แชร์

บทที่ 570

ผู้เขียน: จี้เวยเวย
“เป็นผลงานของเจินเอ๋อร์”

หลิ่วหรูเยียนเอ่ยถึงเรื่องนี้ ใบหน้าเองก็เผยแววภาคภูมิใจ

หากไม่ใช่เพราะระยะนี้เกิดเรื่องขึ้นที่บ้านอย่างต่อเนื่อง นางกังวลคนโดดเด่นเกินไปอาจตกเป็นเป้า นี่ก็อยากทำให้คนทั่วหล้าได้รู้ว่าลูกสาวของนางมีความสามารถมากเพียงใด!

สองพี่น้องสกุลกู้ลอบตกตะลึงภายในใจ ที่แท้แม่นางซ่งก็มีความสามารถถึงเพียงนี้ อยู่ภายนอกกลับถ่อมตนอย่างมาก สายตาฉู่อ๋องไม่ธรรมดาดังคาด

ซวงซวงใช้ทุกกลเม็ดโจมตีทำลายงานแต่งของอีกฝ่าย อีกฝ่ายยังไม่ถือสาหาความเรื่องที่ผ่านมาและช่วยรักษามารดา ยิ่งคิดพวกเขาก็ยิ่งรู้สึกผิด

“เช่นนั้นก็ขอรบกวนแม่นางซ่งแล้ว บุญคุณครั้งนี้พวกเราจดจำไว้ภายในใจแล้ว ภายภาคหน้าหากต้องการความช่วยเหลือจากพวกเราขอให้พูดออกมาโดยตรง ตราบใดที่พวกเราสามารถทำได้ จะไม่มีวันปฏิเสธเป็นอันขาด!”

กู้ชิงเหยี่ยนเผยสีหน้าจริงจัง แท้จริงแล้วนับตั้งแต่เกิดเรื่องกับซ่งหลิน พวกเขาเองก็ลอบช่วยเหลือเล็กน้อย เพียงแต่ด้วยความสัมพันธ์ของสองฝ่าย จึงมิได้เปิดเผยออกมา

บัดนี้ก็ใช้โอกาสนี้ ดึงความสัมพันธ์ของสองตระกูลให้ใกล้ชิดกัน พวกเขาเองก็สะดวกมากยิ่งขึ้น นับว่าทำให้มิตรภาพระหว่างพวกเขาและซ่งหลินสมบู
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (2)
goodnovel comment avatar
nice09066
ลงต่อเลยค่ะ รอๆ นะ
goodnovel comment avatar
หยง หยง
มาต่อๆๆ อีกคับ
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 571

    ซ่งอี้อันเผยสีหน้าตกตะลึง แต่ตกใจเพราะท่านลุงทั้งสองท่านนี้ยังไม่ได้นับญาติก็สืบข่าวของบิดาอยู่ตลอดหลังเกิดเรื่องกับบิดา พวกเขาเห็นความเย็นชาและอบอุ่นของคนจนคุ้นชินแล้วในอดีตคนที่เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเหล่านั้นค่อยๆ ห่างเหินไปทีละคน กลัวว่าตนเองจะเกี่ยวข้องกับพวกเขา คนช่วยเหลือในยามลำบากก็มี แต่ส่วนใหญ่กลับเพียงแค่รับชมอยู่ข้างๆ หลายปีที่ผ่านมาสกุลกู้ไม่ได้มีการติดต่อกับพวกเขามาโดยตลอด แต่กลับคอยช่วยเหลืออย่างเงียบๆ ความสัมพันธ์นี้...แท้จริงแล้วล้ำค่ามาก“ขอบท่านลุงมากขอรับ ที่ยังคงคิดถึงท่านพ่อของข้า” ซ่งอี้อันกล่าวกู้ชิงเหยี่ยนมองไปที่ซ่งอี้อันที่เติบโตแล้วตรงหน้า ภายในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชม “คนในตระกูลซ่งของพวกเจ้าล้วนเป็นเด็กดี เชื่อว่าพ่อของเจ้ากลับมาได้เห็นเจ้าเข้าไปทำงานในราชสำนัก เขาจะต้องดีใจมากแน่”“ในภายภาคหน้าหากเจอปัญหาอะไร อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากพวกเรา”“พูดไปแล้วก็รู้สึกผิด พวกเราเป็นผู้ใหญ่ของพวกเจ้า เดิมทีก็สมควรจะดูแลเอาใจใส่ให้มาก แต่เพราะเรื่องในอดีตเหล่านั้นมากระทบ”กู่ชิงซิวหันมองทางหลิ่วหรูเยียน “ตอนนี้พวกเจ้ายอมช่วยพวกเราโดยไม่ถือ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 572

    “พี่ใหญ่ท่านวางใจเถอะ อย่างไรเสียท่านพ่อกลับมาแล้วยังจะได้เห็นพวกเราแต่งงาน ท่านแต่งเร็วหน่อยก็ไม่เป็นไร”ซ่งเยี่ยนโจวผินมองเขาแวบหนึ่ง “มีความสามารถเจ้าก็หาคนมาแต่งงานด้วยก่อนเถอะ”ซ่งจืออวี้ “...”ได้เห็นซ่งจืออวี้ยกหินทุบเท้าตนเอง ซ่งอี้อันและซ่งจิ่งเซินกลับไม่พูดจาอย่างรู้ใจ พวกเขาสองคนบัดนี้ไม่มีแม่นางอยู่ภายในใจ ให้พูดเรื่องแต่งงาน นั่นยังไร้วี่แววตอนนี้เอง ซ่งรั่วเจินก็ได้รับข่าวหนึ่ง“ข่าวนี้เป็นท่านอ๋องพูดเองกับปากหรือ?” ซ่งรั่วเจินมองทางอวิ๋นหยาง ภายในสายตาเปี่ยมความตกตะลึงอวิ๋นหยางพยักหน้าอย่างต่อเนื่อง”ฮูหยินผู้เฒ่าหลินจะถูกกุดหัวในเที่ยงวันพรุ่งนี้ บัดนี้ท่านอ๋องถูกเรียกตัวเข้าวังแล้ว นี่ถึงให้ข้าน้อยมาแจ้งข่าวแม่นางซ่งก่อน”“ขอบคุณมาก ข้ารู้แล้ว” ซ่งรั่วเจินยิ้มน้อยๆ ถามอีกครั้ง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าท่านอ๋องเข้าวังด้วยเรื่องใด?”อวิ๋นหยางครุ่นคิด พูดว่า “ข้าน้อยเองก็ไม่แน่ใจ แต่ท่านอ๋องพูดว่าวันนี้คนของศาลต้าหลี่ก็เข้าวัง ดังนั้นข้าน้อยเดาว่าอาจเกี่ยวข้องกับผลของเรื่องลอบสังหาร”คนสกุลซ่งได้รู้ว่าหลินรั่วหลานจะถูกกุดหัว แต่ละคนล้วนเผยสีหน้าตกตะลึง“ก่อนหน้านี้ได้

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 573

    “ได้ๆ เจ้าเข้ามาก่อน ข้าจะให้คนไปเชิญหมอโจวเดี๋ยวนี้เลย”กู้ชิงเจ๋อรีบให้คนประคองกู้อวิ๋นเวยเข้าโถงส่วนหน้า อีกทั้งยังสั่งคนไปเชิญหมอ มองใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดของน้องสาวบ้านตน ภายในสายตาเปี่ยมความตกตะลึงผ่านไปไม่นาน หมอโจวก็มาแล้ว“ท่านหมอ ใบหน้าของข้ายังสามารถฟื้นฟูกลับมาเหมือนตอนแรกได้หรือไม่?”ก่อนหน้านี้กู้อวิ๋นเวยอยู่ภายในคุกรู้เพียงว่าใบหน้าของตนได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาหัสมากเพียงใดกลับไม่รู้จนกระทั่งมาที่สกุลกู้ ได้เห็นตนเองภายในคันฉ่องถึงรู้ว่าหลินรั่วหลานนางหญิงคนนั้นเสียสติมากเพียงใด บาดแผลน่ากลัวถึงเพียงนี้กรีดลงบนใบหน้าครึ่งหนึ่งของนาง!หมอโจวเองก็คิดไม่ถึงว่าสถานการณ์จะรับมือไม่ทันเช่นนี้ เผชิญหน้ากับสายตาบีบคั้นของกู้อวิ๋นเวย พูดด้วยท่าทางซับซ้อน “แผลนี้ลึกมากเหลือเกิน ต้องการให้ไม่ทิ้งรอยไว้เลยนั่นเป็นไปไม่ได้”สีหน้ากู้อวิ๋นเวยเปลี่ยนไป ตวาดเสียงเฉียบ “เป็นไปไม่ได้อะไรกัน? เห็นได้ชัดว่าเจ้าเป็นหมอต้มตุ๋นไม่เชี่ยวชาญวิชาแพทย์!”“พี่สาม ข้าไม่ต้องการให้หมอคนนี้รักษาข้า ท่านรีบไปเปลี่ยนหมอให้ข้าเถอะ!”“ไม่ ข้าจะเชิญหมอหลวง ท่านรีบช่วยข้าไปเชิญหมอหลวงมา”หมอโจวเป็นหม

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 574

    กู้ชิงซิวมีรอยยิ้มเกลื่อนหน้า เทียบกับตอนที่ไปสกุลซ่งด้วยความกังวล ตอนนี้อารมณ์ของเขาดีขึ้นมากด้านหนึ่งคือเขาได้ยาของมารดาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นอิงตามที่แม่นางซ่งบอกไว้ อีกเจ็ดวันค่อยมาถามอาการ ไม่แน่ว่าอาจจะทำให้ร่างกายมารดาของเขาดีขึ้นบ้างเล็กน้อยอีกด้านหนึ่งคือพวกเขาไม่ได้ไปมาหาสู่กับสกุลซ่งมานานหลายปี ตอนนี้นับว่าทำลายกำแพงน้ำแข็งได้แล้ว ภายภาคหน้าทั้งสองครอบครัวจะสามารถพบกันได้อย่างเปิดเผย นึกถึงซ่งหลินสหายที่ไม่ได้ดื่มเหล้าด้วยกันมานาน ภายในใจก็เปี่ยมไปด้วยความดีใจอย่างบอกไม่ถูก“เด็กในตระกูลซ่งต่างเป็นเด็กดี ทุกคนมีความสามารถไม่แพ้กันเลย” กู้ชิงเหยี่ยนชื่นชมอย่างอดไม่ได้ภายในเมืองหลวง น่ากลัวว่ามีไม่กี่ครอบครัวที่สามารถเทียบได้ เด็กแต่ละคนล้วนมีความสำเร็จ นี่เป็นวาสนามากเพียงใดกัน“อีกไม่กี่วันก็เป็นวันแต่งงานของซ่งเยี่ยนโจวแล้ว พวกเราต้องเตรียมของขวัญแต่งงานให้ชิ้นหนึ่ง” กู้ชิงซิวพูดด้วยรอยยิ้มเมื่อกู้อวิ๋นเวยได้ยินว่าพี่ชายทั้งสองมาถึงก็รู้สึกดีใจมาก ขณะกำลังคิดว่าเมื่อพวกเขาเห็นอาการบาดเจ็บของนงจะต้องใจอ่อนอยู่นั้น กลับคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้ยินพวกเขาชื่นชมตระกูลซ่งอย่างม

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 575

    กู้ชิงเหยี่ยนเองก็ไม่อยากใส่ใจ อย่างไรเสียก็มีกู้ชิงเจ๋ออยู่ คาดว่าเชิญหมอมาตั้งนานแล้ว ไม่ต้องให้พวกเขาใส่ใจ“รอพบหมอแล้วก็ส่งนางออกไปเถอะ ข้าไม่หวังให้ยามท่านพ่อกลับมาได้เห็นนางแล้วจะทำให้เสียอารมณ์”กู้ชิงเจ๋อมองทั้งสองคนเดินผ่านหน้าเขาไปเช่นนี้ อวิ๋นเวยได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ พวกเขาไม่สนใจใยดี ครุ่นคิดภายในใจว่าทั้งสองคนเลือดเย็นเกินไปแล้ว“นางเป็นน้องสาวแท้ๆ ของพวกเรานะ! เหตุใดพวกท่านเย็นชาถึงเพียงนี้?”“ข้ารู้ข้าไม่มีความสามารถเหมือนพวกท่าน ปกติพวกท่านพูดอะไรข้าล้วนเชื่อฟัง แต่ข้าไม่อาจเลือดเย็นเหมือนพวกท่านได้”“บัดนี้คนได้รับบาดเจ็บก็คืออวิ๋นเวย พวกท่านใจร้ายถึงเพียงนี้ หากภายภาคหน้าเกิดเรื่องขึ้นกับข้า พวกท่านก็จะให้ข้าใสหัวไปอย่างไร้เยื่อใยใช่หรือไม่?” กู้ชิงเจ๋อถามไล่เรียงอย่างเหลือจะเชื่อกู้ชิงเหยี่ยนได้ยินถ้อยคำของน้องชายโง่งมคนนี้ก็เกลียดที่ไม่สามารถตบเขาจนบินหายไปได้ มองเห็นก็รู้สึกรำคาญฝีเท้ากู้ชิงซิวชะงักเบาๆ หันมองใบหน้าที่ได้รับบาดเจ็บของน้องชายบ้านตน เอ่ยปากอย่างอดไม่ได้ “น้องสาม หากเป็นเมื่อยี่สิบปีก่อน ท่าทางเช่นนี้ของเจ้าข้าสามารถให้อภัยเจ้าได้ อีก

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 576

    ณ สกุลฉินฉินเจิงเพิ่งได้รับข่าวว่ากู้อวิ๋นเวยออกจากคุกมาแล้วก็รู้สึกตกตะลึงอย่างอดไม่ได้ ครั้งนี้กลับคำนวณผิดไป ทีแรกคิดว่ากู้อวิ๋นเวยไม่มีโอกาสออกมา ไม่แน่ว่ายังเดือดร้อนเขา นี่ถึงหย่าภรรยาอย่างไม่ลังเล ประเดี๋ยวจะถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องฉินจื้อหย่วนสองพี่น้องได้รู้ข่าวนี้ รู้สึกหนักอึ้งภายในใจ ไล่กู้อวิ๋นเวยออกจากบ้านได้อย่างยากลำบาก ท่านพ่อคงไม่รับคนกลับมาอีกกระมัง?“ท่านพ่อ ได้ยินมาว่าทางฝั่งสกุลกู้ส่งคนมาแจ้งข่าว ให้เซี่ยงเหิงไปเที่ยวหนึ่ง นี่ใช่หรือไม่ว่าได้รับการยอมรับจากสกุลกู้อีกครั้งแล้ว?” ฉินจื้อหย่วนถามหยั่งเชิงเขาฉินเจิงเอ่ยถามบ่าวที่มาส่งข่าว “ผู้มาใช่นายท่านสามสกุลกู้ส่งมาหรือไม่?”“ใช่แล้ว”ได้ยินดังนั้น ภายในสายตาฉินเจิงก็เผยแววหมิ่นแคลน “คนที่ไม่ได้เรื่องที่สุดของสกุลกู้ก็คือเจ้าสาม หากเจ้าใหญ่และเจ้ารองส่งคนมา กลับสามารถแสดงออกถึงท่าทีของสกุลกู้ได้”“เจ้าสามส่งคนมา เดิมทีก็ไร้ประโยชน์ กระนั้นเซี่ยงเหิง เจ้ายังไปสักเที่ยวเถอะ”หลายปีมานี้เขาไม่ใช่ไม่เคยเห็นวิธีการของกู้อวิ๋นเวย เขามิได้เร่งเร้าเพียงครั้งเดียว หากสกุลกู้ยอมช่วยเหลือเขา เขาจะต้องสามารถขึ้นสู่จุ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 577

    เดิมทีกู้อวิ๋นเวยไม่พอใจฉินเซี่ยงเหิงที่สองวันนี้ไม่ยอมเคลื่อนไหวมาโดยตลอด บัดนี้ได้ยินก็เข้าใจแล้ว รู้สึกสงสารอย่างอดไม่ได้“ข้าก็รู้พี่น้องฉินจื้อหย่วนล้วนไม่ใช่คนดี หวังเพียงให้ข้าจะสามารถถูกไล่ออกจากบ้านได้ พ่อของเจ้าหย่าข้า ล้วนเป็นพวกเขายุแยง!”ฉินเซี่ยงเหิงลอบพรูลมหายใจยาวเหยียดเฮือกหนึ่ง “ครั้งนี้ซวงซวงปรักปรำผู้อื่นและโยนความผิดเป็นความผิดใหญ่หลวง หากอยู่ต่อหน้าผู้อื่นก็ช่างเถอะ แต่นี่อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของฝ่าบาท ข้าย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย”สีหน้ากู้อวิ๋นเวยไม่สบอารมณ์ “ข้าเองก็คิดไม่ถึงเลยว่าน้องสาวของเจ้าจะโง่งมถึงเพียงนี้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยปรึกษาข้า ทุกครั้งล้วนคิดว่าทำได้อย่างแยบยลดุจท้องฟ้าตะเข็บ กลับไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซ่งรั่วเจิน”“หากข้ารู้ตั้งแต่แรก ก็คงไม่มีวันอนุญาตให้นางทำเช่นนี้!”“เรื่องมาถึงขั้นนี้ น่ากลัวว่าข้าคงสิ้นหวังแล้ว...” ฉินเซี่ยงเหิงก้มหน้า คล้ายเสียใจอย่างมาก สิ้นหวังอย่างสุดซึ้งกู้อวิ๋นเวยร้อนใจในทันใด หันมองทางกู้ชิงเจ๋อ “พี่สาม ท่านรู้เซี่ยงเหิงเป็นเด็กมีความสามารถมาโดยตลอด ทั้งหมดล้วนถูกพวกเราทำให้เดือดร้อน ท่านสามารถช่วยพวกเราคิดหาทางได้หรือ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 578

    นายหญิงของบ้านเสียโฉมคนหนึ่ง กลับไปแล้วยังไม่ขายหน้าอีกหรือ บัดนี้บิดากลัวที่สุดก็คือขายหน้า จะต้องไม่เห็นด้วยแน่“ท่านเป็นหมอหลวงนะ มิใช่ว่าควรจะมีหนทางรักษามากมายหรอกหรือ? ไม่ว่ายาล้ำค่าเพียงใดก็ใช้กับข้าเถอะ จะต้องหาทางทำให้ใบหน้าข้ากลับมาเป็นเหมือนก่อน!”เสียงกู้อวิ๋นเวยแหลมสูง นางไม่สามารถยอมรับได้ว่าใบหน้าของตนจะถูกทำลายไปเช่นนี้!“ข้าเป็นหมอหลวง ไม่ใช่เทพเซียน หากเจ้าอยากให้ข้ารักษา ข้าสามารถรักษาได้ถึงขั้นนี้ หาไม่แล้วพวกเจ้าก็ไปเชิญคนมีฝีมือคนอื่นเถอะ”ใบหน้าหมอหลวงเคร่งขรึม เขาเห็นแก่หน้าสกุลกู้ถึงมา บัดนี้เกือบด่าเขาเป็นหมอต้มตุ๋นไปแล้ว เขาเองก็ไม่อยากปรนนิบัติอีก“อวิ๋นเวย ใบหน้าเจ้านี้เสียเวลาไม่ได้ เลิกโวยวายได้แล้ว” กู้ชิงเจ๋อพูดเสียงเครียดกู้อวิ๋นเวยรู้สึกอึดอัดใจอย่างมากภายในใจ ทว่าความเจ็บปวดบนใบหน้าส่งมาไม่หยุด หากยังไม่ใส่ยา น่ากลัวว่าใบหน้าของนางก็ยิ่งหมดหนทางรักษา ทำได้เพียงรับปากยามหมอหลวงรักษาบาดแผล เสียงร้องโอดครวญของกู้อวิ๋นเวยดังขึ้นไม่หยด สุดท้ายเขียนตำรับยา หลังสั่งว่าต้องจัดการดูแลเยี่ยงไรแล้วก็รีบจากไป“อวิ๋นเวย บัดนี้ไม่เหมือนก่อนแล้ว อุปนิสัยข

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 738

    “ข้าว่าเรื่องนี้ก็เลิกแล้วต่อกันเพียงเท่านี้จะดีกว่า ถือเสียว่าไม่เคยเกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปเชิญเช่ออ๋องมาแล้วละ”หลังนางกลับบ้านเดิม เช่ออ๋องก็มารับนางเป็นการเฉพาะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้นอย่างหาได้ยากถ้าเช่ออ๋องรู้ว่าตนเองมาหาเรื่องถึงตระกูลซ่งจะต้องพิโรธมากเป็นแน่!“นั่นจะได้อย่างไรกัน?” ฉู่จวินถิงเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ “พี่สะใภ้ถึงขั้นตั้งใจมาคาดคั้นถึงตระกูลซ่ง เห็นได้ชัดว่าเข้าใจผิดมากเพียงใด ถ้าข้าไม่มาเห็นเข้าพอดี เกรงว่าป่านนี้ซ่งรั่วเจินคงรักษาชีวิตไว้ไม่ได้แล้ว”“นอกจากนี้ อีกสองวันข้าก็จะลงใต้แล้ว ถ้าไม่อธิบายเรื่องเข้าใจผิดกันให้ชัดเจน พอข้ากลับมาก็ไม่ได้เห็นซ่งรั่วเจินแล้วน่ะสิ?”ซ่งรั่วเจินพยักหน้าติดต่อกัน กล่าวด้วยสีหน้าเจ็บช้ำใจว่า “ท่านอ๋องพูดถูกเพคะ หม่อมฉันหวาดกลัวยิ่งนัก!”ซ่งจืออวี้เห็นน้องสาวของตนเองแสดงละครร่วมกับฉู่อ๋อง ใบหน้าพระชายาเช่ออ๋องเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีดำ เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีแดงแล้วเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีขาว จนเขาอดตะลึงไม่ได้ความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้านี้ช่างรวดเร็วมากจริงๆ!หลังจากอวิ๋นหยางไปเชิญเช่ออ๋อง พระชายาเช่ออ๋องก็กระวนกระวายอย่างเห็

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 737

    น้ำเสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้คนทั้งสองภายในห้องต่างนิ่งอึ้งไป ซ่งรั่วเจินเห็นฉู่จวินถิงที่เดินเข้ามาในห้องอย่างแช่มช้า ดวงตางามก็ฉายแววตกใจเขามาถึงตั้งแต่เมื่อไร?คงไม่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของตนเองหรอกนะ?ซ่งจืออวี้อ่านสายตาน้องสาวตนเองออกจึงเหยียดริมฝีปากอย่างอ่อนใจ หัวใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ของซ่งรั่วเจินจึงหยุดเต้นไปในที่สุดได้ยินแล้วจริงๆ ด้วย!ชั่วขณะที่พระชายาเช่ออ๋องเห็นว่าฉู่อ๋องมาแล้ว ใบหน้าก็พลันถอดสี คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญถึงเพียงนี้!ความลนลานวาบผ่านดวงตานาง แต่ก็กลับไปเป็นปกติอย่างรวดเร็ว นางเอ่ยว่า “ที่แท้ก็ฉู่อ๋องมานี่เอง”“ข้าเพิ่งมาถึงก็ได้ยินว่าพี่สะใภ้กำลังข่มขู่คนอยู่ ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องใดขึ้นหรือถึงได้มาขู่เอาชีวิตคนในจวนสกุลซ่งเช่นนี้?”ใบหน้าหล่อเหลาของฉู่จวินถิงมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ใดๆ เลยสักนิด น้ำเสียงผ่อนคลายเรียบเรื่อยราวกับเป็นการถามไถ่ธรรมดาทั่วไป ทว่าความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาทั่วร่างรวมถึงสายตาเย็นเฉียบทำให้คนเข้าใจว่า เขามีโทสะแล้ว“ซ่งรั่วเจินไม่เคารพข้า...”พระชายาเช่ออ๋องยังพูดไม่จบ ฉู่จวินถิงก็กล่าวขึ้นว่า “อ้อ? พี่สะใภ้มาถึงตระก

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 736

    “ซ่งรั่วเจิน เจ้าอย่าทำตัวไม่รู้ดีชั่วเช่นนี้ วันนี้ข้าให้โอกาสเจ้ารักษาก็คือให้เกียรติเจ้า!”“ถ้าฉู่อ๋องรู้ว่าเจ้าไปยั่วยวนเช่ออ๋องลับหลังเขา เจ้าคิดว่าฉู่อ๋องยังจะชอบเจ้าอยู่งั้นรึ?”ซ่งรั่วเจินได้ยินอย่างนั้นก็แทบจะหัวเราะออกมา นางยั่วยวนเช่ออ๋อง?“พระชายาเช่ออ๋อง ท่านคิดว่าหม่อมฉันสมองไม่ดีหรือสายตามีปัญหาหรือเพคะ?”“ฉู่อ๋องยังไม่แต่งงาน กล้าหาญชาญศึกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นบุรุษรูปงามของเมืองหลวง ไยหม่อมฉันจะต้องปล่อยมือจากฉู่อ๋องไปยั่วยวนเช่ออ๋องด้วยเพคะ?”เมื่อซ่งจืออวี้มาหาน้องหญิงห้าเป็นเพื่อนฉู่อ๋อง ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ก็ได้ยินคำพูดเช่นนี้ดังออกมาจากข้างใน เขาเบิกตากว้างอย่างอดไม่อยู่เหตุใดสตรีวิปลาสผู้นี้จึงมาใส่ร้ายน้องหญิงห้าส่งเดชเช่นนี้!“เช่ออ๋องไม่ดีตรงไหน? ฉู่อ๋องเย็นชาเสียขนาดนั้น เหมือนก้อนหินไม่มีผิด ถ้าไม่ระวังก็อาจเสียชีวิตเอาได้ ไหนเลยจะอ่อนโยนเหมือนเช่ออ๋อง?”พระชายาเช่ออ๋องแย้งกลับมาอีกประโยค “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้ามันไม่รู้จักพอ!”“ฉู่อ๋องหน้าตาหล่อเหลาปานนั้น ถึงเขาจะตีหน้าเย็นชาทั้งวันแต่ก็เป็นชายรูปงามที่หาได้ยากนักในโลกนี้ ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 735

    ซ่งรั่วเจินเพิ่งมาถึงโถงหน้าก็เห็นพระชายาเช่ออ๋องที่แต่งกายอย่างหรูหราอาภรณ์สีชมพูตัดเย็บจากผ้าแพรชั้นดี คลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีขาว รูปโฉมนางเหมือนสาวน้อยที่งดงามน่ารัก ผิวพรรณขาวบริสุทธิ์ ดวงตาชั้นเดียวเชิดขึ้นเล็กน้อยทอประกายคมกริบแม่นมสี่คนกับสาวใช้สี่คนยืนอยู่ข้างกาย กล่าวได้ว่าวางมาดใหญ่โตยิ่งนัก“คารวะพระชายาเช่ออ๋องเพคะ”ซ่งรั่วเจินแสดงคารวะ นางรู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามจับจ้องตนเองตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว แต่การจ้องมองเช่นนี้...แสดงท่าทีของผู้เหนือกว่าอย่างชัดเจน ในใจก็เข้าใจขึ้นมาหลายส่วนเห็นที...จะไม่ได้มาดีสินะ!“เจ้าก็คือซ่งรั่วเจิน?”พระชายาเช่ออ๋องมองประเมินซ่งรั่วเจิน ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าแม่นางผู้นี้เป็นหญิงงามผู้หนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็คงไม่สามารถอาศัยสถานะหญิงที่เคยถอนหมั้นไปเข้าตาฉู่อ๋องได้แล้วสายตาฉู่อ๋องสูงส่งมาแต่ไหนแต่ไร หลายปีมานี้ไม่เคยต้องตาแม่นางคนใดมาก่อน แต่กลับถูกนางล่อลวงจนลุ่มหลงหัวปักหัวปำ ชั่วขณะนี้เมื่อได้เห็นแล้วก็จำต้องยอมรับว่างดงามจริงดังกล่าว“เพคะ” ซ่งรั่วเจินตอบรับ “ไม่ทราบว่าพระชายาเช่ออ๋องมาหาหม่อมฉันด้วยธุระอันใดหรือเพคะ?”“ข้าไ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 734

    พี่ใหญ่ถูกลอบโจมตีจนเกือบไม่รอดชีวิตกลับมา หลังกลับมาแล้วขาทั้งสองข้างยังพิการ ท่านพ่อก็ไม่ได้กลับมาอีกเลยถ้ามีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้...“ส่วนจิ่งเซิน เขาได้ทำการค้าบ่อยๆ เชี่ยวชาญการติดต่อสัมพันธ์กับผู้คน พวกเจ้าเดินไปทางไปด้วยกันสามารถปลอมเป็นกลุ่มพ่อค้าที่ไปค้าขาย ผู้คนจะได้ไม่สงสัยโดยง่าย” ซ่งเยี่ยนโจวกล่าวซ่งจิ่งเซินพยักหน้ารัวๆ “ใช่แล้ว มีข้าอยู่ด้วย สามารถตัดความยุ่งยากไปได้มากที่สุดแล้ว!”ทุกคนล้วนเข้าใจเรื่องนี้ดี ยามออกไปข้างนอก การมีไหวพริบในการจัดการเรื่องราวเฉพาะหน้าสามารถลดปัญหาได้ นอกจากนี้ ซ่งจิ่งเซินก็ยังมีประสบการณ์ พวกเขาไม่จำเป็นต้องแสดงละครด้วยซ้ำ แค่นำกลุ่มพ่อค้าออกเดินทางก็สามารถตบตาผู้คนได้อย่างง่ายดายกู้หรูเยียนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าปลอดภัยขึ้นมากจึงกล่าวว่า “เจินเอ๋อร์ ทำตามที่พี่ใหญ่เจ้าพูดเถอะนะ? เช่นนี้พวกข้าจะได้คลายใจ”ซ่งรั่วเจินเหลือบมองพวกซ่งจืออวี้สองฝาแฝดก็เห็นพวกเขาพยักหน้าเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนลูกไก่จิกข้าวสารกระนั้น นางกล่าวยิ้มๆ ว่า “เจ้าค่ะ งั้นประเดี๋ยวค่อยมาดูกันว่าต้องเตรียมสิ่งใดไปบ้าง”“น้องหญิงห้า เรื่องนี้เจ้ายกให้เป็นหน้าที

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 733

    ซ่งรั่วเจินตัดสินใจไปรับบิดากลับมา ก่อนออกเดินทางย่อมต้องเตรียมสิ่งของมากมาย แต่ก่อนหน้านั้นยังต้องบอกคนในครอบครัวเสียก่อนหลังนางบอกเรื่องที่จะเดินทางไปชายแดน คนในจวนล้วนอึ้งตกใจกันหมด“เจินเอ๋อร์ เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าจะไปชายแดนด้วยตัวเอง?” กู้หรูเยียนมีสีหน้าตกตะลึง “ก่อนนี้ไม่เคยได้ยินเจ้าพูดถึงมาก่อนเลย”“น้องหญิงห้า ถ้าเจ้าเป็นห่วงความปลอดภัยของท่านพ่อก็ให้พี่ชายอย่างพวกข้าไปดีกว่า ผู้หญิงแบบเจ้าไปสถานที่ห่างไกลปานนั้นจะอันตรายเกินไปแล้ว” ซ่งจืออวี้เอ่ยอย่างร้อนใจซ่งจิ่งเซินพยักหน้า “ใช่แล้ว พวกเขารับราชการอาจไม่สะดวก ข้ามีประสบการณ์เดินทางโชกโชน ให้ข้าไปดีกว่า!”“ความจริงสาเหตุที่ข้าจะเดินทางไปเป็นเพราะข้าทำนายดวงชะตาให้ท่านพ่อ”เมื่อซ่งรั่วเจินเอ่ยวาจาประโยคนี้ออกมา สีหน้าทุกคนในห้องล้วนเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หรือว่าจะเกิดปัญหาอันใด?“ก่อนนี้ข้าก็เคยทำนายเหมือนกัน ดวงชะตาของท่านพ่อปลอดภัยไร้อันตราย สามารถกลับมาได้อย่างราบรื่น แต่ช่วงนี้เกิดเหตุเปลี่ยนแปลงขึ้น น่าจะเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก”“ถ้าไม่ไป ข้ากังวลว่าอาจมีอันตราย ดังนั้นจึงคิดว่าจะไปด้วยตั

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 732

    “ฝ่ายตรงข้ามไม่ทันได้ค้นตัวไต้ซือเทียนจีใช่หรือไม่?” ซ่งรั่วเจินถามซ่งเยี่ยนโจวพยักหน้า “ก่อนหน้านี้คนผู้นั้นรีบร้อนเกินไป พวกข้าไม่เปิดโอกาสให้เขา แต่ว่ากันตามปกติแล้ว ของที่มีค่ามากมักจะไม่พกติดตัวไว้”“สิ่งสำคัญที่สุดมักไม่พกติดตัวก็จริง แต่คนในวงการพวกข้า โดยเฉพาะคนชั่วร้ายอย่างเขา จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเก็บจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ข่มขู่อย่างแน่นอน”คิ้วบางของซ่งรั่วเจินเลิกขึ้นน้อยๆ ต่อให้เคยเจอไต้ซือเทียนจีเพียงครั้งเดียว แต่ก็ทราบว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่าผู้หนึ่งกระทำเรื่องชั่วช้ามาหลายปีขนาดนี้แต่ก็ยังอยู่รอดปลอดภัย แล้วจะไม่มีวิธีปกป้องตัวเองเลยได้อย่างไร?กู้ชิงฉือได้ยินเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปข้างกายไต้ซือเทียนจีแล้วเริ่มค้นหาอย่างละเอียด การค้นตัวครั้งนี้พบว่านอกจากยันต์ที่อ่านไม่ออกพวกนั้นแล้วยังมียาลูกกลอนอีกสองเม็ด“ไม่มีของอย่างอื่น แต่มีหินก้อนหนึ่ง นี่คือหยิบติดตัวมาด้วยงั้นรึ?”กู้ชิงฉือมองก้อนหินในมือ หินก้อนนี้แม้พอจะนับได้ว่ามนเกลี้ยง แต่ก็ดูแตกต่างจากก้อนหินที่พบเห็นได้ทั่วไปบริเวณริมแม่น้ำมากเกินไป“ข้าขอดูหน่อย”ซ่งรั่วเจินก้าวเร็วๆ เข้ามาหา มองก้อนหินในมือแ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 731

    เมื่อซ่งเยี่ยนโจวเอ่ยปากสอบถาม สายตาทุกคนก็ต่างจับจ้องมายังซ่งรั่วเจิน พวกเขาในตอนนี้ไม่กล้าบุ่มบ่ามรบกวนแล้วฉู่จวินถิงก็เป็นห่วงดุจเดียวกัน เขารู้ว่าวิชาแพทย์ของรั่วเจินนั้นไม่ธรรมดา เก่งกาจกว่าหมอหลวงในวังหลวงมากนัก ถ้านางบอกว่าช่วยไม่ได้ก็แสดงว่าหมดหนทางแล้วจริงๆ“ยังช่วยได้”ซ่งรั่วเจินพูดโดยที่มือยังเคลื่อนไหวไม่หยุด นางลังเลไปชั่วครู่ก็หยิบยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งออกมายัดเข้าไปในปากของชายผู้นั้นซ่งเยี่ยนโจว “...” อีกแล้ว?ซ่งรั่วเจินรู้ว่าตนเองนำสิ่งของมากมายติดตัวมาเช่นนี้จะทำให้คนสงสัย แต่ช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า อย่างไรเสียแค่พูดจาส่งเดชไม่กี่ประโยคก็สามารถกลบเกลื่อนเรื่องนี้ได้แล้วตั้งแต่นางทะลุมิติมาก็มีมิติขนาดเล็กเป็นของตัวเอง ยาเอย ยันต์เอย ยามปกติล้วนเก็บไว้ในนั้น นับว่าสะดวกมากทีเดียวหลังจากชายหนุ่มที่มีท่าทางอ่อนแอสุดขีดกลืนยาเม็ดนั้นลงไปก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดแต่เดิมบรรเทาลงบ้าง การหายใจก็ไม่ได้ยากลำบากถึงเพียงนั้นอีกแล้ว“ส่งคนไปหารถม้าหรือยัง?” ฉู่จวินถิงถามจ้าวเจียงพยักหน้า “เรียนท่านอ๋อง ส่งคนไปจัดการแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ข้าฟัง

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 730

    “หม่อมฉันได้ยินมาว่าบนบัญชีรายชื่อมีอยู่สิบกว่าคน ไม่รู้อาการของคนอื่นร้ายแรงหรือไม่?” ซ่งรั่วเจินเอ่ยถาม“ในหมู่คนเหล่านั้นมีลูกสะใภ้ไม่เคารพแม่สามี คนแก่อายุมากแล้ว คนจึงตายไป แต่มากที่สุดยังเป็นความขัดแย้งของอนุภรรยาและภรรยาเอก”“คนส่วนใหญ่ล้วนคล้ายพระชายาเซียงอ๋อง ตกอยู่ในฝันร้าย ยังป่วยหนักอีกด้วย อนุอวิ๋นนับว่าลงทุนลงแรงมากทีเดียว” ฉู่จวินถิงพูด“อนุอวิ๋นเป็นคนโหดเหี้ยมไม่ผิดไปดังคาด แต่ยังเสแสร้งใจดีมีเมตตา ปรากฎว่ามีเพียงใต้เท้าอวิ๋นตัวโง่งมคนนี้ถึงจะหลงเชื่อ”ซ่งรั่วเจินไม่แปลกใจ ความยากในการเลี้ยงดูผีทวงชีวิตนั้นมากกว่าผีน้อยตนอื่นมาก แม้ว่าไต้ซือเทียนจีมีความสามารถอยู่บ้าง กลับไม่สามารถเลี้ยงผีทวงชีวิตหลายตนได้ตนนี้เป็นเขาใส่ใจเลี้ยงดู ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่จึงสนิทสนมกันมากจากนั้นยามทั้งคู่เดินผ่านอุโมงค์ไปจนถึงฝั่งหนึ่ง กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นสายหนึ่งชำแรกจมูกพวกซ่งเยี่ยนโจวยืนอยู่ข้างหน้า สีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างมาก ส่วนซ่งรั่วเจินเองก็สังเกตเห็นศพแต่ละร่างใต้พื้น หนึ่งในนั้นมีนักพรตเต๋าคนหนึ่ง เห็นชัดว่าคือไต้ซือเทียนจี“นี่คือ...ตายทั้งหมดแล้ว?”“เดิมที

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status