แชร์

บทที่ 451

ผู้เขียน: จี้เวยเวย
หากเขาไม่มา ผลลัพธ์ก็จะลดลงมากมิใช่หรือ?

“ไม่กระมัง?” เถียนเจียวเจียวรู้สึกประหลาดใจ “งานสำคัญถึงเพียงนี้ ฉู่อ๋องไม่น่าจะไม่มาร่วมงาน”

ฉินซวงซวงหันมองทางหลินจือเยว่โดยไม่รู้ตัว นางพบว่านับตั้งแต่ซ่งรั่วเจินมาแล้ว หลินจือเยว่คล้ายมองไปทางนั้นโดยไม่รู้ตัว

“จือเยว่ ท่านกำลังมองอะไร? หรือท่านยังไม่ลืมไมตรีเก่าก่อนที่มีต่อซ่งรั่วเจินกระนั้น?”

หลินจือเยว่ได้เห็นสตรีในชุดแดงคนนั้นอยู่ไกลๆ ก็อึ้งงันไป ที่ผ่านมาคิดเพียงว่าซ่งรั่วเจินหัวโบราณ มองดูแล้วเรียบร้อย แท้จริงแล้วกลับน่าเบื่อไม่มีความน่าสนใจ

หลังกลับถึงเมืองหลวง เขาพบว่าซ่งรั่วเจินแตกต่างจากภายในความทรงจำของเขาอย่างสมบูรณ์ ทั้งๆ ที่ผ่านไปแล้วสองปี แต่นางมองดูแล้วงดงามมีเสน่ห์ยิ่งกว่าตอนแรก

คำพูดของมารดาดังก้องอยู่ภายในสมองของเขาไม่หยุด ชนิดที่ว่าวันนี้ยามได้พบซ่งรั่วเจินอีกครั้ง ภายในสมองของเขาก็คิดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ว่าหากคนที่ตนแต่งงานด้วยเป็นนาง คล้ายก็ไม่เลว...

เมื่อครู่แม้แต่องค์ชายรองก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน มองออกว่าซ่งรั่วเจินงดงามมากเพียงใด ไม่แน่ว่าวันนี้ทุกคนล้วนอิจฉาตนเองที่มีภรรยางดงามคนหนึ่ง มิใช่อย่างตอนนี้...

“จะเป็
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 452

    ฉู่จวินถิงผินมองฉู่เทียนเช่อนิ่งๆ แวบหนึ่ง ฝ่ายหลังเผยรอยยิ้มมีเมตตา “น้องสาม วันนี้ในพิธีล่าสัตว์จะต้องแสดงออกดีๆ เล่า แต่ไหนแต่ไรมาเจ้าขี่ม้ายิงธนูได้โดดเด่นเหนือกว่าพวกเรามากนัก”“เสด็จพี่โปรดวางใจ ข้าจะออมมือให้อย่างแน่นอน” ฉู่จวินถิงยกมุมปากเบาๆ ราวกับไม่คิดปกปิดท่าทีหยิ่งทะนงสีหน้าฉู่เทียนเช่อดำทะมึน เขามิอาจทนต่อท่าทีเย่อหยิ่งโอหังเช่นนี้ของฉู่จวินถิงได้อย่างที่สุด ทั้งๆ ที่อายุน้อยกว่าเขา แต่อาศัยว่าเกิดจากครรภ์ฮองเฮา ไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตามาโดยตลอดพูดเรื่องขี่ม้ายิงธนู เขาเองก็พยายามมากมาโดยตลอด เจ้าคนผู้นี้ช่างเย่อหยิ่งโอหังยิ่งนัก!ถังเสวี่ยหนิงเห็นฉู่อ๋องปรากฏตัว ทั้งๆ ที่ภายในงานมิได้มีเขาเป็นองค์ชายคนเดียว ทว่านับตั้งแต่เขาปรากฏตัวออกมา นางก็คล้ายถูกดึงดูดความสนใจไปจนหมด ไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตาหากฉู่อ๋องกลายเป็นสามีของนาง จะมีคนมากน้อยเพียงใดอิจฉานางกันเล่า!นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้งหมดก็จะกลายเป็นจริง!ใบหน้าถังเสวี่ยหนิงเผยรอยยิ้มต้องได้ดั่งใจหวัง กลับมองเห็นฉู่จวินถิงเดินออกมาแล้วก็เดินไปทิศทางที่ซ่งรั่วเจินอยู่ รอยยิ้มหายไปจนหมดสิ้น“เมื่อครู่เห็นเจ้ากำ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 453

    เรื่องเถียนเจียวเจียวตกน้ำถูกเปิดโปงในวันนั้น มีคนรู้ไม่น้อย ทว่าเรื่องเพิ่งเงียบไป วันนี้ก็ถูกเอ่ยถึงอีกครั้ง ตอกย้ำความทรงจำได้อย่างลึกซึ้งเถียนเจียวเจียวชี้หน้าซ่งรั่วเจิน ใกล้จะระเบิดเต็มที แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยพบสตรีฝีปากคมกริบเช่นนี้มาก่อนทั้งๆ ที่คนขายหน้าตอนนี้คือซ่งรั่วเจิน ปรากฏว่าทำให้นางขายหน้ายิ่งกว่า!“เจ้าทำตัวสูงส่งอะไรกัน ฉู่อ๋องเองก็ไม่สนใจเจ้าเฉกเดียวกันมิใช่หรือ?” เถียนเจียวเจียวพูดอย่างโมโหฉู่จวินถิงมอบหมายงานให้ฉู่อวิ๋นกุยกลับมาแล้วก็ได้ยินถ้อยคำนี้ ขมวดคิ้วมุ่น “ใครพูดว่าข้าไม่สนใจรั่วเจิน?”เถียนเจียวเจียวตกตะลึง เผชิญหน้ากับสายตาเย็นชาของฝ่ายชาย รู้สึกเพียงร้อนตัว ครู่ต่อมาอธิบาย “ท่าน...ท่านอ๋อง เป็นซ่งรั่วเจินพูดว่าพิธีล่าสัตว์วันนี้ท่านจะพานางไปด้วยกัน เดิมทีนางก็พูดจาเหลวไหล...”“นางพูดความจริง มีปัญหาอะไร?” ฉู่จวินถิงพูดเสียงเรียบ“อะ...อะไรนะ?” เถียนเจียวเจียวตกตะลึง“เรื่องของข้าต้องอธิบายกับเจ้าด้วยหรือ? เรื่องของผู้อื่นเกี่ยวอันใดกับเจ้า แม้แต่ที่ว่าการยังไม่ใส่ใจได้เท่าเจ้า!”พูดไป ฉู่จวินถิงก็เหลือบมองใต้เท้าเถียนที่กำลังรีบเดินเข้ามาจาก

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 454

    สี่พี่น้องชายฉกรรจ์ของสกุลซ่งขึ้นขี่ม้าท่วงท่าหล่อเหลาสง่างามเตรียมออกไปล่าสัตว์ สายตาตกลงบนตัวน้องหญิงห้าของตน เดิมทียังแย่งชิงกันว่าใครจะพาน้องหญิงห้าไป แต่ได้เห็นฉู่จวินถิงที่อยู่ข้างกายแล้ว ทันใดนั้นรู้ว่าการแย่งชิงก่อนหน้านี้ล้วนเสียเปล่า“รอหม่อมฉันสักครู่นะเพคะ” ซ่งรั่วเจินพูดกับฉู่จวินถิงฉู่จวินถิงพยักหน้า ยกมุมปากเผยความอารมณ์ดี แม้รู้ว่าซ่งรั่วเจินไม่มีวันขอร่วมทางกับเขาโดยไม่มีสาเหตุ แต่ขอเพียงสามารถร่วมทางกันได้ นั่นก็เพียงพอแล้ว“พี่ชายทุกท่าน อีกเดี๋ยวพวกท่านก็ไปตามทิศทางที่ข้าพูดไว้ เข้าใจหรือไม่?”“ข้าจำได้แล้ว น้องหญิงห้า เจ้าวางใจเถอะ”ซ่งจืออวี้พยักหน้า แม้เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดอยู่ดีๆ น้องหญิงห้าก็ให้เขาไปที่นั่น แต่น้องหญิงห้าพูด เขาเชื่อฟังก็พอซ่งอี้อันรู้น้องหญิงห้าจัดแจงเช่นนี้จะต้องมีความนัยลึกซึ้ง เอ่ยว่า “มีเรื่องใดให้พวกเราต้องระวังหรือไม่?”“ความมั่งคั่งมหาศาลในวันนี้ พวกท่านจะต้องคว้ามันให้ได้” ซ่งรั่วเจินพูดยิ้มๆซ่งเยี่ยนโจวแปลกใจมาก “มั่งคั่งอะไรหรือ? คงไม่ใช่ว่าทางฝั่งนั้นมีสัตว์ร้ายอยู่หรอกนะ?”“อีกเดี๋ยวตอนขึ้นเขามีนักฆ่าซุ่มโจมตี เป้าหมา

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 455

    ฉู่จวินถิงมองซ่งรั่วเจินพูดจนจบอยู่ไกลๆ สีหน้าท่าทางตกตะลึงของพี่น้องชายฉกรรจ์ทั้งสี่ของสกุลซ่ง ทำให้ภายในสายตาสะท้อนแววนึกสนุกความลับบนตัวซ่งรั่วเจิน...ช่างพิเศษจริงๆจากนั้นซ่งรั่วเจินขึ้นม้าอย่างคล่องแคล่ว ควบม้าเข้าป่าพร้อมฉู่จวินถิงในตอนนี้ ซ่งรั่วเจินสังเกตทิศทางที่องค์ชายใหญ่จากไป จนกระทั่งเข้าป่าลึกแล้ว ซ่งรั่วเจินถึงได้เห็นเองกับตาว่าธนูของฉู่จวินถิงไม่เคยพลาดเป้าทั้งๆ ที่สัตว์ป่าวิ่งว่องไวมาก ยามอยู่ต่อหน้าเขากลับไม่มีแรงให้หลบหนีธนูถูกปล่อยออกไป เพียงโจมตีก็ถึงแก่ชีวิตฉู่จวินถิงเห็นสายตาตกตะลึงของซ่งรั่วเจิน แววตาเจือรอยยิ้ม “วันนี้ชอบข้าขึ้นบ้างหรือไม่?”ซ่งรั่วเจิน “???”ถามตรงไปตรงมาเช่นนี้จะให้คนตอบเยี่ยงไร?“ท่านอ๋อง ปกติท่านเกี้ยวพาสตรีก็เป็นเช่นนี้หรือ?” ซ่งรั่วเจินถามกลับ“ไม่ใช่” ฉู่จวินถิงส่ายหน้า “ข้าไม่เคยเกี้ยวพาสตรีคนอื่นมาก่อน คนเดียวที่ชอบมีเพียงเจ้า”ซ่งรั่วเจินได้ยินคำพูดชวนให้คนหวั่นไหวเช่นนี้ สายตาหันมองเขาโดยไม่รู้ตัว “พูดจาคล่องแคล่วถึงเพียงนี้กลับไม่คล้ายไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน”“พูดเช่นนี้แล้ว เจ้าไม่ชอบให้ข้าพูดจาคล่องแคล่ว? มิสู้เจ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 456

    ฉู่จวินถิงจับจ้องซ่งรั่วเจินแวบหนึ่ง คนฉลาดเยี่ยงเขา เดาได้หลายส่วนแล้ว เพียงแต่...เขากลับไม่รู้ว่าซ่งรั่วเจินเองก็รู้เรื่องการแย่งชิงระหว่างองค์ชายด้วย?“เจ้าอยากหลอกล่อเสด็จพี่ใหญ่ไป?”ซ่งรั่วเจินพยักหน้า “หม่อมฉันวางแผนเช่นนี้จริง แต่ก่อนหน้านั้น หม่อมฉันต้องถามท่านก่อน”อิงตามที่หนังสือเขียนไว้ ฉู่จวินถิงไม่มีความยึดมั่นต่อตำแหน่งฮ่องเต้ ยิ่งไปกว่านั้นเขาและองค์ชายใหญ่ยังมีความสัมพันธ์กันไม่เลว แต่ตัวเอกของหนังสือเล่มนี้คือฉินซวงซวงและหลินจือเยว่ เรื่องภายในราชสำนักที่อธิบายไว้ก็ล้วนเป็นหลินจือเยว่เลื่อนตำแหน่งมั่งคั่งเยี่ยงไรบุญคุณความแค้นระหว่างองค์ชาย เปิดเผยออกมาเพียงบางส่วน ไม่สามารถยืนยันได้“หากข้าและเสด็จพี่ใหญ่มีความสัมพันธ์อันดี เจ้าคิดจะทำเช่นไร? หากความสัมพันธ์ไม่ดี เจ้าคิดจะทำเช่นไร?”ฉู่จวินถิงจับจ้องคนตรงหน้า สัญชาตญาณอ่อนไหวสังเกตได้ว่าสาเหตุที่ซ่งรั่วเจินถามเขา ก็เพราะคำตอบของเขาสำคัญต่อนางมากพูดอีกอย่าง แผนของนางขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างตนและเสด็จพี่ใหญ่จึงจะตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้ายกระนั้นรึ?นึกถึงตรงนี้ มุมปากฉู่จวินถิงก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดูท่าแล

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 457

    ฉู่จวินถิงสืบเท้าขึ้นมาหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ที่ใกล้กันอยู่แล้วก็ใกล้กันมากยิ่งขึ้นครู่ต่อมาซ่งรั่วเจินขยับถอยหลังหนึ่งก้าว ร่างกายแนบติดต้นไม้ทางข้างหลังโดยไม่รู้ตัว ศีรษะกลับกระแทกเข้ากับฝ่ามือนุ่มของฝ่ายชายเขากลัวศีรษะนางกระแทก ดังนั้นจึงวางฝ่ามือไว้ข้างหลังก่อนล่วงหน้ากลิ่นอายของฝ่ายชายปกคลุมนางไว้ในทันใด แสงแดดจ้าถูกเขาบดบังไว้ ซ่อนซ่งรั่วเจินไว้ใต้เงามืดผืนหนึ่งครู่ต่อมานางเงยหน้า ใบหน้าหล่อเหลาของฝ่ายชายใกล้เพียงแค่เอื้อม ทำให้นางกลั้นหายใจ กลับมองเห็นดวงตาทอประกายระยับของฝ่ายชาย เจิดจ้ายิ่งกว่าแสงแดดเสียอีก“อะ...อะไร?”ฉู่จวินถึงเห็นดวงตากลมโตของฝ่ายหญิง กลีบปากแดงเผยอน้อยๆ ใบหน้าเรียวเล็กงดงามว้าวุ่นไม่รู้ต้องรับมือเยี่ยงไร สายตาแทบละลายกลายเป็นสายน้ำ“แผนของเจ้า...กำลังคิดเพื่อข้า”ฉู่จวินถิงหัวเราะเบาๆ ทีหนึ่ง ไม่ต้องถามอีก ก็รู้คำตอบแล้วซ่งรั่วเจินได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบามีความสุขดังขึ้นในโสตก็ว้าวุ่น ยื่นมือออกไปดันฉู่จวินถิงเล็กน้อย ครู่ต่อมากวาดตามอง“วางใจเถอะ เมื่อครู่ข้าสำรวจมาก่อนแล้ว รอบข้างไม่มีคนอื่น” ฉู่จวินถิงอธิบายซ่งรั่วเจินถอนหายใ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 458

    “คารวะเซียวอ๋อง”ซ่งรั่วเจินทำความเคารพ ใบหน้างดงามประดับยิ้มน้อย กลับสะท้อนความห่างเหิน“ไม่ขอปิดบัง วันนี้หม่อมฉันมาพบเซียวอ๋อง เพราะต้องการมอบคำทำนายให้องค์ชาย”ได้ยินดังนั้น ฉู่อี้ชวนเก็บธนูในมือ พลิกตัวลงจากหลังม้า คล้ายกำลังตื่นเต้น“ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้ยินข่าวว่าศาสตร์ลี้ลับของแม่นางซ่งยอดเยี่ยมมาก หากทำนายออกมา ก็จะสามารถรู้ผลได้ แต่ยังไม่เคยเห็นมาก่อนคิดไม่ถึงวันนี้จะมาส่งมอบคำทำนายให้ข้า ไม่รู้ว่าทำนายอะไรได้เล่า?”“เซียวอ๋อง โปรดอภัยที่หม่อมฉันพูดอย่างตรงไปตรงมา วันนี้จุดอิ้นถังของท่านดำมืด จะต้องประสบโชคร้ายเพคะ” ซ่งรั่วเจินพูดตรงประเด็นเพียงถ้อยคำนี้พูดออกไป สีหน้าฉู่อี้ชวนยิ่งดำทึบทึมหลายปีมานี้ ไม่มีใครขวัญกล้าพูดกับเขาเช่นนี้ “เจ้าอยากจะบอกว่าข้าไม่มีวันได้รับคะแนนดีในพิธีล่าสัตว์หรือ?”“หากเพียงแค่นี้ วันนี้หม่อมฉันก็ไม่ตั้งใจมาแจ้งพระองค์เป็นพิเศษ”ซ่งรั่วเจินยกมุมปากน้อยๆ เห็นได้ชัดว่ากำลังยิ้ม ยามตกอยู่ภายในสายตาของฉู่อี้ชวนกลับสะท้อนความรู้สึกลึกลับยากเกินหยั่งอย่างบอกไม่ถูกเปลี่ยนเป็นแม่นางคนอื่นขวัญกล้าพูดกับเขาเช่นนี้ เขาจะต้องโมโหไปตั้งนานแล้ว แต

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 459

    อีกด้านหนึ่งสี่พี่น้องสกุลซ่งทำตามคำสั่งของน้องสาวตน ไปถึงที่หมายเร็วขึ้นเล็กน้อยทว่าระหว่างทางพวกเขาเองก็ฆ่าเหยื่อไว้บางส่วน อย่างไรเสียน้องหญิงห้าก็คำนวณเวลาออกมาแล้ว พวกเขามีเวลาเตรียมตัวมากเพียงพอไม่มีเหยื่อเลยย่อมไม่ได้ หาไม่แล้วถึงตอนนั้นต่อให้ช่วยองค์ชายทั้งสองท่านได้ ทุกคนก็ต้องแปลกใจเหตุใดสี่คนเข้าป่าพร้อมกัน แต่ไม่มีเหยื่อแม้ตัวเดียว?ในเมื่อแสดงละครแล้วก็ต้องทำให้สมจริง สี่พี่น้องจัดเตรียมไว้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่มีวันถูกคนจับพิรุธได้“ใกล้ถึงเวลาแล้ว พวกเรารออยู่ละแวกใกล้เคียงนี้เถอะ” ซ่งเยี่ยนโจวเลือกสถานที่ค่อนข้างมิดชิดแห่งหนึ่ง หลังมั่นใจว่ารอบข้างไม่มีคน ก็พูดขึ้นพวกซ่งอี้อันทั้งสองคนพยักหน้า ตรงข้ามกันกลับคาดหวังอยู่มากวันแห่งความมั่งคั่งนี้ จะต้องตกเป็นของพวกเขา!ในขณะเดียวกันฉินซวงซวงและหลินจือเยว่ที่มีความคิดนี้เฉกเดียวกัน เพียงคิดว่ารออีกครู่หนึ่งก็สามารถช่วยคนได้ ทั้งสองคนเกิดความดีใจอย่างบอกไม่ถูก“ซวงซวง ถึงตอนนั้นข้าจะขอฝ่าบาทคืนตำแหน่งขุนนางให้ข้า เจ้าเองก็สามารถมีชีวิตที่ดีได้แล้ว”ใบหน้าหลินจือเยว่ไม่สามารถปกปิดความดีใจเอาไว้ได้ วันนี้ตอน

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 738

    “ข้าว่าเรื่องนี้ก็เลิกแล้วต่อกันเพียงเท่านี้จะดีกว่า ถือเสียว่าไม่เคยเกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปเชิญเช่ออ๋องมาแล้วละ”หลังนางกลับบ้านเดิม เช่ออ๋องก็มารับนางเป็นการเฉพาะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้นอย่างหาได้ยากถ้าเช่ออ๋องรู้ว่าตนเองมาหาเรื่องถึงตระกูลซ่งจะต้องพิโรธมากเป็นแน่!“นั่นจะได้อย่างไรกัน?” ฉู่จวินถิงเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ “พี่สะใภ้ถึงขั้นตั้งใจมาคาดคั้นถึงตระกูลซ่ง เห็นได้ชัดว่าเข้าใจผิดมากเพียงใด ถ้าข้าไม่มาเห็นเข้าพอดี เกรงว่าป่านนี้ซ่งรั่วเจินคงรักษาชีวิตไว้ไม่ได้แล้ว”“นอกจากนี้ อีกสองวันข้าก็จะลงใต้แล้ว ถ้าไม่อธิบายเรื่องเข้าใจผิดกันให้ชัดเจน พอข้ากลับมาก็ไม่ได้เห็นซ่งรั่วเจินแล้วน่ะสิ?”ซ่งรั่วเจินพยักหน้าติดต่อกัน กล่าวด้วยสีหน้าเจ็บช้ำใจว่า “ท่านอ๋องพูดถูกเพคะ หม่อมฉันหวาดกลัวยิ่งนัก!”ซ่งจืออวี้เห็นน้องสาวของตนเองแสดงละครร่วมกับฉู่อ๋อง ใบหน้าพระชายาเช่ออ๋องเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีดำ เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีแดงแล้วเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีขาว จนเขาอดตะลึงไม่ได้ความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้านี้ช่างรวดเร็วมากจริงๆ!หลังจากอวิ๋นหยางไปเชิญเช่ออ๋อง พระชายาเช่ออ๋องก็กระวนกระวายอย่างเห็

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 737

    น้ำเสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้คนทั้งสองภายในห้องต่างนิ่งอึ้งไป ซ่งรั่วเจินเห็นฉู่จวินถิงที่เดินเข้ามาในห้องอย่างแช่มช้า ดวงตางามก็ฉายแววตกใจเขามาถึงตั้งแต่เมื่อไร?คงไม่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของตนเองหรอกนะ?ซ่งจืออวี้อ่านสายตาน้องสาวตนเองออกจึงเหยียดริมฝีปากอย่างอ่อนใจ หัวใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ของซ่งรั่วเจินจึงหยุดเต้นไปในที่สุดได้ยินแล้วจริงๆ ด้วย!ชั่วขณะที่พระชายาเช่ออ๋องเห็นว่าฉู่อ๋องมาแล้ว ใบหน้าก็พลันถอดสี คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญถึงเพียงนี้!ความลนลานวาบผ่านดวงตานาง แต่ก็กลับไปเป็นปกติอย่างรวดเร็ว นางเอ่ยว่า “ที่แท้ก็ฉู่อ๋องมานี่เอง”“ข้าเพิ่งมาถึงก็ได้ยินว่าพี่สะใภ้กำลังข่มขู่คนอยู่ ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องใดขึ้นหรือถึงได้มาขู่เอาชีวิตคนในจวนสกุลซ่งเช่นนี้?”ใบหน้าหล่อเหลาของฉู่จวินถิงมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ใดๆ เลยสักนิด น้ำเสียงผ่อนคลายเรียบเรื่อยราวกับเป็นการถามไถ่ธรรมดาทั่วไป ทว่าความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาทั่วร่างรวมถึงสายตาเย็นเฉียบทำให้คนเข้าใจว่า เขามีโทสะแล้ว“ซ่งรั่วเจินไม่เคารพข้า...”พระชายาเช่ออ๋องยังพูดไม่จบ ฉู่จวินถิงก็กล่าวขึ้นว่า “อ้อ? พี่สะใภ้มาถึงตระก

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 736

    “ซ่งรั่วเจิน เจ้าอย่าทำตัวไม่รู้ดีชั่วเช่นนี้ วันนี้ข้าให้โอกาสเจ้ารักษาก็คือให้เกียรติเจ้า!”“ถ้าฉู่อ๋องรู้ว่าเจ้าไปยั่วยวนเช่ออ๋องลับหลังเขา เจ้าคิดว่าฉู่อ๋องยังจะชอบเจ้าอยู่งั้นรึ?”ซ่งรั่วเจินได้ยินอย่างนั้นก็แทบจะหัวเราะออกมา นางยั่วยวนเช่ออ๋อง?“พระชายาเช่ออ๋อง ท่านคิดว่าหม่อมฉันสมองไม่ดีหรือสายตามีปัญหาหรือเพคะ?”“ฉู่อ๋องยังไม่แต่งงาน กล้าหาญชาญศึกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นบุรุษรูปงามของเมืองหลวง ไยหม่อมฉันจะต้องปล่อยมือจากฉู่อ๋องไปยั่วยวนเช่ออ๋องด้วยเพคะ?”เมื่อซ่งจืออวี้มาหาน้องหญิงห้าเป็นเพื่อนฉู่อ๋อง ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ก็ได้ยินคำพูดเช่นนี้ดังออกมาจากข้างใน เขาเบิกตากว้างอย่างอดไม่อยู่เหตุใดสตรีวิปลาสผู้นี้จึงมาใส่ร้ายน้องหญิงห้าส่งเดชเช่นนี้!“เช่ออ๋องไม่ดีตรงไหน? ฉู่อ๋องเย็นชาเสียขนาดนั้น เหมือนก้อนหินไม่มีผิด ถ้าไม่ระวังก็อาจเสียชีวิตเอาได้ ไหนเลยจะอ่อนโยนเหมือนเช่ออ๋อง?”พระชายาเช่ออ๋องแย้งกลับมาอีกประโยค “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้ามันไม่รู้จักพอ!”“ฉู่อ๋องหน้าตาหล่อเหลาปานนั้น ถึงเขาจะตีหน้าเย็นชาทั้งวันแต่ก็เป็นชายรูปงามที่หาได้ยากนักในโลกนี้ ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 735

    ซ่งรั่วเจินเพิ่งมาถึงโถงหน้าก็เห็นพระชายาเช่ออ๋องที่แต่งกายอย่างหรูหราอาภรณ์สีชมพูตัดเย็บจากผ้าแพรชั้นดี คลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีขาว รูปโฉมนางเหมือนสาวน้อยที่งดงามน่ารัก ผิวพรรณขาวบริสุทธิ์ ดวงตาชั้นเดียวเชิดขึ้นเล็กน้อยทอประกายคมกริบแม่นมสี่คนกับสาวใช้สี่คนยืนอยู่ข้างกาย กล่าวได้ว่าวางมาดใหญ่โตยิ่งนัก“คารวะพระชายาเช่ออ๋องเพคะ”ซ่งรั่วเจินแสดงคารวะ นางรู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามจับจ้องตนเองตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว แต่การจ้องมองเช่นนี้...แสดงท่าทีของผู้เหนือกว่าอย่างชัดเจน ในใจก็เข้าใจขึ้นมาหลายส่วนเห็นที...จะไม่ได้มาดีสินะ!“เจ้าก็คือซ่งรั่วเจิน?”พระชายาเช่ออ๋องมองประเมินซ่งรั่วเจิน ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าแม่นางผู้นี้เป็นหญิงงามผู้หนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็คงไม่สามารถอาศัยสถานะหญิงที่เคยถอนหมั้นไปเข้าตาฉู่อ๋องได้แล้วสายตาฉู่อ๋องสูงส่งมาแต่ไหนแต่ไร หลายปีมานี้ไม่เคยต้องตาแม่นางคนใดมาก่อน แต่กลับถูกนางล่อลวงจนลุ่มหลงหัวปักหัวปำ ชั่วขณะนี้เมื่อได้เห็นแล้วก็จำต้องยอมรับว่างดงามจริงดังกล่าว“เพคะ” ซ่งรั่วเจินตอบรับ “ไม่ทราบว่าพระชายาเช่ออ๋องมาหาหม่อมฉันด้วยธุระอันใดหรือเพคะ?”“ข้าไ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 734

    พี่ใหญ่ถูกลอบโจมตีจนเกือบไม่รอดชีวิตกลับมา หลังกลับมาแล้วขาทั้งสองข้างยังพิการ ท่านพ่อก็ไม่ได้กลับมาอีกเลยถ้ามีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้...“ส่วนจิ่งเซิน เขาได้ทำการค้าบ่อยๆ เชี่ยวชาญการติดต่อสัมพันธ์กับผู้คน พวกเจ้าเดินไปทางไปด้วยกันสามารถปลอมเป็นกลุ่มพ่อค้าที่ไปค้าขาย ผู้คนจะได้ไม่สงสัยโดยง่าย” ซ่งเยี่ยนโจวกล่าวซ่งจิ่งเซินพยักหน้ารัวๆ “ใช่แล้ว มีข้าอยู่ด้วย สามารถตัดความยุ่งยากไปได้มากที่สุดแล้ว!”ทุกคนล้วนเข้าใจเรื่องนี้ดี ยามออกไปข้างนอก การมีไหวพริบในการจัดการเรื่องราวเฉพาะหน้าสามารถลดปัญหาได้ นอกจากนี้ ซ่งจิ่งเซินก็ยังมีประสบการณ์ พวกเขาไม่จำเป็นต้องแสดงละครด้วยซ้ำ แค่นำกลุ่มพ่อค้าออกเดินทางก็สามารถตบตาผู้คนได้อย่างง่ายดายกู้หรูเยียนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าปลอดภัยขึ้นมากจึงกล่าวว่า “เจินเอ๋อร์ ทำตามที่พี่ใหญ่เจ้าพูดเถอะนะ? เช่นนี้พวกข้าจะได้คลายใจ”ซ่งรั่วเจินเหลือบมองพวกซ่งจืออวี้สองฝาแฝดก็เห็นพวกเขาพยักหน้าเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนลูกไก่จิกข้าวสารกระนั้น นางกล่าวยิ้มๆ ว่า “เจ้าค่ะ งั้นประเดี๋ยวค่อยมาดูกันว่าต้องเตรียมสิ่งใดไปบ้าง”“น้องหญิงห้า เรื่องนี้เจ้ายกให้เป็นหน้าที

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 733

    ซ่งรั่วเจินตัดสินใจไปรับบิดากลับมา ก่อนออกเดินทางย่อมต้องเตรียมสิ่งของมากมาย แต่ก่อนหน้านั้นยังต้องบอกคนในครอบครัวเสียก่อนหลังนางบอกเรื่องที่จะเดินทางไปชายแดน คนในจวนล้วนอึ้งตกใจกันหมด“เจินเอ๋อร์ เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าจะไปชายแดนด้วยตัวเอง?” กู้หรูเยียนมีสีหน้าตกตะลึง “ก่อนนี้ไม่เคยได้ยินเจ้าพูดถึงมาก่อนเลย”“น้องหญิงห้า ถ้าเจ้าเป็นห่วงความปลอดภัยของท่านพ่อก็ให้พี่ชายอย่างพวกข้าไปดีกว่า ผู้หญิงแบบเจ้าไปสถานที่ห่างไกลปานนั้นจะอันตรายเกินไปแล้ว” ซ่งจืออวี้เอ่ยอย่างร้อนใจซ่งจิ่งเซินพยักหน้า “ใช่แล้ว พวกเขารับราชการอาจไม่สะดวก ข้ามีประสบการณ์เดินทางโชกโชน ให้ข้าไปดีกว่า!”“ความจริงสาเหตุที่ข้าจะเดินทางไปเป็นเพราะข้าทำนายดวงชะตาให้ท่านพ่อ”เมื่อซ่งรั่วเจินเอ่ยวาจาประโยคนี้ออกมา สีหน้าทุกคนในห้องล้วนเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หรือว่าจะเกิดปัญหาอันใด?“ก่อนนี้ข้าก็เคยทำนายเหมือนกัน ดวงชะตาของท่านพ่อปลอดภัยไร้อันตราย สามารถกลับมาได้อย่างราบรื่น แต่ช่วงนี้เกิดเหตุเปลี่ยนแปลงขึ้น น่าจะเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก”“ถ้าไม่ไป ข้ากังวลว่าอาจมีอันตราย ดังนั้นจึงคิดว่าจะไปด้วยตั

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 732

    “ฝ่ายตรงข้ามไม่ทันได้ค้นตัวไต้ซือเทียนจีใช่หรือไม่?” ซ่งรั่วเจินถามซ่งเยี่ยนโจวพยักหน้า “ก่อนหน้านี้คนผู้นั้นรีบร้อนเกินไป พวกข้าไม่เปิดโอกาสให้เขา แต่ว่ากันตามปกติแล้ว ของที่มีค่ามากมักจะไม่พกติดตัวไว้”“สิ่งสำคัญที่สุดมักไม่พกติดตัวก็จริง แต่คนในวงการพวกข้า โดยเฉพาะคนชั่วร้ายอย่างเขา จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเก็บจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ข่มขู่อย่างแน่นอน”คิ้วบางของซ่งรั่วเจินเลิกขึ้นน้อยๆ ต่อให้เคยเจอไต้ซือเทียนจีเพียงครั้งเดียว แต่ก็ทราบว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่าผู้หนึ่งกระทำเรื่องชั่วช้ามาหลายปีขนาดนี้แต่ก็ยังอยู่รอดปลอดภัย แล้วจะไม่มีวิธีปกป้องตัวเองเลยได้อย่างไร?กู้ชิงฉือได้ยินเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปข้างกายไต้ซือเทียนจีแล้วเริ่มค้นหาอย่างละเอียด การค้นตัวครั้งนี้พบว่านอกจากยันต์ที่อ่านไม่ออกพวกนั้นแล้วยังมียาลูกกลอนอีกสองเม็ด“ไม่มีของอย่างอื่น แต่มีหินก้อนหนึ่ง นี่คือหยิบติดตัวมาด้วยงั้นรึ?”กู้ชิงฉือมองก้อนหินในมือ หินก้อนนี้แม้พอจะนับได้ว่ามนเกลี้ยง แต่ก็ดูแตกต่างจากก้อนหินที่พบเห็นได้ทั่วไปบริเวณริมแม่น้ำมากเกินไป“ข้าขอดูหน่อย”ซ่งรั่วเจินก้าวเร็วๆ เข้ามาหา มองก้อนหินในมือแ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 731

    เมื่อซ่งเยี่ยนโจวเอ่ยปากสอบถาม สายตาทุกคนก็ต่างจับจ้องมายังซ่งรั่วเจิน พวกเขาในตอนนี้ไม่กล้าบุ่มบ่ามรบกวนแล้วฉู่จวินถิงก็เป็นห่วงดุจเดียวกัน เขารู้ว่าวิชาแพทย์ของรั่วเจินนั้นไม่ธรรมดา เก่งกาจกว่าหมอหลวงในวังหลวงมากนัก ถ้านางบอกว่าช่วยไม่ได้ก็แสดงว่าหมดหนทางแล้วจริงๆ“ยังช่วยได้”ซ่งรั่วเจินพูดโดยที่มือยังเคลื่อนไหวไม่หยุด นางลังเลไปชั่วครู่ก็หยิบยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งออกมายัดเข้าไปในปากของชายผู้นั้นซ่งเยี่ยนโจว “...” อีกแล้ว?ซ่งรั่วเจินรู้ว่าตนเองนำสิ่งของมากมายติดตัวมาเช่นนี้จะทำให้คนสงสัย แต่ช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า อย่างไรเสียแค่พูดจาส่งเดชไม่กี่ประโยคก็สามารถกลบเกลื่อนเรื่องนี้ได้แล้วตั้งแต่นางทะลุมิติมาก็มีมิติขนาดเล็กเป็นของตัวเอง ยาเอย ยันต์เอย ยามปกติล้วนเก็บไว้ในนั้น นับว่าสะดวกมากทีเดียวหลังจากชายหนุ่มที่มีท่าทางอ่อนแอสุดขีดกลืนยาเม็ดนั้นลงไปก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดแต่เดิมบรรเทาลงบ้าง การหายใจก็ไม่ได้ยากลำบากถึงเพียงนั้นอีกแล้ว“ส่งคนไปหารถม้าหรือยัง?” ฉู่จวินถิงถามจ้าวเจียงพยักหน้า “เรียนท่านอ๋อง ส่งคนไปจัดการแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ข้าฟัง

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 730

    “หม่อมฉันได้ยินมาว่าบนบัญชีรายชื่อมีอยู่สิบกว่าคน ไม่รู้อาการของคนอื่นร้ายแรงหรือไม่?” ซ่งรั่วเจินเอ่ยถาม“ในหมู่คนเหล่านั้นมีลูกสะใภ้ไม่เคารพแม่สามี คนแก่อายุมากแล้ว คนจึงตายไป แต่มากที่สุดยังเป็นความขัดแย้งของอนุภรรยาและภรรยาเอก”“คนส่วนใหญ่ล้วนคล้ายพระชายาเซียงอ๋อง ตกอยู่ในฝันร้าย ยังป่วยหนักอีกด้วย อนุอวิ๋นนับว่าลงทุนลงแรงมากทีเดียว” ฉู่จวินถิงพูด“อนุอวิ๋นเป็นคนโหดเหี้ยมไม่ผิดไปดังคาด แต่ยังเสแสร้งใจดีมีเมตตา ปรากฎว่ามีเพียงใต้เท้าอวิ๋นตัวโง่งมคนนี้ถึงจะหลงเชื่อ”ซ่งรั่วเจินไม่แปลกใจ ความยากในการเลี้ยงดูผีทวงชีวิตนั้นมากกว่าผีน้อยตนอื่นมาก แม้ว่าไต้ซือเทียนจีมีความสามารถอยู่บ้าง กลับไม่สามารถเลี้ยงผีทวงชีวิตหลายตนได้ตนนี้เป็นเขาใส่ใจเลี้ยงดู ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่จึงสนิทสนมกันมากจากนั้นยามทั้งคู่เดินผ่านอุโมงค์ไปจนถึงฝั่งหนึ่ง กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นสายหนึ่งชำแรกจมูกพวกซ่งเยี่ยนโจวยืนอยู่ข้างหน้า สีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างมาก ส่วนซ่งรั่วเจินเองก็สังเกตเห็นศพแต่ละร่างใต้พื้น หนึ่งในนั้นมีนักพรตเต๋าคนหนึ่ง เห็นชัดว่าคือไต้ซือเทียนจี“นี่คือ...ตายทั้งหมดแล้ว?”“เดิมที

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status