู้บริสุทธิ์เป็นผักปลา ดังนั้นเรือนทั้งสิบสองหลังที่เขาดูแลอยู่ ฉากหน้าอาจป่าเถื่อน ทั้งวิปริต ทว่ามันเป็นการคัดเลือกว่าคนที่จะอยู่ภายใต้การดูแลของเขาแกร่งกล้า อีกทั้งไม่กลัวความตาย และยอมถวายชีวิตเพื่อเขา พวกนางต้องลุกขึ้นต่อสู้เพื่อที่จะไม่ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนในครอบครัวอย่างเช่นในอดีตระหว่างนั้น ดวงต
คุณชายท่านต้องอยู่กับข้า ยามนั้นขันทีข้างกายเขาโผล่ออกมาจากที่ซ่อน อาเฟยมีสีหน้าหวั่นวิตก เป็นเพราะเขารู้ว่าการเดินทางมาเมืองหลวงครั้งนี้ของจ้าวเล่อซีต้องเดิมพันด้วยหลายสิ่ง มันเป็นการเสี่ยงอันตราย อีกทั้งใครบางคนอาจไม่ซื่อ ไม่ยอมทำตามข้อตกลง และนั่นอาจทำให้ชีวิตขององค์ชายใบ้ตกอยู่ระหว่างความเป็นและความตายอาเฟยสูดลมหายใจลึก อย่างไรเขาก็ไม่อาจปล่อยให้ผู้เป็นนายทำสิ่งที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของตน“คุณชาย เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าสมควรไปช่วยแม่นางซือซือแทนท่านก็แล้วกัน”‘ความคิดนั้นช่างอับจนปัญญา เจ้าอยู่ดูแลทางนี้ เหม่ยหลานคงรับมือคนเดียวไม่ได้’ จ้าวเล่อซีรู้ดี ถึงเหม่ยหลานมีมือสังหารหลายคนช่วยเหลือ แต่เขาไว้ใจขันทีหนุ่มมากกว่าใคร“เช่นนั้น คุณชายโปรดระวังความปลอดภัย”ชายหนุ่มพยักหน้า และกำชับว่า ‘อย่าให้ใครออกจากเรือได้โดยเฉพาะอาของข้า เขาคือคนที่ต้องออกแรงมากหน่อย มิเช่นนั้นเรื่องนี้อาจไม่สำเร็จ’ขันทีหนุ่มสูดลมหายใจลึก อย่างไรเสียจ้าวเทียนฉางก็คือบุรุษที่เขามีใจให้ อีกฝ่ายควรตายในเงื้อมมือเขา ซึ่งย่อมดีกว่าสิ้นชีพด้วยคมดาบผู้อื่น “รับทราบคุณชาย”จากนั้น จ้าวเล่อซีกับทหารฝีมือดีของเขาห
“คุณชายจ้าว ข้าจะส่งเสริมให้ท่านหูหนวกและเป็นใบ้อย่างสมบูรณ์ หน้ากากผีก็ไม่จำเป็นต้องใช้ มู่จิ้นผู้นี้จะกรีดหน้าท่านให้มีบาดแผลเหวอะหวะ จนไม่มีผู้ใดอยากมองอีก”‘หากเจ้ามีฝีมือ จงก้าวเข้ามา อย่าได้เก่งแต่ปาก’“เหตุใดข้าต้องลงมือเอง ในเมื่อลูกสมุนข้ามีมากมาย”มู่จิ้นว่าจบก็สั่งให้คนของเขาออกมาจากที่ซ่อน แล้วเข้าไปรุมทำร้ายจ้าวเล่อซีราวกับเป็นพวกหมาหมู่ร่างสูงใหญ่คำรามเสียงดัง และจัดการศัตรูชั่วอย่างบ้าคลั่งหลายครั้งเขาเกือบพลาดพลั้งเพราะพวกมันเอาแต่แว้งกัด นอกจากนั้นยังเล่นทีเผลอเพื่อหวังใช้พิษร้ายกาจกับจ้าวเล่อซีเมื่อเขาวาดดาบในมือออกไปฟันร่างตรงหน้าอย่างรวดเร็ว และจ้าวเล่อซีต้องขมวดคิ้วมุ่น ร่างเหล่านั้นกลับเป็นสตรีในชุดเสื้อผ้าโปร่งบาง ที่เขาเห็นเช่นนั้นเกิดจากเขาถูกยาหลอนประสาทเล่นงาน“เหตุใดถึงยั้งมือเล่า” มู่จิ้นหัวเราะขบขันจ้าวเล่อซีเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงกว่าเดิมเพราะเสียงกรีดร้องของสตรีเหล่านั้น พร้อมเลือดสดๆ ของพวกนางที่พุ่งมาเปรอะเนื้อตัวเขา กระทั่งเขาหันไปอีกด้านหวังจะป้องกันตัวจากอาวุธมีคม ร่างอรชรของสตรีผู้หนึ่งก็โผเข้ามาหาเขา เนื้อตัวสตรีผู้นั้นสั่นเทา น้ำตาไหลนองหน้า จว
วังหลวงแคว้นชิง ณ ตำหนักของสนมกุ้ยเฟยผิงเสียน ท้องฟ้าคืนนั้นน่ากลัวเหลือเกิน อีกทั้งมีฝนตกตั้งแต่เช้า กระทั่งกลางดึกฟ้ายังรั่วไม่หยุด แต่เหนืออื่นใดตำหนักกว้างใหญ่แห่งนี้มีสิ่งสำคัญยิ่งกว่าให้วิตก ด้วยครรภ์ของกุ้ยเฟยผิงเสียนกำลังก่อปัญหาใหญ่ เหล่าหมอหลวงนับสิบชีวิตจึงมีสีหน้าเครียดจัด อีกทั้งจักรพรรดิอี้คังทรงอยู่ที่กำแพงเมืองทางทิศใต้ มีข่าวไม่สู้ดีว่าเกิดกบฏจากฝีมือเกากงกง ผู้เป็นอาของเต๋อเฟยอี้ (สนมเอกลำดับที่สามของจักรพรรดิ) มิหนำซ้ำนางยังเล่นชู้กับจ้าวเทียนฉาง น้องชายองค์จักรพรรดิ!เรื่องนี้ส่งผลให้กุ้ยเฟยผิงเสียนวิตกหนัก จึงกระทบต่อการคลอดทารก แต่จะไม่ให้นางคิดมากได้อย่างไร ด้วยสามีนางผู้นั่งบัลลังก์แคว้นชิง อาจไม่มีชีวิตกลับมาดูหน้าลูกน้อยผู้ที่จะได้เป็นองค์รัชทายาท!นางกำนัลที่ใกล้ชิดกุ้ยเฟยผิงเสียน นามว่าเหม่ยหลาน พยายามพูดปลอบคนใกล้คลอด ทว่ายามนี้สตรีแสนบอบบางที่เพิ่งตั้งครรภ์เป็นครั้งแรกเอาแต่ส่ายหน้าไม่หยุดและหวีดร้องเสียขวัญ ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อสามเดือนที่ผ่านมา นางเกือบสิ้นชีพเพราะลูกในท้องมาหนึ่งหน ด้วยลื่นล้มที่หอพระกลางวังหลวง สาเหตุเป็นเพราะความริษยาของเต๋อเฟยอี้
เมืองกุ้ยโจว แคว้นชิงยี่สิบสองปีต่อมาปลายวสันต์บุรุษเรือนกายสูงใหญ่ที่มีผิวขาวดุจหิมะบุกรุกเข้ามาหาสตรีที่นอนอยู่บนเตียงหลังน้อยในยามวิกาล นางส่งเสียงหวานแผ่วเบา เสียงซึ่งเกิดจากการถูกริมฝีปากบางสีสดบรรจงลวกตามผิวกายสาวยอดถันงดงามของนางเย้ายวนใจเขายิ่ง มันเป็นสีชมพูเข้ม และนางมีหน้าอกอวบสวยขนาดใหญ่ มันเด้งไหวรับการนวดเฟ้นจากแรงมือของเขา ราวกับก้อนเต้าหู้เนื้อดีเขาดูดเลียขบเม้มยอดถันพอให้นางส่งเสียงหวานอย่างเผลอไผล และหลังจากเล่นกับถันคู่งามสมใจ เขาก็เลื่อนริมฝีปากลงมาเรื่อยๆ กระทั่งถึงเนินสวาทที่ชวนให้ไล้ลิ้นชิมม่านซือซือเป็นหญิงที่ดูแลร่างกายได้ดีเหลือเกิน ขนซึ่งอยู่ใน ส่วนลับถูกเก็บให้เรียบร้อย มันจึงเผยให้ชายหนุ่มคลั่งหนักกว่าเดิม ด้วยเนินเนื้อนางนูนสวยอีกทั้งสั่นระริก ชวนให้เขากระแทกทั้งลิ้นและแก่นกายเข้าไปสำรวจความชุ่มชื้นข้างใน“เจ้ารอข้าอยู่ใช่หรือไม่ คงปรารถนาร่วมรักกับข้ามิต่างกัน” เขาเอ่ยจบก็หัวเราะลงลูกคอ เสียงหัวเราะที่แสนประหลาดอีกทั้งชวนให้ ครั่นคร้ามใจ ในคืนที่แสงจันทร์มีเมฆบดบังเช่นนี้ ห้องนอนของคุณหนูห้าสกุลม่านจึงมีเพียงแสงจากตะเกียงดวงน้อยที่ให้ความสว่างเพียง
“คุณชายจ้าว ข้าจะส่งเสริมให้ท่านหูหนวกและเป็นใบ้อย่างสมบูรณ์ หน้ากากผีก็ไม่จำเป็นต้องใช้ มู่จิ้นผู้นี้จะกรีดหน้าท่านให้มีบาดแผลเหวอะหวะ จนไม่มีผู้ใดอยากมองอีก”‘หากเจ้ามีฝีมือ จงก้าวเข้ามา อย่าได้เก่งแต่ปาก’“เหตุใดข้าต้องลงมือเอง ในเมื่อลูกสมุนข้ามีมากมาย”มู่จิ้นว่าจบก็สั่งให้คนของเขาออกมาจากที่ซ่อน แล้วเข้าไปรุมทำร้ายจ้าวเล่อซีราวกับเป็นพวกหมาหมู่ร่างสูงใหญ่คำรามเสียงดัง และจัดการศัตรูชั่วอย่างบ้าคลั่งหลายครั้งเขาเกือบพลาดพลั้งเพราะพวกมันเอาแต่แว้งกัด นอกจากนั้นยังเล่นทีเผลอเพื่อหวังใช้พิษร้ายกาจกับจ้าวเล่อซีเมื่อเขาวาดดาบในมือออกไปฟันร่างตรงหน้าอย่างรวดเร็ว และจ้าวเล่อซีต้องขมวดคิ้วมุ่น ร่างเหล่านั้นกลับเป็นสตรีในชุดเสื้อผ้าโปร่งบาง ที่เขาเห็นเช่นนั้นเกิดจากเขาถูกยาหลอนประสาทเล่นงาน“เหตุใดถึงยั้งมือเล่า” มู่จิ้นหัวเราะขบขันจ้าวเล่อซีเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงกว่าเดิมเพราะเสียงกรีดร้องของสตรีเหล่านั้น พร้อมเลือดสดๆ ของพวกนางที่พุ่งมาเปรอะเนื้อตัวเขา กระทั่งเขาหันไปอีกด้านหวังจะป้องกันตัวจากอาวุธมีคม ร่างอรชรของสตรีผู้หนึ่งก็โผเข้ามาหาเขา เนื้อตัวสตรีผู้นั้นสั่นเทา น้ำตาไหลนองหน้า จว
คุณชายท่านต้องอยู่กับข้า ยามนั้นขันทีข้างกายเขาโผล่ออกมาจากที่ซ่อน อาเฟยมีสีหน้าหวั่นวิตก เป็นเพราะเขารู้ว่าการเดินทางมาเมืองหลวงครั้งนี้ของจ้าวเล่อซีต้องเดิมพันด้วยหลายสิ่ง มันเป็นการเสี่ยงอันตราย อีกทั้งใครบางคนอาจไม่ซื่อ ไม่ยอมทำตามข้อตกลง และนั่นอาจทำให้ชีวิตขององค์ชายใบ้ตกอยู่ระหว่างความเป็นและความตายอาเฟยสูดลมหายใจลึก อย่างไรเขาก็ไม่อาจปล่อยให้ผู้เป็นนายทำสิ่งที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของตน“คุณชาย เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าสมควรไปช่วยแม่นางซือซือแทนท่านก็แล้วกัน”‘ความคิดนั้นช่างอับจนปัญญา เจ้าอยู่ดูแลทางนี้ เหม่ยหลานคงรับมือคนเดียวไม่ได้’ จ้าวเล่อซีรู้ดี ถึงเหม่ยหลานมีมือสังหารหลายคนช่วยเหลือ แต่เขาไว้ใจขันทีหนุ่มมากกว่าใคร“เช่นนั้น คุณชายโปรดระวังความปลอดภัย”ชายหนุ่มพยักหน้า และกำชับว่า ‘อย่าให้ใครออกจากเรือได้โดยเฉพาะอาของข้า เขาคือคนที่ต้องออกแรงมากหน่อย มิเช่นนั้นเรื่องนี้อาจไม่สำเร็จ’ขันทีหนุ่มสูดลมหายใจลึก อย่างไรเสียจ้าวเทียนฉางก็คือบุรุษที่เขามีใจให้ อีกฝ่ายควรตายในเงื้อมมือเขา ซึ่งย่อมดีกว่าสิ้นชีพด้วยคมดาบผู้อื่น “รับทราบคุณชาย”จากนั้น จ้าวเล่อซีกับทหารฝีมือดีของเขาห
สายเลือดอำมหิต จ้าวเล่อซีปวดศีรษะอย่างฉับพลัน อาการเช่นนี้ทำให้เขาตระหนักว่าพิษที่อยู่ในร่างกายคงกำเริบอีกหน มันคือพิษที่ชาวเผ่าเยว่หลางปรุงขึ้น เรื่องนี้เขารู้จากแม่ทัพถานปิงซึ่งบอกว่าคนที่วางยาเขา รวมถึงคนชั่วที่อยู่นอกกำแพงเมืองแม้จะตายเป็นผีแล้วก็ยังนับเป็นศัตรู และเขาต้องคิดบัญชีแค้นพวกมันอย่างสาสม!ชายหนุ่มบีบขมับตน และพยายามขับเหงื่อออกมาให้มากที่สุด มันช่วยให้เขาคลายความปวดศีรษะซึ่งเหมือนจะระเบิดเสียให้ได้ ยามนี้เขาคิดถึงตำรับยาประหลาดที่ถูกปรุงขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือสตรีที่ต้องกลายเป็น ‘มนุษย์โอสถ’หญิงสาวจะถูกจับขังไว้ในแจกันใบยักษ์ แล้วป้อนด้วยสมุนไพรลึกลับ ก่อนจะกรีดเลือดสดๆ ให้เขาดื่มบำรุงร่างกาย สุดท้ายก็ควักหัวใจนางให้เขากิน!ถึงเขาจะโหดเหี้ยม แต่ไม่อาจเห็นชีวิตผู้บริสุทธิ์เป็นผักปลา ดังนั้นเรือนทั้งสิบสองหลังที่เขาดูแลอยู่ ฉากหน้าอาจป่าเถื่อน ทั้งวิปริต ทว่ามันเป็นการคัดเลือกว่าคนที่จะอยู่ภายใต้การดูแลของเขาแกร่งกล้า อีกทั้งไม่กลัวความตาย และยอมถวายชีวิตเพื่อเขา พวกนางต้องลุกขึ้นต่อสู้เพื่อที่จะไม่ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนในครอบครัวอย่างเช่นในอดีตระหว่างนั้น ดวงต
รัชทายาทเงา ม่านซือซือยังไม่ทันหายตกใจ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรวดเร็วไปหมด นางถูกส่งตัวขึ้นรถม้า จากนั้นมีชายตัวโตอุ้มขึ้นไปยังหอสูง เมื่อกวาดตามองให้รอบตัวหญิงสาวต้องสั่นเทิ้มอย่างควบคุมตนเองไม่ได้นางกลัวความสูงเยี่ยงนั้นรึ ความรู้สึกนี้ครอบงำร่างกายอย่างรุนแรง และหอแห่งนี้สูงมาก อีกฝั่งเป็นหน้าผามองลงไปเห็นน้ำทะเลลึก!สถานที่แห่งนี้ทำให้ม่านซือซือคล้ายตกเข้าไปอยู่ในอดีต นางกลัวระคนสับสน ขณะเดียวกันหูได้ยินคำพูดของหญิงรับใช้ที่ดังอยู่ไม่ห่าง“นั่นต้องเป็นเขา องค์รัชทายาทมู่จิ้น” คนที่กล่าวแสดงสีหน้าว่าปลาบปลื้มบุรุษผู้นั้นเหลือเกิน“เอ เท่าที่ข้ารู้ เขาเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว” อีกนางแย้งขัด“ฮึ... มันเป็นแผนของมเหสีเหออี้ แต่อย่าได้คิดสิ่งใดให้ปวดหัวดูท่าแล้ว ยามนี้เขาไม่ใช่คนที่จะขึ้นมาเป็นใหญ่แน่” สตรีนางแรกกล่าวถูกต้อง อีกทั้งเหออี้เกลียดลูกชายคนนี้ ด้วยมีความละม้ายจ้าวอี้คังราวกับเป็นคนคนเดียวกัน “ทำไมถึงกล่าวเช่นนั้น”“เจ้าลืมไปแล้วรึ ในอดีตกุ้ยเฟยผิงเสียนคลอดองค์ชายน้อยออกมา และราชโองการเขียนไว้ว่า องค์ชายที่เกิดจากกุ้ยเฟยผิงเสียนคือรัชทายาทที่แท้จริง ยกเว้นเสียแต่ว่าเขาเสียชีวิตถ
สาวใช้ร่ายรำ ม่านซือซือดึงสติตนกลับคืน แม้ความหวานล้ำที่เกิดขึ้นกับจ้าวเล่อซีจะทำให้นางอิ่มเอมใจ แต่สุดท้ายชายผู้นั้นก็เป็นปีศาจร้าย เขาส่งนางมาพร้อมสตรีเรือนอื่นๆ เพื่อรับใช้ชายอื่นและการมาถึงของจักรพรรดิเทียนฉางและเหล่าองค์ชายล้วนปกปิดเป็นความลับ พวกเขาแต่งตัวเป็นสามัญชน แต่กระทั่งท่าทางและคำพูดจาก็บ่งบอกว่าอยู่ในรั้วในวังมากกว่าเป็นคนร่ำรวยทั่วไปการแสดงถูกจัดขึ้นตรงกลาง มีทั้งร่ายรำ ดีดพิณ และขับร้อง แต่ทั้งหมดไม่ได้ทำให้จักรพรรดิเทียนฉางสนใจ กระทั่งหลิวฟ่านออกมากับสุนัขตัวโตสองตัว ทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นั้นต่างประหลาดใจ“เป็นการแสดงเล็กๆ น้อยๆ จากคณะละครของเรา เชิญทุกท่านสำราญใจนับแต่นี้” เหม่ยหลานที่ทำหน้าที่ควบคุมจัดการการร่ายรำในคืนนี้อธิบาย และกิริยานางคล้ายแม่เล้าในหอนางโลมม่านซือซือคาดไม่ถึงว่าหลิวฟ่านจะเลือกใช้การแสดงเร่าร้อนซึ่ง น่าตื่นใจเพียงนี้ อีกทั้งในโถงรับรองบนเรือถูกจุดธูปหอม พร้อมเครื่องดื่มที่ผสมสมุนไพรลึกลับที่เพิ่มกำหนัดให้แก่บุรุษสุนัขตัวโตขนสีดำขลับเข้ามาคลอเคลียหลิวฟ่าน และนางแยกขา กว้าง กว้างพอให้ทุกคนที่นั่งอยู่ต่างส่งเสียงหายใจรุนแรงดวงตากลมโตของม่าน
ม่านซือซือนั่งอยู่ในเรือที่ตกแต่งภายในอย่างสวยงาม คืนนี้นางอวดเนื้อหนังมากกว่าปกติ มีผ้าผืนบางๆ ปกปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งเอาไว้ กระนั้นความงามก็เป็นที่ต้องตาถูกใจผู้ชายแทบจะทุกคน ผิดแต่นางดูเศร้าสร้อยอยู่สักหน่อย และจิตใจไม่ใคร่อยู่กับเนื้อตัว สถานที่อันโอ่อ่าบนเรือลำใหญ่มีไว้สำหรับใช้เริงสวาท ซึ่งคืนนี้มีคณะทูตจากต่างแคว้นมาดื่มฉลองกัน และสุดท้ายย่อมจบลงด้วยการอุ่นเตียงกับเหล่าสาวงามที่ถูกคัดเลือกมาจากหลายที่ “ซือซือ เจ้าดูตื่นเต้นจนเกินไป” หลิวฟ่านว่าแล้วก็ยิ้มหวานให้กับชายร่างหนาที่กำลังมองนางด้วยสายตาหยาดเยิ้ม“ข้าคิดไม่ถึงว่าต้องมาอยู่ที่นี่” ม่านซือซือเอ่ยแล้วก็น้อยใจจ้าวเล่อซีไฉนทำกับนางได้ ถึงนางเป็นเพียงสาวใช้ของเขา แต่หลายวันที่ผ่านมากลับเป็นเขาที่ทำให้นางหวั่นไหว“โถ เจ้ามันโง่เขลา การมีชีวิตอยู่ภายใต้อำนาจของคฤหาสน์สัตตบงกชไม่ได้หอมหวานนักหรอก แต่มันก็ช่วยให้เรามีโอกาสได้แก้แค้นคนที่ทำให้เราต้องตกอยู่ในชะตากรรมเลวร้ายได้”“แต่ข้าไม่คิดแค้นใคร ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะข้ากระทำตัวเองทั้งนั้น” ม่านซือซือตอบหลิวฟ่าน และมันคือความจริง นางจะแค้นใครได้ เอี๊ยะถังรึ ก็เปล่า ส่วนม่านฮูหย
เริงสวาทบนผืนน้ำ ม่านซือซือรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่า คนที่ช่วยนางออกจากการผูกห้อยอยู่ที่กิ่งไม้คือเหม่ยหลานและอาเฟย ทั้งคู่ส่งเสียงถอนหายใจแข่งกัน และอีกฝ่ายหนึ่งก็เอ่ยว่า“เจ้าทำสิ่งใดให้คุณชายขัดเคืองใจก็หลายหน แต่นับว่ายังมีวาสนาดีมากรู้หรือไม่ หากเป็นสตรีนางอื่น ป่านนี้ถูกจับโยนลงเขาไปแล้ว”หญิงสาวได้แต่มองเหม่ยหลาน ใครจะว่านางโหดร้ายหรือมักทำสิ่งใดเพื่อให้สาวใช้ในเรือนต้องเจ็บตัว นั่นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ทว่าลึกๆ เหม่ยหลานจิตใจดี และหญิงสาวที่ถูกซื้อตัวมาอยู่ในเรือนนี้ล้วนมีชะตากรรมที่โชคร้าย หากคฤหาสน์สัตตบงกชไม่รับไว้ ชีวิตที่อยู่ข้างนอกอาจเลวร้ายกว่านี้เป็นร้อยเท่า แต่แรกม่านซือซือไม่เชื่อ กระทั่งอาเฟยบอกนางอย่างชัดแจ้งว่าบิดาตัดสินใจขายนางออกไปเป็นทาสจริงๆหลังจากม่านฮูหยินให้คนไปสืบและได้รู้ว่าม่านซือซือลักลอบออกมาพบกับเอี๊ยะถัง และนางยังเป็นคนวางแผนให้เอี๊ยะถังข่มเหงน้ำใจม่านซือซือด้วย พอม่านเจิ้นรู้เรื่องนี้เข้า แทนที่เขาจะสงสารนาง กลับกลายเป็นว่าเขาไม่อยากพบหน้าลูกสาวคนนี้อีก เพราะทำให้ชื่อเสียงสกุลมัวหมองเหม่ยหลานมองคนที่เพิ่งคลายจากความตกใจ และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปลอบโยน“
ชายหนุ่มว่าแล้วก็หันไปมองเรือนโอสถ ใจเขานั้นห่วงม่านซือซือ เมื่อรู้ว่านางต้องพิษเขาก็จัดการให้เหม่ยหลานเร่งหาตัวคนกระทำผิด กระทั่งจับได้ ทว่านางพวกนั้นชิงฆ่าตัวตายเสียก่อน“พรุ่งนี้จะมีสาวใช้เข้ามาใหม่อีกห้านาง คุณชายอยากทดสอบพวกนางหรือไม่ขอรับ”จ้าวเล่อซีไม่ตอบแต่ถีบอาเฟยอย่างแรง จนพ่อบ้านคนสนิทล้มลงไปกองบนพื้น‘ข้าต้องเล่นสนุกกับพวกนางอีกรึ ไสหัวไป และอย่าให้เกิดเรื่องเหลวไหลกับซือซืออีก’เมื่อได้รับข้อความนั้น อาเฟยก็แจ้งใจว่าที่องค์ชายใบ้เสียแรงลงไปคัดเลือกหญิงรับใช้ด้วยตนเองในครั้งนั้น ล้วนเป็นเพราะม่านซือซือ ในยามรุ่งสาง ม่านซือซือฝันประหลาด ความฝันยากเกินอธิบายได้ หากมันทำให้นางหลั่ง หลั่งน้ำหวานอย่างมากมาย และโชคร้ายเหลือเกิน เมื่อนางสะดุ้งตื่น คนที่อยู่ข้างกายนางคือจ้าวเล่อซีเขาพ่นลมหายใจร้อนๆ แสดงออกว่าไม่พอใจนาง จะด้วยเหตุใด หากไม่ใช่เพราะนางหลั่งความหวานออกมาจนอาบสองขาและเปียกฟูกนอน ซึ่งหลายวันที่ผ่านมาเขาไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์สัตตบงกช และเมื่อยามสายของเมื่อวานเขากลับมาที่นี่และคลอเคลียนางที่เรือนโอสถ ทว่าร่างกายของม่านซือซือยังไม่ใคร่จะหายดี นางกลัวว่าจะรับใช้เขาไม่ได้จึงพ
กระต่ายน้อยจงอย่าขัดใจ ม่านซือซือตื่นนอน และคนที่อยู่ในห้องกับนางคือเหม่ยหลาน รวมถึงทาสหญิง และยังมีผู้คุมกฎบ้านหญิงสาวเตรียมอ้าปากเพื่อบอกความจริงให้ทุกคนเข้าใจ แต่เหม่ยหลานยกมือห้าม“ไม่ต้องพูดสิ่งใด ข้าเชื่อเจ้า และตอนนี้เรื่องของสาวใช้หอวิหคปล่อยเอาไว้ก่อนเถิด”“นางเป็นเช่นไรบ้างแม่นมหลาน”“นางหลับสบาย ไม่ทุกข์ร้อนอันใดอีก”เมื่อเหม่ยหลานเอ่ยเช่นนั้น ม่านซือซือก็เข้าใจว่าสตรีคนดังกล่าวจากโลกนี้ไปแล้ว จึงไม่มีสิ่งใดต้องถามไถ่อีก“ตัวเจ้าเล่า อาการดีขึ้นหรือไม่”“ดีขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ข้าไม่ทราบได้ว่าเหตุใดถึงมีคนคิดร้ายต่อข้า”เหม่ยหลานหัวเราะออกมาน้อยๆ และตอบนาง “อย่างที่เสี่ยวเหยากล่าว เจ้าคือคนที่คุณชายพึงใจกว่าใคร และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้คนอื่นริษยา”“ข้าเพียงแต่อยากรับใช้คุณชาย ไม่คิดชิงดีชิงเด่นหรืออยากเป็นศัตรูใคร” ม่านซือซือเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ“หึๆๆ มันสายเกินไปแล้ว เมื่อเข้ามาที่นี่เจ้าก็ไม่อาจมีชีวิตเช่นเดิม ฉะนั้นอย่าได้ทำตัวเป็นคนเขลาหรือซื่อจนเกินเหตุ”หลังจากทุกคนกลับไป ม่านซือซือก็ง่วนอยู่กับการดูแลตนเอง และเตรียมตัวให้พร้อมหากจ้าวเล่อซีต้องการหลับนอนกับนา