Share

บทที่ 582

Author: จี้เวยเวย
ไม่เพียงแต่ได้เป็นนายหญิงของจวนตระกูลหลินอย่างราบรื่น แต่ยังสามารถรับช่วงต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่ซ่งรั่วเจินทิ้งไว้อย่างชอบธรรม...

หลังจากนั้น เขาก็ไต่เต้าสูงขึ้นเรื่อยๆ รักใคร่ปรองดองกับซวงซวง สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในความฝันกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ยังสอดคล้องกันอีกด้วย!

ไม่ว่าจะเป็นซวงซวงค้นพบเงินที่ทุจริตไป หรือเรื่องที่องค์ชายรองถูกลอบสังหารระหว่างการล่าสัตว์ ทุกอย่างนี้ทำให้เขาตระหนักว่าไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ

การรู้อนาคตที่ซวงซวงว่า เป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่?

หลินจือเยว่สลบไปสองวันเต็ม ตอนฟื้นขึ้นมาอ่อนแออย่างยิ่ง แทบเหลือเพียงลมหายใจรวยริน

“ไร้ประโยชน์จริงๆ ก็แค่แม่ตายไป แต่กลับฝันร้ายได้ขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ลงไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ท่านเสียเลยเล่า?”

ฉินซวงซวงหัวเราะเยาะหยัน เห็นหลินจือเยว่ฟื้นขึ้นมาได้ก็ออกจะผิดหวัง นึกว่าเขาจะตายไปเลยเสียอีก

หลินจือเยว่จ้องมองใบหน้าตรงหน้าอย่างเย็นชา สตรีที่รักใคร่ปรองดองอยู่ร่วมกับเขาจนแก่เฒ่าในความฝันผู้นั้น ชาตินี้กลับทำร้ายเขาจนตกอยู่ในสภาพนี้!

เขาถึงกับชอบสตรีมากพิษร้ายเช่นนี้มาชั่วชีวิต!

“ฉินซวงซวง เจ้า
Locked Chapter
Continue Reading on GoodNovel
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
หยง หยง
สนุกคับ มาต่ออีกนคับ ขอหลายๆตอนคับ
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 583

    หลังจากฉินซวงซวงพบว่าปลายทางเนรเทศของตนเองเปลี่ยนไปแล้วก็รู้สึกยินดียิ่งนัก นางรู้ว่ามีคนกำลังช่วยเหลือนางอยู่กู้อวิ๋นเวยแวะมาเยี่ยมฉินซวงซวงโดยเฉพาะ ตระกูลกู้ยังคงใจแข็งเป็นก้อนหิน ไม่คิดจะช่วยเหลือพวกนางแม้แต่น้อย โชคดีที่ตระกูลเหยาให้ความสำคัญกับเด็กคนนี้จึงยอมยื่นมือเข้าช่วยแน่นอน โทษเนรเทศย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้อยู่แล้ว เพียงเปลี่ยนปลายทางเนรเทศเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างใกล้โดยให้เหตุผลว่าตั้งครรภ์เช่นเดียวกันกับเหอเซียงหนิง“ท่านแม่ ถ้าอย่างนั้นพอข้าคลอดลูกแล้วก็ยังต้องไปสถานที่ทุรกันดารอยู่ดีน่ะสิเจ้าคะ?” ฉินซวงซวงอดจะร้อนใจไม่ได้ “ตระกูลเหยาไม่มีวิธีช่วยข้าเลยหรือ?”“ตระกูลเหยาเดิมก็ตั้งใจจะเก็บไว้แค่เด็กไม่เอาแม่ จะยอมลงแรงเพื่อเรื่องนี้ได้อย่างไรกัน?”นับแต่กู้อวิ๋นเวยได้ยินผลลัพธ์เช่นนี้ก็ทราบจุดประสงค์ของตระกูลเหยาแล้ว ครอบครัวนี้ก็ไม่ใช่คนดีอันใด นอกจากนี้ ซวงซวงเดิมก็มีชื่อเสียงเสื่อมเสีย เกรงว่าพวกเขาคงไม่ยอมให้นางเข้าจวนฉินซวงซวงหน้าเปลี่ยนสี “งั้นข้าจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ?”“ไม่ต้องร้อนใจไป ในมือยายเจ้ามีป้ายทองละเว้นโทษตายอยู่ รอจนข้าได้ป้ายทองละเว้นโทษตายมาแล้วก็

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 584

    โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว งานมงคลของซ่งเยี่ยนโจวกับลั่วชิงอินก็ใกล้เข้ามาแล้ว กู้อวิ๋นเวยเห็นว่าตัวเองน่าอนาถปานนี้ ตระกูลซ่งกลับจัดงานมงคลอย่างเอิกเกริก ความคับแค้นใจยิ่งหนักหนากว่าเดิมจึงตรงไปหาหลิ่วเฟยเยี่ยนหลิ่วเฟยเยี่ยนได้ยินแต่แรกแล้วว่ากู้อวิ๋นเวยเกิดเรื่อง ชีวิตช่วงนี้ของนางเดิมก็ไม่ง่าย ทราบว่าบัดนี้กู้อวิ๋นเวยช่วยเหลืออันใดไม่ได้ทั้งยังอาจทำให้นางเดือดร้อนจึงจงใจหลบหน้าไม่ยอมออกมาปรากฏตัวคิดไม่ถึงว่ากู้อวิ๋นเวยจะมาดักรอนางอยู่ละแวกบ้าน นางตกใจยกใหญ่ ด้วยความอับจนปัญญา นางได้แต่บอกว่าตอนนี้ตนเองไม่มีเงินแล้ว ช่วยเหลืออันใดไม่ได้แต่กู้อวิ๋นเวยไม่ได้คิดจะมาเรียกร้องเงินจากนาง แต่กลับเสนอแผนจัดการตระกูลซ่ง ดวงตาของหลิ่วเฟยเยี่ยนจึงค่อยๆ เป็นประกายขึ้นมา“ความคิดนี้ดีนัก เอาตามนี้ก็แล้วกัน! หลิ่วหรูเยียนคิดจะสลัดพวกเราไปให้พ้น หาได้ง่ายดายปานนั้นหรอกนะ!”……วันนี้ ทั่วทั้งจวนตระกูลซ่งแขวนโคมประดับแถบผ้าแดง แขกเหรื่อหลั่งไหลมาเยือน เสียงพูดคุยหัวเราะเซ็งแซ่ บรรยากาศชื่นมื่นรื่นเริงหลิ่วหรูเยียนพาคนไปต้อนรับแขกเหรื่อแต่เช้าตรู่ ส่วนซ่งเยี่ยนโจวสวมชุดเจ้าบ่าวขี่ม้านำขบวนรับเจ้า

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 585

    “เรื่องนี้ข้าพยายามไปสืบรู้มาจนได้ ไม่ผิดพลาดแน่นอน!”เฉียนชิวเซียงยืนกรานหนักแน่น “พวกเขาปิดบังเรื่องนี้อย่างมิดชิด เข้าใจว่าคงไม่มีใครรู้ แต่ในโลกนี้มีความลับที่ไหนกัน!”ฝานซืออิ๋งลอบปีติยินดี เดิมนึกว่าลั่วชิงอินเพียงแต่โศกเศร้าเสียใจเกินไป ทุกข์ใจจนล้มป่วย คิดไม่ถึงว่านางจะไม่ได้เรื่องปานนี้ แม้แต่ลูกก็ยังมีไม่ได้!“ซ่งเยี่ยนโจวเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลซ่ง หลิ่วหรูเยียนไม่รู้ว่าอยากอุ้มหลานชายมากแค่ไหน ถ้าพวกเขารู้ว่าลั่วชิงอินมีลูกไม่ได้ ยังจะไม่ล้มงานแต่งอีกงั้นรึ?”“ใช่แล้ว นี่คือโอกาสอันดีของเจ้า! ดีที่สุดคือใช้โอกาสนี้ตั้งครรภ์ทายาทของตระกูลซ่ง ยังต้องกลัวว่าพวกเขาจะไม่รับเจ้ากลับเข้าไปอีกหรือ?”ดวงตาเฉียนชิวเซียงเต็มไปด้วยประกายเจ้าเล่ห์เพทุบาย นางหวังให้ฝานซืออิ๋งได้กลับเข้าไปในตระกูลซ่งยิ่งกว่าใครทั้งนั้นไม่มีการสนับสนุนจากตระกูลซ่ง ชีวิตของพวกนางยากลำบากเกินไปแล้ว!ซ่งรั่วเจินเห็นว่าพี่ชายพี่สะใภ้เข้าบ้านไปแล้ว สายตากวาดผ่านฝูงชนก็สังเกตเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยสายหนึ่ง ครั้นพิศดูอีกครั้ง คนกลับไม่อยู่แล้ว“มองอะไรอยู่หรือ?”ฉู่จวินถิงทราบว่าวันนี้ตระกูลซ่งจัดงานมงคลจ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 586

    “เช่นนั้นย่อมดีที่สุดแล้ว ข้าหวังมาตลอดว่าจะมีโอกาสได้สนิทสนมกับหร่วนฮูหยิน”ใต้เท้าหร่วนเห็นว่าภรรยาตนเองกระตือรือร้นเช่นนี้ ในใจก็ลอบสงสัย ภรรยาของตนจะรู้สึกซาบซึ้งใจก็ไม่แปลกแม้แต่น้อย แต่วันนี้ออกจะอบอุ่นเกินไปหน่อย ไม่เหมือนนิสัยนางเลย“แม่นางหร่วนมาแล้วหรือ” ซ่งรั่วเจินยิ้มแย้มทักทายหร่วนเนี่ยนถังพยักหน้ายิ้มๆ “แม่นางซ่ง เมื่อครู่ข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้าช่วยเหลือพี่ใหญ่ของข้าไว้ ต้องขอบคุณเจ้ามากจริงๆ”“เกรงใจไปแล้ว ก่อนหน้านี้คุณชายหร่วนก็ขอบคุณไปแล้ว ตรงนี้คนเยอะ ข้าพาเจ้าไปกินของว่างกับผลไม้ฝั่งนั้นดีหรือไม่?”ซ่งรั่วเจินยิ้มบาง วันนี้พี่ใหญ่แต่งงาน มารดากับพี่ชายทั้งสามคนรับหน้าที่ดูแลแขกอาวุโสและแขกผู้ชาย ส่วนนางรับหน้าที่ดูแลคุณหนูทั้งหลาย“รบกวนแล้ว” หร่วนเนี่ยนถังสุภาพอ่อนโยนฉู่จวินถิงเห็นว่าซ่งรั่วเจินเริ่มจากต้อนรับหร่วนเนี่ยนถัง ต่อจากนั้นยังต้อนรับพวกเมิ่งชิ่นและอวิ๋นเนี่ยนชู คุณหนูหลายคนจับกลุ่มกัน ไม่มีเวลามาพูดจากับเขาแม้แต่น้อย ดวงตาลึกซึ้งฉายแววอ่อนใจ“เสด็จพี่สาม วันนี้แม่นางซ่งยุ่งมาก เกรงว่าคงไม่มีเวลามาคุยกับท่านแล้ว”ฉู่อวิ๋นกุยลอบยิ้มอย่างอดไม่อยู่ พี่

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 587

    วันนี้จวนตระกูลซ่งไม่เพียงเตรียมของว่างและผลไม้ แต่ยังเตรียมไก่ทอดไว้อีกด้วยเนื่องจากช่วงนี้ไก่ทอดขายดียิ่งนัก ยามปกติหากไปช้าหน่อยมักซื้อไม่ทัน วันนี้ได้มากินในจวน เหล่าแขกเหรื่อจึงดีใจอย่างมากฉู่มู่เหยาเห็นไก่ทอดดวงตาก็พลันวาววับ “ช่วงนี้ตอนอยู่ในวังข้าได้ยินว่าไก่ทอดอร่อยมาก แต่หมู่นี้เสด็จแม่เอาแต่จับตามองข้าเรียนรู้มารยาทจึงไม่มีโอกาสออกจากวัง ในที่สุดวันนี้ก็ได้ลิ้มรสเสียที”“วันนี้ไม่เพียงเตรียมไก่ทอด แต่เตรียมไส้กรอกย่างเอาไว้อีกด้วย ท่านชิมดูก่อนว่าเป็นอย่างไร อีกไม่กี่วันร้านก็จะเปิดขายแล้วเพคะ”แววตาซ่งรั่วเจินแฝงรอยยิ้ม หลังจากการขายไก่ทอดไปได้สวย นางก็ตัดสินใจเปิดร้านขายอาหารที่หลากหลายกว่าเดิมด้านหนึ่งไม่เพียงหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ อีกด้านหนึ่งยังเป็นเพราะนางอยากกินเมื่อใดก็จะได้กิน สนองความอยากของตัวเองเสียหน่อยครั้นเมิ่งชิ่นกับอวิ๋นเนี่ยนชูได้ยินว่ายังมีของว่างอย่างอื่น ทันใดนั้นสีหน้าก็ฉายแวววาดหวังจนกระทั่งไส้กรอกย่างถูกยกมาตั้งโต๊ะ ทุกคนก็รีบเข้ามาลิ้มชิมอย่างทนรอไม่ไหว เพียงกัดลงไปคำหนึ่ง กลิ่นหอมสดชื่นพลันซ่านในปาก รสชาติของเนื้อเน้นๆ กระจายเต็มโพรงปาก

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 588

    มาขอโทษเอาวันนี้ มีเจตนามาขอโทษเสียที่ไหน เห็นได้ชัดว่าคิดจะใช้โอกาสนี้มาบีบบังคับท่านแม่!ทันทีที่หลิ่วหรูเยียนยอมประนีประนอมเรื่องนี้กลางงาน วันหน้าก็เป็นโอกาสอันดีที่พวกนั้นจะได้ล้ำเส้นไม่รู้จบ!ผู้คนบริเวณนั้นเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของหลิ่วหรูเยียน กอปรกับได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับตระกูลหลิ่วในช่วงนี้ ในใจก็เข้าใจไปหลายส่วน“ได้ยินว่าซ่งฮูหยินตัดขาดกับตระกูลหลิ่วแล้ว หลายวันก่อนมีข่าวลือว่าซ่งฮูหยินอกตัญญูแพร่ออกมา ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ วันนี้ดูแล้วคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องจริง”“ข้าเชื่อเรื่องตัดขาด แต่ถ้าจะบอกว่าซ่งฮูหยินอกตัญญู ข้าไม่เชื่อเด็ดขาด”“บ้านข้าอยู่ใกล้ๆ กับตระกูลหลิ่ว รู้พฤติกรรมของพวกเขาดี หลายปีมานี้ไปกอบโกยสิ่งของจากตระกูลซ่งมาไม่น้อย แต่ก็ยังไม่รู้จักพอเสียที!”“ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน ตระกูลหลิ่วลำเอียงต่อหลิ่วหรูเยียนกับหลิ่วเฟยเยี่ยนสองพี่น้องไม่ใช่ธรรมดา ตั้งแต่เล็กมาแล้ว มีของดีอันใดก็เอาไปให้หลิ่วเฟยเยี่ยน โตมาก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด”“จะว่าไปก็ประหลาดนัก หลิ่วเฟยเยี่ยนสู้หลิ่วหรูเยียนไม่ได้สักอย่าง แต่ตระกูลหลิ่วก็ราวกับต้องคุณไสยกระนั้น ลำเอียงรักนางเพียง

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 589

    เดิมนั้นหลิ่วหรูเยียนไม่อยากทำลายวันอันดีงามเช่นนี้เลย แต่เห็นได้ชัดว่าคนตระกูลหลิ่วมีการเตรียมตัวมาก่อน ถึงนางไม่อยากแค่ไหนก็ไร้ทางเลือกแทนที่จะปล่อยให้พวกเขาฉวยโอกาสนี้มาบีบคั้น มิสู้ทำให้เรื่องบานปลายใหญ่โตไปเสียเลย ให้ทุกคนเห็นว่าตกลงแล้วตระกูลหลิ่วมีเหตุผลหรือไม่!“ตอนนั้นเป็นพวกเจ้าที่บีบให้ข้ายกร้านขายไก่ทอดให้พวกเจ้า ร้านนี้พวกเด็กๆ ทุ่มเทไปมากกว่าจะเปิดมาได้ ในฐานะที่ข้าเป็นแม่ย่อมไม่อาจยกของของพวกเขาให้พวกเจ้า”“แต่เจ้ากลับตำหนิข้าเพราะเรื่องนี้ ท่านแม่ก็โกรธเคืองเพราะเรื่องนี้เหมือนกัน ราวกับว่าถ้าข้าไม่ยกร้านให้พวกเจ้าก็ไม่คู่ควรใช้แซ่หลิ่วกระนั้น”หลิ่วหรูเยียนดวงตาแดงก่ำ ฝืนพูดต่อไปอย่างเข้มแข็งว่า “หลายปีมานี้ จะที่นาหรือร้านค้าข้าล้วนจุนเจือไปไม่น้อย ไม่เพียงแค่ตระกูลหลิ่ว ตระกูลซุนข้าก็ช่วยเหลือจุนเจือเหมือนกัน”“ร้านค้าสามร้านที่ถนนบูรพา ร้านค้าห้าร้านที่ถนนประจิม แต่ละปีมีกำไรหนึ่งหมื่นหกพันตำลึงข้าก็ยกให้พวกเจ้าไปหมดแล้ว ตระกูลซุนต้องการร้านค้าที่ถนนทักษิณ ทำกำไรไม่น้อยเหมือนกัน”“ทุกอย่างที่ข้าสามารถให้ได้ ข้าล้วนให้ไปหมดแล้ว แต่ถึงอย่างไรข้าก็ไม่อาจมอบสิ่งข

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 590

    “พี่หญิง ในใจท่านข้าไม่น่าเชื่อถือปานนั้นเชียวหรือ ท่านถึงได้ใส่ร้ายข้าต่อหน้าพวกเขาเช่นนี้?”หลิ่วเฟยเยี่ยนเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง “ข้าเข้าใจแล้ว ท่านไม่เห็นข้าเป็นน้องสาวอีกแล้ว ดี ต่อไปข้าจะอยู่ห่างๆ ท่านก็ได้ แต่ท่านพ่อท่านแม่ไม่ได้ทำอะไรผิด”“ท่านแค่โทษข้าคนเดียว ท่านพ่อท่านแม่ดีต่อท่านมากเลยนะ”“หรูเยียน พวกเราล้วนแต่เป็นคนในครอบครัว เจ้ากับเฟยเยี่ยนโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก ยามนี้กลับทะเลาะจนถึงขั้นพี่น้องแตกหักกันแค่เพื่อร้านค้าร้านเดียวออกจะน่าเสียดายเกินไปแล้ว”“ต่อไปนางไม่กล้าเรียกร้องร้านขายไก่ทอดอีกแล้ว เจ้าก็หายโกรธเถอะนะ พวกเรายังเป็นครอบครัวเดียวกันดีหรือไม่?” นายหญิงหลิ่วกล่าวทั้งน้ำตาคลอหากเป็นเมื่อก่อน หลิ่วหรูเยียนเห็นนายหญิงหลิ่วเป็นเช่นนี้จะต้องใจอ่อนแน่นอน นางจิตใจดีงามมาตลอด ทนเห็นผู้อาวุโสเสียใจไม่ได้แต่หลังจากรู้ว่านางไม่ใช่ลูกบังเกิดเกล้าของอีกฝ่าย ทุกอย่างนี้กลับแลดูน่าขันยิ่งนักนางถึงกับถูกมารดาจอมปลอมเช่นนี้บีบคั้นมาเสียหลายปี!ซ่งรั่วเจินกับซ่งจิ่งเซินสบตากัน ฝ่ายหลังเข้าใจได้ในทันทีจึงเอ่ยขึ้นมาว่า“ท่านยาย ท่านแม่ย่อมยินดีเห็นคนในครอบครัวอยู่

Latest chapter

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 738

    “ข้าว่าเรื่องนี้ก็เลิกแล้วต่อกันเพียงเท่านี้จะดีกว่า ถือเสียว่าไม่เคยเกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปเชิญเช่ออ๋องมาแล้วละ”หลังนางกลับบ้านเดิม เช่ออ๋องก็มารับนางเป็นการเฉพาะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้นอย่างหาได้ยากถ้าเช่ออ๋องรู้ว่าตนเองมาหาเรื่องถึงตระกูลซ่งจะต้องพิโรธมากเป็นแน่!“นั่นจะได้อย่างไรกัน?” ฉู่จวินถิงเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ “พี่สะใภ้ถึงขั้นตั้งใจมาคาดคั้นถึงตระกูลซ่ง เห็นได้ชัดว่าเข้าใจผิดมากเพียงใด ถ้าข้าไม่มาเห็นเข้าพอดี เกรงว่าป่านนี้ซ่งรั่วเจินคงรักษาชีวิตไว้ไม่ได้แล้ว”“นอกจากนี้ อีกสองวันข้าก็จะลงใต้แล้ว ถ้าไม่อธิบายเรื่องเข้าใจผิดกันให้ชัดเจน พอข้ากลับมาก็ไม่ได้เห็นซ่งรั่วเจินแล้วน่ะสิ?”ซ่งรั่วเจินพยักหน้าติดต่อกัน กล่าวด้วยสีหน้าเจ็บช้ำใจว่า “ท่านอ๋องพูดถูกเพคะ หม่อมฉันหวาดกลัวยิ่งนัก!”ซ่งจืออวี้เห็นน้องสาวของตนเองแสดงละครร่วมกับฉู่อ๋อง ใบหน้าพระชายาเช่ออ๋องเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีดำ เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีแดงแล้วเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีขาว จนเขาอดตะลึงไม่ได้ความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้านี้ช่างรวดเร็วมากจริงๆ!หลังจากอวิ๋นหยางไปเชิญเช่ออ๋อง พระชายาเช่ออ๋องก็กระวนกระวายอย่างเห็

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 737

    น้ำเสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้คนทั้งสองภายในห้องต่างนิ่งอึ้งไป ซ่งรั่วเจินเห็นฉู่จวินถิงที่เดินเข้ามาในห้องอย่างแช่มช้า ดวงตางามก็ฉายแววตกใจเขามาถึงตั้งแต่เมื่อไร?คงไม่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของตนเองหรอกนะ?ซ่งจืออวี้อ่านสายตาน้องสาวตนเองออกจึงเหยียดริมฝีปากอย่างอ่อนใจ หัวใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ของซ่งรั่วเจินจึงหยุดเต้นไปในที่สุดได้ยินแล้วจริงๆ ด้วย!ชั่วขณะที่พระชายาเช่ออ๋องเห็นว่าฉู่อ๋องมาแล้ว ใบหน้าก็พลันถอดสี คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญถึงเพียงนี้!ความลนลานวาบผ่านดวงตานาง แต่ก็กลับไปเป็นปกติอย่างรวดเร็ว นางเอ่ยว่า “ที่แท้ก็ฉู่อ๋องมานี่เอง”“ข้าเพิ่งมาถึงก็ได้ยินว่าพี่สะใภ้กำลังข่มขู่คนอยู่ ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องใดขึ้นหรือถึงได้มาขู่เอาชีวิตคนในจวนสกุลซ่งเช่นนี้?”ใบหน้าหล่อเหลาของฉู่จวินถิงมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ใดๆ เลยสักนิด น้ำเสียงผ่อนคลายเรียบเรื่อยราวกับเป็นการถามไถ่ธรรมดาทั่วไป ทว่าความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาทั่วร่างรวมถึงสายตาเย็นเฉียบทำให้คนเข้าใจว่า เขามีโทสะแล้ว“ซ่งรั่วเจินไม่เคารพข้า...”พระชายาเช่ออ๋องยังพูดไม่จบ ฉู่จวินถิงก็กล่าวขึ้นว่า “อ้อ? พี่สะใภ้มาถึงตระก

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 736

    “ซ่งรั่วเจิน เจ้าอย่าทำตัวไม่รู้ดีชั่วเช่นนี้ วันนี้ข้าให้โอกาสเจ้ารักษาก็คือให้เกียรติเจ้า!”“ถ้าฉู่อ๋องรู้ว่าเจ้าไปยั่วยวนเช่ออ๋องลับหลังเขา เจ้าคิดว่าฉู่อ๋องยังจะชอบเจ้าอยู่งั้นรึ?”ซ่งรั่วเจินได้ยินอย่างนั้นก็แทบจะหัวเราะออกมา นางยั่วยวนเช่ออ๋อง?“พระชายาเช่ออ๋อง ท่านคิดว่าหม่อมฉันสมองไม่ดีหรือสายตามีปัญหาหรือเพคะ?”“ฉู่อ๋องยังไม่แต่งงาน กล้าหาญชาญศึกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นบุรุษรูปงามของเมืองหลวง ไยหม่อมฉันจะต้องปล่อยมือจากฉู่อ๋องไปยั่วยวนเช่ออ๋องด้วยเพคะ?”เมื่อซ่งจืออวี้มาหาน้องหญิงห้าเป็นเพื่อนฉู่อ๋อง ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ก็ได้ยินคำพูดเช่นนี้ดังออกมาจากข้างใน เขาเบิกตากว้างอย่างอดไม่อยู่เหตุใดสตรีวิปลาสผู้นี้จึงมาใส่ร้ายน้องหญิงห้าส่งเดชเช่นนี้!“เช่ออ๋องไม่ดีตรงไหน? ฉู่อ๋องเย็นชาเสียขนาดนั้น เหมือนก้อนหินไม่มีผิด ถ้าไม่ระวังก็อาจเสียชีวิตเอาได้ ไหนเลยจะอ่อนโยนเหมือนเช่ออ๋อง?”พระชายาเช่ออ๋องแย้งกลับมาอีกประโยค “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้ามันไม่รู้จักพอ!”“ฉู่อ๋องหน้าตาหล่อเหลาปานนั้น ถึงเขาจะตีหน้าเย็นชาทั้งวันแต่ก็เป็นชายรูปงามที่หาได้ยากนักในโลกนี้ ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 735

    ซ่งรั่วเจินเพิ่งมาถึงโถงหน้าก็เห็นพระชายาเช่ออ๋องที่แต่งกายอย่างหรูหราอาภรณ์สีชมพูตัดเย็บจากผ้าแพรชั้นดี คลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีขาว รูปโฉมนางเหมือนสาวน้อยที่งดงามน่ารัก ผิวพรรณขาวบริสุทธิ์ ดวงตาชั้นเดียวเชิดขึ้นเล็กน้อยทอประกายคมกริบแม่นมสี่คนกับสาวใช้สี่คนยืนอยู่ข้างกาย กล่าวได้ว่าวางมาดใหญ่โตยิ่งนัก“คารวะพระชายาเช่ออ๋องเพคะ”ซ่งรั่วเจินแสดงคารวะ นางรู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามจับจ้องตนเองตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว แต่การจ้องมองเช่นนี้...แสดงท่าทีของผู้เหนือกว่าอย่างชัดเจน ในใจก็เข้าใจขึ้นมาหลายส่วนเห็นที...จะไม่ได้มาดีสินะ!“เจ้าก็คือซ่งรั่วเจิน?”พระชายาเช่ออ๋องมองประเมินซ่งรั่วเจิน ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าแม่นางผู้นี้เป็นหญิงงามผู้หนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็คงไม่สามารถอาศัยสถานะหญิงที่เคยถอนหมั้นไปเข้าตาฉู่อ๋องได้แล้วสายตาฉู่อ๋องสูงส่งมาแต่ไหนแต่ไร หลายปีมานี้ไม่เคยต้องตาแม่นางคนใดมาก่อน แต่กลับถูกนางล่อลวงจนลุ่มหลงหัวปักหัวปำ ชั่วขณะนี้เมื่อได้เห็นแล้วก็จำต้องยอมรับว่างดงามจริงดังกล่าว“เพคะ” ซ่งรั่วเจินตอบรับ “ไม่ทราบว่าพระชายาเช่ออ๋องมาหาหม่อมฉันด้วยธุระอันใดหรือเพคะ?”“ข้าไ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 734

    พี่ใหญ่ถูกลอบโจมตีจนเกือบไม่รอดชีวิตกลับมา หลังกลับมาแล้วขาทั้งสองข้างยังพิการ ท่านพ่อก็ไม่ได้กลับมาอีกเลยถ้ามีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้...“ส่วนจิ่งเซิน เขาได้ทำการค้าบ่อยๆ เชี่ยวชาญการติดต่อสัมพันธ์กับผู้คน พวกเจ้าเดินไปทางไปด้วยกันสามารถปลอมเป็นกลุ่มพ่อค้าที่ไปค้าขาย ผู้คนจะได้ไม่สงสัยโดยง่าย” ซ่งเยี่ยนโจวกล่าวซ่งจิ่งเซินพยักหน้ารัวๆ “ใช่แล้ว มีข้าอยู่ด้วย สามารถตัดความยุ่งยากไปได้มากที่สุดแล้ว!”ทุกคนล้วนเข้าใจเรื่องนี้ดี ยามออกไปข้างนอก การมีไหวพริบในการจัดการเรื่องราวเฉพาะหน้าสามารถลดปัญหาได้ นอกจากนี้ ซ่งจิ่งเซินก็ยังมีประสบการณ์ พวกเขาไม่จำเป็นต้องแสดงละครด้วยซ้ำ แค่นำกลุ่มพ่อค้าออกเดินทางก็สามารถตบตาผู้คนได้อย่างง่ายดายกู้หรูเยียนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าปลอดภัยขึ้นมากจึงกล่าวว่า “เจินเอ๋อร์ ทำตามที่พี่ใหญ่เจ้าพูดเถอะนะ? เช่นนี้พวกข้าจะได้คลายใจ”ซ่งรั่วเจินเหลือบมองพวกซ่งจืออวี้สองฝาแฝดก็เห็นพวกเขาพยักหน้าเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนลูกไก่จิกข้าวสารกระนั้น นางกล่าวยิ้มๆ ว่า “เจ้าค่ะ งั้นประเดี๋ยวค่อยมาดูกันว่าต้องเตรียมสิ่งใดไปบ้าง”“น้องหญิงห้า เรื่องนี้เจ้ายกให้เป็นหน้าที

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 733

    ซ่งรั่วเจินตัดสินใจไปรับบิดากลับมา ก่อนออกเดินทางย่อมต้องเตรียมสิ่งของมากมาย แต่ก่อนหน้านั้นยังต้องบอกคนในครอบครัวเสียก่อนหลังนางบอกเรื่องที่จะเดินทางไปชายแดน คนในจวนล้วนอึ้งตกใจกันหมด“เจินเอ๋อร์ เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าจะไปชายแดนด้วยตัวเอง?” กู้หรูเยียนมีสีหน้าตกตะลึง “ก่อนนี้ไม่เคยได้ยินเจ้าพูดถึงมาก่อนเลย”“น้องหญิงห้า ถ้าเจ้าเป็นห่วงความปลอดภัยของท่านพ่อก็ให้พี่ชายอย่างพวกข้าไปดีกว่า ผู้หญิงแบบเจ้าไปสถานที่ห่างไกลปานนั้นจะอันตรายเกินไปแล้ว” ซ่งจืออวี้เอ่ยอย่างร้อนใจซ่งจิ่งเซินพยักหน้า “ใช่แล้ว พวกเขารับราชการอาจไม่สะดวก ข้ามีประสบการณ์เดินทางโชกโชน ให้ข้าไปดีกว่า!”“ความจริงสาเหตุที่ข้าจะเดินทางไปเป็นเพราะข้าทำนายดวงชะตาให้ท่านพ่อ”เมื่อซ่งรั่วเจินเอ่ยวาจาประโยคนี้ออกมา สีหน้าทุกคนในห้องล้วนเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หรือว่าจะเกิดปัญหาอันใด?“ก่อนนี้ข้าก็เคยทำนายเหมือนกัน ดวงชะตาของท่านพ่อปลอดภัยไร้อันตราย สามารถกลับมาได้อย่างราบรื่น แต่ช่วงนี้เกิดเหตุเปลี่ยนแปลงขึ้น น่าจะเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก”“ถ้าไม่ไป ข้ากังวลว่าอาจมีอันตราย ดังนั้นจึงคิดว่าจะไปด้วยตั

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 732

    “ฝ่ายตรงข้ามไม่ทันได้ค้นตัวไต้ซือเทียนจีใช่หรือไม่?” ซ่งรั่วเจินถามซ่งเยี่ยนโจวพยักหน้า “ก่อนหน้านี้คนผู้นั้นรีบร้อนเกินไป พวกข้าไม่เปิดโอกาสให้เขา แต่ว่ากันตามปกติแล้ว ของที่มีค่ามากมักจะไม่พกติดตัวไว้”“สิ่งสำคัญที่สุดมักไม่พกติดตัวก็จริง แต่คนในวงการพวกข้า โดยเฉพาะคนชั่วร้ายอย่างเขา จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเก็บจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ข่มขู่อย่างแน่นอน”คิ้วบางของซ่งรั่วเจินเลิกขึ้นน้อยๆ ต่อให้เคยเจอไต้ซือเทียนจีเพียงครั้งเดียว แต่ก็ทราบว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่าผู้หนึ่งกระทำเรื่องชั่วช้ามาหลายปีขนาดนี้แต่ก็ยังอยู่รอดปลอดภัย แล้วจะไม่มีวิธีปกป้องตัวเองเลยได้อย่างไร?กู้ชิงฉือได้ยินเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปข้างกายไต้ซือเทียนจีแล้วเริ่มค้นหาอย่างละเอียด การค้นตัวครั้งนี้พบว่านอกจากยันต์ที่อ่านไม่ออกพวกนั้นแล้วยังมียาลูกกลอนอีกสองเม็ด“ไม่มีของอย่างอื่น แต่มีหินก้อนหนึ่ง นี่คือหยิบติดตัวมาด้วยงั้นรึ?”กู้ชิงฉือมองก้อนหินในมือ หินก้อนนี้แม้พอจะนับได้ว่ามนเกลี้ยง แต่ก็ดูแตกต่างจากก้อนหินที่พบเห็นได้ทั่วไปบริเวณริมแม่น้ำมากเกินไป“ข้าขอดูหน่อย”ซ่งรั่วเจินก้าวเร็วๆ เข้ามาหา มองก้อนหินในมือแ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 731

    เมื่อซ่งเยี่ยนโจวเอ่ยปากสอบถาม สายตาทุกคนก็ต่างจับจ้องมายังซ่งรั่วเจิน พวกเขาในตอนนี้ไม่กล้าบุ่มบ่ามรบกวนแล้วฉู่จวินถิงก็เป็นห่วงดุจเดียวกัน เขารู้ว่าวิชาแพทย์ของรั่วเจินนั้นไม่ธรรมดา เก่งกาจกว่าหมอหลวงในวังหลวงมากนัก ถ้านางบอกว่าช่วยไม่ได้ก็แสดงว่าหมดหนทางแล้วจริงๆ“ยังช่วยได้”ซ่งรั่วเจินพูดโดยที่มือยังเคลื่อนไหวไม่หยุด นางลังเลไปชั่วครู่ก็หยิบยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งออกมายัดเข้าไปในปากของชายผู้นั้นซ่งเยี่ยนโจว “...” อีกแล้ว?ซ่งรั่วเจินรู้ว่าตนเองนำสิ่งของมากมายติดตัวมาเช่นนี้จะทำให้คนสงสัย แต่ช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า อย่างไรเสียแค่พูดจาส่งเดชไม่กี่ประโยคก็สามารถกลบเกลื่อนเรื่องนี้ได้แล้วตั้งแต่นางทะลุมิติมาก็มีมิติขนาดเล็กเป็นของตัวเอง ยาเอย ยันต์เอย ยามปกติล้วนเก็บไว้ในนั้น นับว่าสะดวกมากทีเดียวหลังจากชายหนุ่มที่มีท่าทางอ่อนแอสุดขีดกลืนยาเม็ดนั้นลงไปก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดแต่เดิมบรรเทาลงบ้าง การหายใจก็ไม่ได้ยากลำบากถึงเพียงนั้นอีกแล้ว“ส่งคนไปหารถม้าหรือยัง?” ฉู่จวินถิงถามจ้าวเจียงพยักหน้า “เรียนท่านอ๋อง ส่งคนไปจัดการแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ข้าฟัง

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 730

    “หม่อมฉันได้ยินมาว่าบนบัญชีรายชื่อมีอยู่สิบกว่าคน ไม่รู้อาการของคนอื่นร้ายแรงหรือไม่?” ซ่งรั่วเจินเอ่ยถาม“ในหมู่คนเหล่านั้นมีลูกสะใภ้ไม่เคารพแม่สามี คนแก่อายุมากแล้ว คนจึงตายไป แต่มากที่สุดยังเป็นความขัดแย้งของอนุภรรยาและภรรยาเอก”“คนส่วนใหญ่ล้วนคล้ายพระชายาเซียงอ๋อง ตกอยู่ในฝันร้าย ยังป่วยหนักอีกด้วย อนุอวิ๋นนับว่าลงทุนลงแรงมากทีเดียว” ฉู่จวินถิงพูด“อนุอวิ๋นเป็นคนโหดเหี้ยมไม่ผิดไปดังคาด แต่ยังเสแสร้งใจดีมีเมตตา ปรากฎว่ามีเพียงใต้เท้าอวิ๋นตัวโง่งมคนนี้ถึงจะหลงเชื่อ”ซ่งรั่วเจินไม่แปลกใจ ความยากในการเลี้ยงดูผีทวงชีวิตนั้นมากกว่าผีน้อยตนอื่นมาก แม้ว่าไต้ซือเทียนจีมีความสามารถอยู่บ้าง กลับไม่สามารถเลี้ยงผีทวงชีวิตหลายตนได้ตนนี้เป็นเขาใส่ใจเลี้ยงดู ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่จึงสนิทสนมกันมากจากนั้นยามทั้งคู่เดินผ่านอุโมงค์ไปจนถึงฝั่งหนึ่ง กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นสายหนึ่งชำแรกจมูกพวกซ่งเยี่ยนโจวยืนอยู่ข้างหน้า สีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างมาก ส่วนซ่งรั่วเจินเองก็สังเกตเห็นศพแต่ละร่างใต้พื้น หนึ่งในนั้นมีนักพรตเต๋าคนหนึ่ง เห็นชัดว่าคือไต้ซือเทียนจี“นี่คือ...ตายทั้งหมดแล้ว?”“เดิมที

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status